พี่ติวยุนกิ [BTS: KOOKGA]

ตอนที่ 16 : Chapter 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 149 ครั้ง
    18 ก.พ. 61









#พี่ติวยุนกิ

15







เสียงเคาะประตูดังตอนห้าโมง



ยุนกิละสายตาออกจากหน้าจอคอม เกาหัวตัวเองนิดหน่อยตอนกดเซฟงานแล้วค่อยลุกออกไปส่องตาแมวที่ประตูห้อง พอเห็นว่าเป็นเจ้าเด็กที่เพิ่งโทรมาบอกข่าวดีเมื่อตอนเช้าก็คลี่ยิ้มบางๆ เพราะนี่เป็นเรื่องที่ทำให้เขาอารมณ์ดีตลอดทั้งวัน ทำงานได้เยอะขึ้นแถมมีสมาธิมากขึ้นกะอีแค่น้องมีน้ำเสียงตื่นเต้นดีใจเป็นเด็กประถมได้ของเล่นใหม่



“มาเร็วจั...”



แรงโถมตัวกอดซ้ำยังรัดเอวแน่นจนหายใจไม่ออกทำเอาช็อกเกือบกัดลิ้น ยุนกิทำตาโตที่สุดในชีวิต เอียงคอหลบเส้นผมที่จั๊กจี้อยู่ตรงต้นคอแล้วยกมือลูบหัวลูบหลังคล้ายจะปลอบ 



ปัญหาคือยิ่งทำยิ่งกอดแน่นกว่าเดิม 



เอาวะ... ณ ตอนนี้ เรื่องนี้คงสำคัญที่สุดในชีวิตมันแล้ว



เจ้าของห้องกระเถิบเข้ามาด้านในหนึ่งก้าวแล้วใช้เท้าเขี่ยๆ ให้ประตูปิด มันคงไม่ดีนักถ้าห้องอื่นมาเห็นอะไรแปลกๆ ตอนเย็น ยิ่งเด็กคนนึงท่าทางสะอาดสะอ้านยังอยู่ในชุดนักเรียนสะพายกระเป๋า อีกคนดันสภาพแบบชุดนอนย้วยๆ กางเกงขาสั้น จะคิดยังไงก็กลัวโดนแจ้งความจับข้อหาพรากผู้เยาว์



“ได้สอบสัมแล้ว”



มันพูดเสียงอู้อี้ ยังไม่ยอมผละตัวออกซ้ำยังกระชับแขนให้พอดีกว่าเดิม



“รู้แล้ว” พี่ติวหลุดยิ้ม ลูบหัวมันไม่หยุด จับไปจับมาถึงรู้สึกว่าผมมันเส้นหนาๆ เหมือนลูบขนสุนัขพันธุ์ใหญ่ พอบวกกับขนาดตัวก็ยิ่งใช่เลย แค่หน้าเป็นกระต่ายแค่นั้นแหละ



นานเป็นนาทีกว่าจะปล่อย ขอบตามันแดงๆ ตามประสาเด็กคุมอารมณ์ไม่ค่อยได้ คงจะดีใจจนร้องไห้ไม่ก็อะไรซักอย่าง ซึ่งเป็นจุดที่น่ารักที่สุดของเด็กนี่ ต่อให้ภายนอกมันจะโตขึ้นแต่ยังไงข้างในก็เป็นเด็กซื่อๆ หลอกง่ายเชื่อฟังคนแก่กว่าอยู่ดี “ได้สัมภาษณ์ก็เหมือนติดแล้วนั่นแหละ มันแยกตัวจริงตัวสำรองนี่”



ยุนกิเดินนำเข้าไปในห้อง เปิดตู้เย็นหยิบนมกล้วยส่งให้หนึ่งกล่อง “อะ รางวัล”



“พี่มีติดตู้เย็นไว้อีกแล้วอะ”



“ก็ตอนกลางวันเดินออกไปซื้อข้าวเลยหยิบมาด้วย”



มันสูดน้ำมูกหนึ่งที ทิ้งตัวนั่งปลายเตียงแล้วกอดกระเป๋าไว้ กลายเป็นหน้าเด๋อๆ เหมือนมาแล้วไม่รู้จะทำอะไรต่อ ทุกทีก็มาเรียนมาทำพอร์ท พองวดนี้มากอดเจ้าของห้องไปหนึ่งทีแล้วหมดธุระก็ดูว่างแปลกๆ 



“พี่ ผมดีใจอะ ทำไงดี”



“ก็ดีใจไปดิ อยากเข้าคณะนี้ไม่ใช่เหรอ รีบๆ หาความสุขก่อนจะไม่เจออีก”



“ครับ” เด็กกระต่ายยิ้มตาหยี มือก็ยื่นออกมาเหมือนอยากให้กอดให้จับอะไรซักอย่าง พี่ตัวน้อยไม่รู้จะรับมือกับโหมดนี้ยังไงเลยส่งมือไปให้มันจับๆ นวดๆ เล่นแทน “ทำไม่เสร็จเลยกลัวไม่ติด”



“ก็ไม่เสร็จจริงๆ นั่นแหละ แต่ยังได้ตั้งแปดสิบเก้านะ”



“ครับ?”



ยุนกิชักมือกลับ กระตุกยิ้มแบบอยู่เหนือทุกอย่างแล้วกลับไปนั่งทำงานที่โต๊ะเหมือนเดิม ทิ้งให้คนฟังนั่งประมวลผลขมวดคิ้วอยู่อีกเป็นนาที พยายามคิดในหัวว่าในเว็บมันมีประกาศคะแนนสอบรึเปล่า แล้วตัวเองได้บอกคนสอนไปตอนคุยโทรศัพท์ด้วยเหรอ แต่พยายามนึกยังไงไอ้เลขแปดสิบเก้าก็ไม่เคยผ่านหัวมาก่อน


อีกอย่าง ในใบมันแค่ประกาศชื่อนี่



พอเริ่มงงจนจับต้นชนปลายไม่ถูกก็จ้องหลังพี่ติว ขมวดคิ้วค้างไว้อย่างนั้น 



ถ้าถามซื่อๆ เจ้าตัวคงไม่ตอบ เพราะงั้นสิ่งที่ควรทำคือขุดความจำตัวเองแล้วบอกให้ตรงประเด็น



“พี่ มันไม่ได้ประกาศคะแนน”



“อือฮึ” เสียงตอบรับในลำคอดังกลับมา และนั่นทำให้งงกว่าเดิม “ก็ตอนนั้นไปช่วยงานอาจารย์ พี่เลยแอบไปขอดูข้อสอบมา รู้ตั้งแต่ผ่านไปเดือนนึงแล้วแต่อยากให้ลุ้นเอง”



จองกุกนั่งนิ่ง หัวสมองโล่งเหมือนโดนค้อนทุบ กะพริบตาปริบๆ กับประโยคเมื่อครู่แบบไม่รู้จะตอบอะไรก่อน ยิ่งพอโดนตอกย้ำตามมาติดๆ อีกรอบก็อยากลงไปนอนดิ้นเหมือนเพื่อนสนิทตอนเช้าขึ้นมาดื้อๆ



ขี้โกง



ขี้โกงอีกแล้ว



“ดินสอที่ให้ก็ซื้อเพราะสอบติดนั่นแหละ เนื้อย่างด้วย”



“พี่!!”



เสียงนุ่มๆ ตะโกนลั่น ก่อนสีหน้าทั้งงอแงทั้งไม่เข้าใจผสมจนอธิบายไม่ถูกจะหลุดออกมา ยุนกิพยายามกลั้นขำเพราะรู้ว่าเป็นเรื่องน่าหงุดหงิดไม่น้อยหากตัวเองโดนบ้าง แต่ก็นั่นแหละ รู้ดีว่าไม่ควรให้ใครรู้เรื่องนี้ทั้งนั้น ตัวอาจารย์เองก็ค่อนข้างเชื่อใจเลยหยิบออกมาให้ดูสามวิ 



เป็นสามวินาทีที่เขากับกีฮยอนตาโตจนน่ากลัว จ้องตอนอาจารย์เปิดกระดาษสามแผ่นแบบตาไม่กะพริบ 



พอตื๊อไปตื๊อมาอยากรู้ว่าวิชาอื่นผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำรึเปล่า ผลคือหัวหน้าสาขาเดินไปดูรายชื่อแล้วบอกสั้นๆ คำเดียวว่าติด ก่อนไล่ให้ไปช่วยตรวจงานยันสองทุ่ม เรียกได้ว่าใช้งานเกินคุ้ม เพราะนอกจากจะช่วยงานสอนแล้วยังมีงานนอกที่โดนกระเตงออกนอกสถานที่เป็นระยะ



มินยุนกิลุกไปใช้สองมือลูบหัวมันปัดไปปัดมา หมุนๆ ให้ผมฟูกว่าเดิม เงยหน้ากลั้นขำแทบแย่เพราะสีหน้ามันตลกสิ้นดี ออกแนวอยากบ่นอยากโวยวายแต่พยายามเก็บอารมณ์สุดฤทธิ์ เกือบจะแอบถ่ายเก็บไว้ให้เพื่อนสนิทดูด้วยซ้ำแต่กลัวจะโดนงอนหนักกว่าเดิม



ไม่เสี่ยงดีกว่า



ว่าที่นักศึกษาลุกขึ้นยืน ยกมือขึ้นเกาแก้มตัวเองสองสามที “พี่”



“อะไร ยังสอบไม่ติด”



จากสีหน้าเขินๆ กลายเป็นนิ่งสนิท หุบปากฉับเพราะโดนตัดบทแบบไม่ไว้หน้าซักนิด “ไม่ใช่เรื่องนั้นสิครับ! แต่ไหนบอกว่าได้สอบสัมก็เหมือนติดอะ ขี้โกงตั้งแต่หน้าตึกสอบแล้ว”



“ขี้โกงอะไร เหมือนคือเหมือน ไม่ได้ติด สรุปจะพูดไร”



“...ขอบคุณครับ”



คำพูดกับรอยยิ้มซื่อๆ ของเด็กม.หกทำให้หลุดถอนหายใจออกมาไม่ยาก ยุนกิยิ้มตอบ สายตารักใคร่เอ็นดูเด็กที่สอนมาตั้งแต่เหลาดินสอแสดงออกชัดเจนพร้อมลูบหัวเบาๆ ปิดท้ายด้วยตบบ่าสองที 



“ทำได้แล้วนะ เก่งมาก”



“ผม...”



ยุนกิเลิกคิ้ว เห็นอาการยืนขาแข็งมือไม้เกะกะแล้วก็กลัวว่าจะเป็นประโยคเลี่ยนๆ แบบดีใจที่ได้เรียนกับพี่ หรืออะไรทำนองนั้น


 

ภาวนาให้มันไม่ปริปากพูด



เรื่องแบบนี้ใครเขาบอกกันโจ่งแจ้งเล่า น่าขนลุกจะตาย



“อะไร?”



ตากลมโตของจองกุกจ้องกลับมา และคราวนี้เป็นเขาเองที่หันไปมองทางอื่น พอเห็นเจ้าเด็กนี่จับกระเป๋านักเรียนจนยู่ยี่คามือแล้วก็เริ่มประหม่าขึ้นมาบ้าง ปกติเขาตามความคิดกับอ่านสถานการณ์ได้เร็ว แต่ครั้งนี้มันมีหลายประเด็นมากเกินและไอ้อาการขนลุกนิดหน่อยก็ไม่ใช่ลางดีซักนิด



พอทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ก็ชี้บอกให้อดีตเด็กติวนั่งลงปลายเตียงเหมือนเดิม ส่วนตัวเองก็หมุนล้อกลับไปเปิดฝาแล็บท็อปบนโต๊ะ หน้าจอที่โผล่มาอันแรกคือโปรแกรมแต่งภาพที่ทำค้างเอาไว้ ทว่ายังไม่ทันจะลงมือรีทัชงานต่อก็โดนจับพนักเก้าอี้ให้หมุนกลับไปหาใหม่



“พี่ยุนกิ คือ...”



“อะไร?” อยากกินข้าวเย็น?”



“เปล่าครับ”



“อยากให้ช่วยแก้พอร์ท?” 



อีกครั้งที่ยกมือขึ้นเกาแก้ม “พี่ พี่รู้อยู่แล้วว่าเรื่องอะไร”



ยุนกิเม้มปาก นั่งไขว่ห้างเอนหลังพิงพนักแล้วเงยหน้ามองเป็นเชิงให้พูด



“ผม...”



บรรยากาศรอบตัวคล้ายจะกระอักกระอ่วนขึ้นมาภายในเสี้ยววินาที จองกุกลอบมองคนที่เหมือนจะอยู่ใกล้ในระยะเอื้อมถึง แม้ก่อนหน้านี้จะมานั่งเรียนที่ห้อง ได้นอนค้างบนเตียงอีกฝ่ายแต่ก็เหมือนมีกำแพงหนาๆ กั้นอยู่ มาตอนนี้จู่ๆ ทุกอย่างก็ชัดเจน รวมไปถึงเป้าหมายที่สำคัญที่สุดก็เกือบจะคว้ามาได้แล้ว



แต่ก็แค่เกือบอยู่ดี



“ผม...”



ยุนกิขยับก้น พยายามหมุนเก้าอี้หนีแต่ก็โดนเอื้อมมาหมุนกลับไปที่เดิมเป็นรอบที่สอง



ความรู้สึกยุกยิกในตัวมันแปลกบอกไม่ถูก พอเหลือบตามองถึงเห็นสายตาทั้งประหม่าทั้งกลัวผสมมั่วไปหมด รวมไปถึงใบหูแดงๆ ของเจ้าคนเด็กกว่า 



“ผมชอ...”



“ทำพอร์ทเสร็จแล้วอ่อ” เสียงห้าวรีบพูดขัด หมุนตัวกลับไปหน้าคอมอย่างรวดเร็วแบบที่จองกุกห้ามไม่ทัน ตีเนียนเปลี่ยนเรื่องจนอีกฝ่ายหน้าเหวอ ลนลานตะกายหมุนพี่ติวรอบสาม งวดนี้แรงต้านจากการใช้เท้าจิกพื้นเยอะจนต้องออกแรงนิดหน่อย แต่สุดท้ายพอกลับมาเห็นแก้มกลมๆ แดงก่ำซ้ำหลบตาก็ใจชื้น



“พี่อย่าเปลี่ยนเรื่องดิ”



“ไม่ได้เปลี่ยน ก็เห็นไม่พูดซะที”



พี่ตัวขาวโฟกัสที่มือตัวเองบนตัก ก้มจนเห็นเหนียงนุ่มๆ ใต้คางเป็นก้อน ทั้งที่แขนขาเล็กแต่จะมีหน้าเนี่ยแหละที่เห็นทีจะเพิ่มขึ้นทุกวัน ยิ่งช่วงที่เขาลากไปกินนู่นกินนี่บ่อยๆ เหมือนขาวฟูขึ้นจม



จองกุกฉวยโอกาสล็อคแก้มพี่ติวตัวเองให้เงยหน้า จ้องเข้าไปในดวงตาแล้วเปิดปากพูดช้าๆ ขณะไล้นิ้วโป้งกับผิวเนียน



“...ผมชอบพี่ยุนกินะครับ”



แถมยังเน้นทีละคำจนอีกคนแก้มร้อนฉ่าลามไปใบหูภายในไม่กี่วินาที



เจ้าของชื่อนิ่ง สบตาค้างไว้อย่างนั้น



แต่สติเตลิดไปไหนแล้วไม่รู้



ชีวิตอายุยี่สิบสองย่างเข้ายี่สิบสามของตัวเองใช่ว่าจะไม่มีใครมาจีบหรือสารภาพรัก แต่เขาไม่สนใจและไม่อยากให้มันมาขัดขวางการเรียนเลยปฏิเสธทุกคนออกจากชีวิต ยกเว้นก็แต่ครั้งนี้ที่ความรู้สึกดันปะทุขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ พอโดนพูดใส่เข้าจริงๆ เลยได้แต่นั่งตัวเกร็ง ใบหูแดงเรื่อ เหนื่อยเหมือนไปวิ่งรอบสนามมาซักสามรอบ



ไม่ควรออกอาการแบบนี้เลยจริงๆ



“…ไอ้เด็กเวร”



ด่าเฉย



เหมือนเป็นคำพูดเชิงปฏิเสธ แต่การหลบตาหนีนั่นน่ะตรงข้าม



“พี่จะพูดแค่นี้จริงเหรอครับ” เด็กกระต่ายแสร้งพูดเสียงหงอย เขารวบรวมความกล้าแทบตายกว่าจะบอกประโยคสั้นๆ ออกไปได้ ทั้งตื่นเต้นทั้งกังวลจนคอแห้งเสียงหาย แต่สิ่งที่พี่ติวตอบกลับมาดันมีแค่คำด่าแบบเหมือนจะมุ้งมิ้งคำเดียว



แค่พี่ยุนกิตอนหน้าแดงน่ะโคตรน่ารัก



“ก็... ก็ยังสอบไม่ติดปะวะ จะให้พี่พูดอะไร”



ฮือ



น่ารัก น่ารักไปหมด



ตารางเรียนช่วงหลังมีแต่การทำโจทย์เตรียมสอบเลยไม่ได้จดอะไรเพิ่มแล้ว เห็นทีต้องกลับไปเขียนตัวโตๆ ว่าเวลามินยุนกิพูดติดอ่าง ลนจนไม่รู้จะวางมือตรงไหนแถมยังเก๊กหน้าขรึมแต่หลบตาเพราะเขินเนี่ย... 



ให้ตายเถอะ



เจอกันวันแรกเหมือนเจอเสือ ผ่านไปหนึ่งปีไม่ต่างจากลูกแมว



“ไม่พูดก็ได้ครับ งั้นถ้าสอบสัมภาษณ์ผ่านผมจะมาบอกอีกที จะไม่ทำให้พี่กีฮยอนผิดหวังเลยครับ” ว่าแล้วก็ยิ้มกว้าง มือจับสายกระเป๋านักเรียนแล้วกำเอาไว้หลวมๆ อันที่จริงไม่หวังว่าจะได้รับการตอบรับหรืออะไรในแง่บวก ขอแค่ได้บอกและได้เริ่มทำอะไรนิดหน่อยก็พอใจแล้ว 



ยอมรับว่าพอเห็นปฏิกิริยาตอบรับก็อดดีใจไม่ได้



พี่ติวคนนี้หากมองภายนอกก็เป็นผู้ชายท่าทางห่ามๆ คนหนึ่ง ช่วงไหล่ถือว่ากว้างแค่ขาเล็กกับผิวขาวจัด เนื้อเสียงกับคำพูดคำจาก็ค่อนไปทางดุและเอาจริงเอาจัง ทุกวันนี้ก็ยังใช่อยู่ แต่พอมีความชอบเข้ามาปนเลยกลายเป็นขยับตัวนิดหน่อยก็น่ารักไปเสียหมด ขนาดโวยวายแทบตะคอกยังน่ารักพอๆ กับน่ากลัวเลย



“อย่า”



จองกุกเลิกคิ้ว มองคนที่จู่ๆ ก็หันกลับมาร้องห้ามหน้าเครียด ริมฝีปากที่ชอบนักหนาเม้มแน่นจนเป็นเส้นตรง คิ้วก็ขมวดจนดูหน้ายุ่งไปหมด



“อย่าบอกกีฮยอน”



“ทำไมเหรอครับ” 



คนฟังจิ๊ปาก เขาไม่ชอบเท่าไหร่เวลาไม่เป็นตัวของตัวเองระดับคุมการกระทำไม่ได้ จะขยับมือก็มือสั่น จะลุกเดินก็กลัวเป๋ไปเตะนู่นเตะนี่ และเชื่อเถอะว่าอาการแบบนี้เพิ่งเกิดขึ้นครั้งแรก เขารับมือไม่ถูกและไม่รู้ว่าต้องจัดการกับมันยังไง ยิ่งมีสายตาของลูกหมาวัยกำลังโตจ้องเป๋งมาแบบนี้ใครจะไม่ลน



“มันน่าอายปะ พี่ปีสี่แล้วนะ โดนเด็กม.หกพูดงี้ใส่แม่ง...”



“ไม่เห็นต้องอายเลยครับ พี่น่ารักจะตาย”



“หุบปาก” 



ไม่น่าโตเลย!



มันหัวเราะ ยิ้มร่าแบบมีความสุขสุดๆ เหมือนตอนอยู่แค่ม.ห้าที่เพิ่งเรียนใหม่ๆ แบบไม่ต้องเครียดจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ คงโล่งใจไปเยอะทั้งเรื่องสอบแล้วก็เรื่องที่อยากทำ 



ยุนกิได้แต่ส่ายหน้า ลากบทสนทนากลับมาหาสาระคือนั่งคุยเรื่องการสัมภาษณ์ต่ออีกครึ่งชั่วโมง หลังสรุปเสร็จบอกแนวทางเรียบร้อยเด็กนั่นก็เก็บของเตรียมกลับบ้านไปกินข้าวกับแม่ เกือบจะลากเขาไปด้วยแล้วแต่มีข้ออ้างชั้นเยี่ยมคืองานไม่เสร็จ ซึ่งมันก็ไม่เคยเสร็จหรอก



ตามประสาเจ้าบ้านที่ดีก็ควรเดินไปส่งแขก



ความเงียบเข้ามาแทนอยู่พักใหญ่ตอนยืนอยู่หน้าประตู มือกำลูกบิดไว้แต่ยังไม่เปิดออก



พี่ติวตัวขาวยืนมองแววตาเป็นประกายมีความสุขแล้วก็แอบยิ้มตาม พูดให้กำลังใจเชิงบ่นจนปากบนงุ้ยๆ “เอาน่า หน้าเครียดเลย ถ้าไปสอบตรงเวลา ส่งเอกสารอะไรเรียบร้อยก็ไม่มีปัญหาหรอก ไม่ต้องคิดมาก”



“เอกสาร?”



“อือ เดี๋ยวอาจารย์คงให้ปีสองปีสามไปช่วยอธิบายตอนรอสอบเองแหละ”



จองกุกพยักหน้ารับ สายตาจับจ้องไปยังริมฝีปากที่น่าจะนุ่มนิ่ม ยิ่งตอนเจ้าตัวพูดอะไรรัวๆ ยาวเหยียดไม่พักหายใจยิ่งดูน่ารัก และคงจะมองนานไปหน่อยจนเหยื่อรู้ตัว หุบปากฉับขมวดคิ้วถามเชิงว่ามองทำไม



คล้ายเวลาหยุดลงตอนสบตา



ใบหน้าของเด็กมัธยมปลายที่เข้ารูปเข้ารอยขยับใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ยุนกิยืนตัวเกร็งไม่กล้าขยับ มองดวงตากลมโตเหมือนลูกกระต่ายระยะประชิดแล้วหลุบตาต่ำ มือกำลูกบิดแน่นจนแทบหักตอนลมหายใจอุ่นๆ ใกล้จนสัมผัสได้ 



ยังไงดีวะ



คนแก่กว่าไม่กล้าหายใจก็ตอนมือใหญ่ๆ ยกขึ้นประคองใบหน้าด้านขวา



หรือไม่ควร...



ความถูกต้องกับจิตใต้สำนึกตีกันเละเทะในหัว 



ทว่าสัมผัสแผ่วเบากลับเฉียดผ่านริมฝีปาก



ก่อนกดลงที่แก้มนุ่มนิ่ม 



จอนจองกุกแตะค้างไว้เบาๆ พอให้อุ่นวาบทั้งตัว สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกรักใคร่จ้องมองมาและมันต่างไปจากเด็กน้อยขี้กลัวเหมือนคนละคน มือที่จับอยู่แถวสันครามย้ายมาปัดผมม้าของพี่ติวให้เข้าที่ คลี่ยิ้มพอให้คนมองยืนนิ่งเหมือนกลายร่างเป็นหิน



เสียดาย แต่เขารู้สึกว่าไม่ควรก็ตอนเสี้ยววินาทีสุดท้าย



ถึงพี่คนนี้จะยืนนิ่ง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทำได้ตามใจอยาก



“ถ้าประกาศผลเมื่อไหร่... ขอจองกุกจีบพี่ยุนกินะครับ” 



เนื้อเสียงนุ่มละมุนประกอบกับรอยยิ้มบางๆ ไม่ได้ทำให้สติกลับมาซักนิด มือใหญ่ๆ จับลูกบิดประตูซ้อนทับกับที่เจ้าของห้องจับไว้ตั้งแต่ต้น ออกแรงหมุนเปิดพร้อมหันหน้าหลบทั้งที่ใบหูตัวเองก็ขึ้นสีแดงเรื่อพอกัน



อาจเป็นครั้งแรกที่ยุนกิรู้สึกแพ้



แพ้หมดรูป



เขายกตัวเองเหนือเรื่องราวหรือความสัมพันธ์ต่างๆ เพราะไม่อยากลงไปร่วมวุ่นวายกับสงครามจิตวิทยาในสังคม แต่พอเป็นเด็กคนนี้ที่ดูจะโตขึ้นมากในรอยต่อระหว่างวัย ทั้งคำพูด บุคลิก ความไม่แคร์โลกทั้งหมดเหมือนพังครืนไม่เป็นท่า และยิ่งเละเทะไม่เหลืออะไรเลยเมื่อโดนความจริงใจทั้งหมดซัดเข้าอย่างจัง



จองกุกไม่มีหน้ากากในการเข้าสังคม ไม่เคยแม้แต่ทำดีหวังผล



แค่มาขอเริ่มความสัมพันธ์ ขอให้เขาเปิดโอกาส



และการกระทำทุกอย่างมันชัดเจนเท่าที่เด็กคนหนึ่งจะทำได้



ประตูถูกเปิดและปิดลงภายในไม่กี่วินาที ยุนกิเดินไปทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้แบบหมดเรี่ยวหมดแรง เขาไม่ชอบเวลาถูกปฏิบัติด้วยเหมือนอ่อนแอจากคนที่เข้ามาจีบ ไม่ชอบเวลาตัวเองเกิดความรู้สึกรวนจนคุมไม่ได้ โอเค จริงอยู่เด็กนั่นไม่เคยแสดงออกว่าจะมาดูแลนู่นนี่นั่นมากมาย ออกแนวเดินตามต้อยๆ ด้วยซ้ำไป



แต่ไอ้ที่ทำตะกี้นั่น...



ให้ตายเหอะ อายุก็ปาไปเท่านี้ คนอื่นเมคเลิฟกับแฟนหรือเที่ยวผับวันไนท์สแตนด์เป็นเรื่องปกติแท้ๆ คนอย่างเขาจะนั่งเขินหน้าไหม้ทำไมวะกะอีแค่ปากแตะแก้มจากเด็กน้อยมัธยมปลายอายุสิบแปดขวบ นี่มันไม่ใช่เรื่องเลย และไม่ควรเป็นแบบนี้ เขาเองก็ไม่จำเป็นต้องกลับมาทำตัววัยรุ่นเจอรักแรกเลยด้วย



เพราะรู้สึกนั่นแหละเลยรู้สึก



แม่ง



จะทำงานต่อยังไงวะ









∞  ∞  ∞









วันสอบสัมภาษณ์ เพราะอาจารย์ที่ปรึกษาไปเป็นกรรมการสอบเลยมีคาบว่างปล่อยให้ทำงาน โดยทั่วไปจะใช้เวลาทั้งวันนั่นหมายความว่าไม่มีเรียน ถึงอย่างนั้นยุนกิก็แอบโผล่ไปด้อมๆ มองๆ ที่ตึกคณะ มือก็ถือกระเป๋าแล็บท็อปเอาไว้ไม่ห่าง สอดส่องผ่านกระจกก็เห็นใบหน้าคุ้นตากำลังนั่งเปิดพอร์ทพลิกไปมาละม้ายคล้ายพ่อค้าหมูปิ้ง



มันน่าดีใจที่เห็นเด็กติวตัวเองอยู่ตรงนี้



แต่...มันจะไม่เข้าหาคนรอบตัวเลยจริงดิ



พี่ตัวขาวขมวดคิ้ว มองอยู่อย่างนั้นเกือบนาทีถึงเห็นนักเรียนชายสองคนจากโรงเรียนชื่อดังเข้าไปนั่งข้างๆ แล้วทักเด็กกระต่าย มันตาโตทำหน้าตกใจอยู่ครู่เดียวค่อยเปลี่ยนเป็นหยิบโทรศัพท์มาเปิด ดูจากท่าทางการจับก็ไม่ต้องเดาเลยว่าเรื่องเกมอีกตามเคย เด็กผู้ชายวัยนี้คงไม่พ้นเพลง หนัง ไม่ก็เกมออนไลน์



ที่จริง... เขาไม่ได้รับหน้าที่ดูแลว่าที่นักศึกษาหรอก และไม่ควรขึ้นมาบนนี้ได้ด้วยซ้ำ แต่เพราะปาร์คจีมินเป็นหนึ่งในคนเช็คชื่อ ทำหน้าหาเรื่องนิดหน่อยก็เดินผ่านเข้ามาสบายๆ ตัวอาจารย์เองก็มองแล้วไม่ได้ว่าอะไร



ตึกเรียนหนึ่งชั้นถูกกั้นเตรียมไว้สำหรับการสอบ โดยห้องใหญ่ที่สุดเอาเก้าอี้มาตั้งเรียงไว้หลายแถวสำหรับให้นั่งตากแอร์สบายๆ รอเรียกตามลำดับใบรายชื่อ มีเด็กปีสองนั่งคุมอยู่ด้านในกับอาจารย์หนึ่งท่าน ส่วนหน้าประตูคือปาร์คจีมินที่จะคอยรันคิวให้ออกมานั่งหน้าห้องสอบจริงทีละคน 



เหมือนรอเชือดนั่นแหละ



ประตูถูกเปิดออก เป็นน้องอีกคนที่ยื่นหน้ามาถามว่ามีธุระอะไรรึเปล่า ก็ได้แต่ส่ายหน้าแล้วเดินหนีเพราะไม่อยากขัดจังหวะการหาเพื่อนใหม่ของเด็กติวตัวเอง ถ้าเข้าไปตอนนี้จองกุกคงเดินเข้ามาชวนคุยหรือบ่นว่าประหม่าเหมือนปกติ ดีไม่ดีจะเป็นเป้าสายตาว่าติดเพราะเรียนกับพี่ในคณะ อาจจะรู้แนวข้อสอบหรืออะไรไม่เหมาะสม



ยอมรับก็ได้ว่ากลัวมันโดนมองไม่ดี



หากถึงเวลาที่จองกุกขึ้นปีหนึ่ง หมายความว่าเขาเรียนจบไปแล้วและเป็นบัณฑิต ขึ้นชื่อว่าเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องในคณะแต่ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องหรือทำกิจกรรมรับน้องอะไรร่วมกันมาก่อน เด็กนั่นก็ควรมีสังคมกับกลุ่มเพื่อนใหม่ๆ ของตัวเอง ดีไม่ดีจะได้เปิดหูเปิดตา ไอ้ความรู้สึกที่บอกว่าชอบเขานั่นอาจจะเปลี่ยนไปก็ได้



ยุนกิไม่ถนัดเข้าสังคม โลกของเขาเปิดรับแค่คนไม่กี่คนเท่านั้นแหละ แต่สำหรับจอนจองกุกมันไม่ใช่ มันมีกลุ่มเพื่อนมัธยมกลุ่มใหญ่ เฮฮาร่าเริงตามประสาเด็กผู้ชาย จะให้มาหมกในห้องแคบๆ เพื่อเขาก็ไม่ถูก



อีกอย่างคือไม่มีพันธะอะไรอีกแล้ว



สอบติดก็คือจบ ส่งมันถึงที่หมาย ไม่มีหน้าที่อะไรเหลือและไม่ต้องดูแล



ถอนหายใจออกมาจนหมดปอดเสร็จก็แยกเขี้ยวใส่จีมินที่เดินมากวนประสาท แน่นอนว่ามันหัวเราะกลับมาแบบไม่สำนึกซักนิด ปิดด้วยกดจุดตรงสะบักจนเจ็บจี๊ดแหกปากลั่น “เจ็บโว้ย แรงก็เยอะยังจะแกล้งอีก”



“ก็เห็นหน้าหงอยๆ ผมก็ต้องทำหน้าที่น้องที่ดีดิ” เด็กผียักไหล่ สีหน้าน่ารักปนกวนประสาท “เนี่ย เข้ามาแล้วก็ไม่ยอมไปหาจองกุก ให้กำลังใจน้องมันหน่อยดิพี่ ทำเด็กมันติดก็อย่าทิ้งกลางทาง”



“กลางทางอะไร ปลายทางแล้ว หมดหน้าที่แล้ว” พูดพลางส่ายหน้า ถอนหายใจอีกรอบแบบอดไม่ได้ ถามว่ารู้สึกยังไงที่เด็กมันบอกชัดเจนว่าจะจีบก็คงต้องบอกว่าค่อนไปทางดี แต่พอเริ่มคิดทบทวนจริงจังก็พบว่ามันยาก เขากลัวนู่นกลัวนี่ กลัวทุกอย่าง ไม่กล้าแม้แต่จะทุ่มเทให้ใครเพราะกลัวความล้มเหลว



หลายคนบอกว่ามินยุนกิบ้าความเพอร์เฟ็ค ใช่... เขาชอบเห็นความสำเร็จ ชอบเป็นคนควบคุม ค่อยๆ สร้างทุกอย่างให้ออกมาสมบูรณ์ที่สุดแม้จะอดหลับอดนอนขนาดไหน แต่กับความสัมพันธ์มันไม่ใช่แค่เขาคนเดียว และมันน่ากลัวตรงที่ไม่สามารถใช้เหตุผลอะไรมารองรับได้ซักนิด



จีมินเลิกคิ้ว ฟังประโยคเมื่อครู่แล้วก็หลุดหัวเราะ 



“ตอนสอนจีมพี่ก็คิดงี้อะ”



“ก็มันจริง”



“สำหรับพี่คือสอนให้เด็กสอบติด ให้เรียนในคณะรอดก็จบแล้วถูกปะ” ปีสามหันไปเช็คชื่อน้องคนต่อไปให้ไปนั่งรอหน้าห้องสอบห้องอื่น แจกยิ้มเรี่ยราดไปหมดแล้วค่อยกลับมาปั้นหน้าจริงจังใหม่ “แต่สำหรับพวกจีมที่พี่สอนมามันไม่ใช่ไง ถึงติดแล้วพี่ก็เป็นพี่ติวอยู่ดี ที่วาดๆ ได้หมาบ้างแมวบ้างก็เพราะพี่อะ”



เลวเถอะ งานปีหนึ่งวิชาดรออิ้งเขาไม่เคยต่ำกว่าบี อย่าโทษคนสอน



“แต่ที่ติดก็เพราะตั้งใจฝึกเองปะวะ อีกอย่างเข้ามหาลัยก็ต้องอยู่สังคมใหม่”



ค้านเสร็จก็ยกมือนวดขมับ ไม่รู้คุยกับจีมินจะทำให้หายเครียดหรือปวดหัวหนักกว่าเดิมเพราะมันหัวเราะลั่น



“พี่จะบ้าอ่อ เพื่อนมันต้องหาอยู่แล้ว แต่พี่เป็นพี่ไง เจอกี่สังคมช่างแม่งดิ ยังไงพี่ก็เป็นคนสอนจีมวาดรูป พี่มีคนเดียว จีมอยากติดต่อพี่ไปเรื่อยๆ เพราะพี่โคตรสำคัญเลยไง แล้วคิดงี้คือจีมไม่สำคัญเลยดิ” กระดาษรายชื่อเด็กเข้าสอบถูกม้วนแล้วฟาดที่ต้นแขน ทำหน้าหาเรื่องใส่แล้วคลี่ออกมาจดยุกยิกก็ตอนมีน้องออกจากห้องสอบ



“ไม่ใช่งั้น แค่... เออ นั่นแหละ”



ตาชั้นเดียวที่เคยสดใสร่าเริงมองมาแบบจะกินเลือดกินเนื้อ “นั่นแหละอะไร พี่เมมใส่หัวไว้เลย เรียนจบทำงานกี่ปีก็จะเป็นเด็กเปรตใส่พี่งี้ไปตลอดแหละ พี่สำคัญกว่าที่พี่คิด พี่ทำให้จีมวาดรูปเป็น แล้วที่จองกุกมองพี่มันไม่ใช่แค่นั้นไง แทบจะกินหัวจีมอยู่แล้ว เพราะงั้นไม่ต้องคิดแทนน้องมันหรอก”



พอโดนสวดยาวไม่หยุดก็เหมือนตัวหดเหลือสองนิ้ว พี่ตัวขาวยกมือข้างที่เหลือขึ้นมาลูบหลังคอ เจองี้ในหัวยิ่งรวนไปกันใหญ่ มันตีกันระหว่างมุมมองของคนสองฝั่ง และเขาหาข้อสรุปไม่ได้



“ก็รู้ว่าพี่ไม่ชอบการเปลี่ยนแปลงปะวะ แล้วช่วงขึ้นมหาลัยแม่ง...”



จีมินเลิกคิ้ว กวาดสายตามองใบรายชื่อแล้วเปิดประตูเรียกหมายเลขสิบเจ็ดให้ออกมารอหน้าห้องสอบ 



“พี่ เอาจริง อย่าดูถูกความรู้สึกคนอื่นดิ”



“ไม่ได้ดูถูก”



“ถ้างั้นพี่ตัดสินน้องมันล่วงหน้าได้ไงอะว่าจะเปลี่ยน” มันยกมือเสยผม เปิดประตูไปตะโกนเรียกหมายเลขสิบเจ็ดอีกทีพร้อมคีบต้นแขนยุนกิไว้ไม่ให้หนีไปไหน “ผมติวกับพี่ เคยจีบพี่ รู้ว่าพี่เป็นไง แล้วก็ดูออกด้วยว่ากับจองกุกอะพี่โอเค ปัญหาคือพี่คิดงี้โคตรใจร้ายเลยรู้ตัวปะ”



ประตูสีเข้มด้านหลังถูกเปิดออก 



ใบหน้าคล้ายกระต่ายโผล่ออกมามองซ้ายขวาก่อนจะหยุดลงที่การสบตากับนักศึกษาปีสี่ที่เจอกันมาตลอดระยะปีกว่า ก่อนแววตาตกใจจะกลายเป็นสดใสร่าเริงเหมือนเจอเจ้าของ ฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันแทบครบทุกซี่



จะบอกว่าบรรยากาศเปลี่ยนก็ไม่ผิด



“พี่ยุนกิ! ไหนบอกไม่มา แล้วทำไมหน้าเครียดงั้นอะครับ”



“อ... เออ แวะแป๊ปเดียว จะกลับละเนี่ย” เจ้าของชื่อสะบัดแขนออกจากมือของรุ่นน้อง หันไปจ้องเป๋งคล้ายจะเอาเรื่องก่อนค่อยกลับมาต่อบทสนทนากับคนที่ตัวเองพยายามหลบเมื่อครู่ “ไปรอหน้าห้องไป อย่าไปเกร็งใส่อาจารย์ล่ะ”



เด็กม.หกยังยิ้มค้างอยู่ มือสองข้างจับพอร์ทเล่มหนาของตัวเองไว้แน่น แววตาเป็นประกายซ้ำยังดูสดใสกว่าช่วงรอประกาศผลคนมีสิทธิ์สอบหลายเท่า ถ้ามีหูหางคงกระดิกได้น่ารักน่าชัง



“ขอกำลังใจ”



ลูกหมาชัดๆ



มินยุนกิมองแล้วก็หลุดยิ้ม ยกมือขึ้นลูบหัวเด็กติวก่อนจะปิดท้ายด้วยการเขกเบาๆ หนึ่งที “ทำให้ดีล่ะ”



เสียงเรียกจากปีสามอีกคนหน้าห้องสอบสัมภาษณ์ดังขึ้น จองกุกรีบโค้งขอตัวแล้วก้าวเร็วๆ ไปนั่งรอหน้าห้อง สายตายังจับจ้องที่พี่ทั้งสองคนแบบดีใจก็ไม่ใช่ตื่นเต้นก็ไม่เชิง ลนลานไปหมด เมื่อคืนยังบอกว่าจะไม่มาอยู่เลย แต่พอเปิดประตูตอนถึงคิวตัวเองก็เห็นตัวขาวซีดๆ ยืนหน้าตึงอยู่ซะงั้น



จีมินเหลือบมองครั้งหนึ่ง ยกมือเสยผมอีกรอบแล้วกระตุกยิ้มกวนเท้า



“ก็แค่เนี้ย ตะกี้ยังหน้าเครียด พอเจอน้องจู่ๆ ก็ยิ้มออกเฉย”



“ไม่ต้องแซว”



ชื่อจอนจองกุกถูกติ๊กว่าเข้าห้องสอบ คนสอนมาตั้งแต่แรกมองตามแล้วก็เผลอตัวยืนตบเท้าแบบลุกลี้ลุกลน ยิ่งตอนเด็กนั่นเคาะประตูแล้วเดินเข้าห้องไปก็ยิ่งยืนไม่ติดที่ แสดงออกทางสีหน้าชัดเจนว่าเป็นห่วงจนคนข้างๆ แกล้งถอนหายใจออกมาให้ได้ยินกันชัดๆ “ห่วงก็บอกห่วง”



“เปล่า”



“เชื่อก็ได้ แต่พี่... พี่อะเครียดง่าย ควรหาคนที่อยู่ด้วยแล้วโอเคปะ จีมว่าเหมาะเลยนะ”



นี่เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญ



เพราะจองกุกมันซื่อ เป็นเด็กไม่มีหน้าหลังอะไรทั้งนั้น ยอมรับง่ายๆ เลยว่าเวลาอยู่ด้วยกันมันค่อนข้างสบายใจและเป็นตัวของตัวเอง ขนาดยอมปล่อยเข้ามานั่งๆ นอนๆ ในหอพัก ยอมให้นอนเตียงเดียวกันแบบไม่รู้สึกอึดอัดก็ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความแล้วว่าเปิดรับมากว่าครึ่ง



“ก็ใช่...”



อดีตเด็กติวส่ายหน้า แสร้งถอนหายใจแบบน่าเตะซักที “ไม่ต้องคิดเผื่อหรอกพี่ อยากทำไรก็ทำ”



“ขอบใจ”



สุดท้ายมันก็จบลงง่ายๆ เพราะเห็นจอนจองกุกท่าทางมีความสุข



มันจริงที่ไม่ควรตัดสินใครล่วงหน้า อีกอย่างคือเขาสอนมากับมือ ทำไมจะไม่รู้นิสัยเด็กน้อยพวกนั้น



ไม่สิ เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือทำไมทุกคนถึงดูออกกันหมดเลยวะ ทั้งที่จีมินเพิ่งเคยเจอแค่สองครั้ง แต่มันฟันธงฉับเดียวเลยว่าจองกุกไม่ได้มองเขาแค่พี่ หนักสุดคือเดาออกไปถึงเรื่องที่ว่าเขากำลังเครียดเรื่องอะไรหรือคิดอะไรอยู่ จะบอกว่ากีฮยอนมาเล่าก็เป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีเหตุผลอะไรต้องบอก



ยุนกิยืนขมวดคิ้ว จ้องตาเหลี่ยมๆ ของอดีตเด็กติวแล้วเค้นถาม 



“ทำไมพูดเหมือนรู้”



เสียงหัวเราะดังกลับมาเป็นอย่างแรก 



ไม่รู้จะขำอะไรนักหนา



“โหพี่ ใครดูไม่ออกก็บ้าละ วันสอบวิชาการนี่น้องหน้าหงิกแบบต่อยได้ต่อยละอะ” เสียงนุ่มๆ พูดแล้วก็บุ้ยปากไปทางห้องสอบ แสร้งลูบแขนตัวเองเหมือนกลัวนักหนาทั้งที่มีแต่กล้ามเนื้อเป็นก้อนๆ “พี่กิก็เหมือนจะดูยากนะ แต่ไม่อะ พี่ไม่เคยโอ๋ใครขนาดนี้ ลองจีมงอแงบ้างดิโดนต่อยปากแตกพอดี”



จู่ๆ ก็รู้สึกสองมาตรฐาน



“...ไม่ขนาดนั้นปะวะ”



“ขนาดนั้นแหละ ละนี่จะรอจองกุกสอบเสร็จปะ”



“ไม่อะ ให้มันหาเพื่อนใหม่บ้าง เดี๋ยวแม่งก็งอแงอยากกลับด้วยอีก” ว่าแล้วก็หยิบโทรศัพท์ออกมาดูเวลา พอเห็นว่าใกล้ถึงเวลาที่นัดกับกีฮยอนไว้แล้วก็ตาเหลือก รีบโบกไม้โบกมือพลางย่ำเท้าแบบลนๆ “ไปละ ถ้ามันถามก็บอกว่าพี่นัดไปห้องสมุดกับไอ้กีแล้วกัน”



“เดี๋ยวดิพี่”



อะไรอี๊ก



ความคิดในหัวเมื่อครู่คงจะแสดงผ่านสีหน้าชัดไปหน่อย ปาร์คจีมินเลยล็อคตัวไว้ ก่ายแขนขาเหมือนตะกายต้นไม้ หัวก็ถูๆ อยู่แถวคอเขาเหมือนลูกหมาอ้อนเจ้าของ ปัญหาคือมันไม่น่ารัก ดูกวนประสาททะลุปรอท “งานไฟนอลจีมคิดหัวข้อไม่ออกอะ พี่กิช่วยหน่อยดิ นะ น๊า”



ว่าละ



“ไม่โว้ย! จารย์ที่ปรึกษามีก็ถามดิวะ”



นัวเนียตบตีกันอีกพักใหญ่กว่าจะสะบัดหลุด สุดท้ายผลคือเด็กกระต่ายหิ้วพอร์ทเล่มหนาออกมาเจอภาพสนิทสนมเกินกว่าปกติเพราะเล่นโดนกอดแขนซะแน่น จากสีหน้าตื่นตระหนกจากการสอบเลยกลายเป็นพยายามเก็บความหงุดหงิด กลับไปบอกลาเพื่อนใหม่แล้วหิ้วกระเป๋าลากมินยุนกิออกจากตึกสอบ



โดยมีเด็กเวรตะไลยืนยิ้มร่าโบกไม้โบกมือ



ทำไมใครๆ ก็ทีมจองกุกวะ



แม่งเอ๊ย... ต้องไปโดนกีฮยอนแซวต่ออีก



ไอ้มือที่กุมแบบประสานนิ้วนี่ก็อีกอย่าง 



...แต่เอาเหอะ อุ่นดี







ø


#พี่ติวยุนกิ






มาแว๊ว

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นต์ค่า <3

(จะ17ตอนจบจริงหรือไม่... ไม่เห็นวี่แววว่าจะจบเลยอะ.. แถมตอนนึงยาวขึ้นเรื่อยๆ...)


ปล.วันเกิดพี่โฮปปปปปปปป เรื่องนี้พี่ไม่มีบทแต่รักนะคะะะะะ


17 FEB 2018








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 149 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #843 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 23:14
    น่ารักกกกก
    #843
    0
  2. #822 SNW ...Kya ing (@vasuntara-ink) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 00:27
    โอ้ย อบอุ่นหัวใจจริงๆค่ะอ
    #822
    0
  3. #819 Nulaw (@Nulaw) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 14:14
    เวรี่กู๊ดดด
    #819
    0
  4. #806 aqua11 (@aqua11) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 13:07

    เขินตั้งแต่ช่วงแรกยันจบตอนเลยค่ะ ฮื่อ ตอนนี้คืบหน้าไปหลายอย่างเลยทั้งได้กอดแน่นๆ บอกชอบ ขอจีบ หอมแก้ม จับมือ แต่ตอนที่จะจูบแล้วเปลี่ยนไปหอมแก้มนี่แบบ แง น้องดีมากเลยค่ะ เพราะรู้ว่าพี่เขาเป็นยังไง ไม่ควรข้ามเส้นเร็วเกินไป เลยยั้งตัวเองไว้แล้วเปลี่ยนไปหอมแก้มแทน มันแบบ นี่แหละ เหมาะสมกับพี่เขาแล้ว รู้ทันพี่เขา รู้ว่าพี่เขาคิดยังไง เป็นแบบไหน แล้วจะไม่ให้ทุกคนทีมจองกุกได้ยังไงกันคะพี่กิ

    #806
    0
  5. #783 Ing_ntkd (@natrika-ing) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 16:28
    เขินนนน งื้ออออ
    #783
    0
  6. #765 Mew (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 18:05

    นี่อ่านไปยิ้มไป แก้มจะระเบิดด

    #765
    0
  7. #720 ARDS; (@babyshorttyrd) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 03:27
    อ่ะ มีหึงแล้วนาาา
    #720
    0
  8. #566 Mie_Sorata (@Poramapon) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 14:13
    โง่ยยยย มืออุ่นดี ฮื่อออ
    #566
    0
  9. #563 I-HuATo (@I-HuATo) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 00:51
    ทีมจกุก555555
    #563
    0
  10. #561 juangkook (@juangkook) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 20:22
    งื้อน่ารักกก
    #561
    0
  11. #545 MinJee_Hyung (@siripornsukjam12) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:00
    งื้อออออออ เนื้อเรื่องดำเนินแบบเรียบๆแต่ชอบอ่ะ เขินเลยค่าาาา>////<
    #545
    0
  12. #544 ilyyy (@krinigt88) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:35
    จีมหนูไปงัวเงียงั้นได้ไง เดี๋ยวก็โดนกินหัวจริงๆหรอก 555555555555555555
    #544
    0
  13. #540 p_pin2 (@p_pin) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:26
    โอ้ยน่ารักมากกก อ่านไปยิ้มไป ชอบความเนิบๆของเรื่องฮือออ
    #540
    0
  14. #538 Gasoline0108 (@sai_snackk) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:48
    น่ารัก น่ารัก น่ารัก มีแต่ความน่ารักเต็มไปหมดเยยยยย
    #538
    0
  15. #534 ilovehc (@kapokdekd) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:58
    เขินมากกกกกดดกก
    #534
    0
  16. #529 jmgotnojams (@jmgotnojams) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:26
    ฮื่อ เขินนนนนนนนนพูดได้แต่คำว่าน่ารัก ฮื่ออออออออ
    #529
    0
  17. #528 mimoyomo (@mollyyoon) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:17
    ฮรืออออออ เขินจนหมอนขาดไปหลายใบแล้วค่ะ แงงงงงง ทำไมน่ารักทำไมดีแบบนี้ กินเด็กแล้วมันกระชุ่มกระชวยงี้เองสินะ... อะแฮ่ม ใจเต้นตามตอนหอมแก้ม ตอนจับมือตอนจบด้วย แสดงความเป็นเจ้าของแรงมากค่ะ 55555 คือแบบรอมาหลายตอนในที่สุดฉากสวีทเราก็มา แต่ตอนหน้าจบแล้ว ม่ายยยย ไหนๆหมอนจะขาดยุ่ยแล้วก็ขอฟินๆอีกหน่อยให้ซื้อใบใหม่ไปเลยนะคะ! ที่จริงคือเสียดาย ไรท์แต่งดีอ่านแล้วยิ้มตามตลอดเลย คิดถึงแน่ๆ แงง
    #528
    0
  18. #525 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:38
    ฮือออออ เขินไม่ไหวแล้ววว ตอนน้องสอบติดสัมภาษณ์ไปวอแวพี่ที่หอมันน่ารักมากเลย ชอบตอนที่อยู่ๆ ก็ยืนมือออกไปหาพี่ จองกุกอ้อนแล้วน่ารักมากจริงๆ ค่ะ พี่ยุนกิอย่าคิดอะไรมากเลยยย ทำตามที่ตัวเองอยาก อย่าคิดมากแทนน้อง น้องมีแต่พี่ยุนกิน้าา เนี่ยยย น้องหงุดหงิดแล้วเพราะพี่จีมแกล้งเนี่ย พาน้องไปหาอะไรอร่อยๆ กินเลยยยย
    #525
    0
  19. #524 januch (@januch) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:55
    อ่านตอนนั่งรถ เขินแทบอยากเอาหัวโขกหน้าต่างแล้วพุ่งตัวไปดิ้นบนท้องถนน
    #524
    0
  20. #523 Yok-Wnl (@Yok-Wnl) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:51
    งุ้ยยยยยยย ไปเคลียร์กันดีๆนะคะะะ
    #523
    0
  21. #522 myOwπ (@aOnw) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:21
    จีมินแบบกลั่นแกล้งสุด 555555555
    แต่นี่ว่าดีแล้วนะที่จองกุกแค่จูบแก้ม เพิ่งเริ่มอย่ารุกเยอะ ขนาดแค่จูบแก้มคนพี่ยังคิดคะเน กังวลไปไกลต่อไหนๆ แล้ว 5555555
    #522
    0
  22. #520 APEANGS (@chaaimm) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:25
    พี่จีมทำดีมาก
    ฮือออออนุเขินๆๆๆๆๆๆ
    #520
    0
  23. #519 P.JOKER (@0910956786) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:07
    เขินน โอ้ย ยิ้มไม่หุบเลย
    #519
    0
  24. #518 KONYBANG (@runrara) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:43
    ในที่สุดก็มีวันนี้ วันที่ไรท์ประทานฉากหวานๆมาให้ ฮรืออ ยิ้มไม่หุบเลย เข้าใจความละมุนที่มันค่อยๆมีอ่ะ ขนาดหวานไม่มากยังเป็นขนาดนี้ ถ้าหวานจนจบูบกันเราคงกัดลิ้นตายไปแร้ว กรี๊ดดดดดดดดดดด ออมมม่าเค้าหอมแก้มกันค่ะแม่ แงง &#128557;
    #518
    0
  25. #517 grumpyboy (@romeojojo) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:33
    เขินอะค่ะแค่หอมแก้มไรงี้จับมือกันงี้
    เราอ่านแล้วต้องเขินเบอร์นี้หรอ งงตัวเองเหลือเกิน
    ฮือ สู้นะจกุกนี่จริงๆก็ได้ใจพี่เขาไปเต็มๆแล้วล่ะแต่ติดที่พี่เขายังคิดๆอะไรอยู่เนอะ
    ตกลงปลงใจกับน้องไปเลยพี่ยุนกิ๊
    #517
    0