พี่ติวยุนกิ [BTS: KOOKGA]

ตอนที่ 11 : Chapter 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,426
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 147 ครั้ง
    16 ธ.ค. 60








#พี่ติวยุนกิ

11

*มีตอน10.5ในจอยลดา >>  จิ้ม






มินยุนกินั่งตัวเกร็งอยู่บนแท็กซี่



ตั้งแต่สอนมา จองกุกเป็นเด็กดื้อเงียบน่ะใช่ แต่ต่อให้มันวาดไม่ได้หรือน้อยอกน้อยใจขึ้นมาก็จะไม่โวยวายจนถึงระดับงี่เง่าไร้สาระ วันพฤหัสที่ไลน์มาบอกว่านิ้วซ้นก็คิดว่าคุยรู้เรื่องไม่มีปัญหาอะไร จนเช้าวันนี้ก็ส่งข้อความมาบอกว่าอยากเรียน แล้วจู่ๆ ก็เปลี่ยนเป็นประชดกันซะอย่างงั้น



โอเค เขาเป็นคนบอกเองว่าจะไม่สอน เพราะเด็กมันเอาแต่ยืนกรานว่าเรียนไหว



คนเจ็บก็ควรพักจนกว่าจะหายดี ไม่ใช่ฝืนจนอาการแย่ลง



ไม่คิดว่ามันจะเริ่มประท้วงโดยการตอบข้อความช้า แล้วบ่นมาหนึ่งพรืดเหมือนเด็กน้อยวัยประถม ปิดท้ายด้วยประชดอีกสองดอก ผลคืออะไร เขาที่นั่งหาวทำงานอยู่หอพักก็ตาเหลือกบังคับให้ส่งโลเคชันมา รีบเก็บของแบกคอมพิวเตอร์วิ่งไปสถานีรถไฟฟ้า ต่อด้วยโบกแท็กซี่เพราะเพิ่งสำนึกได้ว่าตัวเองไม่รู้ทางแถวนี้เลยซักนิด 



ช่วงนี้เครียดกว่าปกตินิดหน่อยเพราะมหาวิทยาลัยกำลังจะสอบไฟนอล คณะแบบเขาแม้จะไม่ค่อยมีวิชาการแต่ก็ต้องทำงานส่งแทนการสอบ ซึ่งระยะเวลาที่ใช้ทำ กว่าจะส่งหัวข้อ ทำงาน พรีเซ้นท์ รวมกันหลายวิชาวุ่นวายชวนปวดหัวไปหมด ว่ากันตามตรงคือทั้งปวดหัวทั้งเหนื่อย พอบวกเรื่องของจอนจองกุกเข้าไปอีกก็ไม่รู้ว่าจะหาพลังชีวิตมาจากไหน



อันที่จริงก็ไม่ได้งานเดือดขนาดนั้นเพราะเร่งทำก่อนกำหนดมาตลอด 



แค่อยากให้มันสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ 



ในหนึ่งวันก็แทบจะขลุกอยู่แต่กับการปั่นงาน ไม่ได้ไปเที่ยวหรือเดินเล่นเท่าไหร่นัก หากไม่นับการสอนพิเศษตอนเย็นบ้างวันเสาร์บ้างก็แทบไม่ได้พบเจอผู้คน ส่วนยูกีฮยอนน่ะเหรอ... รายนั้นมีการทำอาหารเป็นการเติมพลัง เรียกได้ว่าเรียนไปซื้อของเข้าครัวไป เครียดปุ๊ปทำความสะอาด ทำขนม นอนน้อยได้ไม่ว่าแต่ต้องได้พักทำสิ่งที่ชอบ



มันไม่มีเหตุผลเท่าไหร่ที่ต้องตามดูแลเด็กติวขนาดนี้



ประมาณสิบนาทีก็ถึงที่หมาย ยุนกิเงยหน้ามองบ้านเดี่ยวพร้อมสวนแล้วยกมือเกาหัวแบบไม่รู้จะทำอะไรต่อ นึกขอบคุณที่ย้อมผมดำกลับเพื่อสมัครฝึกงาน ขืนหัวทองครึ่งดำครึ่งเป็นพุดดิ้งมากดออดบ้านคนอื่นคงโดนมองแบบแปลกประหลาดพอดู 



ไม่สิ ภาพลักษณ์ติดลบเลยต่างหาก



มือขาวจัดกำถุงขนมแน่น กลืนน้ำลายเอื๊อก 



บ้านหลังนี้ถึงจะไม่ได้ขนาดใหญ่มากแต่ก็ดูใหม่เอี่ยมโทนสีขาวสะอาดตา รถยนต์ที่จอดอยู่สองคันเห็นได้ชัดเสียยิ่งกว่าชัดว่ามีคนอยู่ สรุปง่ายๆ คือดูเป็นบ้านของคนมีเงินนั่นแหละ แต่จะไม่มีได้ยังไง นับนิ้วดูแล้วมันจ่ายค่าเรียนพิเศษกับเขามาเกือบสามหมื่นแล้วมั้ง 



ถึงจะเอาไปซื้อขนมกลับมาเลี้ยงคืนซะเยอะก็เถอะ



จากที่หิ้วถุงก็เปลี่ยนมาจัดเสื้อยืดแขนยาวสีขาวของตัวเองพอเป็นพิธี เกร็งจนมือไม้สั่น หลับตาปี๋เม้มปากแน่นแล้วกดกริ่งไปหนึ่งครั้ง ไม่ถึงสามนาทีผู้หญิงตากลมโตคล้ายเด็กติวตัวเองก็เดินมาคลี่ยิ้มทักทาย ปลดล็อคกุญแจบ้านแบบไม่คิดจะถามซักคำว่าเขาเป็นใครมาจากไหน



รู้เลยว่าจองกุกเหมือนใคร...



“เอ่อ... สวัสดีครับ ผมมินยุนกิที่สอนพิเศษจองกุก อันนี้ของฝาก...”



เธอยังยิ้มกว้าง ท่าทางใจดีจนพาลให้เกร็งกว่าตอนกดกริ่ง “มาก็ดีเลย เจ้ากุกหน้าเครียดไม่พูดไม่จากับใครซักคำมาตั้งแต่เช้าแล้ว ช่วยปลอบน้องหน่อยนะ”



เขายิ้มเจื่อน 



ไม่คุยกับคนในบ้านแต่มางอแงใส่เขาเนี่ยนะ



“จะลองดูครับ แต่ไม่รู้จะได้ผลมั้ย...”



“ได้อยู่แล้ว ปกติวันๆ ไม่เห็นจะยอมอ่านหนังสือ ตั้งแต่เรียนกับเรานี่ขยันขึ้นเยอะเลย เกมก็ไม่ค่อยติดแล้วด้วย พูดถึงแต่พี่ยุนกิอย่างงู้นอย่างงี้ ทนมันหน่อยเนอะ ไม่ยอมโตซักที” แรงดันที่หลังผลักให้เดินเข้าไปในตัวบ้าน เด็กมหาวิทยาลัยเดินตัวตรงแด่วเข้าไปเรื่อยๆ วางถุงขนมเล็กๆ น้อยๆ ลงบนโต๊ะแล้วเดินค้อมตัวไปตามทางที่เจ้าของบ้านผายมือขึ้นด้านบน “ชั้นสามเลยนะ ห้องริมสุดเลยจ้ะ”



ทำไมบ้านนี้ไว้ใจคนนอกง่ายจังวะ



บอกให้ส่งที่อยู่ก็ส่ง พอมาถึงก็ไม่ถามซักคำ เชิญขึ้นบ้านเฉย 



เออ แต่เขาก็ยอมให้เด็กที่ไหนไม่รู้ไปนั่งเรียนในหอพักเหมือนกัน คงไม่ต่างกันเท่าไหร่...



ขาทั้งสองข้างเดินขึ้นบันไดไปเรื่อยๆ สายตาสอดส่องซ้ายทีขวาที ตามกำแพงมีงานศิลปะทั้งสีน้ำมัน สีน้ำ ยันภาพพิมพ์ใส่กรอบแขวนไว้เป็นระยะ การแต่งบ้านโทนขาวสะอาดชวนให้สบายตาก็ใช่ แต่สำหรับคนนอกที่เพิ่งเคยมาเหยียบเป็นครั้งแรกก็เดินตัวลีบกลัวจะเอาฝุ่นจากเสื้อผ้าตัวเองไปทำให้กำแพงมีมลทิน



ยุนกิกลั้นหายใจก็ตอนมาถึงประตูที่แขวนป้ายไว้ ยกมือสั่นๆ มาเคาะสองครั้ง 



ไม่มีการตอบรับ...



กวนตีนเหรอ



เขาขมวดคิ้ว ไอ้ที่เป็นห่วงตอนแรกเริ่มหงุดหงิดขึ้นมานิดหน่อย ย้ำว่าแค่นิดหน่อยเลยลงแรงไปกับการเคาะแรงขึ้นสองเท่า ถ้างวดนี้มันยังไม่โผล่หัวมาอีกคงได้ทุบประตูแล้วต่อด้วยมะเหงกหัวเจ้าของห้อง 



“จอนจองกุก ถ้าไม่เปิดพี่จะกลับแล้วนะ”



เสียงโครมครามดังแทบจะในทันที



ไม่รู้หรอกว่าด้านในเกิดอะไรขึ้น แต่ที่แน่ๆ มันดังไม่หยุดอยู่เป็นนาทีจนเริ่มสงสัยว่าหัวโขกโต๊ะสลบไปหรือยัง ถ้าให้เดาก็มีทั้งเลื่อนโต๊ะ เก็บของ เปิดปิดตู้ กับอะไรก็ไม่รู้ที่ไม่สามารถจินตนาการออก



ในเมื่อน้องอยากจัดห้องให้เรียบร้อยก่อน เขาก็จะยืนเกาหัวลูบหน้ารอแล้วกัน



ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นประตูถึงถูกกระชากเปิด สีหน้าตื่นๆ ของกระต่ายยักษ์เห็นได้ชัดเจนตั้งแต่แรก หอบหายใจเบาๆ ยังกับออกแรงทำอะไรมา ผมเผ้าฟูยุ่งเหยิงซ้ำยังมองมาเหมือนเห็นผี แววตามีแต่ความสงสัยเต็มไปหมด จะติดก็แต่มือขวาที่มันซ่อนไว้ด้านหลังเหมือนไม่ยอมให้เห็น... 



ไม่เนียน



แขกไม่ได้รับเชิญหรี่ตามอง “มือเป็นไงบ้าง”



มันถอยหลังไปหนึ่งก้าว เปิดประตูอ้ากว้างขึ้นคล้ายบอกให้เข้าไปนั่งด้านใน “ไม่เป็นไรมากครับ ตอนนี้ก็ช้ำๆ นิดหน่อยแต่เดี๋ยวก็หาย” พูดจบก็ยืนตัวแข็งทื่อตอนพี่ตัวน้อยก้าวขาเข้าไปในห้อง เปิดถุงผ้าของตัวเองออกแล้วโยนๆ ขนมสามสี่อย่างไว้ให้บนโต๊ะ คุ้ยๆ หาช็อกโกแลตชิ้นเล็กๆ ที่ก้นกระเป๋ามาโปรยปิดท้าย 



พลันสายตาชะงักอยู่ที่ถังขยะข้างโต๊ะ เพ่งมองอยู่ครู่หนึ่งแล้วถอนหายใจ



“พี่” เจ้าเด็กกระต่ายเอ่ยเรียกทั้งที่ยังยืนหลังพิงกำแพง ท่าทางลุกลี้ลุกลนกว่าเดิม “คือ... ทำไมจู่ๆ ก็มา แล้วมายังไง บอกว่าจะไม่สอนไม่ใช่เหรอครับ”



“ไหนบอกอยากเจอ?”



คนฟังชะงัก กัดปากแน่นกลั้นรอยยิ้มจนเจ็บไปหมด 



ทว่ายิ้มได้ไม่นานก็ตาเหลือกแทนเพราะโดนดึงแขนขวาออกมาด้านหน้า “ดูหน่อย”



ชิบหาย ไม่อยากแล้ว



“ไม่ๆ ไม่ต้องดูหรอกครับ”



“จอนจองกุก”



น้ำเสียงดุๆ เหมือนวันแรกที่เจอกันถูกงัดออกมาใช้ เด็กติวกลืนน้ำลายเอื๊อก พยายามส่งสายตาสำนึกผิดแล้วจำใจยื่นมือออกมาแบให้ดู รอยเปื้อนดำปี๋ของไส้ดินสอเลอะเต็มทั้งห้านิ้วลามไปเทปพันที่ดามนิ้วไว้กับไม้ไอติม ปลายนิ้วโป้งมีรอยกดของหลังใบมีดคัตเตอร์แดงเป็นแถบ สุดท้ายคือสันมือที่เลอะเฉพาะเวลานั่งวาดแล้วถูถูกกระดาษ



นั่นไง...



บรรยากาศรอบๆ กลายเป็นกดดันแทบจะในทันที 



“ไปล้างออก”



ได้แต่เดินคอตกไปเข้าห้องน้ำ จัดการถูสบู่จนกว่าจะสะอาดเอี่ยม ในหัวรวนไปหมดทั้งความรู้สึกดีใจที่ยุนกิมาหาถึงบ้าน แต่ก็เหมือนความผิดติดตัวเพราะเขาแอบฝึกวาดเองทั้งๆ ที่โดนหมอสั่งให้พักการใช้งานไปอย่างต่ำสิบวัน 



เลวร้ายที่สุดคือเห็นสีหน้าเมื่อครู่ก็เข้าใจได้...จากที่จะไม่โดนดุ 



กลายเป็นโดนเต็มๆ



จอนจองกุกกลับมานั่งสงบเสงี่ยมขาชิดกันบนเก้าอี้ ภาพเพื่อนตัวเองหน้าซีดในร้านอาหารกลับมาเป็นฉากๆ ส่วนแขกนั่งขัดสมาธิกอดหมอนข้างอยู่บนเตียง ไม่มีคำพูดอะไรหลุดออกมา... จะมีก็แต่สายตาดุดันที่จ้องมาคล้ายกำลังสงบสติอารมณ์และคิดหาคำพูด เห็นแบบนั้นก็ก้มหน้าหลบ ห่อไหล่ตัวลีบเหลือสองนิ้ว น้ำลายฝืดจนไม่อยากจะกลืน



อึดอัด



ไม่กล้าขยับตัวด้วยซ้ำ



ความรู้สึกผิดมันค่อยๆ แทรกมาทีละนิด ยิ่งโดนนั่งมองนิ่งๆ นานเท่าไหร่ก็ยิ่งเกร็งมากขึ้นทุกที



การโดนดุด่าแบบใช้อารมณ์ยังดีกว่ากดดันแบบนี้



...ทว่าสิ่งที่ได้ยินกลับไม่ใช่การต่อว่า



“พี่กลับดีกว่า”



กระเป๋าถูกหยิบมาสะพายไหล่ขวาพร้อมกับการลุกขึ้น ยุนกิส่ายหน้าเบาๆ แล้วเดินตรงไปที่ประตูห้อง ร้อนถึงคนขัดคำสั่งที่ถลาไปจับต้นแขน สีหน้าเหมือนจะร้องไห้เต็มทน “พี่ยุนกิ ผมขอโทษ”



พี่ติวยื้อแขนหนี เงยหน้าสบตาทั้งที่ยังหงุดหงิดไม่หาย



“ถ้าพูดแล้วไม่ฟังก็บอกดิ พี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลา” เสียงห้าวๆ เอ่ยกระชาก ขมวดคิ้วเป็นปมแถมยังส่งสายตาเคืองๆ มาชัดเจน “มาหาเพราะเป็นห่วง แล้วนี่อะไร? นั่งวาดนั่งเหลาดินสอ ใช่เรื่องเหรอ”



จองกุกได้แต่เม้มปาก ก้มหน้าต่ำทั้งที่มือยังจับเสื้ออีกคนไว้แน่น 



“...ขอโทษครับ”



“พี่บอกให้ขยัน ฝึกเยอะๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าเจ็บมือก็ต้องวาด ถ้าพี่สอนไม่ดีจนจองกุกกลัวสอบไม่ติด ต้องมาฝืนงี้ก็ไปเรียนกับคนอื่นดีกว่ามั้ย คนไหนก็ได้ที่พูดแล้วเราจะเชื่อ”



น้ำตาหยดแรกร่วงลงพื้น



แน่นอนว่ายุนกิเห็น แต่ไม่มีเหตุผลให้ต้องหยุดหรือตามปลอบตามโอ๋เหมือนปกติ พอใจดีมากเข้าก็เป็นแบบนี้กันหมด แล้วคนเสียจะเป็นใครนอกจากตัวเอง “มือพังไปจะทำยังไง แค่นิ้วก้อย? แล้วไม่ใช่นิ้วก้อยเหรอที่เราติดนิสัยรองเวลาลากเส้น ถ้าสองอาทิตย์ไม่หายแล้วเพิ่มเป็นเดือนนึง สองเดือน คุ้มเหรอ? รู้ว่าอยากสอบติด แต่ไม่รู้เหรอว่าทำแบบนี้มันไม่ช่วย”



เจ้าตัวยังก้มจนมองไม่เห็นหน้า ได้ยินแต่เสียงสูดน้ำมูกฟืดๆ ดังเป็นระยะ 



ก็แค่ไม่อยากทิ้งช่วงนาน 



สำหรับเด็กเตรียมสอบ มีอะไรสำคัญกว่าการเข้ามหาลัยให้ได้อีกเหรอ



“หนังสือกับชีทที่ให้ไปอ่านจบรึยัง ไหนบอกจะอ่านสี่รอบ สองอาทิตย์นี้ก็อ่านไปสิ คิดว่าสอบแค่ปฏิบัติวิชาเดียวเหรอ ถ้าที่เหลือคะแนนไม่ผ่านเกณฑ์ก็โดนตัดสิทธิ์รู้รึเปล่า” พี่ติวตัวขาวยังคงกดดันทางสายตา พูดร่ายยาวต่อไปเรื่อยๆ แม้ตอนท้ายประโยคจะเสียงแผ่วลงซ้ำยังยกมือขยี้หัวน้องจนยุ่งไปหมด 



เสียงถอนหายใจดังเบาๆ ก่อนฝ่ามือจะย้ายลงมาประคองที่แก้ม จับให้เงยขึ้นพลางใช้นิ้วโป้งปาดน้ำตาให้ 



ก็เป็นซะอย่างนี้ ใครจะไปโกรธลง



“หยุดร้องได้แล้ว โตแล้ว”



การพยักหน้าแทนคำตอบ แต่ก็ยังมิวายสะอื้นจนตัวโยน



เป็นอันรู้กันว่าหยุดไม่ได้



มือขาวๆ ยกมาเกาต้นคอแก้เก้อ สาบานว่าไม่ได้อยากทำเด็กร้องไห้ รู้ตัวอีกทีมันก็น้ำตานองหน้า นึกกลัวนิดหน่อยว่าเสียงจะดังไปถึงข้างล่างจนผู้ปกครองขึ้นมาไล่สาปส่งข้อหาทำลูกเขาเป่าปี่ “อ่า... ให้ตายเหอะ ไม่ได้ว่าอะไรซักหน่อย เดี๋ยวพี่โดนแม่เราด่าทำไง”



งวดนี้มันส่ายหน้า เบะปากขมวดคิ้ว “ว่าชัดๆ”



ยุนกิหลุดยิ้ม ยกแขนขึ้นทั้งสองข้างก่อนจะมีเด็กโข่งเดินเข้ามาสวมกอดพร้อมเอาหัวปักไหล่ โตแต่ตัว นิสัยยังเหมือนเด็กน้อยติดผู้ปกครองไม่มีผิด หนำซ้ำยังพึมพำพูดขอโทษครับ จะไม่ทำแล้ว วนไปวนมาทั้งๆ ที่สะอื้นจนออกมาไม่ได้ศัพท์ 



พักนึงแขนก็รัดเอวเขาแน่นแทบจะรวมร่าง 



อันนี้ไม่น่าใช่แล้วปะวะ 



“อึดอัด”



มันผละตัวออก ก้มหน้าก้มตาเดินไปล้างหน้าในห้องน้ำคล้ายไม่อยากให้เห็น ออกมาอีกทีก็เหลือแต่ตากับจมูกแดงๆ ตามประสาเด็กขี้แง เลยใช้มือชี้บอกให้มันนั่งลงปลายเตียง หยิบกระดาษทิชชูเปียกกับเทปพันแผลบนโต๊ะมาจัดการเช็ดแล้วดามนิ้วก้อยให้ใหม่ “เจ็บก็บอก”



จากที่ขวัญผวาอยู่ก็เหมือนโดนตบหัวแล้วลูบหลัง จองกุกนั่งตัวเกร็งตอนพี่ติวค่อยๆ จับมือเขาขึ้นมาแงะเทปเก่าออก สัมผัสแผ่วเบาเหมือนกลัวเจ็บบวกกับท่าทางตั้งอกตั้งใจนั่นน่ารักสิ้นดี ยิ่งตอนเผลอขมวดคิ้วเม้มปากตอนเห็นนิ้วบวมช้ำก็ยิ่งน่าเอ็นดูเข้าไปใหญ่



ตาตี่ๆ ช้อนมองหน้าสลับกับนิ้วม่วงๆ “บวมขนาดนี้ประคบเย็นยัง”



“ตอนเช้าทำไปแล้วครับ” เด็กมือเดี้ยงมองนิ้วตัวเองที่ครู่เดียวก็โดนดามไว้เรียบร้อย อดนึกสงสัยไม่ได้ว่าคนปกติมันจะรู้ได้ยังไงว่าคนนิ้วซ้นต้องรักษาแบบไหน ยิ่งเจ้าตัวดูไม่ค่อยขยับตัวจนบาดเจ็บหรือวิ่งเล่นให้ได้แผล จะบอกว่าดูจากที่พันไว้เป็นตัวอย่างก็ไม่เชิงว่าจะทำได้ไม่ใช่รึไง “พี่เคยนิ้วซ้นเหรอ ทำไมทำคล่องจัง”



“เคยดิ ไอ้กีบ่นตั้งแต่วันแรกยันวันหาย อะ...เสร็จละ”



นึกสภาพออกเลย... หน้าแมวยุ่งๆ กับคนตัวเท่าๆ กันที่เดินบ่นไปดูแลไป 



“ขอบคุณครับ”



“เออ ห้ามวาดอีก หยุดไปเลยสองอาทิตย์เข้าใจมั้ย”



ใจดีไม่ทันไรก็กลับมากดเสียงต่ำ มองคาดโทษให้เจ้าของห้องรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ คล้ายจะเป็นไข้ รีบพยักหน้าหงึกหงักตอบรับไว้ก่อน แต่ก็มิวายแอบต่อรองอยู่ดี “สิบวันนะครับ”



ยุนกิหันขวับ



“สิบสี่”



“หมอบอกอย่างต่ำสิบวัน แสดงว่าสิบก็น่าจะได้แล้วอะ” สีหน้าออดอ้อนถูกงัดออกมาใช้ เด็กยักษ์ที่นั่งอยู่ปลายเตียงแสร้งทำหน้าหงอย ท่าทางงุ้งงิ้งยิ่งกว่าอ้อนผู้ปกครอง 



และนั่นมันน่าขนลุกสิ้นดี



“คิดว่าน่ารัก? โตขนาดนี้แล้วยังจะอ้อนอีกเหรอ?”



เออ ลืมว่านี่ใคร



ทีแรกตั้งใจจะต่อรองอีกครั้งว่าสิบสองวัน ติดที่ยังไม่ทันจะพูดก็โดนสวนกลับด้วยน้ำเสียงโหดเหี้ยมกับสีหน้าลูกแมวหงุดหงิด บวกกับแรงบีบที่หลังคอจนร้องโอดโอยบิดตัวซ้ายทีขวาที “แล้วอะไรคือการที่แม่เรารู้จักหน้าพี่อยู่แล้ว ละบอกอีกว่าพูดถึงแต่พี่ยุนกิ หมายความว่ายังไง”



จองกุกหลบตา กระเถิบหนีไปยืนอยู่ข้างโต๊ะแล้วเนียนดึงโพสท์อิทออกจากกำแพง 



“ก็แม่บอกอยากเห็นหน้า ผมก็ส่งรูปไปให้ ตั้งแต่พี่ยังผมชมพูแล้วครับ ที่ไปหอศิลป์วันนั้น” 



แล้วก็...ส่งอีกเรื่อยๆ เมื่อมีโอกาส



“หา? รูปไหน? ถ่ายตอนไหน? นั่นมันตั้งแต่ปีที่แล้วไม่ใช่เหรอ?” ยุนกิแทบตาถลน นี่มันปาไปจะกลางปีแล้ว นับนิ้วดูอย่างต่ำก็หกเดือนเจ็ดเดือน มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอกับการที่คนคนนึงจะจำหน้าได้เพราะการเห็นรูปเพียงครั้งเดียว ยิ่งกับผู้ใหญ่ที่วันๆ เจอคนตั้งเยอะแยะ หน้าที่การงานก็เยอะ “จองกุก เอาความจริง”



มันยิ้มเจื่อน



รู้ทันตลอดอะ



มือขาวจัดแบออก และคล้ายจะเข้าใจถึงได้วางโทรศัพท์มือถือที่กดเข้าคลังรูปที่ส่งในแชทระหว่างตัวเองกับแม่ให้ พอไล่ดูก็พบว่ามีทั้งการบ้าน รูปของกินที่ไปกินกับเขา หน้าตึกหอพัก สภาพในห้อง แล้วก็รูปเขาตอนนั่งทำงานอีกสองรูป ตอนเดินอยู่ข้างกันอีกสามรูป แถมยังมีตอนนั่งกินข้าวตรงข้ามกันอีกเยอะพอตัว



นี่มันอะไรวะเนี่ย คอลเล็คชั่นชีวิตเด็กติวเหรอ 



แสดงว่าแม่ต้องทั้งหวงทั้งห่วงพอตัวถึงได้ส่งไปรายงานความคืบหน้าเยอะขนาดนี้ งั้นก็ไม่แปลกหรอกเมื่อเทียบกับค่าเรียนรายชั่วโมงที่เสียไป ถ้าจะอยากได้การยืนยันตัวตนหรือสภาพที่เรียนของคนสอนก็เข้าใจได้ ยิ่งนัดเจอที่หอพักก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง “ถ่ายตอนไหนวะเนี่ย ไม่เห็นรู้เรื่อง”



“ก็พี่ตาเล็ก”



โทรศัพท์ถูกยกขึ้นเคาะหัวดังโป๊ก 



พลันพี่ตัวน้อยทำตาโตที่สุดในชีวิต ยืดตัวตรงยื่นหน้าจอโทรศัพท์ให้แล้วรีบบอกด้วยเสียงลุกลี้ลุกลนกว่าปกตินิดหน่อย “จองกุกๆ ชอบรูปนี้อะ ส่งให้หน่อย” 



“หา? แต่มันเบลอนะครับ”



“ไม่เป็นไร อยากเปลี่ยนรูปพอดี อาจารย์บ่นว่าเห็นแล้วไม่เจริญหูเจริญตา” นึกถึงคำพูดอาจารย์ที่ปรึกษาแล้วก็เบะปาก ไม่เข้าใจว่ากะอีแค่การไม่ตั้งหน้าตัวเองเป็นรูปโปรไฟล์มันจะอะไรขนาดนั้น อันที่จริงอยากเปลี่ยนเป็นคุมะมงด้วยแค่กลัวโดนตราหน้าว่ากวนตีน “เอารูปนี้ด้วย รูปมันเก่าแล้วกลับไปเซฟใหม่ไม่ได้อะ งั้นพี่หาในแกล...”



มือถือถูกตะปบกลับ 



“เดี๋ยวผมหาเองดีกว่าครับ” พูดเสร็จจองกุกก็ถอยไปหัวเตียงแล้วกดเลื่อนหารูป จิ้มๆ ไถๆ หน้าจออยู่ไม่กี่วิค่อยกดส่งไปตามที่เจ้าตัวต้องการ




“ขอบใจ เร็วจัง แสดงว่าปกติไม่ค่อยถ่ายรูปอะดิ”



เจ้าของเครื่องยิ้มแห้งกว่าเดิม มือก็รีบกดออกจากอัลบั้มที่ตั้งแยกไว้แล้วกดล็อคหน้าจอเสร็จสรรพ ตีเนียนเดินไปทิ้งตัวนั่งบนเก้าอี้พลางรื้อหาหนังสือออกมากางอ่านทบทวนต่อจากหลายวันก่อน 


ลนจนไม่รู้จะลนยังไง



“งั้นมั้งครับ”



ยุนกิยิ้มร่า จัดการเซฟรูปลงเครื่องให้เรียบร้อย ท่าทางอารมณ์ดีแก้มยุ้ยเหมือนไม่ได้ดุใครจนบ่อน้ำตาแตกมาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว สายตาก็กวาดมองสภาพรอบๆ ห้องว่ามีอะไรบ้าง แต่เท่าที่ดูก็แค่โต๊ะทำงาน ตู้เสื้อผ้า เตียง แค่ที่ดูจะเด่นออกมาคือคอมพิวเตอร์ที่พวกเกมเมอร์ชอบใช้กัน ที่หนักสุดคือมีปืนสำหรับเล่นตัวละครในโอเวอร์วอชโดยเฉพาะวางอยู่ 



รอบๆ ก็พวกลำโพงที่ไม่รู้จะมีทำไมนักหนา



ตามประสาห้องเด็กผู้ชายมั้ง



ในตู้เก็บของมีกล้องDSLRวางอยู่ข้างกระเป๋า พอถามว่าเปิดได้มั้ยก็ได้รับคำตอบว่าตามสบาย ยุนกิเขย่งปลายเท้ายื่นมือไปหยิบแล้วกลืนน้ำลายเอื๊อก นึกอิจฉาคนมีทุนชีวิตสูงก็ตอนเห็นเด็กมัธยมปลายใช้กล้องพร้อมเลนส์ราคาเกือบหกหมื่นที่วางขายปีที่แล้ว แถมไอ้ที่เก็บไว้ในกระเป๋านั่นก็รุ่นของเมื่อสามสี่ปีก่อน แน่นอนว่าราคาสตาร์ทสูงไม่ต่างกัน



ไม่รวมเลนส์ที่เก็บแยกไว้ต่างหาก 



แต่ที่ดูจะหวงที่สุดน่าจะเป็นกล้องมิลเลอร์เลสที่เจ้าตัววางไว้บนชั้นไม้เล็กๆ เหนือโต๊ะ 



คำพูดสมัยเริ่มเรียนย้อนกลับมาในหัว ถ้าจำไม่ผิดคือบอกว่าได้กล้องมาตัวนึงแล้วติดใจ อยากถ่ายนู่นถ่ายนี่ แต่ซวยตรงที่ถ้าจะเข้าสาขานี้ของมหาวิทยาลัยนี้ดันต้องสอบวาดรูปเข้าเป็นพื้นฐาน



“วันแรกๆ บอกอยากเรียนโฟโต้เพราะได้ตัวนั้นมาไม่ใช่เหรอ ทำไมตอนนี้มีเยอะ” 



จองกุกละสายตาจากหนังสือประวัติศาสตร์ศิลปะตะวันตก พอแหงนมองตามแล้วก็พยักหน้ารับ “ใช่ครับ พอเริ่มติวกับพี่ได้เดือนสองเดือนพ่อก็ยกหกสิบดีกับเลนส์ให้เพราะไม่ได้ใช้แล้ว ตู้เต็มด้วย ส่วนแปดสิบเพิ่งได้ต่อมาอีกทีเดือนก่อน แต่ยังไม่ได้ออกไปถ่ายอะไรเท่าไหร่เลย”



ความรวย



พูดเหมือนของพวกนี้หาซื้อได้ตามร้านข้าวแกงหน้าปากซอย ยกให้กันได้ง่ายราวแบ่งขนม



ฟังแล้วก็ยกหลังมือขึ้นปัดผมแถวหน้าผากแก้เก้อ อันที่จริงกล้องตัวแรกในชีวิตที่ได้มาก็ถูกส่งต่อมาจากคนอื่นอีกทีเหมือนกัน แค่ที่ใช้อยู่ทุกวันนี้มาจากเงินผู้ปกครองครึ่งนึงแล้วก็เก็บเองครึ่งนึง ส่วนเลนส์อีกหลายตัวนั่นก็เล่นเอาอยู่แบบอดอยากปากแห้งไปหลายเดือนกว่าจะซื้อไหว “ขอลองนะ”



“เอาเลยครับ”




เด็กเอกโฟโต้เดินไปล้างมือให้เรียบร้อยเพราะกลัวจะทำของน้องเปื้อน คว้ามาลองถ่ายสภาพในห้องไปเรื่อยเปื่อย มือก็หมุนลองเปลี่ยนเป็นเลนส์นู้นทีนี้ทีท่าทางมีความสุขเสียเหลือเกิน อดคิดไม่ได้ว่านอกจากจอนจองกุกจะเกิดมามีผู้ปกครองสนับสนุน มือเขายังมีบุญได้หยิบจับมาใช้อีกต่างหาก 



ดีแล้วที่ถ่อมาถึงนี่ ได้พักสมองบ้างก็โอเค



“จองกุก”



เสียงกดชัตเตอร์ดังขึ้น



ภาพเจ้าของห้องนั่งอ่านหนังสือประจำโต๊ะตัวเองโผล่บนหน้าจอ สีหน้าเหวอนิดหน่อยตามประสาคนโดนแอบถ่ายเห็นแล้วน่าเอ็นดูใช่ย่อย ติดที่ตั้งค่ารูรับแสงผิดไปหน่อย กว่าจะได้ถ่ายอีกครั้งก็ตอนเด็กกระต่ายฉีกยิ้มกว้างๆ จนตาหยีกว่าทุกทีสู้กล้องเสียเรียบร้อย 



เป็นคนที่ยิ้มได้สดใสมีความสุขซะไม่มี



พยักหน้าสนับสนุนความคิดตัวเองเสร็จก็รีบหมุนตัวนั่งหันหน้าเข้ากำแพง ลนนิดหน่อยเพราะเมื่อครู่หางตาเหลือบเห็นคนเด็กกว่าเอื้อมมือไปหยิบกล้องตัวเล็กมาถ่ายกลับ ว่ากันตามตรงเขาไม่ค่อยชอบเวลาเห็นตัวเองอยู่ในรูปเท่าไหร่ น้อยมากที่จะออกมาเหมือนคนตื่นนอนหรือมีชีวิตชีวา 



กลายเป็นความเคยชิน ที่เวลาเห็นก็กล้องหันมาก็จะหลบ



“พี่ยุนกิๆ”



“ไม่หันโว้ย”



เสียงหัวเราะเบาๆ ดังตอบกลับมา ยืนยันอีกครั้งว่าคนคนนี้รู้ทันทุกอย่าง “โห่ พี่ยังถ่ายผมได้เลยอะ”



“พี่ไม่ขึ้นกล้อง”



“ใครบอกครับ ออกจะน่ารัก”



คนฟังก้มหน้า นิ้วโป้งกดย้อนดูรูปถี่ๆ ทั้งที่สายตาไม่โฟกัสซักนิด นึกขัดใจนิดหน่อยที่เมมกล้องมันใหม่เอี่ยมจนแทบไม่มีอะไรให้กดดูเลยนอกจากรูปวิวกับสวนสาธารณะแถวนี้ รูปแรกสุดก็ไม่พ้นสภาพในบ้านหรือรูปพ่อแม่ตอนนั่งในบ้าน มีดอกไม้ในสวนนิดหน่อย ยอมรับว่าเด็กนี่เซ้นส์ดีเอาเรื่อง จัดองค์ประกอบออกมาค่อนข้างโอเคถึงจะมีหลุดๆ ไปบ้าง



เก่ง หัวไว สุภาพ รูปร่างหน้าตาดี แถมยังต้นทุนชีวิตดีจนน่าอิจฉา



นึกแล้วก็ลอบถอนหายใจตอนคิดถึงตัวเอง



พอเห็นว่าไม่มีคำพูดตอบรับ จองกุกก็คลี่ยิ้มกว้าง เอียงคอชะโงกมองพี่ติวที่จู่ๆ ก็นั่งนิ่งเหมือนแบตหมดกะทันหัน “พี่จะอยู่กินข้าวเย็นรึเปล่าครับ”



ยุนกิสะดุ้งโหยง รีบพูดตอบแม้จะติดอ่างไปหน่อย 



“คงไม่ ว่าจะกลับแล้วเนี่ย งานส่งวันจันทร์ยังไม่เสร็จเลย”



ภาพงานที่ค้างไว้เริ่มกลับมาในหัวเป็นช็อตๆ ว่าต้องกลับไปทำอะไรต่อบ้าง คิดแบบนั้นก็พาลห่อเหี่ยวบอกไม่ถูก ความรับผิดชอบมันตีกลับมาจนอยากจะดีดนิ้วเป๊าะเดียวกลับถึงหอ 



แรกสุดที่มาวันนี้ก็เพราะอ่านจากข้อความแล้วกลัวว่าเด็กนี่จะเครียดจนงอแงหรือทำอะไรบ้าๆ เท่านั้นเอง



“แต่พี่เอาคอมมานี่?”



“อือ เผื่อไว้เพราะไม่รู้สภาพเราเป็นไงบ้าง แต่ตอนนี้ดูมีสติแล้วก็คงไม่ฝืนวาดต่อถูกมั้ย?” พูดพลางหรี่ตามองคนที่จู่ๆ ก็ขนลุกวาบไปทั้งตัว “อ่านหนังสือไป อีกสองอาทิตย์เจอกัน”



กระเป๋าผ้าถูกคว้ามาอีกครั้ง ก่อนเจ้าตัวจะหยิบอุปกรณ์ถ่ายภาพทั้งหมดเก็บเข้าตู้ให้เหมือนตอนแรก เดินฉับๆ ไปเปิดประตูต่อด้วยกึ่งวิ่งลงบันไดไปถึงชั้นล่าง รีบเอ่ยลาเจ้าของบ้านตามมารยาท “คุณน้า ผมขอกลับก่อนนะครับ ขอโทษที่มารบกวนครับ”



เธอละมือจากเอกสารในมือ กำลังจะตอบรับก็ได้ยินเสียงคนวิ่งลงมาแย่งซีนเสียก่อน



แถมยังตะโกนลั่นบ้าน



“แม่! พี่ยุนกิไม่ยอมอยู่กินข้าวอะ”



ยุนกิกัดฟันกรอด 



เด็กเวร!



ริมฝีปากอ้าค้างไว้ กำลังจะพูดปฏิเสธก็เจอรอยยิ้มสว่างสดใสของคุณนายจอนตัดกับคำพูดเชือดเฉือนลูกชายตัวเองเสียก่อน “นี่ก็ขี้ฟ้อง ทีตอนเช้าแม่จะคุยด้วยก็ทำเป็นเมินนะ” เอ็ดเสร็จก็หันกลับมาทางแขกคนพิเศษ ส่งยิ้มหวานให้ซ้ำยังเดินมาจับแก้มเบาๆ คล้ายเอ็นดูเสียเต็มประดา “ไว้วันไหนมากินข้าวเย็นกันนะลูก ถ้าจองกุกดื้อก็บอกแม่เลยนะ



“ตอนผมขึ้นไป น้องแอบฝึกวาดเองอยู่ครับ จริงๆ ต้องห้ามใช้มือสองอาทิตย์”



ฟ้องมาฟ้องกลับ ไม่โกง



สายตาดุๆ ตวัดกลับมามองลูกชายที่ตีหน้าซื่อไม่รู้ไม่ชี้ อ่านปากได้ว่ามีเรื่องต้องคุยกัน “ยังไงก็ขอบใจที่มานะ ดูเชื่อฟังยุนกิมากกว่าแม่อีก ไม่รู้จะดุยังไงดีแล้วเนี่ย”



…ถ้าเรื่องนั้น ผมทำน้องร้องไห้ไปแล้วครับ



เขาตอบประโยคนี้ในใจ แต่สิ่งที่แสดงออกคือรอยยิ้มเป็นมิตรเหมือนทุกที กว่าจะลาเสร็จก็โดนฝากฝังลูกชายไปอีกหลายยก อดคิดไม่ได้ว่าเพราะคุณแม่ใจดีซ้ำยังดูวัยรุ่นขนาดนี้ล่ะมั้งลูกชายถึงกล้างอแงเอาแต่ใจเป็นน้องคนเล็ก แต่มองอีกมุมก็ทำให้จองกุกมีนิสัยค่อนข้างละเอียดอ่อนพอตัว



จะเด็กก็ใช่ จะผู้ใหญ่ก็ไม่เชิง...



พอรู้ว่ายื้อตัวไว้ไม่ได้ เด็กกระต่ายค่อยจำใจเดินไปเรียกแท็กซี่ให้ถึงหน้าปากซอย โบกมือบ๊ายบายจนรถลับตาไปถึงเดินกลับเข้าบ้าน จากที่ตอนเช้าทั้งหงุดหงิดทั้งเสียใจที่ทำสิ่งที่อยากทำไม่ได้ มาตอนนี้กลับอารมณ์ดีขึ้นหลายเท่าตัว เดินมาหยิบขนมบนโต๊ะกินเสียแก้มตุ่ยระหว่างโดนแม่แท้ๆ ดุเรื่องขัดคำแนะนำหมออยู่ร่วมสิบนาที 



จบยกค่อยตั้งท่าขึ้นไปอ่านหนังสือเตรียมสอบต่อ



“เดี๋ยวก่อนลูก สรุปทำไมวันนี้ยุนกิถึงมาหาที่นี่?”



เพราะไม่รู้ว่าจะตอบยังไงถึงนิ่งไปเกือบนาที สุดท้ายก็ทำเหมือนเดิมคือควักโทรศัพท์ให้อ่านอย่างที่ทำประจำ เอาเข้าจริงเขาอธิบายไม่ถูกเหมือนกันว่าทำไมเจ้าตัวถึงโผล่มาหาถึงที่ การให้คนมีวุฒิภาวะผ่านโลกผ่านอะไรมามากกว่าอ่านเองตัดสินเองน่าจะตรงประเด็นกว่า



มั้งนะ



ผลคือโดนบ่นเพิ่มอีกสิบนาทีข้อหางี่เง่าจนลำบากให้มินยุนกิต้องถ่อมาหาถึงบ้าน 



เห็นก็รู้ว่าคุณแม่เขาเอ็นดูพี่ตัวขาวซะยิ่งกว่าอะไร แต่ก็ว่าไม่ได้...​ อาจเพราะภาพลักษณ์ที่ดูขาวๆ ฟูๆ นุ่มนิ่มก็เป็นได้ จะขยับหรือหยิบจับอะไรก็ดูน่ารักไปเสียหมด 



แน่นอนว่าไม่ยกให้แม่หรอก



หลังได้รับอิสระ จองกุกเดินขึ้นบันไดกลับไปห้องนอน หยิบกล้องที่พี่ตัวขาวใช้ถ่ายเล่นออกมาเปิดดูก่อนจะเอาลงคอมพิวเตอร์ให้หมด รอยยิ้มค้างอยู่บนใบหน้าตั้งแต่เปิดเจอรูปตัวเอง ภาพสวยถูกใจคงไม่สำคัญเท่าใครเป็นคนถ่าย เพราะอย่างนั้นถึงจัดการเซฟแล้วเซฟอีกซ้ำยังเอามายัดลงมือถือเพิ่ม



อัพลงอินสตาแกรมด้วย เห่อจนไม่รู้จะเห่อยังไง ให้เครดิตคนถ่ายเรียบร้อยแม้จะไม่ได้เมนชั่นถึงแอคเคาท์โดยตรง



ไม่กี่นาทีถัดมา ข้อความส่วนตัวก็ขึ้นแจ้งเตือนจากคนที่พักหลังมีถามไถ่ความคืบหน้าบ้างเป็นระยะ แต่จะเพราะอยากรู้อยากเห็นก็ไม่เชิง ส่วนมากจะเป็นคำถามเชิงเป็นห่วงเพื่อนตัวเองเสียมากกว่า



Kiiihyunnn: ยิ้มขนาดนี้คือให้กล้องหรือคนถ่ายอะ?




เด็กกระต่ายหลุดหัวเราะ ก่อนพิมพ์ข้อความตอบกลับไปแบบไม่ต้องเสียเวลาคิดซักนิด 



‘ก็ต้องคนถ่ายสิครับ’





ø



#พี่ติวยุนกิ




สรุปพี่ไม่ได้บึ่งมาดุน้องนะคะ

แต่น้องทำให้ตัวเองโดนดุเอง55555


ตอนที่แล้วคอมเม้นต์เยอะจนตกใจ ฮือ ขอบคุณมากค่า T T

เอาอีกๆ มาเยอะๆเล้ย *ชูแขน*

ส่วนตัวแต่งตอนนี้ละเขินๆแปลกๆ ไม่รู้คนอ่านจะรู้สึกมั้ย(...)


เจอกันตอนหน้านะคะ 

ขอบคุณค่า



(อาจจะมาแก้อีกที)




16 DEC 2017







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 147 ครั้ง

870 ความคิดเห็น

  1. #868 zxcvbnmm (@croseloveyesung) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 11:08
    ยุนกิน่ารักกกก
    #868
    0
  2. #860 PandaPhung (@agisen4869) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 12:14
    โอ้ยยย เขินแทน ยิ้มให้คนหลังกล้องแน่ๆอ่ะ แม้แต่กับแม่ยังหวง
    #860
    0
  3. #839 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 21:46
    โอ้ยยย อ่านไปยิ้มไปค่ะ
    #839
    0
  4. #817 Nulaw (@Nulaw) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 23:46
    เขินล่วย ฮือออ
    #817
    0
  5. #810 Capriccioso (@june-j) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 12:41
    เขินมากโอ๊ยยยยยยย ละมุนนน
    #810
    0
  6. #802 aqua11 (@aqua11) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 18:43
    เขากอดกันแล้วค่ะ ถึงจะเป็นกอดปลอบเด็กร้องไห้ก็ตาม แง้ เจ้าเด็กคนนี้นี่ พอพี่เขามาหาอารมณ์ดีใหญ่เชียวน้า ส่วนคุณแม่น่ารักมากเลยค่ะ ;-;
    #802
    0
  7. #789 hobibell1 (@hobibell1) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 กันยายน 2561 / 19:48
    ฮื่อออออ เป็นอะไรที่ละมุนที่สุดในโลกเลยค่ะน่ารักมากเลยอ่านมาหลายตอบขอโทษที่ไม่ได้เม้นทุกตอนนะคะแต่ชอบมากๆเลยค่ะน่ารักมากจริงๆคนน้องนี่ขี้อ้อนที่สุดเลยยย แพ้เด็กแบบนี้TT
    #789
    0
  8. #788 luckiezmanoiz (@luckiezmanoiz) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กันยายน 2561 / 09:15
    เราตายไปแน้ววววววววว
    #788
    0
  9. #761 Mew (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 11:36
    บ้านก็อยู่ไกล แต่ก็ยังมาถึงที่ ไม่ธรรมดานะเนี่ยย
    #761
    0
  10. #709 prawarin_png (@prawarin_png) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 20:12
    เขินตอนนี้มาก อยากจะกรี้ดดังๆ บ้าจริง เราหุบยิ้มมั่ยดั้ย;-; //บิดตัวเป็นเลขแปด
    #709
    0
  11. #683 lookpangg (@lookpangg) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 00:51
    น้องร้องไห้ แงงงงงงง น่ารัก ใจบางไปหมด ;-;
    #683
    0
  12. #564 Mie_Sorata (@Poramapon) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 12:49
    ในเรื่องชอบพี่กีสุดล่ะอ่ะ5555555
    #564
    0
  13. #557 Mellow_quinn (@Mellow_quinn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 02:51
    ความรวย//อิจจองแรง(-..-)
    #557
    0
  14. #553 aImma98 (@aImma98) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 17:27
    พี่กีเป็นแม่ยกคู่นี้ใช่มั้ย!!
    #553
    0
  15. #532 ilovehc (@kapokdekd) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:55
    โอ้ยย น้องจริงๆอะ ดุจนร้องไห้5555
    #532
    0
  16. #481 DTsuga_ (@Yug-) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:32
    ......//วิ่งไปกรี๊ดหน้าปากซอยแปป
    #481
    0
  17. #410 ZAYO_O (@ZAYO_O) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 22:42
    อื้ออหืออออออ ตอนนี้หลายมู้ดมากเลยเราหวีดไม่ทันอ่ะ แต่ตอนนี้ขอหวีดตอนจบก่อนเลยว้อยยยยยแงงงแงงงงงกทเนำมแน TT น่ารีกจนจะร้องไห้แร้ว พอรู้ใจตัวเองนี่เต๊าะเก่งขึ้นเยอะเลย จะใช้คำว่าเต๊าะดีมั้ยอ่ะเพราะไม่ได้พูดกับเจ้าตัวนี่55555555555 โอ้ยแม่งโคตรน่ารักเลยค่ะ เราจะตาย

    อ่ะมาไล่ทีละสเต็ป สลับมู้ดไม่ทัน ตอนนี้คือเราจะเม้นโอ๋จองกุกก็ไม่ทันเพราะตอนจบดันน่าหมั่นไส้ไง555555555 ไรท์ดูจะชอบจองกุกแบบนี้มากเลย ความคิดผู้ใหญ่แต่ชอบทำตัวเด็กๆ ตอนที่ยุนกิมาบ้านเราเขินมากๆที่พี่เขายอมถ่อมาเพราะคนติวบอกอยากเจอ เกินหน้าที่ไปหมดแล้วเด้อTT จองกุกโดนดุก็สมควรแล้วอ่ะ ให้มันรู้บ้าง555555 แบบที่เดาไว้เลยแต่ไม่คิดว่าจะร้องไห้ ตอนน้ำตาจองกุกหยดแหมะนี่ปัดทุกความหมั่นไส้ทิ้งเหลือแต่เอ็นดูเขา แล้วมีชิ่งหนีไปล้างหน้าเพราะกลัวยุนกิเห็นด้วย น่ารักจริงเลยว้อย น่ารักจนหงุดหงิดแล้ว55555555555

    ฉากตอนเล่นกล้องเราก็ชอบบบ แต่หมั่นไส้ความขี้เห่อจองกุกมากกว่า ถึงแม่จองกุกจะดูเห่อยุนกิมากกว่าอีกทีก็เถอะ55555555555 จองกุกเริ่มพูดถึงยุนกิในแบบที่ไม่ใช่คนมากขึ้นทุกทีแล้ว ตอนนี้พี่เขากลายเป็นก้อนๆนิ่มๆฟูๆ เรียกง่ายๆว่าเอ็นดูมาก55555555555

    ตอนนี้เม้นยาวเกินอีกแล้ว เราอุตส่าห์คิดไว้ว่าจะอ่านแล้วเม้นรวบตอนล่าสุดแต่ทำที่คิดไว้ไม่ได้ตลอดเลย โถ่เอ้ยย ยาวๆนี่ก็มีแต่หมั่นไส้ หมั่นไส้และหมั่นไส้จองกุก น่าเอ็นดูน่าโอ๋ได้แปปๆก็กลับมาร่างตุ่ยผีแบบเดิมแล้ว พึ่งโดนดุมายังกล้าไปฟ้องแม่อีก ละคนพี่ดันฟ้องกลับด้วยเนี่ยที่พีค555555555555 เอ๊อะ เอาเป็นว่าเราชอบมากๆเลยค่ะ สแปมเม้นก็กลัวไรท์เตอร์เหม็นเราเหมือนกันแต่เราทนไม่ได้555555555555 ขอบคุณนะคะ
    #410
    0
  18. #369 kangineung (@banoffeepie027) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 02:42
    โอ้ยยยยหยกยดรดหวหสดรดรดร แงงงงงง เราเขินมากเลยค่า กี้ดๆๆๆๆ มีแรกว่าจะอ่านรวดเดียวจบค่อยเม้นทีเดียวแต่ตอนนี้ต้องขอพูดดดดด น้องงงงง ร้ายมากตอนตะโกนฟ้องแม่ว่าพิยุนกิไม่ยอมอยู่กินข้าว เปนพิยุนกินะจะทำให้ร้องไห้อีกซักทีสองที เองดูวว ตอนน้ำตาร่วงนี่อยากจะเข้าไปโอ๋ แต่ก้เอ๊อมีคนโอ๋แล้วนี่เนาะ ดอกไม้บานเลย กล้ารุกขึ้นเยอะเลยนะไปเกยคางเอาแขนรัดพิเค้าอีกนี่มันอาร๊ายยยยยหะน้องงงง ฮือ เขิงหน้าไหม้ แง ชอบเรื่องนี้จังเลยค่ะ รู้สึกเหมือนได้ติวไปพร้อมกับน้องแบบอยากจะเอากระดาษมาวาดรูปตาม55555555 ชอบความน้องน้อยที่ติดพิยุนกิแจ กับพิที่ก้แบบ เหมือนจะใจไม่ดีแต่จริงๆแล้วใจดีสนใจกันตลอดเด ความรู้สึกก็ค่อยเป็นค่อยไปดีก่ะ กำลังพอดีๆเลย นี่มีตอนที่หวีดๆๆๆหลายตอนเรยแต่ตอนนี้ง่วงมากแล้วอาจจะนึกไม่ค่อยออก(อ้าว) ตอนพิส่งข้อความถามน้องว่าชอบสีอะไรแล้วไปทำ ตอนที่น้องหวงพิอยากเรียนพิเสดคนเดียวไม่ให้เพื่อนเรียนด้วย ตอนน้องตั้งใจจดเลคเชอร์เรื่องของพิจากพิกี บลาๆๆ แง ชอบเยอะมากค่ะขอโทดที่มาเม้นเปนรวดเดียวเพราะอ่านเพลินมาก แฮ่ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆค่า
    #369
    0
  19. #366 Yoongi_loves (@Yoongi_loves) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มกราคม 2561 / 04:13
    น่ารักมากกอะ นี่อ่านไปเขินไปหุบยิ้มไม่ได้เลยยยย รู้ตัวอีกทีปวดแก้มเลยข่าาาา555 จองกุกนี่เนียนนะคะได้ทีนี่กอดแน่นเชียววว ><
    #366
    0
  20. #364 iiamampere (@iiamampere) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มกราคม 2561 / 21:20
    ว๊ายยยยยเขินพี่กีสุดยิงตรงอีกแล้วนะคะ ขยี้เลยค่ะพี่กีเอาให้แบไต๋ออกมาทั้งคู่เลย พี่กิดุน้องอีกแล้ว แต่ก็น่าโดนฟาดนะน้องกุก หนูดื้อจังง
    #364
    0
  21. #350 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 19:41
    ดุน้องจนร้องไห้เลยพี่ยุนกิ 5555555 แต่ที่พี่ยุนกิดุก็เพราะเป็นห่วงนะจองกุก พักก่อนนะ จะได้หายเร็วๆ กลับมาเรียนกับพี่ยุนกิไวๆ ไงงงง
    #350
    0
  22. #317 Peemai_yts (@Peemai_yts) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 17:30
    ฮือออ จะบอกว่าดีมากๆๆๆๆ. ขนาดไม่ได้เปนเด็กศิลป์นะ แต่กลับอ่านวิธีการสอนแล้วไม่เบื่อเลย ไม่รุ้สึกว่ายืดเยื้อ แถมยังรุ้าึกว่าได้ความรุ้อีก (ไม่ได้เอาไปใช้นะ แต่เอาไว้โม้ได้หร่อยๆ 5555) ชอบความธรรมชาติ โอ๊ยยยย. จะอวยไรท์ยังไงให้สาแก่ใจนะ 555 ชอบมากๆๆ. ไงจะรอติดตามนะคะ ^^. ปล. เพิ่งได้อ่านก้อ่านรวดเดียวถึงนี่เลย 555
    #317
    0
  23. #315 Yiping98 (@ypz-s) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 22:51
    อ่านไปยิ้มไปทั้งตอน-บ้าเอ๊ยหยุดยิ้มไม่ได้เลยโอ้ยน่ารักกกกกกกกก
    #315
    0
  24. #314 no suga, no life (@nooker940714) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 15:47
    น่ารักมากกกกกกกก รอนะคะ ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
    #314
    0
  25. #313 mttrow. (@minmin1632) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 06:21
    กิ้ดๆๆ น่ารักมากก แง่ง
    #313
    0