BTS sf/os - (unlock) KOOKGA

ตอนที่ 8 : First impression

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,024
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    18 ส.ค. 60





First impression

Jungkook x Suga




∞  ∞  ∞






จอนจองกุกชอบคนเรียบร้อย



ก็ไม่ได้หมายความว่างั้นหรอก... แต่ตอนปีสามคนอื่นถามแทนน้องๆ เรื่องสเปค เจ้าตัวพูดว่า ‘ถ้าเรียบร้อยกว่าพี่ก็ดีนะ’



น้องปีหนึ่งที่ประทับใจพี่สันทนาการปีสามเลยได้แต่ถอดคอนแท็กเลนส์แล้วจำใจสวมแว่นหนาเตอะ สีผมที่เคยเป็นสีแปร๊ดจนต้องย้อมกลับแล้วปล่อยยาวเพราะแห้งเสียเกินเยียวยาก็ให้มันดำต่อไปทั้งที่ใจอยากหัวชมพูเต็มแก่ ไอ้เสื้อผ้าแบบมืดมนออลแบล็คทั้งตัวก็ต้องเก็บแล้วรื้อสีขาวหรือสีเพลนเรียบๆ ออกมาใส่แทน 



ถามว่าทำไปทำไม



ไม่รู้เหมือนกัน



มินยุนกิไม่เคยมีแฟน พอรู้สึก ‘ชอบ’ เป็นกับเขาบ้างเลยอยากลองดู



ส่วนไอ้เรื่องรักแรกพบหรือความชอบแบบงงๆ นั่นก็ไม่ได้เหมือนในนิยายรักหวานแหววหรอก ก็แค่วันแรกพบที่กำลังมองเพลิน คนอะไรสูงยาวเข่าดี กล้ามแขนกำลังงาม หน้าตาน่ารักก็ได้หล่อก็ไม่เชิง แถมยังยิ้มเก่งขยันโปรยฟันหน้าใส่น้องจนแต่ละคนเขินหน้าแดงเถือกดิ้นปัดๆ เป็นปลาสวาย เขาขี้เกียจจนไม่อยากร่วมกิจกรรมเลยแสร้งทำเป็นปวดท้อง แอคติ้งแบบดารายังอาย



ตอแหลมาก แต่เอาเถอะ



ผลคือจอนจองกุกคนนั้นหน้าเหวอ พุ่งเข้ามาถามอาการแล้วจัดการช้อนตัวอุ้มจนลอยหวือท่ามกลางสายตาคนนับร้อย รีบสาวเท้าไปวางที่โซนเต้นท์พยาบาล กำชับว่าให้พัก อย่าร่วมกิจกรรมถ้าไม่ไหว หรือหากอยากกลับบ้านก็ให้บอกพี่ได้เลย



เทวดากับคนบาปชัดๆ 



เห็นท่าทีเป็นห่วงแบบนั้นแล้วก็ได้แต่สำนึกผิดเล็กๆ ในใจ ย้ำว่าเล็กๆ เพราะหลังจากนั้นเขาก็ตีเนียนหลับยาวไปสองชั่วโมง ตื่นมาอีกทีตอนเพื่อนกำลังทยอยคว้ากระเป๋าเลิกกิจกรรมพอดี ส่วนพี่สันทนาการคนนั้นก็เดินเข้ามาหาอีกรอบ แตะหน้าผากทีแก้มที 



ต่อให้ตายด้านมาจากไหนก็ต้องใจเต้นแหละวะ นี่พูดเลย



อบอุ่นเหมือนเตาเผา ฮีตเตอร์ เตาปฏิกรณ์ อะไรก็ตามที่ให้ความร้อน แม้คำพูดคำจาตอนเล่นกับน้องจะดูกวนตีนไปบ้างแต่คนหน้าตาดีทำอะไรก็ไม่ผิด มินยุนกิเลยนั่งหน้าร้อนผ่าวแดงเถือกตัวเกร็งไปหมด บอกกับตัวเองในใจว่าดีแบบนี้ต้องมีคู่แข่งเป็นคนทั้งคณะไม่ก็ครึ่งมหาลัย 



อันนี้ค่อนข้างมั่นใจว่าเจ้าตัวยังไม่มีแฟน เพราะเพื่อนพี่เขาเล่นแซวป่าวประกาศว่าปีสามคนนี้โสดสนิท แต่ไม่ได้โสดเพราะหาแฟนไม่ได้นะ โสดเพราะนิสัยไม่ได้ดีเหมือนหน้าตา อย่าไปหลงกล ซึ่ง...จุดนี้ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ ตัวเขาเองไม่ใช่คนนิสัยดีเป็นทุนเดิม ยืนยันด้วยการตอแหลอู้มานอนตั้งแต่รับน้องวันแรก



นั่นแหละ เอาเป็นว่าหลังจากรับน้องวันนั้น มินยุนกิแงะตัวเองออกจากเตียงเพื่อไปร่วมกิจกรรมแทบทุกวันตลอดสองสัปดาห์ ถ้าขี้เกียจมากๆ ก็นอนอยู่หอ เขาไม่ทุ่มเทให้ความรักจนทอดทิ้งความขี้เกียจที่เกิดมาพร้อมกันหรอก แน่นอนว่าพี่คนนั้นน่ะทุกคนรุมชวนคุย เรียกให้ช่วยนู่นช่วยนี่ตลอดเวลา จองกุกก็ยิ้มโชว์ฟันกระต่ายแบบใจดีพร่ำเพรื่อ



ปัญหาอย่างแรก เขาไม่ใช่คนพูดเก่ง เลยนั่งทำงานส่วนรวมเงียบๆ กับเพื่อนใหม่พ่วงรูมเมทอย่างปาร์คจีมิน 



ปัญหาอีกอย่าง ยุนกิเป็นผู้ชายที่แม้ภายนอกจะดูซีดๆ ตัวผอม แต่เรื่องเรี่ยวแรงก็ตามมาตรฐานทั่วไปค่อนไปทางแข็งแรง การตอกตะปูแบกหามทุกอย่างเป็นเรื่องปกติที่ทำได้ การจะแอ๊บเนียนทำเป็นยกไม่ไหวก็คงทุเรศตัวเองอยู่ไม่น้อย คนที่เรียกน่ะเพื่อนร่วมรุ่นสาวๆ นู่น ปล่อยให้พี่สันทนาการช่วยผู้หญิงไปก็ถูกแล้ว



เออ แล้วกูมาทำไมวะ มาจนวันสุดท้ายแล้วเนี่ย



พอคิดได้ก็วางแปรงในมือลงถัง ลุกขึ้นปัดฝุ่นที่ก้นออกพอเป็นพิธี



“จีมิน เรากลับก่อนนะ”



คนที่สูงเท่าๆ กันอ้าปากหวอ เผลอตะโกนลั่นทั้งที่มือยังถือถังสีทาบ้านกับแปรงอันเบ้อเริ่ม “หา!?” พอรู้ตัวว่าโอเวอร์แอคติ้งก็รีบขอโทษขอโพย ลดระดับเสียงลงก่อนค่อยถาม “ไม่สบายเหรอ ให้ไปส่งมั้ย ยังไงก็อยู่ห้องเดียวกัน...”



“อ่า... เราอยากกลับเฉยๆ ไม่ได้เป็นอะไร”



“ได้ๆ งั้นกลับดีๆ นะ เจอกันที่หอ”



ยุนกิพยักหน้า พอเดินไปหยิบกระเป๋าเป้จากด้านในมาสะพาย เดินดุ่มๆ บอกลารุ่นพี่ปีสองปีสามแบบสุดจะนอบน้อมเสร็จก็เตรียมเดินกลับหอพักที่ห่างไปราวหนึ่งกิโลกว่าๆ ทว่าระหว่างกำลังหักข้อนิ้วกับสะบัดคอแก้เมื่อย เสียงเรียกก็ดังมาจากด้านหลังจนสะดุ้งโหยง ห่อไหล่จนเหลือตัวกระปิ๋วเดียวแถมยังปรับสีหน้าเป็นเวอร์ชั่นแมวหงอย



“น้องครับ กลับแล้วเหรอ ไม่ได้ป่วยใช่มั้ย”



วิญญาณยังคงตามติด



คนตัวขาวค่อยๆ หันกลับไป ฉีกยิ้มนิดๆ แบบเกร็งหน้า ในหัวคิดแค่ว่าเทพเจ้าแห่งเด็กเรียนจะต้องลงมาประทับร่าง เลยแสดงออกแบบเจี๋ยมเจี้ยมตะมุตะมิ พอเงยหน้าสบตาก็เห็นว่าคนแก่กว่ากำลังก้มมองอ่านป้ายชื่อห้อยคอ



“มินยุนกิ? น้องยุนกิ”



“อ่า... ครับ กลับแล้วครับ ไม่ได้ป่วยครับ ผ...ผมสบายดี”



ย้ำอีกครั้ง ต่อให้ตายด้านก็ต้องมีหวั่นไหวกันบ้าง คนอะไรมันจะแดเมจรุนแรงขนาดนี้



จองกุกคลี่ยิ้มกว้าง ได้ยินแบบนั้นก็โล่งอก “อื้อ ดีแล้ว งวดก่อนที่ปวดท้องก็หายแล้วใช่มั้ยเอ่ย”



จำได้ด้วยเฮ้ย



“หายแล้วครับ” หมายถึงหายจากโรคสำออย



พูดไปก็เกร็งจนจิกมือตัวเองไป ถามว่าเขินมั้ยมันก็ต้องมีบ้าง แต่ปกติอาการเขินมักกลบเกลื่อนด้วยการด่าคำหยาบหรือลงไม้ลงมือ ซึ่งคงทำแบบนั้นไม่ได้... การจะเรียบร้อยกว่าจอนจองกุกคงต้องเหมือนคนอยู่ในศีลในธรรม เห็นทีจบงานนี้ระหว่างรอเปิดเทอมคงต้องไปนั่งสมาธิหรือตระเวนทำบุญ อะไรเทือกๆ นั้น



รุ่นพี่โบกมือบ๊ายบาย บอกว่าขอบคุณที่ขยันมานะ เจอกันตอนเปิดเทอมนะครับ ซึ่งคนฟังก็ยิ้มหวานกลับ ก้มตัวจับสายกระเป๋าแล้วเดินดุ๊กดิ๊กกลับ แว่นตาทรงกลมที่จะร่วงจากดั้งนี่มันน่าหงุดหงิดใจ แต่ถ้าได้รับรอยยิ้มสดใสแบบนั้นมา... เขาว่ามันก็คงคุ้มไปอีกแบบล่ะมั้ง



อย่างที่บอกว่าเขาไม่เคยมีความรัก



นึกชอบใครครั้งแรก...กลับเป็นรุ่นพี่ที่สดใสแถมยังหน้าตาดีระดับหายาก ใครต่อใครก็ชอบ



นกแหงม



แต่โอกาสแบบนี้มีก็ต้องคว้า พี่เขาโสดย่อมแปลว่ามีโอกาส



เว้นก็แต่รุ่นพี่ปีสามหน้าตาคุ้นๆ ที่เดินโฉบผ่านไป... ถ้าความไม่แตกก็ดีหรอก





∞  ∞  ∞








ยุนกิไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมต้องอยากรู้อยากลองกับเรื่องรักๆ ชอบๆ ขนาดนั้น เพราะสิ่งที่เขาทำระหว่างหยุดอยู่บ้านรอเปิดเทอมในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้าคือการทำขนม เรียนรู้วิธีจากแม่ เรียกได้ว่าเป็นการกระทำที่ตัวเองยังนึกแสลงใจ แต่ให้ทำไงได้วะ จะเอาของไปให้โดยมีข้ออ้างว่าช่วยแม่ทำแล้วเหลือ อยากสร้างภาพนักก็ต้องมาแบบนี้แหละ 



กลัวตัวเอง



ถ้าเป็นโหมดปกติก็คงเดินไปบอกด้วยสีหน้าหาเรื่อง ชอบพี่อะ คบกันปะ ไม่ก็... แลกบุหรี่กันมั้ย ของญี่ปุ่น ระดับแปด ซึ่งมันไม่ใช่ มันไม่ได้ 



นั่นคงหมดหวัง ปัดทิ้งไป



โชคดีที่เขาไม่ได้เสพติดบุหรี่ขนาดนั้น พอมีความคิดว่าอยากเลิกแล้วมีแรงจูงใจก็หยุดสูบได้ง่ายๆ มีหงุดหงิดบ้างแต่การเคี้ยวหมากฝรั่งกับอมลูกอมก็พอถูไถ อันนี้ต้องขอบคุณจอนจองกุกจากใจจริงที่ทำให้ทุกอย่างง่ายขึ้น 



เวลาแห่งความสุขผ่านไปไวเสมอ ประเดี๋ยวเดียวก็ถึงวันเปิดเทอมวันแรก ชีวิตเฟรชชี่ในคณะศิลปกรรมศาสตร์คงไม่แย่เท่าไหร่หรอก เพื่อนก็หามาได้แล้วแบบรูมเมทไฟลท์บังคับนามว่าปาร์คจีมิน เหมือนลูกหมาตัวเล็กแจกความสดใสให้ทุกคนบนโลกนี้ แต่ขอทีเถอะ เขาเห็นหรอกว่าใต้รอยยิ้มใสๆ จิตใจนางฟ้าของมันก็ผู้ชายคนนึง ไม่ใช่ว่านิสัยห่าม เจ้านี่คิดถึงคนอื่น ชอบให้คนอื่น แค่บางมุมก็มีระบบความคิดแบบตรงเผงไปหน่อย ดีไม่ดีจะเป็นตัวฉุดเพื่อนเข้าร้านเหล้า



แสร้งเรียบร้อยยังไง โลกก็หมุนคนประเภทเดียวกันมาให้อยู่ดี



รอก่อนนะชิมชิม ขอกลับร่างเดิมแล้วอาจจะซี้กันมากกว่านี้



พวกเขาเจอกันครั้งแรกตอนย้ายของเข้าหอพักก่อนเริ่มรับน้องสองวัน ยืนยิ้มใส่กันอยู่นานพอตัว จนจีมินเปิดประเด็นชวนคุยถึงคลายบรรยากาศอึดอัดไปได้เยอะ เขาไม่ได้ทำตัวเนิร์ดขนาดตอนเจอจองกุกแต่ก็ไม่ได้เผยธาตุแท้ทั้งหมด คงไม่แปลกถ้าคนช่างสังเกตแบบมันจะพอดูออกบ้าง



ว่านั่นไม่ใช่กมลสันดานอะนะ



เปิดเทอมวันแรก เด็กปีหนึ่งตัวขาวจั๊วะตื่นเพราะโดนรูมเมทกระโจนโถมตัวใส่ จำใจลุกขึ้นมาอาบน้ำแปรงฟันหิ้วกระเป๋าเดินเข้าคณะ วันนี้ต้องไปลงทะเบียนเรียนให้เรียบร้อยแล้วก็ตามหาชมรมที่อยากเข้าหากต้องการ มือซีดๆ ยกขึ้นดันแว่นให้อยู่ในระดับสายตา พอเห็นว่าในห้องประชุมมีปีหนึ่งอยู่ไม่กี่คน แต่พี่สันทนาการคนดียืนยิ้มอยู่มุมห้องก็แอบลิงโลดในใจ



นับหัวดูแล้วมีปีสองแค่สองสามคน กับปีสามประมาณห้าคน



พื้นฐานไม่ใช่คนหน้าบาง เพราะงั้นการเดินดุ่มๆ เข้าไปยื่นถุงกระดาษสีมิ้นท์ขนาดกะทัดรัดใส่หน้าก็ไม่ได้ทำให้กระดากอายแต่อย่างใด กำลังจะอ้าปากพูดว่า ‘เอาไปดิ๊’ สมองก็ระลึกได้ เลยทำเป็นเม้มปากด้วยความเขินระดับหก ก้มหน้านิดหน่อย ยื่นให้ด้วยสองมือ และเชื่อเถอะพอทำแบบนี้หน้าก็พาลแดงไปโดยอัตโนมัติ อายตัวเอง



“เอ่อ เอามาให้ครับ พอดีทำมาเยอะประมาณนึง...”



ยังไม่ทันจะสร้างสรรค์ปั้นน้ำเป็นตัว รอยยิ้มสว่างจ้าของจองกุกก็คลี่ออกมาก่อน 



ใจกระตุก



อันนี้ไม่ได้แกล้ง กระตุกจริงๆ



“กำลังหิวพอดีเลย ขอบคุณมากครับ”



ถ้าคนอื่นในรุ่นมาเห็น คิดว่าเขาคงไม่ได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขแล้วล่ะ... ปัญหาคือทั้งปีสองและปีสามกลับหันมามองแล้วหันไปซุบซิบอะไรบางอย่างด้วยสีหน้าเสียอกเสียดาย  ถ้าเป็นปกติต้อง...ไม่เป็นมิตร? หรือไม่ก็โห่แซวรึเปล่านะ ทำไมถึงผิดคาดแบบแปลกๆ



ขนาดจีมินยังอ้าปากค้าง



พอเดินกลับไปนั่งในที่ที่จัดไว้ให้ เพื่อนตัวเล็กก็กระชากตัวเขาทันที “ยุนกิ! อะไรอะ! เอาอะไรไปให้!”



เจ้าของชื่อยกนิ้วมาดันแว่น “คุกกี้ไง จีมินกินหมดไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วนี่?”



มันดีดนิ้วเป๊าะ พึมพำว่าเออว่ะ แล้วลูบพุงตัวเองสองสามที เหมือนจะสำนึกผิดนิดหน่อยที่กินไปดูการ์ตูนไปแป๊ปเดียวก็หมดกล่อง นม เนย น้ำตาล นอกจากเป็นคู่เตี้ยแล้วยังเป็นคู่อ้วนด้วย ชิบหายมั้ยล่ะ



พอเงยหน้าขึ้นมาถึงเห็นว่าถุงที่บรรจงห่อมาโดนแกะแคว่ก รอยยิ้มยังประดับอยู่ มันเป็นถุงที่ด้านในซ้อนพลาสติกไว้ถึงได้ใส่มาชั้นเดียว แน่นอนว่าการให้ในที่สาธารณะพร้อมบอกว่าตัวเองหิว... สิ่งที่ทำคือการแกะแล้วยื่นเพื่อนคนอื่นๆ กับปีสองหยิบกินไปก่อน หากจำไม่ผิดเขาใส่คุกกี้นิ่มช็อกโกแลตเยิ้มๆ ชิ้นใหญ่พอตัวไปประมาณเจ็ดชิ้น ถูกแจกจ่ายให้คนอื่นก็ห้า ฟันกระต่ายนั่นเคี้ยวตุ้ยๆ แล้วหันมายกนิ้วโป้งให้ ครู่เดียวก็กินชิ้นที่สองจนหมด และนั่นเป็นชิ้นสุดท้าย



เหมือนจะดีนะ



แต่ไอ้การแบ่งให้ชาวบ้านก่อนเนี่ยมันจี๊ดบอกไม่ถูก



คนสดใสเป็นศูนย์กลางจนได้ตำแหน่งพี่สันมาก็ต้องประมาณนี้แหละมั้ง...



ประเภทดีกับทุกคน



พลันเสียงกระซิบลอยมาจากข้างๆ “ยุนกิ ชอบพี่จองกุกอ่อ”



“เฮ้ย ก็... เออ มั้ง”



โดนจี้ใจดำหน่อยก็สะดุ้งโหยง แอบหลุดตกใจออกมาหนึ่งคำแต่ยังดีที่ไม่หยาบ ยิ่งหันไปเจอสีหน้าล้อเลียนเหมือนมีเสียงออกมาว่าฮั่นน่อววววก็ไม่รู้จะเอามือไปไว้ตรงไหน เลยยกขึ้นผลักเพื่อนไปเบาๆ หนึ่งทีถ้วนตามวิธีเด็กเรียนเรียบร้อย “ทำไมยิ้มแบบนั้นอะ แปลกเหรอ”



“ก็ไม่ได้บอกว่าแปลกนี่ แต่พี่เขาคนชอบเยอะนา... ไหวเร้อ”



รอกูถอดร่างก่อนเถอะ เงาหัวมึงหายแน่



นั่นคือสิ่งที่คิด แต่นี่คือสิ่งที่พูด 



“...ไม่ได้หวังอะไรนี่”



แต่ไม่ได้โกหกนะเรื่องไม่หวัง เขารู้อยู่เต็มอกว่าจอนจองกุกเป็นมนุษย์เพื่อนเยอะและกว้างขวาง เป็นที่รักของคนสัตว์สิ่งของ เพราะงั้นแค่พี่เขารับคุกกี้ถุงนั้นไปเคี้ยวก็บุญมากแล้ว การสวมบทบาทเด็กติ๋มนี่มันค่อนข้างฝืนเกินไป เขายังไม่ชอบตัวเองเลยแล้วใครจะมาชอบ ซึ่งถ้าทำตัวเก๋าอันธพาลไปก็คงหมดสิทธิ์ร้อยเปอร์เซ็น



คนที่ใจดี สว่างสดใสยังกะเทวดาแบบนั้น คงไม่ชอบเด็กที่เอาทักษะเทควันโดมาทะเลาะวิวาทหรอกถูกไหม ไม่อยากจะอวดว่าสมัยมัธยมปลายห้ารุมหนึ่งยังชนะแบบไร้รอยขีดข่วน เพราะขาสั้นเลยมุดหนีคล่อง ตลบหน้าตลบหลังเร็วยังกะหนูท่อ



อีกประมาณครึ่งชั่วโมงจะถึงเวลาเริ่ม ยุนกิเอาตารางเรียนออกมานั่งดูอีกครั้งแล้วหันไปคุยเรื่องทั่วไปกับเพื่อนข้างๆ กะว่าจะนอนงีบแล้วให้อีกคนปลุก 



ทว่าพี่ขวัญใจปวงประชาก็พุ่งเข้ามาหาเอาเสียก่อน 



“ยุนกิ”



“ค...ครับ?”



ชึ้บ ขยับแว่นหนึ่งที



“คือมันอร่อยมากเลยอะ จริงๆ นะ ทำขายรึเปล่า พี่อยากกินอีกอะ”



แล้วแบ่งคนอื่นไปห้าชิ้นคือตอนแรกคิดว่ากูทำรสxไม่แดก?



“อ่า... ไม่ได้ทำขายครับ แต่อุปกรณ์อยู่ที่บ้านหมดเลย ยังไงจันทร์หน้าจะทำมาให้ใหม่นะครับ” พูดแล้วก็ยิ้มหวานกลับไปให้หนึ่งที ทดเอาไว้ในใจว่าพี่แม่งสายแดก ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องด้วยของกิน ขืนเพื่อนสมัยมัธยมปลายมาเห็นมันคงหัวเราะดังไปสามบ้านแปดบ้าน คนแบบมินยุนกิอบคุกกี้ให้รุ่นพี่ นึกเองยังขนลุกเองเลยเนี่ย



“จริงเหรอ พี่ขอซื้อดีกว่า ขอยาวๆ ไปอีกสี่อาทิตย์เลยนะ เอาทีละโหลเลย ขอทางติดต่อหน่อยเดี๋ยวจะทวง”



แรงกระทุ้งศอกจากปาร์คจีมินคล้ายจะแซวทำเอาเขินจนอึดอัดขึ้นมานิดหน่อย ตัดสินใจเปิดแอพแล้วยื่นชื่อไอดีให้อีกคนเอาไปกดแอดตามสะดวก พอกวาดสายตามองรอบๆ ถึงเห็นว่าเพื่อนในรุ่นหลายคนมองมาแบบติดจะล้อเลียน ไม่ก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจ อยากรู้อยากเห็น แตกต่างจากรุ่นพี่คนอื่นที่ยืนส่ายหน้า



แปลก



มันแปลกเกินไป



แต่ก็เอาเถอะ... ถึงตอนนี้ตัวเองจะดูโคตรเด็กเรียน แต่พื้นฐานนิสัยไม่ใช่แบบนั้น ถ้าจะโดนหลอกใช้จีบแล้วทิ้งหรืออะไรก็ใช่ว่าจะตามเกมไม่ทัน เขานึกชอบคนตรงหน้า แต่เขาไม่ทุ่มเทกับความรักจนไม่ลืมหูลืมตา และเพราะปฏิกิริยาของคนรอบๆ การสังเกตคงเป็นสิ่งจำเป็น อย่าน้อยก็ในช่วงแรกๆ นั่นแหละ



“ขอบคุณนะครับ เดี๋ยวทักไปนะ”



“ครับ”



จอนจองกุกเดินกลับไปเอนเตอร์เทนน้องด้านหน้าแล้ว... พร้อมๆ กับการพูดไปเรื่อยเปื่อยทั้งเรื่องเรียนและกิจกรรมที่มี ทิ้งให้เขาโดนชิมชิมกระซิบต่อไปจนเริ่มขนลุกบอกไม่ถูก “หว่าย หรือจะไม่นกอะ”



“คงหิวเขามั้ง”



มันยกมือลูบคาง ทำหน้าครุ่นคิดได้น่าตีมาก “แต่เราว่าแปลกๆ นะ อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน... เด็กติ๋มๆ อย่างยุนกิระวังไว้หน่อยก็ดีมั้ง เซ้นส์มันบอก” จีมินเป็นคนเข้ากับคนอื่นง่าย น่าจะเพราะการพูดแบบตรงเผงตรงประเด็นด้วยกระมัง... รวมไปถึงการเน้นที่คำว่าติ๋มเหมือนรู้ทันอะไรบางอย่าง



ยุนกิปัดผมม้าที่ปรกตาออก หันกลับไปหาเพื่อนแล้วยกยิ้มในแบบที่ต่างออกไป



“...เราสองคนก็พอๆ กันไม่ใช่รึไง”



รอยยิ้มคือคำตอบ





∞  ∞  ∞






เข้าสัปดาห์ที่สี่ หรือก็คือสัปดาห์สุดท้ายเท่าที่ตกลงกันไว้ มินยุนกิใช้ชีวิตแบบปกติพ่วงด้วยสายตาแปลกประหลาดจากทั้งรุ่นพี่และรุ่นเดียวกันในคณะ ซึ่งไม่รู้เพราะคาร์แรคเตอร์ปัจจุบันบวกกับขี้เกียจเกินจะเดินไปถามว่ามีปัญหาอะไร เย็นวันศุกร์นั่งรถกลับบ้านสองชั่วโมง เย็นวันอาทิตย์กลับมาพร้อมคุกกี้สองถุงใหญ่ 



ถุงนึงของจีมิน ไม่รู้กินหรือเอาไปโปรย หมดไวมาก



ว่ากันตามตรง เขาสามารถคุยกับเพื่อนร่วมรุ่นได้ปกติ แค่ไม่สนิทใจนักเพราะขนลุกกับตัวเอง โดนบางกลุ่มแกล้งปากระดาษใส่หรือขัดขาบ้างแต่ก็นานทีปีหน ส่วนกับปาร์คจีมินคือความแตกตั้งแต่สัปดาห์แรก ค้นพบว่าหมอนั่นเป็นคนดีนิสัยดี แค่มีมุมผีๆ บ้างตามประสามนุษย์ทั่วไป ความสัมพันธ์กับรุ่นพี่ก็เจอหน้าทักทายได้ปกติ พี่รหัสท่าทางจะเอ็นดูอยู่ไม่น้อย ได้เลคเชอร์มาหนาเป็นตั้ง

ส่วนหมอนั่นรู้ได้ยังไง... มันหัวเราะลั่น บอกว่าเด็กเนิร์ดที่ไหนจะกล้าจีบพี่ต่อหน้าคนอื่นหรอก



ซึ่งก็จริง พอทำตัวไร้สาระไปพักนึงก็เริ่มคิดได้เองว่าทำไปทำไมวะ อึดอัดตัวเองจนไม่มีเพื่อนเป็นกลุ่มเพราะต้องมาคอยเก๊กคอยแอ๊บใส มันไม่ใช่ตัวเองเลยซักนิด



อีกอย่าง การสวมแว่นไปเรียนเป็นสิ่งที่ทำใจให้คุ้นชินได้แล้ว



จอนจองกุก คนคนนั้นหายหัวไปเลยตั้งแต่จบกิจกรรมรับน้องช่วงเปิดเทอมในสัปดาห์ที่สอง ราวกับการเทคแคร์ดูแลที่ผ่านมาเป็นแค่หน้าที่ที่ต้องทำ พอปลดระวางก็ลาก่อน เขาพยายามชวนคุย ส่งข้อความไปหาทั้งที่ไม่ใช่นิสัยตัวเอง อบให้ทั้งคุกกี้และขนมอื่นๆ ที่พอจะเก็บได้เกินสามวัน ทำให้จนตกเป็นขี้ปากใครต่อใครว่าเด็กปีหนึ่งหน้าติ๋มคนนี้ตามจีบพี่ปีสาม



แน่นอนว่าไม่มีวี่แววจะสมหวัง



และวันนี้คือขนมถุงสุดท้าย ไม่ได้คิดเงินหรอก แต่มักจะได้ตอบแทนมาเป็นสิ่งของอย่างพวกกล่องดินสอลายมุมิ พวงกุญแจ กับขนมขบเคี้ยวไว้กินเล่นถุงใหญ่ยิ่งกว่าเทคสายรหัส 



มินยุนกิถือถุงกระดาษเดินไปยังอาคารเรียน มีโต๊ะให้นั่งติดกันเป็นพรืดอยู่สองแถว กำลังจะเลี้ยวเข้าไปก็เห็นเป้าหมายนั่งอยู่กับเพื่อนกลุ่มใหญ่ทั้งชายและหญิง บทสนทนาเสียงดังลั่นไม่เกรงใจพวกนั้นก็คงไม่พ้นเรื่องของเขา นี่มันตามแบบฉบับละครหลังข่าวชัดๆ เลยนี่หว่า เป๊ะเวอร์



“ตกลงกับน้องยุนกิคนนั้นเป็นไง?”



“อะไรเป็นไงวะ?”



“อ้าว ก็น้องเขาชอบมึงไม่ใช่เหรอ รู้กันทั้งคณะ มึงก็ดันเล่นด้วย น้องน่ารักชิบหายไม่น่าหลงผิดเลย”



ใครบอกว่าผู้ชายไม่ขี้เม้าท์วะ ไม่จริงอะ 



เพราะอยากรู้อยากเห็นเลยแอบดักฟังนิดหน่อย สาบานได้ว่าไม่รู้สึกเสียใจหรือย่ำแย่อะไรซักนิด ดีซะอีกจะได้รู้ซะทีว่าตัวเองจะเป็นคนหรือเป็นนก รำคาญแว่นหนาๆ อันนี้เต็มทนแล้ว ไอ้การแต่งตัวเรียบร้อยถูกระเบียบนี่ก็ไม่ใช่นิสัยเลยซักนิด หากได้ถอดร่างนี้ออกชีวิตคงมีอิสระขึ้นจม



ทำไปได้ไงวะ แอ๊บใสเพราะจองกุกชอบคนเรียบร้อย



คิดๆ ละโคตรไร้สาระ



เกือบสองเดือนกับความรู้สึกชอบแบบเด็กๆ มันไม่ได้สำคัญขนาดนั้น อย่างน้อยการเรียนกับปาร์คจีมินก็เป็นสิ่งจำเป็นกับชีวิตมากกว่า พออะไรๆ ไม่เป็นอย่างที่คิดไว้ตอนแรก เขาจะเบื่อขึ้นมาก็ไม่แปลก



อย่างที่บอก พื้นฐานไม่ใช่เด็กดี



“ไม่มีอะไรนี่ น้องเขาทำขนมอร่อยดี เนี่ยเดี๋ยววันนี้ได้มาอีก จะได้แบ่งกันแดก พวกมึงก็รู้ว่าเด็กเนิร์ดไม่ใช่ไทป์กู น่ารักแต่ไม่ใช่อะ โคตรติ๋ม” เพราะยืนหันหลังพิงกำแพงอยู่เลยไม่เห็นว่าตรงนั้นเป็นยังไงบ้าง แต่เสียงหัวเราะสนุกสนานกับการล้อเลียนตามประสากลุ่มเพื่อนก็ดังเข้าหัวตลอดเวลา 



อย่างน้อยก็ไม่ได้ดูถูกแหละวะ สงสัยตีบทแตกจนชาวบ้านเกรงอกเกรงใจ



ขอทีเหอะ เด็กเนิร์ดไม่ใช่ไทป์ ไม่เกรงใจแว่นกูเลย คือแบบ นี่เข้าใจผิดเหรอ คือคิดไปเองถูกมั้ยว่าจองกุกเรียบร้อย บอกชอบคนเรียบร้อยกว่าตัวเองแสดงว่าต้องพ่อพระแม่พระมาก ที่จริงผิดตั้งแต่ข้อแรกเพราะพี่ก็เป็นผู้ชายทั่วไปคนนึง



เสียเวลาที่สุด



ยุนกิถอนหายใจ งวดนี้เขาโง่เอง 



“ละมึงได้คุยไรกะน้องบ้างปะ”



“เปล่า กูไม่ได้ตอบ ไม่รู้เหมือนกันทักมาทำไม คราวหลังไม่เอาแล้วนะเว้นพี่สัน นิสัยกูไม่ดีขนาดนั้นอะ ต้องฉีกยิ้มให้ปีหนึ่งทั้งวันเหมือนคนบ้าเลย สร้างภาพจนน้องเข้าใจผิดเนี่ย” น้ำเสียงโวยวายแบบไม่จริงจังนักไม่ได้ชวนให้รู้สึกแปลกเท่าไหร่ แต่อย่างน้อยก็รู้แล้วว่านอกจากเขาจะสวมหน้ากากหนาพอๆ กับแว่นสายตา อีกฝ่ายก็ไม่ต่างกัน



อย่างที่บอกว่าโลกจะหมุนคนประเภทเดียวกันมาให้...



แต่ฟังกับหูตัวเองแล้วก็ง่ายดี เขาเบื่อจะเล่นบทแบบนี้แล้วด้วย กลับมาเป็นเหมือนเดิมคงดีกว่า จีมินก็เตือนอยู่ตลอดว่าต่อให้จองกุกชอบเขาขึ้นมาจริงๆ ซักวันก็ต้องเลิกอยู่ดีเพราะตัวตนมันไม่ใช่อย่างที่พยายามสร้างมา 



มินยุนกิถอนหายใจ เดินถือถุงขนมสีหวานจ๋อยจากรสนิยมคุณแม่แล้วยื่นให้พร้อมรอยยิ้มเหมือนเดิม



“นี่ของพี่ครับ”



หลายคนพยายามกลั้นขำ บางคนก็โห่แซวกับความใจกล้าที่เดินเข้ามากลางกลุ่ม ตามประสาพวกวัยกำลังเฮ้วก็ต้องมีพฤติกรรมปากหมาบ้างอะไรบ้างเป็นเรื่องธรรมชาติ



“ชอบเพื่อนพี่เหรอ”



เขายิ้ม



แต่เป็นรอยยิ้มเหยียดที่ไม่เหมือนเดิม



“เคยครับ ตอนนี้เฉยๆ”



บรรยากาศคล้ายจะเปลี่ยนไปกะทันหัน



“อีกอย่าง...ไม่ใช่พี่คนเดียวที่สร้างภาพได้นะ” เขาฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันเรียงตัวกันสวยชัดๆ แล้วขอตัวออกมาอย่างสุภาพ สิ่งที่ควบคุมยากที่สุดคือแววตา เพราะฉะนั้นที่ผ่านมาเขาพยายามก้มหลบและทำตัวอึกอัก แต่มาวันนี้หากมันไม่จำเป็นอีกแล้วก็สามารถสบตรงๆ ได้ รวมไปถึงกวาดมองตาพี่ทุกคนในกลุ่ม



ไม่รู้ทำไมถึงสบายใจกว่าทุกที



ในคาบเรียนช่วงบ่ายวันนั้น เขาบอกจีมินว่าลอกคราบแล้ว มันหัวเราะลั่นแล้วปรบมือท่าแมวน้ำ ท่าทางดีอกดีใจเหมือนรอคอยวันนี้มานาน หลังเลิกเรียนก็หิ้วกระเป๋าไปร้านทำผม จัดการกัดจนแสบหนังหัวให้ได้ผลออกมาเป็นสีชมพูแดงหม่นๆ อย่างที่จิ้มเลือกไว้ในตอนแรก



คอนแท็กเลนส์ก็จัดการซื้อมาใส่เหมือนเดิมให้เรียบร้อย



สวัสดีมินยุนกิ 



ไม่ได้เจอกันนานเลย



“มึง กูอยากแดกเหล้า”



จีมินหัวเราะอีกครั้ง แลบลิ้นเลียปากตัวเอง “...เอาดิ”





∞  ∞  ∞







เสื้อเชิ้ตสีดำหลวมจนปิดถึงต้นขารับกับผิวขาวซีดไม่หยอก ระยะเวลากว่าสองเดือนที่ไม่ได้เข้าผับบาร์ทั้งที่อายุถึงแล้วมันชวนให้เหงานิดหน่อย เขาเกิดต้นปี เข้าได้ปุ๊ปพุ่งเลย ไม่ได้ชอบหรือรู้สึกสนุกกับมันขนาดนั้นหรอก แค่อยู่ในวัยอยากรู้อยากลอง ไปหาประสบการณ์เสพบรรยากาศเฉยๆ



ผมสีชมพูเด่นทันทีที่กระทบแสงไฟ บรรยากาศครึกครื้นกับเสียงเพลงดังลั่นชวนให้ใจเต้นตาม ยุนกิเดินไปที่โต๊ะแล้วสั่งเหล้าเป็นอย่างแรก ตั้งแต่ดื่มมาเขาคอแข็งสุดในกลุ่ม ไม่รู้ว่าจีมินเป็นยังไงแต่จากทักษะการชงที่คล่องพอตัวก็คงไม่คอพับคออ่อนตั้งแต่หัววัน ดีซะอีกไม่ต้องเสียเวลาชงเอง ถึงชงหมือนจะมอมกันตั้งแต่แก้วแรกก็ตาม



การออกไปเต้นด้านหน้าไม่ใช่เรื่องถนัดนัก แต่นานๆ ทีคงไม่เสียหาย ครู่เดียวก็กระแทกแก้วลงกับโต๊ะ เดินตัวปลิวยิ้มเยาะแทรกไปด้านหน้า ยังไม่ทันจะตั้งตัวก็โดนโอบเอวจนเซ ก่อนมือจะเลื่อนมาที่หัวไหล่แสดงความเป็นเจ้าของ โอเค แบบนี้มันเรื่องปกติ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าชอบ



ยุนกิสะบัดออกโดยอัตโนมัติ เดินกระดึ๊บไปทางอื่น โยกตัวตามจังหวะหนักๆ ไปตามประสา



พลันสายตาเหลือบไปเห็นคนที่เพิ่งเดินเข้ามาพร้อมกลุ่มเพื่อน



เผลอเลียริมฝีปากตัวเองอัตโนมัติ



จอนจองกุก



พี่คนนั้นดื่มไปแค่สองสามแก้วก็ออกมาด้านหน้า เขาตั้งใจเดินไปหา เงยหน้าสบตา... คลี่ยิ้มซุกซนเล็กน้อยแล้วใช้ปลายนิ้วแตะไล่มาตั้งแต่ต้นคอยันกลางอกอีกฝ่าย เห็นอีกคนกลั้นหายใจนิดหน่อย ก่อนจากแววตาสดใสใจดีที่เคยเห็นจะเปลี่ยนเป็นผู้ล่า พร้อมกับอ้อมแขนแข็งแรงที่รวบเอวเข้าหา ไล้ต่ำลงสะโพกแผ่วเบา



บอกเลยว่าควรเอาออสก้าร์ไป



ว่าตัวเองเนียนละนะ พี่คนนี้แม่งเนียนกว่าอีกอะ



เก็บมาได้ไงตั้งนาน แป๊ปเดียวมือล้วงเข้าชายเสื้อแล้วเนี่ย



มือขาวค่อยๆ ผลักออก กดจูบเบาๆ บริเวณสันกรามของรุ่นพี่ในคณะแล้วเลื่อนไปกระซิบแผ่วเบา “ไม่ชอบเด็กเนิร์ดไม่ใช่เหรอครับ... พี่จองกุก” คนตัวเล็กกว่ายิ้มแล้วแตะริมฝีปากที่ข้างแก้มปิดท้าย ผละตัวออกตั้งใจจะเดินกลับไปหาจีมินที่โต๊ะ



ทว่าแรงกระชากนั่นไม่ได้เบาเลย



ไม่ใกล้เคียงเลยด้วย



“เดี๋ยว”



เขาชักสีหน้าแล้วสะบัดข้อมือออก คล้ายอีกคนจะรู้ถึงได้รีบกล่าวขอโทษ ดวงตากลมโตของพี่สันทนาการจ้องไล่ตั้งแต่สีผมจรดเท้า ก่อนฝ่ามือใหญ่ๆ จะแตะที่แก้ม ขมวดคิ้วมองทั้งๆ ที่ปากพึมพำชื่อที่อยู่ในหัวออกมา “...ยุนกิ? รึเปล่า?”



“ดีใจจัง จำได้ด้วยเหรอครับ” ระดับเสียงดังขึ้นเพราะจังหวะเสียงเพลงจากลำโพงหนักขึ้นทุกที 



“ทำไม...?”



มินยุนกิส่ายหน้า ยื่นมือไปจัดปกเสื้อของอีกคนให้เรียบร้อย “บอกแล้วไง ว่าไม่ได้มีพี่คนเดียวที่สร้างภาพเป็น”



แววตาซุกซนปนท้าทายคล้ายจะกระตุ้นสัญชาตญาณบางอย่าง จอนจองกุกมองตามคนที่เดินกลับไปกอดคอเพื่อน ในหัววุ่นวายไปหมดคล้ายภาพที่ผ่านมากับสิ่งที่เพิ่งเจอมันตบตีกันเอง 



ก่อนจะเปลี่ยนเป็นรอยยิ้ม




∞  ∞  ∞





จากข่าวคราวว่าน้องปีหนึ่งท่าทางติ๋มๆ เรียบร้อยตามขายขนมจีบให้พี่ปีสาม หลังจากวันนั้นทุกอย่างดูจะพลิกกลับ เมื่อมินยุนกิที่แสนเรียบร้อยพูดจาสุภาพของทุกคนกลายร่างเป็นอันธพาลโผงผาง ใครมาแซวหรือหานินทาระยะประชิด มันจ้องหน้าแล้วเดินไปถามปนหาเรื่องทั้งๆ อย่างนั้น ไม่ใช่แค่สีผมหรอกที่เปลี่ยน ทั้งสีหน้า แววตา ลามไปถึงบุคลิกก็ไม่มีอะไรเหมือนเดิมซักอย่าง



ก่อนหน้านี้ผิวขาวจัดตัดกับผมดำ พอกัดผมเป็นสีสว่างเลยดูน่ามองเข้าไปใหญ่ บวกเข้ากับนิสัยห่ามกว่าเดิมจะมีคนชอบก็คงไม่แปลกใจนัก ไหนจะผลการเรียนระดับท็อป กลายเป็นขี้ปากชาวบ้านตั้งแต่วันแรกที่เดินเข้าคณะด้วยสภาพร่างเดิม แน่นอนว่าปาร์คจีมินขำกลิ้งตอนเพื่อนร่วมรุ่นคนอื่นแอบทักมาถามหลังไมค์กันหลายชีวิตว่าเกิดอะไรขึ้น



ได้แต่ตอบว่า มันไม่ได้เปลี่ยน แค่กลับเป็นปกติ



ไม่กี่วันถัดมาก็คล้ายจะชินตา ทั้งสีผมทั้งท่าทางเหมือนไม่แคร์โลกใบนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนขึ้นคือมีคนเข้าหาชวนคุยมากกว่าเดิมหลายเท่า จะเพราะกลับมากล้าพูดคุยหรืออะไรก็ตาม แม้บางคนจะดูกลัวๆ หน่อย



เสียงหัวเราะที่เคยล้อเลียนตอนนำขนมไปให้หายไปแล้ว 



เช่นเดียวกับไอ้คนที่บอกว่าไม่ใช่สเปค ติ๋มเกิน เนิร์ดเกิน ที่ไม่รู้ทำไมขยันทักมาทุกวัน เขาไม่คิดจะตอบจนตัดสินใจบล็อคทิ้งไปด้วยซ้ำ เลิกชอบก็คือเลิก จองกุกไม่ใช่เทวดามาจากไหน ถึงจะใจดีจริงแต่โดยรวมก็แค่คนประเภทเดียวกันที่หน้าตาดีและท่าทางสุภาพก็เท่านั้น



เออ ยอมรับก็ได้ว่าพื้นฐานยังเป็นคนจิตใจดี เทคแคร์เก่ง ไม่งั้นคงไม่ได้ตำแหน่งสำคัญของการดูแลน้องมาหรอก แต่พอเห็นท่าทีที่เจอกันวันนั้น... เขากลัวนิดหน่อยว่าถ้าเป็นแค่หลงในสภาพภายนอกกับท่าทางเหมือนชวนขึ้นเตียง สุดท้ายก็เป็นตัวเขาเองที่มีโอกาสโดนเขี่ยทิ้งเอาง่ายๆ



และเขาไม่มีประสบการณ์เรื่องนี้ ไม่รู้หรอกว่าจะฟูมฟายหรือต่อยจนกว่ากรามมันจะเบี้ยว



มันเป็นความรู้สึกที่ชอบ ถูกชะตา อยากอยู่ใกล้ และนั่นมันยากจะอธิบาย ทางที่ดีเขาควรตัดทุกอย่างทิ้งแล้วกลับไปใช้ชีวิตอิสระเหมือนเดิม แบบเดียวกับที่รูมเมทชิมชิมเป็น ดูจะมีความสุขที่สุดแล้วกระมัง



“ยุนกิ”



มาอีกแล้ว



จอนจองกุกทิ้งตัวลงนั่งฝั่งตรงข้ามของโต๊ะในโรงอาหาร จู่ๆ มื้อเช้าตรงหน้าก็ปะแล่มๆ ไม่อร่อยซะงั้น นึกสาปจีมินคนแรกเลยที่ต้องไปส่งเอกสารที่คณะก่อนเลยไม่มากินด้วย “ใครบอกให้นั่ง”



“นี่โรงอาหารคณะ ทำไมจะนั่งไม่ได้”



เออ กวนตีน



ยุนกิขมวดคิ้ว เบะปากนิดหน่อยแล้วยกจานตัวเองไปวางที่โต๊ะด้านหลัง หันหนีกันดื้อๆ แบบไม่คิดสนใจมารยาทพื้นฐานซักนิด ยังไม่ทันจะตักคำต่อไปเข้าปาก รุ่นพี่เวรตะไลก็หอบทั้งข้าวทั้งน้ำมาทิ้งตัวนั่งข้างๆ แทน “น่ารำคาญ”



“พี่เสียใจนะ”



“เรื่องของมึ...พี่”



คนฟังหัวเราะ ไม่ได้นึกโกรธกับคำสรรพนามที่หลุดออกมาตอนแรกซักนิด แบบนี้น่ะดีแล้ว เขาชอบคนที่ดูเป็นธรรมชาติและน่าค้นหา มินยุนกิเวอร์ชั่นนี้น่ามองและคุยสนุกกว่าตอนแรกหลายเท่า เข้าใจดีด้วยว่าทำไมตอนนี้ถึงโดนปฏิเสธแบบไม่ไว้หน้า มันก็สมควรแล้วนั่นแหละหากเจ้าตัวได้ยินสิ่งที่เขาพูดตั้งแต่แรกในวันนั้น



แต่เขาไม่คิดจะปล่อยให้โอกาสหลุดมือ



“ไม่ชอบพี่แล้วจริงๆ เหรอ”



แมวขาวตักข้าวเข้าปาก เคี้ยวจนแก้มตุ่ย “อือ”



“ไม่เป็นไร งั้นพี่จะจีบเราเอง”



เสียงวางช้อนส้อมกระแทกจานดังลั่น ยุนกิหันไปมองตาขวางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ ถามว่าดีใจมั้ยมันก็ใช่ แต่ความรู้สึกต่อต้านมันพุ่งขึ้นมาเป็นอย่างแรก มันฝังใจนิดหน่อยทั้งที่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ผิดอะไร เป็นเขาเองที่พยายามทำตัวดีจนหมดความน่าสนใจ อ่า... ยากจัง “ไม่ต้องยุ่ง”



“แล้วแก้มแดงทำไม?”



ต่อยได้มั้ย



“สุขภาพดี”



ต่อยตัวเองก่อนเหอะ ตอบเหมือนไม่เคยเรียนชีวะ 



“นี่จริงจังนะ เป็นแบบนี้น่ารักขึ้นเยอะเลย เมื่อคืนพี่ถามแทฮยองมาแล้ว มันบอกว่าตอนแรกจำไม่ได้เพราะน้องยุนกิที่รู้จักไม่เคยนุ่มนิ่มมุมิ แถมยังแรงเยอะ เก่งทะเลาะวิวาท” คนฟังยิ้มกว้างสว่างสดใสอย่างที่คุ้นตา คงอารมณ์ดีจริงๆ นั่นแหละที่กวนประสาทเขาสำเร็จ สาบานได้ว่าถ้าเขารู้สึกลบกับพี่เวรตะไลนี่มากกว่าอีกแค่นิดเดียว อเมริกาโน่เย็นบนโต๊ะต้องไปอยู่บนหัวมัน 



ส่วนแทฮยองที่ถูกกล่าวถึง เป็นรุ่นพี่ในโรงเรียนที่เคยคุยกันนิดหน่อย ภายนอกดูดีมากจนนึกว่านายแบบ แต่เอาเข้าจริงก็ไม่ค่อยมีสติเท่าไหร่ เขาไม่ค่อยเห็นมาที่คณะเลยไม่รู้ว่ากลุ่มเดียวกัน แต่ก็ต้องขอบคุณที่ไม่ปริปากบอกก่อนถึงเวลาอันควร ไม่งั้นคงโดนมองแปลกยิ่งกว่าเดิมว่าเป็นนักเลงกลับใจ



“อือ ผมก็เข้าใจผิดว่าพี่เป็นคนดีเหมือนกัน”



ได้ยินเสียงหลุดขำพรืดออกมา ไม่รู้จะถูกใจอะไรนักหนา



“งั้นเอาใหม่ สัญญาว่าจะเป็นตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์ พี่ชื่อจอนจองกุก ชอบเที่ยว สูบบุหรี่บ้างถ้าเครียด เป็นพี่สันเพราะเพื่อนโหวต ถึงตอนแรกจะบอกว่าสร้างภาพ แต่พี่เป็นห่วงน้องทุกคนจริงๆ นะ ที่บอกว่าชอบคนเรียบร้อยกว่าตัวเองก็เป็นเรื่องจริง แค่ตอนนี้ชอบน้องยุนกิเวอร์ชั่นใหม่มากกว่า”



“ใคร?”



พี่ปีสามยิ้มกว้าง “พี่ไง”



“ใครถาม”



มินยุนกิมองด้วยหางตาเสร็จก็หยิบชามข้าวลุกพรวดเดินไปโกยเศษอาหารทิ้งแล้วเก็บขึ้นชั้นให้เรียบร้อย ไม่คิดจะหันกลับมามองคนที่ยิ้มค้างตัวแข็งเป็นหินประดับโต๊ะเลยซักนิด กว่าจองกุกจะได้สติก็หันไปเห็นแค่หลังเล็กๆ เดินออกจากโรงอาหารไปแล้ว ไอ้ครั้นจะวิ่งตามก็คิดว่าคงโดนต่อยคางแตกกลับมาก่อน เลยได้แต่เกาหัวตัวเองแก้เก้อ เดินกลับไปนั่งรวมกลุ่มกับเพื่อนแทน



แถมยังมีเสียงหัวเราะของคิมแทฮยองลอยมา



“ไง โดนด่ากลับมาอะดิ”



“นิดหน่อย”



รอยยิ้มปากสี่เหลี่ยมเด่นชัดเข้ากับผิวสีน้ำผึ้ง แทฮยองตบบ่าเพื่อนดังปั้กๆ อยากจะบอกเหลือเกินว่าชื่อเสียงเรียงนามของน้องคนนี้น่ะใช่ย่อยที่ไหน ตอนแรกคิดว่าคนละคนเพราะเขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับกิจกรรมพวกนี้เท่าไหร่เลยเห็นผ่านๆ แต่พอมองไปมองมาก็คุ้นตาบอกไม่ถูก จะมีซักกี่คนที่ขาวจั๊วะตาตี่น่ารักได้ขนาดนั้น 



แค่...ดูเด๋อจนจำไม่ได้



พอวันที่จองกุกไปเจอยุนกิในผับ แล้วกลับมาถามว่าใครรู้จักน้องคนนั้นบ้าง เปลี่ยนใจเป็นอยากจีบแล้ว เลยแอบดอดไปถามปาร์คจีมิน ก็ได้คำตอบกลับมาว่าน้องตัวขาวชอบจอนจองกุกตั้งแต่วันแรกพบ ละคนนั้นก็ดันพูดออกไมค์ว่าชอบคนเรียบร้อยกว่าตัวเอง เลยทำตัวเนิร์ดเสียเป็นคนละคน เขาฟังแล้วก็ตกใจนิดหน่อย



...แต่ก็น่าสนุกดี 



ทำไมจะไม่รู้ว่าเพื่อนตัวเองชอบคนแบบไหน เดาไว้แล้วว่าเห็นทีจะได้ตามจีบเขากลับต้อยๆ



คนประเภทเดียวกันที่สวมหน้ากากคนดีใส่กัน



ดูจากทรงน่าละลูกหัวปีท้ายปี ตีกันจนเลือดตกยางออกก็หนีไม่รอดหรอก



“สมน้ำหน้า ตอนน้องเขามาหามึงก็ไม่เอา เลือกเยอะก็อดแดกไป”






ø




18.8.17

#unlockkookga




ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นต์นะคะ 

นั่งอ่านแล้วบันเทิงมาก *ไหว้ย่อ*



ปล.ค่ายจะปล่อยอะไรออกมาไม่รู้ สำหรับเราเขารักกั-------

เลยแต่งมุมิเยียวยาตัวเองค่ะ5555










ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

923 ความคิดเห็น

  1. #922 Yoongi my love (@0850930613) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 12:05
    แงงง ชอบมาเลยยยยย
    #922
    0
  2. #869 urnichx (@SweetJK) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 05:18
    ชอบมากกกกกก ฮือคุณไรท์เขียนดีมากเลยค่ะ ชอบทุกตัวอักษร ชอบทุกคาแรคเตอร์ตัวละครเลย ฮื่ออออ เขินต้องจองกุกเรียกน้องยุนกิอะ เขินจนตัวเบี้ยว แง้
    #869
    0
  3. #860 Mr.Victory (@siriphit03) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 / 22:35
    ชอบมากเลยค่ะ อยากให้ทำเป็นเรื่องยาวมาก หรือไม่ก็ขอภาคต่อที รักตอนนี้มากค่ะ
    #860
    0
  4. #839 I-HuATo (@I-HuATo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 20:21
    ชอบตอนนี้มากเลยค่ะไรท์ จะมีโอกาสทำเป็นเรื่องยาวสัก3-4ตอนไหมหน๋อ
    #839
    0
  5. #828 kqxqq99. (@koqymimew) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 15:45
    พล็อตน่ารักและชอบการบรรยายจริงๆค่ะ เฮ้อ อ่านแล้วไม่เบื่อเลย เป็นกำลังใจให้นะคะ สนุกมากเลยค่ะ ✌🏻
    #828
    0
  6. #826 V_PPB (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 02:36

    อันนี้เป็นเรื่ิงแรกที่เพิ่งมาอ่านช่วงนี้แล้วโดนมากกกก มีฟีลว่าอยู่อยากจะกรี๊ดออกมาอ่าาาา

    #826
    0
  7. วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 23:17
    แซ่บบบ แบบนี้คือศีลเสมอกันค่ะ555555 เป็นตัวของตัวเองสบายใจสุดแล้ว ง่อววว
    #801
    0
  8. #791 Ise-sasaki (@Ise-sasaki) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:07
    โอ้ย! ชอบบบบบบ~
    #791
    0
  9. #773 Mint S (@siri-ch36) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 09:04
    ยุนกิหนีไป เล่นตัวเยอะเลยยย
    #773
    0
  10. #593 Sendou Nunny (@nunny149) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 17:22
    โลกมันก็แบบนี้แหละ เหวี่ยงคนแบบเดียวกันมาให้555555555
    #593
    0
  11. #591 3dot (@cherilnaey) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2561 / 15:53

    สมควน5555 น้องยุนกิเล่นหนักๆ

    #591
    0
  12. #571 pimkuuung (@pimkuuung) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2561 / 00:24
    เข้ากันดีเลยค่ะแบบนี้5555555 คนประเภทเดียวกันนี่แหละที่โครจรมาพบกัน
    #571
    0
  13. #482 NOTFOREVER (@M2607) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2561 / 11:10
    ให้มันได้ยังงี้เส้55555
    #482
    0
  14. #464 Nulaw (@Nulaw) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2561 / 20:12
    คู่กันดีค่ะ55
    #464
    0
  15. #453 Yok-Wnl (@Yok-Wnl) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 23:20
    สมน้ำสมเนื้อดี ชอบบบบบบบบ
    #453
    0
  16. #442 FeRizErY (@mabuchi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 18:15
    ให้มันได้อย่างนี้ดิวะแม่งงงงง5555555
    #442
    0
  17. #436 prawarin_png (@prawarin_png) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 17:14
    อันนี้สนุก555555 คุณยุนกิแสบดี ชอบ ดูสมน้ำสมเนื้อกันอะ ที่สำคัญสมน้ำหน้าจองกุกมาก555555 นานๆทีจะเจอจองกุกหน้าแตกในฟิค
    #436
    0
  18. #410 need2sleep (@need2sleep) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 04:41
    สะใจหน่อยๆ
    แต่ถ้ามองในมุมยุนกิเราโกรธแทนเลยนะ
    ที่มาหลอกกันแบบนี้ โคตรเสียความรู้สึก
    #410
    0
  19. #402 iamagirl_ (@iamagirl_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2561 / 22:40
    สะใจค่ะ 55555555555555555555555555555
    #402
    0
  20. #359 Yes! SUGA (@kawpoonn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 08:56
    ฮืออออ ชอบมากเลยค่ะ พี่จองกุกงานหนักหน่อยนะ ถึงน้องจะชอบแต่ท่าทางจะใจแข็งน่าดูเลยเนี่ย ก็ยุนกิอ่ะ ไม่เป็นตัวของตัสเองแต่แรกเล่าาา แสบมาก 55555
    #359
    0
  21. #321 ZAYO_O (@ZAYO_O) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:26
    โคตรขำ ยุนกิแสบมาก สะใจอ่ะ5555555555555555555555 ปกตินี่เกลียดมากเลยอีมุขใครถาม แต่พอยุนกิเล่นละพี่จองกุกเป็นคนโดนนี่สะใจมาก สุดๆ5555555555555555555 แสบสันเว่อ โอ้ยน้งน่ารักแท้ นี่คิดเหมือนแทฮยองเลย ลูกหัวปีท้ายปีแน่ๆ แสบทั้งคู่เลยว้อยย
    #321
    0
  22. #277 ilovehc (@kapokdekd) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:51
    อ่านไปตื่นเต้นไปคือไม่รู้ทางเลยจะมาแนวไหน ชอบมากก พลิกกันพัลวัน
    #277
    0
  23. #264 Mintarisreal (@Mintarisreal) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 18:32
    โอ้ยยยย สนุกกกกก ยุนกิแสบมากลูกกกก5555555555555
    #264
    0
  24. #225 ophatt (@ophatt) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 23:22
    มุขใครถามนี่ปกติใครเล่นจะใส่ศอกเลยนะ กวนตีน แต่เป็นยุนกิเล่นนี่โคตรสะใจจจจจ เอาคืนเยอะๆเลยค่ะ

    น่ารักมากเลย ไอ่แสบบบบ
    #225
    0
  25. #214 suprw_ (@_suprw) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2560 / 02:29
    55555555555 ตลกอ่ะ ไม่สงสารนะ สมน้ำหน? อุ๊บ! 5555 ไงล่ะ โดนเอาคืนเฉย
    #214
    0