( yaoi ) NITI man, society and lover #มนุษย์นิติสังคมและคนรัก [END]

ตอนที่ 13 : บรรพ : ๑๒ คู่จิ้นหรือคู่จริง (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 101,285
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,934 ครั้ง
    1 ธ.ค. 61






บรรพ 13

ว่าด้วย...คู่จิ้นหรือคู่จริง

 

 

 

          เชื่อว่าเสาร์อาทิตย์เป็นวันที่เด็กไทยหลายคนตั้งหน้าตั้งรอพอๆกับมนุษย์วัยทำงาน ยกตัวอย่างเช่นพี่สาวผมที่ชอบโทรมาบ่นให้ฟังอยู่บ่อยๆว่าอยากให้วันศุกร์มาถึงไวๆจะได้มีเวลาหยุดพักผ่อนหย่อนใจสักที

          แน่นอนครับว่าเด็กมหาลัยอย่างเราๆก็เฝ้าคอยไม่ต่างกัน แต่ถ้าจะถามว่าได้พักผ่อนไหม ขอตอบเลยว่าไม่ สโลแกนที่นอกจากจะเรียน กิน เที่ยว และก็นอน ก็คงจะมีวันหยุดพักผ่อนเอาไว้ปั่นงานนี่แหละ

          เรียนเหมือนชิลแต่จริงๆแล้วงานท่วมหัว ทั้งงานเดี่ยวงานกลุ่ม กิจกรรมคณะ ยิ่งช่วงใกล้สอบคงไม่ต้องนึกถึง รายงานจบ สอบเก็บคะแนน ก่อนเจอไฟนอลทีนี่ก็สั่งเหมือนทั้งปีนักศึกษาไม่เคยทำงานส่ง แม่งพร้อมใจประโคมเข้ามาเวลาเดียวกันหมดไอ้ชิบหาย 

          เช้านี้สำหรับคนที่เพิ่งไปกรอกเหล้าเข้าปากมาหมาดๆอย่างผมเมื่อคืน จิกหัวตัวเองลุกออกจากที่นอนแล้วลากสังขารไปเข้าห้องน้ำได้นี่ถือว่ามีบุญมากเท่าไหร่แล้ว ตั้งนาฬิกาปลุกเอาไว้ 6 โมง ตื่นจริงๆ 7 โมงครึ่ง จะไม่ตื่นก็ไม่ได้เพราะมีคนบางคนที่มันนอนอยู่ข้างๆเอามือประหนึ่งกีบตีนควายของมันมาขยุ้มหัว

          ลูบๆคลำๆอยู่นั่นอย่างกับลูบหัวหมาพร้อมบอกให้ผมตื่นมาปิดนาฬิกาทุกๆห้านาทีที่เสียงมันดัง ซึ่งผมก็ยื้อเวลากด Snooze มาได้จนถึง 7 โมงครึ่งอย่างที่บอกนี้ ดีเท่าไหร่แล้วที่มันไม่ฆ่าผมหมกห้องเพราะเสียงนาฬิกาปลุกไก่ขันเนี่ย

          ตื่นมาเหลียวมองมันอีกทีก็เห็นว่านอนคว่ำหน้าหันหัวหนีไปอีกทางละ หายใจเข้าออกปกติอย่างนี้น่าจะไปเข้าเฝ้าพระอินทร์อีกรอบแล้ว

          ใช่ดิ มันไม่มีซ้อมละครเวทีแบบผม ไม่มีกิจกรรมคณะที่ต้องไปทำแต่เช้า ละครเวทีเรื่องนวลฉวีของคณะนิติศาสตร์พวกมันก็จัดไปแล้วตั้งแต่ต้นเทอม แถมมันไม่ได้เมามาเมื่อคืนแบบผมอีก มันไม่มีทางเข้าใจผมหรอก

          ครับ ก็ได้แต่บ่นน้อยเนื้อต่ำใจในความป๊อบปูล่าของตัวเองไปงั้นๆ ออกมาจากห้องน้ำอีกทีปรากฏว่า 8 โมงแล้ว ต้องแต่งตัวแบบใส่เกียร์หมาเท่านั้น ครีมเคริมหนวดเหนิดอะไรก็ไม่สนจะทาจะโกนแม่งแล้ว ขอแค่ไม่เข้าข่ายลัทธิทหารบางระจันอย่างพี่สิงห์กับไอ้คีมมันก็เป็นพอ

          ก็ยังงงๆอยู่ว่าตอนมัธยมผมตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวขึ้นบีทีเอสไปโรงเรียนทันก่อนเคารพธงชาติได้ยังไง เข้ามหาลัยมีเรียน 9 โมงยังไปถึง 9 โมง 15 มาทันเวลาเช็คชื่อก่อนเข้าสายพอดี ถุ้ย! เด็กๆอย่างเอาเป็นเยี่ยงอย่างนะครับมันไม่ดี เอาแค่ความหล่อของผมเป็นแรงบันดาลใจในการสอบเข้ามหาลัยก็พอ

          เสียงไลน์เตือนติ้งๆอยู่ก็เป็นสัญญาณบอกอย่างดีว่าไอ้พี่ผู้กำกับน่าจะทรงกริ้วแล้วที่พระเอกของเรื่องอย่างผมไม่โผล่หน้าอันหล่อวัวตายควายล้มไปให้มันเทศนาธรรมใส่สักที  

          ยืนเช็คดูสภาพยิ่งกว่าอ๊ปป้าอิมพอร์ตจากเกาหลีของตัวเองในกระจกสองสามทีเสร็จ แล้วก็ตัดสินใจเดินออกจากห้องเพื่อมาหาร่างที่ยืนหาวหวอดๆ ถือกุญแจรถรออยู่ข้างนอก เหี้ยนี่ก็อินซิเดียสครับ วิญญาณตามติดชิบหาย

          พอออกมาสู่โลกภายนอกได้ก็รู้สึกเหมือนมันจะเอียงหน่อยๆ บวกกับหิวโคตรๆ วินาทีนั้นหน้ามืดตาลายจนความรู้สึกของการช่างแม่งมันก็เกิดขึ้นมาเอง

          ตราบใดที่ยังไม่มีใครโทรตามก็แสดงว่ามันยังไม่ถึงขีดเส้นตาย เพราะงั้นก่อนไปคณะก็จัดเลยครับ ให้บอมมันพาแวะร้านโจ๊กแถวๆหน้าหอนั่นแหละกินแก้แฮงค์ ก็รู้สึกค่อยยังชั่วขึ้นมานิดนึง

          ไอ้นี่ก็กว่าจะงัดมันขึ้นมาจากที่นอนได้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยนะครับ บ่นอยู่นั่นแหละว่าเมื่อคืนไม่ได้นอน โทษผมอีกไอ้ห่า กูก็ไม่ได้นอนเหมือนกันไหม

          มัวแต่กลัวว่ามันจะคึกจนพาข้าศึกบุกเข้ามายึดเอกราช ขนาดตื่นเช้ามาแล้วยังไม่ลง ผมงงมันก็งง แต่จะไม่มีความสงสารใดในโลกนี้ครับเพราะผมรีบ คนอย่างไอ้จินวิศวะ ฉายาเดือนมหาลัย จะมาเสียความเป็นไทให้ผู้ชายเพราะเหล้าเข้าปากแบบนี้ไม่ได้เว้ย กระจอก

          เมื่อส่งถึงคณะอะไรเสร็จสรรพ ผมก็เอาคีย์การ์ดกับกุญแจห้องให้มันกลับไปนอนที่หอต่อเพราะมันบอกว่ามีเรียนบ่ายนู่น เรียนอะไรของมันก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เรียนทุกวันยันเสาร์อาทิตย์

          ตอนแรกมันขอเดินเข้าไปดูข้างในด้วยแต่ผมเบรกไว้ก่อน คิดว่าเป็นผัวของมหาลัยแล้วจะเดินดุ่มๆเข้าไปทั้งที่สภาพเสื้อบาสชุดนอนกางเกงย้วยๆนี่หรอ ดีนะที่ผมเซนส์แรง ถ้าให้มันเข้ามาด้วยมีหวังห้องแตกกระจุยแน่ๆ เพราะวันนี้เจ๊อารุ่ยมาหาเพื่อนที่อยู่ฝ่ายคอสตูม

          เข้ามาถึงนึกว่าคนจะเต็มห้องกันแล้ว เอาเข้าจริงมีอยู่ไม่ถึง10คน ฝนตกอีก บรรยากาศแม่งปลุกใจสัด

          หน้าตาแต่ละคนก็เหมือนเพิ่งงัดกันออกมาจากที่นอน ยืนยันได้โดยไอ้แจ็คที่หนวดเคราก็ยังไม่ได้โกน นอนหลับปางตายพันอยู่ในผ้าห่มสีรุ้งที่เคยเอาไว้ติดห้องช็อป สภาพเหมือนยังไม่สร่างเมา ไม่มองให้ดีๆกูก็นึกว่าขอทานละเนี่ย

          ผมเดินเข้าไปคุยอะไรกับพี่ๆเขานิดหน่อยก็ได้ความว่าที่คนยังมาน้อยเพราะเลื่อนเวลานัดออกไปจาก 8 โมงเป็น 11 โมง

          เพราะงั้นไอ้พวกที่นั่งทำหน้าเซ็งนอนเรี่ยราดกันอยู่ตอนนี้ก็คือพวกที่ไม่อ่านไลน์กลุ่มนั่นเอง อืม ผมก็เช่นกันครับ นับว่าเป็นโมเมนต์ที่เหี้ย จะโทรกลับให้บอมมันตีรถกลับมารับไปนอนที่หอต่อก็ยังไงๆอยู่ งั้นก็หาที่นอนแม่งตรงนี้เลยแล้วกัน

          พวกมึงต่อไหนเมื่อคืน” ผมถามหลังจากที่เดินเข้าไปนั่งพิงผนังห้องแล้วเอามือถือขึ้นมาไถเล่นอยู่ข้างๆพื้นที่เพื่อนแจ็คมันนอนหมดสภาพอยู่

          เห็นมันส่งสายตามาไล่มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าเหมือนจะล้ออะไรสักอย่าง แต่คิดว่าด้วยความขี้เกียจบวกกับง่วงและยังไม่สร่างเมา อารมณ์อะไรหลายๆอย่างมันเลยไม่พาไป ผมก็พยายามทำตัวเหมือนเมาจนจำเรื่องเมื่อคืนไม่ได้อยู่เหมือนกัน

          ร้านยาดอง

          กลับกันกี่โมงล่ะ

          กูตีสาม แม่งอย่างหนัก คีมแม่งแดกเอาๆ รู้ตัวอีกทีพวกแม่งก็หายหัวไปไหนไม่รู้ พี่สิงห์น่าจะไปกับสาว IC เมื่อคืนที่มาขอชนแก้วกับเรา แต่คีมแม่งหายจริงๆ” มันปรือตาขึ้นมาตอบ บิดขี้เกียจจนสุดตัว มือก็ไม่วายคว้าเอาโทรศัพท์มือถือขึ้นมานอนกดเล่น

          งี้แหละครับ เมาแล้วหาย แต่ไม่ต้องห่วง อยู่ห้องกิ๊กพวกมันสักคนนั่นแหละ เผลอๆแม่งเดินกลับหอเอง วันต่อมาค่อยกลับมาเอารถเพราะขับกลับเองไม่ได้

          สัดพี่สิงห์ ได้ข่าวว่ามันเพิ่งเลิกกับพี่เบญตอนเช้า พอค่ำนัดดีลละหรอ

          ใครจะไปจมอยู่กับความเศร้าเหมือนมึงเป็นอาทิตย์” อ้าว

          อย่า มึงอย่า อย่าให้เห็นว่ามึงก็เป็นเหมือนกู” ผมชี้หน้ามัน ชี้ไม่พอกูแถมฝ่าตีนให้ด้วย โทษฐานมาพูดจาไม่เข้าหู นึกถึงตอนเลิกกับอิมใหม่ๆ ก็ยังสงสัยตัวเองอยู่ นี่ผมเป็นถึงขนาดนั้นได้ยังไงวะ เสียลุคคนคูลของมหาลัยหมด

          เศร้าได้เสียใจได้แต่ชีวิตมันต้องมูฟออนว่ะ” มันเอื้อมมือขึ้นมาตบตักผมปุๆ

          “มึงต้องแยกให้ออกระหว่างมีคนคุยเยอะกับมูฟออน

          “กูถือคตินี้

          ครับๆ ไอ้คนไม่เคยอกหัก มีแต่เคยไปหักอกชาวบ้านเขา” ขอให้สักวันกรรมแม่งตามสนองมึง สนองไม่พอ ถ้าให้ดีขอให้มีผู้ชายเดินเข้ามาจีบด้วย แล้วมึงจะได้รู้ซึ้ง

          ง่วงว่ะ นอนได้ไม่ถึงสองชั่วโมงก็โดนอันลากให้มาขนคัทเอาท์ ง่วงสัด

          ผมนั่งฟังมันบ่น นิ้วก็ไถหน้าจอโทรศัพท์ไปเรื่อย อ๋อ พี่อัน แกอยู่ปีสองครับ เป็นพี่เทคของไอ้แจ็คมัน เหมือนจะเป็นพี่ที่โรงเรียนของมันด้วยมันเลยดูสนิทกับพี่เขาค่อนข้างมาก

          แต่เอาตรงๆไหม แม่งจริงๆก็แอบคุยกันอยู่นั่นแหละแต่เสือกใช้สถานะพี่น้องเป็นข้ออ้าง คิดว่าผมไม่รู้หรอ ทางนั้นเขาโคตรชัดเจน ตัดภาพมาที่มัน สับรางเก่งเป็นว่าเล่น ว่าแล้วก็สงสารผู้หญิงครับ คุยกับใครไม่คุยมาคุยกับเหี้ย

          สมควรละ เมากันอย่างกับหมาก็ยังจะต่อ

          คีมมันอยาก

          กูไม่เคยเห็นมันกินแล้วเมาจนตื่นมาไม่ได้นะ” เท่าที่เป็นเพื่อนกันมา คีมมันเป็นพวกที่กินแล้วรู้ลิมิตตัวเองครับ ถ้าไปด้วยกันก็มันนี่แหละที่เป็นคนคอยหิ้วเพื่อนกลับหอตลอด ถึงเมาแต่ก็ยังคุยรู้เรื่อง ขับรถกลับเองได้ นานๆทีค่อยเห็นมันจัดหนักจัดเต็มแต่สุดท้ายก็งัดตัวเองมาเรียนได้อยู่ดี

          ไม่รู๊ ทะเลาะกับแม่มาอีกแล้วมั้ง” ไอ้แจ็คยักไหล่ตอบเหมือนคนขี้เกียจคิด

          มันวางมือถือไว้ข้างๆแล้วยกผ้าห่มขึ้นเตรียมตัวนอนอีกรอบ ผมพยักหน้าอือออไป เมื่อเห็นว่ายังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรก็ตัดสินใจนอนเกลือกพื้นห้องข้างๆกับร่างของมันนั่นแหละ ถอดเสื้อแขนยาวที่สวมมาด้วยออกมายกขึ้นคุมโปงก็พร้อมเข้าสู่นิทราเต็มที่

          พูดถึงหน้าที่พวกมัน ไอ้คีมนี่อยู่ทีมศิลป์กับแสงสีเสียงครับ ในขณะที่พี่สิงห์แม่งอยู่ทุกฝ่าย ใช้สิทธิ์ที่บ้านตัวเองเป็นสปอนเซอร์ มาบ้างไม่มาบ้างแล้วแต่อารมณ์ คนแบบนี้แม่งมีอยู่จริงๆครับ ถ้าจำไม่ผิดที่บ้านพี่มันน่าจะทำธุรกิจขายรถยนต์กับอู่ซ่อมอยู่ในเมืองนู่น

          คงจะเพราะครอบครัวทำงานทางนี้ พ่อกับแม่มันเลยไม่ค่อยอยากให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเอารถออกมาใช้ในมอเท่าไหร่ มันก็เลยกลายเป็นกาฝากพวกผมจนถึงทุกวันนี้ แต่ดีที่ส่วนใหญ่พี่มันกลับไปนอนบ้าน ไม่ก็หาแทรกห้องคนอื่นอยู่ ไม่ห้องสาวสักคนก็มากกอยู่ที่ห้องผมกับแจ็คคีมนี่แหละ

          ส่วนไอ้แจ็คปีศาจ มันอยู่ฝ่ายนักแสดงเหมือนกันกับผม ความคอนทราสต์ของแม่งคืออะไรรู้ไหม ชีวิตจริงเป็นแค่นักศึกษาวิศวะขี้เหล้า แต่เสือกได้เล่นเป็นบทคนถือสากปากถือศีล สะพายย่าม ใส่ชุดขาว เดินตามหลังพระบิณฑบาต  

          แต่เห็นอย่างนี้มันเป็นตัวสร้างสีสันให้เรื่องเลยนะครับ โผล่มาทุกช่วงพักเบรก ถือว่าโอเคที่มันเป็นคนแถเก่ง ทั้งมุกทั้งเปลือกหอยหรือแม้แต่ขยะมูลฝอยตามชายหาดมันก็มีหมด เลยมีบางคำบ้างที่สามารถด้นสดได้จึงไม่ค่อยหนักหนาสำหรับมันเท่าไหร่ถ้าเทียบกับผม

          บอกเลยครับตั้งแต่ซ้อมมา ซ้อมสิบรอบกูก็ยังไม่เคยเห็นบทพูดมันซ้ำกันซักรอบ ที่สำคัญแม่งเสือกไม่แป้กด้วย

          เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วไม่รู้ ผมนอนหลับๆตื่นๆเล่นมือถือไปอย่างนั้นจนถึง 11 โมงเพราะมีเสียงคนคุยกันอยู่ตลอด กระทั่งทุกคนมากันครบ

          ไม่รีรออะไรพี่ผู้กำกับก็เรียกรวม ขอซีนนู้น ซีนนี้ เหนื่อยแต่ก็สนุกดี พอไม่ค่อยได้เน้นฉากของผมเท่าไหร่ผมก็เลยถือโอกาสชวนไอ้แจ็คขอพี่เขาแย๊บๆออกไปทำงานกลุ่ม อย่างน้อยก็ไปให้เพื่อนผู้หญิงที่เขาทำงานเห็นสภาพ ช่วยทำอะไรที่พอทำได้หรือไม่ก็ของานกลับไปทำที่หอก็ยังดีกว่าไม่โผล่หน้าไปให้เห็นเลย

          ออกมาจากงานกลุ่มได้เวลาบ่ายเศษๆ ก็เลยกันต่อไปกินข้าวแล้วค่อยกลับมาที่คณะอีก วนลูปซ้อมๆพักๆอยู่อย่างนั้นจนเวลาล่วงเลยเข้ามาถึง 5 โมงเย็น ฝนด้านนอกยังรินๆอยู่เหมือนเดิมแต่ไม่มากแล้ว

          เสื้อแขนยาวใครคร้าบ

          จังหวะนั้นก็มีเสียงได้แจ็คดังขึ้นขณะที่ทุกคนกำลังนั่งพักกินลูกชิ้นทอดที่เจ๊อารุ่ยเป็นคนซื้อเข้ามาเปย์พวกนักแสดงผู้ชาย (เพราะผู้หญิงไม่ค่อยกล้ากิน)

          เพิ่งกลับมาบ่ายสาม มึงจะออกไปทำส้นตีนอะไรอีกอู้ พี่อินพี่ชายของพี่อันหันมาถามเสียงเขียว ก็นั่นแหละครับผู้กำกับในแคมเปญนี้ของเรา เป็นพี่ปีสาม หน้าคล้ายๆพี่อันแต่เป็นเวอร์ชั่นผู้ชายที่โหดกว่า ดุกว่า ตัวอย่างกับหมี ถึงพี่มันจะหน้าตาดีก็เหอะ

          นั่นคงเป็นอีกเหตุผลที่ว่าทำไมไอ้แจ็คมันดูจะเกรงอกเกรงใจพี่เขาเป็นพิเศษ ถึงพี่เขาจะไม่รู้ว่ามันแอบคุยกับน้องตัวเองอยู่ก็ตามที

          ก็รู้อยู่ว่าผู้หญิงในคณะมันแรร์ แต่ถ้าจะเอาผู้ชายมากำกับ ทำไมไม่หาคนดีๆ ปากไม่หมากว่าพี่มันมาคุมวะ ผมล่ะเซ็ง

          แป๊บเดียวพี่ ไปรับคีมเฉยๆ ผมเอามอไซค์มันมา ว่าจะยืมเสื้อไปกันฝน

          เออ รีบไปรีบมาเลย ช้ากูปล่อยเที่ยงคืน

          โหยยยยยยยย” เสียงนักแสดงภายในห้องต่างพร้อมใจกันตะโกนไล่ไอ้แจ็คให้มันรีบไปทันที พร้อมทั้งผมที่ได้แต่อุทานคำหยาบในใจเบาๆ แจ็คมันหัวเราะแต่ก็พยักตอบรับครับผมรัวๆ ก่อนจะหันกลับมาพูดเสียงดังอีกว่า...

          โห แฟนใครอยู่นิติครับเนี่ย เสื้อส๊วยสวย ผมขอยืมหน่อย

          ได้ยินคำว่านิติแล้วเกี๊ยวในปากกูนี่แทบพุ่งเลย

          ผมรีบหันขวับไปมองไอ้แจ็คที่ยืนกางเสื้อแขนยาวสีดำแถบเหลืองตัวใหญ่ชนิดที่ว่าสวมควายได้ทั้งตัวโชว์ให้เหล่าประชาชนในห้องซ้อมเห็นด้านหลังเสื้อที่สกรีนด้วยตัวอักษรภาษาอังกฤษสีขาวเรียบๆว่า LAW BASKETBALL CLUB  

          ชัดเลย เสื้อผม ตัวเดียวกับที่ใส่กันฝนมาเมื่อเช้าเป๊ะๆ!

          อุ๊ยๆๆๆ เมื่อเช้านี้เจ๊เห็นน้องจินใส่มา” เจ๊อารุ่ยตอบพร้อมหันมายิ้มกรุ้มกริ่มให้ไม่ต่างจากไอ้แจ็คที่เดินจีบปากจีบคอเข้ามาหาผม

          เพื่อนรัก กูยืมแป๊บนะยังไม่ทันที่จะได้ตอบปัดอะไรมันก็แจ้นออกจากห้องไปแล้ว หารู้ไม่ว่านั่นเป็นการทิ้งขี้ก้อนใหญ่เอาไว้ให้ผมเต็มๆ รู้สึกพลาดท่าให้มันอีกแล้ว โธ่เอ๊ย      

          เสื้อบีบอมหรอจ๊ะ แหมๆๆๆ อ้าว นั่นคอไปโดนอะไรมา ทำไมเป็นแดงๆ” แจ็คแจ็คดุจปีศาจหายไป ในมอนี้ก็ยังเหลือมนุษย์ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแอดมินเพจคิ้วแอนด์คูลบอยอย่างเจ๊อารุ่ยนี่แหละครับ

          นั่นแหละคือเหตุผลจริงๆที่ว่าทำไมผมใส่เสื้อตัวนี้และรูดซิปมาถึงต้นคอ ก็ว่าเมื่อเช้าแอบไปขอคอนซีลเลอร์พี่ฝ่ายคอสตูมมาป้ายแล้วนะแต่ก็ยังตาดีเห็นอีก

          ยุงกัดครับ” ผมตอบเจ๊ไปพลางทำท่าจิ้มเกี๊ยวทอดใส่ปากเหมือนเล่าสภาพดินฟ้าอากาศให้ฟัง

          ยุงที่หอมึงนี่ท่าว่าจะตัวใหญ่นะ” ไอ้เหี้ย! ทำไมเสียงมันคุ้นๆวะ!

          ว๊ายตายแล้ววววว สามีมาหลีกทางหน่อยค่ะ มากินลูกชิ้นเร็วลูก แม่เลี้ยงเอง

          และแล้วเสียงฮือฮาก็ดังขึ้นตามโดยเฉพาะจากกลุ่มนักแสดงฝ่ายหญิงซึ่งมีไอ้พี่อินมันยืนงงอยู่ว่าพวกมึงจะกรี๊ดกันทำห่าอะไร

          จังหวะดีเหลือเกิน เสียงที่บอกว่าคุ้นๆตอนแรกน่ะเป็นของพี่สิงห์ครับ แต่สามีที่เจ๊อารุ่ยกำลังทำท่าอ้าแขนกอดรับใส่ก็คือคนที่พี่มันพาเข้ามาในห้องด้วยนี่แหละ แห้งเลยครับแห้งเลย หมายถึงเสียงหัวเราะผมเนี่ย มึงจะมาทำไมตอนนี้

          ผัวมึงนี่โคตรเด็ก ใครเค้าให้ทำรอยไว้นอกเสื้อผ้าวะ” พี่สิงห์มันเดินมากระซิบ ได้ยินแล้วหน้าชาไปหลายกระจุก

          อย่าว่าแต่จะให้สวนกลับมันเลย ยังไม่ทันจะได้แก้ต่างอะไรมันก็เดินไปรวมอยู่กับกลุ่มพวกพี่อินแล้วนั่งแดกลูกชิ้นอยู่มุมโน้นสบายใจเฉิบ เส้นยิ่งกว่าเจ๊อารุ่ยก็พี่มันนี่แหละ เขานัดกันตั้งแต่ 11 โมงเช้า มันเล่นมา 5 โมงเย็น

          ทำไมไม่รับโทรศัพท์

          ผมหันกลับมาหาคนที่เดินเข้ามานั่งขัดสมาธิอยู่ข้างๆ ดูก็รู้ว่ากำลังหลบการปะทะจากเจ๊อารุ่ยที่แทบจะประเคนถุงลูกชิ้นทอดที่เหลืออยู่มาให้มัน ซึ่งมันก็ปฏิเสธไปตามระเบียบนั่นแหละ แต่ผมไม่ครับ มันไม่แดกเดี๋ยวกระผมแดกให้เอง

          โทษๆ กูชาร์จแบต” ผมว่าพลางพยักพเยิดหน้าไปทางไอโฟนของตัวเองที่นอนแอ้งแม้งอยู่กับสายชาร์จใกล้ๆปลั๊กรวมตรงมุมห้อง

          กินข้าวแล้วหรอ” มันถามอีกพร้อมทั้งยื่นกุญแจรถยนต์ของผมรวมทั้งคีย์การ์ดและกุญแจห้องที่ผมเอาให้มันไปเมื่อเช้าคืนให้

          ยังอ่ะ กินแค่ลูกชิ้นไป แต่กูอิ่มแล้วว่ะ

          ไม่เป็นไร แค่จะชวนไปกินไก่เคเอฟซี

          โอ้โห มึงจะเลี้ยงกูหรอ

          เปล่า พี่รหัสกูซื้อมา เหลือแต่กระดูก กินไหม

          ไอ้สัดเอามาให้คนหรือหมากิน

          ล้อเล่น” มันหัวเราะ “ถ้าจะกินก็ออกไปกินข้างนอก กูเอาไว้ในรถ

          “เค

          ถามว่าออกไปไหม คำตอบคือไปครับ ไม่ใช่ว่าเพราะหิวนะ บอกไปแล้วว่ากินลูกชิ้นจนอิ่ม แต่จะให้มานั่งคุยกับมันแล้วให้คนทั้งห้องมองมาด้วยสายตาขี้เสือก ของผู้หญิงไม่เท่าไหร่เพราะมัวแต่กรี๊ดกร๊าดความหล่อของมัน 

          แต่พวกผู้ชายนี่ดิ คงจะอยากถามผมมากว่าไอ้เหี้ยนี่มันใคร มีสิทธิ์อะไรถึงกล้าเข้ามานั่งในห้องอันศักดิ์สิทธิ์ที่มีแต่พี่น้องชาววิดวะของเราที่สามารถเข้าได้ตอนช่วงซ้อมละครแห่งนี้

          แน่นอนว่าผมไม่มีทางบอกหรอกว่ามันเป็นแฟน เพราะงั้นก็ต้องเคลื่อนพลหนีครับ สุดท้ายก็ได้ออกมานั่งกินเป็นเพื่อนมันที่ใต้ตึก ดีที่ยังมีคนมานั่งอ่านหนังสือกับทำงานอยู่แต่ไม่ค่อยเยอะเหมือนช่วงกลางวันแล้ว

          พี่รหัสมึงนี่ใช่คนที่แท็กรูปมาให้มึงในเฟซเมื่อตอนบ่ายๆปะ” ผมถามขณะควานหาวิ๊งแซ่บในถัง แหม่ เด็กวัยรุ่นกำลังโตครับ หายใจนิดๆหน่อยๆท้องก็ย่อยแล้ว เห็นมันกินท่าทางอร่อยด้วยก็เลยอยากชิมมั่ง

          ใช่มันพยักหน้า “ทำไม กิ๊กเก่ามึงหรอ?”

          ไม่ แค่จะบอกว่าไปเลี้ยงมาแล้วเมื่อวาน วันนี้ก็ยังซื้อของมาเทคมึงอีก โคตรดูแลดี” ตัดภาพมาที่พี่รหัสผม เลี้ยงทีเดียวหายเข้ากลีบเมฆไปเลย

          ก็ดี เขาบอกว่าเมื่อวานเห็นกูไม่ค่อยกินเลยซื้อมาให้

          หูย สวยแล้วยังใจดีอีกว่ะ” ผมว่าพลางนึกไปถึงรูปในเฟซที่บอมมันโดนติดแท็กจากผู้หญิงที่ไหนไม่รู้ ซึ่งจากคำบอกเล่าเมื่อกี้ก็น่าจะเป็นพี่รหัสของมัน ไม่อยากจะบอกว่าใหญ่ประหนึ่งหัวเจ๊อารุ่ยที่ทำทรงผมตีกระบังมาวันนี้ ไก่เคเอฟซีใช่ไหม เปล่าครับ หมายถึงนมเนี่ย 

          ปากก็บอกไม่ชอบถ่ายรูปงั้นงี้ ทีรูปที่เขาแท็กมาให้ในเฟซนะมึ้ง กูเห็นมันนี่ยิ้มหน้าบานให้เขายิ่งกว่าอาแปะขายน้ำเต้าหู้ที่ถนนหน้าหอกูอีก ที่สำคัญนมน้วยแขนมันจนจะทะลักออกมานอกจอมือถือได้อยู่แล้ว แม่งก็ยังไม่รู้ตัวอีก

          แดกไป อย่าพูดมาก” นั่น...

          ก็เขาสวยจริ...” ผมรีบหุบปากตัวเองไว้เมื่อสุดท้ายโดนมันเงยหน้าขึ้นมามองนิ่งๆ แถมยังถอนหายใจเหนื่อยใส่ก่อนจะพูดออกมาเสียงแข็งว่า...

          “ต่อหน้ากูยังจะมาชมผู้หญิงคนอื่นสวยอีก ก้มหน้าแดกเงียบๆไป

          สัดคดีพลิก ตบหัวกูอีก หึงกูเฉย แม่ง ควายก็ยังเป็นควายอยู่วันยังค่ำนั่นแหละครับ ไว้อาลัยให้ผมด้วย

          

**********

 

          1 ชั่วโมงผ่านไป

          กินเสร็จแล้วผมก็กลับเข้ามาในห้องซ้อมเหมือนเดิม มานั่งดูการเข้าฉากของคนอื่นรอซีนตัวเอง ถึงชีวิตจริงตอนนี้จะโดนบอมมันแย่งซีนไปเยอะก็เถอะ

          ไอ้คีมกับไอ้แจ็คมาแล้ว พวกมันน่าจะอยู่ด้านนอกกัน ส่วนบอมก็ยังนั่งเล่นเกมมือถืออยู่ข้างๆผม รอให้ฝนหยุดตกแล้วให้เมทมันขับมอเตอร์ไซค์มารับเพราะมันบอกว่าวันนี้เดี๋ยวกลับไปนอนหอ

          บวกไหม” มันถามขึ้น คงจะเห็นผมนั่งพิงผนังทำหน้าเบื่อๆได้แต่มองคนเดินไปเดินมา

          ผมเหล่ตามองหน้าจอมือถือของมันก็ร้องอ๋อในใจ ก่อนจะเดินไปปลดมือถือของตัวเองออกมาจากสายชาร์จแล้วกลับมานั่งที่เดิม มันชวนเล่นเกมครับ เอาจริงผมเล่นไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่หรอก ก็เล่นๆไปตามกระแส ตอนนี้ก็รู้สึกเบื่อๆด้วย บวกหน่อยก็ดี

          “ไม่ลงแรงค์นะ

          “โอเค

          มีใครบ้าง” ว่าแล้วก็เปิดแอพขึ้นมา

          กู คีม ซอง กับเพื่อนโรงเรียนกูอีกคน

          สัด ทีมเดิม กูไม่เล่น” แค่ได้ยินชื่อพวกแม่งผมก็ปฏิเสธแบบไม่ต้องคิดละ พวกมันแต่ละคนเล่นเก่งโคตร อยู่แรงค์ Diamond ไม่ก็ Conqueror ในขณะที่ผมอีกไม่กี่ดาวก็จะตก Platinum แล้ว มีทีมเก่งแล้วทำไมยังต้องกลัว คำตอบคือเมื่อฝั่งเราเก่งแค่ไหน ฝั่งตรงข้ามก็จะดึงคนเก่งๆมาด้วย สุดท้ายไก่ก็คือผมไง

          เร็ว” มันเร่งขณะที่สายตายังจ้องไปที่หน้าจอไม่กระพริบ

          พวกมึงชอบปล่อยให้กูถูกรุมอ่ะ มีแต่บอกให้ดูแลตัวเอง ไม่ค่อยมาช่วยบ่นไปงั้นแต่ก็เล่นอยู่ดี 

          เดี๋ยวเล่นให้” ไม่รอช้ามันก็ยืนมือถือของมันมาก่อนจะเอามือถือของผมไปแทน

          จากนั้นก็มันส์เลย ใส่หูฟังเปิดไมค์พร้อม เสียงไอ้ซองกับใครอีกคนไม่รู้ด่ากันจนนึกว่านี่ถ้าพวกมันอยู่ด้วยกันก็คงจะตีกันไปแล้ว

          ไอ้คีมสบถอยู่เป็นพักๆ ส่วนอีกคนก็แว๊บมาด่าไอ้บอมที่เล่นเป็นตำแหน่งป่าว่าฟาร์มช้า ไม่ตีมังกรให้ทีมซักที แถมยังตายเยอะ บลาๆ ซึ่งผมเป็นคนเล่นเอง พอได้ยินพวกมันเถียงกันแล้วก็ได้แต่กลั้นขำ ตลกกว่าไอ้ซองหัวร้อนคือเสียงหัวเราะหึๆอยู่แค่ในลำคอของคนข้างๆ เพิ่งเคยเห็นมันหัวเราะจริงจังก็คราวนี้ ก็น่ารักดีนะ

          จินมึงมานี่ดิ๊” 

          เล่นไปได้ไม่นานก็โดนพี่อินมันเรียกเข้าฉากแล้ว ส่วนไอ้บอมเองก็ขอตัวกลับไปเหมือนกัน คืนนี้สำหรับผมก็คงต้องพูดได้แค่ว่ายาวไปครับยาวไป

 

**********

 

          สองอาทิตย์ผ่านไปไวเหมือนโกหกกับชีวิตของนายนิติกรที่วนลูปอยู่เพียงแค่เรียน ซ้อมละครเวที แดก แล้วก็นอน จากนั้นก็วนลูปอยู่เช่นเดิม   

          ผมมองดูเวลาบนมือถือก็เห็นว่าเกือบจะ 5 โมงเย็นแล้ว แต่เพิ่งได้แบกสังขารตัวเองกลับมาหอเพื่อแค่เอาข้าวของมาเก็บ มีเวลาว่างให้อีกประมาณสามชั่วโมงจนกว่าจะถึงเวลานัดซ้อมที่ 2 ทุ่มตรง

          เดี๋ยวนี้พวกผมซ้อมใหญ่กันมาได้สามสี่วันแล้วครับ ต้องขึ้นเวที บางทีก็สวมชุดจริง เพราะเหลืออีกไม่กี่วันวันแสดงจริงๆก็จะมาถึงแล้ว          

          บอลก็ไม่ได้เตะ เที่ยวก็ไม่ได้ไป ที่สำคัญอยากจะทิ้งตัวลงนอนบนเตียงมากๆแต่ผมหิว เลยต้องออกมาหาอะไรกินก่อน มีนัดไปดูหนังกับไอ้วิศวกรมันด้วย ผมล่ะอยากจะร้องไห้ใส่กะลาเป็นทำนองเพลงเดสปาซิโต้ที่เปิดอยู่ในร้านเหล้าทุกครั้งที่ขับรถผ่านจริงๆ

          รอบนี้ไปดูที่เซ็นฯไหมมึง” ผมเสนอ

          ช่วงนี้คนเลิกงาน รถเยอะ มันขับลำบาก” ก็จริงของมัน

          เดี๋ยวกูขับเอง ดูที่นั่นกูได้ดูฟรีอยู่แล้วอ่ะ ”

          ปกติถ้าไปกันเป็นกลุ่มใหญ่ พวกผมชอบไปดูช่วงดึกๆที่ห้างซึ่งอยู่ใกล้มอมากกว่า เพราะขับรถไม่กี่นาทีก็ถึง อีกอย่างพวกเพื่อนๆมันมีบัตรลดราคาสำหรับสมาชิกกันอยู่แล้ว

          แต่ถ้าไปกันน้อยๆ สองคนอะไรพวกนี้ ผมก็จะไปดูที่ห้างใหญ่ๆซึ่งอยู่แถวในเมือง ส่วนมากก็ไปกับไอ้คีมเพราะมันพูดง่ายที่สุด ไม่เรื่องมากด้วย ที่เหลือแม่งชอบไปเตะบอลหลี่สาวมากกว่า

          ทำไมได้ดูฟรี

          รางวัลตอนประกวดดาวเดือนไง กูได้ขวัญใจสปอนเซอร์โรงหนังของที่นั่น ดูฟรีตลอดปีเลยนะเว้ยไม่อยากจะอวด เอาตรงๆรางวัลนี้ผมดีใจยิ่งกว่าตอนรู้ว่าได้ตำแหน่งเดือนมหาลัยอีก

          อย่างที่บอกครับ ผมได้สิทธิ์ดูหนังฟรีเพราะได้รางวัลนี้มา โรงหนังนี้ถือว่าเป็นสปอนเซอร์หลักของกิจกรรมประกวดดาวเดือนมหาลัย ผลการตัดสินดูจากการกดไลค์ภาพในเฟซบุ๊คประจำเพจหลักของแต่ละคน ใครได้ยอดไลค์เยอะสุดก็ชนะไป 

          ช่วงนี้ผมไม่ค่อยได้ไปที่นั่น เดี๋ยวอีกไม่กี่เดือนก็จะจบปีหนึ่งแล้ว คิดแล้วก็เสียดายเลยอยากจะไปใช้สิทธิ์สักหน่อย

          ดูใกล้ๆนี่แหละอ้าว ไอ้สัด!

          มันสรุปแล้วตักข้าวกะเพราไก่ใส่ปากหลังจากที่นั่งทำการเขี่ยใบกะเพราออกให้หมดอยู่นานสองนาน ใจจริงมันบอกว่าอยากสั่งให้แม่ค้าใส่แค่ไก่ไม่เอากะเพราด้วยซ้ำ แต่ถ้าไม่ใส่มันก็คงไม่เรียกว่ากะเพราไก่ ผมล่ะยอมใจในความไม่กินผักของมัน

          ไม่เอา กูจะใช้สิทธิ์ ช่วงนี้ยิ่งไม่ค่อยได้ไปอยู่

          ไปกับกูยังไงก็ได้ดูฟรีอยู่แล้ว รางวัลนั้นให้ดูฟรีได้แค่ปีเดียว ต่างกันตรงไหน

          “.........” 

          กริบ มุกไม่ฮายังพาเครียดอีก โธ่เว้ย

          มันหัวเราะเมื่อถูกผมมองกลับไปเอือมๆ พลางยื่นส้อมในมือมาเขี่ยอะไรไม่รู้ สักอย่างออกจากปลายคางของผมให้ มองดีๆก็เห็นว่าเป็นเมล็ดข้าวนี่เอง ก่อนที่มันจะหันกลับไปยกแก้วน้ำขึ้นดูดหลังจากกินข้าวบนจานหมด จากนั้นก็พยักหน้าให้ผมเชิงบอกว่าเสร็จแล้ว จ่ายเงินอะไรเรียบร้อยพวกผมก็เดินหนังท้องตึงออกมา

          สรุปว่าก็พากันมาดูที่ห้างในเมืองอย่างที่ผมเสนอตั้งแต่แรก คนเยอะโคตรเพราะวันนี้เป็นวันพฤหัสเหมือนจะมีหนังเข้าใหม่ เกือบไม่มีที่นั่ง เรื่องที่พวกผมเลือกดูคือ Annabelle 2 รอบหกโมงครึ่งครับ 

          ดูได้ไม่ถึงครึ่งเรื่องบอมมันก็บอกว่าเดี๋ยวออกไปรอข้างนอก แม่งรู้เลย ผมก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ใจนี่เต้นตุบตับๆ พอดีกับที่ไลน์กลุ่มซ้อมละครเด้งเตือนจากไอ้พี่อินฉายาอินทรชิตทายาทอสูรว่าใครสายกูซ่อม ผมก็ได้เหตุผลของการตัดสินใจกลับเข้ามอมาทันที

          นับว่าเป็นทริปการดูหนังที่ล่มจมที่สุดของเราสองคนและพวกผมก็ได้ปฏิญาณตนไว้แล้วว่าจะไม่มีใครชวนกันมาดูหนังผีในโรงหนังอีก แต่จะไม่เสียดายเงินหรอกครับ เพราะผมได้ดูฟรี อิอิ

 

***********

 

          และแล้วก็ขอยินดีต้อนรับเข้าสู่สัปดาห์ละครประเพณีของวิศวกรรมศาสตร์

          ที่ซ้อมกันมาแทบเป็นแทบตายในวันนั้นในที่สุดก็ได้ปลดปล่อยออกมาหมดแล้ว

          จริงๆเริ่มได้ตั้งแต่เย็นวันพุธจนมาถึงรอบสุดท้ายของวันอาทิตย์ซึ่งก็คือวันนี้ ตลอด 4 วันที่ผ่านมาทุกอย่างเป็นไปด้วยดี มีบ้างที่รอบแรกๆพลาดหรือผิดคิวนิดหน่อย อาจด้วยความตื่นเต้นและเป็นการแสดงครั้งแรก แต่ก็ถือว่าทุกคนทำออกมาได้ดี

          ตอนนี้รอบตัวผมมีทั้งสต๊าฟ ช่างแต่งหน้า ฝ่ายคอสตูม นักแสดงวิ่งสวนกันเต็มไปหมด

          เมื่อกี้ก็เห็นไอ้คีมเดินมาหาไม้กลองของมันแล้วหายไปไหนไม่รู้ งานนี้พิเศษหน่อยเพราะว่าเราใช้ดนตรีสดเข้าร่วมด้วย ด้านนอกเองก็มีนักศึกษาที่ไม่ใช่แค่ในคณะวิดวะแต่ยังรวมไปถึงต่างคณะที่ทยอยกันเข้ามาจนตอนนี้เกือบจะเต็มโรงละคร

          อีกไม่นานเวลาขึ้นแสดงก็จะเริ่ม ถามว่าตื่นเต้นไหม ถ้าจะบอกว่าไม่เลยผมก็คงจะดูเป็นคนตอแหลไป ขึ้นมาจนชินเวทีแล้ว ไม่ปฏิเสธหรอกว่าขาสั่นไปยันไข่ทุกครั้งที่ได้ขึ้น 

          ผู้หญิงเยอะมากครับ แก๊งสาวๆวิดยาที่เคยไปเต๊าะไว้ในร้านเหล้าเมื่อหลายเดือนก่อนก็มา ผมนี่อยากถอดชุดนักแสดงออกแล้วไปเป็นสต๊าฟใส่เสื้อช็อปคูลๆ เหน็บวอร์ไว้ข้างเข็มขัดแล้วพาสาวไปหาที่นั่งมาก ณ จุดนี้ ถ้าไม่ติดว่ามีแฟนแล้ว งานจบพบพี่ได้หลังม่านเลยครับน้อง

          “ออกไปไม่ได้ จะขึ้นแสดงแล้วเนี่ย” ผมบอกคนในสายไปขณะที่ถูกพี่ๆฝ่ายคอสตูมติดเข็มยศและอะไรต่อมิอะไรให้ก็ไม่รู้เต็มชุดไปหมด พอลองมองในกระจกแล้วผมนี่ก็เทพบุตรจุติลงมาเกิดดีๆนี่เอง ลาออกจากมหาลัยแล้วไปสอบเป็นตำรวจดีไหมวะ ท่าทางจะรุ่งกว่ามานั่งแก้ F อยู่นะ

          (แล้วนี่จะให้ไปอยู่ที่ไหน ที่นั่ง C9,10,11,12 มันอยู่ตรงไหนวะ)

          “ตอนนี้ไม่มีใครว่างออกไปเลย พี่จีนก็พาแม่เดินตามคนอื่นเข้ามาแล้วกัน มันจะมีพวกสต๊าฟคอยต้อนรับอยู่หน้าทางขะ....

          (เอ้า เห็นเพื่อนแกด้วย) ให้กระผมพูดจบก่อนได้ไหมครับ

          “ใคร คีมหรอ หรือว่าแจ็ค

          (ไม่ๆ คนนั้นอ่ะ คนที่เคยไปนอนกับแกวันนั้น) เดี๋ยว นอนไรวะ คำพูดคำจาแม่ง

          (ชื่ออะไรนะ บ๊ะๆบีๆ สักอย่าง ที่มีรูปติดแท็กอยู่ในเฟซแกบ่อยๆ)

          “บีบอม

          (เออออออ ใช่ๆๆๆ พี่จีเข้าไปทักละ เค้าจำเราได้นะ งั้นเดี๋ยวเข้าไปพร้อมน้องเค้าแล้วกัน เจอกันนะจ๊ะ)

          ก็มีคนเดียวแล้วแหละถ้างั้น ไปส่องเฟซบุ๊คผมมาอีกแล้วแน่ๆ แต่ไม่แปลกหรอกถ้าจะเห็นรูปมัน ช่วงนี้ยิ่งมีคนมาขอถ่ายรูปผมกับมันคู่กันบ่อยๆเวลาบังเอิญเจอที่ไหน แล้วแม่งก็ชอบแท็กเข้ามาให้ในเฟซด้วยนะ ตอนแรกจะปิดแท็กไปแล้ว แต่บอมมันบอกว่าไม่ต้องเพราะมันอยากได้รูป แล้วทีเฟซตัวเองแม่งเสือกไพรเวทไว้

          ผมได้แต่มองหน้าจอมือถือของตัวเองที่สายตัดไปแบบงงๆ ก่อนจะเก็บมันเข้ากระเป๋าไป ชะเง้อมองไปที่หน้าเวทีหน่อยก็เห็นว่าคนเหมือนจะเต็มโรงเรียบร้อยแล้ว ประจวบกับที่ไม่นานพี่อินก็เรียนรวมให้ไปสแตนบายข้างเวที

          บอกตามตรงครับว่าช่วงนี้ผมกับไอ้บอมไม่ค่อยได้เจอหน้ากันเท่าไหร่ มันเองก็รู้ว่าผมติดกิจกรรม ไม่ค่อยอยากมารบกวนเลยหนีไปอ่านหนังสือที่ห้องมันแทน ส่วนใหญ่เราเลยต้องคุยกันทางโทรศัพท์เอา

          ดึกๆหน่อยถ้ายังไม่นอนผมก็จะวิดีโอคอลไป คอลแต่ละทีก็เห็นแค่เพดานไม่ก็ตู้เสื้อผ้า ถ่ายตอนเปลี่ยนเสื้อให้ดูก็มี ล่าสุดคือมาแค่ปลายคาง ไม่รู้เหมือนกันว่าเอาหน้าตัวเองไปไว้ที่ไหน แต่คุยกันได้แป๊บๆก็ตัดสายละเพราะผมหลับคามือถือ

          ตั้งแต่คบเป็นแฟนกันมาเห็นมันนิ่งๆไม่ค่อยพูดค่อยจาแบบนั้น แต่บอกเลยครับว่านิสัยจริงๆแม่งเป็นคนขี้หวง และถ้าได้สนิทกันหน่อยก็คือจะพูดมากด้วย ถ้าได้คุยเรื่องอะไรที่มันชอบ เป็นนิสัยเด็กๆหลายอย่างที่เมื่อคบกันนานๆเข้าผมก็ยิ่งพบเจอและต้องทำใจยอมรับ

          ยิ่งตอนที่เห็นรูปคู่ผมกับพี่มาร์คในเพจคณะช่วงที่ซ้อมใหญ่แล้วแอดมินโพสต์ลงเพื่อเรียกกระแสนะ

          จากที่เป็นแค่พี่กับน้องรหัสกันอยู่ดีๆ เอาจริงในเรื่องมีซีนเข้าคู่กันไม่ถึง 5 นาทีด้วยซ้ำ พี่มันแค่มานั่งเป็นอัยการจิบกาแฟหล่อๆคุยกับผมในเรื่อง 5-6 ประโยคแล้วก็กลับเข้าไป แต่แอดมินก็ยังใส่แคปชั่นขี้มโนให้ผมกับพี่มันเป็นคู่จิ้นหวานเจี๊ยบแห่งปี

          สุดท้ายใครซวย ก็กูนี่ไงครับ แม่งโดนไอ้บอมมันโทรมาประชดใส่แทบทุกวัน

          นอกจากจะเหนื่อยซ้อมละครแล้วผมยังต้องมาเหนื่อยกับการอธิบายผ่านสายไปให้มันฟังอีกว่าคู่จิ้นคืออะไร ทำไมต้องจิ้น 

          ดีนะที่พี่มาร์คมีแฟนแล้ว แถมแฟนสาวพี่แกยังมานั่งคุมแทบทุกวัน ไม่งั้นผมคงได้ไปแต่งขันธ์ 5 มาขอขมามันตอนที่เห็นรูปพี่มาร์คเอามือมาลูบหัวผมจังหวะที่กำลังนั่งแดกข้าวไปอ่านบทละครไป ความเป็นจริงคือมันตบหัวกูแทบหน้าทิ่มลงไปในจานข้าว แต่แคปชั่นใส่ว่าเอ็นดูน้องมาก

          สวัสดีครับ/สวัสดีค่า ยินดีต้อนรับเข้าสู่ละครประเพณีวิศวกรรมศาสตร์ครั้งที่...” 

          ผมได้ยินเสียงพิธีกรพร้อม Introduction เข้าเรื่องเหมือนทุกๆรอบที่ผ่านมาดังลอดมาถึงด้านหลังเวทีตามมาด้วยเสียงปรบมือจากผู้ชม

          ดูเหมือนว่าวันนี้จะพิเศษกว่ารอบไหนๆเพราะเป็นวันสุดท้าย ใครซื้อบัตรรอบนี้ซึ่งมีราคาแพงกว่าทุกรอบที่ผ่านมาจะสามารถเข้าไปชมคอนเสิร์ตของคณะเราที่จัดขึ้นหลังละครจบได้

          มันเป็นมินิคอนเสิร์ตตีม Dark Light Party ประมาณ 3 ชั่วโมงที่ชมรมดนตรีคณะผมขึ้นเล่นเอง หรืออาจจะมีพวกนักดนตรีที่เขาติดต่อกันมาขึ้นอีก มี Hip Hop Dance ด้วยมั้ง อันนี้ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน

          รายได้ส่วนหนึ่งของรอบนี้จะนำไปบริจาคให้แก่บ้านเด็กกำพร้าและคนชราที่อยู่นอกเมือง หลังจากถ่ายรูปกับนักแสดงหรือทำอะไรเสร็จ ทุกคนที่มีบัตรก็สามารถเข้าไปร่วมแจมในคอนฯได้ วันนี้นักศึกษาต่างคณะเลยเข้ามาดูเยอะกว่ารอบไหนๆ

          คิดอะไรไปเพลิน สิบนาทีต่อมาการแสดงก็ได้เริ่ม 

          เวลานั้นผมใช้สมาธิจดจ่อไปที่การเล่นของตัวเอง พยายามที่จะทำมันให้ออกมาดีที่สุด ไหนๆก็รอบสุดท้ายแล้ว จนเวลาล่วงเลยเข้ามาถึงฉากจบ เป็นซีนที่ผมกับพี่มาร์คต้องมานั่งคุยกันตามประสาพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันมานานมากเพราะต่างคนต่างมีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องทำ แต่สุดท้ายก็ได้มาเจอกัน

          ผมรับบทเป็นผู้กอง ‘เท็ม’ น้องชายของอัยการ ‘ทีม’ ซึ่งก็แสดงโดยพี่มาร์คนั่นแหละ ส่วนนางเอกของเรื่องเป็นทนายสาวไฟแรงชื่อว่า ‘ปริม’ คนที่ได้รับบทก็คือตุ๊กตาที่เคยเป็นดาวคณะคู่กับผมตอนประกวดดาวเดือน เราเลยเข้าคู่กันได้ดีทีเดียวเพราะเคยทำงานร่วมกันมาแล้วครั้งหนึ่ง

          เมื่อถึงนาทีสุดท้ายที่เสียงดนตรีดังขึ้นประกอบกับไฟทุกดวงที่ดับไป ก่อนจะค่อยๆสว่างขึ้นมาใหม่ให้เห็นเป็นร่างของผมที่กำลังเอียงจูบกับคนรักของตัวเองในเรื่อง ผมยื่นสองแขนไปโอบกอดเธออย่างรักใคร่ จากนั้นแสงสว่างก็จะค่อยๆมืดลงอีกครั้ง ตามมาด้วยเสียงปรบมือของผู้ชม 

          ก่อนที่รอบกายจะปกคลุมไปด้วยความมืด ผมมองเห็นแม่และพี่สาวสองคนนั่งอยู่ใกล้ๆเวที ก่อนที่สายตามันจะปัดเลยขึ้นไปยังที่นั่งแถวด้านบนสุดของห้อง Slope และผมก็เห็นไอ้บอมนั่งอยู่ตรงนั้นกับพวกเพื่อนนิติศาสตร์ ทว่าครั้งนี้ผมกลับเห็นอิมนั่งอยู่ถัดไปจากไอ้บอมด้วย 

          จะว่าไปก็นานแล้วนับจากที่เราเลิกกันและผมก็ไม่ได้เจออิมอีกเลย จะบอกว่ารู้สึกยังไงดีล่ะ เอาเข้าจริงตอนนี้ก็แทบไม่รู้สึกอะไรแล้ว

          ใช่ ไม่รู้สึกเลยต่างหาก แปลกใจตัวเองอยู่เหมือนกันที่เวลาแค่สามเดือนกว่าๆแต่ก็สามารถทำให้ผมลืมอิมได้ทั้งที่แต่ก่อนดูเหมือนจะรักแทบเป็นแทบตาย คงเพราะว่าตอนนี้ผมมีคนที่ทำให้รู้สึกได้มากยิ่งกว่าแล้วล่ะมั้ง

          ตลกนะ เพราะคนๆนั้นดันเป็นคนๆเดียวกันกับคนที่ผมไม่คิดเลยว่าตั้งแต่ตอนนั้นที่โคตรจะเกลียดขี้หน้ามัน ถึงตอนนี้มันกลับกลายมาเป็นคนที่ผมคิดและเริ่มกลัวว่าถ้าหากข้างๆผมไม่มีมันอยู่อีกแล้วในอนาคตผมจะเป็นยังไง ผมจะทำยังไงต่อดี

          แค่นึกถึงหัวใจมันก็บีบรัดและเจ็บปวดจนไม่อยากจะให้อนาคตมาถึง อยากให้เราอยู่แบบนี้ เป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ

          เพราะตอนนี้ผมคงต้องยอมรับความจริงว่าผมชอบมันเข้าให้แล้วจริงๆ        

          ...ไอ้วิศวกร

 

**********

               

          “ทุกคนทำดีมาก

          เสียงปรบมือดังตามมาเมื่อพี่อินขี้นไปพูดบนเวทีโดยมีนักแสดงและทีมงานทั้งหมดนั่งรวมตัวกันอยู่ที่นั่งแถวๆข้างหน้า

          หลังจากการแสดงตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้ายได้จบลงและผ่านไปด้วยดี ทั้งการแคสติ้ง เวิร์คช็อป ท่องจำบท สุดท้ายก็คือการแสดงมันออกมา ซึ่งทุกคนก็ทุ่มเทตั้งใจทำกันเต็มที่ จนทำให้เราสามารถพ้นผ่านช่วงนั้นมาได้ นี่สินะที่เขาเรียกกันว่าผลลัพธ์ของความพยายาม พอได้รับแล้วแม่งโคตรหอมหวานเลย

          จุดนี้มีแค่พวกผมอยู่ครับ ถ่ายรูปกับผู้ชมที่หน้างานอะไรเสร็จเราก็นัดกันมารวมย่อยๆอยู่ตรงนี้ก่อนที่จะแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของใครของมันต่อ

          ก่อนหน้านั้นมีหลายคนที่ทยอยลุกขึ้นมาพูดความในใจไปแล้ว บางคนพูดไปก็ร้องไห้ไปก็ทำเอาน้ำตาซึมเหมือนกัน หนึ่งเดือนเลยนะเว้ยที่อยู่ด้วยกันมา เวลาก็เร่งรัด ลำบากทำนู่นทำนี่ด้วยกัน สำหรับคนอื่นอาจจะดูน้อย แต่สำหรับผมคือแม่งโคตรนานเลย

          “หนึ่งเดือนกว่าๆที่อยู่ด้วยกันมาถ้ากูทำอะไรให้ใครไม่พอใจ พูดจาแรงไปหรือมีกระทบกระทั่งใครบ้าง จนบางคนก็อาจจะร้องไห้ บางคนแม่งก็ถึงขนาดที่ไม่ชอบหน้ากูไปเลย...” 

          พี่อินยังคงพูดอยู่ แว๊บแรกผมเห็นพี่มันมองมาที่พวกผม แต่ก็นะพอมาได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนี้แล้วอคติที่เคยมีมันก็เริ่มหายไป เอาจริงผมก็ไม่ถือโทษโกรธอะไรแล้ว วันนั้นผมกับไอ้แจ็คเองก็ตั้งใจโดดซ้อมด้วย ทั้งๆที่มีเวลาซ้อมน้อยแค่นี้แต่ก็ยังจะทำ เพราะงั้นโดนด่าก็ถูกแล้ว

          “แค่อยากให้รู้เอาไว้ว่าที่ทำไปกูทำเพราะงาน มันเป็นหน้าที่ ยังไงก็ต้องขอโทษด้วย แล้วก็ขอบคุณมากที่ไม่ท้อ ยอมอยู่ด้วยกันจนมาถึงตอนนี้ หลังจากนี้คงไม่ได้เจอกันบ่อยแล้ว ถ้าเจอกันที่ไหนไม่ว่าจะใคร ยังไงก็ทักกันด้วย มีอะไรอยากปรึกษาก็ทักแชทมา แต่ถ้าจะทักมาขอเงินกูบล็อคนะ แค่นี้แหละ

          โอเค จบ ซึ้ง

          “เออ อีกเรื่อง...นัดเลี้ยง

          “พรุ่งนี้เลยไหมพี่ พวกผมว่าง!” ไอ้แจ็คกับเพื่อนปีหนึ่งอีกหลายคนรีบแทรก

          “สัด พรุ่งนี้ไม่ได้ เดี๋ยวกูไปหาวันมาอีกที จะพยายามให้ได้ก่อนสอบไฟนอล พวกผู้ชายนี่มึงก็อย่าเพิ่งเสี้ยนให้มันมาก เงินทองมันหาลำบากเข้าใจไหม

          “เข้าใจครับ วู้ แยกๆ” 

          ก็ได้แต่กอดคอกันเดินออกมา แต่เชื่อไหมครับ พูดแบบนี้พรุ่งนี้พวกแม่งก็นัดรวมตัวกันเหมือนเดิม ขึ้นชื่อว่าวิศวะ หนีไม่พ้นแดกเหล้าเป็นกิจวัตรประจำวัน ที่ถามหาเลี้ยงใหญ่ก็เพราะมันไม่ต้องออกเงินกันเองเยอะไง ไปถึงแม่งก็จับกรอกเลย

          “รอกูกลับพร้อมนะ ไม่ได้เอารถมา” ไอ้แจ็คสั่ง

          “ครึ่งชั่วโมงเสร็จไหม กูง่วงมาก อยากรีบกลับ

          “เสร็จๆ พวกกูขึ้นประมาณ 20 นาที

          “เค กูรอได้ตึก” ผมพยักหน้ารับ

          ช่วยคนอื่นเก็บของอีกนิดหน่อยก็โดนพี่ๆเขาไล่ให้กลับไปพักผ่อน พรุ่งนี้ค่อยมาเก็บกวาดอีกที ไอ้แจ็คเองก็ขอตัวออกไปรวมกลุ่มกับพวกไอ้คีมเหมือนกันเพราะมันบอกว่าต้องขึ้นเล่นดนตรี วงมันน่าจะเล่นสองสามเพลงแรกๆเพราะฟอร์มขึ้นมาแค่พวกที่อยู่ปีหนึ่งด้วยกัน นอกนั้นก็ให้พี่ปีสูงเขาขึ้น

          ออกจากวังวนนี้ได้ผมรีบใส่เกียร์หมาไปหาแม่กับพี่สาวที่รออยู่ด้านนอกทันทีเพราะแม่บอกว่าจะเดินทางกลับกรุงเทพคืนนี้เลย ซึ่งออกมาก็เห็นว่านอกจากจะไม่ถามหาลูกชายตัวเองแล้วยังเอาแต่ยืนเมาท์กับพวกนิติศาสตร์ประหนึ่งว่ารู้จักกันมาแรมปี

          พอผมโผล่หน้าเข้าไปเท่านั้นแหละ วงแตกเลย

          จริงๆแม่กับพี่สาวมาค้างกับผมตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเพราะว่าเป็นวันเสาร์อาทิตย์ พี่จีนเองก็เลือกทำงานที่อยู่แถวๆบ้านไปแล้วเรียบร้อย พรุ่งนี้เป็นวันจันทร์ด้วยเลยต้องพากันกลับไปทำงาน เห็นว่าจองไฟล์ทบินกลับไปช่วงห้าทุ่มครึ่งคืนนี้ ตอนนี้ก็จะสี่ทุ่มแล้วด้วย ไหนจะเดินทางไปสนามบิน ไหนจะเช็คอินอีก

           คุยกันได้ไม่เท่าไหร่แม่ก็เรียกให้เราทุกคนมาถ่ายรูป รวมถึงแก๊งไอ้บอมที่โดนกวักมือเรียกเข้ามาร่วมเฟรมอย่างปฏิเสธไม่ได้ซึ่งพวกมันก็ดี้ด้าใส่ตามเคย โดยมีตากล้องเป็นเพื่อนพี่จีนที่มาด้วยเป็นคนอาสาถ่ายให้ เสร็จแล้วก็บอกลากันก่อนจะส่งขึ้นรถให้ไปสนามบิน คนไปส่งก็เพื่อนพี่จีนอีกนั่นแหละ 

          รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่หันกลับมาเจอแค่ไอ้บอมยืนอยู่ด้านหลังคนเดียว เพราะพวกที่เหลือเดินเข้าไปในคอนเสิร์ตกันหมดแล้ว

          “เหนื่อยไหม มันถาม ก็เลยต้องพยักหน้าให้เป็นคำตอบ เหนื่อยจริงๆ แค่คิดว่ากว่าจะกลับถึงหอ กว่าจะอาบน้ำ กว่าจะได้เข้านอนก็ต้องใช้เวลาอีกหลายชั่วโมง แค่นี้ก็เหนื่อยแล้ว

          “คุยไรกับแม่กู เห็นเข้ากันดีเชียว

          “ไม่มีไร

          “หรา

          “แม่มึงบอกว่ากูหล่อดี อยากได้เป็นลูกเขย"

          “ถุ้ย กูไม่เชื่อ

          “จริงๆ กูเลยถามกลับว่าค่าสินสอดเท่าไหร่เดี๋ยวไปขอลูกคนเล็กเลย

          “ตลกละ มึงไม่มีปัญญาจ่ายหรอกถ้างั้น

          “ไม่ต้องจ่ายไง แม่มึงบอกว่าถ้าเป็นมึงจะยกให้กูฟรี

          “ไอ้สัด โคตรเหี้ย” ผมได้แต่หัวเราะรับ ก็รู้แหละครับว่ามันกวน เลยไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก

          ผมเดินกลับเข้าไปขอข้าวกล่องจากพี่สต๊าฟออกมานั่งกินที่ใต้ตึกแทนรอไอ้แจ็คกับไอ้คีมเล่นดนตรีเสร็จ โดยที่ข้างๆก็ยังมีไอ้บอมเดินตามมานั่งด้วย ก่อนขึ้นแสดงก็กินไปแล้วนะกล่องนึง แต่พอเล่นเสร็จผมก็หิวอีก ไม่ใช่อะไร ข้าวนี่ก็จะให้น้อยอะไรนักหนา มันไม่อิ่มว่ะ

          “ถ้ามึงจะเข้าไปข้างในกับเพื่อนมึงก็ไปได้เลยนะ กินเสร็จแล้วรอแจ็คกับคีมมากูก็ว่าจะกลับหอเลย ไม่ได้เข้าไปหรอก เหนื่อย” ง่วงด้วยครับบอกตรงๆ ตอนนี้หน้ามันแผล็บ อยากกลับไปอาบน้ำโคตร แต่งมาสี่ห้าวันสิวผดกูขึ้นจนลามไปถึงคอละ

          “ไม่เป็นไร เดี๋ยวไปส่ง

          “มึงซื้อบัตรมาแล้วก็เข้าไปดูดิ กูกลับเองได้เว้ย” ผมบอกอย่างนั้น แต่มันก็ยังยืนยันด้วยการส่ายหน้าใส่แบบมึนๆ จากนั้นก็ก้มลงไปเล่นมือถือต่อ

          จริงๆผมก็อยากจะเข้าไปดูนะเพราะมีไอ้คีมตีกลองและไอ้แจ็คที่ขึ้นไปเล่นเป็นมือเบส ซึ่งนอกจากไอ้แจ็คมันจะมาซ้อมละครกับผมแล้ว ถ้ามีเวลาว่างผมก็เห็นมันแวะไปซ้อมดนตรีกับไอ้คีมบ่อยๆ มันชวนผมเข้าไปร่วมด้วยอยู่แต่ผมบาย แค่เรียนกับซ้อมละครผมก็ไม่มีเวลาจะนอนละ

          เหตุผลเดียวที่พวกมันเล่นก็แค่อยากโชว์สาวครับ ไม่มีเหี้ยไรเลย ชื่อวงก็กะโหลกกะลาสุด

          “บัตรตั้งแพงกูเสียดาย มึงไปเหอะ” ผมยังไม่เลิกคะยั้นคะยอให้มันเข้าไป บัตรรอบนี้ตั้ง 299 บาท แดกหมูกระทะราคา 99 ได้เกือบสามครั้ง ผมมีบัตรให้แม่กับพี่สาวเพราะเขาให้มาฟรีในฐานะนักแสดง แต่มันกับเพื่อนอ่ะซื้อเอง จ่ายเงินเองกับผมไปหมาดๆเลยตอนอาทิตย์ที่เปิดขาย

          “คีมกับแจ็คก็เล่นด้วย” 

          “เคี้ยวให้เสร็จก่อนแล้วค่อยอ้าปาก รีบๆกิน

          “เอ้า ไม่อ้าปากแล้วกูจะแดกยังไง

          “......

          “โทษ” ครับ โดนสายตาประหนึ่งด่าพ่อล่อแม่ของมันมองมาแว๊บเดียวก็ทำให้ผมหันกลับมาก้มหน้าก้มตาแดกหมูชิ้นหยาบๆในกล่องต่อไปแล้วปล่อยให้มันขลุกอยู่ในโลกโซเชียลตามลำพัง

          แอบเห็นด้วยว่ามันกดไลค์รูปคู่ของผมกับตุ๊กตาที่เล่นเป็นนางเอกซึ่งมีคนแท็กเข้ามาให้ในเฟซบุ๊คผมด้วย หนักหน่อยก็รูปจากเพจคณะที่ดันมาลงรูปที่ผมกอดจูบกับเธอซึ่งจริงๆก็ใช้มุมกล้องนั่นแหละ

          เสียงเพลงที่ดังออกมาให้ได้ยินเบาๆจากด้านในทำให้ผมรู้ว่าคอนเสิร์ตข้างในก็น่าจะเริ่มแล้ว เปิดด้วยเพลงแรกคือเพลงวัดใจของ Silly Fools พอจบเพลงก็ตามมาด้วยอีกเพลงติดๆ ได้ยินเสียงนักร้องนำพูดคลอเสียงดนตรีไปก็ดูท่าว่าจะสนุกมาก

          สวัสดีคร้าบ พวกเราวงน้องใหม่จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ใสๆหัวใจสองแปดห้าอาชาลีโอจัดมาชุดโตงานนี้พวกผมจ่าย ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะคร้าบ

          กรี๊ดดดดดดดดดดด

          เพลงต่อไปก็อยากจะบอกกับทุกๆคนว่าใครที่ร้องได้ก็ช่วยกันร้องด้วยนะครับ ส่วนใครที่พาแฟนมาด้วยก็ช่วยจับมือแฟนเอาไว้ให้แน่ๆหน่อย น่ารักแบบนี้อย่าปล่อยให้หนีไปไหน แล้วก็กระซิบบอกแฟนคุณไปว่า เรามัน...'

          ขี้หึงงงงงงงง!!!

          กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด

 

          ยิ้มให้กับฉันหน่อย แค่หึงเล็กน้อยแค่คอยรัก ได้โปรดอย่าโกรธฉัน ขนาดนั้นอีกนานคงขาดใจ

          และไม่ใช่ไม่ไว้ใจ ใจฉันร้อนหากใครมองนัก ก็เธอดันน่ารัก ขนาดนั้นให้มองอยู่ได้ไง

          ช่วยเอียงมาหาหน่อย ฉันเฝ้าคอยที่จะบอกรัก ได้โปรดอย่าโกรธฉัน ที่ทำไปนั้นจะไม่ทำอีกต่อไป

          บางทีฉันก็ยั้งไม่อยู่ บางทีฉันก็รู้แต่ทนไม่ไหว บางทีฉันใจร้อนเกินไปโปรดจงเข้าใจ 

          

          ที่เป็นไปน่ะ เป็นไปด้วยรัก~

 

          “จริงๆมึงก็ไม่ต้องไปใส่ใจมากก็ได้นะเรื่องพวกนั้นอ่ะ เค้าก็เขียนแคปชั่นเรียกยอดไลค์ไปเฉยๆเท่านั้นแหละ ตุ๊กตาก็เพื่อนกู เค้าไม่คิดไรกะกูเกินเพื่อนหรอก” 

          ผมตัดสินใจบอกให้มันสบายใจขณะเดียวกันก็ตักข้าวในกล่องใส่ปากไป ถ้าเขาสนผมนะผมคงจีบติดไปตั้งแต่ตอนประกวดดาวเดือนด้วยกันแล้ว แต่พอดีว่าไม่ติดไง คิดถึงตอนนั้นก็ยังเซ็งไม่หาย เจ็บฝังใจจนถึงตอนนี้ เข้ามหาลัยมาแรกๆก็นกเลย

          “ไม่ได้ห่วงเค้า

          “ก็ดี

          “กูแค่ไม่ไว้ใจมึง

          สัด” เบื่อคนรู้ทัน ได้ยินเสียงมันกดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ดังแกร๊กใส่ไม่พอยังโดนมันแย่งข้าวในกล่องไปแดกอีก

          “เพื่อนพี่มึงขอเฟซกับไลน์กู” จู่ๆมันก็พูดขึ้น คงจะหมายถึงเพื่อนของพี่จีนที่มาดูละครด้วย จะว่าไปก็น่ารักดีนะครับ ขาวๆ อวบๆ แต่ไม่ใช่สเป็คผมอ่ะ เธอสูงไป อีกอย่างผมไม่นิยมคบกับคนรู้จักของญาติด้วย พอมีปัญหาอะไรแล้วก็ชอบเข้าทางญาติผมตลอด

          “แล้ว...

          “ไม่มีไร บอกเฉยๆ

          “กูยังพูดไม่จบ จะถามว่าแล้วมึงได้ให้เค้าไหม

          “ให้แค่เฟซไปแต่ไลน์ยังไม่ได้ให้

          “เขาแอดมายัง

          “แอดมาแล้ว กูเกรงใจพี่มึงก็เลยกดรับ ส่วนไลน์ กูบอกเขาว่าแฟนขี้หึง เขาถึงเลิกตื้อ” หักดิบไปอีก แต่แฟนขี้หึงนี่ควรเป็นมึงแทนที่จะเป็นกูไหมอ่ะ

          “งั้นยืมโทรศัพท์หน่อย ผมเอ่ย มันก็ไม่ได้ว่าอะไรครับนอกจากยื่นให้เลย แถมยังบอกพาสเวิร์ดมาพร้อม เปลี่ยนหน้าที่กันเรียบร้อยคือผมเล่นมือถือมันแล้วมันก็ไปกินข้าวที่เหลือจากกล่องของผมแทน

          ผมเลือกกดเข้าไปที่หน้าเฟซบุ๊กของมัน ไถหน้าจอสองสามทีแล้วกดเปลี่ยนอะไรนิดหน่อยก่อนจะกดออกมาให้ความสนใจรหัสผ่านเครื่องมันแทน

          “เลขอะไรวะ อดไม่ได้ที่จะถาม คนส่วนใหญ่เค้าใช้เลขวันเกิดกัน ผมยังใช้เลย แต่มันเล่นมา 220616 หลังสุดนี่ค.ศ. หรือ พ.ศ. วะ 2016 หรือ 2516 วันเกิดพ่อแม่หรอ

          “เลขวันที่ซื้อโทรศัพท์ใหม่

          “สิ้นคิดมาก

          “ตอนนั้นคิดไม่ออก ไม่รู้ว่าจะต้องมี กูรีบเข้ามอก็เลยตั้งๆไปก่อน

          “แล้วมึงก็ไม่เปลี่ยนคืนนี่นะ ถามจริงแต่ก่อนมึงใช้ซัมซุงฮีโร่หรอถึงไม่รู้ว่าสมัยนี้ไอโฟนเขาต้องใส่รหัสผ่านเข้าเครื่อง

          “เคยใช้อยู่ครั้งนึงตอนทำโทรศัพท์เครื่องเก่าตกน้ำ กูชอบทำมันหลุดมือบ่อยเลยไม่ค่อยอยากใช้เครื่องแพง เสียดายค่าซ่อม ไอ้สัด แค่ถามประชดเฉยๆแต่มันก็ยังเสือกเคยใช้ให้จริงๆด้วย แต่ก็จริงอย่างที่มันว่าแหละ ยิ่งยี่ห้อดังๆนะ ซื้อเครื่องใหม่เลยผมว่ายังถูกกว่าเอาไปซ่อมอีก

          “เปลี่ยนปะล่ะ กูเปลี่ยนให้ก็ได้ เอาเลขอะไร วันเกิดมึงไหม จำง่าย"

          “ตอนแรกก็ว่าจะเปลี่ยนแหละ แต่หลังจากนั้นคิดว่าคงไม่ต้องแล้ว

          “ทำไมวะ

          “มันตรงกับวันเข้ากลุ่มรับน้องวันแรกพอดี

          “เออ 22 มิถุนายน ปีที่แล้ว...

          อืม วันที่กูเจอมึงครั้งแรก

          “………”

          เชี่ย...เล่นโยนมางี้ผมก็ไปไม่เป็นเลยสิ นี่แค่รหัสไอโฟนนะ

          “ถามจริงๆ มึงชอบกูเพราะอะไรวะบอมจู่ๆก็อยากจะรู้ขึ้นมา เคยถามมันไปแล้วหลายครั้งแต่มันก็เฉไฉทำเป็นไม่ตอบตลอด ก็รู้แหละว่ามันตอบยาก แต่มันก็ต้องมีสักอย่างดิ

          “จะชอบใครสักคนมันต้องมีเหตุผลด้วยหรอ ชอบก็คือชอบดิ

          “ไม่ดิ จู่ๆจะมาชอบกูเลยทั้งที่มึงก็บอกว่ามึงเป็นผู้ชาย แต่ก่อนก็ชอบผู้หญิงมาตลอด แล้วมึงก็น่าจะดูออกว่ากูก็ผู้ชายทั้งแท่ง ไม่ได้สวย ไม่ได้น่ารักด้วย มันต้องมีเหตุผลบ้างดิวะ ผมกดปิดแจ้งเตือนที่สั่นระรัวมาจากเครื่องของมันจนแทบจะค้าง ก่อนจะละสายตาจากหน้าจอนั้นแล้วหันไปจ้องหน้าเจ้าของมือถือตรงๆ

          คราวนี้มันก็ยังถอนหายใจใส่เหมือนทุกครั้ง ทำหน้าทำตาแบบนี้ผมว่าคิดหนักชัวร์ ชอบกูแล้วมันตอบยากขนาดนี้เลยหรอวะ

          “เพราะตอนนั้นมั้ง

          “ตอนนั้นตอนไหนวะ

          “จำวันที่มึงแลกข้าวไข่เจียวเป็นผัดพริกแกงปลาดุกได้ไหม

          “เดี๋ยวนะ กูขอนึกก่อน” 

          ไอ้เหี้ย นานโคตร เรื่องยิบย่อยที่ผมไม่ได้ใส่ใจอะไรเลย ถ้าจำไม่ผิดน่าจะเป็นซักวันตอนที่เข้ากิจกรรมรับน้องนั่นแหละ เท่าที่จำได้คือกิจกรรมมีเป็นบอาทิตย์แต่ผมเข้าแค่สองวันรวมอีกสองวันสุดท้ายก็เป็นสี่ นอกนั้นพี่สิงห์มันก็พาโดด

          “ที่มีพี่เลี้ยงน้องใหม่บอกว่ามีเพื่อนคนนึงกินเผ็ดไม่ได้เลยจะขอแลกข้าวไข่เจียว กูเลยยกมือขึ้นปะ

          “ใช่ จริงๆกูแค่ไม่กินปลาดุก

          “เอ้านั่นมึงหรอ จัดฟัน ใส่แว่น หัวเกรียนๆ

          “อืม

          “โหไอ้สัด มึงมาไกลมากเลยนะบอม ว่าแล้วก็ลูบหัวมันเป็นการปลอบใจหน่อยๆ จะขำก็ไม่กล้าเพราะมันเหมือนจะจริงจังอยู่ ผมก็นึกว่าเหี้ยนั่นมันเรียนหมอไม่ก็ทันตะไปละ ที่แท้ก็เป็นมึงเองหรอ

          “เพิ่งบวชแก้บนมาตอนปิดเทอม

          “บนไรวะ

          “แม่กูบนขอให้สอบติดมหาลัย

          “อ่ะๆ กูเชื่อ แลกข้าวแล้วยังไงต่อ

          “ขอแลกกับคีมมันยังไม่ยอม แต่มึงก็ยื่นมาให้กู เรียกว่าเป็นความประทับใจแรกก็ได้มั้ง

          “น่อวววววว

          “คงจะเป็นตอนนั้นแหละ” มันยักไหล่ให้แบบไม่ได้ใส่ใจอะไร

          เอาตรงๆไหมครับ

          ตอนนั้นที่ผมยกมือขึ้นเพราะจะขอช้อนใหม่จากสต๊าฟ คือผมทำตกพื้นเว้ย แต่ก็ดันมีใครไม่รู้คิดว่าผมจะแลกข้าวด้วย ด้วยความที่เป็นคนหน้าตาดีและไม่อยากหักหน้า ผมก็เลยต้องยอมยกให้ไป จริงๆแล้วไม่ได้มีจิตใจเมตตาอะไรใครเลย เจ็บใจด้วย ข้าวไข่เจียวที่กูราดซอสมะเขือเทศลงไปแล้วแต่สุดท้ายเสือกไม่ได้แดก

          นี่ก็มนต์รักข้าวไข่เจียวโคตรๆ

          จากนั้นมันก็สาธยายว่าตั้งใจไปร้องเพลงในร้านเหล้าเพื่อที่จะได้อยู่ในสายตาผม ซึ่งความเป็นจริงนอกจากผู้หญิงกับเหล้า ในร้านผมก็แทบไม่สนเหี้ยอะไรแล้ว ยิ่งช่วงที่คบกับอิมแรกๆนะ ร้านเหล้านี่ไม่ต้องพูดถึงครับ ไม่เคยได้สัมผัส ต้องแอบๆอาศัยขนกันมากินที่ห้องเอา

          “ไม่กลัวเสียใจหรอ ถ้าเกิดว่ามึงตัดสินใจมาจีบกูแล้วโดนกูปฏิเสธ เลวร้ายกว่านั้นคือกูเกลียดมึงที่มึงมาชอบกูที่เป็นผู้ชายเหมือนกัน บางทีแม้กระทั่งฐานะเพื่อนในตอนนั้นกูก็อาจจะให้มึงไม่ได้ด้วยซ้ำพอได้รู้แล้วมันก็อยากรู้เพิ่มอีก เลยอดใจที่จะถามต่อไม่ได้

          “ซองบอกให้กูจับมึงปล้ำเลย

          “ไอ้ฅวย” มึงมีอะไรให้กูคาดหวังได้บ้างเนี่ย

          ล้อเล่น

          “แล้วตอนนี้มึงโกรธกูหรือเปล่าที่ไม่ยอมให้บอกใครเรื่องของเราผมรีบถามต่อ

          “ไม่หรอก เข้าใจ เอาจริงๆเรื่องจีบมึงกูก็กลัว แต่คิดว่าอย่างน้อยก็ได้พยายามแล้ว ตอนนั้นก็ยังสับสนตัวเองอยู่ รู้นะว่าความรักแบบนี้ต่อให้สังคมเราเปิดกว้างแค่ไหน แต่มันก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะยอมรับ

          “.......

          “กูคิดมาตลอดว่ายังไงมึงก็ไม่มีทางชอบกูหรอก ถามใครเค้าก็บอกว่ามึงคบแต่ผู้หญิงน่ารัก แถมยังเจ้าชู้ หน้าม่อ บางคนก็บอกว่ามึงล่าแต้ม คนแบบนี้จะชอบกูได้ยังไงว่าไหม

          “ขนาดนี้ก็ด่าว่ากูเหี้ยเหอะ” 

          ล่าแต้มไรวะ ถึงจะเฟรนลี่แต่เรื่องเซกส์ผมก็ไม่ได้มั่วเหมือนไอ้แจ็คกับพี่สิงห์นะเว้ยที่จะตื่นมาแล้วจำแม้กระทั่งชื่อคู่นอนของตัวเองไม่ได้ ไอ้สาด ใครปล่อยข่าววะ กูจะดักตีหัวแม่ง

          “หาเหตุผลหนึ่งมาหักล้างความคิดตัวเองแต่ก็ยังมีอีกเหตุผลหนึ่งผุดขึ้นมาเรื่อยๆ จนกูคิดว่าคงต้องตัดใจจากมึงแล้วจริงๆ แต่พอคิดอย่างนั้น อยู่ๆก็มีคนมาบอกกับกู

          “.......

          ว่าเรื่องบางเรื่องก็ช่างแม่งมันบ้าง ไม่จำเป็นต้องใช้ตรรกะให้มาก ตัดหลักการและเหตุผลออกแล้วลองใช้แค่ใจตัวเองดู อะไรหลายๆอย่างมันอาจจะง่ายขึ้น กูเลยลองทำ” 

          และมันก็ได้ผล เพราะกูเองก็ชอบมึง...บ้าเอ๊ย

          “จริงๆ ชีวิตคนเรามันไม่ได้ซับซ้อนอะไรเลยนะ เพียงแต่มนุษย์เราต่างหากที่เป็นคนตั้งกฎเกณฑ์ขึ้นมาเองจนทำให้มันเป็นเรื่องยาก

          “…....”

          “ธรรมชาติไม่ได้สร้างให้ผู้หญิงกับผู้ชายต้องเกิดมาคู่กันอย่างเดียวหรอกจิน คนเราต่างหากที่สร้างกฎว่าเป็นผู้ชายเท่านั้นที่จะต้องคู่กับผู้หญิง ทั้งที่จริงความรักมันเกิดขึ้นมาจากความรู้สึกของคนสองคน ไม่ได้เกิดจากเพศสภาพ จะหญิงหญิง ชายชาย หรือชายหญิง กูว่ามันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น เพราะงั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปแคร์สายตาใครหรอก ถ้าแคร์แล้วมีแต่ทำให้ตัวเองเป็นทุกข์

          “......."

          “พอคิดได้อย่างนั้นแล้วกูเลยตัดสินใจชอบมึงต่อ อย่างน้อยก็ได้ชอบแล้ว ไม่ได้คิดว่าจะต้องได้ครอบครองอะไร แค่กูได้ชอบทุกๆอย่างที่เป็นมึงแบบนี้ก็มีความสุขแล้ว

          “โห...คมเลย ขอยืมมาหั่นหมูได้ไหม

          “ตลก?”

          “คนที่บอกมึงนี่ใครวะ” กูจะไปต่อยมัน มันทำให้กูเบี่ยงเบนทางเพศ!

          “คีม

          “ห๊ะ

          “คีมบอก

          “ไอ้คีมนี่นะ!?”

          “ใช่ โอมายก็อดเนส

          “เลิกเรียนเสร็จนอกจากเล่นเกมกับเข้าห้องน้ำx วันๆกูก็ไม่เห็นมันทำเหี้ยอะไรเลยนะ บอกว่ามึงคิดขึ้นมาเองกูยังจะเชื่อกว่า

          “มันอาจจะทำก็ได้ ทำมากกว่าที่มึงคิดด้วยซ้ำแค่มึงไม่รู้ แล้วมึงล่ะ นั่นไง เหมือนหวยจะมาลงที่ผมอีกแล้ว

          “กูอะไร?”

          “ทำไมถึงชอบกู ทำไมมึงถึงยอมตกลงคบกับกู

          “ก็...

          “ก็?”

          “มึงดัง” 

          “หรอ” 

          “มึงหล่อ” มันเลิกคิ้วพร้อมกับรอยยิ้มก่อนจะเอื้อมมือมาผลักหัวผม

          “ปากดี

          “รวยด้วย อันนี้จริงครับ

          “กูไม่ได้รวย พ่อกับแม่กูรวย

          “มึงก็ลูกพ่อกับแม่ไหม ถ้าพ่อแม่มึงรวยก็เท่าก็กับว่ามึงก็รวยปะ

          “แล้วแต่จะคิดเถอะ

          “มึงคอยดู กูแม่งจะปอกลอกมึง หลอกแดกมึงจนมึงหมดตัวแล้วสุดท้ายกูก็จะเฉดหัวมึงทิ้งเหมือนที่พี่สิงห์เคยบอก อ้าก ปล่อยกู๊ ผมร้องออกมาเมื่อโดนมันพุ่งเข้ามาจับคอแล้วดึงเข้าไปซุกตรงที่ที่เหมือนจะเป็นเป้ากางเกง(?)ของมัน

          ไม่พอแค่นั้น มันยังส่งปลายจมูกประหนึ่งสันเขื่อนฝังเข้าใส่ที่ท้ายทอยกูจนรู้สึกจักจี้ขนลุกขนชันไปหมด จังหวะที่มันกำลังจะเลื่อนริมฝีปากมากัดที่ใบหูของผม แต่ก็ต้องชะงักไว้เพราะเหมือนจะมีใครสักคนวิ่งหอบมาทางนี้ เลยทำให้เราสองคนรีบเด้งตัวออกจากกัน

          ลืมไปเลยว่าแม่งอยู่ใต้ตึก!

          ผมเงยหน้าขึ้นมาแล้วจัดทรงผมตัวเองให้ดีๆเพราะเมื่อกี้โดนไอ้บอมขยี้จนฟูฟ่องไปหมด เราสองคนมองบุคคลที่สามที่รีบเอ่ยขอโทษขอโพย

          เป็นผู้ชายรูปร่างสูงโปรง ใส่ชุดนักศึกษาเรียบร้อยในเวลาเกือบห้าทุ่มกว่า ใบหน้าขาวใสไร้สิวเต็มไปด้วยเหงื่อ จะว่าไปแล้วก็หน้าคุ้นๆ พออีกฝ่ายเข้ามาขยับเข้ามาใกล้ๆที่แท้ก็เพื่อนต่างคณะผมนี่เอง รู้จักกันตอนอยู่กองประกวดแหละครับ แต่ไม่ได้สนิทมาก

          ได้คุยกันจริงๆจังๆเมื่อตอนไปถ่ายแบบเสื้อผ้ารณรงค์โครงการชวนน้องยิ้มขององค์การนักศึกษาเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา มันเป็นเดือนคณะทันตะ คว้าตำแหน่งอันดับ 5 ไปเลยติดอยู่ใน TOP 5 เหมือนกัน มันบอกว่าหาทางเข้าคอนเสิร์ตไม่เจอเลยจะเข้ามาถาม

          “นู่นเลยครับ ด้านหลัง เดินอ้อมไปแล้วก็เลี้ยวซ้ายจะมีประตูทางเข้าอยู่ สต๊าฟยืนอยู่แถวๆนั้นแหละ มึงก็ยื่นบัตรให้เขาดูเลยผมรีบบอกไปเพราะเหมือนอีกฝ่ายดูร้อนรนและรีบแปลกๆ แต่ก็ยังพยักหน้ารับหงึกหงัก

          “แต้งๆ งั้นกูไปนะ โทษทีที่รบกวน

          “ไม่เป็นไรๆ

          งงเหมือนกันว่าทำไมถึงมาเอาป่านนี้ ถ้าเป็นผมผมคงไม่มาตั้งแต่รู้ว่าเวลามัน 5 ทุ่มละ อีกอย่างตอนนี้ก็เหมือนจะได้ยินเสียงวงใหม่ขึ้น อีกไม่นานไอ้คีมกับไอ้แจ็คคงออกมา นั่นไง คิดยังไม่ทันขาดตอน สองคู่หูต่างนิสัยก็เดินหน้าหมดอาลัยหอบเครื่องดนตรีออกมาพอดี

          คีมมันแย่งขวดน้ำจากมือของผมไปขึ้นกรอกปากแล้วยื่นให้ไอ้แจ็คกินต่อ ดูท่าทางก็คงจะเหนื่อยพอกันทั้งคู่

          “ข้างในใกล้จบยังผมถาม

          “ถ้าวงพี่ต๋อมขึ้นก็น่าจะเป็นวงสุดท้ายแล้ว นอกนั้นเป็นพวกดีเจ ไอ้แจ็คเป็นคนตอบพลางยกขวดน้ำกรอกปาไปด้วย

          “พี่จ๊าบเรียกให้ไปช่วยคุมเสียง พวกมึงกลับไปก่อนเลยแล้วกัน เป็นไอ้คีมที่ออกปากแล้วยื่นสัมภาระให้รูมเมทอย่างไอ้แจ็คไปถือเรียบร้อยแล้วเดินจากไป มองไปที่ใต้ตึกอีกฝั่งก็เห็นพี่จ๊าบพี่รหัสของมันกวักมือเรียกอยู่ไวๆ

          “เฮ้ย กูลืมมือถือ เดี๋ยวไปเอาแป๊บ” ตามมาด้วยไอ้แจ็คที่ลนลานยัดข้าวของในมือส่งต่อให้ผม สุดท้ายผมกับไอ้บอมเลยต้องพากันออกไปรอที่รถก่อน

          แต่ยังเดินไปไม่ถึงไหนก็มีเด็กผู้หญิงสามสี่คนวิ่งเข้ามาตัดหน้า เห็นเสื้อพละสีเทาเข้มกับกางเกงขายาวสีดำก็พอจะรู้ว่าเป็นน้องนักเรียนโรงเรียนสาธิต 

          โห...ป่านนี้ยังไม่กลับบ้านอีกหรอครับ

          “เอ่อ ขอถ่ายรูปได้ไหมคะ” น้องคนหนึ่งบอก ได้ยินแบบนั้นไอ้บอมก็ทำท่าจะเดินไปก่อน

          “เหมือนพี่จะจำน้องได้นะครับ เคยมาถ่ายด้วยแล้วนี่ตอนหลังละครจบอ่ะ” ผมแซ็วขำๆแต่ก็ยอมยืนเก๊กท่าใส่กล้องให้น้อง

          “ไม่ใช่ๆ หนูหมายถึงขอถ่ายรูปพี่สองคนคู่กันอ่ะ” น้องอีกคนว่า

          “อ๋อ ได้ครับ” ผมเดินไปขนาบข้างไอ้บอมตามคำขอของน้อง น้องเขาก็รัวกดถ่ายแชะๆๆ เหมือนจะเสร็จแล้วแต่ก็ไม่ยอมเดินหนีไปไหน

          “มีอะไรอีกหรือเปล่าครับ” เป็นไอ้บอมที่ถาม มันคงจะอยากหนีจากตรงนี้จริงๆนั่นแหละ

          “เอ่อ คือ...พี่บีบอมคะ จริงใช่ไหมที่พี่คบกับพี่จิน

          “ครับ?”

          ก็ที่พี่ตั้งสถานะความสัมพันธ์ในเฟซบุ๊คว่า ‘มีแฟนแล้ว’ แล้วพี่ก็แท็กเฟซพี่จินในคอมเมนต์ด้วย

          “........

          คือหนูอยากรู้ว่าพี่สองคนเป็นแฟนกันแล้วจริงๆใช่ไหมคะ

          น้องครับ...

          ดูหน้ามันด้วย เหวอจนไม่รู้จะเหวอยังไงแล้ว

          ถึงตอนนี้มันหันมามองหน้าผม ซึ่งผมก็ทำได้แค่ยักไหล่กลับไปให้มันเหมือนไม่รู้ไม่ชี้อะไร พร้อมกับขยับปากว่า ง่วงแล้ว ทั้งที่สถานะนั้นผมเป็นคนตั้งเองกับมือ(ด้วยโทรศัพท์ของมัน) ไม่รู้หรอกว่าตอนนี้มันจะรู้สึกยังไง แต่ถ้ามองไม่ผิด แว๊บหนึ่งผมเห็นมันยิ้ม

          ยิ้มที่ทำให้ผมรู้สึกโล่งอก อย่างน้อยเราก็ไม่ต้องปิดบังอะไรอีก

          'เรื่องบางเรื่องก็ช่างแม่งมันบ้าง ไม่จำเป็นต้องใช้ตรรกะให้มาก ตัดหลักการและเหตุผลออกแล้วลองใช้แค่ใจตัวเองดู อะไรหลายๆอย่างมันอาจจะง่ายขึ้น'

          อืม พอช่างแม่งแล้ว มันก็มีความสุขจริงๆนั่นแหละ

 






tbc.



#มนุษย์นิติสังคมและคนรัก








โอ้ยยย ตอนนี้เรื่องมันก็เรื่อยๆเปื่อยๆแบบนี้ แต่ไม่มาเรียงๆเลย ด่าได้แต่อย่าแรงมากนะคะ อ่อนไหว ฮือ

ขอโทษจริงๆค่ะที่ให้รอนาน มาอัพแล้วนะ ครบ 100% แล้ว เย้

ชอบไม่ชอบยังไงก็คอมเมนต์ติชมได้เลยน้า มีคำผิดตรงไหนทักท้วงได้เลย 

เดี๋ยวมาแก้ทีหลัง ตอนนี้ขอไปปั่นงานก่อนนนนนนนน

และก็สามารถสกรีมผ่านแฮชแท็กในทวิตเตอร์ #มนุษย์นิติสังคมและคนรัก ได้น้า


สุดท้ายนี้ก็ขอฝากเรื่องใหม่ #มนุษย์วิศวะกับรักคูลๆ ภาคแยกของคนคูลๆติสท์ๆด้วยนะคะ 

จิ้มๆ

v

https://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=1715528


แล้วเจอกันตอนหน้าค่า บุยยยย






รูปจากตอนที่แล้ว จุดจบสายแข็งที่แท้ทรู 

ขอบคุณภาพน่ารักน่าฟินจากคุณ  มากๆค่ะ 

น่ารักมากๆๆๆๆเลย
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.934K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,170 ความคิดเห็น

  1. #6129 zazazanook (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 17:59

    กี้ดดด เขิลอ่ยยยไม่ไหวว จินมันร้ายว้อย เเง้น่ารักกก

    #6,129
    0
  2. #6096 acapybab (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 15:12
    หรือกลุ่มวิศวะ4แสบนี้จะรับทั้งหมด 5555+ ไรวะ ความโมนของชั้นนน
    #6,096
    0
  3. #6095 acapybab (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2563 / 15:10
    อารายยยยง่าาาา คีมหายไปอยู่กับใครรรรร ทำไมใจชั้นอยากให้นุ้งคีมเป็นรับวะ555
    #6,095
    0
  4. #6081 sailom642040 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 00:06
    คือหวงแร่ะ ดูออก
    #6,081
    0
  5. #6080 momomay79 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2563 / 14:51
    ถถถถถถถถ พ่อคลคลูหวงแหละดูออก
    #6,080
    0
  6. #6077 ppxone (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2563 / 23:45
    ฉันกรี๊ดร้องเลย!!!!!
    #6,077
    0
  7. #6071 ดอกไม้ของคุณมินยุนกิ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2563 / 21:20
    ฮือออออ ชั้นกรีดร้องเหมือนคนบ้า ฮือออออ มันดีย์!!
    #6,071
    0
  8. #6027 Aubbbbb (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 00:56
    แงงงงงน่ารักกกกกกกก
    #6,027
    0
  9. #6002 jaruporn2020 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2563 / 01:56

    น่ารักมากกกเปิดตัวกันสักทีㅠㅠㅠแงงใจฟูมากกความคิดดดตอนพูดดีมากเลยไม่ไหววววเขินนน
    #6,002
    0
  10. #5978 PayPhiyada (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2563 / 16:57
    คือดีมาก ทั้งความคิดเนื้อเรื่องเเละทุกๆอย่าง ชอบบบบบบ
    #5,978
    0
  11. #5964 pppppp_l (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 18:55
    ไอต้าวจินลูกแม่ น่ารักจังครับ TT
    #5,964
    0
  12. #5937 Gray99 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 21:10
    เขาเปิดตัวแล้วจ้าา จุดพลุ 5555555 งุ้งงิ้งกันอยู่สองคน หยอกกันน่ารักมากกกก พออยู่ด้วยกันแล้วโลกนี้มีแต่เราสองคนจนลืมว่าอยู่ใต้ตึกหรอ หึ หึ
    #5,937
    0
  13. #5916 Xakas (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 14:59
    ลูกกกกกกกกกกกกกก น่ารักมากกกกกกก
    #5,916
    0
  14. #5906 Natthap1719 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 เมษายน 2563 / 16:52
    วี้ดบึ้มมมมม
    #5,906
    0
  15. #5856 Chimmyn (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 13:46
    เจ้าจินมันน่ารักกกกก แงงง
    #5,856
    0
  16. #5850 psunrise (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 22:22
    เอาเลยลูกอยากทำไรทำเลย ใครมีปัญหาแม่จะจัดการให้!
    #5,850
    0
  17. #5830 Saguramio (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2563 / 17:43

    ร้ายไม่เบานะยะ
    #5,830
    0
  18. #5807 blueeyes111 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:06
    ว้ายยย จินต้องแบบนี้สิ บีบอมยิ้มไม่หุบไปเลยดิ
    #5,807
    0
  19. #5775 CN_nene (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 มกราคม 2563 / 10:30
    ใจบาง งื้อ
    #5,775
    0
  20. #5731 Mejung-Muji (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 15:13
    แบบนี้สิพ่อนิติกร...
    #5,731
    0
  21. #5696 มืใหม่คาซึ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 07:34
    ในที่สุดดด กรี๊ดดดดดด 5555
    #5,696
    0
  22. #5671 preem77 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 10:14
    ว้ายยย โดนแล้วววว
    #5,671
    0
  23. #5660 hnj. (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 23:52
    อืมจ้าา เขินไม่ไหว แล้วรูปก็น่าระกมากกกก
    #5,660
    0
  24. #5649 TananyaJK97 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2562 / 12:54
    กลั้นยิ้มแก้มแทบแตกกก โอ้ยยยย
    #5,649
    0
  25. #5644 Sun_Kun (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 07:33

    ยิ้มแก้มแตกละจ้าทางนี้
    #5,644
    0