( yaoi ) NITI man, society and lover #มนุษย์นิติสังคมและคนรัก [END]

ตอนที่ 11 : บรรพ : ๑๐ วิถีคนเหี้ยเป็นโมฆะ (Rewrite)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 93,825
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4,123 ครั้ง
    29 พ.ย. 61



       


 



บรรพ 10

ว่าด้วย...วิถีคนเหี้ยเป็นโมฆะ

 

 



(บีบอม)



             

          เสียงคนเดินอยู่ในห้องพร้อมคุยกันทำให้ผมรู้สึกตัว ดูเวลาก็เห็นว่าสิบโมงกว่าแล้ว โดนเตะขาไปสองสามทีเลยจำใจต้องสลัดความง่วงออกเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามีเรียนชดเชยตอนบ่าย

          ลืมตาขึ้นมาถึงรู้ว่าเป็นคู่หูอุนกับยูนั่นเองที่กำลังยืนเถียงกันแย่งเข้าห้องน้ำ ได้ยินแว่วๆว่าคนหนึ่งปวดเยี่ยวส่วนอีกคนก็ปวดขี้ สุดท้ายไอ้ยูก็เป็นฝ่ายชนะไปเพราะปวดแค่เยี่ยวเข้าแป๊บเดียวก็เสร็จ ผมเลยต้องมารับเคราะห์กรรมจากการที่โดนอุนมันเดินเอาเท้ามาเตะเป็นการปลุกไปในตัวอยู่ตอนนี้

          จริงๆไม่ได้อยากตื่นเร็วนักหรอก แต่มานอนหอคนอื่นแถมยังนอนที่พื้น ตอนรู้สึกตัวก็เหมือนหลังจะร้าวไปหมด

          ตื่นเร็วก็ดีเหมือนกันจะได้กลับไปนอนต่อที่หอ ได้แค่ชั่วโมงเดียวก็ยังดี ดูท่าทางของไอ้อุนตอนนี้ก็ไม่ค่อยเหมือนคนสติดีที่เต็มใจจะมาปลุกเพื่อนอย่างผมเท่าไหร่ พูดให้ถูกคือมันเหมือนยังไม่สร่างเมาและเดินละเมอไปมารอบห้องเพราะรู้สึกว่าตัวเองกำลังปวดขี้แล้วมาสะดุดขาผมมากกว่า

          กำลังจะผงกหัวขึ้นมาจากกระเป๋าเสื้อผ้าของจินที่มันเตรียมมาด้วยแต่ผมก็ต้องเอามาใช้เป็นหมอนต่างหน้าแทน จังหวะนั้นก็เห็นหน้าเมาๆของไอ้อุนก้มลงมามองซะก่อน มันหัวเราะทันทีเมื่อรู้ว่าใครที่นอนขดอยู่ข้างๆผม

          ความรู้สึกแรกหลังจากตื่นไม่ใช่ปวดหัวเพราะนอนไม่พอหรือปวดตัวเพราะนอนบนพื้นห้องนานเกินไป แต่กลับเป็นผมแทบขยับแขนตัวเองไม่ได้เพราะทั้งหนักทั้งชาไปทั้งแถบ อันที่จริงก็อาจจะขยับได้อยู่ถ้าไม่มีไอ้ตัวน่ารักเอาหัวมานอนทับไว้ล่ะก็

          “น่ารักอย่างที่มึงบอกจริงๆว่ะ ยิ่งตอนนี้เหมือนลูกหมา หน้าโคตรโง่เลยอ่ะ” มันว่าอย่างล้อเลียน ไม่วายเอื้อมมือลงมาปัดผมม้าของไอ้จินออกให้เห็นหน้าชัดๆและหัวเราะใส่อีก

          เวอร์ชั่นนี้เป็นหมานิทราครับ หน้างอง้ำยิ่งกว่าตอนเหวี่ยงอีก ก็ดูน่ารักอย่างที่อุนมันพูดจริงๆนั่นแหละเพราะเป็นตอนที่หมดฤทธิ์แล้ว

          ผมปัดมือไอ้อุนออก ไม่ใช่เพราะกลัวจินจะตื่นหรอก มันมีที่น่ากลัวกว่านั้นคือตอนหลังจากที่ตื่นขึ้นมาแล้วต่างหาก ถึงตอนมันเหวี่ยงจะน่ารักแค่ไหนแต่นิสัยไม่ได้น่ารักตามไปด้วยเลย ยิ่งกว่าเรียกว่าโดนคนอื่นว่าก็คือโดนจินมันด่าแบบไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดน่ะแหละ เคยเจอมาแล้วครั้งหนึ่งจนตอนนี้ก็ยังรู้สึกขยาดอยู่เลย

          ผมเพิ่งจะรู้ได้ไม่นานมานี้ว่าอะไรที่ทำให้จินมันอารมณ์เสียได้มากที่สุด หนึ่งในนั้นก็คงจะเป็นการไปปลุกมันก่อนถึงเวลาตื่น

          เชื่อเถอะครับเพราะผมโดนมาแล้ว ด่าไม่พอยังส่งเข่าเข้ามากระแทกตรงจุดยุทธศาสตร์ด้วย วินาทีนั้นจุกจนพูดไม่ออก จะด่ากลับก็เกรงใจหน้าเหวี่ยงๆของมัน สุดท้ายเลยได้แต่นอนกุมเป้าตัวเองฟังมันแร็ปใส่ ในปากนี่ก็ไม่รู้ว่าเลี้ยงหมาเอาไว้กี่ฟาร์ม จัดจ้านเสียเหลือเกิน

          ก่อนที่ยังไม่รู้จักกันเพื่อนผมมันก็บ่นตลอดว่าไม่ค่อยชอบหน้าไอ้จิน คงด้วยเพราะเป็นแก๊งดังของมอ แถมยังหน้าตาดีด้วยอีกแหละมั้ง

          เอาจริงก็หาตัวไม่ค่อยเจอกันหรอกนอกจากจะไปที่ร้านเหล้า ยิ่งจินมันเรียนวิศวะแล้วผู้หญิงในคณะของผมยิ่งชอบพูดถึงกันใหญ่ แต่ถามว่ามีเวลาออกไปจีบใครที่ไหนไหมก็ไม่หรอก บ่นว่าผู้ชายคณะตัวเองหน้าตาไม่ดีแต่ส่วนมากก็เห็นหันกลับมาคบกันเองทั้งนั้นเพราะอยู่ไกลชาวบ้านเขา

          แล้วพอเพื่อนผมมันรู้ว่าผมชอบไอ้จินเข้า จากที่พวกมันไม่ชอบหน้ากลายเป็นว่าตอนนี้เอาแต่อยากแกล้งอยากกวนจินมันซะงั้น

          เมื่อคืนกว่าจะหลับได้ก็ใช้เวลานานเหมือนกันครับ กินเบียร์ไปหลายแก้วอยู่ ถึงจะง่วงแต่ต้องมานั่งดูบอลเป็นเพื่อนจินมันเพราะคนอื่นเขาหลับกันหมด ปากก็บอกให้ผมชวนคุยเพราะจะดูให้จบ แต่ตัวเองดันนอนเล่นโทรศัพท์ สุดท้ายก็หลับคามือถือไปตั้งแต่รู้ว่าแมนยูจะแพ้แล้วนั่นแหละ

         ได้แต่นอนดมหัวหอมๆของมันไปอยู่สักพัก ในใจก็คิดแต่ว่าอยากอยู่แบบนี้ไปนานๆเลยว่ะ แต่ก็ต้องดึงสติตัวเองกลับมาแล้วเรียกให้อุนมันมาช่วยยกหัวไอ้จินออกจากแขนเพราะยกเองไม่ได้ ลืมตาขึ้นได้เต็มหน่วยหน่อยก็เห็นว่าคนอื่นๆในห้องตื่นกันหมดแล้ว

          มองไปบนเตียงมีไอ้แจ็คกึ่งนั่งกึ่งนอนเล่นไอแพดอยู่ ส่วนไอ้คีมนั่งแก้ผ้าเหลือแต่บ็อกเซอร์ตาก็จ้องคอมพิวเตอร์เล่นเกมส์ตามนิสัยของมัน ถามถึงพี่สิงห์ ไอ้แจ็คก็บอกว่าเดินเซออกจากห้องไปตั้งแต่หกโมงเช้าแล้วเพราะแฟนโทรตาม

          ผมลุกขึ้นมานั่งเหวี่ยงแขนตัวเองไปมาแก้ชา สายตาพลางมองตามหลังไอ้อุนที่เดินสะลืมสะลือไปเข้าห้องน้ำต่อจากไอ้ยูที่พอมันโผล่หน้าออกมาก็เห็นผ้าห่มไซส์มินิลายมูมินพาดที่คอของมันเป็นอันดับแรกเลย น่าจะเป็นผ้าที่ไอ้อุนชอบเรียกบ่อยๆว่าผ้าเหม็นเยี่ยวเพราะยูมันบอกว่าใช้มาตั้งแต่ประถม

          ผ้าผืนนี้มันรักมาก แต่ก่อนคิดว่าน่าจะเป็นสีฟ้า ตอนนี้สีตกเป็นเทาหม่นไปหมดแล้ว ไปนอนค้างหอใครมันก็หอบไปด้วยบอกว่าขาดไม่ได้ นอนแล้วไม่ได้ดมเยี่ยวเหม็นๆที่ฉี่รดมาตั้งแต่ยังท่อง A-Z ไม่เป็นแล้วมันจะนอนไม่หลับ ลายน่ารักดีครับ แต่ก็ดูไม่เข้ากับหน้าเดือนคณะของมันอยู่ดี

          “นี่อย่าบอกนะว่าพวกมึงเป็นแฟนกันแล้ว” 

          ผมชะงักเมื่อไอ้แจ็คทักขึ้นขณะเดียวกันก็ขยับตัวไปอีกฝั่งของเตียงเพื่อเว้นที่ว่างให้เมื่อเห็นว่าผมกำลังอุ้มไอ้จินขึ้นไปนอนบนนั้น

          “ยัง

          “เฮ้ย ไม่เป็นไร เรื่องแบบนี้พวกกูรับได้ พูดมาเลย” เสียงมันเจือความสงสัยแต่ประโยคหลังเหมือนกำลังพูดทำนองให้ผมรู้สึกสบายใจ

          ไอ้คีมที่นั่งเล่นเกมส์อยู่ถึงกับหยุดเล่นแล้วหันมาจ้อง ไม่ต่างจากไอ้ยูที่ยืนกินน้ำอยู่หน้าตู้เย็นก็หันกลับมามองอย่างต้องการคำตอบเช่นกัน

          “ยังไม่ได้เป็น

          “จบครับ แยกๆ

          “กาก” ไอ้ยูทำหน้าเอือมใส่พอๆกับไอ้คีมที่หันกลับไปเล่นเกมส์ต่อ เหลือก็แต่ไอ้แจ็คที่ยังทำหน้าไม่อยากเชื่อแล้วมองมาทางผม

          “ดูแลกันดีขนาดนี้ไม่เป็นผัวบ้านกูก็เรียกพ่อแล้ว ไอ้เหี้ย จินมันไม่ได้สั่งให้มึงห้ามบอกพวกกูใช่ไหมวะถามจริง

          “ลองถามมันเองสิ แม่งโคตรใจแข็ง” ผมโบ้ยหน้าไปทางคนที่นอนหลับสนิทอยู่ จะเรียกว่าโยนขี้ก็เหมือนจะใช่ เพราะเรื่องนี้มันไม่ได้ขึ้นอยู่กับผมแต่อยู่ที่ไอ้จินล้วนๆแล้ว

          จีบจนจะหมดมุกแขนก็ยังไม่ได้จับถ้าไม่ใช่แอบแต๊ะอั๋งเอาตอนทีเผลอ แต่ยอมรับได้เต็มปากเต็มคำเลยว่าโคตรมีความสุข ถึงอยากจะเป็นมากกว่านี้แต่แค่ได้อยู่ใกล้ๆ ได้ดูแลมันไปแบบนี้เรื่อยๆก็ไม่อยากจะขออะไรอีกแล้ว ถ้าเทียบกับแต่ก่อนที่แทบจะไม่กล้าเข้าหน้ามันด้วยซ้ำ

          เมื่อได้คำตอบอย่างนั้นไอ้แจ็คก็พยักหน้าเออออรับแลดูเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแล้วกลับไปก้มหน้าเล่นไอแพดต่อ พวกนี้ก็ติดโซเชียลกันทั้งกลุ่มจริงๆ

          ผมหันกลับไปมองไอ้จินอีกทีก็เห็นว่ามันหรี่ตามามอง หายใจฟึดฟัดพร้อมขมวดคิ้วใส่ ก็พอจะรู้แล้วว่าคุยกันเสียงดังจนทำให้คุณเขาไม่พอใจ พร้อมกับได้ยินมันบ่นว่ารำคาญเหมือนคนนอนละเมอ

          ก็คงจะละเมอจริงๆ เพราะทันทีที่ว่าจบมันก็พลิกตัวหนีไปซุกหน้าลงกับหมอน ดึงผ้าห่มขึ้นคุมโปงแล้วหลับต่อ ดูท่านิ่งสนิทของมันก็ต้องคิดว่าจะหายใจออกไหม คำตอบคือไม่ครับ คุมไปได้ไม่ถึงสิบวิมันก็เปิดออกมาแล้ว

          ผมกับไอ้ยูนั่งรอไอ้อุนเข้าห้องน้ำประมาณสิบนาทีได้จนตอนนี้ไอ้จินหลับไปอีกรอบก็ยังไม่มีท่าทีว่ามันจะออกมา ก็เลยหันกลับมาถามไอ้แจ็คที่ยังนั่งเล่นไอแพดอยู่ที่เตียงเหมือนเดิม

          “วันนี้พวกมึงเตะกันกี่โมง” 

          “หกโมงเย็น เจอสายแข็ง

          “คณะอะไร

          “เกษตร

          “โอเค เรียนเสร็จเดี๋ยวพวกกูตามไปดู” ไม่รู้จะให้คำแนะนำอะไรเลยได้แค่พยักหน้าให้แล้วกลับเข้าสู่โหมดนั่งรอเพื่อนเข้าห้องน้ำอีกครั้ง

          เสียงรัวเมาส์กับคีย์บอร์ดเกมจากไอ้คีมยังดังมาเรื่อยๆ นอกจากฟุตบอล ก็เห็นจะมีแค่เกมนี่แหละที่อยู่ในชีวิตมัน พากันโดดเรียนไปเล่นที่ร้านด้วยกันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรผมถึงได้รู้ มันเล่นเยอะกว่าผมนะ ตอนนั้นจำได้ว่าติด DotA ด้วยกัน เดี๋ยวนี้ถ้าไม่เล่น DotA หรือ FIFA มันก็ขลุกอยู่แต่กับ PUBG อย่างที่เห็น

          “เออ มึงรู้ไหมว่าจินมันกำลังคุยกับส้มอยู่” จู่ๆไอ้แจ็คก็โพล่งขึ้นมาอีก ตาเหล่มองเจ้าของชื่อที่อยู่ในสนทนานิดหน่อย พอรู้ว่าทางนั้นหายใจเป็นจังหวะหลับเสมือนตายแล้วมันถึงเงยหน้าขึ้นมองผมอีก เลยอดไม่ได้ที่จะถามกลับไปอย่างสงสัย

          “ส้มไหน?”

          “ส้มส้มบริหาร เจอกันที่ร้านเหล้าตั้งแต่ต้นเดือนที่แล้วพอๆกับมึง

          “ไม่รู้ว่าเป็นใคร รู้แต่มันคุย เห็นเวลาจับโทรศัพท์ทีไร มือกดยิกๆ ปากยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก็พอจะดูออก อิมเคยบอกอยู่ว่าจินมันเป็นพวกที่มีคนคุยเยอะ จริงๆก็อาจจะไม่ได้มีแค่ส้มคณะบริหารที่แจ็คมันหมายถึง ถ้าให้มัน List รายชื่อผู้หญิงที่คุยด้วยมาคงจะยาวเหยียดไปถึงกรุงเทพ

          “แต่มึงก็ยังให้มันคุย?”

          “พูดเหมือนกูห้ามเพื่อนมึงถ้ามันจะคุยกับใคร

          “ก็จริง

          “ไม่ได้อยากให้คุยหรอก แต่กูก็ไม่อยากขัด ไม่อยากทะเลาะกับมัน

          “แล้วมึงไม่หึงมันหรอ

          “ไม่ได้เป็นอะไรกันกูมีสิทธิ์หึงมันด้วยหรือไง” ผมไม่ได้อยากเป็นคนใจกว้างขนาดนั้นและผมก็หึงมันทุกครั้งนั่นแหละ ติดอยู่แค่ตรงที่ผมไม่มีสิทธิ์อะไรในตัวมันเลยต่างหาก 

          “มึงก็รีบๆทำให้เป็นสิวะ เดี๋ยวกูช่วย

          “ไม่ต้อง กูไม่อยากเร่งมัน

          “ใจบุญกว่านี้อีกหน่อยมึงก็ไปบวชเป็นพระได้ละกูว่า

          ผมไม่ตอบอะไรแต่หยิบมือถือขึ้นมาเล่นระหว่างรอแทน

          “จะว่ากูเสือกก็เสือกเถอะ แต่เห็นเป็นแบบนี้แล้วกูสงสารมึงว่ะบอม จริงๆนะ มึงพลาดแล้วที่มาชอบไอ้เหี้ยเนี่ย ได้ขอมันสักครั้งยัง” ไอ้แจ็คพูดติดตลก ดูท่าว่าระดับนี้แล้วมันก็คงจะรู้จักเพื่อนของมันมาดี

          “ขออะไร

          “ขอเป็นแฟนไง หรือมึงจะข้ามขั้นขอเอามันเลย ก็ดีนะรวบหัวรวบหางดี” สาบานเถอะว่าจินเป็นเพื่อนมัน แต่ก็ถือว่าเป็นความคิดที่ไม่เลวนะครับ

          “ยัง

          “จะรอไปถึงเมื่อไหร่

          “ไม่รู้ ยังไม่ได้คิด” ถ้าให้คิดก็คงคิดไม่ออก ฟังดูแล้วเหมือนเป็นคำตอบโง่ๆ แต่ก็คงจะโง่จริงๆ เอาเข้าจริงก็แทบไม่อยากจะคิดอะไรเลย ไม่มั่นใจไปหมดทุกอย่าง โคตรไม่เป็นตัวของตัวเองก็เลยปล่อยให้มันเป็นเรื่องของเวลาแทน เป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว” 

          พอเรื่องไหนที่เป็นเรื่องของไอ้จินทีไรผมก็โคตรเหมือนคนขี้ขลาด กลัวไปซะทุกเรื่อง ไม่รู้จินจะคิดเหมือนกันไหม แต่สำหรับผม ขอแค่ทุกวันมีมันอยู่ด้วยเหมือนตอนนี้ ผมยอมอยู่แบบครึ่งๆกลางๆก็ได้

          “จีบมันแต่ก็ยังให้มันคุยกับคนอื่น หน้ามึงตอนพูดว่าดีอยู่แล้วนี่คือโคตรตอแหล” ไอ้แจ็คว่า

          อืม...ที่บอกว่าผมไม่ได้คิดนี่แค่โกหกครับ อยากเป็นผัวมันจะตายห่า มันไม่ให้เป็นก็จะยอมไปเป็นเมียแทนแล้วเนี่ย แม่งจะขยี้อะไรนักหนา เดี๋ยวกูก็หลุดหมดหรอกไอ้ชิบหาย

          “อะไรที่มันคลุมเครืออยู่กูว่าแม่งไม่มีความสุขหรอก สู้ทำให้มันชัดเจนไปเลยดีกว่า มึงก็รู้ว่าจินมันโง่

          “เก่งทุกอย่างยกเว้นเรื่องความรู้สึกของตัวเอง” ไอ้คีมเข้ามาเสริมทัพ

          “ใช่ พูดๆออกไปเลย เดี๋ยวพวกกูช่วย ถึงมึงไม่ขอแต่กูก็จะถือว่าช่วยจินที่เป็นเพื่อนกู พวกกูไม่ขออะไรมาก แค่สองแปดห้าขวดนึง

          กำลังจะซึ้งละครับแต่สุดท้ายก็ตลกแดกอีกตามเคย

          “ไว้เดี๋ยวกูจัดการเอง” ผมบอกแค่นั้นก็เดินตามหลังไอ้อุนกับไอ้ยูออกมาจากห้อง

          เอาจริงๆไม่ใช่ว่าผมไม่อยากทำอะไรสักอย่าง ผมแค่กลัวว่าจะต้องเสียจินไปไม่ว่าจะในฐานะไหนก็ตาม

          ก็ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองแพ้ขาดลอยอย่างนี้มาก่อน หรือถ้าจะสู้ตอนนี้ก็คงสู้ไม่ไหว ไม่รู้เหมือนกันว่ายอมให้มันเข้ามามีอิทธิพลมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ เหมือนมันกลายเป็นข้อยกเว้นของผมทุกอย่าง แทบไม่ต้องมีเหตุผลอะไรมาหักล้างผมแม่งก็ยอมแพ้ให้แบบไม่มีเงื่อนไขแล้ว

 

**********

         

          โดนอาจารย์ปล่อยเลทไปเกือบชั่วโมงครึ่งพวกผมเลยมาถึงสนามกีฬากลางของมหาลัยเวลาประมาณจะหกโมงเย็น แต่ก็ยังดีที่มาทันก่อนนักเตะจะลงแข่ง วันนี้เรียนๆอยู่ตาก็จะปิด ได้แต่ฟุบหลับมันทั้งคาบ เป็นแต่ก่อนก็คงเลือกจะขับรถกลับหอไปนอนต่อแทนที่จะมาเจอบรรยากาศยุ่งวุ่นวายแบบนี้แล้ว

          ผมมองไปรอบๆ ขึ้นชื่อว่าเป็นแมทซ์ของวิศวะ-เกษตรเลยทำให้เวลานี้มีคนเต็มอัฒจันทร์เชียร์ไปหมด ไม่ค่อยชอบอะไรแบบนี้เท่าไหร่เพราะคนเยอะ หาที่นั่งก็ไม่ค่อยได้ โชคดีที่มองไปเห็นกลุ่มพี่กีฬาของตัวเองที่มาดูเหมือนกัน ไอ้ยูเลยพาเดินไปขอนั่งเบียดกับพวกพี่เขา

          มองลงไปข้างล่างเห็นนักเตะทั้งสองทีมนั่งแยกกันอยู่คนละฝั่ง กวาดสายตาไปที่ฝั่งวิศวะ เห็นไอ้ตัวผอมๆขาวๆ ก็รู้แล้วว่าเป็นจิน มันเป็นคนที่ขาวอยู่แล้วครับ ขาวไม่พอผิวยังเนียนอีก ตัวแทบจะกลืนไปกับสีเสื้อบอลวิศวกรรมศาสตร์อยู่แล้ว

          นอกจากจะได้ตำแหน่งเดือนมหาลัยกับป๊อบปูล่าโหวต มันยังกวาดตำแหน่งเดือนผิวสวยสุขภาพดีมาอีก ธรรมดากับเขาที่ไหน กลายเป็นหนุ่มเนื้อหอมขึ้นมาเลยทันที พอได้รางวัลเป็น gift voucher ช่วงนั้นก็เห็นมันเช็คอินที่คลินิกผิวพรรณตลอดเลย

          ผมได้แต่นั่งมองมันคุยเล่นกันกับเพื่อนนักเตะในทีมไป จะยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปเก็บบรรยากาศให้ตามที่มันสั่งไว้เมื่อคืน แต่จังหวะนั้นโดนศอกไอ้อุนถ่องเข้าให้แล้วมือลั่น เผลอปล่อยทิ้งจนมันกลิ้งห้าสิบตลบลงไปอยู่อัฒจันทร์ชั้นล่างสุด พื้นปูนเสียด้วย

          ไอ้อุนกุลีกุจีวิ่งลงไปหยิบมาให้พลางกล่าวขอโทษขอโพยผมยกใหญ่ กดปุ่มขึ้นมาก็ยังสว่างได้ทนทานสมกับราคา แต่หน้าจอแตกเป็นลายหางปลากัดแบบไม่ต้องพึ่งภาพพักหน้าจอเลยครับ สวยไปอีกแบบ ถุ้ย...เพิ่งซื้อมาวันเข้ามหาลัยนี่เองก็แตกแล้ว คิดยากกว่าว่าจะหาเงินที่ไหนไปซ่อมคือผมจะแก้ตัวกับแม่ว่ายังไงวะเนี่ย

          เห็นไอ้อุนทำหน้ารู้สึกผิดมาให้ก็ได้แต่เออออบอกปัดๆไป ไม่รู้จะว่าอะไรไม่ใช่ความผิดของมันเสียทีเดียว คนที่ทำตกก็เป็นผมเองด้วย

          นั่งสงบสติอารมณ์ได้สักพักเลยหันกลับไปดูบอลแทนที่ตอนนี้เริ่มแข่งมาได้ประมาณสิบกว่านาทีแล้ว ดูแล้วก็สูสีกันทั้งสองฝ่าย จินลงเล่นตั้งแต่ครึ่งแรกเลยครับ ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกันว่าเท้ามันหายเจ็บหรือยัง แต่เห็นวิ่งคล่องได้จนถึงครึ่งหลังขนาดนั้นก็โล่งใจขึ้นมาหน่อย 

          “อื้อหือ ลูกโทษเลยครับ ลูกโทษ!” ไอ้ยูพูดขึ้น

          ผมไม่รู้ว่าจริงหรือเปล่าเพราะไม่ทันได้มอง แต่เห็นจินมันนอนกุมขาตัวเองอยู่บนพื้นสนามเหมือนจะโดนเกษตรศาสตร์เตะอัดเข้า ท่าทางคงเจ็บน่าดู ก็ทำอะไรไม่ได้หรอกนอกจากแค่นั่งมอง ทั้งที่ใจจริงอยากจะวิ่งลงไปกระชากตัวมันออกมาจากสนามซะตอนนี้

          “โห ได้อยู่ ใกล้ประตูชิบหาย

          “เอิ้วๆ ไปให้สุด เอฟซีครับผม

          “อ้าวๆ มึงกล้าเตะเมียเพื่อนกูหรอ”   

          “มึงเก๋าอ่อเบอร์ 8”

          “มาเจอเพื่อนกูหน่อยไหม!” แล้วก็พากันตบมือตัวเองป๊าบๆ หันมาหัวเราะชอบใจใส่กัน

          สรุปคือพวกมันก็ล้อผมอีกตามเคย แต่จะเสียงดังกว่านี้ก็ไม่ได้เพราะที่นั่งตรงนี้มีแต่คณะวิศวะ โดนคนรอบๆมองมาแต่ดีที่เขาไม่รู้เรื่องอะไร ถ้ารู้ก็ไม่รู้จะแก้ตัวกับไอ้จินว่ายังไง มันยิ่งชอบเก็บสายตาคนอื่นเอามาคิดอยู่เรื่อย

          “อ้าวเหี้ย ไม่ฟาล์วว่ะ เล่นต่อเฉย” เมื่อกรรมการไม่เป่าฟาล์วเลยทำให้พวกมันหน้าแตกเพราะไม่มีลูกโทษ นักเตะในสนามยังเล่นต่อ ก็ยังดีที่จินมันลุกขึ้นมาได้แต่สุดท้ายก็ทรุดลงไปนั่งอยู่ที่พื้นนั่นแหละถึงได้มีเสียงนกหวีดดังขึ้น ผมไม่รอช้าให้อุนมันหันมาถามก็เดินลงจากอัฒจันทร์ไปที่เต็นท์ปฐมพยาบาลเลย

          เข้ามาถึงเห็นจินนั่งทำหน้าหมาหงอยอยู่บนเปลคนเจ็บให้เพื่อนในทีมคนหนึ่งยกขาแก้อาการเกร็งให้ ก็ไม่รู้ว่าหงอยเพราะว่าเจ็บแผลหรือเซ็งที่หมอห้ามไม่ให้ลงสนามแล้วให้ไปโรงพยาบาลจนไม่ได้ลงเล่นโชว์สาวต่ออีกกันแน่

          ผมเคยเตือนไปแล้วว่าให้ขาหายดีก่อน แต่เพราะเป็นนัดชิงมันเลยไม่อยากพลาดก็เลยต้องปล่อยเลยตามเลย สุดท้ายเป็นไง ซ้ำที่รอยเดิมอีก แล้วทำไมเลือดต้องออกเยอะขนาดนี้วะ

          “ให้อุ้มไหม” ผมถาม

          “อย่าเวอร์สัด แค่พยุงก็พอ” มันตอบกลับมาด้วยสีหน้าเอือมๆ อันนี้ก็จริงจังอยู่ครับ ถ้าเดินไม่ได้ก็จะให้มันขี่หลังแล้ว แต่ก็อย่างว่า มันเคยยอมใครซะที่ไหน

          “เฮ้ย มึงไม่ต้องบอม เนี่ยเดี๋ยวให้ส้มพาไป

          ผมที่กำลังจะเดินเข้าไปพยุงมันออกมาแต่จังหวะนั้นก็มีเสียงไอ้แจ็คดึงเอาไว้ก่อน พร้อมกับพาผู้หญิงตัวเล็กๆเหมือนอิมที่ชื่อว่าส้มโผล่เข้ามา หัวมันก็นึกไปถึงตอนที่ได้คุยกันเอาไว้เมื่อเช้าทันที คนนี้หรือเปล่าส้มส้มบริหาร

          แต่สงสัยได้ไม่นาน เมื่อเห็นว่าจินมันหันไปยิ้มให้เขา ผมก็พอจะเข้าใจแล้ว

          จะโทษใครถ้าไม่โทษคนของตัวเอง แต่จะพูดว่าคนของตัวเองก็ยังไม่ใช่ เพราะเรายังไม่ได้เป็นอะไรกันเลย ไม่รู้ว่าจะพูดอะไร สุดท้ายเลยได้แค่หันไปจ้องหน้าอีกฝ่าย ก็ชาเยอะอยู่เหมือนกัน ทั้งหน้าทั้งใจผมเนี่ย ไม่รู้ตัวเองด้วยซ้ำว่าทำไมถึงยอมปล่อยให้มันเดินออกไปกับเขา

          อยากเดินตามไปแล้วถามอย่างเอาแต่ใจให้รู้แล้วรู้รอดเลยว่า ‘แล้วกูล่ะ’ แต่ใจมันก็ไม่กล้าพอ ถูกแจ็คมันรั้งเอาไว้ด้วยถึงยังต้องมายืนติดแหงกอยู่ตรงนี้ ในสนามเองก็เตรียมจะยิงลูกโทษกันแล้วหลังจากนกหวีดดังขึ้นพร้อมกับที่วิศวะตีเสมอขึ้นมาได้เป็น 3:3  

          “กูคุยกับจินแล้ว มันให้กูมาบอกว่าจะจริงจังกับส้ม

          “หมายความว่าไง?”

          “ก็ตามนั้น มึงโอเคไหมวะ

          “ไม่” ตอบออกไปแทบไม่ต้องคิด กว่าจะกล้าสู้หน้ามัน ตอนนี้ก็ใช่ว่าจะจีบติดแล้ว จะให้ผมบอกว่าโอเคหรอ โอเคก็เหี้ยแล้ว

          “กูรู้ว่ามึงต้องตอบแบบนี้ แต่อยู่เฉยๆเถอะ ให้เวลามันได้คิด

          “คิดเหี้ยอะไร มึงไปบอกอะไรมัน กูขอให้ช่วยหรอ

          “มึงฟังกูไอ้สัด มันเป็นเพื่อนกูกูรู้ดี เดี๋ยวแม่งก็คลานกลับมาหามึงคอยดู” 

          เอาอะไรมารับประกันว่ามันจะกลับมาหากู ตัวผมยังไม่มั่นใจในตัวเองเลย ยิ่งผู้หญิงตัวเล็กๆน่ารักที่ดูเหมือนจะเป็นสเป็คมันกับผมที่เป็นผู้ชายด้วยกัน ไม่ต้องคิดให้ยากก็รู้แล้วว่ามันเลือกเขาแน่ๆ

          “ถ้ามันไม่ชอบมึงนะแม่งไม่ยอมให้มึงมาวอแวเกาะแกะแบบนี้หรอกก็แค่ไม่อยากจะยอมรับ ถ้าทำตามที่กูว่า ไม่ถึงอาทิตย์เดี๋ยวรู้เลย ถึงตอนนั้นมึงเตรียมจ่ายค่าเหล้าให้กูละกัน นี่กูจริงจังนะเว้ย ช่วงนี้แม่งเป็นหมุนเงินไม่ค่อยทันว่ะแต่หิว” ไอ้แจ็คยื่นมือมาตบไหล่ อีกนัยหนึ่งก็คงพยายามปลอบผมให้ใจเย็นลงด้วย

          แต่มันใช่เวลาที่จะต้องมาปรับทุกข์เรื่องไม่มีเงินแดกเหล้าไหม จะมาหากินง่ายเกินไปปะวะ

          “กูบอกว่าจะจัดการเอง

          “งั้นมึงก็เลือกเอาแล้วกันว่าจะทนรอมันไม่ถึงอาทิตย์ให้ทุกอย่างชัดเจนขึ้นตามที่กูบอก หรือโผล่หน้าไปขัดมันช่วงที่กำลังสบสันอยู่ แล้วสุดท้ายมึงก็จะไม่ได้เห็นหน้ามันอีกเลย” มันจ้องหน้าผม แทบดูไม่ออกเลยว่ากำลังคิดอะไรอยู่

          โกรธไหมก็คงต้องบอกเลยว่าโกรธมาก

          โกรธไอ้แจ็คยังไม่เท่าไหร่ แต่โกรธที่จินมันเลือกให้เพื่อนของมันมาบอกกับผม แทนที่จะเป็นตัวมันมาพูดเองแบบนี้

          “เรื่องบางเรื่องก็ใช้แค่ใจอย่างเดียวไม่ได้หรอก มึงต้องใช้สมองด้วย เชื่อกู กูเคยทำ กูผ่านมาเยอะ” เยอะของมันนี่คือเยอะแค่ไหน หมายถึงประสบการณ์หรือว่าคนที่เคยคบด้วยแล้วเลิก

          “แน่ใจได้ไงว่ามันจะเลือกกู

          “โอ้โห ระดับกูแล้วครับ ถ้าไม่ได้ผลมึงเอาตีนมาเหยียบหน้ากูได้เลย” เรื่องความมั่นหน้าตัวเองนี่ก็คงต้องยกให้พวกมันทั้งกลุ่ม แต่ผมก็ยังไม่ได้รับปากอะไรกับมันหรอก ทำแค่ยืนฟังมันพูดอะไรอีกหน่อยแล้วก็ย้ำเรื่องเหล้า

          “เพราะอะไรรู้ไหมถึงทำให้กูมั่นใจว่ามึงได้จ่ายค่าเหล้าให้กูแน่ๆ

          “เพราะมึงฝันไง

          สัด เพราะมันชอบมึงแล้วแต่หาก

          ไอ้แจ็คตบหลังผมสองสามทีพร้อมยักคิ้วให้ จากนั้นก็วิ่งกลับเข้าสนามไป

 

**********

 

          หลังฟุตบอลแข่งเสร็จโดยที่วิศวะแพ้ลูกโทษเกษตรไปหนึ่งประตู ผมก็โดนอุนมันลากมาศูนย์ไอแคร์ที่เซนทรัลทันที ขนมาด้วยกันทั้งกลุ่มนั่นแหละ สรุปว่าศูนย์ปิดครับ แม่งจะดีก็ดีไม่สุด ดันไม่เช็คดูเวลาก่อนว่าเขาปิดหนึ่งทุ่ม

          ไอ้อุนเลี้ยงไก่เคเอฟซีปลอบใจเรื่องโทรศัพท์ก็ไม่ค่อยมีอารมณ์กินเท่าไหร่เพราะโทรไปขอเงินแม่ค่าเปลี่ยนหน้าจอใหม่ก็โดนอีกฝ่ายบ่นกลับมา เลยจะต้องได้ใช้เงินเก็บของตัวเองแทน ในหัวยังต้องมาคิดแต่เรื่องของไอ้จินอีก

          พูดตามตรงเลยว่าโคตรไม่อยากปล่อยมันไปแม้แต่วินาทีเดียว แม่งไม่อยากเป็นแล้วมากกว่านั้นน่ะ ไม่ต้องรับรู้ว่ามันมีใครก็ได้ อยู่แบบนี้ก็ดี ตอนนี้ห่างกันยังไม่ถึงวันเลยผมยังก็เอาแต่คิดถึงมันมากขนาดนี้

          แต่จะทำไงได้ ก็มันเลือกเขา ไอ้เรามีแค่ใจอย่างเดียวคงสู้ไม่ได้อย่างที่แจ็คมันว่าจริงๆ จะยอมลดตัวเองเป็นกิ๊กก็ดูจะเหี้ยไปหน่อย หรือว่าผมควรจะไปเป็นกิ๊กกับมันดีวะ ยังไงมันก็ได้ฉายาว่าคนคุยเยอะอยู่แล้ว อีกอย่างถึงผมจะกลายเป็นคนเหี้ย แต่อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นคนเหี้ยที่รักมันเลยนะ...

          สุดท้ายก็ทำได้แค่คิดแล้วหันหน้ากลับเข้าปัจจุบันยอมรับความเป็นจริง รู้สึกตัวอีกทีก็เหมือนว่าเสียเงินค่ารถตู้ 30 บาทแค่มานั่งกินไก่เล่นๆจากนั้นก็พากันกลับ

          เข้ามาถึงในมอปุ๊บก็ให้ซองมันพามาเอารถมอเตอร์ไซค์ที่จอดไว้ใต้หอไอ้จินตั้งแต่เมื่อคืน แล้วก็ดันมาเจอไอ้คีมกับไอ้แจ็คที่กำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่ข้างล่างหอมันพอดี

          “กูบอกแล้ว ปกติมีคนเลี้ยงเหล้ามันเคยพลาดกับเขาที่ไหน ครั้งก่อนเจ็บจนจะเดินไม่ได้มันยังแทบจะคลานเข่าไปถ้าเรื่องไหนเป็นเหล้า” ไอ้แจ็คว่าหลังวางสายจากไอ้จินที่มันชวนไปเลี้ยงกีฬาด้วยแต่จินมันไม่ยอมไปเพราะบอกว่าเจ็บขา

          ตอนแรกผมกะว่าจะขึ้นไปเอาเสื้อกับกางเกงของตัวเองที่ซักตากไว้แต่ก็โดนแจ็คมันห้ามแล้วให้คีมขึ้นไปแทนเพราะต้องเอากุญแจรถยนต์ไปคืนให้จินมันอยู่แล้ว หลังจากวันนั้นเราก็ไม่ได้เจอกันเกือบอาทิตย์เลยล่ะครับ โทรศัพท์ก็เอาไปซ่อม ยังจะต้องมาเจ็บตัวตอนลงแข่งบอลรอบชิงกับเกษตรศาสตร์เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา

          ผลสุดท้ายนิติศาสตร์ก็แพ้ไปสองประตูต่อหนึ่ง แต่ก็ถือว่าดีเพราะได้รองชนะเลิศเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แต่ที่ซวยคือได้เฝือกอ่อนที่ขามา ซวยกว่านั้นก็ดันไปทำเข่านักเตะของอีกฝั่งหลุดแถมยังกระดูกร้าว โดนใบแดงไปตั้งแต่ยังไม่หมดครึ่งแรก

          คงเพราะอารมณ์ไม่ดี ยิ่งเห็นหน้าไอ้เบอร์ 8 ของคณะเกษตรที่ไปเตะขาจินวันนั้นด้วยแล้วอารมณ์ก็ยิ่งขึ้น ตอนนั้นก็วิ่งลัดขัดขากันไปมาจนเกือบได้ต่อยกันกลางสนาม ยอมรับเลยว่าจุดนั้นเห็นอะไรผมก็หงุดหงิดไปหมด

          หนึ่งในนั้นก็เรื่องที่ผมทักแชทเฟซของจินไปให้มันมาดูบอลนัดนี้ ก็เจ็บตรงที่มันอ่านแล้วไม่ตอบ ไม่พอยังดันออฟไลน์หนีอีก แถมไม่มาดูด้วย ทั้งวันนั้นผมเลยไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรเลย

          “มาเรียนยังไงไม่มีประมวล” เมื่อมาถึงห้องเรียน ทันทีที่นั่งลงบนเก้าอี้อิมก็ทักขึ้นเป็นคนแรก

          “ลืม

          “อี๋! ซอง!!” อีกฝ่ายทำท่าหลบทันทีเมื่อโดนซองมันแกล้งด้วยการเอามือไปสะบัดน้ำออกจากเส้นผมแรงๆจนหยดน้ำกระเด็นไปโดนเจ้าตัวเข้า

          ผมเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าลืมหยิบประมวลมาก็ตอนที่ซ้อนมอเตอร์ไซค์ไอ้ซองออกมาจนจะถึงคณะแล้วว่าเอาวางไว้ที่ปลายเตียง อาจเพราะวันนี้ตื่นสายด้วยก็เลยรีบไปหน่อย ไอ้ซองบิดเข็มไมล์แตะหกสิบกว่าแต่ดันมาเจอฝนที่ตกลงมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เสื้อตรงไหล่นี่เปียกไปหมด เวลาจะเดินยังมาเคืองเฝือกอีก

          ทำไมพอไม่มีไอ้จินแล้วโลกมันดูลำบากขึ้นแบบนี้นะ หรือเป็นเพราะว่าผมหวังสูงเกินไป คิดแต่ว่าจะได้อยู่ข้างๆมันแล้วแต่พอทุกอย่างพังลงไม่เป็นท่ามันถึงได้รู้สึกมากขนาดนี้ แต่ก็งี้แหละ หวังมากก็เจ็บมากอย่างที่คนเขาบอก ยิ่งหวังอยู่ฝ่ายเดียวมันก็ยิ่งเป็นหนักแค่คนเดียว

          ตลอดห้าวันที่ผ่านมาโดยไม่มีไอ้จินถามว่าอยู่ได้ไหม ก็คงต้องบอกเลยว่าอยู่ได้ กินข้าวได้ หลับก็ดี ถึงจะดึกแทบทุกวันเพราะมัวแต่คิดถึงหน้ามัน แต่คำตอบของผมก็ยังเป็นอยู่ได้จริงๆครับ แต่แค่ไม่อยากอยู่ อยากมีมันเข้ามาวนเวียนในชีวิต อยากได้ยินเสียงบ่น อยากเจอหน้าดื้อๆของมันชิบหาย คิดถึงใจจะขาดอยู่แล้ว

          แต่สุดท้ายเรียนก็ต้องเรียนไง เลิกแต่ละวันก็สองสามทุ่ม จะแบกหน้าไปหามันดึกๆดื่นๆก็กลัวจะรบกวนเวลานอน จะโทรหาก็ไม่ได้อีกเพราะมือถือเอาเข้าศูนย์ ถ้าส่งแชทไปมันก็คงจะไม่ตอบเหมือนวันนั้น ทุกวันนี้เลยได้แค่ส่องเฟซมันแก้ขัดไปแทน

          เดี๋ยวนี้มันไม่ค่อยได้อัพอะไรเยอะแยะเหมือนแต่ก่อนเท่าไหร่ ส่วนมากจะบ่นเรื่องเหนื่อยอะไรของมันไม่รู้ ถามคีมมันก็บอกว่าเพราะซ้อมละครเวทีมั้ง วันก่อนๆผมก็นั่งดูคลิปที่ไอ้ยูแชร์มาในเฟซจากเพจของคณะวิศวกรรมศาสตร์

          ไม่มีอะไรมากหรอก แค่เป็นคลิปที่ไอ้จินกับพวกหน้าตาดีอีกสองสามคนใส่เสื้อช็อปมายืนเต้นเพลง PPAP เกรียนๆเรียกเรตติ้งแล้วก็เป็นการโปรโมทละครเวทีของคณะไปในตัว วันนั้นเห็นยอดวิวแปดหมื่นกว่า ตอนนี้น่าจะทะลุแสนไปแล้ว

          “เป็นไร ทำหน้าอย่างกับคนอกหัก” เสียงของอิมดึงสติผมกลับมาอีกรอบ

          “เหมือนหรอ?”

          “อ้าว กูหยอก ไม่นึกว่าจะจริง

          “คงงั้นมั้ง

          “เฮ้ย อย่าว่า

          “วันนี้เลิกกี่โมง” ผมรีบเปลี่ยนเรื่อง อีกฝ่ายก็ยอมหันกลับไปเช็คตารางเรียนในมือถือแต่โดยดี สักพักถึงเงยหน้าขึ้นมาบอกว่าสี่โมงเย็น ก็ถือว่าโชคดีไปที่วันนี้ได้เลิกเร็ว

          พอกีฬาระหว่างคณะจบลงก็ไม่มีการซ้อมเช้าเย็นให้นักศึกษามีสภาพเหนื่อยมาเรียนทุกวันอีกต่อไปเพราะงั้นอาจารย์ถึงเริ่มอัดเนื้อหาหนักๆที่พักไว้ช่วงระหว่างกิจกรรมเข้ามาให้ บางวิชาได้เรียนชดเชยวันเสาร์อาทิตย์เพราะมีอาจารย์จากต่างที่มาสอน ไม่ก็ช่วงที่ไม่ใช่เวลาเรียนปกติที่ตรงกับคณะชาวบ้านชาวช่องเขา

         

          เรื่องของไอ้จิน จริงๆแล้วก็ไม่ได้หยุดหรอกครับ ผมแค่ถอยออกมาตั้งหลักใหม่ ดีที่ช่วงนี้มีเรื่องเรียนเข้ามาพอที่จะทำให้ลืมเรื่องของมันไปบ้างสักพัก แต่ตั้งใจเอาไว้แล้วว่าวันหยุดเสาร์อาทิตย์นี้จะไปหาถ้าไม่มีเรียนชดเชยอะไรจนดึกอีก

          ตอนนี้ผมเองก็พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมคนในคณะถึงต้องหันมาคบเป็นแฟนกันเอง ก็เพราะว่าไม่มีเวลาได้ออกไปหาจีบใครที่ไหนแบบนี้ไง กองหนังสือจะทับหัวตายอยู่แล้ว

          พอไม่มีประมวลมาวางอยู่ข้างหน้าด้วยแล้วผมก็เลยตัดสินใจฟุบลงที่โต๊ะ เมื่อคืนนี้ก็หนักอยู่เหมือนกัน หมายถึงกินเหล้ากันน่ะ เพราะดันมีเลี้ยงกีฬาพอดี

          ที่ไม่เลือกเลี้ยงวันเสาร์อาทิตย์เพราะว่ามีพี่บัณฑิตกับพี่ปีสูงหลายคนไม่ว่าง จะมีก็แค่ปีหนึ่งไม่กี่คนซึ่งนั่นก็คือพวกผมที่เป็นส่วนน้อย การออกสิทธิ์ออกเสียงเลยไม่มีความหมาย ถึงจะมีเรียนเช้าพวกผมก็ต้องไป

          ดีอยู่ที่พี่เขาอนุญาตให้กลับก่อนเที่ยงคืนได้ ใครอยากกลับก็กลับเลย แต่ถ้าจะถามอีกว่าได้กินไหม...งานไม่เสียตังค์อย่างนี้คงไม่เหลือครับ พี่เขารินมาให้เท่าไหร่น้องแม่งก็บ้าจี้ยกเอาๆแล้วพากันเมาระเนระนาด โดนสั่งให้ไหว้เสาไหว้ลำโพงหน้าเวทีก็ทำหมด วันนี้ไอ้อุนกับไอ้ยูเลยพร้อมใจกันโดดเรียนคาบเช้าไปเลย

          ผมนอนหลับๆตื่นๆอยู่บนโต๊ะเลคเชอร์ทั้งภาคเช้าภาคบ่าย หูก็ฟังเสียงอาจารย์บรรยายไปจนหมดคาบ

          พอเลิกเรียนปุ๊บก็ตรงดิ่งไปที่ห้องซ้อมดนตรีที่หลังมอเลยเพราะต้องเตรียมขึ้นเล่นที่ร้านหลังมอสี่ทุ่มของวันนี้ แต่เพราะขาเจ็บอยู่ผมเลยขอบายทุกอย่างไปตั้งแต่งานวันอาทิตย์ที่ต้องไปขึ้นเล่นให้ร้านที่เพิ่งเปิดใหม่ ตอนนี้เลยได้แค่มานั่งดูคนอื่นซ้อมแทนในระหว่างที่รอพ่อกับแม่โทรเข้าเบอร์ไอ้ซองมาว่าจะมาถึงตอนไหน

          รอไม่นานเท่าไหร่แม่ก็เป็นฝ่ายโทรมาบอกให้ออกมาหา ซองพาขับอ้อมมาอีกทางเพราะพวกพี่จุลฝากซื้อผลไม้ ระหว่างยืนรออยู่ตาก็เหลือบไปเห็นเสื้อช็อปน้ำเงินของเด็กวิศวะหน้าตาคุ้นๆโดยเฉพาะคนบางคนที่นั่งทำหน้าเซ็งโลกดูเพื่อนอีกสองคนกินก๋วยเตี๋ยวอยู่ร้านสองบล็อกถัดไป

          ทันทีที่เห็นผมก็รีบพาตัวเองเดินไปเข้าเซเว่นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วแอบมองมันผ่านกระจกจากในร้าน ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคเข้าข้างอะไรที่จินมันก็เดินข้ามมาฝั่งนี้แถมยังตรงมาที่นี่เหมือนกัน เห็นดังนั้นผมเลยตั้งใจเดินออกมาหา

          ปะทะกันปุ๊บมันก็เหลือกตาใส่ มองหน้าผมอึ้งๆ แต่สักพักหางตาก็ตก ถ้ามีหูมีหางด้วยคงลู่ลงเหมือนหมาน้อยโดนเจ้าของทิ้ง

          ก็ชอบเป็นคนที่แสดงความรู้สึกออกมาทางสีหน้าแบบนี้ จะโกรธ จะเกลียด ไม่พอใจ หรือแม้แต่เศร้าอะไรมันก็เป็นคนดูออกง่ายไปหมดทุกอย่าง

          เมื่อถูกผมทักมันก็ตอบกลับมาแค่คำว่าอือสั้นๆ แต่เสียงขึ้นจมูกในแบบที่ไม่ต้องให้ฟังอีกรอบก็รู้เลยว่าไม่สบาย ไม่ค่อยรู้จักหรอกเรื่องดูแลสุขภาพร่างกายตัวเองน่ะ ป่วยๆแบบนี้มันรู้ตัวเองบ้างหรือเปล่าไม่รู้ เห็นแล้วก็อดหงุดหงิดไม่ได้เลยครับ

          “ไม่สบายหรอ ทำไมเสียงขึ้นจมูก” ผมถามทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจ

          ตากฝนไปเรียนไง แต่ก็ยังสบายดี ไม่ตายง่ายๆหรอก ว่าแต่มึง ยังขี้ประชดเหมือนเคย แต่ก็จริงของมัน ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลง เดี๋ยวก็ร้อน เดี๋ยวก็ฝนตก พักนี้ผมก็ได้ตากฝนไปเรียนอยู่บ่อยๆเหมือนกัน

          “กูไม่ค่อยเลยว่ะ...ไปก่อนนะ” บอกแบบนั้นไอ้จินก็ไม่ว่าอะไรเลยทั้งที่ปากทำราวกับมีอะไรจะพูดแต่เหมือนจะช้อนสายตาขึ้นมามองที่ผมละห้อยแทน

          ให้ตาย...ใจผมนี่อ่อนฮวบฮาบลงไปหมด อยากคุยนานกว่านี้แต่ไม่ได้ แม่มารอแล้ว เหลือบมองไปที่ร้านผลไม้เห็นไอ้ซองกวักมือเรียกพลางชี้นิ้วเข้าที่มือถือของมันก็พอจะรู้ว่าโดนแม่ผมโทรตามเป็นรอบที่สามก็เลยต้องยอมจำใจผละออกมา

          ฝากไว้ก่อน เดี๋ยวกลับไปเอาคืนแน่

                 

**********

 

          สี่ทุ่มกว่าๆที่พ่อกับแม่แวะเข้ามาส่งผมที่หอ

          เป็นเพราะรู้เรื่องที่ผมเกิดอุบัติเหตุตอนแข่งบอลนิดหน่อยนั่นแหละพวกท่านเลยมาเยี่ยม

          ก่อนหน้านั้นพาไปเอามือถือที่ซ่อมอยู่ห้างแล้วก็พากันกินข้าวเย็นที่นั่นไปด้วยเลย ถามนู่นนี่ตามประสาคนนานๆทีเจอกันแต่เวลาอยู่บ้านก็ไม่ค่อยได้คุยกันหรอกเพราะต้องทำงานทั้งคู่ ถามไปถามมาก็ได้รู้ว่าพรุ่งนี้พ่อกับแม่จะเลยไปงานศพญาติที่จังหวัดข้างๆเลยถือโอกาสแวะมาหาผมก่อน

          เมื่อขึ้นมาบนห้อง เปิดเครื่องมือถือชาร์ตแบตทิ้งไว้ผมก็พาตัวเองไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด เสร็จแล้วเลยมาเปิดโน๊ตบุ๊กนั่งดูหนังที่ค้างเอาไว้เมื่อวันก่อน ดูจนใกล้จะจบก็มีแจ้งเตือนจากคนคนหนึ่งที่เพียงผมเห็นมันส่งมาแค่คำว่า ‘มึง’ สั้นๆในแชท ผมก็รีบโทรกลับไปที่เบอร์ของมันทันที...เบอร์ของไอ้จินครับ

          รอสายอยู่เกือบนานเลยมันถึงกดรับ ไม่เข้าใจว่าทักมาแล้ววางมือถือทิ้งไว้แล้วหนีไปทำอย่างอื่นหรือมันตั้งใจที่จะไม่รับสายผมกันแน่

          (ม...มึง)  คำพูดที่ดังขึ้นมาเมื่อสายนั้นกดรับก็ยังเป็นเหมือนกับข้อความความที่ส่งมาในแชท

          ทว่าแค่เสียงแรกที่ได้ยินก็ทำเอาสติของผมขาดกระเจิง อยู่หน้าเซเว่นว่าคิดถึงแล้ว ตอนดึกๆเงียบๆแบบนี้แล้วได้ยินเสียงอีกฝ่ายผมยิ่งคิดถึงเข้าไปใหญ่

          “ว่าไง

          (ทำไมไม่ตอบแชทกูอ่ะ)

          “ขี้เกียจพิมพ์” ผมชอบคุยทางโทรศัพท์มากกว่า มันรู้เรื่องเร็วกว่าพิมพ์ อีกอย่างได้ยินเสียงกันด้วย

          (แล้วตอนนี้อยู่ไหน นอนยัง...ว่างรึเปล่า)

          “อยู่หอ ยังไม่นอน แต่ไม่ว่าง

          (อ...อ้าวหรอ! ทำไรอยู่อ่ะ คุยได้ไหม กูรบกวนมึงแน่เลย งั้น...)

          “ดูหนังอยู่ แต่คุยได้” ผมรีบแทรกขึ้นเมื่อรู้สึกว่าอีกฝ่ายเหมือนจะตัดสาย ต่อให้ผมไม่ว่างยังไง ถ้าคนๆนั้นเป็นจินแล้วผมยอมละทิ้งทุกอย่างเพื่อมันจริงๆ

          (ดีว่ะ หนังเรื่องไร สนุกไหม)

          “ถามทำไม แต่ถึงจะชอบยังไงถ้ามันมาในสถานการณ์แบบนี้ผมก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน จะให้ผมเลิกหวังหรือโทรมาบอกว่ามันคบกับส้มแล้วยังเดาง่ายกว่าการที่มันมาถามว่าผมดูหนังเรื่องอะไรแล้วหนังสนุกไหมอีก อีกอย่างคำถามที่ว่าตอนนี้มันเมาหรือเปล่าก็ลอยเข้ามาในหัวผมซะดื้อๆ

           (ก็...อยากรู้ ไม่ได้หรอ)

          “มึงไม่รู้จักหรอก

          (เอ้า เผื่อเคยดูไง)

          “Where to invade next”

          (อ...เออ ไม่เคยว่ะ แหะๆ) นั่นไง จะเคยดูได้ยังไงแค่หาซับไทยในเน็ตยังไม่ค่อยจะเจอ ตัวผมยังได้ยืมแผ่นที่ไอ้ซองมันซื้อมาดูเลย จะว่าเป็นหนังก็ไม่เชิงหรอกครับ เหมือนสารคดีมากกว่า พูดเกี่ยวกับสิทธิต่างๆในแต่ละประเทศ ดูจากไลฟ์สไตล์ของไอ้จินแล้วมันคงไม่ชอบเท่าไหร่

          รู้อยู่แล้วว่ามึงไม่รู้จัก

          (งั้นไว้เดี๋ยวกูไปดู จะได้คุยกับมึงรู้เรื่อง)

          “ไม่คุยกับส้มแล้วหรอ

          (ค...คุยไร เป็นแค่เพื่อนกัน) เสียงหงอมากครับ ก็ชอบมาเป็นแบบนี้ทุกทีไงจะให้ผมโกรธลงได้ยังไง

          “เอาดีๆ ทักมามีไร” ตั้งสติอยู่นานกว่าจะพามันวกกลับเข้าเรื่องได้ ถึงอยากคุยด้วยมากแค่ไหนแต่ก็ต้องท่องเอาไว้ว่าผมกำลังโกรธมันอยู่ทั้งที่จริงผมหายตั้งแต่ตอนได้เจอมันที่หน้าเซเว่นเมื่อตอนเย็นแล้ว เพิ่มเติมคือโคตรอยากเจอ ตอนแรกคิดจะไปหา แต่ดูเวลาก็ดึกอีกตามเคย

          (กูหิว)

          “อืม แล้ว?”

          (พาไปหาไรกินหน่อย)

          “เที่ยงคืน?”

          (เนี่ยแสบท้องไปหมดแล้ว เหมือนจะเป็นโรคกระเพาะด้วยอ่ะมึง)

          “ไม่มีขาไปเองหรอถึงมาชวนกู ชวนส้มของมึงดิ

          (โอ๊ย เที่ยงคืนแล้วเขาไม่ไปหรอก เพื่อนคนอื่นมันก็เมานอนหลับกันไปหมดแล้วอ่ะเหลือแค่มึงคนเดียวเนี่ย นะๆ พาไปหน่อย)

          “อยากเป็นผัว ไม่ได้อยากเป็นเพื่อน

          (สัด! ผัวไรล่ะ)

          “แล้วแต่

          (บอม)

          “........”

          (จะไม่พากูไปจริงๆหรอ)

          “อยู่ไหน เดี๋ยวไปหา” 

          (เฮ้ย ไม่เป็นไร เดี๋ยวกูไปรับ)

          “โอเค

          ...ก็ยอมแพ้ตั้งแต่ที่รู้ว่าเป็นมันแล้วไง ยอมทุกอย่างแล้วเนี่ย มาเอาตัวกูไปเลยไอ้หมา

 

**********

 

          หลังจากกดวางสายจากอีกฝ่าย ผมไม่ได้เปลี่ยนชุดอะไรเพราะคิดว่ายังไงมันคงหนีไม่พ้นให้พาไปกินข้าวที่ยูเซนเตอร์ซึ่งเปิด 24 ชั่วโมงเหมือนเคย

          ดึกแล้วคงไม่มีร้านอาหารไหนที่มันอยากกินเปิดอยู่ คว้ากระเป๋าตังค์กับมือถือได้ผมก็ลงไปรอมันข้างล่างเลย ยืนตบยุงได้ราวๆ 5 นาที เงยหน้าขึ้นไปเห็นรถฮอนด้าซีวิคสีขาวป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานครแล่นเข้ามาจอดที่หน้าหอก็รู้ทันทีว่าเป็นรถของมัน

          เดินผ่านหน้าเหี้ยมๆของยามที่ยืนมองประมาณว่าเลยเวลาเข้าหอแล้วมึงจะออกไปไหนก็ได้แต่ยกมือไหว้ลุงแกปลกๆ ก่อนจะไปเปิดประตูรถเข้าไปนั่งข้างๆคนขับ ก่อนหน้านั้นบอกว่าจะขับให้แต่จินมันไม่ยอม คงเพราะเห็นว่าผมเข้าเฝือก แต่เอาจริงๆถ้าให้ขับก็ขับได้อยู่ดี

          “กินเหล้ามาหรอ” เข้ามานั่งได้สักพักผมก็หันไปถาม ไอ้จินส่ายหน้าใหญ่แล้วบอกว่าแค่จิบๆ พากันไปดูบอลคริสตัลพาเลซกับแมนยูที่หลังมอ แต่แจ็คกับคีมเมามันก็เลยต้องพากลับไปส่งหอมาเมื่อกี้ กลิ่นเลยยังติดรถอยู่

          หลังจากนั้นมันแทบจะพาผมขับรถอ้อมหลังมอหาที่กินจนสุดท้ายได้วนกลับมาที่ร้านโจ๊กป้าแดงยูเซนเตอร์เหมือนเดิมเพราะร้านอื่นๆเขาปิดกันหมด

          ไม่รู้จะทำอะไรเลยได้แค่นั่งมองมันกินไปเงียบๆ มีน้ำซุปกับกระดูกหมูแค่สองสามชิ้นแต่กินนานมาก ปกติก็นานอยู่แล้วเพราะชอบกินไปเล่นโทรศัพท์ไป ตอนนี้นอกจากจะไม่เล่นแล้วมันยังเอาแต่นั่งก้มหน้าก้มตาแทะอยู่นั่น ปากก็แดงไปหมดเพราะดูเหมือนน้ำซุปจะร้อนมาก ผมเลยต้องเดินไปซื้อน้ำเปล่ามาให้มันกิน

          ระหว่างนั้นผมเงียบ อีกฝ่ายก็เงียบตาม กินเสร็จแล้วก็แค่พากันขึ้นรถกลับ นั่งคิดอะไรไปเรื่อยมันก็ขับพามาจอดที่ริมบึงของมหาลัยที่มีคนอยู่น้อยนิดเหลือเกินเพราะดึกแล้ว

          พามาที่นี่ทำไมแอบเหลียวมองไปที่อีกฝ่ายก็เห็นทำท่าทีไม่ต่างจากครั้งที่ได้เจอเมื่อตอนเย็นเท่าไหร่ อึกอักเหมือนคนมีอะไรจะพูดแต่ก็ไม่ยอมเปิดปากสักที สุดท้ายผมเลยต้องเป็นฝ่ายพูดออกมาเอง

          “หรืออยากจะพูดอะไร?” 

          “.......” มันก็ยังส่ายหัว

          “กลับมาหากูทำไม

          “ก็...หิว ไม่มีคนพาไป เพื่อนที่ว่างก็เหลือแค่มึง” ถามอีกเรื่องแต่ตอบอีกเรื่อง เฉไฉไปเรื่อย ดูหน้ามันตอนนี้ก็เหมือนจะรู้นะตัวเองว่ามีความผิด ตัวนี่หดเล็กลงจนจะเหลืออยู่แค่ข้อนิ้วเดียวได้อยู่แล้ว

          “กูเคยบอกหรอว่าอยากเป็นเพื่อนมึง

          “......” เงียบใส่อีก

          “ขอเหตุผลดีๆ ตกลงจะเอาไง ทำไมถึงพากูมาที่นี่ แล้วกลับมาหากูทำไมอีก

          “......” มันยังไม่ตอบเหมือนตอนแรก แถมยังหันหน้าหนี

          “กูรู้จิน มึงคุยกับเขา ต่อหน้ากูมึงก็ยังคุย มึงทำให้กูดูเหมือนคนโง่เลยว่ะ

          “กะ...ก็บอกแล้วไงว่ากับส้มแค่เพื่อนกันจริงๆ เลิกคุยกันไปนานแล้ว เป็นแค่เพื่อนกันอ่ะมึงรู้จักไหม

          “ทำไมจะไม่รู้จัก ก็ชอบยัดเยียดให้กูตลอด

          “เออ! กูรู้ว่ากูแม่งเหี้ย ที่พามานี่ก็แค่อยากมาขอโทษ! แต่มึงช่วยเลิกพูดเลิกตอกย้ำทำให้กูรู้สึกผิดได้ไหม...”

          “มึงทำตัวเองทั้งนั้น...

          “แม่ง ฮึก...” 

          “....... เดี๋ยว...ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ อยู่ๆก็มาร้องไห้ใส่กันเฉยเลย แต่เห็นน้ำตามันแล้วจากตอนแรกที่คิดว่าคนผิดคือมัน ตอนนี้กลายเป็นผมที่รู้สึกผิดขึ้นมาแทนซะงั้น ได้ยินเสียงสะอื้นดังขึ้นมาฮึกหนึ่งแต่มันก็ยังรีบกัดปากฮึบเอาไว้ ไหนจะท่าปาดน้ำตาที่คิดว่าคูลแล้วอีก

          ส่วนผมตอนนี้ก็ไม่เหลือแล้วครับ...หมายถึงสติเนี่ย มันควรจะเป็นผมไม่ใช่หรอที่ต้องโกรธหรือร้องได้ที่โดนอีกฝ่ายทิ้งไปน่ะ

          “จิน...อย่าทำเหมือนว่าเป็นคนผิด

          “วันนั้น ทำไมมึงไม่ตามกูมาที่โรงพยาบาล

          “แจ็คมันไม่ให้ไป

          “แล้วไมไม่โทรมาหา แค่แจ็คบอกว่ากูสั่งมึงก็ทำตามแล้วหรอ ทำไมมึงต้องเชื่อมันอ่ะ แล้วไหนมึงบอกว่าถ้ากูบอกให้มึงเลิกยุ่งกับกูอีกมึงก็จะไม่ทำแล้วไง มึงหายไปไหนทั้งอาทิตย์อ่ะบอม

          “...อย่าร้อง

          “ไม่ได้ร้องฮืออออ” ไม่ได้ร้องแล้วนี่ฝุ่นเข้าตาหรือไง

          ไอ้เหี้ย! ไม่รู้จะพูดอะไรแล้ว ทำตัวไม่ถูกเลย ยิ่งกว่าเรียกว่าทำให้ช็อคคือมาร้องไห้ทำหน้าทำตาจนอยากจะให้มานอนอยู่ใต้ร่างแล้วขยี้ให้มันร้องไห้หนักกว่าเดิม ตอนนี้จะปลอบยังไงก็คิดหาวิธีไม่ออกแล้ว เลยคว้าคอมันได้ก็กระชากเข้ามาจูบเลย

          เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นโรคแพ้น้ำตาก็วันนี้ ถึงหน้ามันตอนนี้จะน่ารักแค่ไหนแต่ผมก็ไม่ได้ชอบเลยที่ผมกลายเป็นคนทำให้มันเสียใจจนต้องร้องไห้ออกมาขนาดนี้ ผมยังอยากเห็นมันยิ้มได้เพราะคนๆนั้นเป็นผมมากกว่า อีกใจหนึ่งก็เพราะว่าสงสารด้วยแหละ

          “ฮือออ อื้ออ...” ครั้งนี้มันแทบไม่ขัดขืนอะไรนอกจากเอาแต่ร้องไห้แล้วนั่งนิ่งๆให้ผมแตะริมฝีปากอยู่อย่างนั้น พอลืมตาขึ้นมาดูหน่อยก็ยังเห็นว่ามันร้องไห้อยู่เหมือนเดิม ให้ตายเถอะ ห้อมแก้มก็แล้ว จูบซับน้ำตาให้ก็แล้ว ไม่มีวีแววว่าจะช่วยให้อะไรดีขึ้นมาเลย ผมควรทำยังไงดี

          “หยุดร้อง

          “ฮึก!” 

          “อย่ากัดปาก เดี๋ยวเลือดออก” ผมพยายามบอกเพราะว่ามันยังปิดปากตัวเองเอาไว้แน่นเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ทว่าตัวกลับสั่นหงึกๆเหมือนลูกหมาตกน้ำ

          ทั้งๆที่บอกแบบนั้นถึงมันจะไม่มีเสียง แต่ก็ยังสะอื้นจนไหล่สั่นเหมือนเดิม แถมยิ่งปลอบก็เหมือนจะร้องไห้หนักกว่าเดิมอีก ผมจึงเสยคางอีกฝ่ายขึ้นมาหอมแก้มแล้วจูบเบาๆอีกรอบ

          “กูบอกว่าอย่ากัดปาก จากตอนแรกแค่สั่งก็ต้องเปลี่ยนมาเป็นดุ มันถึงยอมอ้าปากออกแล้วให้ผมส่งลิ้นเข้าไป ก็จูบทั้งที่มันยังร้องไห้อยู่น่ะแหละแต่เหมือนขืนใจมันยังไงไม่รู้ จะหยุดก็หยุดไม่ได้ ปากมันโคตรนุ่มเลย          

          “อืมมม

          โอ้โห...ตอนแรกที่คิดว่าอันตรายแล้วตอนนี้ยิ่งหนักเข้าไปใหญ่เพราะแม่งดันเสือกมาจูบตอบผมเนี่ยให้ตาย จูบเก่งด้วยทำเอาเคลิ้มเลย

          “อ้ะ! ไอ้สัดเจ็บๆๆๆ!” พยายามหักห้ามใจตัวเองเอาไว้แล้วผละออกมาเล่นกับคอมันแทน กัดไปทีหนึ่งเพราะความหมั่นเขี้ยว 

          ไม่รู้ว่ามีผู้หญิงกี่คนแล้วที่มันจูบให้แบบนี้ เมื่อผมเผลอกันลงที่คอของอีกฝ่าย ไอ้จินก็ร้องใหญ่พลางตีไหล่ผมป๊าบๆ จากที่ตอนแรกโกรธ พอได้เห็นหน้าดื้อๆของมันที่แดงไปหมดทั้งหูตาจมูก ตอนนี้ความรู้สึกนั้นก็ไม่เหลืออยู่แล้ว ถ้านานกว่านี้อีกหน่อยก็คงมีแน่...พาขึ้นห้องแน่นอนครับ!

          “โทรศัพท์กูเข้าศูนย์ มันตกลงมาจากอัฒจันทร์หน้าจอแตกตั้งแต่วันที่ไปดูมึงแข่งบอลแล้ว” ผมว่าพลางติดกระดุมเสื้อเชิ้ตให้มันที่ไม่รู้เหมือนกันว่าไปปลดเอาตอนไหน

          “ไม่รู้แม่ง กูไม่ชอบ” ทันทีที่ได้สติก็หลบหูหลบตาใหญ่เลย

          “แล้วอะไรที่มึงชอบ เป็นกูไม่ได้หรอ” ถามออกไปแบบนั้นมันก็เงียบใส่อีก เลยได้แค่ถอนหายใจ ไม่เป็นไรหรอก มันยังไม่ชอบผมตอนนี้ก็ไม่เป็นไร ผมรอได้ ทำเพียงแค่คิดวนเวียนอยู่ในหัวไปอย่างนั้นก็ได้แต่เงียบใส่กันอยู่นาน จนมันเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาเอง

          “ไม่รู้ว่าชอบหรือเปล่า” 

          “หืม?”

          “แต่ไม่อยากให้หายไปไหนอ่ะ อยากให้มาอยู่ใกล้ๆแบบนี้ ไม่ให้เห็นหน้าก็ให้ได้ยินแค่เสียงเหมือนที่มึงชอบโทรมากวนกูทุกๆวันก็ได้

          “.......

          “คิดถึงมากด้วย แบบนี้เขาเรียกว่าชอบรึเปล่า กูชอบมึงใช่ไหม?” พอพูดจบมันก้มหน้าจนชิดอก น่าจะแดงไปหมดทั้งหน้าแล้ว ไม่เจอแค่ห้าวันเองทำไมทำตัวน่ารักขึ้นขนาดนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าจะสรรหาคำไหนมาแทนความรู้สึกตอนนี้เหมือนกัน

          ดีใจที่ได้ยินอีกฝ่ายพูดแบบนั้น เพราะไม่ใช่แค่จิน แต่ผมเองก็เป็นแบบนี้...เป็นมานานแล้วด้วย

          “ถ้าไม่อยากให้หายไปหรืออยากให้อยู่ใกล้ๆก็คงต้องมาคบกันแล้วหรือเปล่า” 

          หา!?”

          “เป็นแฟนกันแล้วกูจะอยู่กับมึงทั้งวันทั้งคืนเลยรู้ไหม

          “ไอ้เหี้ย” โดนด่าไปอีก จังหวะนั้นเลยได้แค่หัวเราะกลบเกลื่อนแล้วเก็บเศษหน้าตัวเองไปพลาง

          “นึกว่าจะเคลิ้มตาม

          เป็นก็ได้

          เชี่ย

          “เดี๋ยว กูไม่ได้พูดเล่นนะ” ตอนแรกก็แค่ขำๆนั่นแหละครับ แต่พอมันตอบแบบนั้นผมก็คิดจริงจังขึ้นมาทันทีเลย

          “มึงคิดว่ากูตลกอยู่หรอ” 

          “ตอบให้เหมือนคิดแล้วหน่อย

          “ก็คิดมาเป็นอาทิตย์แล้วเนี่ย ลีลาจัง ตกลงมึงอยากให้เป็นไหมแฟนอ่ะ” โอ้โห...

          “คบแล้วกูไม่เลิกนะ

          “ถ้าไม่พอใจเดี๋ยวกูบอกเลิกเอง

          “คบกับกูแล้วห้ามเลิกด้วย

          “ทำไมมึงต้องเยอะอ่ะ

          “โอเค เป็นแฟนกูแล้วใช่ไหม

          “อือ...เป็นแล้ว” 

          ...เหมือนฝันเลย

          คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีวันนี้ ดีใจจนพูดไม่ออก ได้เป็นแฟนแบบงงๆ ในรถแคบๆ ที่จอดอยู่ข้างถนนหน้าริมบึงมืดๆของมหาลัย โรแมนติกมาก

          “แต่รู้อะไรไหม

          “อะไร

          จริงๆคนที่กูจะอยู่ด้วยทั้งวันทั้งคืนน่ะมีแค่เมียเท่านั้นแหละ เตรียมตัวไว้หรือยัง

          “เมียพ่อง! ไอ้สัด! ไอ้บอมไอ้ควาย!” 

          มาเป็นชุดเลย ก็โดนมันทุบมาอีกตามเคยแหละครับ แต่ไม่เป็นไรหรอก ถึงจะเจ็บแต่ผมก็ยังชอบเพราะคนที่ตีคือไอ้จิน และที่ชอบมากกว่านั้นคืออะไรรู้ไหม การที่เราได้เป็นแฟนกันแล้วไง เหนือสิ่งอื่นใด ผมต้องไปเลี้ยงเหล้าไอ้แจ็คใช่ไหม?

 

 



(บีบอม END)

 

 




















 

          ก๊อกๆๆๆ

          .......

          ก๊อกๆๆๆ!

          .......

          ก๊อกๆๆๆ!!

          ไม่ทนแม่งละ อุตส่าห์ทำเป็นไม่ได้ยินแล้วแม่งยังหน้าด้านเสือกเคาะต่ออีก ผมเพิ่งนอนไปตอนตีสามนี่เอง ใครแม่งจัญไรมาเคาะห้องวันหยุดตั้งแต่เช้าขนาดนี้วะ

          เดาๆไว้ในหัวก็น่าจะมีแค่ตัวเดียวคือที่มันชอบเป็นกาฝากลิฟต์คนอื่นเขาขึ้นมาในแบบที่ไม่ต้องให้ผมเอาคีย์การ์ดลงไปรับเลย เปิดประตูออกไปดูได้ก็คิดแต่ว่าทำไมซื้อหวยกูไม่แม่นอย่างนี้วะ

          ไอ้คีมจริงๆด้วยครับ ไม่พังประตูห้องเข้ามาเลยล่ะถ้าจะเคาะอย่างกับรัวกลองขนาดนี้

          “ไปต่อยกับใครมา” สาบานว่าเถอะนี่คือคำทักมันแล้ว ก็ต่อยกับเพื่อนมึงนั่นแหละ ทั้งปากทั้งคอกูเนี่ยยับเลย ร้องไห้อยู่แม่งก็คุมจะจูบ ไม่รู้ว่าไปตายอดตายอยากมาจากไหนถึงได้เลื้อยหนักขนาดนี้ กัดคอกูไม่พอยังเสือกใจหมาอีก ขยี้เอาๆปากจะแหลกแล้วแม่งก็ยังไม่ยอมให้กูได้หยุดหายใจสักที ไอ้ห่า! ว่าแล้วก็ขึ้น!

          “ช่างเหอะ ว่าแต่มึงมีไร” หงุดหงิดครับเลยพามันเข้าประเด็นเลย ถ้าเหตุผลไม่ดีนะแม่งผมจะถีบส่งออกทางระเบียงหนีไฟลงไปข้างล่างแบบไม่ต้องพึ่งลิฟต์เลย

          ซึ่งคีมมันก็เหมือนจะรู้อารมณ์ของผมดีเลยไม่รอให้ได้แสดงความสงสัยอะไรนานก็หลีกทางให้ผมสามารถมองเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆสองคนยืนอยู่ด้านหลังที่พอได้เห็นหน้ากันปุ๊บปากผมก็แทบจะอุทานคำว่าชิบหายออกมาดังๆ

          “เซอร์ไพร์ส~” พี่กูเอง มาทำไม!!!!

          ไม่รอให้น้องนุ่งได้ทำความคิดถึงด้วยการปิดประตูใส่หน้า บรรดาเจ้ๆทั้งสองก็แล่นพรวดหอบถุงข้าวของอะไรไม่รู้เยอะแยะแหวกใต้วงแขนของผมเข้ามาประหนึ่งว่าเป็นห้องของตัวเอง

          “พามาเฉยๆ กูกลับละ

          “เออ ใจมาก” เหมือนจะเสร็จสิ้นภารกิจ ไอ้คีมที่ยืนเป็นธาตุอากาศอยู่ข้างนอกก็ออกปากขอตัวกลับไป ทันทีที่มันเดินหันหลังเกาตูดให้ผมก็มองเห็นสายผูกกางเกงของมันโผล่ออกมา

          นี่แหละครับความคีม ใส่กางเกงผิดด้านอีก ไม่บอกก็รู้ว่าเพิ่งงัดตัวเองออกมาจากที่นอนเหมือนกัน ยิ่งจะจบปีหนึ่งมันก็ยิ่งทำตัวกากๆ ทรงผมจากที่ไถข้างตอนนี้จะไว้ยาวแสกกลางได้อยู่แล้ว ไหนจะหนวดจะเคราที่เริ่มผุดขึ้นมาใต้จมูกเหมือนจันหนวดเขี้ยวอีก

          หน้าตาดีซะเปล่าแต่ชอบทำตัวสถุนเหมือนพี่สิงห์มันเข้าไปทุกวัน กลัวคนเขาไม่รู้หรือไงว่าพวกมึงเรียนวิศวกรรมศาสตร์ ตัดภาพกลับมาที่ผม ดูสถุนกว่าพวกมันอีก ถุ้ย!

          ได้ยินเสียงในห้องเงียบไปผมก็เลยต้องเดินกลับเข้าไปข้างในอย่างเซ็งๆ พอเดินผ่านกระจกตู้เสื้อผ้าที่หน้าห้องน้ำหน่อยเห็นสภาพใต้ตาบวมช้ำของตัวเองก็ได้แต่ยืนไว้อาลัยในใจ ยิ่งกว่าโดนผึ้งต่อยก็คือควายกัดไม่ปล่อยนี่แหละ ไม่เรียกว่าซอมบี้ก็ทายาทผีปอบดีๆนี่เอง

          “มายังไงเนี่ย” ผมถามพลางยกมือปิดปากหาวไปด้วย

          “นั่งเครื่องแล้วก็ต่อแท็กซี่มาที่หอเลยให้น้องคีมพาขึ้นมาที่ห้องเพราะจำไม่ได้ว่าห้องไหน ไปล้างหน้าก่อนไป สกปรก” พี่จีเป็นคนตอบแล้วยกมือไล่ปัดๆ

          ดูท่าทางก็เหมือนก็อปปี้วางมาจากแม่ไม่มีผิดเลย ก็คนมันเพิ่งนอนตื่นครับ ใครมันจะลุกมาแล้วหน้าดีได้ตลอด 24 ชั่วโมง มันก็ต้องมีเมาขี้ตาเมาน้ำลายกันบ้าง ได้แต่เถียงไปในใจแหละแต่ก็ยอมเดินเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันอยู่ดี

          “พากันมาทำอะไรแต่เช้าอ่ะ” ผมถามอีกหลังจากออกมาจากห้องน้ำแล้ว

          “พาจีนมาสอบสัมภาษณ์งาน” ยังคงเป็นพี่จีที่เป็นคนตอบ ผมมองตามอีกฝ่ายที่เดินเอาข้าวของไปวางไว้บนโต๊ะเขียนหนังสือที่เต็มไปด้วยกระดาษซึ่งผมยังไม่ได้เก็บไปทิ้ง สายตาคู่นั้นก็สอดส่องมองนู่นมองนี่เลยเดาไม่ยากว่าเดี๋ยวอีกหน่อยเจ้แกก็จะบ่น

          “ทำไมห้องรกจัง เสื้อผ้าก็ไม่ซัก สกปรกขนาดนี้มึงอยู่ได้ไงจิน” นั่งไง ดีครับที่เมื่อคืนก่อนพวกเพื่อนๆมันมาเล่นไพ่กันที่หอแล้วพากันแดกเบียร์ที่เหลืออยู่จนหมดตู้เย็น แต่อย่าเปิดออกไปที่ระเบียงนะ ผมยังไม่ได้เก็บขวดเปล่าลงไปทิ้ง วันนั้นเอาใส่ถุงดำไว้ไหมก็ยังจำไม่ได้

          “ผมไม่ค่อยมีเวลา เรียนหนัก กิจกรรมก็เยอะ

          “แล้วถุงอะไร ทำไมไม่เอาไปทิ้ง” ขวดเหล้าครับพี่ขวดเหล้า เจ้อย่าไปยุ่งเลย

          “ไม่รู้เหมือนกัน เพื่อนมันเอามาฝากไว้” ตอบกลับไปพร้อมแกล้งทำเนียนไม่รู้ไม่ชี้ด้วยการยกผ้าขนหนูขึ้นเหมือนซับหน้าเปียกๆของตัวเองแต่จริงๆแล้วเช็ดเหงื่อ โชคดีที่พี่จียอมเชื่อ ไม่เดินออกไปเปิดดูจริงๆ เจอหน้ากันยังไม่ถึงชั่วโมงเลยยังรู้สึกเหนื่อยขนาดนี้

          พี่จีเป็นพี่สาวคนโตครับ อายุอานามก็เลยสามสิบไปแล้วแหละ มีการมีงานมั่นคง ขาดอยู่แค่อย่างเดียวคือผัว ผมเป็นลูกชายคนเล็ก ส่วนอีกคนที่ยืนคุยโทรศัพท์อยู่อีกมุมหนึ่งของห้องชื่อว่าพี่จีนเป็นลูกคนกลาง เพิ่งเรียนจบป.ตรีหมาดๆ

          ปกติครอบครัวของผมก็อยู่ที่กรุงเทพกันหมด ไหนตอนแรกบอกว่าจะต่อโทเลยวะ แล้วลมอะไรหอบให้มาสมัครงานไกลถึงที่นี่ งี้ก็ไกลอิมแพคอารีน่าที่เจ้ชอบไปดูคอนเสิร์ตดาราเกาหลีน่ะสิ

          “พวกพี่จะมาทำไมไม่บอกผมก่อนอ่ะ

          “บอกก่อนแกก็เก็บห้องลัดไว้น่ะสิ เดี๋ยวไม่เซอร์ไพร์ส ตอนนี้ก็เซอร์ไพร์มาก แต่จะเซอร์ไพร์อะไรก็ได้ครับแต่ผมขอเป็นสักบ่ายสองบ่ายสามได้ไหม มาตอนนี้แล้วง่วง จะคลานรอบห้องแทนเดินละเนี่ย ตอนแปรงฟันในห้องน้ำนี่ก็จะเอาหัวจุ่มลงชักโครกแทนอ่างล้างหน้าอยู่แล้ว

          “แล้วมีเมทตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมแม่ไม่เห็นบอก

          “หือ เมทไหน” ยืนหาวอยู่ดีๆก็ต้องเหลือกตาออกมา หันขวับกลับไปมองที่เตียงตามสายตาของพี่จีถึงรู้ชัดแจ้ง

          ไอ้ชิบหาย ควายเผือกขาพิการตัวบักเป้งนอนแก้ผ้ากางแขนกางขาแผ่เป็นเหรียญสลึงอยู่เต็มเตียงผมเลยครับ ดีที่ยังเหลือบ็อกเซอร์เอาไว้แต่แม่งนอกจากจะบางแล้วยังเสือกนูนขึ้นมาให้เห็นเป็นรูปทรงควายน้อยที่กำลังยืนตรงเคารพธงชาติตั้งแต่ก่อน 8 โมง เอาแต่เช้าเลยนะ ไอ้เหี้ยเอ๊ย ผมลืม!

          ก็ยืนคุยกันซะเพลินจนลืมไปสนิทเลยว่าเมื่อคืนพาบอมมันมานอนค้างที่หอด้วยแต่ไฟเสือกดับทั้งคืน นอนอาบเหงื่อไปด้วยกันทั้งคู่ ผมร้อน มันก็ร้อน ทนไม่ไหวครับ มันก็เล่นถอดเสื้อทิ้งแม่งเลย สภาพเลยออกมาอย่างที่เห็น

          ชิบหายวายวอดมาก จะแก้ตัวว่าไงดีวะ ยังไม่พร้อมที่จะบอกเรื่องนี้กับใครด้วย แล้วนี่มันจะหลับลึกไปไหน คุยกันเสียงโคตรดังยังมานอนเอาผ้าห่มปิดหน้าอยู่ได้ แต่ช่างมันครับ เรื่องแก้ตัวเอาไว้ก่อน ตอนนี้มึงจะมานอนโชว์ของให้พี่กูดูแบบนี้ไม่ได้ไอ้วิศวกร ลงมาจากเตียงกู!

          “มึงๆ ตื่นพี่กูมา” ผมเดินไปเขย่ามันสองสามทีมันก็ลืมตาแล้วลุกขึ้นมานั่งสะลืมสะลือทำปากแจ่บๆเหมือนควายกำลังเคี้ยวเอื้องใส่ ก็ยังยืนยันคำเดิมว่าสภาพเหี้ยสุดทั้งผมทั้งมันเนี่ยแหละ ทรงผมทรงเผ้านี่ก็ต้องดูให้ดีๆว่าใช่หัวคนหรือรังนก

          อยากจะกราบขอบคุณที่มันยังคีพลุคเอาไว้ได้แล้วยกมือขึ้นมาไหว้พี่จีกับพี่จีนไปอย่างงงๆ แถมยังมียางอายอยู่ที่ค่อยๆเนียนดึงผ้าห่มมาปิดกระจู๋ตัวเองเอาไว้

          เหมือนจะนั่งระลึกว่าตัวเองไม่ได้ถูกลักพาตัวไปไหน มันก็คว้าเสื้อบาสที่ถอดทิ้งไว้บนพื้นพร้อมทั้งค้อมหัวอย่างมีมารยาทเดินเข้าห้องน้ำไป แต่หัวใจผมเนี่ยจะวาย บ็อกเซอร์มึงจะโหลดต่ำไปไหน

          “อ...อ๋อ เพื่อน มันไปเล่นดนตรีมาเมื่อคืน กะ กลับดึก กะ ละ เลยมาค้างที่หอด้วย” อ้าวแล้วนี่กูจะติดอ่างทำไมไม่เข้าใจ

          “นอนบนเตียงด้วยกันหรอ” คราวนี้เป็นพี่จีนที่เพิ่งจะคุยโทรศัพท์เสร็จโพล่งถามขณะเดินไปนั่งลงที่ก้อนโซฟาสี่เหลี่ยมเล็กๆหน้าทีวี หน้าตาดูไม่มีอะไรนะแต่คำถามสองแง่สองง่ามสุด

          “อ่า ทำไมอ่ะ

          “ปกติเห็นไม่ชอบนอนเตียงเดียวกับคนอื่น

          “โห ผมโตแล้วเหอะ พัฒนาแล้ว” พัฒนาเหี้ยไร ผมโยนฟูกให้บอมมันไปนอนที่พื้น แม่งก็ยังเสือกคลานขึ้นมานอนกับผมบนเตียง ใช้เหตุผลว่าเป็นแฟนกันแล้วก็ต้องนอนด้วยกัน ตรรกะไหนของมันไม่รู้ แต่ดูก็รู้ว่าหลอกแดก

          ปกติเวลาถ้าพวกหมาๆมันมานอนค้างด้วยผมก็ไล่ให้ไปนอนที่พื้นกันหมดอยู่แล้ว ห้องเลยมีฟูก มีหมอน มีผ้าห่มสำรองไว้ ซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นของพวกมันนั่นแหละ

          อาทิตย์หนึ่งมีเจ็ดวันครับแต่จะปาไปแล้วสี่ห้าวันที่เวลาใครเมาแม่งก็หิ้วมาทิ้งไว้ที่ห้องกูหมดเลย ค่าห้องไม่ช่วยจ่ายแล้วยังเสือกมาแดกตั้งแต่น้ำเปล่ายันเกล็ดน้ำแข็งในช่องฟรีช นอกจากจะเหี้ยแล้วต้องยังล้างผลาญด้วย ไม่งั้นไม่เรียกว่าเพื่อนผม

          “แต่หล่อนะ เลือกคบเพื่อนหรอ ทำไมมีแต่คนหน้าตาดีๆ ว่าน้องคีมหล่อแล้วคนนี้หล่อกว่าอีก ทำไมไม่ได้เป็นเดือนมหาลัย” โอ้โห พูดงี้ก็เอาตีนมาถีบหน้าน้องชายอย่างผมเลยดีกว่า เดือนมหาลัยยืนอยู่ตรงหน้าแท้ๆแต่ก็ยังจะมาอวยมันให้ฟัง นี่ถ้ารู้ว่ามันกับไอ้คีมเป็นเพื่อนกันก็ไม่รู้ว่าจะชมมันอีกขนาดไหน

          “ในมหาลัยมีคนหล่อกว่านี้เยอะแยะ แต่เขาไม่มาประกวดกันเฉยๆ

          “หล่อจริงๆอ่ะ เค้ามีแฟนยัง” พี่จีนถามบ้าง นี่ก็เห็นคนหล่อหน่อยเป็นไม่ได้เลย ถามหาแฟนเค้าตลอด

          “มีแล้ว” ก็น้องพี่เนี่ยแหละครับ หมาดๆเลยเมื่อคืน ร้องไห้เสียหมาให้มันก็จากเหตุการณ์นี้ ตอนนั้นก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองเป็นอะไร จะพูดไปก็พูดไม่ออกเพราะโดนมันดักไว้ทุกทาง อึดอัดมากไม่ไหวก็เลยร้องไห้ใส่แม่งเลย

          หลังจากอะไรเข้าที่เข้าทางแล้ว อาการง่วงก็เริ่มหายไปด้วย ผมกับพี่สาวสองคนเลยเปลี่ยนมาพากันนั่งคุยเรื่องสัพเพเหระไปเรื่อย พอเดินไปค้นดูของก็เห็นว่าแม่ฝากข้าวเหนียวมูนกับมะม่วงมาให้ถุงใหญ่ ไม่ถึงห้านาทีจากนั้นได้ไอ้บอมก็เปิดประตูห้องน้ำออกมาแล้วขอตัวกลับ ผมเลยต้องเดินออกมาส่งมันที่หน้าลิฟต์

          “วันนี้จะไปไหน” มันถาม

          “พาพี่จีนไปสอบสัมภาษณ์และก็ไปซ้อมละครเวทีที่คณะตอนบ่าย

          “ละครเวทีไหน

          “คณะกูไง

          “เล่นเป็นต้นไม้หรอ

          “สัด หน้าอย่างกูต้องเป็นพระเอกสิ

          “เลิกกี่โมง

          “ไม่แน่ใจ คงดึกๆ” ตอนแรกก็ว่าจะไม่รับเล่นแล้วครับ แต่เพื่อรุ่นไม่ทำก็ไม่ได้ แถมยังมาเริ่มกันเอาจ้อๆ เพิ่งซ้อมไปได้สามสี่วันเองแต่อีกสามอาทิตย์ก็จะเริ่มแสดงรอบแรกแล้ว ช่วงนั้นก็ไปแค่นั่งอ่านบทซ้อมเข้าคู่กันนิดหน่อยๆ ได้ยินแว่วๆว่าวันนี้จะจริงจังกันแล้วเลยไม่มีกำหนดเวลาเลิกตายตัว

          “เออ มึงกินข้าวเหนียวมะม่วงเป็นไหม” พอมาอยู่กับคนไม่ค่อยพูดอย่างมันแล้ว มันไม่ชวนคุย เราก็ต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อนครับ เอาจริงๆก็อึดอัดด้วยนั่นแหละ ตอนนี้ก็มองหน้ามันไม่ค่อยติดเท่าไหร่

          “ไม่ค่อยชอบกินผลไม้ แต่ถ้าจะให้ก็เอามา

          “งั้นรอแป๊บ” ผมเดินกลับเข้ามาในห้องหอบเอามะม่วงสุกสามมาสี่ลูกกับข้าวเหนียวมูนสามกล่องใส่ถุงจากนั้นก็เดินกลับออกมาหามันที่ยืนทำหน้ามึนรออยู่หน้าลิฟต์

          “แม่กูเอามาให้โคตรเยอะ กลัวกินไม่หมดแล้วมันจะเน่าทิ้ง ถ้าไม่กินก็เอาไปให้เพื่อนมึงก็ได้ เผื่อพวกมันชอบ

          “ให้กูแล้วก็ต้องเป็นของกูดิ” มันว่าแล้วก็เอื้อมมือมากระชากถุงออกจากมือของผมไป

          “ทีเมื่อกี้ละบอกไม่ชอบกิน

          “แต่ก็กินให้มึงได้

          “......

          “จะดีกว่านี้ถ้าให้กูได้กินมึงด้วย

          “ครวย” 

          จากนั้นก็เข้าสู่สภาวะเดดแอร์ครับ

          เมื่อคืนนี้ไฟดับก็ยังดีที่ไม่ได้เห็นหน้ามัน แต่ตอนนี้เห็นสายตามันแล้วก็ต้องบอกได้คำเดียวเลยครับว่าเลว ทำไมชอบล้อเลียนอยู่เรื่อย สนุกมากหรอทำให้ผมไปไม่เป็นเนี่ย แล้วลิฟต์นี่ก็จะช้าอะไรนักหนา ช้าไม่พอยังเสือกไปรับคนที่ชั้นอื่นก่อนอีก รีบมาเอาตัวมันไปได้ไหมผมขอร้อง

          “พี่มึงน่ารักดีมันว่าขึ้นมาอีก 

          “หมายถึงพี่จีนอ่ะหรอ ตอนเรียนอยู่เป็นดาวสาขาเลยนะนั่น” มีพี่สาวสวยก็รู้สึกโซพราวด์ขึ้นมาหน่อยครับ ตอนเรียนอยู่นี่ก็มีแต่คนมาจีบ แต่เห็นอย่างนี้ตัวจริงโคตรปัญญาอ่อนเลย สวยด้วย เป็นติ่งด้วย จะแต่งงานกับโปสเตอร์อยู่ทุกสามเวลาหลังอาหาร

          “เหมือนมึงเลยแต่ผมยาว

          “เคยมีคนบอกอยู่

          “เหมือนมึงเวอร์ชั่นผู้หญิง

          “เดี๋ยว

          “เมื่อคืนนี้โคตรดี” นั่น...ผมก็ว่าผมเงียบแล้ว อุตส่าห์ไม่พูดถึง ชวนคุยเรื่องอื่นจะได้ลืมๆไปก็แล้ว มันก็ยังจะวกกลับเข้ามาพูดใหม่จนได้

          “อะไรดี

          “มึงไง

          “......”

          “เขินหรอ

          “อ...เออ!” 

          “กูก็เหมือนกัน” ปวดประสาทกับมัน บ้านมึงเขินแล้วเขาให้บอกกันหรอ

          “มึงน่ารักมาก

          “..........

          “ทำไงดี

          “...........

          “ถ้าอยากจูบมึงอีกกูจะไม่ลงแดงตายเลยหรอวะ

          “ร...รีบไปเถอะ” ผมว่าขณะที่ประตูลิฟต์เปิดออก กดแช่เอาไว้เตรียมจะเอาคีย์การ์ดไปสแกนให้พร้อม แต่มันก็ยังมายืนมองหน้าผมอยู่เนี่ย นึกว่าจะมียางอายขึ้นมาบ้าง ที่ไหนได้ก็ยังหน้าด้านเหมือนเดิม ทำท่าเหมือนจะเดินเข้าไป แต่ก็ยังมาชะงักจ้องกันอีก

          “ไม่อยากไปเลย” 

          “กูกราบล่ะ ไปซะที

          “ไว้เดี๋ยวโทรหา

          “เออ” ลีลามากผมก็ยื่นมือไปสแกนคีย์การ์ดตัดหน้าซะเลย

          แปลกที่ประตูลิฟต์ปิดลงแล้วแต่ผมก็ได้แค่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิม รู้ตัวอีกทีก็กลั้นยิ้มจนปวดแก้มไปหมด ไม่อยากจะบอกมันหรอกว่าไม่อยากให้ไปเหมือนกัน แต่ถ้าอยู่ด้วยกันแล้วหัวใจจะทำงานหนักขนาดนี้ก็ให้มันไปๆซะเถอะ

          ที่ยอมตกลงคบกับมันก็ด้วยเพราะตอนแรกคิดว่าอะไรที่เราไม่ลองดูก็คงจะไม่มีทางได้รู้ ถ้าไม่โอเคยังไงแล้วเดี๋ยวค่อยถอยออกมาเองก็ได้ จะให้ทำไงได้ล่ะครับ ในเมื่อวิถีคนเหี้ยที่พวกผมเคยใช้ประจำมันดันใช้ไม่ได้ผลกับผู้ชาย แต่เอาเข้าจริงๆแล้ว...

          พอได้เป็นแฟนกัน แม่งมันก็ดีต่อใจจริงๆนะ

 












TBC.




ขอบคุณทุกคนที่ให้ความสนใจและรักนิยายเรื่องนี้นะคะ ชอบหรือไม่ชอบยังไงก็ฝากคอมเมนต์ติ-ชมและติดแฮชแท็กในทวิตเตอร์ #มนุษย์นิติสังคมและคนรัก ด้วยนะคะ

ต่อไปจะเป็นช่วงอวดแฟนอาร์ต เห็นแล้วน้ำตาจิไหลเลย มันดีมากกก Y^Y 

(จากคุณ  )





(จากคุณ  )







ขอบคุณมากจริงๆค่ะ เห็นแล้วชุ่มฉ่ำใจมาก 
แล้วเจอกันตอนหน้านะคะ สวัสดีค่ะ


















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.123K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,170 ความคิดเห็น

  1. #6164 Stoke2526 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:45
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.png ไม่ไหวแล้วโว้ยยยยย
    #6,164
    0
  2. #6163 Stoke2526 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2564 / 02:44

    ไม่ไหว ไม่ไหว ตัวกูเองนี่แหละที่ไม่ไหวhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-09.png

    #6,163
    0
  3. #6149 Husky 'Baby (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 02:20
    น่ารักมากกกก หมั่นเขี้ยวจินไปด้วยเลยเนี่ย ดีใจแทนบอมเลย ฮื่อออ
    #6,149
    0
  4. #6140 Moebeaj (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 กันยายน 2563 / 17:55
    เป็นแฟนกันแล้ววววว
    #6,140
    0
  5. #6127 zazazanook (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กันยายน 2563 / 00:39
    กี้ดดดด เขาเเฟนกันเเล้ว งื้อจินโคตรน่ารัก เนี่ยหลงไม่ไหวเเล้ว เขิลตัวบิดไปเลย ฟิหืก่ไสวหววหวกวกววก
    #6,127
    0
  6. #6105 hannna (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 15:26
    แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงเค้ารักกันแล้วแม่!!!!
    #6,105
    0
  7. #6104 hannna (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2563 / 15:26
    แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงเค้ารักกันแล้วแม่!!!!
    #6,104
    0
  8. #6073 gene_pa (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 11:42
    น่ารักกก เป็นแฟนกันแล้วว
    #6,073
    0
  9. #6049 Aeo2005 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 08:48

    อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้อยากกลับไปที่มออีกครั้งเลยอ่ะ ที่ประจำเราเลย ทั้งยูเซ็นเตอร์ ทั้งไก่รสทิพย์ ส่วนจินก็น่ารักมากกก. เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ

    #6,049
    0
  10. #6045 jin2529 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 10:31
    ไรท์เปนคนอิสานแมนบ่ เห็นหลุดภาษาถิ่นออกมาหลายคำ แต่ก็น่าฮักอยู่เด้อ
    #6,045
    0
  11. #6037 เพียงหวังให้พานพบ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 15:58
    ฮืออออ นิยายอวดหลัวมากกกก
    #6,037
    0
  12. #5999 jaruporn2020 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2563 / 16:36
    ตายๆๆเขาเป็นแฟนกันแล้วววแงงงเขินนนไมไหวแล้วววอั่ยยย
    #5,999
    0
  13. #5982 PraeChayanin (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 05:42
    ถ้าเป็นผัวมันไม่รุ่ง ก็เป็นเมียเถอะบอม
    #5,982
    0
  14. #5963 pppppp_l (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2563 / 17:59
    ในทิสุเ
    #5,963
    0
  15. #5959 AMPITCH (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2563 / 21:27
    ตลกคีมใส่กลางเกงสลับหน้าหลังอะ คือขำหนักมาก หัวเราะตัวโยนเลยอะ555555555555
    #5,959
    0
  16. #5944 รักไรท์ทุคน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 11:54
    /ขอนอกเรื่อง ไรท์เป็นอกซ.รึเปล่าคะ555555
    #5,944
    0
  17. #5934 Gray99 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 เมษายน 2563 / 11:28
    เหนือส่งอื่นใดคือเขาเป็นแฟนกันแว้ว เราดีจัยย
    #5,934
    0
  18. #5913 Xakas (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 เมษายน 2563 / 13:47
    โอ้ย น่ารักมาก555555
    #5,913
    0
  19. #5896 _crazyppx (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 เมษายน 2563 / 19:34
    พอกลับมาอ่านแล้วยิ่งคิดถึงมอ คิดถึงหลังมอ คิดถึงโจ๊กป้าแดง ที่เมาๆแล้วต้องมาซดก่อนกลับหอ ไรท์บรรยายได้ดีมากๆเลยค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งอินเหมือนได้กลับไปบรรยากาศเก่าๆเลย -หอสมุดที่เปิด24 ชมแต่แอร์ปิด5ทุ่มนี่ตัวจี๊ดเลย เหงื่อออกกันถ้วนหน้าพอจบมาไฉุกว่าเดิมไปอี๊ก ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้มานะคะ วนกลับมาอ่านกี่รอบๆก็ยังอินทุกรอบเลย เป็นกำลังให้ไรท์นะคะ กอดๆ ❤️
    #5,896
    0
  20. #5852 Chimmyn (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 มีนาคม 2563 / 03:24
    ง้ยยยย เจ้าจินนน เป็นน่ารักกกก
    #5,852
    0
  21. #5848 psunrise (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 21:26
    ฆ่ากันให้ตายเลย ไม่ไหวแล้วความละมุนคูณสิบมากสำลักความรักสุดๆฮึ่ย ทำไมมันเป็นน่ารักกันนัก!
    #5,848
    0
  22. #5806 blueeyes111 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:52
    -หมาน่ารักกันจังตอนนี้
    #5,806
    0
  23. #5728 Mejung-Muji (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2562 / 06:36
    ถึงแม้จะช่วยให้ความสัมพันธ์มันเร็วขึ้นแต่เราก็ไม่ชอบที่แจ็คเข้ามายุ่งกับเรื่องความรู้สึกของคนสองคน แจ็คควรได้รับบทเรียนบ้าง ไม่ใช่ให้เหล้าเพื่อตบรางวัล //โถ..นิติกรตาบวมเลยลูก
    #5,728
    0
  24. #5658 NJChokdee (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2562 / 00:56
    บีบอมนี่ พี่เจบีชัดๆ มาอ่านกี่รอบก็ฟิน
    #5,658
    5
    • #5658-1 Icedly(จากตอนที่ 11)
      6 พฤศจิกายน 2562 / 15:46
      ชะมะ นี่ว่าแบบ ปมนยองชัดๆเลยเตง
      #5658-1
  25. #5630 howwwto (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2562 / 15:09
    ร้องไห้สะหมาอายเลยลูก น่าร้ากกกกก
    #5,630
    0