Fic : Boku no hero academia

ตอนที่ 12 : SWEET CANDY.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 893
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    14 พ.ค. 60

SWEET CANDY

FIC : MHA. TODOEDA.

อีดะ เทนเซย์ พี่ชายของอีดะ เทนยะ อายุห่างกัน 15 ปี


(ภาพจากอาจารย์โฮริ)


(จากงานสปินออฟ ヴィジランテ-僕のヒーローアカデミア ILLEGALS-)



(แฟนอาร์ต)


(ชิโร โคอิบิโตะ)

*คำแนะนำ ควรอ่านตอน QUESITON & ANSWER. ก่อน*

 

                กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่คุ้นจมูกไปแล้วกับภาพกำแพงสีสว่างสะอาดตาของโรงพยาบาล แว่วเสียงพูดคุยลอดผ่านประตูเข้ามาสลับเสียงรถเข็นตามพื้น เป็นสิ่งคุ้นชินสำหรับคนที่อยู่มาหลายเดือน อีดะ เทนเซย์นั่งทำกายภาพด้วยการยกดัมเบลขนาดเล็กเพื่อให้กล้ามเนื้อช่วงบนเขากลับมาแข็งแรง แทนขาที่ไม่สามารถขยับได้ ยกทั้งสองแขนแถมยังมีกองอุปกรณ์ออกกำลังกายวางอยู่ใกล้ๆ

                “คุณหมอเตือนแล้วไงว่าอย่าฮึดนักสิคะ เดี๋ยวเหอะ”

                คุณพยาบาลสูงวัยถอนหายใจเตือนแล้วเตือนอีกกับการขยันออกกำลังของคนไข้ที่เพิ่งฟื้นจากความเป็นตายมาได้แบบนี้

                “ให้ผมนอนเฉยๆน่าเบื่อจะตาย อยากจะรีบกายภาพเร็วๆแล้วนะครับ”

                เทนเซย์ยิ้มกว้างหน้าระรื่นแม้จะยังมีผ้าพันแผลบนหัวก็ตาม ถึงตอนนี้ขาสองข้างเขายังไม่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่จะมัวจมอยู่ในความเสียใจไปก็ดูจะเสียเวลา ตัวเขายังต้องพยายามต่อไป ยิ่งถ้าเขาถอดใจ น้องชายก็ยิ่งจะแย่ลงด้วย พยาบาลสูงวัยถอนหายใจบ่นๆหลังตรวจร่างกายประจำวันแล้วออกไป ทิ้งให้เจ้าของห้องฮึดออกกำลังกายตามประสาคนอยู่ไม่สุข

                คิดถึงก็มาพอดี ประตูห้องเปิดออกพร้อมน้องชายของตนเข้ามาเช่นทุกวัน ถ้าวันไหนไม่มีธุระอื่น เทนยะจะมาเยี่ยมเขาจนถึงเย็นย่ำเสมอๆ ถึงจะย้ายเข้าไปอยู่หอพักของโรงเรียนแล้วก็ตาม

                “เป็นไงเทนยะ กินขนมไหม”

                กองของเยี่ยมที่เยอะจนล้นโต๊ะต้องเอาไปแจกจ่ายคนไข้คนอื่น มาจากทั้งเพื่อนร่วมงาน คนรู้จัก แฟนคลับ และอื่นๆ แสดงชัดถึงความนิยมในตัวอินจีเนียม ดีนะที่โรงพยาบาลจำกัดการเข้าเยี่ยม ไม่งั้นคงวุ่นวายกว่านี้

                เทนยะนั่งข้างๆเตียงรับขนมมาถือแต่ดูนิ่งผิดปกติทุกครั้ง ถึงจะอายุห่างกันมากแต่เทนเซย์ก็รู้จักน้องชายตัวเองดีว่าสภาพแบบนี้น่าจะมีเรื่องอะไรมา ที่จริงอย่างเทนยะเรียกว่าดูออกง่ายด้วยซ้ำ

                “เป็นอะไรรึเปล่า มีปัญหาอะไรเหรอเทนยะ”

                ถามพลางแกะขนมกิน ของฝากจากเพื่อนที่ไปฮอกไกโด อร่อยจัง

                “อะ...เอ่อ... ไม่มีอะไรครับ”

                หลังจากชั่งใจสักพักแล้วค่อยตอบ เป็นคำตอบที่ทำให้พี่ชายขมวดคิ้วมองท่าทางกลัดกลุ้ม เอาแต่ก้มหน้าก้มตา ดูมีปัญหาชัดๆขนาดนั้น ยังมาปิดบังอีก ทั้งที่มีอะไรก็จะคอยมาบอกมาเล่าเสมอแท้ๆ

                “นั่นสินะ...เดี๋ยวนี้เทนยะก็โตแล้ว ไม่อยากเล่าอะไรให้พี่ชายคนนี้ฟังแล้วสินะ..เสียใจจัง”

                เทนเซย์ตัดพ้อทำเสียงเครือแสร้งซับน้ำตาที่ไม่มีออกมา เป็นการเล่นละครได้โกหกมากๆ แต่ก็ทำให้คนซื่ออย่างเทนยะสะดุ้งโหยงสุดตัว เลิกลั่ก ลนลานสุดๆ รีบกราดมาบอกทันทีว่าไม่มีทางแน่นอน เข้าทางล่ะ

                “งั้นมีอะไรกัน” 

                        หันควับมาทันทีจ้องมองตาแป๋วใส่น้องชายที่ชะงักอึกไปชั่วขณะ ก่อนจะก้มหน้าแล้วเห็นชัดว่าสองแก้มแดงเรื่อขึ้นมา

                “.....พี่เทนเซย์..เคยถูกสารภาพรัก..ไหม”

                ตอบไม่ตรงคำถาม แต่ก็เข้าใจได้ทันที

                “อ้อ มีคนมาสารภาพรักสินะ”

                เท่านั้นเขาเห็นหน้าน้องชายแดงฉ่า ควันแทบพุ่งขึ้นจากหัว ตัวแข็งทื่อ ทำท่าบอกไม่ถูกไปแล้ว ดูไปดูมาก็ตลกดี เทนเซย์ยิ้มกริ่มชักสนุกที่ในที่สุดน้องชายเขาก็มีเรื่องหวานๆเข้ามาในชีวิตตรงๆนี่บ้าง

                “แล้วไง อีกฝ่ายเป็นใครกัน”

                “.....เพื่อนที่ห้องครับ...”

                ตอบได้แค่นั้น หน้านี่แทบก้มจนจะจมลงเตียงเขาแล้ว ต้องเอามือตบไหล่ให้หายเกร็งแล้วงัดเงยหน้าขึ้นมาคุยกันดีๆ กลั้นขำในใจเอาไว้ไม่งั้นเทนยะอายจนไม่ยอมเล่าแน่ๆ เรื่องสนุกแบบนี้จะพลาดได้ยังไง เทนเซย์คิดไปถึงบรรดาเพื่อนร่วมห้องน้องชาย ถึงไม่เคยเจอหน้ากัน แต่ข่าวความดังของห้องเอที่เจอวิลเลินมาหลายครั้งก็ทำให้พอได้เห็นหน้าค่าตาแต่ละคนมาบ้าง มีความโดดเด่นไปคนละแบบ  

                เด็กสาวคนไหนกันนะที่มาสารภาพรักเทนยะ

                “นายไม่ชอบเขาเหรอ”

                ถามปุ๊บ เทนยะรีบตอบสวนทันทีอย่างแตกตื่นจริงจังเหมือนไปกดถูกจุดรุนแรงอะไรสักอย่าง พุ่งมาตอบจนขนมในมือกระเด็นไปเลย

                “ไม่ครับ! ผมไม่ได้ไม่ชอบเขาเลย เขาเป็นคนดีมากๆ เก่งด้วย พึ่งพาได้ น่านับถือสุดๆ!

                “ใจเย็นๆ เข้าใจแหละ หายใจลึกๆก่อนนะเทนยะ”

                ปรามน้องชายที่พยายามอธิบายข้อดีล้านแปดนั่น ให้หายพลุ่งพล่านเป็นพายุบุแคม เทนยะดูมีสติขึ้นค่อยๆลงนั่งเก้าอี้หน้ายังแดงยุ่งเหยิง เทนเซย์แกะน้ำส้มกระป๋องยื่นให้ดื่มแก้อาการเตลิด น้องชายรับมาแล้วดื่มอึกๆดูค่อยยังชั่วขึ้น

                “แสดงว่าอีกฝ่ายก็เป็นคนดีมากๆสินะ”

                เทนยะเงียบไปก่อนพยักหน้าหงึกๆ มองน้ำส้มในมือตัวเอง

                “ตอนที่มือผมใช้การไม่ถนัด.. เขาก็ดูแลผม คอยเปิดน้ำให้แบบนี้”

                อีกข้อดีที่เห็นและจดจำได้โดยไม่รู้ตัว และตั้งแต่วันนั้น เหมือนบ่อยครั้งที่อีกฝ่ายจะมาเปิดน้ำ ดูแล อำนวยความสะดวกให้อย่างไม่ทันได้เอ่ยอะไรออกมาสักคำ ใจดีอย่างไม่น่าเชื่อ ดวงตาหลังแว่นกรอบเหลี่ยมกระพริบปริบๆ ความรู้สึกอุ่นนุ่มวูบวาบในหัวใจ

                “เห ฟังแล้วดูดีนี่ แล้วมันแย่ตรงไหนกันล่ะ”

                เทนเซย์ดื่มน้ำบ้าง พลางประมวลผลให้หัวไปเรื่อย ดูท่าเด็กสาวคนนั้นน่าจะเป็นเด็กดีที่คอยดูแลเทคแคร์น้องชายเขาตลอดมา เท่าที่ดูในกลุ่มเพื่อนๆ เทนยะ คนที่มีแบบนั้นมีไม่กี่คนด้วยสินะ

                “ผมแค่...ตกใจ..”

                เทนยะดูมีท่าทางผ่อนคลายมากขึ้น แม้สีหน้าจะยังกังวลอยู่ก็ตาม หากแต่การได้เปิดใจกับพี่ชายตน ดูจะทำให้เขาค่อยๆรู้สึกดีขึ้น

                “วันนี้ตอนเลิกเรียน เขามาสารภาพว่าคิดยังไงกับผมมาตลอด เขาขอคำตอบ แต่ผมตอบเขาไม่ได้ เขาเลยบอกว่าอยากให้ผมเอามาคิด เพราะเขาจริงจัง แต่ถ้ายังอยากเป็นเพื่อนกันอยู่ เขาก็รับได้”

                เด็กหนุ่มอายุ 15 ที่ถึงจะตัวโตแต่ประสบการณ์เรื่องแบบนี้ดูเป็นศูนย์ทันที ความฉลาดที่ผ่านมาดูเหมือนเรื่องโกหกเมื่อเจอเรื่องที่ไม่เข้าใจได้แบบนี้ สับสนจนไม่รู้ว่าควรทำเช่นไร มันสะท้อนให้เทนเซย์เห็นชัดเจน

                “ที่ผ่านมาผมมองเขาเป็นเพื่อนมาตลอด ไม่คิดเลยว่าเขาจะมองผมแบบนั้น คือผมไม่ได้รังเกียจเขานะ..แต่มันเหมือนไม่ทันตั้งตัว ไม่คาดคิด พอมารู้ก็อึดอัด ผมอดคิดไม่ได้ว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเผลอทำอะไรไม่ดีไปหรือเปล่า ที่เขาทำดีกับผมได้แบบนั้นเพราะชอบผมอยู่เหรอ บางทีผมอาจจะเผลอไปเอาเปรียบเขาโดยไม่รู้ตัว”

          ตลอดเวลาที่ผ่านมา เพราะไม่รู้เลยทำตัวปกติ ทั้งดุ ทั้งจริงจัง ทั้งบ่นน่ารำคาญ ทั้งหลายสิ่งหลายอย่าง ที่อีกฝ่ายยังดีด้วย คือเพราะชอบเขามาตลอดงั้นเหรอ..ยิ่งคิด ยิ่งสับสนกับความรู้สึกที่มันตีรวนกันไปมา

          ทั้งดีใจและเสียใจ รู้สึกดี รู้สึกแย่ ปนกันจนวุ่นวาย

          “เทนยะจะปฏิเสธงั้นสินะ”

          ..........วูบนั้นหัวใจมันกระตุกอึกจนเด็กหนุ่มรู้สึกชัดเจน กระตุกมาถึงมือที่จับกระป๋องน้ำส้ม ภาพสีหน้าเสียใจของอีกฝ่ายสะท้อนในสมองเขา ยิ่งกระตุกหัวใจหนักกว่าเดิมจน...

          “...ผมไม่อยากเห็นเขาเสียใจ”

                ประโยคสุดท้ายดูจะหลุดออกมาจากใจจริงที่สุด เพราะดวงตาหลังแว่นสายตาสว่างวูบเล็กๆ คล้ายเพิ่งรู้ว่าอารมณ์อะไรที่สำคัญสุดในตอนนี้ สับสนแต่ความรู้สึกนี้ชัดเจนกว่าอื่นใด

                เขาไม่อยากเห็นความเสียใจบนใบหน้าอีกคน

                สิ่งนั้นไม่อาจหลุดรอดสายตาที่จับจ้องของพี่ชายไปได้เลย

                “ที่ผ่านมา เทนยะไม่เคยที่คิดชอบเพื่อนคนนั้นในแบบนั้นบ้างเลยเหรอ”

                คำที่มาจากปากพี่ชายที่นับถือที่สุด เป็นเป้าหมายในชีวิต ทำให้คนฟังนิ่งงันไปราวกับสมองหยุดทำงาน ก่อนจะ...ค่อยๆกรองสมอง กรองหัวใจ กรองทุกสิ่งอย่างที่มีข้างใน เหลือแค่ความรู้สึกจริงๆของตนเอง

                “.......”

                สองแก้มที่แดงจัดขึ้นมานั้นคือคำตอบที่ชัดเจน

                เทนเซย์กัดขนมซ่อนรอยยิ้มรื่นเอาไว้ พยายามเป็นพี่ชายที่น่านับถือต่อไปทั้งที่ใจมันอยากจะตบบ่าเขย่าร่างน้องชายแสนน่ารักคนนี้แรงๆ หัวเราะลั่นใส่หน้าด้วยความขบขันให้ปวดท้อง

           จะทื่อก็อย่าไปทึ่มถึงหัวใจนักสิเทนยะ

                ที่จริงถ้าไม่มีทีท่าแบบนี้ให้เห็น เขาก็คิดจะแนะให้ค่อยๆหาวิธีปฏิเสธอีกฝ่ายอย่างนุ่มนวล ไม่อยากเสียมิตรภาพที่มีไปด้วยเพราะสาเหตุสถานะหัวใจที่ไม่ตรงกัน เทนยะคงคิดแบบนั้น แต่มาตอนนี้ ชักเอนเอียงไปแล้วสิว่า อาจจะมีความรู้สึกชอบอะไรบ้างในอีกฝ่ายเหมือนกัน

                ขาดแค่แรงกระทุ้งให้มันออกมา

                “พี่ครับ...ผมควรทำยังไงดีครับ”

                สีหน้าอ้อนวอนขอความช่วยเหลือ ดวงตาโตๆหลังแว่นสายตาคลอด้วยความสับสนแต่มีหลากหลายในนั้นปะปนจนดูน่าสงสาร เขาชอบรอยยิ้มของน้องชายมากกว่าเห็นสีหน้าอ้อนวอนแบบนี้ ถึงบางทีจะดูน่ารักมากก็ตามเถอะ ภาพสมัยยังเป็นเด็กน้อยตัวเล็กๆ ซ้อนทับขึ้นมา ไม่ว่าจะอายุเท่าไร เทนยะก็ยังเป็นเด็กตัวน้อยสำหรับเขาเสมอ เทนเซย์ยิ้มลูบหัวน้องชาย ปลอบประโลมไม่ต่างจากตอนยังใช้สองมืออุ้มร่างนี้มากอดปลอบ

                “ลองให้โอกาสพิสูจน์ไหมล่ะ”

                “ยังไงครับ”

                ชายหนุ่มขยับตัวไปเปิดลิ้นชักข้างหัวเตียง ถึงจะขยับขาไม่ได้แต่แรงแขนที่เยอะขึ้นทำให้เคลื่อนไหวร่างกายได้มากกว่าเดิม หยิบกระเป๋าเงินในลิ้นชักออกมา เปิดค้นหาอะไรสักครู่ ก่อนจะหยิบมาให้น้องชาย

                ตั๋วสวนสนุกสองใบ

                “มีคนให้พี่มาสักพักล่ะ เทนยะไปชวนเพื่อนคนนั้นเที่ยวกันสองคนสิ บางทีการที่เขาชอบเทนยะอาจจะแค่เห็นจากมุมบางมุมใช่ไหม ลองใช้เวลาทั้งวันพิสูจน์กันให้ชัดเจน แสดงตัวตนของเราและมองตัวตนอีกฝ่ายให้ชัดๆ แล้วจะสรุปได้เองว่า เข้ากันได้ไหม”

                เทนเซย์วางใส่บนมือของเทนยะ และย้ำอีกชัดๆด้วยดวงตาที่สบมองตรงๆ มองทะลุไปให้เห็นว่าเขาอยู่ข้างน้องเสมอ

                “ขอแค่อย่างเดียว อย่าโกหกตัวเองเป็นพอ”

                “...ครับ”

                ดวงตาคู่โตมองตอบ ความสับสนอึดอัดมลายหาย เป็นความกระจ่างชัดเจน สดใสเหมือนเช่นทุกครั้งที่เขาชอบมอง ดวงตาคู่โตของน้องชายที่คอยวิ่งไล่ตามเขา เกาะแกะขา เดินเรียกหาพี่ชายเสมอๆ จนถึงตอนนี้ มือใหญ่ลูบหัวน้องชายขยี้เอ็นดูยิ้มอย่างรักใคร่ที่สุด

                “แล้วมาเล่าให้พี่ฟังบ้างล่ะ”

                สีหน้าขัดเขินแต่จริงจังพยายามจะทำตามคำขอเรียกเสียงหัวเราะออกมา ทำให้อดหัวเราะตามกันไม่ได้ทั้งคู่


.....

 

                “คนเป็นพี่ก็เหนื่อยเหมือนกันนะครับ”

                “อะไรกันคะ”

                นางพยาบาลสูงวัยยิ้มขันคนไข้ที่แสนคึก ตอนนี้ดูนิ่งสงบหลังจากที่น้องชายมาเยี่ยมแล้วกลับไป หล่อนมาวัดไข้ตามเวลา พอชายหนุ่มเปรยออกมาเลยอดสนใจไม่ได้ ทุกทีเอาแต่ร่าเริงมองโลกแง่บวกมีพลังจนน่าปวดหัว มาสงบเสงี่ยมทำเสียงจ๋อยๆนี่น่าห่วงนะ

                “เทนยะน้องผมน่ะสิ ทั้งที่เห็นกันมาแต่เด็กๆ ชอบวิ่งไล่ตามผมตลอด เอาแต่เรียกหาพี่ชาย ทำอะไรก็ให้ผมต้องคอยห่วง ตอนนี้จู่ๆก็โตขึ้นตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ มารู้อีกทีเป็นหนุ่มแล้วเหรอเนี่ย”

                ถอนหายใจเปรยๆ อย่างเหนื่อยๆ ทั้งที่รู้สึกสนุกดีหรอกที่ได้เห็นเทนยะมีอาการแบบนี้ ดีใจที่ทำให้ยิ้มได้ แต่พอกลับไปแล้วมันเหนื่อยขึ้นมานิดๆ

                “เหงาเหรอคะ ที่น้องชายโตขึ้น ตายจริง น่ารักจังเลยนะคะเนี่ย”

                “มะ ไม่.............ก็ใช่น่ะครับ”

                วูบแรกเกือบปฏิเสธทันที แต่พอมาคิดก็จริงที่สุด ตรงใจจนต้องยอมรับด้วยหน้าแดงๆขุ่นๆ ให้คุณนางพยาบาลหัวเราะขบขันแบบนี้ เทนเซย์ชักอายหน่อยๆ ทั้งที่เพิ่งสอนน้องไปแต่ตัวเองก็ยังมีอารมณ์เป็นเด็กๆเหมือนกัน

                “เป็นเรื่องปกติน่ะค่ะ อย่างฉันต่อให้ลูกโตขนาดไหน ในสายตาคนเป็นพ่อเป็นแม่ ลูกก็ยังเป็นเด็กน้อยอยู่ดี ของคุณอีดะก็เหมือนกัน อายุห่างกันกับน้องชายมากนี่คะ เลยเหมือนพ่อกับลูกเลยอดห่วงไม่ได้”

                “พูดซะผมดูแก่มากเลยนะครับ ผมยังหนุ่มอยู่เลยนะ”

                กระนั้นก็หัวเราะร่วนชอบใจ ก็จริงที่เขากับเทนยะห่างกันมาก แต่เพราะแบบนั้นทำให้ความเป็นพี่น้องดูจะผูกพันมั่นคงในอีกรูปแบบหนึ่ง เขาหยิบกล่องขนมที่ยังไม่แกะให้นางพยาบาลพลางบอกว่าฝากไปแบ่งกันทานที

                “เพื่อนผมเพิ่งเอามาให้ จากฮอกไกโด อร่อยมากเลยนะครับ เอาไปแบ่งกันหน่อยนะ ผมทานไม่หมดจริงๆ”

                ยิ้มกว้างออดอ้อนไม่รู้ตัว ทำเอานางพยาบาลใจอ่อนยวบ ยอมรับไป ชายหนุ่มหยิบอันที่แกะไว้ก่อนนั้นมากิน ก็เห็นกล่องชื่อขนม ทำหัวเราะขำออกมา

                โคอิบิโตะ (คนรัก) เหรอ.. นั่นสินะ เหมาะกับเรื่องวันนี้จริงๆ

                อยากฟังเรื่องหลังจากเที่ยวสวนสนุกเร็วๆแล้วสิ

                คิดด้วยความอารมณ์ดี พลางกัดคุ๊กกี้หอมๆสอดใส่ครีมสีขาวนุ่มๆ พร้อมภาวนาให้น้องชายได้เจอผู้หญิงที่ดีและเหมาะสมเช่นกัน

                ถ้าอกหักมา พี่ชายคนนี้ก็พร้อมจะรับฟังทุกอย่าง และปลอบใจให้เสมอ

                มาเร็วๆนะเทนยะ

 

....


แถมท้าย

 

                วันนี้เทนเซย์อารมณ์ดีมากๆ เพราะหมออนุญาตให้เขาใช้รถเข็นด้วยตัวเองได้แล้ว จากที่ต้องนอนอุดอู้บนเตียง ทำกายภาพมาสักพัก และเพราะการช่างตื้อของเขาอีกด้วย ทำให้ได้ใช้รถเข็นเร็วขึ้น ชายหนุ่มเริ่มนึกอยากหัดออกไปข้างนอกให้ถนัดๆ แต่โดนหมอเบรกอย่างรู้ทัน ไว้รอแอบออกไปก็ได้

                “เทนยะ ดูสิๆ”

                ทันทีที่เห็นน้องชายมา พี่ชายก็อวดด้วยกันหมุนรถเข็นที่นั่งอยู่เป็นวงกลม คล่องแคล่วพร้อมซิ่งจริงๆ ชักอยากไปเสิร์จเนตดูอุปกรณ์ซัพพอร์ตสำหรับรถเข็นเพิ่มจัง

                “อย่าคึกนักสิครับพี่ เดี๋ยวโดนดุอีกหรอก”

                ดูไม่ฟัง ทำท่าหมุนไปมาติ้วๆอีกด้วย เล่นเอาเทนยะถอนหายใจ ขยับแว่น แล้วมาจับรถเข็นเข็นพี่ชายออกไปเดินเล่นข้างนอกก่อนจะพุ่งไปชนคนในโรงพยาบาลด้วยความคึกคะนอง

                ทั้งสองเดินเล่นกันคุยกันไปเรื่อยๆในวันหยุดแบบนี้ แล้วพี่ชายที่แสนดีก็เปิดฉากถามตรงๆทันที

                “ตกลงนายไปสวนสนุกรึยัง”

                เป็นคำถามที่ถามแทบทุกครั้งที่เทนยะมาเยี่ยมเลยทีเดียว แต่ละครั้งก็โดนบอกว่ายังไม่ว่างไม่มีเวลาไป หากตอนนี้ คำตอบที่มาจากการชะงักกึกจนรถเข็นหยุดกระทันหัน แสดงชัดว่าไปแล้วสินะ เท่านั้นแหละ เทนเซย์ตาวาววับหันหน้าควับถามต่อรัวๆทันที

                “ก็ดีครับ สนุกดี”

                ตอบทั้งที่หน้าแดงๆ พยายามขมวดคิ้วจริงจังอีกด้วย บอกแล้วไงเทนยะ ว่านายดูออกง่ายมากๆ

                “ตกลงคบกันแล้วสินะ”

                ยิ้มร้ายกระเซ้าแซว ถ้ายืนอยู่คงถองศอกใส่แน่ๆ อยากจะจุดพลุฉลองที่น้องชายมีแฟนสักที เทนยะหน้าแดงปรี๊ดถึงหูพูดไม่รู้เรื่องตัวแข็งทื่อไปหมด สติแตกไปชั่วคราว อายกับการถูกพี่จี้จุดแบบนี้

                “เล่ามาว่าเป็นไงบ้าง”

                “ก็...พี่พูดถูกมาก ที่เราต้องพิสูจน์ให้แน่ชัดก่อน พอวันนั้นผมกับเขาเที่ยวกันทั้งวัน เจอเรื่องหลายเรื่อง ก็ได้เห็นว่า....เขาน่ารักดีครับ”

                ประโยคสุดท้ายเบาหวิวในลำคอหน้างี้แดงยิ่งกว่าแดง เทนเซย์กลั้นอาการอยากขำจนไหล่สั่นสะท้าน เกร็งจนปวดท้องสุดๆ พยายามให้น้องชายที่ทื่อมะลื่อเล่าออกมาให้หมด

                “พี่ก็รู้ว่าผมนิสัยยังไง คุยเฮฮาก็ไม่เป็น จริงจังมากไปด้วย ผมยังกลัวว่าเขาจะเบื่อผมไหม แต่กลายเป็นว่าเขาไม่เบื่อเลย แถมยังพูดออกมาตรงๆด้วยว่า...ดีใจที่ได้มาเที่ยวกัน มีความสุขที่ได้เห็นตัวจริงของผม ผมเลยรู้ว่า...ผมก็มีความสุขที่ได้เห็นตัวจริงของเขาเช่นกัน”

                สีหน้าอายกลายเป็นทอความสุขผ่านน้ำเสียงและแววตาออกมาชัด คล้ายเห็นภาพที่เอ่ยถึง เทนเซย์รับรู้ได้จนอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มตาม รถเข็นไปตามทางเรื่อยๆ จนวนกลับมาที่หน้าทางเข้าอีกครั้ง

                “แล้วตกลงบอกคบกันที่นั่นเลยสินะ”

                “...ครับ..เราขึ้นชิงช้าสวรรค์เป็นที่สุดท้าย แล้วเอ่อ..”

                พูดอึกอักขัดเขิน พี่ชายชักเขินตาม หัวเราะเย้าแทน แค่นี้น้องเขาก็แทบจะกลายเป็นมะเขือเทศไปทั้งตัวแล้ว ให้ตายเหอะ แบบนี้จะกล้าจับมือแฟนสาวไหมนะ หรือต้องให้ผู้หญิงรุกก่อนกัน

                “กลับมาเหรอคะคุณอีดะ ได้เวลาตรวจร่างกายแล้วนะคะ”

                คุณพยาบาลที่ยืนรออยู่ทักถามพลางเดินมาหาทั้งสองคน ข้างหลังหล่อนนั้นมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินเข้ามา เทนยะทักทันควัน ดูน้ำเสียงตกใจไม่น้อยที่เจอ เดินไปหาสนทนากันสองคนก่อนจะหันมาเพื่อแนะนำ แต่เทนเซย์ยิ้มกว้างทักกลับไปก่อนทันที เพราะจำเด็กหนุ่มคนนี้ได้ดี

                “สวัสดี โทโดโรกิคุงใช่ไหม เพิ่งเคยได้เจอกันนะเนี่ย ยินดีที่ได้รู้จักนะ”

                โทโดโรกิทักกลับอย่างสุภาพมีมารยาท ท่าทางแตกต่างจากบิดาที่เขาเคยเจอในงานบางที ดูน่าคบหากว่าอีกแหะ ตอนที่รู้ว่าห้องเทนยะมีลูกชายของโทโดโรกิซังอยู่ ก็อดกังวลไม่ได้ แต่พอมาเจอแบบนี้ เท่าที่ดูนิสัยดีกว่าเยอะ ดูนิ่งๆไปหน่อยแต่ไม่น่ามีปัญหาอะไร

                “จริงสิ ตอนคดีสเตน ต้องขอบใจมากเลยนะที่ช่วยเทนยะไว้”

                แม้ข่าวจะออกมาแค่นั้น แต่เทนยะก็มาเล่าด้วยว่าได้รับการช่วยเหลือจากเพื่อนร่วมห้องทั้งสองคน ถึงจะไม่อธิบายมากกว่านั้น เทนเซย์ก็รู้ว่ามันมีผลต่อน้องชายอย่างมาก

                “ไม่เลยครับ ผมยังอ่อนหัดอยู่ อีดะเก่งมาก ลุกขึ้นมาได้ด้วยตัวเองแบบนั้น ผมนับถือใจเขามากครับ”

                “..ก็เพราะนายแหละ ที่พูดให้ฉันมีแรงฮึดขึ้น”

                โทโดโรกิมองคนที่ตอบแบบนั้นแล้วยิ้มให้เขา รอยยิ้มที่ทำให้เด็กหนุ่มผมสองสียิ้มบางตอบ

                “วันนี้มาธุระที่โรงพยาบาลงั้นเหรอ” ชายบนรถเข็นถามต่ออย่างสนใจใคร่รู้

                “ผมเสร็จธุระแล้วเลยตั้งใจว่าจะมารับอีดะกลับหอด้วยกัน แล้วอยากมาขอบคุณพี่ชายด้วยครับ”

                “เห เรื่องอะไรน่ะ”

                เทนเซย์ยิ้มรื่น แต่นางพยาบาลดูเร่งเร้าเหลือเกิน ทำให้ต้องถูกแยกเข้าไปในตึกโรงพยาบาล เทนยะเตรียมกลับเช่นกัน หากโทโดโรกิยังเอ่ยต่อตามความตั้งใจจริง

                “ขอบคุณสำหรับบัตรสวนสนุกนะครับ ขอบคุณมากจริงๆ”

                โทโดโรกิโค้งขอบคุณอย่างตั้งใจ ต่อคนที่ถูกเข็นรถเข้าไปข้างในอาคารแล้ว

                “ไม่เป็น....เอ๋”

                เทนเซย์ชะงักงัน ยิ้มค้างเติ่ง หันควับกลับไปมองเห็นภาพน้องชายตนเดินไปคุยกับโทโดโรกิคุง

                ...และเด็กหนุ่มผมแดงขาวยื่นมือไปเกาะกุมมือเทนยะ แม้คนถูกรุกจะดูตกใจขัดเขินจนหน้าแดงก่ำ แต่ก็ยินยอมให้จับ ก่อนจะเดินไปด้วยกันพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนแก่กัน

                ภาพนั้นค่อยๆห่างไกลไปเรื่อยๆ จนมองไม่เห็น เช่นเดียวกับที่เทนเซย์ตาโตค้างเข้าไปในห้องตรวจที่รออยู่

                เสียงสนทนาในโรงพยาบาลจ็อกแจ๊กจอแจปกติ ฉับพลัน

                “WHAT!! %&#e@!!!!!!!!!

                เสียงร้องไม่เป็นภาษานั่นดังลั่นห้องตรวจออกมาชนิดที่ไฟเพดานสะเทือนทีเดียว


END.

.....


TALK

พี่ชายยยยยยย ส่งน้องชายเข้าปากเสือขาวแดงไปเองซะงั้น กร้ากกกกก

คู่นี่มีอะไรถามพี่ๆใช่ป่ะ แล้วพี่ฟุยุมิรู้รึยังว่าน้องชายชอบใคร

เขียนพี่เทนเซย์แล้วสนุกมาก อิงจากนิสัยคำพูดจาทั้งจากต้นฉบับและสปินออฟที่ดูเฮฮาร่าเริงยิ้มเก่ง มีความขี้เล่นนิดๆ เลยออกมาเป็นแบบนี้ สำคัญคือพี่มีความเห่อน้องเบาๆด้วย กร้ากกกก

ตอนแรกจะให้แนวบราค่อนจ๋า ก็ดูไม่น่าไปไหว เลยปูเรื่องมาแบบ ดีใจกับน้องชายแต่ก็แอบเหงานิดๆ พอมารู้ว่าน้องโดนกิน อาจจะบราค่อนแตกก็ได้ คอยโผล่ไปก่อกวนไปขัดขวางสุดๆแหง กร้ากกกก 


ตอนไปสวนสนุกน่ะเหรอ มีแน่ๆ 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

49 ความคิดเห็น

  1. #28 130844 (@130844) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 22:02
    เทนเซย์ซังคงจะเป็นห่วงอีดะคุงมากสินะคะที่ในที่สุดน้องชายสุดที่รักของพี่ก็ออกเรือนแล้ว.....(หลบทรีน)
    แหม่ตอนนี้นี่น่ารักมากเลยค่่ะ เทนเซย์ซัััังทำให้ความรักของน้้้้้้องชายสมหวังแล้วก็ปล่อยๆเค้าไปเถอะค่ะะะ ให่้้้้้้้้น้องเขยของพี่ชายดูแลอีดะคุงเถอะค่ะะ 
    ปล.รอตอนสวนสนุกตาอไป
    ปปล.เกิดอะไรขึ้นตอนที่นั่งชิงช้าสวรรค์น้าาาาา
    ปปปล.ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยดูแลตัวเองด้้้้้้้้้วยนะค้าาา
    #28
    1
  2. #27 Dear~ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 09:31
    แหม่ พี่ชายเป็นคนทำให้เขาสมหวังเองนะคะะะ

    คิดถึงไรทฺมากเลยค่ะ ในที่สุดก็มาต่อ<3
    #27
    3
    • #27-1 MyiSmE13 (@MyiSmE11) (จากตอนที่ 12)
      9 พฤษภาคม 2560 / 21:46
      ถ้าพี่ชายรู้ว่าเป็นเจ้าหนุ่มมาเกาะแกะคงไม่ยอมแน่ๆ ฮ่าๆๆๆๆ

      คิดถึงเหมือนกันค่าาาา ดีจัยที่มีคนรอ ตอนนี้อยากรู้คืนแรกของคู่นี้จะเป็นไง แค่กๆๆๆ
      #27-1
    • #27-2 Dear~ (จากตอนที่ 12)
      10 พฤษภาคม 2560 / 21:42
      อยากรู้เหมือนกันค่ะ แต่งให้หน่อยนะคะะะ....แอ๊ก!!//โดนพี่ชายอีดะบีบคอ

      ทางน้องเขยเค้าออกจะเป็นคนดีพี่ชายไม่ต้องห่วงหรอกค่ะะะ

      สุดท้ายรอเสมอค่าาา ^^
      #27-2
  3. #26 Banananaaa (@did-you-know) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 02:39
    กรี๊ดดดดดดดดดด อ่านตอนนี้แล้วอือออออออ ตายค่ะ น..น่ารักมากๆเลย ;///;

    แบบนี้เทนยะก็เป็นฝังเป็นฝาแล้วโอนี่จังไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ 5555555

    คือถ้าโชโตะไม่ได้ขอบคุณเรื่องบัตรสวนสนุกโอนี่จังก็คงยังคิดว่าเป็นเด็กผญ ต่อไป นี้ล่ะค่ะว่าที่ลูกเขยตระกูลอีดะ 55555555

    #26
    1