บัญชารักจอมเถื่อน

ตอนที่ 51 : บทที่ 14 (1) อัพเพิ่มค่ะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,809
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 176 ครั้ง
    23 มี.ค. 61




กริ๊ง...กริ๊ง...กริ๊ง

เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้เอริครีบควานมือหาเครื่องมือสื่อสารที่กรีดเสียงไม่ยอมหยุด เพราะกลัวว่าเจ้าของร่างนุ่มนิ่มหอมกรุ่นในอ้อมแขนจะตื่นจากนิทรา แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล

“อื้อ... เช้าแล้วเหรอคะ” เพราะคิดว่าเสียงที่ดังเป็นเสียงนาฬิกาปลุกที่เขาคงตั้งเอาไว้เพื่อจะได้ออกไปจากห้องของเธอก่อนเช้าเสียงงัวเงียจึงถามขึ้น

“เปล่า มีสายเข้าน่ะ นอนต่อเถอะ”  เสียงทุ้มกระซิบบอก ชายหนุ่มกดริมฝีปากลงที่หน้าผากนูนสวย ก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นกดรับ แล้วเอาขึ้นแนบหู “เมญ่า มีอะไรหรือเปล่า โทรมาดึกดื่น”

ตอนแรกรัตน์วลีก็ตั้งใจจะนอนต่อเหมือนกันแต่ชื่อที่ออกมาจากริมฝีปากหยักที่ผู้หญิงแย่งกันจูบก็ทำให้ความง่วงงุนที่มีอยู่หายวับไปทันควัน

“รออยู่ตรงนั้น อย่าไปไหนล่ะ”

เธอก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมต้องหลับตาแกล้งทำเป็นหลับเหมือนไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นด้วย ทั้งๆ ที่อยากลืมตาขึ้น กอดเขาไว้ให้แน่น แล้วรั้งไม่ให้เขาไปหาผู้หญิงคนนั้น

ชายหนุ่มกดจูบลงบนหน้าผากของเธออีกครั้ง รั้งแขนของเธอที่กอดรัดร่างเขาไว้ออก ดึงผ้าห่มคลุมให้ ก่อนจะเดินลงจากเตียงแล้วควานหาเสื้อผ้าที่ถอดทิ้งไว้ขึ้นมาใส่

รัตน์วลีค่อยๆ ลืมตาเมื่อเสียงปิดกระตูดังขึ้น ช่องอกรู้สึกปลาบแปลบจนต้องนิ่วหน้า คงเป็นเพราะครั้งแรกที่เขากับเธอจูบกัน เขาก็อยู่กับเมริษาสองต่อสอง ตอนที่เธอกับเขาเป็นของกันและกันครั้งแรกเขาก็อยู่กับเมริษาอีก แถมเมื่อเย็นเขาก็เพิ่งไปกับเธอคนนั้นมาหลายชั่วโมง แม้ว่าจะบอกตัวเองซ้ำๆ ว่าเขาก็แค่เพื่อนกัน เหมือนที่เธอกับภูศิลป์เป็น แต่การที่เขาออกไปหาผู้หญิงคนอื่นยามวิกาลทั้งๆ ที่เขากำลังนอนกอดเธออยู่ มาบวกกับสถานะของตัวเองที่ไม่รู้ว่าคืออะไรสำหรับเขากันแน่ก็ทำให้เธออดหวั่นใจไม่ได้

 

หญิงสาวร่างระหงในชุดเดรสลูกไม้สายเดียวทอฉลุสีดำนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ทรงสูงบุด้วยนวมนุ่มๆ สีน้ำตาลเข้มตรงหน้าเคาน์เตอร์เครื่องดื่มสไตล์ลอฟท์ มือเรียวจับมือถือยกขึ้นแนบหูขณะที่ตะโกนแข่งกับเสียงเพลงอึกทึก

“เอ...ริค” แอลกอฮอล์ที่แล่นพล่านอยู่ในกระแสเลือดทำให้เสียงของเธอยานคางและลากยาว

“เมญ่า มีอะไรหรือเปล่า โทรมาดึกดื่น” เสียงงัวเงียเหมือนเพิ่งตื่นนอนดังรอดเข้ามาในสาย

“เมาแล้วมารับหน่อย”

“แล้วไปกับใคร”

“ก็ชวนม่ายมา ฉันก็มาคนเดียวไง แล้วกระเป๋าหาย กุญแจรถก็หาย แบตโทรศัพท์จะหมดแล้วด้วย ผับก็จะปิดแล้ว ไม่มีเงินจ่ายค่าเหล้าด้วย มารับหน่อย”

“รออยู่ตรงนั้นอย่าไปไหนล่ะ”  ไม่ต้องเห็นหน้า แค่ได้ยิน เธอก็รู้ว่าเขากำลังหงุดหงิด แต่เพราะคำว่า เพื่อน ที่ผูกมัดเขาไว้กับเธอมาเนิ่นนาน ทำให้เขาต้องมา

หลังจากอีกฝ่ายกดวางสาย เมริษาก็กดปิดเครื่องแล้ววางโทรศัพท์ไว้บนเคาน์เตอร์ ก่อนจะยกมือเรียกบาร์เทนเดอร์หนุ่มที่อยู่หลังเคาน์เตอร์

ลองไอซ์แลนด์ ไอซ์ทีนะครับ

“ขอเป็นเตกีล่าดีกว่า เอามาสองช็อตเลย

หลังจากดื่มลองไอซ์แลนด์ ไอซ์ที ค็อกเทลที่ผสมเหล้าสีขาวห้าชนิดกับมะนาวและโค้กซึ่งถือว่ามีความแรงอยู่ในอันดับต้นๆ มาหลายแก้วเพื่อเรียกความกล้า เธอก็เปลี่ยนมาดื่มอะไรที่ดื่มได้เร็วและแรงเหมือนกัน

พอเตกีลาที่สั่งถูกวางไว้ตรงหน้าเมริษาก็ยกเหล้าเหล้าขึ้นกระดกรวดเดียวหมดทีเดียวสองแก้ว เอริคไม่ใช่คนโง่ ถ้าแกล้งเมาเขาดูออกแน่  เพราะเป็นเพื่อนกันมานานเธอจึงรู้ว่าเอริคไม่ชอบคนโกหก และหากโกรธขึ้นมาใครก็เข้าหน้าไม่ติด แม้ว่าจะเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากก็ตาม 

ทั้งๆ ที่รู้ว่าถ้าเขารู้เขาโกรธแน่แต่เธอก็ยังทำ เพราะตอนนี้ทุกนาทีทุกวินาทีเธอกำลังรู้สึกเหมือนถูกแผดเผาด้วยไฟร้อนๆ

ไม่ใช่ว่าเอริคจะไม่เคยมีผู้หญิงในชีวิตมาก่อน เขาเคยคบกับผู้หญิงมาหลายคน เคยควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แต่ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนที่ทำให้เธอรู้สึกว่ากำลังจะสูญเสียเขาไปได้เท่ากับคนนี้มาก่อน...

ตั้งแต่ครั้งนั้น... ครั้งที่พบรัตน์วลีกำลังฉลองกับเพื่อนหลังจากเรียนจบ เธอก็รู้สึกตะขิดตะขวงใจแปลกๆ แล้ว แต่เธอก็ปัดความรู้สึกนั้นทิ้งไป เพราะพอจะรู้เรื่องราวในครอบครัวของเอริคอยู่บ้าง แต่พออีกครั้งที่เธอพบรัตน์วลีที่ผับ ครั้งที่เอริคทิ้งเธอไว้กับแซคแล้วตัวเขาเองก็กลับบ้านพร้อมกับเด็กสาว ท่าทีที่เขาดูหงุดหงิดที่เธอมาดื่มกับเพื่อนผู้ชายคนนั้นก็ทำให้ เธอเริ่มรู้สึกทุรนทุรายอย่างบอกไม่ถูก แล้วพอยิ่งวันนี้ ท่าทางที่พวกเขาอยู่ด้วยกัน แววตา ถ้อยคำพูดจา ท่าทีร้อนรนทั้งๆ ที่ควรสงบนิ่งตอนที่เอริคเจรจาเรื่องที่ดินกับพ่อของเธอ และพอชวนมาผับ ทั้งๆ ที่เขาไม่เคยปฏิเสธ แต่เขาก็ไม่มา ก็ยิ่งทำให้เธอร้อนรนเข้าไปใหญ่

มาแล้วจ้าาาาาา


ต่อ


 “เอามาอีกสอง”

เสียงของเธอเริ่มอ้อแอและยานคางยิ่งกว่าเดิม ตอนที่ยังเรียนอยู่และต้องเข้าผับบ่อยๆ เธอมักจะเป็นคนที่ดูแลแซคกับเอริคที่ดื่มหนักเสียจนกลับคอนโดไม่ถูกเสียมากกว่าที่จะดื่มจนเมามาย แต่วันนี้เธอกลับอยากเป็นฝ่ายเมา อยากให้เขาเป็นคนดูแลบ้าง

ตั้งแต่รู้ว่าหัวใจตัวเองมีเขาอยู่เต็มทั้งดวง เธอก็เปลี่ยนตัวเองทุกอย่างให้เป็นในแบบที่เขาชอบ จากหญิงสาวแสบซ่า ห้าวจนแทบไม่เหมือนผู้หญิง ใส่เสื้อยืดกางเกงยีน รองเท้าผ้าใบเซอร์ๆ  พร้อมลุยไปทุกที่ทุกเวลากับเพื่อนสนิทที่เป็นผู้ชาย กลายเป็นสาวมั่น แต่งหน้า ทำผม แต่งตัวเปรี้ยวจี๊ด จนผู้ชายไม่สามารถละสายตาจากเธอได้ แต่เพราะคำว่าเพื่อนสนิทที่มันค้ำคอเธออยู่ เธอจึงซ่อนความคิดไม่ซื่อตรงเอาไว้เพื่อไม่ให้มิตรภาพดีๆ ระหว่างเขากับเธอถูกทำลาย รออยู่ข้างๆ เขา ทำทุกอย่างให้เขา เพื่อให้เขามีความรู้สึกที่ตรงกันในสักวันหนึ่ง

“ไหวเหรอพี่” บาร์เทนเนอร์หนุ่มที่ดูจากหน้าตาคงเป็นแค่เด็กมหาลัยมารับงานพิเศษพูดขึ้น

“หวาย จัดมา”

“พอแล้วมั้งครับ เดี๋ยวกลับบ้านไม่ไหวนะ”

“เออน่า มีคนมารับ”

“อ้อ...แฟนพี่ใช่ปะ มาแล้วนี่ครับ”

“คราย ไม่รู้จัก” พอหันไปมองตามสายตาของบาเทนเนอร์หนุ่ม เมริษาก็พบว่าคนที่ยืนอยู่ด้านหลังไม่ใช่คนที่ตัวเองรออยู่

“อ้าว ไม่ใช่แฟนพี่หรอกเหรอ นึกว่าใช่เสียอีก”

“ใช่แล้ว เข้าใจไม่ผิดหรอก” ชายหนุ่มแปลกหน้าพูดขึ้น

“ใครเป็นแฟนนายไม่ทราบ” 

“ยังไม่หายโกรธอีกเหรอ กลับกันเถอะ เดี๋ยวไปง้อต่อที่บ้าน”

“ฉันม่ายรู้จักนาย ปล่อยนะ” เมริษาโวยวายทันที พร้อมกับสลัดมือที่อีกฝ่ายใช้มันสอดเข้ามาที่เอวกึ่งประคองกึ่งบังคับให้เธอเดินตามออกจากผับ

“เดี๋ยวครับพี่” เสียงของบาร์เทนเดอร์ท้วงขึ้นเมื่อเธอถูกประคองห่างจากเคาน์เตอร์มาไม่กี่ก้าว

“อะไรอีก พี่จะพาแฟนกลับบ้าน หรือไม่เชื่อว่าพี่เป็นแฟนเค้า จะดูหลักฐานไหม”

“ไม่ใช่ครับ พอดีพี่เขายังไม่ได้จ่ายค่าเครื่องดื่ม”

“อ้อ เท่าไร”

“สักครู่นะครับ... นี่ครับบิล จะเช็ครายการก่อนก็ได้นะครับ”

“ไม่ต้องหรอก เอานี่ไม่ต้องทอน”

“นี่ปล่อยฉันนะ ฉันไม่ไปกับนาย ฉันแค่มึนไม่ได้เมาจนกระทั่งไม่รู้ว่านายจะพาฉันไปไหนนะไอ้เลว ปล่อยฉัน ไม่งั้นฉันจะกรี๊ดจริงๆ ด้วย” ฤทธิ์แอลกอฮอล์สมองของเธอจึงประมวลผลช้าไปหมด แต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดไร้สติที่จะให้ใครมาลากไปไหนมาไหนตามใจชอบได้

เมริษาพยายามสะบัดตัวหนีการยึดเหนียวของชายหนุ่มแปลกหน้า แต่แรงของเธอก็น้อยนิดเหลือเกินเมื่อเทียบกับเรี่ยวแรงของผู้ชายตัวโตกว่า หญิงสาวพยายามยื้อตัวเองไว้เต็มที่แต่ร่างของเธอก็ยังไถลตามแรงกระชากอยู่ดี

 

เอริคเดินผ่านประตูเข้าไปในผับด้วยสีหน้าหงุดหงิด ร่างสูงยังอยู่ในชุดกางเกงขาวยาวสีเทาเข้มผ้านิ่มสำหรับใส่นอน กับเสื้อยืดสีขาวสวมทับด้วยเสื้อหนังสีดำเพื่อไม่ให้การแต่งกายด้วยชุดนอนของตัวเองดึงดูดสายตาของผู้คนมากเกินไป แต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผล สายตาผู้หญิงที่ยังเลื้อยดิ้นกันไปมาเพ่งตรงมาที่เขาด้วยสายตาวิบวับยั่วยวน

นัยน์ตาคู่คมดุมองตรงไปยังเคาน์เตอร์บาร์ ก่อนจะกวาดมองไปรอบร้านขนาดใหญ่สไตล์ล็อฟท์ผ่านแสงไฟวิบวับส่ายไปมาจนเกือบเวียนหัวเมื่อไม่พบคนที่มองหา  ความหงุดหงิดที่สุมอยู่ในใจทวีขึ้นอีกเมื่อคนที่ให้มารับไม่ได้อยู่ตรงที่นัดไว้ ก่อนจะเข้ามาในผับเขาลองกดโทรหาเธอแล้วแต่โทรไม่ติด คงเป็นเพราะแบตของเธอหมดเหมือนที่เธอบอกก่อนที่จะวางสายไป

แต่ความหงุดหงิดของเขาก็หายวับไปทันทีเมื่อเห็นว่าคนที่กำลังมองหากำลังถูกลากตรงมาทางนี้พอดี เธอพยายามขัดขืนแต่ก็สู้แรงไม่ได้ และเห็นได้ชัดว่าเธอกำลังเมามาก

ร่างสูงสาวเท้าตรงไปหาสองร่างที่กำลังยื้อยุดกันมาทางนี้ พอไปถึงเขาก็คว้าข้อมือของเมริษาแล้วดึงร่างเล็กออกจากการเกาะกุมของผู้ชายคนนั้น

“เอริค ช่วยฉันด้วย...ฮืออออ”

เพราะเมริษาตะโกนชื่อเขาออกมาชายแปลกหน้าจึงได้ชะงักมือที่ยื่นมาคว้าร่างเล็กไว้แล้วจะดึงเธอกลับไป หญิงสาวผวากอดเขาไว้แน่น คงเพราะเมามากเธอจึงโถมน้ำหนักมาที่เขาทั้งหมด และร้องไห้ออกมา

“ถ้าไม่อยากตายก็ไปซะ” เสียงทุ้มกดต่ำ นัยน์ตาสีเทาดุดันจ้องมองไปยังคนตรงหน้าไม่ลดละ อีกฝ่ายยอมถอยหลังไปโดยง่าย คงเป็นเพราะกลัวความผิด อีกทั้งรูปร่างของเขาก็ได้เปรียบกว่า ซึ่งถ้าเป็นเวลาปกติเขาก็คงจัดการอีกฝ่ายจนหมอบไปแล้ว แต่ตอนนี้เขาอยากให้ทุกอย่างมันจบเร็วๆ ในเมื่อเมริษาไม่เป็นอะไรก็ให้มันจบไปก็แล้วกัน จะได้เป็นบทเรียนให้เธอด้วยว่าผู้หญิงไม่ควรมาเที่ยวสถานที่แบบนี้ตามลำพัง

“ฮื้อออ...”

เสียงสะอื้นที่ยังดังอยู่แนบอกทำให้เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ก่อนจะดันร่างเล็กออกห่างแต่หญิงสาวก็ยิ่งกอดเขาไว้แน่นขึ้น

“มันไปแล้ว หยุดร้องได้แล้ว” เอริคว่าพลางลูบแผ่นหลังแคบๆ อย่างปลอบประโลม  แต่ดูเหมือนยิ่งปลอบอีกฝ่ายก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นอีก ทั้งๆ ที่อยากจัดการทุกอย่างให้เสร็จ แล้วกลับบ้านให้เร็วที่สุด แต่เพราะคำว่าเพื่อนทำให้เขายอมยืนนิ่งๆ ปล่อยให้หญิงสาวร้องไห้จนพอใจ 

มาแล้วๆ ช่วงนี้มาดึกๆ ตลอดเลย อิอิ





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 176 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,083 ความคิดเห็น

  1. #1003 Irish66 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 21:01

    เกือบแล้วมั๊ยละยัยตัวอิจฉา...อิอิ  เป็นผญ.เที่ยวไปเมาไม่มีสติในที่อโคจรได้ไงมีแต่เสือสิงห์กระทิงแรด..

    #1,003
    0
  2. #1002 Napissapn (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 18:22
    มาเร็วๆๆนะ รอๆๆๆๆ อย่างงี้ละพระเอกชอบทำให้นางเอกคิดมาก ต่อไปจะยังไงน้อ
    #1,002
    0
  3. #1000 aemly (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 11:54
    จะยังไงต่อนําาา
    #1,000
    0
  4. #999 pookpook502 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 07:35
    น้องรัตน์งอนแล้วพี่
    #999
    0
  5. #998 Theeruk (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 01:35
    พี่เอริคอยู่นานเดี๋ยวรัตน์งอนนะ
    #998
    0
  6. #997 Amy Wongkamolsersh (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 00:22
    จะสงสารดี หรือสมน้ำหน้าดีล่ะเมย่า เธอทำตัวเองล้วนๆเลย
    #997
    0
  7. #994 poppy09 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 09:46
    รัตน์ครั้งต่อไปอย่ายอมง่ายๆนะ เล่นตัวใหม่มาก
    #994
    0
  8. #993 ya567 (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 09:02
    นอนกับนางขนาดนั้น ยังไม่มีความชัดเจน เลิกเถอะค่ะรัตน์จะได้ไม่เป็นของเล่นเขา
    #993
    0
  9. #992 aemly (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 07:19
    ดราม่าจะมาคุๆ😀😁😁😁
    #992
    0
  10. #991 PaweenaPhakphum (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 07:10
    พี่เอริคไม่มรความชัดแจนไห้เลยคนเห็นแก่ตัว
    #991
    1
    • #991-1 25142551(จากตอนที่ 51)
      25 มีนาคม 2561 / 21:34
      เห็นด้วยค่ะ รัตน์ก็ยอมง่ายเกิน
      #991-1
  11. #990 Tiyapa (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 02:34
    รัตน์ ถ้าอยากได้ความชัดเจน..ตัดใจไปจากอีริคซะเลย (นางคงบ้าแน่ๆ)
    #990
    0
  12. #989 Cheeryblue (จากตอนที่ 51)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 00:24
    โอ้ยยย อยากตบเมย่า ขืนนางมานัวเนียแบบนี้ มีหวังรัตน์เข้าใจผิดแน่
    #989
    0