บัญชารักจอมเถื่อน

ตอนที่ 39 : บทที่ 11 (3) อัพเพิ่มมมมม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,982
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 154 ครั้ง
    10 มี.ค. 61


หนังสือส่งเข้าไปรษณีย์เรียบร้อยแล้วนะคะ

เลขพัสดุเดี๋ยอัพเดทให้จ้า

อีกไม่นานได้ฟัดพี่ยาวๆ แน่นอน



เมอซิเดสเบนซ์สีขาวแล่นฝ่าแสงไฟหลากสียามค่ำคืนของใจกลางเมืองกรุงเทพฯ จนเกือบจะถึงปลายทางแล้วตอนที่โทรศัพท์ของเธอสั่นครืดคราดอยู่ในกระเป๋า...

“ว่าไงโอม โทรมาดึกๆ มีอะไรหรือเปล่า” เพราะเธอไปขลุกอยู่ที่โรงพยาบาลอยู่หลายชั่วโมง เพราะต้องรอปาลิตาด้วย ทำให้ตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว

“ตอนนี้รัตน์อยู่ไหน”

“กำลังจะกลับบ้านมีอะไรหรือเปล่า”

“มาหาเราก่อนได้ไหม มีเรื่องให้ช่วยหน่อย”

“โอมอยู่ที่ผับเหรอ” เพราะเสียงเพลงอึกทึกที่ลอดเข้ามาในโทรศัพท์ทำให้เธอลองเดาดู แต่เพราะน้ำเสียงร้อนใจปนหงุดหงิดของอีกฝ่ายทำให้เธอถามต่อโดยไม่รอให้อีกฝ่ายตอบ “มีอะไรหรือเปล่า”

“น้ำตาลมีปัญหากับพี่หมอน่ะ หนีมากินเหล้าตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ โทรหาเราพอเรามาถึงก็เจอนั่งดื่มเอาดื่มเอาร้องไห้ โวยวาย จะพากลับก็ไม่ยอมกลับ บอกถ้ารัตน์มาหาแล้วจะยอมกลับ”

“ปกติทะเลาะกันไม่เคยเป็นแบบนี้นี่”

“มันจับได้ว่าพี่หมอมีคนอื่น”

“พี่หมอเนี่ยนะ เรื่องเข้าใจผิดหรือเปล่า”

“ไม่น่าใช่นะ น้ำตาลมันเสียใจมากเลย”

“แล้วอยู่ผับไหน”

“นอนสต็อป”

พอรู้สถานที่รัตน์วลีก็กดวางสายก่อนจะพบว่ายลดาโทรมาหาตัวเองเกือบสิบสาย เป็นเพราะตอนทำงานเธอปิดเสียงไว้ แล้วพอไปโรงพยาบาลเธอก็ทิ้งกระเป๋าไว้ห่างตัวเลยไม่ได้ยินเสียงสั่นตอนมีสายโทรเข้า

 

“ไม่ต้องรอรัตน์นะคะ กลับก่อนได้เลย” พอถึงที่หมายรัตน์วลีก็บอกพร้อมพงศ์ ก่อนจะคว้ากระเป๋าขึ้นคล้องไหล่ แล้วเปิดประตู ก้าวลงจากรถทันที...

                “ลุงรอได้นะครับ เดี๋ยวให้นังทรายมันดูยายเอียดไปก่อนก็ได้” แต่คนที่ทำหน้าที่ขับรถให้ก็ยังเลื่อนกระจกลง แล้วตะโกนบอก ตั้งใจจะทำตามหน้าที่ของตนทั้งๆ ที่การดูแลคนเจ็บก็สำคัญเช่นกัน

“ไม่ต้องหรอกค่ะ ลุงไปเถอะต้องไปเอาของที่บ้านแล้วก็ต้องกลับไปโรงพยาบาลอีก ดึกเลย เดี๋ยวรัตน์ให้โอมไปส่งเอง” พอบอกพร้อมพงศ์เสร็จหญิงสาวก็เดินตรงไปที่ประตูทางเข้าผับอย่างร้อนใจ

เพราะภูศิลป์ส่งข้อความมาบอกตำแหน่งโต๊ะที่นั่งอยู่แล้ว พอยื่นบัตรประจำตัวประชาชนให้การ์ดหน้าผับเช็ค เธอก็เดินเข้าผ่านประตูเข้าไปพบกับแสงสีวิบวับ ส่ายไปมาจนตาลาย และเสียงเพลงดังกระหึ่มทันที

 เพราะวันพรุ่งนี้ไม่ใช่วันหยุด คนในผับจึงไม่เยอะมากนัก การหาโต๊ะที่ภูศิลป์กับยลดานั่งจึงไม่ใช่เรื่องยาก พอเข้าไปถึงโต๊ะภูศิลป์ก็ก้มลงกระซิบบอกคนข้างกาย ซึ่งจากใบหน้าที่หันมามองที่เธอ เดาได้ไม่ยากว่าภูศิลป์คงบอกว่าเธอมาถึงแล้ว

“ราตตตต”

เสียงลากยาวที่ฟังเกือบไม่ออกว่าอีกฝ่ายกำลังเรียกชื่อเธอ ดวงตาฉ่ำเยิ้มที่หันมองมา บอกได้ชัดเจนว่ายลดาดื่มไปมากเพียงใด

“กลับคอนโดกัน”

คำถามที่ถามออกไปไม่ได้รับการตอบรับใดๆ ทั้งสิ้น ยลดาทำเพียงจับคอขวดแล้วเทเหล้าลงในแก้วก่อนจะยกแก้วขึ้นแล้วเทของเหลวในนั้นลงคอรวดจนหมด

“ไหนว่าฉันมาแล้วจะยอมกลับไง มาแล้วเนี่ย กลับกัน”

รัตน์วลีตะโกนแข่งกับเสียงเพลง พร้อมกับเดินเข้าไปประคองเพื่อน แต่อีกฝ่ายกลับสะบัดออกแล้วรั้งเธอเข้ามาชิดโต๊ะทรงสูงที่ตัวเองนั่งอยู่แทน

“พอแล้ว”

 “มันมีคนอื่นว่ะ ทามได้ไงวะ สี่ปีที่คบกันมามันไม่มีความหมายเลยใช่ม้ายยย” ยลดาพรั่งพรูสิ่งที่อัดอั้นอยู่ในใจออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อแอยานคาง ทว่าอัดแน่นไปด้วยอารมณ์หลากหลาย ทั้งโกรธ เจ็บปวด และผิดหวัง

“กลับไปคุยกันที่คอนโดเถอะ”

“แม่ง สันดานผู้ชาย ความซื่อสัตย์แม่งไม่เคยมี”

น้ำตาที่ทะลักออกมาจากดวงตาที่กรีดไอไลน์เนอร์ฃไว้อย่างประณีต จนสีดำเริ่มซึมเลอะใต้ตา ทำให้รัตน์วลีเลิกเซ้าซี้ที่จะชวนอีกฝ่ายกลับบ้าน

ยลดาเป็นคนร่าเริง แจ่มใส คิดแต่ด้านบวก เป็นคนที่ไปที่ไหนก็นำพาเสียงหัวเราะไปที่นั้นด้วย ตั้งแต่คบกันมา ครั้งเดียวที่เธอเห็นเพื่อนรักร้องไห้ คือตอนที่ถูกพ่อตัดขาด อีกครั้งก็เป็นตอนนี้นี่แหละ เพื่อนคงทุกข์ใจมากจริงๆ น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าจึงไหลออกมาไม่หยุดแบบนี้ และเธอก็ทนไม่ไหวจนต้องคว้าตัวเพื่อนเข้ามากอดปลอบ

“อาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดก็ได้”

“ฉันเห็นกับตาตัวเองเลยนะ เห็นมันเอากันกับตาเลยในคอนโด บนเตียงที่ฉันเคยนอนกับมัน แล้วมันแก้ตัวว่าไงรู้ไหม อารมณ์พาไป สถานการณ์เป็นใจ  พาไป เป็นใจเหี้ยอะไร ไม่ได้รักมัน รักแค่กูคนเดียว กูไม่ใช่ควายนะโว้ยถึงจะมาหลอกกันแบบนี้” ยลดาตะโกนลั่น แต่เพราะเพลงในผับเสียงดังมาก เสียงนั้นจึงถูกกลบไปเกือบหมด

แต่เชื่อไหมเสียงนั้นเกือบจะไม่ได้ยินด้วยซ้ำ แต่มันกลับกระแทกใจเธอเต็มๆ และก้องซ้ำไปซ้ำมา ซ้อนทับกับเสียงทุ้มเรียบของคนที่บอกให้เธออยู่ห่างจากเขาไม่หยุด


ต่อ


          “โคตรจ็บเลยอะ ทำไงดีวะรัตน์ ทำยังไงถึงจะลืมมันได้วะ” ยลดาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูงซบหน้าลงกับไหล่ของเธอที่ยืนอยู่ข้างกายแล้วพร่ำเพ้อออกมาไม่หยุด

          “งั้นดื่ม เดี๋ยวฉันดื่มเป็นเพื่อน” รัตน์วลีดันตัวเพื่อนออกห่าง ลากเก้าอี้มาใกล้ แล้วขึ้นนั่งบนเก้าอี้ทรงสูง ก่อนจะคว้าแก้วเปล่ามาวางไว้ตรงหน้า เทเหล้าลงทั้งแก้วตัวเองและแก้วของเพื่อนอย่างละครึ่งแก้ว

          “รัตน์ ให้มาพามันกลับ ไม่ใช่ให้มาดื่มเป็นเพื่อนมัน”

          ภูศิลป์ที่ตอนแรกนั่งขนาบข้างยลดาคนละฝั่งกับเธอ ลุกเดินมายืนข้างกายแล้วพูดขึ้น เพื่อจะได้ไม่ต้องตะโกน

          “ดื่มเป็นเพื่อนมันนิดเดียว ไม่เป็นไรหรอก” พูดเสร็จเธอก็ยกแก้วขึ้นกระดกรวดเดียวหมด แอลกอฮอล์เพียวๆ ที่สัมผัสปลายลิ้นให้รสชาติข่มปร่าจนเธอต้องเบ้หน้า และเมื่อมันไหลลงคอความแสบร้อนก็ลามเลียลงไปจนถึงกระเพาะอาหาร ร่างกายของเธอรู้สึกแย่ แต่ความรู้สึกที่มันอัดแน่นแสนทรมานอยู่ในใจกลับเหมือนได้ถูกปลดปล่อย

           ตอนแรกที่มาที่นี่เธอก็นึกโมโหยลดาที่คิดจะใช้เหล้าลืมความทุกข์ แต่พอถูกคำพูดของอีกฝ่ายสะกิดใจ เธอก็เข้าใจอีกฝ่ายขึ้นมาทันทีว่าทำไมถึงอยากดื่ม แม้ว่าเหล้ามันไม่ได้ช่วยให้ลืมทุกอย่างได้ แต่มันก็ทำให้ลืมไปชั่วขณะ

          “เฮ้ย กระดกหมดแก้ว นิดเดียวตรงไหน เดี๋ยวก็เมาหรอก สองคนเราพากลับไม่ไหวนะ”

          “เพื่อนเฮิร์ตไง”

          “ทำเหมือนเฮิร์ตเองมากกว่า”

          “เพื่อนเสียใจก็เหมือน เราเสียใจ” รัตน์วลีว่าพลางเทเหล้าลงในแก้วอีก แล้วยื่นไปชนกับแก้วของยลดา “แกยังมีฉัน ฉันก็มีแก เจ็บแค่นี้ไม่ตายหรอก เดี๋ยวก็หาย”

          “ดื่มเลยเพื่อนร้าก วันนี้เราจะมาว...ปายด้วยกาน” เสียงอ้อแอดังขึ้น ก่อนที่ยลดาจะยกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด และเธอก็ยกขึ้นดื่มตามจนหมดแก้วเช่นกัน

          แก้วที่สองไม่ได้รู้สึกแย่เหมือนแก้วแรก แก้วที่สาม สี่ ก็ยิ่งคล่องคอเข้าไปใหญ่ แต่พอจะยกแก้วที่ห้าขึ้นดื่ม สายตาของเธอก็ไปปะทะกับใครบางคนที่เบนหน้ามาทางนี้เสียก่อน

          เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?เอริคนั่งหันข้างให้เธอซึ่งถ้าเขาไม่เบนหน้ามาทางนี้ เธอกับเขาก็คงไม่สบตากัน แต่มือของใครบางคน ที่เธอไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะร่างของเอริคบังเธออยู่ แต่ถึงอย่างนั้นก็พอมองออกว่าเป็นผู้หญิง ทำให้คำถามที่ผุดขึ้นในใจถูกปัดทิ้งไปทันควัน

          “ผู้ชายถ้าอยาก กับใครก็ได้ทั้งนั้นจริงๆ สินะ”

          “ช่ายยยยยย สารเลว”

          “เฮ้ย! ไม่ใช่ผู้ชายทุกคนนะ”

          สียงอ้อแอ้ที่ตะโกนอย่างโมโห และเสียงแย้งจากภูศิลป์ทำให้รัตน์วลีรู้ตัวว่าตัวเองพูดสิ่งที่คิดอยู่ในใจออกไปดังๆแต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไร หรือตอบใครกลับไปอีกนอกจากรินเหล้าแล้วยกขึ้นดื่ม แก้วแล้วแก้วเล่า จนไม่รู้ว่าเป็นแก้วที่เท่าไรแล้ว...

 

               “คิดถึงตอนสมัยยังเรียนอยู่จังเลยนะคะ แต่พอพูดแบบนี้แล้วรู้สึกว่าตัวเองแก่จัง” เสียงของคนข้างกายพูดขึ้นขณะยกแก้วขึ้นมาชนกับแก้วในมือของเขา

                ตอนที่เมริษาโทรมาชวนเที่ยวผับ เขาก็คิดจะปฏิเสธ แต่เพราะคิดว่าควรหาอะไรทำเพื่อไม่ให้ตัวเองงุ่นง่านอยู่คนเดียวในห้อง เขาจึงขับรถไปรับเธอเพื่อมาที่นี่

                นอนสต็อป... เป็นผับอีกแห่งหนึ่งที่เขามาบ่อยตอนสมัยยังเรียนมหาวิทยาลัย เรื่องดื่มเป็นเรื่องธรรมดาของเด็กวิศวะฯ และเพราะที่นี่อยู่ใกล้มหาวิทยาลัย อีกทั้งยังอยู่ใกล้คอนโดของแซค เรียนเสร็จ หาข้าวกิน เข้าผับ ขับรถไม่กี่กิโลเมตรก็ถึงที่พัก ที่นี่จึงถูกใช้บริการเป็นอันดับต้นๆ และแม้ว่าจะเรียนจบไปนานหลายปีแล้วที่แห่งนี้ยังเป็นที่ระลึกความทรงจำของเขา แซค และเมริษาอยู่บ่อยๆ ซึ่งหลังๆ ก็มีไรอันติดสอยห้อยตามมาด้วย ตามประสาคนชอบดื่ม กิน เที่ยว

          “มองอะไรคะเนี่ย”

          เสียงที่ดังอยู่ข้างหูทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่ายจนต้องเบือนหน้าหนีไปอีกทาง แต่สายตากลับสะดุดลงที่โต๊ะที่อยู่ห่างออกไป เพราะวันนี้คนที่มาเที่ยวในสถานที่สำหรับเมามายแห่งนี้ไม่ได้หนาแน่นมากนัก จึงไม่ยากที่เขาจะเห็นคนที่พยายามปัดออกจากห้วงความคิดภายใต้แสงไฟสลัวและวูบไหวไปมาจนเกือบเวียนหัวแบบนี้

          “ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่ได้?”

          แวบหนึ่งที่เขากับเธอประสานสายตากัน ทว่า...

          “ว่าอะไรนะคะ” ไม่ใช่เสียงที่พูดขึ้นที่ทำให้เขาต้องละสายตาจากนัยน์ตากลมโตที่จ้องสบประสาน แต่เป็นฝ่ามือนุ่มนิ่มที่ตะปบมาที่สองข้างแก้มแล้วออกแรงดันต่างหากที่ทำให้เขาต้องหันกลับไปมองเธอ

          เอริคเบี่ยงหน้าออกจากมือเล็ก ยกแก้วในมือขึ้นกระดก ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมากดโทรหาเพื่อนสนิทอีกคนที่ยังมาไม่ถึง เขารู้ดีว่ากำลังพยายามทำทุกอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองหันกลับไปมองเธอคนนั้น แต่ทว่าหลายครั้งที่เขาหันไปมองจุดนั้นตามที่หัวใจเรียกร้องโดยที่สมองที่อันชาญฉลาดก็ไม่สามารถห้ามได้

          แล้วทันทีที่แซคมาถึง ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันกับที่คนที่ดื่มแก้วแล้วแก้วเล่าเหมือนอยากจะเมาเต็มที่เซเข้าไปอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนของเธอ แต่ไม่ได้คิดกับเธอแค่เพื่อน เขาก็กระแทกแก้วที่เหลือแค่น้ำแข็งลงบนโต๊ะแล้วลุกขึ้นเต็มความสูงทันที

          “ฝากไปส่งเมญ่าด้วย”

          “เฮ้ย อะไรวะ ฉันเพิ่งมาถึง” แซคสบถอย่างงงๆ แต่คนที่เขาสบถใส่กลับไม่อยู่ตอบคำถามของเขาแล้ว

เมื่อน้องเท แต่พี่ไม่ยอมแล้วจะเป็นยังไงต่อไปน้า

ปล.ตอนนั้นจะมาอีกแล้ว เตรียมตัวเกาะติด รอนัดเวลากันน้า


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 154 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,083 ความคิดเห็น

  1. #834 กระต่ายน้อย (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 22:23
    เกลียดอิพี่อ่ะ
    #834
    0
  2. #783 amm amm (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 08:29
    พี่ทนไม่ไหวววว
    #783
    0
  3. #782 PaweenaPhakphum (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 07:06
    รออออออออ
    #782
    0
  4. #778 aemly (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 23:24
    จะเกิดอะไรขึ้นนะ
    #778
    0
  5. #777 CocoVivi (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 23:13
    อิพี่หวงขนาดนี้ ยอมรับสักทีเถอะ จะได้ไม่ทรมานนนนนนน
    #777
    0
  6. #776 kaekae2526 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 23:03
    รอจร้าา
    #776
    0
  7. #775 ya567 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 22:57
    555 มีคนหวงสาวด้วย สะใจๆๆๆค่ะ
    #775
    0
  8. #774 kanokradaparima (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 22:56
    ยอมรับหัวใจตัวเองได้แล้วค่ะพี่ ถ้าจะหวงน้องขนาดนั้น
    #774
    0
  9. #773 snowlala (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 22:45
    555แม้ๆตามมาเชียว
    #773
    0
  10. #772 Motyl (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 22:36
    หนูรัตน์เจออิพี่อีกแน่ๆๆ
    #772
    0
  11. #771 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 22:28
    ปากแข็งไม่ยอมรับแต่ใจหวงน้องสุดๆ
    #771
    0
  12. #770 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 21:37
    สู้ๆ กันสาวๆ
    #770
    0
  13. #769 รักการอ่าน (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 20:50
    ความมักง่ายของผู้ชายมันก็ตอบแบบนั้นแหละ

    จ้าหนูน้ำตาลอย่าไปแคร์หาใหม่สวยเลือกได้

    แต่หนูรัตน์นี่ซิ อิพี่จะออกมาตามป่าว หายออกมาบ้างก็ดี อิพี่จะได้รู้ใจตัวเอง ลุ้นต่อไปค่ะ
    #769
    0
  14. #767 ya567 (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 19:40
    สงสารน้ำตาล เฮ้อผู้ชายสารเลว เกลียดจริงๆๆๆ
    #767
    0
  15. #766 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 19:13
    สันดานผู้ชายจริงๆ สงสารอ่ะ(ด่าเฉพาะผู้ชายชั่วๆนะอินจัดค่า)ตามๆๆๆๆจะทำยังไงจะเกิดอะไรต่อจากนี้นะ
    #766
    0