บัญชารักจอมเถื่อน

ตอนที่ 32 : บทที่ 9 (2)... อัพเพิ่มมมมม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,807
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    4 มี.ค. 61

       

               “สร้างเสร็จ ก็ต้องตกแต่งภายในอยู่ดี คิดว่าในอนาคตคงทำแบบครบวงจรไปเลย ตอนนี้รัตน์ก็ทำบัญชีให้บริษัทไปก่อน เดี๋ยวเวลาไปเสนองานโอมจะลองพูดเรื่องรับออกแบบภายในด้วย ถ้าลูกค้าเจ้าไหนโอเค รัตน์ก็รับออกแบบไป”

            “แบบนี้ฉันก็ต้องได้เงินเดือนสองตำแหน่งสิ” รัตน์วลีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง

            “ไหนบอกว่าจะไปทำงานที่บริษัทไม่ใช่หรือไง” นัยน์ตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้ามทำให้เขาหงุดหงิดจนทนเงียบต่อไปไม่ไหว

            “แค่ไปฝึกงานตอนที่ยังไม่ได้งานหรอกค่ะ”

และพอได้ฟังคำตอบของหญิงสาวที่ทำให้นัยน์ตาคนตรงข้ามมีแววชัยชนะปรากฏ อารมณ์ก็ยิ่งคุกรุ่นจนแทบเก็บไว้ไม่อยู่ แต่ประโยคต่อมาของรัตน์วลีก็ทำให้เขาอารมณ์พลุ่งพล่านเบาบางลง

“รัตน์ขอลองสมัครงานเองดูก่อนนะโอม ถ้าหาไม่ได้จริงๆ จะขอให้โอมช่วย”

            แต่ความหงุดหงิดที่เกือบจะจางหายไปแล้ว ก็ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้งตอนที่รับประทานอาหารเสร็จแล้วและกำลังจะกลับเพราะคำถามที่เหมือนไม่จะกลับบ้านพร้อมเขาเต็มประดา

“พี่ลืมอะไรไว้ที่บ้านเหรอคะ ยังไงพรุ่งนี้รัตน์ต้องเข้าบริษัทอยู่ดี เดี๋ยวรัตน์เอาไปให้ก็ได้”

เพราะรู้ว่ากำลังจะหลุดจากการควบคุม เขาจึงคว้าหมวกกันน็อกมาสวมไว้เพื่อปิดบังสีหน้าเอาไว้ แทนที่จะให้รัตน์วลีใส่ไว้เหมือนตอนที่เดินทางมายังร้านส้มตำแห่งนี้

                “เดี๋ยวรัตน์ให้เพื่อนไปส่งก็ได้ อีกอย่างพี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาขับรถกลับไปกลับมาด้วย” คอนโดของภูศิลป์ก็อยู่คนละทางกับบ้านที่เธอต้องกลับ แต่เธอก็เลือกที่จะให้ไอ้หมอนั่นไปส่ง น่าหงุดหงิดชะมัด!

“พี่เอริคขับช้าหน่อยได้ไหมคะ” เสียงตะโกนที่ดังขึ้นปลุกเขาให้หลุดออกจากภวังค์ มือเล็กที่จิกเกร็งอยู่ตรงหน้าท้องทำให้รู้ว่าคนที่ซ้อนอยู่กำลังหวาดกลัวเพียงใด ทว่าเขายังไม่ทันได้ทำตามที่เธอขอ

“ถ้าพี่รีบ พี่จอดให้รัตน์ลงเถอะ เดี๋ยวรัตน์ให้โอมไปส่ง” เสียงตะโกนที่ดังขึ้นอีก ทำให้ทำให้ความหงุดหงิดที่ยังคั่งค้างอยู่ในใจทวีขึ้นอีก และเขาก็ระบายด้วยด้วยการบิดคันเร่งจนสุดไมล์

                แต่อยู่ๆ ฝนก็เทลงมากะทันหัน ท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยเมฆครึ้มดำทะมึนจนบรรยากาศรอบกายหม่นสลัว และฝนที่ตกหนักขึ้นเรื่อยๆ จนทัศนวิสัยในการขับรถย่ำแย่ทำให้เขาต้องชะลอความเร็วลง เพราะกลัวว่าจะเกิดอุบัติเหตุ

“ใส่ซะ” ชายหนุ่มถอดหมวกกันน็อกส่งให้คนที่แนบใบหน้ากับหลังของเขา แล้วตะโกนสั่งแข่งกับเสียงฝน ก่อนจะรูดซิปเสื้อหนังออกแล้วสั่งคนที่นั่งซ้อนท้ายอีกครั้งเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้ “เอามือใส่เข้ามาในเสื้อ”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

“เร็วๆ สิเดี๋ยวเฝือกเปียก ฉันขี้เกียจพาไปโรงพยาบาล มันเสียเวลา”

พอหญิงสาวยอมซุกมือข้างที่ใส่เฝือกไว้เข้ามาในเสื้อหนังราคาแพงที่สามารถกันน้ำได้ เขาก็หันกลับไปสนใจการบังคับรถต่อทันที

เพราะคิดว่าไหนๆ ก็เปียกแล้ว และการตากแดด เปียกฝน ก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนรักรถสองล้อจึงคิดจะขับให้ถึงบ้าน

ทว่า... ร่างบางที่สั่นระริกอย่างน่ากลัวอยู่ด้านหลัง เสียงฟันที่กระทบกันจนดึงกึกๆ ก็ทำให้เขาต้องเลี้ยวกลับไปยังโรงแรมที่เพิ่งขับผ่านมา

 

แม้ว่าความเร็วของรถจะไม่ได้น่าหวาดเสียวเหมือนก่อนหน้านี้แต่เพราะความหนาวเหน็บที่เกิดจากการหยาดฝนเย็นเฉียบที่เปียกโชกร่างเป็นเวลานานและสายลมจากการขับขี่ที่ปะทะร่างก็ทำให้เธอยังกอดเอาสอบไว้แน่นเพื่อขอไออุ่น

แล้วเมื่อรับรู้ถึงรถที่จอดสนิท และเสียงท่อรถที่เงียบลง รัตน์วลีก็ลืมตาขึ้น...

“ทะ...ทำ...กึก...ไม...ถึงมา...กึก ที่นี่คะ” เสียงของเธอออกมาอย่างยากลำบากเมื่อความหนาวทำให้ร่างกายสั่นไปทั้งตัว โดยเฉพาะคางที่สั่นระริกจนฟันกระทบกันดังกึกๆ อย่างน่ากลัว

คงเพราะความหนาวที่ทำให้สั่นสะท้านไปทั้งตัวจึงทำให้เวลาที่ซ้อนอยู่ท้ายมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ยาวนานกว่าที่เป็นจริง จนเธอคิดว่าตัวเองมาถึงบ้านแล้ว ทว่าสถานที่ที่รถจอดไม่ใช่ที่ที่เธอคิด

“ถ้าดันทุรังขับกลับบ้านเธอได้ตายก่อนพอดี” พอตอบเสร็จเสียงทุ้มก็สั่งเรียบๆ “เราจะอยู่นี่จนกว่าฝนจะหยุดตก”

“อ้อค่ะ”

“รู้แล้วก็ลงไปสิ”

                รัตน์วลีเกาะไหล่เขาไว้แล้วก้าวขาสั่นๆ ลงไปยื่นบนพื้น แต่เพราะร่างของเธอสั่นมากเกินไป ถึงได้เกือบพลาดตกมอเตอร์ไซค์ ซึ่งมันคงจะไม่ใช่แค่เกือบหากว่าเขาไม่เอื้อมมือมาคว้าแขนเธอไว้ก่อน

                พอร่างสั่นเทายืนได้อย่างมั่นคง มือหนาก็ถูกละออกไป เอริคเหวี่ยงขาลงไปยืนบนพื้น ยื่นมือไปหาร่างเล็กที่ตกใจจนเผลอถอยไปก้าวหนึ่ง แต่เขาก็ไม่สนใจร่างสูงก้าวตาม ก่อนจะยื่นมือไปถอดหมวกกันน็อกออกจากศีรษะเล็ก แล้วเอาไปแขวนไว้ที่แฮนด์รถ ก่อนจะเดินนำไปที่ประตู

                พอติดต่อห้องพักเสร็จ รัตน์วลีก็เดินตามร่างสูงตรงไปที่ลิฟต์ หยาดน้ำหยดตามพื้นที่ปูด้วยกระเบื้องเป็นทางยาวทำให้พื้นลื่น แม้จะเดินอย่างระมัดระวัง แต่เพราะต้องพยายามก้าวตามเขาให้ทัน สุดท้ายก็พลาด

“ว้าย!” หญิงสาวร้องออกมาขณะที่ร่างกำลังจะหงายหลัง แต่ก่อนที่เธอจะล้มลงไป  มือหนาก็คว้าแขนของเธอไว้เสียก่อน


ต่อ


“ขอบคุณค่ะ” รัตน์วลีบอกเขา ความร้อนจากมือหนาที่แตะผิวกายทำให้ความหนาวที่สุมอยู่ในร่างดีขึ้น แต่ความหนาวก็กลับมาอีกครั้งเมื่อมือหนาถูกเจ้าตัวดึงกลับไปทันทีที่เธอกับเขาเข้ามาอยู่ในลิฟต์แล้ว

รัตน์วลียกมือขึ้นกอดอก เธอเปียกไปทั้งตัว ยกเว้นศีรษะที่ชื้นเล็กน้อยเพราะสวมหมวกกันน็อกไว้ แต่ก็รู้สึกหนาวเข้ากระดูก และสั่นเหมือนเจ้าเข้า ในขณะที่เอริคเปียกซ่กไปทั้งตัว แต่เขากลับดูสบายๆ เหมือนไม่รู้สึกรู้สาอะไรสักอย่าง ชายหนุ่มเสยผมที่มีหยดน้ำหยดลงบนไหล่ขึ้นลวกๆ ก่อนจะหันมามองเธอ

                ทั้งๆ ที่ยังหนาวจนสั่นไม่หยุด ไม่สิ ยิ่งกว่าเก่าเสียอีกเมื่อร่างเปียกปะทะกับไอเย็นของเครื่องปรับอากาศ ทว่าใบหน้าของเธอกลับร้อนวูบวาบเมื่อถูกจับได้ว่าแอบมองเขาอยู่ รัตน์วลีรีบหลุบตาลงต่ำ ทว่าเสื้อหนังที่คลุมมาที่ร่างก็ทำให้เธอต้องช้อนตาขึ้นมองคนตัวสูงอีกครั้ง เสื้อยืดสีขาวเปียกน้ำโปร่งแสงและแนบเนื้อจนกล้ามเนื้อเป็นลอนแน่นที่ขยับเขยื้อนตามจังหวะการหายใจพุ่งเข้ากระแทกตาเธอเต็มๆ

ซึ่งถ้าเขาไม่เสียสละหมวกกันน็อกให้ ไม่รูดซิปออกเพื่อให้เธอเอามือที่เข้าเฝือกอยู่ซุกเข้าไป เขาก็คงไม่ต้องเปียกไปทั้งตัว และดวงตาของเขาก็คงไม่แดงก่ำเพราะถูกน้ำเข้าตาแบบนี้ด้วย

เพราะห่วงเหรอ? คำถามผุดขึ้นมาทันที ทว่า...

ไม่ใช่หรอก เขาก็เคยประกาศก้องไว้แล้วนี่! เขาก็แค่ไม่อยากเสียเวลาไปส่งเธอที่โรงพยาบาลอย่างที่เขาบอกเท่านั้น

แต่ถ้าเฝือกเปียกขึ้นมาจริงๆ เขาก็ไม่จำเป็นต้องเป็นคนพาเธอไปโรงพยาบาลก็ได้ หรือจะเป็นอย่างที่น้ากานต์บอก?

เป็นไปไม่ได้แน่นอน!’

แม้สมองจะปฏิเสธสิ่งที่ผุดขึ้นมาในใจ แต่หัวใจของเธอกลับเต้นแรงรัว มือเล็กที่ยกกอดอกไว้ กระชับแน่นอีกแต่ไม่ใช่เพราะต้องการคลายหนาว แต่เป็นเพราะต้องการประคองหัวใจที่เหมือนจะหลุดออกมานอกอก...

 

กลิ่นกุหลาบของครีมอาบน้ำลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศเมื่อรัตน์วลีเปิดประตูห้องน้ำออกมา หญิงสาวอยู่ในชุดคลุมผ้าฝ้ายสีขาวสะอาด ผมเปียกๆ ถูกห่อไว้ด้วยผ้าเช็ดตัว เพราะเกรงว่าคนที่ต้องใช้ห้องน้ำต่อจะรอนานเธอจึงถือไดร์เป่าผมติดมือออกมาจากห้องน้ำด้วย

ตึง!

แก้วเซรามิกสีขาวที่มีไอพวยพุ่งถูกวางไว้ตรงโต๊ะเตี้ยๆ ที่ทำจากไม้โอ๊คแดงที่ตั้งอยู่หน้าโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มโดยไร้คำพูดใดๆ พอวางเสร็จร่างสูงก็หายลับเข้าไปในห้องน้ำ แม้ไม่มีคำพูดใดๆ แต่ก็ทำให้หัวใจของเธอเต้นด้วยจังหวะที่แปลกไปได้อยู่ดี

หลังจากหาปลั๊กเจอ และพบว่ามันอยู่ใกล้ๆ โซฟา เธอก็เดินไปทรุดกายลงนั่ง จิบน้ำอุ่น สลับกับเป่าผมด้วยไดร์ที่หยิบติดมือมา พอผมของเธอแห้งสนิทร่างสูงก็ออกมาจากห้องน้ำ เขาอยู่ในชุดคลุมไม่ต่างจากเธอ ชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งอีกมุมหนึ่งของโซฟาตัวยาวที่เธอนั่งอยู่

“เป่าผมไหมคะ” เพราะอยากทำลายความเงียบที่ครอบคลุมบรรยากาศเสียงหวานจึงพูดขึ้น

“ขี้เกียจ”

“ปล่อยผมเปียกแบบนั้นเดี๋ยวไม่สบายนะ”

“ถ้ากลัวว่าจะป่วย ก็ทำให้สิ”

นัยน์ตากลมโตกระพริบมองเขาด้วยแววตาแปลกใจแบบนั้น แต่กลับตกใจกับคำตอบของตัวเองมากกว่า...

“มานั่งตรงนี้สิคะ” รัตน์วลีลุกขึ้นเต็มความสูง ขยับกายไปอยู่ข้างโซฟา เพื่อให้เขามานั่งแทนที่ตัวเองซึ่งอยู่ชิดกับที่เท้าแขนฝั่งหนึ่งของโซฟา เพราะสายไดร์เป่าผมมันยาวไม่ถึงตำแหน่งที่เขานั่งอยู่

นานนับนาทีที่ร่างสูงนั่งนิ่งไม่ขยับ ไม่มีคำตอบออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป ตัวเธอเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี หนึ่งนาทีนั้นจึงตกอยู่ในความเงียบ... ความเงียบงันที่ชวนให้อึดอัด และทำให้หัวใจรู้สึกจี๊ดๆ อย่างไม่มีสาเหตุ

ทว่าท้ายที่สุดความเงียบก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงสวบสาบของผ้าฝ้ายที่เสียดสีเบาะหนังน้ำตาลเข้มเมื่อร่างสูงขยับกายมานั่งในตำแหน่งที่เธอเพิ่งลุกขึ้น


อีกสองตอนถึงตอนที่ลงนานไม่ได้ (เพราะคงได้รับกระเซ้าแน่นอน) ติดตามกันติดขอบนะคะ



ประกาศผลการเล่นเกม ตอนที่ 8(2)

ภาพที่ได้รับผลโหวตมากที่สุดคือภาพที่ 2 เจ้าของภาพคือ คุณ กรรณิกา กัลยาณพันธ์ 

ของรางวัลที่ได้รับคือ โคมไฟเมฆ (ตามรูปด้านล่าง)

   


เจ้าของภาพที่ 1 คือ... คุณ Piyathida Preecha
เจ้าของภาพที่ 3 คือ... คุณ Pim Suttida 
ของรางวัลที่ได้คือกระเป๋า ตามรูปด้านล่าง (ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือลายนะคะ)
 
นักอ่านที่ได้รับรางวัลจากการร่วมโหวต ตามท่าน คือ
          1. คอมเม้นต์ที่ 564 คุณ Narisara Nokkaew
          2. คอมเม้นต์ที่ 549 คุณ tankyo
          3.คอมเม้นต์ที่ 547 คุณ  mewmew8361 
   ของรางวัลที่ได้คือกระเป๋า ตามรูปด้านล่าง (ขอสงวนสิทธิ์ในการเลือลายนะคะ)          

นักอ่านที่ได้รับรางวัล ส่งชื่อที่อยู่ให้เหมยได้ที่...  
          1. facebook (สุนิตย์ เหมย) 
          2. fan page (สุนิตย์/ดอกเหมย)
          3. เมล์ (mhoey_writer@hotmail.com) 

ฝากนิยายอีกเรื่องด้วยค่ะ

เล่ห์ร้ายร่ายรัก

(ฉบับปรับปรุง)


คลิกไปที่หน้านิยายได้ที่รูป


 

เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทำให้ พีชยา เจอกับผู้ชายที่เธอการันตรีสรรพคุณไว้เสร็จสรรพว่า ไร้มารยาท งี่เง่า เอาแต่ใจ และลามกเป็นที่สุดอย่าง แมทธิว เคนตัน เขาทำให้เธอไปสัมภาษณ์งานกับบริษัทในฝันไม่ทัน แถมยังลากเธอขึ้นรถแล้วก็ขโมยจูบแรกของเธอไปอย่างหน้าไม่อาย เรื่องมันคงจะจบแค่นั้นถ้าเขาจะไม่ตามมาจนถึงบ้าน แล้วยื่นข้อเสนอให้เธอไปเป็นผู้หญิงของเขา!

          แค่เพียงจุมพิตเดียวก็ทำให้นักธุรกิจที่คิดถึงแต่ผลกำไรอย่างแมทธิวยอมขาดทุนย่อยยับ เพื่อให้ได้ครอบครองเรือนร่างงดงามนั้นสักครั้ง ขนาดเธอทั้งพยศ ทั้งวิ่งหนี แต่เขาก็ยังต้องการให้เธอมาเป็นผู้หญิงของเขา และยิ่งนานวันก็ยิ่งหลงใหลเธอมากขึ้น ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่ร่างกายอีกแล้ว หากแต่เป็นทั้งหมดที่หลอมรวมเป็นผู้หญิงที่ชื่อว่า ‘พีชยา เตชะสกุล
 

 “ต่อไปก็อย่าหาเรื่องอีกล่ะ เพราะครั้งต่อไปเธอคงไม่มีพรหมจรรย์ไว้พิสูจน์ความบริสุทธิ์อีกแล้ว” คำพูดร้ายกาจที่หลุดออกมาด้วยความโมโหทำให้คนพูดแทบอยากชกหน้าตัวเองแรงๆสักทีสองที ยิ่งเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและตัดพ้อทำให้ชายหนุ่มอยากตัดลิ้นชั่วๆของเขาทิ้งเสียเดี๋ยวนั้น

มือหนายกขึ้นทึ้งผมตัวเองอย่างหงุดหงิด นี้เขากำลังจะเป็นบ้าเพราะผู้หญิงตัวเล็กๆคนเดียว ทุกครั้งที่เห็นเธอพูดหรือยิ้มให้ผู้ชายคนอื่น เขาก็แทบคลั่ง ทีกับเขาแทนที่จะออดอ้อน ทำตัวให้เขารัก เธอกลับทั้งดื้อ ทั้งรั้น ทั้งพยศ จนเขาอดโมโหไม่ได้

       “จะไปไหน” เสียงห้วนเอ่ย ร่างหนาใช้ความว่องไวกระโจนที่เดียวคว้าร่างในผ้าห่มไว้ กักขังร่างเล็กไว้ในอ้อมแขนแข็งแกร่ง

        ริมฝีปากได้รูปฉกลงบนริมฝีปากเรื่อดูดซับชกชิมความหวานฉ่ำถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายต่อต้านและขัดขืนเพียงใด แต่นาทีนี้ต่อให้ฟ้าถล่มดินทะลายลงตรงหน้า ก็อย่าหวังว่าเขาจะปล่อยให้หญิงสาวหลุดรอดจากอ้อมแขนไปได้ มือหนากระชากผ้าห่มผืนใหญ่ออกจากร่างระหง ลูบไล้ไปทั่วผิวกายเนียนนุ่มดุจแพรไหมส่งความร้อนจากฝ่ามือให้ลามเลียไปทั่วร่างเล็กสมส่วน มอมเมาหญิงสาวให้หลงอยู่ในวงวนพิศวาสของตัวเอง

ตอนนี้เขาไม่รับรู้อะไรทั้ง สิ้น รู้เพียงแต่ว่าเธอเป็นของเขา ของเขาคนเดียวเท่านั้น

นี่พรหมจรรย์ของเธอมีค่าแค่เพียงใช้พิสูจน์ ว่าเธอบริสุทธิ์ไม่ได้มั่วผู้ชายอย่างที่เขาคิดสินะ ริมฝีปากสีเรื่อยกขึ้นอย่างขมขืน ความรวดร้าวแล่นกระจายไปทั่วทั้งหัวใจแล้วค่อยๆลามไปจนทั่วร่างกาย หยดน้ำใสๆหยดลงมาจนต้องยกมือขึ้นเช็ดลวกๆ เธอไม่อยากให้เขาเห็นความอ่อนแอของตัวเอง

          พีชยากระเสือกกระสนลงจากเตียง ร่างเล็กดูต้วมเตี้ยมเดินลากผ้าห่มผืนใหญ่ มือบางยึดผ้าห่มไว้แน่น จุดหมายคือทางออกเดียวของห้องนอน

          “กรี๊ด!!!” หญิงสาวกรีดร้องลั่น เมื่ออยู่ดีๆ คนที่นอนอยู่บนเตียงก็ถลันเข้ามาอย่างรวดเร็วจนเธอตั้งตัวไม่ทัน ร่างเล็กถูกดึงให้ล่มลงบนเตียงทาบทับด้วยร่างหนาหนักอึ้ง ดวงตาสองคู่มองสบกันอย่างถอนสายตาไม่ได้

ซีรีย์ชุด... สุภาพบุรุษเล่ห์รัก มี 2 เรื่องค่ะ

         อันดับที่ 1 เรื่อง เล่ห์ร้ายร่ายรัก (แมทธิว+พีชชา)

         อันดับที่ 2 เรื่อง เล่ห์ร้ายลวงใจ (ฌอน+ศศิพัชร์)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,083 ความคิดเห็น

  1. #632 dokao (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 11:30
    รอเลยคร้าาาา
    #632
    0
  2. #631 aemly (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 22:31
    อดรางวัลลลลลล
    #631
    0
  3. #629 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 19:37
    บรรยากาศพาฟินอีกแลัว
    #629
    0
  4. #628 sylphspy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 14:43
    อิอิ อีกสามตอน
    #628
    0
  5. #627 กระต่ายน้อย (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 13:13
    หุหุห้ามพลาดจะไปจ่อขอบเตียงกันเลยทีเดียว
    #627
    0
  6. #626 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 10:11
    ไกล้ถึงตอนฟินๆๆๆ
    #626
    0
  7. #625 K5599 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 23:28
    ยิดดีดว้ยนะค่ะ
    #625
    0
  8. #623 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 20:47
    สงสัยพาเข้าห้องพี่
    #623
    0