บัญชารักจอมเถื่อน

ตอนที่ 31 : บทที่ 9 ใจเต้นแรง (1) อัพเพิ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,606
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 134 ครั้ง
    4 มี.ค. 61

ขยายเวลาจองหนังสือ


    - หนังสือพร้อมจัดส่ง วันที่ 9 มีนาคม 2561

      - เลื่อนวันโอนไปจนถึงวันที่ 6 มีนาคมค่ะ (ซึ่งใครโอนหลังวันที่ 2 หนังสือจะมีจำนวนจำกัดนะคะ ถ้าหนังสือหมดก่อนเหมยขอปิดโอนก่อนนะคะ)
     ใครสนใจจอง ทักมาขอบัญชีที่ facebook (สุนิตย์ เหมย) , fan page (สุนิตย์/ดอกเหมย), หรือเมล์ (mhoey_writer@hotmail.com) ได้เลยค่ะ

         
                                 กระเป๋าของที่ระลึกมาแล้วนะคะ (เฉพาะนักอ่านที่สั่งกับเหมยเท่านั้น)
ไม่ใช่ใบเล็กน้า ใบใหญ่มากประมาณครึ่งเอสี่ น่ารักน่าใช้มากมาย
ใครไม่ได้จองรีบเลยนะคะ


            ห้องพักฟื้นพิเศษกว้างขวางและหรูหราดูแคบไปถนัดเมื่อคนเกือบสิบคนแอดแน่นกันอยู่ในห้อง ป้าละเอียดนอนอยู่บนเตียงสีขาวสะอาด ล้อมรอบเตียงด้วยร่างสูงกำยำของภูศิลป์ ร่างสูงเพรียวระหงราวกับนางแบบของยลดา ร่างเล็กๆ ของเธอกับปาลิตาผู้เป็นหลานสาว พร้อมพงศ์นั่งอยู่บนเก้าอี้ห่างออกไป ในขณะที่โซฟาตัวยาวถูกจับจองด้วยร่างสูงใหญ่ของคนที่เธอไม่คิดว่าจะพบเขาที่นี่

                วันนี้เธอตื่นแต่เช้า พอตื่นเธอก็เอาเสื้อผ้าลงเครื่องซึ่งปกติเป็นหน้าที่ของปาลิตา แต่เพราะหญิงสาวย้ายออกไปอยู่หอพัก เธอจึงทำด้วยตัวเองเพื่อแบ่งเบาภาระของป้าละเอียดก่อนที่จะหาคนงานใหม่มาแทนปาลิตาได้ พอออกมาตากผ้าก็พบว่าบิ๊กไบท์ สีดำเลื่อมคันยักษ์ไม่ได้อยู่ในที่จอดรถแล้ว

                ถ้าให้เธอให้นิยามกับความเป็นเขา เธอคงบอกได้คำเดียวว่าผู้ชายอันตรายที่ชื่นชอบอันตราย เอริคมีรถอยู่หลายคันไม่ว่าจะเป็นเฟอร์รารี่ มัสแตง โรลส์รอยซ์ จากัวร์ แลมโบกินี ปอร์เช่ และอีกหลายคันที่เธอจำชื่อไม่ได้ ทว่าคันที่เขาชื่นชอบที่สุดกลับเป็นรถสองล้อ เร็ว แรง สง่างาม แต่อันตรายสุดๆ ในความคิดของเธอ รู้ว่ามันช่วยได้ในช่วงเวลาเร่งด่วน แต่มันก็ยังอันตรายอยู่ดี แต่เพราะช่วงนี้ฝนตกบ่อยเขาจึงไม่ค่อยเอารถคันโปรดไปทำงาน แต่ถ้าเป็นวันหยุด หรือตอนเย็นเวลาออกไปเที่ยว ยานพาหนะสองล้อมักถูกเลือกเป็นอันดับหนึ่งเสมอ

                อยู่บ้านหลังเดียวกัน ตื่นมาเธอไม่เจอเขา แต่พอมาถึงโรงพยาบาลเธอก็พบว่าเขาอยู่ในห้องพักฟื้นของป้าละเอียดก่อนแล้ว

วันนี้ชายหนุ่มอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวพอดีตัว กางเกงยีนสีเข้ม สวมทับด้วยเสื้อหนังสีดำ ผมสีน้ำตาลยุ่งยีคงเป็นเพราะใส่หมวกกันน็อก แต่กลับส่งผลให้เขาดูดี แล้วก็ดูแบดฯ สุดๆ ไปเลย

“ป้าเอียดขา น้ำตาลกลับก่อนนะคะ หายเร็วๆ น้า”

เสียงหวานหยดของยลดาดึงเธอให้หลุดออกจากภวังค์ความคิด บ้าจริง! ทำไมช่วงหลังมานี่เธอถึงได้คิดกับเขาแบบนี้ตลอดเลยนะ

                “ขอบคุณนะคะคุณหนูน้ำตาล” คำว่าคุณหนูที่บ่งบอกถึงความเป็นผู้หญิงทำให้ยลดายิ้มจนแก้มแทบปริ

                “หายเร็วๆ นะครับป้า”

                “ขอบคุณนะคะคุณโอม”

                “รัตน์กลับพร้อมกันเลยไหม เดี๋ยวเราแวะไปส่งก่อน”

                “กลับพร้อมกันเลยสิ ฉันก็จะกลับแล้วเหมือนกัน”

เสียงของคนที่ทำตัวเงียบเชียบราวกับเป็นใบ้ เพราะตั้งแต่เธอเข้ามาในห้องนี้ยังไม่ได้ยินเสียงเขาเลยสักเอะ ทำให้ริมฝีปากที่อ้าขึ้นเพื่อตอบภูศิลป์หุบลงฉับลง ก่อนจะอ้าขึ้นใหม่เพื่อตอบคำถามเขา

                “รัตน์นัดน้ำตาลว่าจะไปกินส้มตำกันก่อนกลับน่ะค่ะ” คงเพราะภูศิลป์ไม่รู้เรื่องนัดระหว่างเธอกับยลดาก่อนหน้านี้เขาถึงได้ถามแบบนั้นออกมา

                “กินส้มตำอะไร ทำไมเราไม่เห็นรู้เรื่อง”

                “ก็เพราะรู้ว่าถ้ารัตน์ไป ยังไงนายก็ไปอยู่ดีไง ก็เลยไม่บอกก่อน” ยลดาว่าพลางยักคิ้วให้ภูศิลป์อย่างกวนๆ ก่อนจะหันไปถามชายหนุ่มอีกคน “พี่เอริคไปด้วยกันไหมคะ”

                “ไปสิ เดี๋ยวพี่เลี้ยงเอง”

                คำถามของยลดาทำให้เธอประหลาดใจจนต้องหันไปมองเพื่อนรัก ยลดาเป็นคนที่มนุษยสัมพันธ์ดีมากคนหนึ่ง เข้าได้กับทุกคน และไม่เคยเกรงกลัวใคร เสียงแจ้วๆ ในห้องนี้ส่วนมาก็เป็นเสียงของเธอ แต่กับเอริค ทั้งๆ ที่เขาแค่นั่งนิ่งๆ เงียบเชียบ และแทบไม่แสดงความรู้สึกใดๆ ออกมา ยลดากลับบอกว่าน่ากลัว

แต่ถ้าคำถามของยลดาทำให้เธอประหลาดใจ คำตอบของเอริคที่ต่างจากที่เธอคิดไว้มากโขก็ทำให้เธออึ้งไปเกือบครึ่งนาที  ถ้าไม่นับภูศิลป์ หลายครั้งที่เอริคได้เจอเพื่อนในกลุ่มของเธอ แต่เชื่อไหมขนาดเพื่อนเธอไหว้เขายังแทบไม่มองด้วยซ้ำแต่วันนี้กลับตอบรับคำชวนของยลดา

                “หล่อ เท่แถมยังใจดี ได้ใจน้ำตาลไปเต็มๆ เลยค่า”

                และดูเหมือนคำตอบของเขาจะทำให้ยลดาเลิกคิดว่าเอริคน่ากลัวไปทันควัน เพื่อนสาวทำหน้าปลื้มสุดๆ แถมยังยิ้มกว้างจนแทบปากจะฉีกส่งไปให้เอริคที่ยังคงมีสีหน้านิ่งสนิทไม่บ่งบอกว่าเขารู้สึกยังไงหรือคิดอะไรอยู่



ต่อ 


                                                                                                                                   

               “พี่ลืมอะไรไว้ที่บ้านเหรอคะ ยังไงพรุ่งนี้รัตน์ต้องเข้าบริษัทอยู่ดี เดี๋ยวรัตน์เอาไปให้ก็ได้”

            ชายหนุ่มสวมหมวกกันน็อกลงศีรษะหลังจากรูดซิปเสื้อหนังขึ้นจนถึงคอ ร่างสูงเหวี่ยงขาขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์คันโต แล้วสตาร์ทรถทันทีโดยไม่ตอบคำถามของเธอ

                “เดี๋ยวรัตน์ให้เพื่อนไปส่งก็ได้ อีกอย่างพี่จะได้ไม่ต้องเสียเวลาขับรถกลับไปกลับมาด้วย”

                “ขึ้นรถ”

                “...”

                บรื้นนนน บรื้นนนนนนนนน

                พอเธอไม่ยอมทำตามที่เขาบอก เสียงท่อรถก็ดังสนั่นไปทั่วบริเวณเมื่อมือหนาบิดคันเร่งทั้งๆ ที่ยังไม่ใส่เกียร์ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเขาจงใจจะกวนประสาท แต่คงเป็นเพราะอาการปวดหัวตุบๆ แถมยังปวดเมื่อยไปทั้งตัวทำให้เธอไม่อยากโต้เถียงกับเขา

                รัตน์วลีปีนขึ้นไปนั่งรถคันยักษ์อย่างทุลักทุเล อันที่จริงเสื้อยืดสีเทา กางเกงยีนขาเต่อสีซีด กับรองเท้าผ้าใบสีขาว เหมาะกับการซ้อนมอเตอร์ไซค์ใช่ได้ดีเดียว ทว่าแขนข้างที่ใส่เฝือก กับขนาดของรถก็ทำให้ทุกอย่างยากลำบากขึ้น ซึ่งความจริงขนาดมันก็ดูไม่ใหญ่มากนักเมื่อเทียบกับร่างกำยำของเอริค แต่มันกลับดูใหญ่โตมากเมื่อเทียบกับผู้หญิงตัวกระจ้อยร่อยอย่างเธอ

                กึก!

                “น้ำตาล โอม ไปนะ” ขณะที่เธอกำลังพูดกับเพื่อนและโบกมือให้คนทั้งสอง เสียงใส่เกียร์ก็ดังขึ้น              

                “โทรหาด้วย”

                บรื้นนนนนน

                “โอเค เดี๋ยวถึงแล้ว...ว้าย!!!” ตอบภูศิลป์ไม่ทันจบรัตน์วลีก็ต้องร้องเสียงหลง มือเล็กรีบคว้าเอวสอบของคนตรงหน้าเอาไว้แน่นเมื่อรถสองล้อพุ่งไปข้างหน้าเต็มประสิทธิภาพความเร็วจนเธอเกือบหงายหลัง

                แม้อยากจะปล่อยมือจากเอวสอบแต่เธอก็กลัวเกินกว่าจะทำอย่างนั้น เพราะยิ่งออกมายังถนนใหญ่เอริคก็ยิ่งเร่งเครื่องเร็วขึ้นอีก

            “พี่เอริคขับช้าหน่อยได้ไหมคะ” รัตน์วลีตะโกนเข่งกับเสียงบิดคั่นแร่ง แต่เขาไม่ได้ตอบอะไรกลับมา

“ถ้าพี่รีบ พี่จอดให้รัตน์ลงเถอะ เดี๋ยวรัตน์ให้โอมไปส่ง” เพราะคิดว่าเขาไม่ได้ยินรัตน์วลีจึงตะโกนด้วยเสียงที่ดังขึ้นกว่าเก่า ทว่าความเร็วที่ถูกเร่งขึ้นอีกก็ทำให้เธอรู้ว่าเขาได้ยินที่เธอพูด แต่ตั้งใจจะแกล้ง

ลมที่ตีกระทบทำให้ผิวเริ่มแสบไปหมดจนต้องซุกหน้าลงกับแผ่นหลังกว้าง เธอไม่ใช่คนกลัวความเร็ว แต่เร็วขนาดนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน ยิ่งตอนเขาเร่งเครื่อง ปาดซ้าย ปาดขวา ปาดหน้าสิบล้อ บางทีก็แทรกเข้าไปอยู่ระหว่างกลางรถยนต์สองคัน เธอแทบหัวใจจะวาย อยากจะทุบหลังเขาใจแทบขาดแต่ด้วยแขนที่ใช้ได้เพียงข้างเดียวก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากกอดเอวสอบแน่นขึ้น เพราะยิ่งเธอบอกให้เขาขับช้าลงรถก็ยิ่งแล่นเร็วขึ้น ยิ่งเธอบอกให้เขาจอดเขาก็ยิ่งปาดหน้ารถเป็นว่าเล่น

                ให้ตายเถอะ! สาบานได้ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอจะซ้อนมอเตอร์ไซค์ที่ผู้ชายคนนี้เป็นคนขับ

                               

“ไม่น่าเชื่อเลยว่าพี่เอริคจะกินอาหารแบบนี้ได้ด้วย” ยลดาพูดขึ้นหลังจากส้มตำปูปลาร้า ตำไทยไข่เค็ม ตำข้าวโพด ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ลาบหมู ตับหวาน และต้มแซ่บกระดูหมูถูกจัดการจนเกลี้ยง คงเป็นเพราะหน้าตาที่บ่งบอกถึงความเป็นยุโรปของเขาที่ทำให้คนที่ไม่รู้จักมักคุ้นคิดแบบนั้น เพราะความที่อยู่เมืองไทยมาตั้งแต่เด็ก เรียนที่ไทยตั้งแต่มัธยม ปริญญาตรีก็ยังเรียนที่นี้ ทำให้เขาคุ้นเคยกับอาหารไทยเป็นอย่างดี

                “กินประจำ” คำตอบสั้นๆ ของเขาทำให้คนช่างเจรจาไม่รู้จะต่อความยังไง ขนาดคนสนิทยังมีน้อยครั้งที่เขาจะพูดมาก ยิ่งคนที่เพิ่งรู้จักด้วยแล้วแค่นี้ก็มากเกินไปแล้ว

                “พรุ่งนี้เริ่มงานวันแรกแล้วอะ คงไม่ได้มากินแบบนี้อีกนาน โอ้ย! ตื่นเต้นๆ” แต่คนที่ไปไม่เป็นอยู่ครู่หนึ่งก็หาเรื่องมาพูดจนได้

            “อิจฉาว่ะ” รัตน์วลีพูดขึ้น

            “มาอิจฉาอะไรฉัน”

            “ก็พวกแกหางานกันได้หมดแล้ว แต่ฉันนี่สิยังตกงานอยู่เลย”

            “ตลก”

ยลดาว่า น้ำเสียงของอีกฝ่ายทั้งแปลกใจ ทั้งไม่เชื่อ ในขณะรัตน์วลีถอนหายใจก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ไม่ตลก”

            “จริงดิ ฉันนึกว่าที่แกไม่พูดถึงเรื่องงาน เพราะกลัวว่าฉันจะเครียดเพราะเป็นคนเดียวที่ยังหางานไม่ได้เสียอีก”

            “จะโกหกให้ได้อะไรขึ้นมา”

            “แปลกว่ะ” น้ำตาลพูดขึ้นด้วยสีหน้าแปลกใจที่ไม่ได้เสแสร้ง

            “แปลกจริงด้วย อย่างรัตน์หางานไม่ได้แล้วน้ำตาลได้งานได้ไง” ภูศิลป์พูดขึ้นบ้าง

            “ไม่รู้เหมือนกันว่าเราทำอะไรพลาด แทบไม่มีบริษัทเรียกไปสัมภาษณ์เลย ถึงเรียกไปก็ถูกปฏิเสธ”

            “งั้นมาสมัครบริษัทเราไหม”

            “ตั้งแต่เปิดบริษัทมางานยังหาไม่ได้สักงาน ยังกล้าชวนนะ”  ยลดาแซวเพื่อนด้วยน้ำเสียงกึ่งหยอกเย้ากึ่งประชด

            “ใครว่า มีงานเข้าแล้วต่างหาก พร้อมกันสองงานเลยด้วย”

            “บริษัทที่โอมหุ้นกับเพื่อนน่ะเหรอ”

            “อืม”

            “เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างไม่ใช่หรือไง รัตน์เรียนมัณฑนากรมานะ ไม่ได้เรียนสถาปนิก”

            “สร้างเสร็จ ก็ต้องตกแต่งภายนอยู่ดี คิดว่าในอนาคตคงทำแบบครบวงจรไปเลย ตอนนี้รัตน์ก็ทำบัญชีให้บริษัทไปก่อน เดี๋ยวเวลาไปเสนองานโอมจะลองพูดเรื่องรับออกแบบภายในด้วย ถ้าลูกค้าเจ้าไหนโอเค รัตน์ก็รับออกแบบไป”

            “แบบนี้รัตน์ก็ต้องได้เงินเดือนสองตำแหน่งสิ” รัตน์วลีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง

 


พี่เป็นคนน่ารักมาก จริงๆ นะ

ถามน้ำตาลได้ อิอิ


ปล. สำหรับเกม เดี๋ยวพรุ่งนี้เหมยมาประกาศชื่อผู้โชคดีนะคะ วันนี้ขอเคลียร์ยอดหนังสือก่อน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 134 ครั้ง

1,083 ความคิดเห็น

  1. #630 aemly (@aemly) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 22:27
    พี่จะยอมมหรอ????
    #630
    0
  2. #624 K5599 (@K5599) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 23:25
    พี่คงไม่ยอมให้ไปทำงานที่แน่ๆ
    #624
    0
  3. #622 รักการอ่าน (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 15:55
    อิพี่จะยอมให้ไปทำงานกับโอมหราาาา ขนาดมากินส้มตำ อิพี่ก็ยังเสนอตัวเป็นเจ้ามือเลี้ยงเองเลย
    #622
    0
  4. #621 dokao (@dokao) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 12:15
    อิพี่คงยอมหั้ยปัยหลอกนะ
    #621
    0
  5. #620 Paiky Klongluang (@paiky2557) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 12:04
    พี่มึนได้ใจ
    #620
    0
  6. #619 dokao (@dokao) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 07:57
    มาแบบมึนๆเลยนะอิพี่
    #619
    0
  7. #618 Jira Jira (@Jirapornpp) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 23:09
    รอรอรอค่ะ
    #618
    0
  8. #616 Chaton La Fille (@manlika-queen) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 20:24
    🙊🙊🙊😃😃😃
    #616
    0
  9. #615 aphinya24 (@aphinya24) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 18:50
    Ebookอีกนานไหมอ่ะ
    #615
    0
  10. #614 Chaton La Fille (@manlika-queen) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 18:49
    🙊🙊🙊😃😃😃
    #614
    0
  11. #613 Paiky Klongluang (@paiky2557) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 17:43
    จ้า..พี่แสนดีจริงๆ นี่นา
    #613
    0