บัญชารักจอมเถื่อน

ตอนที่ 18 : บทที่ 5 (3)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,149
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    27 ก.พ. 61

“แล้วเหตุผลอะไรล่ะ ลองพูดมาสิ เผื่อฉันจะเชื่อ”

“ก็...” เพียงคำเดียวที่หลุดออกมาจากริมฝีปากเธอก็ต้องเม้มกลีบปากไว้แน่น เพราะเธอเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเหตุผลนั้นคืออะไร

“ก็เพราะน้าเธอเป็นจอมเสแสร้งไง คงเป็นเพราะเงินที่พ่อฉันให้มันไม่พอล่ะมั้ง ถึงหาทางหาเพิ่ม อย่างว่าล่ะ คนเรามักไม่เคยพอ ได้มากอยู่แล้วแต่ก็ยังอยากจะได้มากขึ้นเรื่อยๆ”

“ไม่มีทาง น้ากานต์ไม่ใช่คนอย่างนั้น” ไม่รู้ว่าจากการโต้เถียงกันเรื่องข้อมือของเธอ กลายเป็นเรื่องเมื่อคืนได้ยังไง รู้ว่าน้าตัวเองผิด แต่เธอก็ยังเชื่อว่าท่านต้องมีเหตุผลอะไรสักอย่างเป็นแน่

“สิ่งที่น้าเธอทำเมื่อคืน เพราะน้าเธอเป็นคนดีงั้นสิ”

รัตน์วลีกัดริมฝีปากของตัวเองไว้แน่น ครั้งนี้เป็นครั้งแรกจริงๆ ที่เธอเถียงเขาเต็มปากเต็มคำไม่ได้ อีกทั้งยังหาเหตุผลมาแก้ต่างไม่ได้

“ถ้าพี่ด่าพอแล้วขอตัวนะคะ” หญิงสาวพูดขึ้นก่อนจะใช้มือข้างซ้ายปลดล็อคประตู แต่ทันทีที่เธอผลักมันให้เปิดออกมือหนาก็เอื้อมมือมาดึงให้มันกระแทกปิดตามเดิม ก่อนที่มือหนาอีกข้างจะคว้าข้อมือข้างที่พันด้วยผ้ายืดของเธอไว้ด้วยแรงขยำไร้ความปราณี

“โอ้ย!” เสียงหวานร้องออกมา ทั้งเจ็บ ทั้งตกใจ หญิงสาวพยายามยื้อข้อมือตัวเองออกจากการเกาะกุมของมือหนาแต่ยิ่งเธอขัดขืน มือหนาก็ยิ่งกระชับแน่นขึ้นจนข้อมือที่ปวดหนึบอยู่แล้วเจ็บร้าวขึ้นอีกจนน้ำตาใสๆ เอ่อขึ้นรอบกรอบตา

“พี่ทำบ้าอะไร มันเจ็บนะ ปล่อยสิ” รัตน์วลีร้องออกไป แต่ก็ยอมเป็นฝ่ายหยุดการยื้อยุดแต่โดยดีเพราะยิ่งดิ้นเธอเองก็ยิ่งเป็นฝ่ายเจ็บ

เขาไม่ได้ตอบคำถามของเธอด้วยคำพูดแต่ตอบด้วยการกระทำ มือหนาแกะผ้าพันแบบยืดออกอย่างไม่เบาแรงจนเธอต้องกัดริมฝีปากไว้แน่น เพื่อให้ความเจ็บตรงริมฝีปากแบ่งเบาความเจ็บตรงข้อมือ

แต่พอเห็นข้อมือที่แดงก่ำและบวม ซึ่งดูเหมือนจะแดงและบวมมากกว่าก่อนที่เธอพันผ้าไว้ มือหนาก็พันผ้ายืดกลับให้ด้วยแรงที่เบาลงกว่าตอนแกะหลายเท่าตัว

ความอ่อนโยนอบอุ่นจากมือหนา ความใกล้ชิดที่มากเกินพอดี ใบหน้าคมคายที่ลอยอยู่ไม่ห่าง กลิ่นกายผสมน้ำหอมอ่อนๆ ทั้งหมดทั้งมวลร่วมกันทำให้ก้อนเนื้อตรงอกด้านซ้ายเต้นระรัวอย่างไม่อาจควบคุม

“รัตน์ทำเอง” หญิงสาวว่าพลางดึงข้อมือออกห่างจากมือหนา เพื่อขจัดความคิดความรู้สึกบ้าๆ ออกไป ซึ่งอีกฝ่ายก็ยอมปล่อยแต่โดยดี  

 

ถ้าไม่ใช่เพราะชินกับเก็บกดความรู้สึกเอาไว้ ไม่แสดงมันออกมาเขาคงสบถออกมาแล้วตอนที่เห็นข้อมือบวมเป่งละแดงช้ำ

ตอนที่อยู่ที่โต๊ะอาหารเขาคิดว่าอาการบาดเจ็บคงเป็นแค่การแสร้งทำเพื่อเรียกร้องความสนใจ อาจเป็นแผนของเธอกับน้า เพราะที่โต๊ะอาหารรัตน์วลีไม่ให้น้าของเธอดูมือที่บาดเจ็บ และกานต์สินีก็ไม่เซ้าซี้ที่จะแกะผ้าพันแผลมากอย่างที่ควรจะเป็น

ทว่าพอได้พิสูจน์ด้วยตัวเองกลับกลายเป็นว่าเขาคิดผิด แถมยังลืมตัวทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ ทำในสิ่งที่ผู้หญิงร้ายกาจอย่างเธอไม่ควรได้รับ

ทั้งๆ ที่พยายามบอกให้ตัวเองชื่อว่าหญิงสาวมีส่วนรู้เห็นกับน้าของเธอ แต่บางอย่างที่ไม่ได้มาจากสมองกลับบอกว่าเธอไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ

แม่งเอ้ย!

ชายหนุ่มสบถในใจเมื่อสั่งตัวเองให้เชื่อในสิ่งที่อยากเชื่อไม่ได้ มือหนาถูกยกขึ้นเสยผมขึ้นอย่างหงุดหงิด ก่อนจะใส่เกียร์แล้วออกรถ เพื่อใช้ความเร็วที่ชื่นชอบสลัดความงุ่นง่านออกจากหัว


ต่อ


          นัยน์ตากลมโตทอดออกไปยังนอกหน้าต่างรถเพื่อเบี่ยงเบนความคิดและความรู้สึกของตัวเองออกจากความอึดอัดที่เกิดขึ้นจากความเงียบและความทรงจำที่น่าอับอาย แล้วทันทีที่ป้ายรถเมล์เข้ามาสู่สายตา เธอก็แทบพ่นลมหายใจออกมา เมื่อรับรู้ได้ว่าอีกไม่นานความรู้สึกหายใจไม่คล่องนี้จะจบลงเสียที

หญิงสาวเอื้อมมือไปปลดเข็มขัดนิรภัยโดยไม่รอให้รถจอดสนิท ทว่าโรลส์รอยซ์สีน้ำเงินคันหรูกลับแล่นผ่านป้ายรถเมล์ที่เธอมองอยู่ไปโดยมีได้ชะลอความเร็วลงสักนิด

“เลยป้ายรถเมล์แล้วค่ะ”

“...”

“เลยป้ายรถเมล์แล้วนะคะ” เพราะคิดว่าเขาคงไม่ได้ยินเธอจึงพูดขึ้นอีกครั้ง ทว่า...

“แล้วไง”

คำตอบที่ได้รับก็ทำให้เธอรัตน์วลีเงียบไปอีกครั้ง เพราะคิดว่าเขาคงขับเลยมาแล้ว แล้วคงจอดให้เธอลงป้ายถัดไป แต่รถคันหรูที่เธอนั่งอยู่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะชะลอความเร็วลงเลยสักนิดตอนที่กำลังจะถึงป้ายรถเมล์อีกป้าย

“ป้ายรถเมล์” เสียงใสพูดขึ้น ใบหน้าหวานเหลียวมองป้ายรถเมล์ที่รถเพิ่งวิ่งผ่าน ก่อนจะหันไปมองใบหน้าคมคายของคนที่กำลังขับรถอยู่อย่างงงๆ

“รัดเข็มขัด”

คำตอบที่ไม่รู้ว่าเป็นคำตอบหรือคำสั่งกันแน่ทำให้รัตน์วลีงุนงงขึ้นอีก ปกติตอนเรียนอยู่ หากว่าเธอมีเรียนตอนเช้า พร้อมกับเวลาที่เขาต้องออกไปทำงาน โรเจอร์จะให้เขาไปส่งเธอที่มหาวิทยาลัยก่อนเสมอ แม้ว่าจะเป็นทางเดียวกัน แต่พอถึงป้ายรถเมล์ เขาจะบอกให้เธอลง หรือเรียกให้ถูกยิ่งกว่าคือไล่ให้ลงจากรถ

แต่สิ่งที่เพิ่งออกมาจากริมฝีปากหยักได้รูป ถ้าไม่ได้แปลความหมายผิดไป ถ้อยคำสั้นๆ ที่เรียกว่าประโยคไม่ได้นั่นมันหมายความว่าเขาจะไปส่งเธอ

หรือว่าเธอฟังผิดไป?

แต่พอรถแล่นผ่านป้ายรถเมล์อีกป้าย สมมติฐานที่ผุดขึ้นมาในห้วงความคิดก็เป็นอันตกไป แทนที่ด้วยสมมติฐานใหม่ที่โผล่ขึ้นมา...

หรือว่าเป็นเพราะวันนี้เธออยากจะลงจากรถกันนะ เขาถึงไม่ยอมจอดให้เธอลง เป็นแบบนี้เสมอ หากเธอบอกว่านกเธอจะบอกว่าไม้ หากเขาบอกว่าไม้ สิ่งนั้นจะกลายเป็นนกทันทีสำหรับเธอ

หญิงสาวเหลือบมองชายหนุ่มข้างกายทางหางตา พยายามหาคำตอบจากสีหน้าของเขา แต่ใบหน้าหล่อเหลาที่ครึมไปด้วยต่อเคราสีเข้มนั่นก็ไม่ได้ทำให้เธอรู้อะไรมากขึ้นเลยสักนิด ใบหน้าของเขายังนิ่งสนิทอย่างเช่นปกติ นัยน์ตาสีเทาใต้คิ้วหนาเข้มที่เรียงเส้นเป็นระเบียบไร้ความรู้สึกนึกคิดใดๆ ถ้ามือหนาไม่ได้บังคับพวงมาลัยรถอยู่ละก็ เธอคงคิดว่ารูปหล่อปูนปั้นไร้จิตใจ มากกว่าเป็นคนที่มีชีวิต

“บอกให้รัดเข็มขัด”

แม้จะรู้สึกขัดใจกับเสียงราบเรียบไม่บ่งบอกความคิดหรือความรู้สึกใดๆ ที่ดังขึ้นอีกครั้ง ทว่ารัตน์วลีก็ควานมือไปคว้าเข็มขัดนิรภัยมารัด เพราะตอนนี้มันไม่มีประโยชน์แล้วที่จะบอกให้เขาจอดรถให้เธอลง เพราะคงไม่มีรถประจำทาง หรือแท็กซี่ที่ไหนขึ้นทางด่วนมาให้เธอโบกแน่ๆ และถึงเรียกแท็กซี่จากแอพพลิเคชัน การยืนตากแดดที่ร้อนแรงขึ้นทุกขณะรอแท็กซี่อยู่บนทางด่วนก่อนไปสัมภาษณ์งานก็เป็นอะไรที่ไม่น่าพิสมัยเอาเสียเลย   


 




































ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,083 ความคิดเห็น

  1. #1073 ฉันทนา ศัทโธ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 17:14
    เจ็บจริง...ไม่ตอแหลเลย อีพี่โคตรอารมณ์แปรปรวน
    #1,073
    0
  2. #391 กระต่ายน้อย (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:09
    โอ๊ย.....รอๆๆๆๆๆ
    #391
    0
  3. #372 พลอย อัสดารัตน์ (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:39
    เอ้าเสียหน้าละสิใช่มะพี่
    #372
    0
  4. #371 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:15
    พี่ต้องเชื่อมั่นซิ
    #371
    0
  5. #370 ya567 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:12
    มีความเป็นหวงกันนนน
    #370
    0