บัญชารักจอมเถื่อน

ตอนที่ 17 : บทที่ 5 (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,759
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    19 ก.พ. 61

              


             “ไหนคุณน้าบอกว่า แค่ปวดหัวยังไงล่ะครับ ตกบันไดกับปวดหัวนี่มันต่างกันมากเลยนะครับ”

                “รัตน์ไม่อยากให้น้ากานต์เป็นห่วงก็เลยโกหกน่ะคะ” แม้จะโต้เถียงกลับไปอย่างทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอกลับเชิดหน้าขึ้น จ้องเขากลับอย่างไม่หวั่นเกรงเหมือนที่เคยทำไม่ได้

                “แล้วเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า” โรเจอร์ถามขึ้นด้วยน้ำเสียงห่วงใยและเอ็นดู

                “ไม่มีค่ะ ส่วนข้อมือนี่อีกสองสามวันก็หายแล้ว ไม่ต้องห่วงนะคะ” รัตน์วลีตอบพลางคลี่ยิ้มบางๆ เพื่อให้การโกหกแนบเนียนขึ้น

เธอไม่ชอบการโกหกก็จริง แต่ถ้าการโกหกจะทำให้คนที่ห่วงใยเธอสบายใจ เธอก็ยอมทำในสิ่งที่ไม่ชอบ

ซึ่งที่จริงแล้ว ส่วนที่รู้สึกปวดหนึบๆ ยังมีตรงสะโพกที่ได้รับแรงกระแทกเต็มๆ แต่ก็ไม่ได้เจ็บมากเท่ากับข้อมือ แต่ที่ทำให้เธอเป็นกังวลคือรอยช้ำประปรายทั่วตัวต่างหาก แต่รอยพวกนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเพราะแรงกระแทกจากการตกลงมาจากที่สูง แต่เป็นรอยช้ำจากการขยำบีบเคล้นตามแรงอารมณ์และรอยแดงจากการดูดเม้มของคนที่นั่งนิ่งไม่ได้มองมาทางเธอต่างหาก โชคดีที่รอยพวกนั้นอยู่ในตำแหน่งที่ซ่อนไว้ในร่มผ้าได้ ไม่งั้นเธอก็คงต้องเสียเวลาในการใช้รองพื้นซ่อนมันไว้จากสายตาคนอื่นนานทีเดียว 

                “งั้นก็ดีแล้ว กินข้าวเถอะ”

                “ค่ะ” รัตน์วลีตอบรับพลางส่งยิ้มให้กับโรเจอร์ แล้วเริ่มลงมือกินข้าวทันทีเพราะอยากให้ทุกคนเลิกสนใจข้อมือของตน แต่ความรู้สึกปวดแปลบตรงมือข้างขวาที่ยกขึ้นมาจับช้อนตามความเคยชินก็ทำให้เธอต้องชะงักแล้วเปลี่ยนไปใช้มือซ้ายแทน ทว่ามือข้างที่ไม่ถนัดก็ทำให้มื้อเช้าเป็นไปอย่างทุลักทุเล           

“แน่ใจเหรอว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก” เสียงดุๆ ดังขึ้นอีก กานต์สินีมองหลานสาวอย่างจับผิด

                “ไม่ได้เป็นอะไรมากจริงๆ ค่ะน้ากานต์ อย่าห่วงเลย กินข้าวเถอะค่ะ สายแล้วเดี๋ยวจะเป็นโรคกระเพาะนะคะ”

                “ส่งมือมาน้าขอดูหน่อย”                                          

                ทั้งๆ ที่รัตน์วลีร่ายยาวพยายามดึงความสนใจของผู้เป็นน้าไปที่อย่างอื่น แต่อีกฝ่ายกลับไม่ตกหลุมพราง

                “ไม่ต้องดูหรอกค่ะ รัตน์ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ”

                “ส่งมือมา”

                “รัตน์ไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ นะคะน้ากานต์” รัตน์วลีพูดขึ้น ไม่ยอมส่งมือให้กับผู้เป็นน้าอย่างที่ถูกขู่

“ลุงว่าไปให้หมอดูเถอะ ลุงกับน้าจะได้สบายใจ” ความอึมครึมที่เกิดขึ้นจากการไม่มีใครยอมใครทำให้โรเจอร์ต้องรีบพูดไกล่เกลี่ย

“ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวรัตน์จะไปหาหมอ คุณลุงกับน้ากานต์กินข้าวเถอะนะคะ” รัตน์วลีตอบรับแต่โดยดี

“กานต์ว่าเรื่องที่เราจะไปเที่ยว ยกเลิกไปก่อนดีไหมคะ รัตน์เป็นแบบนี้กานต์เป็นห่วง”

                “ไม่ได้นะคะ อย่ายกเลิกเพราะรัตน์เลยค่ะ รัตน์ไม่ได้เป็นอะไรมากจริงๆ เดี๋ยวสองสามวันก็คงหายแล้ว”

                “เป็นหมอหรือไงถึงได้วินิจฉัยอาการตัวเองได้”

                “งั้นถ้ารัตน์ไปหาหมอแล้วหมอบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรมาก น้ากานต์ต้องไปเที่ยวกับคุณลุงตามแผนเดิมนะคะ”

                “...”

                “น้ากานต์คะ” รัตน์วลีส่งเสียงอ้อนเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมรับปาก

                “อืม ก็ได้”

                “รัตน์อิ่มแล้ว ขอตัวเลยนะคะ”

“อ้าวก็ไปพร้อมพี่เขาสิ” โรเจอร์พูดกับรัตน์วลีก่อนจะหันไปพูดกับลูกชายที่นั่งตักข้าวต้มเข้าปากไม่สนใจใคร “ก่อนเข้าบริษัทก็แวะพาน้องไปโรงพยาบาลก่อนนะ เสียเวลาไม่มากหรอก”

“วันนี้รัตน์คงยังไม่ได้เข้าไปบริษัทนะคะ พอดีวันนี้มีสัมภาษณ์งาน” รัตน์วลีพูดขึ้นก่อนที่คนที่เพิ่งเงยหน้าจากถ้วยข้าวต้มจะตอบอะไรออกมา

“อ้าวลุงเห็นแต่งตัวเรียบร้อยเลยนึกว่าจะไปทำงานกับพี่เขาเสียอีก ว่าแต่บริษัทไหนล่ะ”

“โรยอล เฮาส์ ดีไซน์ค่ะ”

“บริษัทใหญ่ซะด้วย” โรเจอร์พูดขึ้น ก่อนจะหันไปถามลูกชาย “บริษัทนี้ก็เคยทำงานกับบริษัทเราใช่ไหมเอริค”

“ครับ” ชายหนุ่มชะงักมือที่กำลังตักข้าวต้มเข้าปาก ก่อนจะตอบบิดาสั้นๆ

“ลุงอวยพรให้โชคดี ได้งานทำนะ”

“ขอบคุณค่ะคุณลุง งั้นขอตัวไปก่อนนะคะ เดี๋ยวจะสาย”

“เดี๋ยวลุงไปเอารถออกรอนะครับคุณรัตน์” พร้อมพงศ์พูดขึ้นอย่างกระตือรือร้น

“ไม่ต้องหรอกค่ะลุงพร้อม เดี๋ยวรัตน์ไปเองดีกว่า ลุงเพิ่งออกจากโรงพยาบาล วันนี้ก็พักอีกวันเถอะนะคะ”

“โอ้ย ไม่เป็นไรหรอกครับ ลุงไม่ได้เป็นอะไรแล้ว”

“จริงของหนูรัตน์ นายก็พักเถอะวันนี้ ถ้าเป็นลมเป็นแล้งไป จะยิ่งไปกันใหญ่ ยังไงเอริคก็ต้องผ่านทางนั้นอยู่แล้วหนูรัตน์ก็ติดรถพี่เขาไปก็แล้วกันนะ แล้วตอนไปโรงพยาบาลก็แท็กซี่ล่ะ ไม่ต้องนั่งรถไฟฟ้า”

โรเจอร์ดักคออย่างรู้ทัน ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ รัตน์วลีจะไม่ยอมใช้รถและคนขับรถที่บ้านหรือขึ้นแท็กซี่ เธอชอบขึ้นรถเมล์หรือไม่ก็รถไฟฟ้ามากกว่า รู้ว่ามันเร็วกว่า ประหยัดกว่า แต่มันก็ไม่สะดวกสบายเท่า

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวรัตน์เรียกแท็กซี่เลยดีกว่า พี่เอริคยังกินข้าวไม่อิ่มเลย รัตน์ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ”

แกร็ก!

เสียงช้อนกระทบจานที่ดังขึ้นเรียกสายตาสามคู่ให้หันไปมอง ทว่าคนที่ทำให้เกิดเสียงก็ยังยกแก้วน้ำขึ้นดื่มด้วยท่าทางสบายๆ ไม่สนใจสายตาที่มองมา

“ผมไปทำงานนะครับ” เอริคพูดขึ้นก่อนจะลุกขึ้นเต็มความสูง แล้วสาวเท้าตรงไปยังทางออกทันที

“ไปสิ เดี๋ยวสายนะ” โรเจอร์พูดขึ้นอีก

“ค่ะ” และนั่นก็ทำให้รัตน์วลีปฏิเสธไม่ได้


หลังจากใช้เวลาในห้องน้ำหลายนาที รัตน์วลีก็สาวเท้าในรองเท้าคัทชูสีสุภาพเดินเอื่อยเฉื่อยไปตามทางที่ตรงไปยังประตูทางออกหน้าบ้าน ภาวนาในใจให้เขาทนความเชื่องช้าของเธอไม่ไหวแล้วออกไปก่อนโดยไม่รอ แต่คำขอของเธอกลับไม่เป็นผล

ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดกางเกงยีนสีเข้มกับเสื้อยืดสีขาวที่สวมทับด้วยสูทแฟชั่นสีกรมท่ายืนอยู่ตรงชานบันได โดยมีแบ็กกราวนด์เป็นรถสปอร์ตคันหรูสีน้ำเงินที่ถูกขัดเงาจนวาววับ ชายหนุ่มเก็บมือถือในมือลงกระเป๋ากางเกงด้วยมาดนักธุรกิจแสนสง่างามเมื่อรับรู้ว่าเธอมาถึงแล้ว

เธอไม่แปลกใจเลยว่าทำไมสาวๆ ทั่วโลกถึงได้คลั่งไคล้ผู้ชายคนนี้นัก

ใช่! ผู้คนชื่นชมเขาในฐานะนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จ และสาวๆ ทั่วโลกก็หลงใหลได้ปลื้มกับรูปลักษณ์ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ทางเพศของเขา แต่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอกลับไม่เคยมองเขาเป็นผู้ชายที่น่าคลั่งไคล้เลยสักนิด ทว่าตอนนี้เธอกลับไม่กล้าที่จะมองเขาตรงๆ เหมือนเป็นศัตรูคู่อาฆาตได้เหมือนเมื่อก่อน

เพียงเพราะเหตุการณ์เมื่อคืนงั้นเหรอ?

“รบกวนคนอื่นเดินเร็วๆ หน่อยไม่ได้หรือไง”

เสียงห้วนที่ดังขึ้นทำให้คนที่กำลังใคร่คิดหาคำตอบหลุดออกจากภวังค์ อีกทั้งเสียงนั้นก็ทำให้ภาพที่เห็นลดความน่ามองลงฮวบจนแทบไม่มีเหลือ

“แล้วใครบอกว่ารัตน์จะไปกับพี่”

“เธออยากให้ฉันโดนพ่อว่าหรือไง ขึ้นรถ”

รัตน์วลีพ่นลมหายใจหนัก เธอเดินตรงไปที่รถก่อนจะเอื้อมมือขวาไปเปิดประตูอย่างเคยชิน แต่ทันทีที่มือแตะประตูรถ เธอก็ต้องเบ้หน้าเพราะความเจ็บ หญิงสาวดึงมือที่พันด้วยผ้าพันแผลกลับ ก่อนจะย้ายแฟ้มผลงานมาไว้ที่แขนข้างขวาโดยใช้แขนหนีบไว้ เพื่อจะได้ใช้มือซ้ายที่ไม่ได้บาดเจ็บเปิดประตูรถ ทว่าแฟ้มในมือกลับโดนมือหนาแย่งไป เธอคงแย่งของที่เป็นของเธอกลับมาแน่ หากว่าวินาทีที่มือของเขากับเธอสัมผัสกันเธอจะไม่รู้สึกราวกับมีกระแสไฟฟ้าแล่นแปลบจากตรงนั้นแล้วช็อตจนสั่นสะเทือนไปทั้งร่าง 

ใบหน้าที่โน้มเข้ามาใกล้กะทันหันทำให้หัวใจของเธอเต้แรงขึ้น เธอกลั้นหายใจเอาไว้เนิ่นนาน กว่าเธอจะรู้ว่าเขาตั้งใจจะทำอะไรประตูรถที่เธอตั้งใจจะเปิด ก็ถูกเปิดออกด้วยฝีมือคนที่แย่งแฟ้มเอกสารไปเสียแล้ว

            “มองอะไรขึ้นไปนั่งสิ”

หญิงสาวลอบพ่นลมหายใจที่กลั้นไว้ออก พร้อมกับปีนขึ้นไปนั่งบนเบาะหนังราคาแพง เพราะเรื่องเมื่อคืนหรือเปล่านะที่ส่งผลให้ร่างกายเธอมีปฏิกิริยาแปลกๆ แต่มันคงส่งผลต่อเธอฝ่ายเดียว  เพราะสีหน้าและท่าทางของเขา มัน นิ่งเรียบ ม่มีความรู้สึกรู้สาอะไรสักนิด

                ความรู้สึกเหมือนถูกไฟช็อตทำให้เอริคกำมือข้างที่ใช้จับแฟ้มเอกสารไว้แน่น กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่โชยมาจากร่างเล็กทำให้ร่างกายของเขาร้อนรุ่มไปหมด คงเป็นเพราะฤทธิ์ยาบ้าๆ เมื่อคืน เขาคิดว่าขจัดออกจากร่างหมดแล้ว แต่คงเป็นแค่ความคิดของเขา เพราะความจริงมันไม่ใช่ เอริคพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ เพื่อขจัดความร้อนแรงที่พุ่งพล่านอยู่ในกายก่อนจะสาวเท้าอ้อมรถไปฝั่งที่นั่งคนขับ

“ไหนเมื่อคืนบอกว่าไม่เป็นไร”

“ก็เมื่อคืนมันไม่เป็นไรจริงๆ นี่คะ”

“แล้วตอนนี้เป็นได้ยังไง” 

“ก็เมื่อคืนมันไม่เจ็บไง แต่ตอนนี้เจ็บ”

“เจ็บจริง หรือว่าสำออย”

“...”

“ตอบ”

“เจ็บ แต่ไม่เท่าไร”

“แน่ใจ”

“ถ้าไม่เชื่อก็แล้วแต่พี่จะคิดเลยก็ได้ ปกติก็เห็นคิดเองตลอดนี่คะ” เธอจ้องสบกับนัยน์ตานิ่งลึกไม่ยอมหลบ ถึงจะตอบไปอย่างนั้น แต่เธอก็ไม่รู้แน่ชัดว่าแน่ใจของเขาหมายถึงเธอเจ็บจริงไม่ได้สำอวย หรือเจ็บแต่ไม่เท่าไร แต่ถ้าให้เดา คำตอบก็คือ เขาคิดว่าเธอแค่สำออยไม่ได้เจ็บจริงๆ  

“ฉันไม่ใช่คนที่จะเชื่ออะไรง่ายๆ สิ่งที่ฉันเชื่อมักเกิดจากการวิเคราะห์พยาน หลักฐาน ก็เหมือนที่ฉันเชื่อมาตลอดสิบกว่าปีไง แล้วเรื่องเมื่อคืนก็พิสูจน์แล้วว่าที่ฉันเชื่อมันไม่ผิด”

“นั่นมัน...น้ากานต์ต้องมีเหตุผล”

“แล้วเหตุผลอะไรล่ะ ลองพูดมาสิ เผื่อฉันจะเชื่อ”

“ก็...” เพียงคำเดียวที่หลุดออกมาจากริมฝีปากเธอก็ต้องเม้มกลีบปากไว้แน่น เพราะเธอเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าเหตุผลนั้นคืออะไร




พี่จะใจร้ายกับน้องได้ถึงไหนน้าาาาา 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,083 ความคิดเห็น

  1. #1072 ฉันทนา ศัทโธ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 17:08
    ทำไมต้องมาคาดคั้นน้อง บ้านใหญ่ขนาดนั้น วงจรปิดก็น่าจะเป็นหลักฐานได้นะ
    #1,072
    0
  2. #369 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:31
    คงอยากให้หลานได้ผัวดี.ๆ
    #369
    0
  3. #368 aemly (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:28
    ทีมพระเอก อยากให้จะดการอิน้า ไม่ชอบ
    #368
    0
  4. #367 Papa24579 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:41
    ตกลงยัยคุณน้านี่ร้ายสุดสินะ ทำอยางนั้นแล้วจะให้ ลูกเลี้ยงเข้าใจว่ายังงัยล่ะ. เหมือนเอาหลานใส่พานถวายอย่างนั้น
    #367
    0
  5. #366 Amy Wongkamolsersh (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:51
    หยิบช้อนทานข้าวไม่ได้ เปิดประตูรถไม่ได้ สำออยอะไรจะเหมือนจริงขนาดนั้น อีพี่ก็คิดเยอะไปนะ สงสารรัตน์จัง
    #366
    0
  6. #364 aemly (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:09
    ร้ายวนไป
    #364
    0
  7. #363 dokao (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:02
    อิพี่กวนประสาทนะค่ะ
    #363
    0
  8. #362 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:17
    งานนี้..พี่ไม่ได้ตั้งใจร้ายใส่นะ
    #362
    0
  9. #361 กระต่ายน้อย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 02:58
    จะโดนเหน็บแนมอะไรอีกล่ะเนี่ย
    #361
    0
  10. #360 kanokradaparima (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:05
    นิ่งๆ แต่ก็เป็นห่วงใช่มั้ยคะ
    #360
    0
  11. #359 ya567 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:10
    ใจร้ายมากกกกค่ะ
    #359
    0
  12. #358 Noot Lornak (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:37
    จะโดนอีกมั้ยรัตน์เอ่ยย
    #358
    0