LET IT HIGH รักให้สุด

ตอนที่ 5 : รักให้สุด : Chapter 4 [150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,443
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    7 เม.ย. 62

คำเตือน: นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

(บางช่วงอาจมีความรุนแรงทางเพศและการใช้ภาษา

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ)

เราแจ้งอัปนิยายที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ indy_swag

และทวิต @noknsn ตลอดนะคะ

ทวีตติดแท็ก #โค้กช่อแก้ว

Song: Avril Lavigne - When You're Gone


Chapter : 4



ปัจจุบัน...

ณ ห้องเก็บเหล้าและไวน์

แกรก...

ฉันเปิดเปลือกตาขึ้นท่ามกลางแสงไฟสลัว เมื่อประตูห้องเก็บเหล้าของบ้านตัวเองปิดลงด้วยฝีมือใครบางคน คนที่เพิ่งบดเบียดเรือนกายเข้าหาอย่างเร้าร้อน กอดก่ายกอดรัดแลกสัมผัสกันอยู่บนโซฟานานนับชั่วโมง

ไอ้โค้กออกไปแล้ว หากทุกอย่างยังติดตรึงไม่จากไปไหน

ลมหายใจของฉันยังกรุ่นร้อน หอบสั่น ก้อนเนื้อในอกยังเต้นไม่สม่ำเสมอ เม็ดเหงื่อยังชื้นทั่วร่าง กลิ่นไอของมันยังคงอบอวลอยู่รอบตัว กลิ่นแอลกอฮอล์ยังคลุ้งฉาบอยู่ในลมหายใจ สัมผัสหนักแน่นจากกาบดเบียดเรือนกายเข้าหากันยังไม่หายไปไหน 

ฉันยังรับรู้ถึงความร้อนจัดตรงส่วนนั้นเป็นอย่างดี ใจกลางร่างกายที่ถูกสัมผัสอย่างหนักแน่น

ทุกอย่างยังชัดเจนอยู่ในใจ เด่นชัดอยู่ในความรู้สึก

ครั้งที่สอง...

นี่เป็นครั้งที่สองที่ฉันมีอะไรกับไอ้โค้ก เพื่อนร่วมห้อง คนที่มันไม่ชอบขี้หน้าฉัน แต่กลับเป็นคนที่ฉันชอบมากที่สุดในเวลานี้ 

ครั้งแรกของเราเกิดขึ้นที่ห้องของเพื่อนสนิทมัน ไอ้ปลาเก๋า... ฉันไปตามไอ้โค้กที่เมาหัวราน้ำไม่ยอมมาโรงเรียน เห็นสภาพของมันที่ย่ำแย่เพราะผู้หญิงที่มันแอบรัก 

นั่นทำให้ฉันอยากเอาชนะความดื้อด้านของหัวใจคนอย่างมัน ใช้เซ็กซ์เรียกร้องความสนใจ แน่นอน มันสนใจเมื่ออารมณ์ถูกปลุกปั่น แต่ไม่ใส่ใจความรู้สึกกันเช่นเดิม

ฉันจำได้ดี สองเดือนก่อน...

มันเป็นครั้งแรกของฉัน เป็นครั้งแรกที่ยังคงจำฝังใจ จำไม่ลืมว่าวันนั้นไอ้โค้กสนองกลับมาได้หนักหน่วงและเจ็บปวดแค่ไหน ทั้งร่างกายและจิตใจ 

ไม่มีความอ่อนโยนอยู่ในสัมผัสที่อีกฝ่ายมอบให้ ไม่มีการเอาใจใส่ใด ๆ ไม่มีแม้แต่การจูบปลอบในยามที่อีกฝ่ายเสือกกายใส่อย่างดุดัน 

เมื่อทุกอย่างจบลงมันก็เดินออกไปเหมือนครั้งนี้ 

ตอนนั้นร่างกายของฉันเจ็บหนัก เจ็บจนแทบจะขยับไม่ได้ แต่ก็ต้องกัดฟัน ข่มน้ำตา พาตัวเองออกจากห้องของไอ้เก๋า กลับบ้านทั้งที่ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน พร้อมทั้งแวะซื้อยาคุมฉุกเฉินมาทานเพราะไอ้โค้กไม่ได้ป้องกัน

ฉันรู้ว่าตัวเองโง่เง่า อยากเอาชนะจนไม่สนใจความปลอดภัยเลย

ทว่า ครั้งนี้ หลาย ๆ อย่างกลับแตกต่างออกไปจากครั้งแรก

ครั้งนี้ไอ้โค้กก็สวมเครื่องป้องกัน มันมอบจูบให้ฉัน ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนริมฝีปากเห่อช้ำ ลามไปจนถึงการทิ้งร่องรอยสีกุหลาบเอาไว้บนผิวกาย 

เมื่อแต่งตัวและเก็บกวาดสิ่งที่เกิดขึ้นในห้องนั้นเสร็จ ฉันก็เดินขึ้นมาบนห้องนอนตัวเอง ปลอดเปลื้องอาภรณ์ออก และยืนมองร่างกายเปลือยเปล่าของตัวเองอยู่หน้ากระจกเงานานนับสิบนาที

ยิ่งเห็นร่องรอยที่เกิดจากริมฝีปากของมันกระจัดกระจายทั่วร่าง หัวใจของฉันก็ยิ่งเต้นถี่แรงมากกว่าเดิม มันเต้นแรงด้วยความดีใจที่อีกฝ่ายยอมสัมผัส 

เพราะครั้งแรก มันไม่แตะต้องส่วนอื่นเลยด้วยซ้ำ 

ครั้งนั้น... ร่างกายขาวสะอาด ทว่ากลับเจ็บหนักปางตาย เป็นไข้ไปเรียนไม่ได้หลายวัน ขณะที่คนทำก็ไปเรียนในวันถัดมา

แต่ครั้งนี้... ผิวขาวของฉันไม่บริสุทธิ์ ทว่ากลับรู้สึกมีความสุขบอกไม่ถูก

หน้าไม่อายเลยว่ามั้ย 

ใช่... ฉันก็รู้ตัวดี

ถ้าจะมีอะไรที่แตกต่างจากในคืนนั้นอีกอย่าง อาจจะเป็น...

...ความอ่อนโยนที่อีกฝ่ายหยิบยื่นให้โดยไม่รู้ตัว

มันไม่ได้ทำให้ฉันเจ็บเจียนตายอย่างครั้งแรก แม้ทุกสัมผัสที่ถูกส่งมายังคงหนักแน่นและมั่นคง หากฉันก็รับรู้ได้ว่ามันแตกต่าง ความอ่อนโยนที่มาพร้อมกับสัมผัสร้อนเหล่านั้นต่างหากที่ทำให้ฉันรู้สึกเจียนคลั่งในครั้งนี้

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม มันจะรู้ตัวมั้ย 

แต่ไม่ว่าอะไรก็ตาม...

ไอ้โค้กทำให้ฉันรู้สึกเสียดายมากขึ้นเมื่อต้องจากมันในวันนี้

“ไม่เอาน่า” ฉันบอกผู้หญิงโง่เง่าในกระจก ยกมือปาดน้ำตาที่ไหลออกมาด้วยความรู้สึกหลากหลายลวก ๆ ก่อนจะหมุนตัวไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อลงไปงานปาร์ตี้ที่ยังไม่เลิกด้านล่าง

ยังพอมีเวลา อย่างน้อยก็จนกว่าปาร์ตี้อำลาในคืนนี้จะจบลง

ให้ฉันได้อยู่ในสายตามันนานกว่านี้อีกหน่อยก็ยังดี

หลังจากจัดการตัวเองเสร็จ ฉันก็ลงมาแจมปาร์ตี้กับเพื่อนในสิบห้านาทีให้หลัง

เดินมาถึงก็กวาดสายตามองหามันเป็นคนแรก

ว่ากันว่า คนที่เราสนใจมักจะโดนเด่นกว่าคนอื่น ต่อให้เขาอยู่ท่ามกลางคนหมู่มาก เราก็จะมองเห็นเขาก่อนใครเสมอ ฉันเชื่อว่าจริง 

เพราะไม่กี่วินาที ฉันก็ทำให้อีกคนเข้ามาอยู่ในสายตาตัวเองได้ไม่ยาก

ไอ้โค้กนั่งอยู่กับไอ้ปลาเก๋าและเพื่อนผู้ชายคนอื่น ตอนนี้หลายคนเริ่มเมากันแล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงกับลงไปกองบนพื้นเสียทีเดียว บนเวทีก็ยังคงมีคนขึ้นไปร้องเพลงวนเวียนไม่หยุด 

บรรยากาศปาร์ตี้อำลายังคึกคักเหมือนเดิม

ฉันหยิบแก้วค็อกเทลสีฟ้าขึ้นมาดื่มแก้วต่อแก้วเพื่อดับกระหาย ด้วยรู้สึกลำคอแห้งผากเหมือนคนขาดน้ำ ก่อนจะหยิบแก้วที่สามขึ้นมาถือไว้ในมือ สายตายังทิ้งไว้จุดเดิม 

กระทั่ง เป้าหมายเบือนหน้ามาสบตากันวินาทีหนึ่ง

ตึก!

แค่อึดใจเดียว มันก็หันกลับไปเหมือนมองไม่เห็น

ทว่า หัวใจฉันกลับเต้นแรงมากจนรู้สึกเจ็บร่องอก

ภาพเหตุการณ์ก่อนหน้ากำลังฉายซ้ำอยู่ในหัว ด้วยเราเพิ่งผ่านกิจกรรมนั้นมาได้ไม่ถึงชั่วโมงดี ทุกอย่างยังกรุ่นร้อนในความรู้สึก ใบหน้าพลันร้อนผ่าวอย่างห้ามไม่ได้ 

คล้ายเลือดลมตีรวนขึ้นมารวมอยู่บนหน้าเป็นจุดเดียว

รู้สึกเหมือนจะสำลักอะไรสักอย่างที่เรียกว่า... 

ความสุข

“เอ้า! ไอ้ช่อ หายไปไหนมาวะ ไม่เห็นอยู่ในงานสักพัก” สติและสายตาถูกดึงกลับด้วยเสียงใครสักคน หันไปก็เห็นว่าเป็นเพื่อนร่วมห้องผู้หญิงที่เดินมาหยิบเครื่องดื่มเพิ่ม ท่าทางคนพูดเริ่มกริ่มอยู่ไม่น้อย “ชนหน่อย ๆ”

“...” ฉันไม่ได้ตอบคำถามในประโยคแรกของมัน 

คนถามก็ไม่ได้ใส่ใจจะเอาคำตอบ ถามแล้วก็หันมาชนแก้วกับฉัน หัวเราะเอิ๊กอ๊ากตามประสาคนที่สติเริ่มไม่เต็มร้อย แล้วมันก็เดินออกไปหาเพื่อนคนอื่นต่อเฉย

เอาเถอะ ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจกับคนอื่นสักเท่าไหร่

จิบค็อกเทลเงียบ ๆ ไม่ได้รู้สึกอยากดื่มเท่าก่อนหน้านี้ ด้วยยังรู้สึกมึนจากฤทธิ์เหล้าที่กระดกอย่างเอาเป็นเอาตายเมื่อชั่วโมงก่อน แอลกอฮอล์ยังไหลเวียนเจือปนในเลือดเข้มข้น อาการตัวแดงจากการแพ้เหล้าก็ยังปรากฏให้เห็น

เวลาดื่มเหล้าจะตัวแดงเหมือนกุ้ง แต่ก็ไม่ได้ทำให้ฉันเจียมบอดี้สักเท่าไหร่

ขนาดตอนนี้ ร่างกายอ่อนเพลียจากฤทธิ์เหล้าและ เรื่องนั้น จนอยากนอนโง่ ๆ อยู่บนเตียง แต่ก็ยังอุตส่าห์หอบสังขารที่ควรจะพักมายืนตากลมตรงนี้ 

ตรงที่เลนส์สายตาสามารถบรรจุคน ๆ นั้นเอาไว้ได้ชัดเจนที่สุด

ด้วยอยากให้มันอยู่ในสายตา ทั้งอยากให้ตัวเองอยู่ในสายตาอีกฝ่ายเช่นกัน

ฉันขยับเสื้อผ้าที่เลือกมาใช้ปกปิดร่องรอยบนร่างกายให้เข้าที่ เมื่อได้สบตากับไอ้โค้กอีกครั้ง มันมองมาทางนี้เป็นครั้งที่สองแล้ว นั่นทำให้ฉันรู้สึกประหม่าบอกไม่ถูก 

ไม่รู้ไอ้ปลาเก๋าพูดอะไร แต่เพราะท่าทีที่มันพูดไปด้วย พลางหันมามองฉันเป็นการสำทับไปด้วยนั่น ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นหัวข้อสนทนาของผู้ชายโต๊ะนั้น

กระทั่ง ไอ้โค้กกระดกเหล้าหมดแก้ว แล้วก็ผุดลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

ตึก...

หัวใจของฉันจะไม่สั่นขนาดนั้น ถ้าอีกฝ่ายไม่ได้กำลังเดินตรงมายังตำแหน่งที่ฉันยืนอยู่ ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเอง เพราะตัวเองไม่เคยอยู่ในความสนใจของอีกฝ่ายนัก 

แต่ตอนนี้ เหมือนไอ้โค้กจะตั้งใจเดินมาหา เพราะสายตาคมจดจ้องมาไม่วางตา พานให้ฉันรู้สึกวางตัวไม่ถูก จนต้องยกแก้วค็อกเทลขึ้นกระดกแก้เก้อ

พริบตาเดียว ไอ้โค้กก็มาหยุดยืนตรงหน้า

“อะไร?” ฉันเงยหน้ามองมันอย่างสงสัยระคนแปลกใจ

น่าแปลกที่มันเป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาแบบนี้

ก่อนมันจะทำให้ฉันประหลาดใจมากกว่าเดิมในนาทีต่อมา

“หาที่เงียบ ๆ คุยกันหน่อยมั้ย?”

ฉันไม่รู้ว่าทำไมไอ้โค้กถึงอยากจะคุยด้วย ทุกอย่างในคืนนี้ดูผิดเพี้ยนจากที่เคยเป็นหลายอย่าง บางครั้งฉันก็ตามอารมณ์ความคิดของมันไม่ทัน 

กระนั้น ฉันก็เลือกเดินนำอีกฝ่ายอ้อมไปข้างตัวบ้านติดสวนที่มีบ่อปลาอยู่

เมื่อมาถึงจุดที่ไม่มีคนรบกวน ฉันก็หันกลับไปเผชิญหน้ากับมัน

“...” ไม่ทันที่ฉันจะได้เอ่ยปาก อีกฝ่ายก็เปิดฉากขึ้นทันใด

“จะไปเมกาพรุ่งนี้?”

“รู้ได้ไง” ไม่น่าจะมีใครรู้เรื่องนี้นะ ฉันยังไม่ได้เพื่อนในห้องเลยสักคน

“ไอ้เก๋าได้ยินแม่บ้านพูดกัน”

“อ้อ” ลืมไปว่ายังมีคนในบ้านนี้ที่รู้เรื่องดี

“ทำไมแกไม่บอกเพื่อน ๆ ว่าจะไปเรียนต่อเมกา?” ไอ้โค้กขมวดคิ้วจ้องด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ หรือสงสัยอะไรสักอย่าง “ในแบบสำรวจก็เขียนว่าอยากต่อที่นี่ไม่ใช่เหรอวะ?”

หัวใจฉันเต้นผิดจังหวะนิดหน่อย เพราะไอ้โค้กทำเหมือนให้ความสนใจฉัน แต่ก็ดีใจไม่สุด เพราะแบบสำรวจเรื่องสถานที่เรียนต่อนั่น หัวหน้าห้องอย่างมันเป็นคนเก็บรวบรวม 

อาจจะบังเอิญไปเห็นก็ได้ล่ะมั้ง

แต่ก็นั่นแหละ อย่างที่มันว่า พรุ่งนี้ฉันก็จะต้องออกจากประเทศบ้านเกิดเพื่อไปเรียนต่อต่างประเทศ ทั้งที่ฉันวางแผนเอาไว้แล้วว่าอยากเรียนต่อที่นี่ มีมหาวิทยาลัยที่หมายตาเอาไว้ ซ้ำยังส่งใบสมัครตั้งแต่วันแรกที่เขาเปิดรับ

ทว่า เมื่อมีหนังสือเรียกให้ไปรายงานตัวส่งมาที่บ้าน...

มันก็ถูก ฉีกทิ้งก่อนที่ฉันจะได้เปิดอ่านด้วยซ้ำ

ก่อนจะถูกยัดเหยียดเอกสารการเตรียมไปรายงานตัวกับมหาวิยาลัยที่โน้น และมันก็เป็นวันที่ฉันเพิ่งได้รู้ว่าทุกอย่างถูกเตรียมการไว้หมดแล้ว 

ทั้งพาสสปอร์ต เอกสาร ที่เรียน ที่พัก หรือแม้แต่ตั๋วเครื่องบิน

ทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมไว้โดยฝีมือของพ่อฉันเรียบร้อย

เขาคงอยากให้ฉันไปให้พ้นหูพ้นตาใจจะขาดมั้ง

“หึ” ฉันเผลอเหยียดยิ้มกับตัวเอง ป่านนี้พ่อคงคุยกับพ่อแม่ของผู้หญิงคนนั้นเรียบร้อยแล้ว อาจจะกำลังฉลองข่าวดีกันจนลืมไปแล้วว่าพรุ่งนี้ฉันจะต้องไปจากที่นี่ “ตลกดีเหมือนกัน รู้มั้ย จริง ๆ ฉันก็เพิ่งรู้เมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง”

“ฝีมือพ่อแก?”

“ถ้าฉันไปให้พ้นหน้า เขาก็คงพาผู้หญิงคนนั้นเข้ามาในบ้านได้โดยไม่มีใครขัด” ฉันกัดริมฝีปาก กลอกตามองบนเมื่อรู้สึกว่าความร้อนกัดกินขอบตาจนเหมือนบางอย่างจะไหลทะลักออกมาให้ได้

“เขาอาจจะอยากให้แกได้เรียนที่ดี ๆ”

“...” นี่เป็นการปลอบใจในแบบของคนที่ไม่ชอบขี้หน้าเราหรือเปล่า 

ไอ้โค้กถอนหายใจ สีหน้ามันมีความกังกลหรืออะไรสักอย่างให้เห็น แล้วฉันก็รู้สึกเหมือนหัวใจตัวเองจะเต้นแรงไปกับทุกอากัปกิริยาของอีกฝ่ายตลอดเวลา

“ก็น่าจะรู้ มหาลัยที่แกเลือก กับฐานะทางบ้าน... แม่งไม่ได้เหมาะสมเลยปะวะช่อ”

“แล้วมันผิดนักเหรอ ถ้าฉันจะเลือกสิ่งที่ไม่เหมาะ เพราะมันเป็นความสุขของตัวเอง”

รู้มั้ย มหาวิทยาลัยที่ฉันเลือก... เป็นที่เดียวกับที่ไอ้โค้กเลือกไง

“แบบนั้นเขาเรียกดื้อด้าน ดันทุรังไม่เข้าเรื่อง”

“หึ แกเองก็คงดีใจ ที่จะไม่ต้องเจอหน้าฉันอีก”

“...” ไอ้โค้กเงียบ มันจ้องหน้าฉันด้วยสายตาอ่านยาก หากแต่ก็ยังแฝงความแข็งกระด้างเวลามองฉันเหมือนเดิม แตกต่างจากตอนมองคนที่มันรัก เพราะแววตาของไอ้โค้กจะอ่อนโยนและอบอุ่นบอกไม่ถูก

“ไม่ตอบ แต่ก็ไม่ปฏิเสธ อืม... เป็นวิธีตอบที่ทำให้เจ็บไปอีกแบบ”

ทั้งที่ฉันก็รู้คำตอบดีไม่แพ้คนถูกถาม

แต่ไม่รู้ทำไม... ก้อนเนื้อโง่ ๆ ที่เรียกว่าหัวใจ แม่งถึงได้เจ็บขนาดนี้

นี่คงเป็นรสชาติของการรักคนที่เขาไม่ได้รัก แถมยังไม่ชอบขี้หน้าเราอีก 

เจ็บดี

“ไอ้ช่อ”

กึก...

สองขาหยุดชะงักฉับพลัน

“...” เมื่อกี้ ฉันรู้สึกว่าตัวเองกำลังอ่อนแอลงอย่างน่าสมเพช 

ความรู้สึกมากมายตีรวน บางอย่างกัดกินฉันจากข้างใน มันเป็นวินาทีที่จู่ ๆ ก็คิดว่ายืนไม่ไหว เลยตัดสินใจเดินผ่านร่างสูงของไอ้โค้กเพื่อจะออกไปสูดอากาศอีกทาง

ที่ออกมา เพราะอยากมองอีกฝ่ายให้เต็มตาก่อนจะไม่ได้มอง

ฉันไม่ได้เตรียมตัวมารับความใจร้ายของมันก่อนไป... 

แต่ไอ้โค้กก็ไม่เคยปล่อยให้หัวใจและความรู้สึกของฉันไร้ความรู้สึก มันยังคงเติมเต็มความเจ็บปวดให้ฉันจนวินาทีสุดท้ายอย่างร้ายกาจ

“ฉันรักพี่ขวัญ จนถึงตอนนี้ ก็ยังรัก”

“...”

“และไม่เคยคิดจะหยุดรักสักวินาที”

ก็แปลกดี...

ทั้งที่ฉันกำลังยิ้มให้มันเป็นครั้งสุดท้าย แต่น้ำตากลับไหลออกมาเป็นสาย

ให้ตาย เราสองคนนี่มันเหมือนกันจริง ๆ นั่นแหละโค้ก





@สนามบินสุวรรณภูมิ

หมายเลขที่ท่านเรียก ไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้…’ 

ติ๊ด

“หึ” 

ครั้งที่ห้า...

ฉันกดตัดสายหลังได้ยินเสียงสัญญาณตอบรับแบบเดิมเป็นครั้งที่ห้า พลันเหยียดยิ้มหยันประดับใบหน้า หลุบมองรายชื่อที่โทรออกล่าสุดด้วยความรู้สึกหลากหลาย พลางเม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่นจนเจ็บแสบ 

อีกไม่ถึงสิบห้านาทีข้างหน้าก็จะได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว หากเวลายิ่งเดินไปข้างหน้ามากเท่าไหร่ ความรู้สึกวูบโหวงในใจก็เพิ่งมากขึ้นเท่านั้น

“ครับพ่อ เดี๋ยวก็ขึ้นเครื่องแล้วครับ ครับ ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ส่งผมเข้าเกตมาเป็นสิบนาทีแล้วเนี่ย พ่อก็กลับบ้านได้แล้วน่า เดี๋ยวถึงเมื่อไหร่ผมจะรีบโทรหาเลย ครับ ครับ... ผมก็รักพ่อครับ”

เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังจากด้านหลัง ฉันไม่ได้หันกลับไปมอง แต่ได้ยินทุกคำที่เขาพูดอย่างชัดเจน ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกสมเพชตัวเองบอกไม่ถูก 

อีกแค่ไม่กี่นาทีฉันก็ต้องไปจากที่นี่ ไปอยู่ไกลจากบ้านเกิดตั้งไม่รู้กี่พันกี่หมื่นไมล์ คนละซีกโลก คนละไทม์โซน แต่พ่อฉันกลับไม่แม้แต่จะมาส่งที่สนามบินเหมือนครอบครัวอื่นด้วยซ้ำ

ไม่มีการโทรมา หรือเปิดโทรศัพท์ให้ฉันได้โทรหา...

ไม่มีอะไรทั้งนั้นหลังจากที่เราทะเลาะกันและฉันถูกตบไปเมื่อคืน ทั้งที่รู้ดีว่าตัวเองเป็นคนทำให้พ่อโกรธ แต่รู้มั้ย ฉันก็ยังอยากได้ยินเสียงพ่อนะ 

อย่างน้อยก่อนฉันไป... แค่คำพูดเดียวก็ยังดี อะไรก็ได้

แต่ก็นั่นแหละ มันไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก

ฉันมาที่นี่พร้อมกับคนขับรถและเลขาของพ่อ เขาบอกว่าพ่อติดประชุมด่วนเลยมาส่งฉันที่สนามบินไม่ได้ ฟังแล้วโคตรตลก แต่ดันขำไม่ออก 

ก็แปลกดี พ่อไปประชุมโดยไม่มีเลขาส่วนตัวคนเก่งคนนี้ได้ยังไงกันนะ

ไม่มีใครต้องการแกหรอก ไม่มีเลยสักคน...

ยอมรับความจริงดีมั้ยวะช่อแก้ว 

บางทีการไปอยู่ที่โน้นอาจจะดีกับทุกฝ่ายก็ได้ พ่อคงสบายใจที่ต้องเห็นลูกที่สร้างแต่ปัญหาอย่างฉัน ไม่ต้องมีตัวกวนใจ ไม่ต้องมีใครหาเรื่องเดือดร้อนมาให้ไม่เว้นวัน ที่สำคัญก็จะไม่มีตัวขัดขวางความสุขของเขากับผู้หญิงคนนั้นด้วย 

ผู้หญิงที่พ่อกำลังจะให้เธอก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต 

ไม่มีฉันสักคน… พ่อก็คงจะมีความสุขกว่านี้ 

คิดดังนั้น ฉันก็ตัดสินใจจะปิดเครื่องและถอดซิมทิ้ง เพราะคงไม่จำเป็นต้องใช้มันอีก 

ทว่า

รายชื่อที่ปรากฏอยู่ในหน้าสมุดโทรศัพท์ก็ทำให้ฉันชะงักความคิดนั้นไปวินาทีหนึ่ง

ตัวงี่เง่าที่ชื่อโค้ก

ก่อนปลายนิ้วจะกดปุ่มโทรออกอย่างไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากมาย 

ใช่ ฉันกำลังโทรหาไอ้โค้กทั้งที่รู้ว่าเจ้าของเบอร์คงไม่มีทางรับสาย และอีกไม่ถึงห้านาทีก็ต้องขึ้นเครื่องแล้ว

ตู๊ด… ตู๊ด… ตู๊ด… 

เสียงสัญญาณรอสายดังก้องในโสตประสาท พร้อมกับก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายที่บีบรัดแรงมากขึ้นจนเจ็บร่องอก 

ที่จริงก็ไม่ได้คาดหวังอะไรนัก คนที่ไม่ชอบขี้หน้ากันคงไม่ใจดีขนาดนั้น

ก็เป็นอย่างนี้มาตลอด... ไอ้โค้กรับสายของฉันแทบนับครั้งได้ด้วยซ้ำ ต่อให้วันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่ฉันต้องอยู่ที่นี่ มันก็ไม่เคยมีอะไรเปลี่ยนแปลง 

แน่ล่ะ ขนาดเมื่อคืนมันยังขยี้ความรู้สึกของฉันเป็นการสั่งลาได้อย่างเลือดเย็น

ด้วยประโยคที่ยืนยันหนักแน่นว่าจะไม่มีทางหยุดรักผู้หญิงคนนั้นน่ะ

โคตรหนักเลย

ตู๊ด… ตู๊ด… 

ฉันยิ้มให้ตัวเองเหมือนคนโง่ ปลายจมูกแสบร้อนขึ้นอย่างห้ามไม่ได้ ตาเริ่มพร่ามัว เหม่อมองคนต่อแถวขึ้นเครื่องที่กำลังหดสั้นลงเรื่อย  

เหมือนความรู้สึกของฉัน ถูกกัดกินจากทุกอย่างจนมันแทบไม่มีอะไรเหลือ 

บางทีก็ควรจะรู้ตัวได้แล้ว… 

คนที่แม้แต่ตอนเกิดยังไม่ได้มาจากความรัก อย่าริอาจหวังว่าชีวิตนี้จะได้รับความรักจากใครอีก 

นั่นสิ ก็ไม่น่าเกิดมาแต่แรกแล้วมั้ยนะ ช่อแก้ว?

ตู๊ด… ติ๊ด!

!!!

พลัน กรอบตาเบิกกว้างในวินาทีนั้น 

“…” ไม่คิดว่าในเสี้ยววินาทีสุดท้ายก่อนที่สัญญาณจะตัดไปเอง มันกลับกดรับสายของฉัน แม้จะไม่มีเสียงใดรอดจากปลายสาย 

แม้แต่ฉันเองก็ยังกลายเป็นคนที่หาเส้นเสียงของตัวเองไม่เจอไปชั่วขณะ

“...” ไม่สิ ฉันแค่พูดไม่ออก ในหัวมันว่างเปล่าไปหมด เพราะไม่คิดว่าไอ้โค้กจะรับสาย เพราะไม่ได้คาดหวังถึงตั้งตัวไม่ทัน 

จู่ ๆ หัวใจที่เคยเต้นหน่วงหนืดก็เต้นแรงขึ้น และแรงขึ้นเมื่อเสียงทุ้มเป็นฝ่ายทำลายความเงียบลง

อะไร” 

เนื้อเสียงยังเต็มไปด้วยความแข็งกระด้าง เหมือนรำคาญ หรืออะไรสักอย่าง หากมุมปากฉันกลับยกสูงขึ้นเรื่อย ๆ อย่างห้ามไม่ได้ 

บางทีฉันควรพูด ก่อนโอกาสเหนือความคาดหมายครั้งนี้จะหลุดลอยไป

แล้ว... ควรพูดอะไรดีนะ?

“...” อยากพูด แต่ริมฝีปากกลับแข็งจนขยับไม่ได้ 

หนำซ้ำ สายตาฉันยังแทบมองอะไรไม่เห็น ตอนนี้มันพร่ามัวมาก ๆ เลย ใครก็ได้ ช่วยหยุดไอ้น้ำตาบ้านี่ทีสิ มันไหลไม่หยุดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้เหมือนกัน

ตลกว่ะ คนบ้าอะไร ทั้งยิ้มทั้งร้องไห้ในเวลาเดียวกันก็ได้

“ถ้าไม่พูดก็วาง เสียเวลา”

โค้ก” แทบจะในวินาทีนั้น

“…” ริมฝีปากฉันก็ขยับเรียกชื่ออีกฝ่ายออกไปเบา ๆ แต่คิดว่ามันคงได้ยินถึงได้เงียบฟัง 

ฉันสูดลมหายใจลึก กะพริบตาไล่น้ำใส พลางกลืนก้อนแข็งในลำคอ พยายามบังคับเส้นเสียงตัวเองให้มั่นคงที่สุด

มาถึงตอนนี้ แกก็ยังรักเขาอยู่ใช่มั้ย”

“...”

“ไม่เคยคิดจะหยุดรักเลยจริง  งั้นสินะ

แกนี่ก็แปลกว่ะช่อ

“...”

“ทำไมชอบถามซ้ำ ๆ ซาก ๆ ถามในสิ่งที่ตัวเองก็รู้คำตอบดีอยู่แล้ว”

นี่โค้ก...” 

ที่จริง ฉันมันก็แค่ผู้หญิงโง่เง่าคนหนึ่งที่ไม่เคยเข็ดหลาบกับความเจ็บปวดที่ได้รับจากอีกฝ่ายเท่านั้นแหละ รู้ว่าต้องเจ็บก็ยังตอกย้ำตัวเองอยู่เรื่อยไป 

ความหนักแน่นของอีกฝ่าย เป็นเหมือนลิ่มแหลม ๆ ที่กรีดแทงเข้ามาในอกซ้ำไปซ้ำมา ทั้งที่อีกฝ่ายเป็นคนแทง และตัวเองที่กำลังจับมืออีกฝ่ายให้แทงตัวเองอย่างคนโง่เง่า

“…” 

ฉันยังยืนยันนะ” 

อะไร” 

“เพราะแบบนั้น ถึงได้ชอบ... ชอบมาก”

“...”

“ฉันชอบที่แกเป็นอย่างนั้น แล้วก็ไม่มีวันหยุดชอบเหมือนกัน”

ติ๊ด!

จบประโยคนั้น เป็นฉันเองที่กดวางสายและปิดเครื่องในทันที

ริมฝีปากยังติดยิ้ม แถมน้ำตาก็ยังไม่มีท่าทีจะหยุดไหลเลย หลังมืออีกข้างที่อยู่บนหน้าตักเปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาตัวเอง ฉันเช็ดมันลวก ๆ หยัดตัวขึ้นยืนเต็มความสูง ก่อนจะเดินไปขึ้นเครื่องเมื่อเสียงประกาศครั้งสุดท้ายจบลง

เราสองคนมันเหมือนกันจริง ๆ นั่นแหละโค้ก

แกไม่คิดจะหยุดรักเขา ฉันเองก็ไม่คิดจะให้ทุกอย่างมันจบแค่วันนี้เหมือนกัน ขอบคุณที่รับสาย ถึงจะเป็นในวินาทีสุดท้าย และไม่มีคำพูดที่ดีไปกว่าทุกที 

แต่แค่นี้… มันก็ดีที่สุดสำหรับฉันในเวลานี้แล้ว 

ต่อให้อยู่ไกลถึงอเมริกา ก็ใช่ว่าฉันจะตัดใจ J




Coke talks:

งี่เง่า โง่งม...

สองคำนี้แล่นเข้ามาในหัวทันที หลังแสดงความดื้อดึงเสร็จคนโทรมาก็ชิงตัดสายไป เมื่อประมาณห้านาทีก่อน จู่ ๆ มือถือที่วางไว้บนโต๊ะเครื่องแป้งก็สั่นครืดคราด ปรากฏสายเรียกเข้าชื่อว่า ตัวน่ารำคาญ ขึ้นมา

ไม่ต้องบอกก็น่าจะรู้กันมั้งว่าใคร

ใช่ ช่อแก้วไง

วันนี้มันต้องบินไปอเมริกา ผมไม่รู้เวลาบินของมันหรอก ไม่คิดด้วยว่ามันจะโทรมา พอเห็นสายเรียกเข้าเลยแปลกใจนิดหน่อย ทว่าก็ไม่คิดจะกดรับสายในทันที 

ไม่สิ ปกติผมก็ไม่ได้ใจดีถึงขนาดรับสายมันอยู่แล้ว 

เพราะงั้น พอเห็นว่าเป็นมัน ผมก็ทำแค่มองไฟที่สว่างวาบเป็นจังหวะนั่น ฟังเสียงเรียกเข้าดังไปเรื่อย ๆ และแต่งตัวอย่างไม่เร่งรีบต่อไป

เมื่อคืนหลังจบปาร์ตี้อำลาก็ไม่ได้กลับบ้าน บอกแม่ไว้ว่าจะนอนบ้านไอ้เก๋า ไม่อยากให้แม่กังวลเวลาผมยังไม่ถึงบ้านแล้วต้องมานั่งรอ 

อีกอย่าง ดื่มเหล้าด้วยไงก็เลยไม่อยากให้แม่เห็นสภาพเท่าไหร่

ผมกับไอ้ช่อไม่ได้คุยอะไรกันอีกหลังจากตอนเดินแยกไปคุยข้างบ่อปลานั่น ไอ้ช่อไม่ได้หนีกลับขึ้นห้อง มันยังคงเดินเข้าไปร่วมงานปาร์ตี้ ผมเองก็เดินกลับไปนั่งกับกลุ่มเพื่อน มีหลายครั้งที่เผลอสบตากันโดยบังเอิญ ไม่สิ... ดูเหมือนอีกฝ่ายจะมองผมอยู่ตลอดอยู่แล้ว 

ผมสบตามันในเวลาสั้น ๆ ก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่นอย่างไม่ใส่ใจ

หากทว่า

สมองกลับยังจำสีหน้าก่อนหน้านั้นของไอ้ช่อได้เป็นอย่างดี 

ตอนผมยืนยันหนักแน่น บอกมันชัดเจนว่ายังรักพี่ขวัญและไม่เคยคิดจะหยุดรัก ริมฝีปากช่อแก้วคลี่ยิ้มออกมา แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยน้ำตาที่กำลังเอ่อล้น

ดูก็รู้ มันเจ็บปวด เจ็บจนแทบตายเลยมั้ง สำหรับคนที่รักคนที่เขาไม่ได้รัก

เพราะนอกจากจะไม่ถูกรัก ยังถูกเหยียบขยี้ความรู้สึกซ้ำไปซ้ำมาด้วยการบอกรักผู้หญิงคนอื่น

แต่เหมือนยิ่งตอกย้ำความเจ็บให้มันมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งยึดติดกับผมมากขึ้นเท่าไหร่ พิสูจน์แล้วจากสายที่ผมเพิ่งกดรับไปในวินาทีสุดท้ายก่อนสัญญาณจะขาดหาย 

ช่อแก้วก็ยังเป็นช่อแก้ว เป็นผู้หญิงที่น่ารำคาญที่สุดสำหรับผม มันยังแสดงความดื้อดึงออกมา ยืนยันว่าตัวมันเองก็ไม่มีทางตัดใจจากผม เหมือนที่ผมไม่เคยตัดใจจากพี่นาขวัญ

เพราะไอ้ช่อเป็นแบบนั้นไง ผมได้ถึงเกลียด...

ไม่ได้เกลียดมัน ผมเกลียดนิสัยของมันต่างหาก

เกลียด ความเหมือนของเราทั้งคู่ 

เกลียดที่เวลาด่ามันแล้วให้ความรู้สึกเหมือนกำลังด่าตัวเอง

“ถอนหายใจไรของมึงไอ้โค้ก” ปลาเก๋าที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำเอ่ยถาม “ละใครโทรมา?”

“ไอ้ช่อ” ผมขยับไปนั่งปลายเตียง หลบให้เจ้าของห้องได้แต่งตัวบ้างเมื่อจัดการตัวเองเสร็จ

“เออใช่ มันไปเมกาวันนี้นี่หว่า”

“...”

“ละมันว่าไง?”

“ก็ไม่ไง”

“ไม่ไงไรมึง กูเห็นหลังวางสาย มึงก็เอาแต่ยืนถอนหายใจ ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดไม่เลิกอยู่เนี่ย ไอ้หอก อย่ามา รู้ ๆ อยู่ว่าไอ้ช่อแม่งชอบมึงฉิบหาย” ไอ้เก๋าหรี่ตามอง “ทำไม มันโทรมาขอให้มึงไปส่งที่สนามบินไง๊?”

“ใช่ที่ไหนวะ”

“แปลกกกก แต่แค่โทรมาหามึงก็รู้แล้วปะว่าอยากเจอ กูว่ามันไม่อยากไปด้วยซ้ำเหอะ เมกงเมกา”

“แล้วไง?”

“ไปส่งมันกันปะล่ะมึง”

“รู้เหรอว่าไฟลท์กี่โมง?” ก็ถามไปงั้น

“เที่ยงครึ่ง”

“นี่เที่ยงสี่ห้า” ผมบอกเสียงเนือย

“ไม่ทันละไอ้สัด!

“...” ถึงทันผมก็ไม่ไปหรอก ไม่ใช่เรื่อง

“ห่า ใครใช้ให้มันบินวันต่อมาหลังจากปาร์ตี้จัดหนักวะ เพื่อนลุกไปส่งได้ก็ยอดมนุษย์แล้วปะ! เอ้ออออ บรัยน้าเพื่อนช่อ เซฟไฟลท์~~” ไอ้เก๋าพูดงึมงำ พลันหันไปโบกไม้โบกมือไปนอกหน้าต่างที่มีเครื่องบินกำลังบินผ่านให้เห็นพอดี

เหอะ ทำอย่างกับจะเป็นเครื่องที่ไอ้ช่อนั่งงั้นแหละ ประสาทไง

“เลิกไร้สาระ แต่งตัวเร็ว ๆ กูหิว”

ระหว่างนั่งรอไอ้คุณชายเก๋าแต่งตัว ผมก็มองตามเครื่องบินลำนั้นจนลับตา

ผมกับมันคงไม่มีโอกาสได้เจอกันแล้วล่ะ กว่าจะเรียนจบก็อีกหลายปี จบแล้วก็แยกย้ายกันไปทำงาน ยังไงเราก็เดินคนละเส้นทางอยู่แล้ว กว่าจะถึงตอนนั้น เวลาอาจจะทำให้ความดื้อดึงของมันลดน้อยลงบ้าง อย่างน้อยพอไปอยู่ที่โน้น ไอ้ช่อก็จะได้เจอคนหลายหลากกว่านี้ อาจจะเจอใครสักคนที่พร้อมจะรัก ได้อย่างที่มันอยากให้รักก็ได้

ใครสักคนที่คงไม่มีวันใช่ผม

โชคดีว่ะ ช่อ

End Coke talks;



 

[ TBC. ]

ตอนนี้เราจะ skip เวลากันแล้ววววววววววววว
เดี๋ยวนุ้งช่อก็จะคัมแบ็คทูไทยแลนด์ กร๊ากกกกกกกกกกก

เนื้อเรื่องเราจะไปเรื่อย ๆ อะ การอัปก็เช่นกัน (โดนตบ)
เรื่องนี้สาระอะไรก็ไม่ค่อยมีหรอก ก็เจ็บก็หน่วงกันไปวัน ๆ เอาให้ตาย เอาให้สุดเหมือนชื่อเรื่อง โอเคเนอะ?
555555555555555555555
คิดถึงนะคะ ขอบคุณที่ยังคอยทวงมาเรื่อย ๆ รู้นะว่าตัวเองอัปช้า ปีนี้โคตรช้าเลย ขอโทษด้วยจริง ๆ ค่ะ
คิดถึงมาก ๆ /* กอดแน่นนนนนนนนนนนนนนนนน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

222 ความคิดเห็น

  1. #182 sangbombeast (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 21:19
    งื้อออ รอนานมากกกกก
    #182
    0
  2. #181 Mini-fish (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 19:20
    กลับมาเร็วๆเน้อ
    #181
    0
  3. #180 FINNE00 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 16:54
    กลับมาเอาคืนนนนน
    #180
    0
  4. #179 หว๋าย.... (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 12:05

    กลับมาเลย ช่อ เรา อย่างเห็น คนหัวร้อน...

    #179
    0
  5. #178 b.a.b.ytae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 10:29
    หน่วงไปหมดดดดเ
    #178
    0
  6. วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 09:53

    ไปแล้วไปเลยไม่ต้องมานะช่อ จะได้เปลี่ยนนางเอกใหม่ 5555 (หลบรองเท้าแป๊บ)

    #177
    0
  7. #176 followers (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 08:11
    แงงงงง ชอบบบถ้ามีอีบุ๊คพร้อมซื้อเลยค่ะ รักเว่อร์ ๆเรื่องนี้
    #176
    0
  8. #175 Bbaicha64 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 04:45
    เรารอเรื่องนี้อยู่ตลอด
    #175
    0
  9. #174 ii_mjbt (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 01:57
    บอกตรงๆ ว่าไม่เคยอ่านนิยายเรื่องไหนแล้วรู้สึกหน่วงเท่าเรื่องนี้เลย เอาจริงอ่านตอนที่ช่อบรรยายความรู้สึกตัวเองทีไรนี่แปล๊บที่ใจตลอด เข้าใจความรู้สึกนางสุดๆทั้งเรื่องครอบครัวทั้งเรื่องโค๊ก ความรู้สึกที่เหมือนไม่เป็นที่ต้องการของใครเลยนี่มันเจ็บจริงไรจริง ซึ่งส่วนตัวแล้วช่อในความรู้สึกของเรานี่คือคนที่น่าสงสารมากๆคนนึงเลยทีเดียว #มาอัปบ่อยๆนะคะถึงจะนานแต่จะรอค่ะ
    #174
    0
  10. #173 followers (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 21:12
    นึกว่าจะทิ้งเรื่องนี้ซะแล้ว แต่เห็นแจ้งเตือนแล้วกรี๊ดเลย อย่าหายไปนานเลยนะคะ//กราบ เรื่องนี้ถูกจริตเราจริงๆ กลับมาอ่านซ้ำไปซ้ำมาด้วยความปวดใจ กลัวว่าไรท์จะไม่เขียนต่อแล้วㅠㅠเลิ๊บยู
    #173
    0
  11. #172 _LUIKIE_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 16:41
    ก็ยังหน่วงเหมือนเดิม ชอบบบบ ขอเจ็บกว่านี้อีกค่าาา
    #172
    0
  12. วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 12:54

    หมั่นไส้นังช่อจัง (ณ เวลานี้นะ 5555)

    #171
    0
  13. #170 Bbaicha64 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 11:48
    รออ่านต่อคร้า
    #170
    0
  14. #169 Bbaicha64 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 11:47
    มาแล้ววววว
    #169
    0
  15. #168 Poyid (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 07:29

    เจ็บดี

    #168
    0
  16. #167 b.a.b.ytae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 05:36
    กลับมาแล้วว มาพร้อมความเจ็บปวด
    #167
    0
  17. #166 Mini-fish (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2561 / 04:20
    เย่ ในที่สุดก็กลับมา
    #166
    0
  18. #165 followers (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 20:03
    คิดถึงนะคะ เมื่อไหร่จะรีบมาร้องไห้แล้ววว
    #165
    0
  19. #161 SaGwa_TH (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2561 / 02:20

    รออยู่นะ รีบมาต่อเถอะนะไรท์ กำลังสนุก

    #161
    0
  20. #160 Bbaicha64 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 16 มิถุนายน 2561 / 19:00
    คิดถึงน้องโค้กก
    #160
    0
  21. #158 b.a.b.ytae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 23:11
    รออยู่นะคะ
    #158
    0
  22. #157 Kat MF (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 22:08

    ขอบคุณที่ทำนิยายน่าอ่านขนาดนี้ เจอกับตัวพร้อมความรู้สึกที่คล้ายนิยายเลย

    #157
    0
  23. #156 หว๋าย.... (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 00:59

    อืม.....เจ็บแบบ ไม่ต้องใช้ตัวช่วยเลย นะช่อ...


    #156
    0
  24. #155 fabb (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 00:30

    เย่~ มาแล้วว สงสารช่อจัง ㅜ_ㅜ

    #155
    0
  25. #154 Huu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 12:40

    สงสารช่อ T____T

    #154
    0