LET IT HIGH รักให้สุด

ตอนที่ 3 : รักให้สุด : Chapter 2 [150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,002
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    7 เม.ย. 62

คำเตือน: นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

(บางช่วงอาจมีความรุนแรงทางเพศและการใช้ภาษา

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ)

เราแจ้งอัปนิยายที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ indy_swag

และทวิต @noknsn ตลอดนะคะ

ทวีตติดแท็ก #โค้กช่อแก้ว

Song: 1. แบบไหนที่เธอรัก - Zeal

2. NEW RULES - Dua Lipa | PIANO VERSION! KHS & Macy Kate COVER

 


Chapter : 2



“โค้ก...” ชื่อผมหลุดจากเรียวปากฉ่ำช้ำ เมื่อริมฝีปากเราหลุดจากกันจนเกิดเสียงชนิดหนึ่ง หากใบหน้ายังแนบชิด เราหอบหายใจแข่งกัน จูบเมื่อกี้สร้างความอึดอัด การเสียดสีของสะโพกมนที่กดทับกลางลำตัวก็สร้างความปวดร้าวได้ไม่ยาก รอบกายเหมือนถูกโอบล้อมด้วยความร้อนที่กำลังทวีองศาเดือดมากขึ้นเรื่อย ๆ “...ทำกันเถอะ”

คล้ายออดอ้อนระคนอ้อนวอนยังไงยังงั้น

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ที่ผมละมือจากท้ายทอยขาวเนียน เปลี่ยนเป็นเลื่อนไปขยำสะโพกอีกฝ่ายด้วยแรงทั้งหมด ท่อนแขนของผมเกร็งเครียด ไม่ต่างจากส่วนที่แข็งตึงในตอนนี้ 

พานให้ร่างกายทุกสัดส่วนเหยียดตึงไปหมด ลอบกลืนน้ำลายหนืดลงคออย่างยากลำบาก ลำคอแห้งผากเหมือนขาดน้ำมาแรมปี

ครืด ครืด...

ใบหูได้ยินเสียงมือถือในกระเป๋ากางเกงสั่น 

ใช่ รับรู้ว่ามันสั่นมาสักพัก แต่ไม่คิดใส่ใจ สายตามัวแต่จ้องริมฝีปากแวววาวช้ำเลือดจากการถูกบดขยี้ของคนตัวเล็กนิ่ง 

ก่อนไอ้ช่อจะรั้งให้ผมเลื่อนสายตาขึ้นสบด้วยการเรียกชื่อซ้ำ

“...”

“โค้ก...” กระซิบเรียกชื่อด้วยซุ่มเสียงแตกพร่า “กอดฉันสิ”

มาพร้อมคำสั่งด้วยซุ่มเสียงคล้ายการสวดอ้อนวอนภาวนามากกว่า

“...” ยังคงไม่มีคำพูดหลุดจากปากผมสักวลี มีเพียงสายตาที่จ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยตรงหน้า มองเข้าไปเพื่อค้นหาความนึกคิดของอีกฝ่าย 

และผมไม่พบสิ่งที่เรียกว่าความรู้สึกประชดประชันในดวงตาคู่นี้เลย

การเรียกร้องที่มาจากความต้องการบางอย่าง อะไรบางอย่างที่มาพร้อมกับร่องรอยเจ็บปวดมากมายในแววตา เป็นความเจ็บปวดที่ผมรู้จักมันดี รู้ว่าเกิดขึ้นจากอะไร 

เพราะเป็นความเจ็บที่ผมเคยเผชิญกับมันเมื่อไม่นานมานี้

เป็นความปวดร้าวที่เหมือนกันไม่มีผิด... 

ผมเห็นใจ แต่ไม่เคยสงสาร

และถ้าจะถามว่าทำไม ผมคงต้องบอกว่า เพราะเราสองคนเหมือนกันเกินไป

เจ็บ... เพราะเลือกที่จะ ทำตัวเอง ทั้งนั้น

“อยู่กับฉันได้มั้ย คืนนี้ คืนสุดท้าย...” 

ผมกะพริบตากับคำขอของไอ้ช่อ ปล่อยให้ผิวเนื้ออ่อนบนริมฝีปากของเราเสียดสีกันจนเส้นเลือดสั่นร้อน ฟังคำพูดคล้ายออดอ้อนนิ่งงัน 

“...ก่อนที่พวกเราจะแยกย้ายกันไป”

“...” ใช่ หลังจากคืนนี้เราก็จะไม่เจอกันแล้ว อาจไม่ใช่ตลอดชีวิต แต่ก็คงนานเป็นปี ๆ

“ได้มั้ย โค้ก... อยู่กับฉัน กอดฉันที กอดฉัน...”

“...” ไม่มีคำพูดแสดงการตอบรับจากผม

“อื้อ” 

มีเพียงริมฝีปากที่ถูกดึงดูดเข้าหากัน บดเบียดลงไปอีกครั้ง และอีกครั้ง

ปล่อยให้อารมณ์อยู่เหนือเหตุผลทั้งหมด ปล่อยอีกฝ่ายต่างได้ปลดเปลื้องอาภรณ์ของกันและกัน สลัดมันออกจากตัว เปิดเปลือยเรือนร่าง กดแผ่นหลังเล็กเปล่าเปลือยให้เสียดสีไปกับโซฟาขนาดใหญ่ ปล่อยให้เสียงครางหวานหูอบอวลอยู่ในห้องเก็บไวน์แห่งนี้ 

ให้ทุกอย่างดำเนินไปตามอารมณ์เร่าร้อนชวนให้เม็ดเหงื่อซึมชื้น 

ไม่มีใครสนใจแม้กระทั่งขวดเหล้าที่ถูกวางลงบนโต๊ะกระจกลวก ๆ จนมันล้มกลิ้ง ของเหลวในนั้นไหลออกมาเปรอะเปื้อนและส่งกลิ่นฉุน

กลิ่นแอลกอฮอล์ กลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัว 

และกลิ่นกายอ่อน ๆ ที่อบอวลด้วยความร้อน

สัมผัสที่คุ้นเคย และกลิ่นที่คุ้นชินลอยแตะจมูก... 

ตอนที่ร่างกายของเราบดเบียดไปพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงแทบหลุดกระดอนออกจากอก ทว่า เหตุผลของอัตราการเต้นรุนแรงในครั้งนี้ กลับแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

หนึ่งคน... เต้นแรงด้วยความรู้สึกลึกซึ้ง

อีกหนึ่ง... เต้นแรงด้วยอารมณ์มากกว่าความรู้สึก

และทุกอย่างก็เวียนวนกลับไปทับซ้อนกับเหตุการณ์ใน คืนนั้น อีกครั้ง

End Coke talks;






สองเดือนก่อนหน้า

“เก๋า วันนี้มันก็ไม่มาเรียนอีกแล้วเหรอ?”

“เออดิ” คำตอบที่ได้รับ ทำให้หัวคิ้วของฉันขมวดเข้าหากันทันที 

สีหน้าของคนตอบคำถามเองก็ไม่ต่างกัน เรากำลังขมวดคิ้วมุ่น เมื่อนึกถึงเพื่อนร่วมห้องคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่มาเรียนอีกแล้ว

ย้ำ... อีกแล้ว

“นี่จะครบอาทิตย์แล้วนะ ปกติมันไม่เคยเหลวไหลขนาดนี้”

ถ้ารวมวันนี้ นับเป็นวันที่สี่ ที่ฉันไม่เห็นหัวหน้าห้อง ม.6/1 มาโรงเรียน ทั้งที่ปกติมันไม่มีทางเหลวไหลกับเรื่องการเรียนเลย อาจไม่ถึงขั้นเด็กเนิร์ดหนอนหนังสือ 

แต่ ไอ้โค้ก ก็ลำดับความสำคัญให้การเรียนเป็นที่หนึ่งเสมอ

แล้วนี่อะไร อีกเดือนเดียวก็จบมอหก นึกอยากจะเทการเรียนตอนนี้ก็ได้เหรอวะ?

บอกก่อน... ฉันไม่ได้ถูกนับเป็นเพื่อนสนิทของไอ้คนที่ขาดเรียนเกือบอาทิตย์นั่น 

เป็นแค่หนึ่งในเพื่อนร่วมห้องเหมือนอีกสามสิบกว่าชีวิตที่เหลือ หนำซ้ำ ยังถูกจัดอยู่ในประเภทคนที่หมอนั่นไม่ชอบหน้าเท่าไหร่เสียด้วย ดูแล้วไม่ใช่เรื่องที่ควรจะมาเป็นเดือดเป็นร้อนเลยว่ามั้ย ความสำคัญอะไรก็ไม่ได้มีกับเขาเสียหน่อย 

แต่ก็นะ ฉันดันเป็นฝ่าย ให้ความสำคัญกับมันเกินจำเป็นไปเองแหละ ถึงได้กำลังหงุดหงิดงุ่นง่านกับสิ่งที่หมอนั่นเป็นอยู่ในตอนนี้

ส่วนเพื่อนสนิทของมันจริง ๆ ชื่อ ปลาเก๋า

“กูรู้ช่อ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงกับแม่งแล้วเหมือนกัน จะลากมันมาเรียนทั้งอย่างนั้นก็ไม่ได้ กลิ่นเหล้าหึ่งเหมือนอาบมากกว่าแดก ขืนมาโรงเรียนในสภาพนั้น เป็นเรื่องแน่” 

ไอ้คนที่กำลังยืนถอนหายใจเหนื่อยหน่ายอยู่นี่ไง

“หนักขนาดนั้น?”

“เออ อาการแม่งน่าเป็นห่วงเหี้ย ๆ บอกเลย” ไอ้เก๋าเสยผมด้วยสีหน้าคิดไม่ตก “เฮิร์ตหนักไม่พอ นี่มันยังโดนซ้อมมาซะน่วมอีก หมอก็ไม่ไปหา เอาแต่แดกเหล้า บ้านช่องก็ไม่ยอมกลับ ยึดห้องกูทำเอ็มวีไปเรียบร้อยละ”

จะว่าไป ฉันก็พอรู้สาเหตุที่ทำให้ไอ้โค้กไม่มาโรงเรียนอยู่บ้าง

น่าจะเดากันใช่มั้ยว่าอาการ เฮิร์ตของคนเรามันจะเกิดจากเรื่องอะไรได้บ้าง ใช่ ก็อย่างเช่น การอกหัก... เรื่องเบสิกที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน 

เมื่อเราเริ่มรู้จัก ความรัก เริ่มรู้จักการเอาหัวใจตัวเองไปผูกติดกับใครสักคน เมื่อนั้น เราก็เหมือนกำลังลอยแพอยู่กลางทะเล ไม่รู้เลยว่าพายุจะเข้าเมื่อไหร่ และซัดเราจนตกลงทะเลตอนไหน

ถ้าเมื่อไหร่หมดแรงว่ายน้ำและจมลง ด่ำดิ่งสู่เบื้องลึกอย่างหมดแรง 

เมื่อนั้น... เราจะเริ่มหายใจไม่ออก อึดอัด และค่อย ๆ ขาดอากาศตายอย่างทรมาน ไม่ได้แตกต่างจากความรักที่ได้รับความผิดหวังเป็นสิ่งตอบแทน

เจ็บเหมือนตายไม่ต่างกัน...

แต่เดี๋ยวนะ มีอย่างที่เพิ่งรู้

“ถูกซ้อม?”

“เออ บอกเลยว่ายับ เพราะมันปล่อยให้ตัวเองโดนซ้อมฝ่ายเดียว”

นั่นทำให้ฉันขมวดคิ้วเป็นปมหนัก 

ฉันรู้แค่ว่าที่ช่วงนี้โค้กมันทำตัวเกเรเพราะได้ยินว่าอกหัก ถูกพี่สาวข้างบ้านที่แอบหลงรักมานานหลายปีปฏิเสธ และเหมือนจะมีเรื่องกันด้วยมั้ง แต่เรื่องโดนซ้อมนี่ไม่เคยรู้

แล้วไงนะ... หมอก็ไม่ไปหางั้นเหรอ

ได้ยินแบบนั้นก็เหมือนความรู้สึกบางอย่างถูกกระตุ้น อยากไปดูสภาพมันว่าจะน่าสมเพชแค่ไหน

“โค้กมันอยู่ห้องแกใช่มั้ย?” ปลาเก๋าพยักหน้า ฉันจึงแบมือออกไป “กุญแจห้อง”

“กุญแจห้องกู? เพื่อ?” คนตรงหน้าทำเหลอหลา มองฉันด้วยสายตาตั้งคำถาม หากมือกลับล้วงเอากุญแจห้องที่มีคีย์การ์ดห้องติดในห่วงเดียวกันส่งให้งง ๆ “มึงจะไปห้องกูเหรอวะ ไปหาไอ้โค้ก? ตอนนี้ด้วยเนี่ยนะ?”

“เออ ตอนนี้”

“เอาจริงนะ นี่หาเรื่องโดดเรียนเฉย ๆ ปะวะ” 

ไร้สาระ ถ้าจะโดดเรียน ฉันไม่จำเป็นต้องใช้เหตุผลแค่นี้มาอ้างหรอก อยากโดดก็โดดเลย เคยสนที่ไหน ขนาดถูกเรียกผู้ปกครองนับครั้งไม่ถ้วน ฉันยังไม่คิดจะแคร์ด้วยซ้ำ

“พูดมาก” ชักสีหน้าใส่เพื่อนร่วมห้องไปที “ตามมาได้แล้ว”

“เอ้า! ก็ถ้าจะให้กูไปด้วย แล้วมึงขอกุญแจเพื่อ?!

“ให้ไปดูต้นทางต่างหาก!”

รู้ไหม มันคงจะน่าหงุดหงิดไม่น้อย หากมีอาจารย์หรือพวกน่ารำคาญสักคนโผล่มาเห็น ว่ามีนักเรียนหญิงมอหกกำลังปีนกำแพงด้านหลังตึกเรียนเพื่อหนีโรงเรียน ในระหว่างที่เพลง มาร์ชโรงเรียนกำลังบรรเลง เป็นสัญญาณให้รู้ว่าได้เวลาเข้าแถวเพื่อเคารพธงชาติ 

และมันจะยิ่งน่ารำคาญมาก ถ้ามีคนมาขัดขวางสิ่งที่ฉันคิดจะทำต่อจากนี้

วันนี้ฉันต้องได้เจอไอ้โค้ก ต้องได้เห็นว่าสภาพมันทุเรศแค่ไหน

“เฮ้ยช่อ อย่าทำกุญแจห้องกูหายนะเว้ย ขี้เกียจทำใหม่!” ปลาเก๋าที่ยืนดูต้นทางให้อยู่ไม่ไกลหันมาตะโกนบอก เมื่อฉันขึ้นมานั่งคร่อมบนจุดสูงสุดของกำแพงโรงเรียนพอดี 

ฉันก็พยักหน้าเออออไปส่ง ๆ

โชคดีนะ บังเอิญวันนี้ใส่ชุดพละ ทุกอย่างก็ดูคล่องตัวไปหมด แต่ถึงจะใส่กระโปรง นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาของการหนีเรียนอยู่ดี 

หลังออกจากโรงเรียนเรียบร้อยโดยไม่ถูกจับได้ ฉันก็โบกแท็กซี่และบอกจุดหมายปลายทางที่ปลาเก๋าส่งโลเคชั่นไว้ให้ในไลน์ มีทั้งที่อยู่ ชั้น และหมายเลขห้องครบถ้วน

ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมง กว่าจะฝ่ารถติดมาจนถึงหอไอ้เก๋า

เพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก ภายนอกเป็นอพาร์ตเมนต์ธรรมดา ไม่ได้เก่าหรือใหม่จนเกินไป ประตูทางขึ้นตึกเป็นระบบคีย์การ์ด ฉันแตะคีย์การ์ดบนเครื่องสแกน ก่อนจะเปิดประตูและเดินเข้ามาด้านใน

แล้วพบว่าที่นี่ไม่มีลิฟต์ และไอ้เก๋าสะเหล่ออยู่ชั้นหก...

เยี่ยม!

มันไม่ได้บอกฉันเรื่องนี้ เห็นแล้วอยากจะถาม อยู่เข้าไปได้ยังไง ไม่มีลิฟต์ให้ใช้ ต้องเดินขึ้น-ลงบันไดหกชั้นทุกวัน บ้าไปแล้ว เป็นฉันนะ ไม่มีทางมาอยู่ที่นี่แน่ ต่อให้สภาพจะไม่ได้เลวร้าย แต่ไม่มีลิฟต์ทั้งที่ตึกมีทั้งหมดแปดชั้นนี่ก็ถือว่าสุดแล้ว 

อยู่เกินชั้นสี่ขึ้นมาก็โคตรจะอะเมซิ่ง 

ดูสิ กว่าจะเดินขึ้นมาถึงชั้นหก บอกเลยว่าแผ่นหลังฉันมีเหงื่อซึมจนชื้นไปหมด ก้าวพ้นบันไดขั้นสุดท้ายก็แทบทรุด หยุดยืนเกาะราวบันไดหอบเอาอากาศเข้าปอดเกือบสามนาที

“แม่งเอ๊ย” สบถด่าฟ้าด่าฝนไปเรื่อย เสียพลังงานเกินความจำเป็น 

กว่าจะยืนหลังตรงและเดินไปยังห้องหมายเลข 606 ได้ก็กินเวลาไปอีกเกือบสิบนาที พอมาถึงหน้าห้อง ฉันก็ยืนถือกุญแจนิ่งอีกครั้ง

สมองกำลังคิดน่ะ... จะเคาะประตูหรือเปิดเข้าไปเลยดี?

แกรก

ใช่ สุดท้ายก็ไขกุญแจห้องไอ้เก๋าโดยไม่คิดจะเคาะก่อน

ความรู้สึกแรกตอนเปิดประตูห้องของปลาเก๋าเข้ามา... ฉันนิ่วหน้าเพราะกลิ่นฉุนกึกที่ลอยแตะจมูก ทำเอาเผลอสบถคำหยาบออกมาหลายครั้ง 

กลิ่นเหล้าในห้องอบอวลมากบอกเลย ยกมือปัด ๆ ตรงแถวปลายจมูกสองสามครั้ง ก่อนจะปิดประตูแล้วเดินเข้าไปด้านใน ที่นี่เป็นห้องพักธรรมดาที่ค่อยข้างกว้าง มีห้องน้ำในตัว ห้องก็ตกแต่งง่าย ๆ ตามแบบของผู้ชาย แน่นอนว่าสภาพตอนนี้ก็ดูไม่ค่อยได้เท่าไหร่ 

เพราะนอกจากเตียงเดี่ยวขนาดหกฟุตครึ่ง บนพื้นห้องก็แทบจะไม่หลงเหลือพื้นที่ให้เดินด้วยซ้ำ หลัก ๆ ก็คงเป็นเศษซากกระป๋องเบียร์กับขวดเหล้า แล้วก็พวกหนังสือกับเสื้อผ้า

กวาดตามองรอบเดียว ฉันก็เจอไอ้ตัวปัญหาที่ทำให้ฉันต้องถ่อมาถึงที่นี่จนได้

ไอ้โค้กนั่งพิงเตียงอยู่บนพื้นด้วยสภาพที่เรียกว่า... 

เละเทะ

นึกสภาพคนที่เมาหนักจนแทบจะแยกระหว่างคนกับหมาออกไม่ได้มั้ย 

นั่นแหละสายตาปรือเหมือนจะปิด กลิ่นเหล้าฉุน ๆ กับสภาพร่อแร่ ซ้ำยังดูน่าสมเพชหนักกว่าเดิม เพราะใบหน้าหล่อ ๆ ของมันมีบาดแผลจากการชกต่อยปรากฏชัด ช้ำเลือดจนน่ากลัวอยู่เหมือนกัน รวมถึงบางส่วนตามเนื้อตัวที่โผล่พ้นเสื้อผ้านั่นก็ด้วย

ก้อนเนื้อในอกฉันเต้นหน่วงหนืดลงอีกหลายจังหวะ

เกิดอะไรขึ้นกับมัน?

นั่นเป็นคำถามที่ผุดขึ้นมาในใจ ฉันก้าวเข้าไปใกล้คนที่นั่งถือขวดเหล้าไว้ในมือ พร้อมทั้งกระดกเหล้าเข้าปากด้วยท่าทางเหม่อลอย สีหน้าไม่สู้ดี ดวงตาเหมือนไม่มีจุดโฟกัส 

มันเหม่อมองอะไรสักอย่าง ขนาดฉันเดินเข้าไปยืนตรงหน้าก็ยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ นั่นทำให้ฉันขมวดคิ้วเข้าหากันมุ่นเมื่อเห็นอาการของไอ้โค้กเต็มสองตา

เออ ท่าจะหนักอย่างที่ไอ้เก๋าว่าจริง

“โค้ก” ฉันส่งเสียงเรียกคนเมา

“อือ” เจ้าของชื่อส่งเสียงตอบรับในลำคอ ประสาทการรับรู้ของมันทำงานช้ากว่าปกติ เพราะเกือบสิบวินาที มันถึงจะหันมาเงยหน้ามองฉัน หรี่ตาปรือแทบจะปิดนั่นเพื่อเพ่งมองพร้อมทั้งสะบัดศีรษะ ไอ้เก๋า...

ไม่ใช่ไอ้เก๋า

“อ่า...”

“ฉันเอง ชะ...”

“มาหาเหรอ” เส้นเสียงของฉันขาดหายไป พูดชื่อตัวเองยังไม่สิ้นเสียงดีด้วยซ้ำ สีหน้าของคนเมาก็เริ่มเปลี่ยนไป ครางถามเสียงยาน สีหน้าแปลกไปจนฉันนึกระแวงรอยยิ้มดีใจระคนเศร้าของมัน “...มาหาแล้วเหรอ”

“...” รู้มั้ย ฉันเกือบจะยิ้มตามคนตัวสูงอยู่แล้ว

หากไม่ได้ยินประโยคต่อมาจากปากมันเสียก่อน

“มาหาโค้กใช่มั้ย... พี่ขวัญ”

หมับ...

ร่างกายพลันเกร็งเครียดขึ้นมาในวินาทีนั้น

ไอ้โค้กขยับสวมกอดเอวฉันแทบจะทันที และด้วยโพสิชั่นของเรา ฉันยืนอยู่ตรงหน้า ส่วนมันนั่งบนพื้น ใบหน้าอีกฝ่ายจึงซบอยู่ตรงหน้าท้องฉันพอดี 

ฉันอึดอัดเพราะแรงกอดรัดนั่นไม่เบาเลย แถมประโยคที่หลุดจากปากคนเมาแทบไม่ได้สติก็ทำให้ฉันรู้สึกหน้าชาจนเผลอยืนนิ่ง 

มันต้องเมาแค่ไหนถึงคิดว่าฉันเป็นคนอื่นไปได้วะถาม

อยากเอาน้ำเย็นสาดให้แม่งสร่างชะมัด!

คิดแล้วก็อดมองเหยียดเจ้าของกลุ่มผมสีดำที่ซุกอยู่ตรงหน้าท้องตัวเองอย่างเสียไม่ได้

ทั้งที่เจ้าของชื่อที่มันครวญครางร้องหา เป็นคนทำให้มันตกอยู่ในสภาพน่าสมเพชแบบนี้ ทว่า มันก็ยังเอาแต่คิดถึงเขา โหยหาเขา พนันมั้ย ตอนนี้ในหัวไอ้โค้กคงมีแต่ผู้หญิงคนนั้น 

หรือไม่... ก็อาจจะเป็นอย่างนั้นมาตั้งนานแล้ว

ทั้งที่เขาทำให้มันเจ็บปวดขนาดนี้ เป็นบ้าได้ถึงขนาดนี้... แต่มันก็ยังต้องการเขา 

รับรู้ความรู้สึกได้จากแรงกอดรัดตรงเอวนี่ไง อ้อมกอดนี้เหมือนกำลังอ้อนวอนและอยากเหนี่ยวรั้งเจ้าของชื่อนั้นไว้ มันถูกส่งผ่านมาจนฉันสัมผัสได้ 

รับรู้ได้เป็นอย่างดี... 

ต่อให้เธอคนนั้นจะทำให้มันเจ็บสักแค่ไหน หากความรู้สึกของไอ้โค้กก็ยังไม่เคยเปลี่ยน

มั่นคงเสียจนเหมือนจะไม่มีวันเปลี่ยนได้อีกแล้ว

ทั้งที่เขาทำให้ตัวเองเจ็บแทบตาย แต่ก็ยังยอมทรมานหัวใจตัวเองอยู่ได้

โง่เง่าสิ้นดี

แต่ก็นั่นแหละ สำหรับฉัน มันก็เป็นสิ่งที่ทั้งน่ารำคาญและน่าหลงใหลในเวลาเดียวกัน

ฉันไม่ใช่เขาฉันบอกเสียงเรียบ พร้อมทั้งแกะท่อนแขนแกร่งออกจากเอวตัวเอวไปด้วย 

หากคนเมากลับต่อต้านดื้อดึง ส่ายหน้าถูไถกับหน้าท้องผ่านเสื้อพละตัวบางเหมือนเด็กน้อยถูกขัดใจ ปากก็เอาแต่พร่ำไม่หยุด

หายโกรธโค้กนะ อย่าเกลียดโค้กเลยนะครับ โค้กขอโทษพี่ขวัญ ขอโทษครับ

“…” ฉันไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกับไอ้โค้ก หรือมันก่อเรื่องอะไรไว้

ถึงได้กลัวว่าเธอจะโกรธจะเกลียดมากมายขนาดนี้ ถึงขั้นพร่ำขอโทษและขอร้องไม่ให้โกรธไม่ให้เกลียดมัน ไม่รู้ด้วยว่าบาดแผลจากการถูกซ้อมนี่ได้มายังไง

รู้แค่ว่ามันอกหักจากผู้หญิงข้างบ้านที่มันแอบรักมานานก็เท่านั้น

แล้วก็ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ มือที่คิดจะดึงท่อนแขนหนาออก เปลี่ยนเป็นบีบแน่นและจิกเล็กยาวลงบนผิวเนื้อของมันเพื่อระบายความหงุดหงิด 

อืมก็อาจจะตั้งแต่ได้ยินชื่อคนอื่นจากปากของมันกระมัง

มันทำให้ฉันรู้สึกไม่สบอารมณ์จริง ๆ นั่นแหละ

รู้มั้ย ถ้าถามว่าฉันเกลียดอะไรในตัวเพื่อนร่วมห้องคนนี้มากที่สุด

ก็คงเป็นไอ้ที่มันกำลังทำอยู่นี่ไงเวลาไอ้โค้กพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้เสียงสอง รวมถึงการแทนตัวเองด้วยชื่อนั่นด้วย มันน่าฟัง 

ใช่... ฟังแล้วมันดูน่ารักน่าเอ็นดูไม่น้อยเวลาผู้ชายแทนตัวเองด้วยชื่อ 

ฉันก็ชอบเวลามันแทนตัวเองด้วยชื่ออยู่หรอก แต่อีกใจกลับรู้สึกเกลียดจนน่าหงุดหงิด เพราะมีไม่กี่คนที่ไอ้โค้กจะเผยมุมแบบนี้ให้ได้เห็น

เวลาออดอ้อนออเซาะด้วยเสียงสองงุ้งงิ้ง พร้อมแทนตัวเองด้วยชื่อนั่นน่ะ

รู้มั้ย หนึ่งในคนที่มันทำตัวแบบนี้เวลาอยู่ด้วยตลอดเวลาก็คือเธอคนนั้น.... นาขวัญ

แล้วเชื่อเถอะ ถ้ามันรู้ว่าคนที่ยืนตรงหน้าตอนนี้เป็นฉัน คงไม่มีวันได้ยินอะไรแบบนี้เป็นแน่

ฉันไม่ได้รับสิทธิ์ให้ได้เห็นมันในมุมมองอย่างนี้ยามปกติ

พี่ขวัญ อย่าเกลียดโค้กนะ โค้กไม่ทำแล้วครับ โค้กผิดไปแล้ว โค้กขอโทษ อึก... โค้กชอบพี่ขวัญมากนะ โค้กชอบจริง ๆ แต่โค้กจะไม่ทำแบบนั้นแล้ว โค้กจะเป็นเด็กดีนะครับ อย่าเกลียดโค้กเลยนะ โค้ก...

น่ารำคาญ!

พลั่ก!

พล่ามอะไรอยู่ได้วะฉันยกมือเสยผมแรง ๆ ด้วยความรู้สึกงุ่นง่าน

ราวกับเสียงของมันเสียดแทงแก้วหู มันทำให้ฉันหมดความอดทน ทั้งที่ไม่ได้เสียงดัง แต่ฉันดันทนฟังไมได้ รวบรวมเรี่ยวแรงทั้งหมดผลักร่างสูงออกโดยที่ยังเพ้อไม่จบดี 

คราวนี้ฉันทำสำเร็จ ดูเหมือนจะได้ผลเกินคาด เพราะไอ้โค้กหงายหลังไปกระแทกกับปลายเตียงด้วยความแรงระดับหนึ่ง มันนิ่วหน้าเพราะคงเจ็บหลัง แต่ก็เหมือนจะเริ่มได้สติกลับคืนมาบ้าง ขวดเหล้าในมือหลุดลงพื้นไปแล้ว มันสะบัดศีรษะคล้ายต้องการไล่ความมึนเมาสองสามครั้ง เงยหน้าขึ้นมองฉันพร้อมทั้งหรี่ตาลงเหมือนพยายามปรับหาโฟกัส 

ก่อนกรอบตาของมันจะเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นว่าเป็นใคร

ไอ้ช่อครางเรียกชื่อฉันออกมาด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง

มีสติแล้วนี่ นึกว่าต้องเอาน้ำสาดถึงจะสร่างได้

มาได้ไง แล้วมาทำไมวะคนเมายกมือคลึงขมับ หัวคิ้วของมันขมวดเข้าหากันมุ่น ดูก็รู้ว่ากำลังต่อสู้กับความมึนเมาในหัวอย่างหนักถึงเวลาเข้าเรียนแล้วไม่ใช่ แล้วไอ้เก๋าล่ะ

ก่อนจะถามเรื่องคนอื่น ดูตัวเองก่อนดีกว่ามั้ยว่ากำลังทำบ้าอะไรอยู่ที่นี่ แกไม่ไปโรงเรียนมาสี่วันแล้วนะโค้ก มาขลุกอยู่ห้องไอ้เก๋าแล้วก็เอาแต่ดื่มเหล้า คิดว่ามันดีแล้วเหรอวะ อยากโดนเรียกผู้ปกครองมากนักไง?”

แล้วเสือกไรวะช่อ ใช่เรื่อง?

เชื่อมั้ย ทั้งที่แค่คำพูดง่าย ๆ ไม่กี่คำ หากถ้อยคำเหล่านั้นกลับสามารถทำให้หน้าฉันชาทั้งแถบได้ไม่ยาก เหมือนถูกลากไปตบหน้าเสาธงต่อหน้านักเรียนทั้งโรงเรียน 

ฉันเม้มฝีปากเม้มเป็นเส้นตรงพลางกำหมัดข้างลำตัวแน่น

“...” เล่นเอาจุกจนพูดไม่ออกไปชั่วขณะหนึ่ง

พลัน ความรู้สึกบางอย่างก็แล่นเข้ามาในอก สร้างความปลาบแปลบให้กับก้อนเนื้อโง่ ๆ ที่กำลังเต้นอยู่ข้างในนั้น เป็นความรู้สึกที่ทำให้ฉันกัดริมฝีปากตัวเองแน่นกว่าเดิม 

ส่วนคนพูดก็หาได้ใส่ใจไม่... 

หันไปหยิบขวดเหล้าที่ตกพื้นจนพร่องออกเกือบหมดขึ้นมาดื่มต่อหน้าตาเฉย ไม่ได้แคร์หรอกว่าคำพูดที่มันทิ้งไว้ให้จะทำร้ายหัวใจคนฟังสักแค่ไหน

เออ ฉันแม่งก็สาระแนไม่เข้าเรื่องเองแหละ

ทั้งที่ก็พอจะรู้อยู่แล้วนะ นี่ไม่ใช่ปฏิกิริยาที่ต่างจากที่คิดสักเท่าไหร่ สะเออะไป เป็นห่วงคนที่เขาไม่ชอบหน้าตัวเองก็แบบนี้ จะถูกตอกหน้ากลับหาว่าเสือกไม่เข้าเรื่องก็ไม่แปลก 

ไม่ได้ผิดคาด...

แค่ก็ไม่คิด ว่าแม่งจะเจ็บได้ขนาดนี้

“หึ เห็นมั้ย ก็ไม่ใช่... ไม่ใช่เรื่องของแกเลยว่ะ”

แต่ถ้าคิดว่าฉันจะถอยเพราะคำพูดร้ายกาจที่มันจงใจซัดใส่หน้า

โทษว่ะ นั่นก็ไม่ใช่เรื่องอีกเหมือนกัน

พึ่บ...

“พอได้แล้ว” รวดเร็วเท่าสมองสั่งการ ขวดเหล้าในมือไอ้โค้กก็ถูกฉันฉกมาอย่างหน้าด้าน ๆ ทำให้คนที่กำลังกระดกน้ำเมาเข้าปากอึก ๆ ถึงกับสำลักหน้าดำหน้าแดง 

เหล้าหกเลอะจากปากจนถึงลำคอและหน้าอกของมัน

“แค่ก ๆ ทำไรของแกวะ!” ไอ้โค้กไอโขลก เงยหน้าขึ้นมองฉันตาขวาง พร้อมทั้งเอื้อมมือหมายจะคว้าเหล้าขวดนั้นคืน แต่ฉันก็ชักมือหลบ ชูให้สูงกว่าที่ฝ่ามือของมันจะเอื้อมถึง “ไอ้ช่อ อย่ากวนตีน เอาเหล้ามา!

ไม่” ปฏิเสธทันที ไม่สนว่ามันกำลังหงุดหงิด “เมาเป็นหมาอ่ะ แม่งไม่ได้เท่หรอกนะ

“บอกแล้วไง ไม่ต้องยุ่ง ฉันอยากอยู่คนเดียว ไสหัวไปได้แล้ว!

พลั่ก!

ไอ้โค้กพยุงตัวเองลุกขึ้นยืนขึ้นเต็มความสูงอย่างทุลักทุเล จงใจเดินชนไหล่ฉันจนต้องหลีกทาง ก่อนจะเดินโงนเงนไปทางตู้เย็นที่อยู่มุมหนึ่งของห้อง เปิดประตูตู้เย็นออกแล้วก็หยิบเบียร์ที่เรียงอยู่ในนั้นออกมา 

เห็นแล้วก็สงสัยว่ามันไปซื้อของพวกนี้มายัดใส่ตู้เย็นจนเต็มได้ยังไง อายุยังไม่ถึงยี่สิบแท้ ๆ แต่นั่นก็คงไม่ใช่ประเด็นสำหรับตอนนี้ 

พอเห็นว่ามันกำลังจะเปิดกระป๋องเบียร์ ฉันก็ทำตัวดื้อด้านด้วยการเดินตามไปขโมยกระป๋องเบียร์มาไว้ในมือตัวเองอีกครั้ง

“ก็บอกให้พอไงวะ”

“ไอ้ช่อ!” คนตัวสูงตวาดเสียงดังลั่นอย่างไม่พอใจ

“แกเมามากแล้วนะโค้ก มีสติหน่อยดิ จะดื่มให้ตายเลยไงวะ”

“อยากเมาจนตายมันก็เรื่องของฉันปะวะ เอามา!

“ฉันไม่ให้ ไอ้โค้ก เลิกบ้าสักทีเถอะ!” พลันรีบซ่อนทั้งเหล้าทั้งเบียร์ไว้ด้านหลังอย่างไว เพราะคนเมามันพุ่งเข้ามาแย่งอย่างไม่ยอมระคนหงุดหงิดไม่น้อย 

กลายเป็นว่าไอ้โค้กพยายามจะแย่ง ส่วนฉันก็พยายามจะซ่อนเหล้าเบียร์ไว้ด้านหลังตัวเอง ฉันถูกมันรุกไล่จนต้องถอยหลังไปเรื่อย ๆ แต่มันก็ยังแย่งไปจากฉันไม่ได้ 

ทำเอาคนเมายิ่งหัวเสียหนัก

“อย่าวอนให้มากนักนะไอ้ช่อ”

“ก็แค่อกหักปะ ยังไงเขาก็ไม่รักแกตั้งแต่แรกอยู่แล้วนี่ จะมาวอร์รี่อะไรนักหนา” คำพูดของฉันคงแทงใจดำ นัยน์ตาของคนเมาถึงได้วาวโรจน์แทบจะทันทีทันใด 

ก่อนร่างฉันจะถูกผลักอย่างแรงจนหงายหลัง

ตุบ!

“อยากปากแตกนักเหรอ!

หลังฉันกระแทกลงกับเตียงนอนด้วยความแรงในระดับหนึ่ง นึกภาพเตียงที่สปริงมันไม่ได้มาตรฐานออกมั้ย พอล้มลงมา มันไม่มีความยืดหยุ่นรองรับ 

บอกเลยว่าจุกจนเกือบจะพูดไม่ออก เผลอปล่อยขวดเหล้าและกระป๋องเบียร์ในมือจนมันกลิ้งตกไปข้างเตียง เหล้าบางส่วนก็หกรดเตียงนอนไอ้เก๋าจนส่งกลิ่นฉุนติดจมูก

หากมันก็ไม่ใช่ประเด็นที่เราให้ความสนใจในเวลานี้ 

รู้ตัวอีกที ไอ้โค้กก็คร่อมร่างฉันไว้บนเตียงและจ้องด้วยสีหน้าเอาเรื่อง

คงโมโหมาก ที่ฉันพูดความจริงจนตีแสกหน้ามันกระมัง

“อยากต่อยก็ต่อยเลย” ฉันท้าทาย “ต่อย...!

ตุบ!

และมันก็สนองแทบจะทันทีจนฉันเผลอเกร็งตัว เมื่อกำปั้นหนักทุบลงบนที่นอนข้างศีรษะอย่างรวดเร็วและรุนแรง ลมหายใจที่เต็มไปด้วยกลิ่นฉุนของแอลกอฮอล์เป่ารดลงมา 

ไอ้โค้กกำลังหอบหายใจด้วยความกรุ่นโกรธ มันคร่อมร่างฉันไว้บนเตียงโดยที่ไม่มีร่างกายส่วนไหนของเราสัมผัสกันเลย 

ฉันหลับตาไปวิฯ หนึ่ง เพราะแรงลมจากหมัดที่ปะทะผิวแก้มบ่งบอกให้รู้ว่ามันเอาจริง ถ้าหมัดเมื่อกี้กระแทกลงบนหน้าฉัน นั่นคงไม่แปลกถ้าฉันจะรู้สึกตัวอีกทีในวันรุ่งขึ้น

“อย่าปากดีให้มาก”


 

[ TBC. ]

เหมือนจะไม่มีความนุ้งอีกต่อไป เอื้อออ นุ้งโค้กคนไม่อ่อนโยนนนน อย่าร้ายกับช่อมาก ฮ่อลลล ถึงช่อจะมีนิสัยไมน่ารักเท่าไหร่ แต่ที่ทำไปช่อก็มีเหตุผลของมันคือกัน อูยยยย *กุมหัวใจ... สรุปคัตจะมาตอนหน้าแหละทุกคน กร๊ากกก บอกเลยว่าจะแซบๆ หม่นๆ ปนๆ กันไป อ่านแล้วฝากเม้นต์ส่งฟีดแบ็คโหน่ยยยยยยย จุ๊บๆ


ทวีตติดแท็ก #โค้กช่อแก้ว


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

222 ความคิดเห็น

  1. #67 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:39
    อยากเห็นคนโดนต่อยอ่ะโค้ก
    #67
    0
  2. #66 Mikataetae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:22
    ชอบแนวนึ้แหละ เทาๆ หม่นๆ เจ็บหน่วงๆ
    #66
    0
  3. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:21
    ทำไมไม่อ่อนโยน
    #65
    0
  4. #64 xojaniss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:18
    นุ้งโค้กไม่อ่อนโยนกับช่อเลย
    #64
    0
  5. #63 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:38
    เออนั่นสิ แล้วมายุ่งไรกับนุ้งโค้ก
    #63
    0
  6. #62 Mikataetae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 07:37
    แอบหน่วงๆ ไม่รู้ใครจะน่าสงสารกว่ากัน
    #62
    0
  7. #61 Thitimaaek (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:49
    งื้อ!!!มีความหน่วง😢😢😢
    #61
    0
  8. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:19
    มาแล้วๆ
    #60
    0
  9. วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:25
    ยอมแล้วววว
    #59
    0
  10. #58 Mikataetae (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:04
    ชอบบบบบบบ
    #58
    0
  11. #57 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:19
    มันจะเศร้าๆ หน่อย
    #57
    0
  12. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:00
    มีดูต้นทางด้วยยย
    #56
    0
  13. #55 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:49
    นางรักของนางอ่ะนะ
    #55
    0
  14. #53 Barbara13 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 05:34
    โถ!!!!ใครทำ
    #53
    0
  15. วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:46
    โอ๊ยยยย ถึงกับเอาไอดีนี้มาคอมเมนต์ ฮื่ออออ จากใจอยากดรั๊ยเล่มเอาะ TuT พิคะะะะ สงเคราะห์นุทีย์ >3<
    #52
    1
    • #52-1 `}ย•noknsn(จากตอนที่ 3)
      4 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:58
      นุต้องจัยเย็นๆ นะคะะะะะ เล่มจะมาตั้งแต่เพิ่งอัปตอนแรกมั่ยดั่ยยยยยยยย
      #52-1
  16. #51 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:27
    ม่ีความหน่วงๆ 
    #51
    0
  17. #50 AGTD-724148 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:51
    โคตรหน่วง....
    #50
    0
  18. #49 xojaniss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:04
    หูววว ร้อนแรง
    #49
    0
  19. #48 Hwww (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:31
    ฮอตมากกก5555555
    #48
    0
  20. #47 Deff p.k. soul (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:47
    ชอบจังคนจริงเนี่ย
    #47
    0
  21. #46 xojaniss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:59
    เจิมมมมม
    #46
    0
  22. #44 xojaniss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:10
    เจิมมมมม
    #44
    0
  23. #43 xojaniss (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:10
    รอนะคะ
    #43
    0
  24. #42 Hwww (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:33
    เจิมมมมม
    #42
    0
  25. #41 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:59
    รอสิิิิิิิิิิิิรอออออออออออออ
    #41
    0