LET IT HIGH รักให้สุด

ตอนที่ 2 : รักให้สุด : Chapter 1 [150%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 939
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    18 พ.ย. 62

คำเตือน: นิยายเรื่องนี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป

(บางช่วงอาจมีความรุนแรงทางเพศและการใช้ภาษา

โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยนะคะ)

เราแจ้งอัปนิยายที่เฟซบุ๊กแฟนเพจ indy_swag

และทวิต @noknsn ตลอดนะคะ

ทวีตติดแท็ก #โค้กช่อแก้ว

 


Chapter : 1



บรื้นนนนน!

เสียงเครื่องยนต์คำรามเป็นเอกลักษณ์ ดึงความสนใจของผมได้ไม่ยาก 

ไม่กี่วินาทีต่อจากนั้น ยานพาหนะสองล้อคันใหญ่ก็แล่นมาจอดเทียบอยู่หน้าประตูรัวบ้านข้าง ๆ จากนั้นร่างเล็กที่ซ้อนท้ายก็ปีนลงมายืนเต็มสองเท้าบนพื้น ถอดหมวกกันน็อคเต็มใบออกทางศีรษะแล้วถือไว้ข้างเอว ไม่ได้ส่งคืนคนที่คร่อมมอไซต์คันโตที่กำลังถอดเครื่องป้องกันออกเช่นกัน 

แสดงให้รู้ว่าคนซ้อนต้องใช้หมวกใบนี้บ่อยจนต้องเก็บไว้กับตัวเอง

“ขอบคุณที่มาส่งนะ นายกลับไปได้แล้ว เดี๋ยวดึก”

“ดึกก็ค้างบ้านเธอไง”

“ได้ที่ไหน น้านุชก็อยู่ อีกอย่างพ่อนายก็อนุญาตให้กลับบ้านได้แล้ว”

“เซ็งตรงนี้แหละ! ตอนนี้เราก็เป็นคู่หมั้นกันแล้วด้วยปะ! ฉันแม่งยิ่งไม่อยากแยกบ้านอยู่กับเธอเลยว่ะนาขวัญ เมื่อไหร่จะได้อยู่ด้วยกันอีก ฉันอยากนอนกอดเธอใจจะขาดอยู่แล้วโว้ยยยย”

“พายุ! เบา ๆ สิ เดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินหรอก”

“แล้วไงใครแคร์ ก็ฉันอยากแต่งงานแล้วอ่ะ! อยากอยู่ด้วยกันแล้ว!

“โอ้ย ไม่เอาแล้ว นายงอแงจังวันนี้ ฉันเข้าบ้านดีกว่า”

“เฮ้ย หยุด!

“อะไรเล่า”

“ขอบคุณยัง?”

“ก็ขอบคุณแล้วไง ประโยคแรกที่ลงจากรถเลยด้วย ไม่ได้ฟังเลยเหรอ นายนี่”

“ไม่ใช่ ฉันหมายถึง... ขอบคุณตรงนี้” คนพูดยกนิ้วจิ้มที่ปากตัวเอง ชัดเจนว่าเขาอยากให้เธอแสดงคำขอบคุณตรงจุดไหนและยังไง 

แน่นอนคนตัวเล็กอิดออดเพียงเล็กน้อย ก่อนจะเดินไปเขย่งเท้าจุ๊บปากคนตัวโตไว ๆ แล้วรีบหมุนตัววิ่งเข้าบ้านด้วยความเขิน ขณะเจ้าของพาหนะคันโตก็ยิ้มแล้วมองตามแผ่นหลังเธอด้วยสายตาเอ็นดูและรักใคร่

ผมมองภาพนั้นอยู่ในมุมมืดตรงหน้าบ้านตัวเอง 

คู่รักคู่นั้นมองไม่เห็นผมหรอก เพราะมีต้นมะม่วงตรงมุมบ้านด้านในที่แตกกิ่งก้านเป็นพุ่มใหญ่ ๆ เอนออกมานอกรั้วช่วยกำบังตัวผมและสีหน้าที่กำลังเรียบตึงได้เป็นอย่างดี

เจ็บดีฉิบหาย กี่ครั้งก็ไม่ชินเลยสักที

พี่นาขวัญกับแฟนของเธอน่ะ...

รู้สึกว่าซวยชะมัดที่ออกมาเจอภาพพวกนี้พอดิบพอดี ราวกับพระเจ้าต้องการตอกย้ำกว่าพ่ายแพ้ของผม จะเดินออกไปก็ไม่กล้า จะถอยเข้าบ้านก็ไม่ได้ 

ผมทำได้แค่ยืนนิ่งอยู่ในเงามืด กำหมัดแน่นเพราะในช่องอกมันหน่วงชอบกล ยืนรอจนกระทั่งแฟนพี่นาขวัญสตาร์ทเครื่องยนต์และขี่มันออกไปซะที

บรื้น...

แต่ผมก็ไม่คิด ว่าเขาจะขี่มอไซต์ตีโค้งเป็นวงกว้างจนผ่านหน้าผมด้วย และเหมือนเจ้าของหน้าตาเอาเรื่องจะรู้แต่แรกว่าผมยืนอยู่ตรงนี้ 

เขาหันมายังจุดที่ผมยืนอยู่ ส่งสายตาผ่านความมืดมาให้

ช่างเป็นสายตาที่ผมไม่เคยนึกชอบใจเลยสักครั้ง

ถ้าวันไหนทำพี่ขวัญเสียใจ จะแย่งกลับมาให้ดู!

Rrrr…

ยืนกำหนดลมปราณต่อไม่ถึงสองนาที เสียงเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋ากางเกงก็ดังขึ้น ผมรู้ตั้งแต่ยังไม่หยิบมันออกมาแล้วว่าเจ้าของสายนี้เป็นใคร เพราะมันโทรหาผมทุกสิบนาที เหมือนกลัวผมจะผิดนัดคืนนี้นักหนา

[ไอ้โค้ก! มึงจะมาถึงชาตินี้หรือชาติหน้าครับ ถาม!]

“ทำไมมึงน่ารำคาญแบบนี้วะเก๋า เร่งกูจังเว้ย” ผมกรอกเสียงลงไปด้วยความเซ็งจัด พลางเริ่มเดินไปยังหน้าหมู่บ้านเพื่อจะเรียกรถไปยังสถานที่นัดหมายในค่ำคืนนี้ แต่เพราะผมไม่ยอมเสด็จออกจากบ้านสักที ทั้งที่งานก็คงจะเริ่มไปได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว เพื่อนซี้อย่าง ไอ้ปลาเก๋า’ ก็เลยโทรมาตามยิก ๆ “เดี๋ยวไม่ไปแม่ง คนยิ่งไม่มีอารมณ์อยู่”

[ไอ้ห่า ฉลองกันครั้งสุดท้ายนะโว้ย มึงจะไม่มาได้ไง เพื่อนก็มากันทั้งห้องปะ อย่าเล่นตัวให้มากว่ะ คะน้า]

“สัด! ส่องแสง บ่นมากกูไม่ไปแม่งละดีมั้ย”

เรียกชื่อแม่มาก็เรียกชื่อพ่อกลับนะ ไม่โกง

[ทานโทษ มึงหมดสิทธิ์ชิ่งแล้วว่ะเพื่อน]

“ทำไม?”

[ก็เจ้าของสถานที่จัดงานเขาอาสาไปรับมึงถึงบ้านแล้วไงครับ ป่านนี้ก็คงใกล้ถึงละมั้ง]

“ว่าไงนะ จะมาทำ...” ยังพูดไม่ทันจบประโยคดีด้วยซ้ำ 

แสงไฟหน้ารถก็ส่องกระทบดวงตาจนแสบจ้า ผมต้องหรี่ลงอย่างงุ่นง่าน และไม่นานรถยนต์ยี่ห้อหนึ่งก็ขับมาหยุดตรงหน้า กลางซอยที่ผมกำลังเดินอ่อยอิ่งอยู่นี่เลย

ราชรถมาเกยถึงที่... แต่ไม่ใช่เรื่อง

[เจอมันแล้วใช่มั้ย รีบ ๆ มาล่ะ อย่าลีลา แค่นี้แหละ!]

ไอ้เก๋าวางสายไปพร้อมกับประตูรถฝั่งคนขับถูกเปิดออก ตามด้วยร่างเพรียวสมส่วนที่เคยนั่งอยู่หลังพวกมาลัย ผมเห็นลาง ๆ ว่าเธอลงมายืนเท้ากรอบประตูรถที่เปิดค้าง 

มองแค่ลักษณะการยืนผมก็คิดว่าโคตรจะยียวน

เธอเป็นเพื่อนร่วมห้อง... ที่ผมไม่ค่อยชอบขี้หน้า





คืนนี้ห้องผมจัดงานเลี้ยงอำลาที่เรียนจบมอปลายกัน

เป็นงานที่พวกเราลงความเห็นว่าจะเลี้ยงกันเองภายในห้องเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนทุกคนจะแยกย้ายกันไปเรียนระดับมหาวิทยาลัย แล้วก็มีคนเสนอว่าให้ไปจัดงานปาร์ตี้ที่บ้านของเธอ 

ส่วนใหญ่ไม่มีใครคัดค้าน แม้ผมจะไม่ได้ออกความเห็นและไม่ได้อยากมาเท่าไหร่ ด้วยเห็นว่าทางโรงเรียนก็จัดงานปัจฉิมให้เราไปแล้วรอบหนึ่งน่ะนะ

ทว่า สุดท้ายผมก็มานั่งอยู่ในรถที่เจ้าของสถานที่อุตส่าห์ถ่อมารับด้วยตัวเอง

เดดแอร์ยังอบอวลภายในรถไม่จางหาย ตั้งแต่ผมขึ้นมานั่ง และเธอก็ขับรถออกจากหมู่บ้านผม มีแค่เสียงเพลงจากคลื่นวิทยุที่ถูกเปิดทิ้งไว้เหมือนไม่อยากให้เงียบไปมากกว่านี้ 

แต่ก็ไม่อาจกลบความอึมครึมที่เกิดขึ้นได้อยู่ดี

ผมว่าทุกคนต้องเคยรู้สึกแบบนี้กับใครสักคนบ้างแหละ ต่อให้เป็นเพื่อนห้องเดียวกัน เรียนมาด้วยกันหลายปีก็เถอะ ใช่ว่าเราจะสนิทใจกับเพื่อนทุกคนในห้องเสียเมื่อไหร่ ไอ้คนที่เราไม่ค่อยชอบขี้หน้าในห้องก็ต้องมีเหมือนกัน

สำหรับผม... ยัยนี่เป็นหนึ่งในคนที่ผมไม่ค่อยถูกชะตา 

แต่ก็ยังไม่เข้าขั้นเกลียด

ก่ำกึ่งระหว่างไม่ชอบกับเฉย ๆ ประมาณนั้นล่ะมั้ง

ความอึดอัดเล็ก ๆ ที่เกิดขึ้นในใจ ทำให้ผมเลือกจะเท้าแขนกับกรอบหน้าต่างและหันหน้ามองด้านนอก แทนที่จะเป็นคนขับข้างกาย 

อีกอย่าง... ในหัวผมยังมีภาพก่อนหน้านี้วนเวียนไม่หยุด ภาพที่พี่นาขวัญหยอกล้อกับแฟนของเธอหน้าบ้านนั่นไง สายตาของไอ้พี่พายุที่ทิ้งไว้ตอนสุดท้ายนั่นก็ด้วย 

โคตรจะน่าหงุดหงิด

ทั้งที่บอกตัวเองหลายครั้งให้ทำใจ กระทั่งบอกพี่นาขวัญแล้วว่าไม่เป็นไร...

สุดท้ายก็ดีแต่ปาก ทำใจได้อะไร ไม่เคยหรอก 

อย่างน้อยก็ไม่ใช่เร็ว ๆ นี้แน่นอน

“กะอีแค่นั่งรถฉัน แกจะเป็นจะตายนักไง?” น้ำเสียงหาเรื่องดังจากคนข้างตัว เรียกให้ผมหันไปขมวดคิ้วมองเสี้ยวหน้าคนขับ จู่ ๆ ก็เอ่ยขึ้นมาแบบนั้น แถมใช้โทนเสียงไม่น่าฟังอีก “ถอนหายใจอยู่ได้ น่ารำคาญ”

ไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอถอนหายใจบ่อยขนาดนั้น ถึงขั้นทำให้คนข้างตัวคิดไปเองว่าผมถอนหายใจเรื่องที่ต้องยัดตัวเองมาอยู่ในรถคันนี้กับเธอ 

สงสัยผมจะจมจ่อมอยู่กับภวังค์ความคิดลึกไปหน่อย

ทว่า ผมก็ไม่ได้คิดแก้ต่างว่าเป็นเพราะเรื่องอื่นแต่อย่างใด

“ก็ถ้าเลือกได้ คิดว่าฉันอยากมากับแกไหมล่ะช่อ?” ย้อนถามกลับอย่างไม่ผ่อนปรน 

ที่จริงก็ไม่ได้อยากมากับยัยนี่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ถ้าจะเข้าใจว่าที่ผมถอนหายใจเพราะต้องมากับเธอล่ะก็...

นั่นก็เป็นสิ่งที่กำลังรู้สึกอยู่เหมือนกัน

เธอชื่อ ช่อแก้ว บางคนเรียกช่อ บางคนเรียกแก้ว 

ชื่อเล่นก็เหมือนจะมี แต่ผมไม่ได้ใส่ใจจะจำ เพราะผมเรียกมันว่าช่อจนติดปาก ทำให้ลืมไปแล้วว่าชื่อเล่นยัยนี่ชื่อว่าอะไร 

แต่ช่างมัน... หลังงานเลี้ยงคืนนี้ก็ไม่ได้เจอกันแล้วไง

ฉะนั้น การนึกชื่อเล่นของยัยนี่ก็ไม่ใช่เรื่องสำคัญสำหรับผมเลย

“อ้อ งั้นโทษทีแล้วกันนะ ที่ฉันเสือกไม่เหลือทางให้แกเลือกแบบนี้”

“...”

“แหม อดทนนั่งใช้อากาศร่วมกับฉันหน่อยละกัน แกคงไม่ขาดใจตายตอนนี้หรอก จริงไหม?” กวนตีน... ขนาดพูดโดยไม่ละสายตาจากถนน หากน้ำเสียงที่เลือกใช้ก็สามารถกวนอารมณ์ผมให้ขุ่นกว่าเดิมได้ไม่ยาก “หรือต่อให้จริง ฉันก็ไม่ใจดีขนาดจะจอดรถให้แกได้ลงไปสูดอากาศบริสุทธิ์ซะด้วยสิ ถ้าจะตาย... ก็ตายตรงหน้าฉันนี่แหละ”

ช่อแก้วเป็นผู้หญิงที่โคตรน่าหงุดหงิดสำหรับผมเลยรู้ไหม

ปากเก่ง อวดดี ชอบเอาชนะ วุ่นวาย และน่ารำคาญ...

“ถ้าตาย ก็กลัวใครบางคนแม่งจะตายตามไปด้วย แบบนั้นคงแย่...” ผมบอกด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันไม่ต่าง พร้อมทั้งหันหน้ามองวิวข้างทางอีกครั้ง “ถ้าจะต้องตามไปเจอหน้ากันในนรกอีก”

“...”

“ให้แยกกันตั้งแต่วันนี้น่ะ ดีแล้ว”

ตลอดเวลาเกือบสามปีที่รู้จักกับช่อแล้วมา เรากัดกันแทบทุกวัน ทำให้ผมรู้ว่านอกจากมันปากดีปากร้ายอย่างนั้นแล้ว ไอ้ช่อยังเป็นผู้หญิงประเภทปากแข็ง ดื้อด้าน ปากไม่ตรงกับใจคนหนึ่ง

แต่ก็มี บางเรื่องที่มันปากตรงกับใจจนน่าใจหายเหมือนกัน

หลังจบประโยคนั้น ผมเลือกจะปิดบทสนทนา ไม่ต่อความยาวสาวความยืดไปมากกว่านี้ ไม่สนใจจะหันไปมองด้วยว่าคนที่เงียบไปกำลังทำสีหน้าแบบไหน 

ก็ถ้าช่อแก้วจะปากร้ายมา ปากผมก็ร้ายกลับได้ไม่แพ้กัน

รู้ดีเลยว่าคำพูดตัวเองสามารถ ทำร้ายใครอีกคนไม่น้อย

ทว่า ผมก็ไม่ได้ใส่ใจตรงจุดนั้น

ไม่นาน... รถยนต์ที่นั่งก็เคลื่อนมาจนถึงบ้านหลังใหญ่ ขับผ่านประตูรั้วอัลลอยสีทองที่เปิดด้วยรีโมตไฟฟ้า บริเวณสนามหญ้าหน้าบ้านโล่ง ๆ ถูกเนรมิตให้เป็นงานปาร์ตี้ มีทั้งเวทีเล็ก ๆ ให้เพื่อนได้ขึ้นไปร้องคาราโอเกะเหมือนกำลังเปิดคอนเสิร์ต มีซุ้มอาหาร เครื่องดื่ม และโต๊ะกลมประมาณสิบโต๊ะพร้อมกับเพื่อนร่วมห้องที่ปาร์ตี้กันอยู่

ช่อแก้วขับรถเข้ามาจอดหน้าตัวบ้านในเวลาต่อมา

ผมลงจากรถอย่างไม่ประวิงเวลา ไม่มีคำขอบคุณ ไม่มีอะไรทั้งนั้นเพราะผมไม่ได้ขอให้มันถ่อไปรับ เมื่อเท้าแตะพื้นซีเมนต์ของทางลาดยาวจากประตูรั้วสู่ตัวบ้าน ผมก็หมุนตัวเตรียมเดินไปทางที่จัดงานโหวกเหวกทันที

หากทว่า

“ช่อแก้ว” ไม่ทันขยับตัวหลังปิดประตูรถ น้ำเสียงทรงอำนาจที่ดังจากหน้าประตูตัวบ้านก็ดึงความสนใจ ผมหันกลับไปมองด้านซ้ายของตัวเอง 

ก่อนจะพบกับเจ้าของบ้านที่แท้จริงยืนทำหน้าถมึงทึงอยู่

“สวัสดีครับ” กล่าวทักทายและยกมือไหว้โดยอัตโนมัติ 

แต่ผู้ชายวัยสี่สิบตอนปลายที่ยังดูดีเหมือนสามสิบต้น ๆ ทั้งรูปร่างและหน้าตา นอกจากจะไม่รับไหว้ เขายังไม่มีท่าทีว่าเห็นผมในสายตา เอาแต่จ้องช่อแก้วเขม็งขึง

“เรามีเรื่องต้องคุยกัน ตามฉันเข้ามาในบ้าน เดี๋ยวนี้!

“หึ” เหมือนได้ยินเสียงหัวเราะในลำคอดังขึ้นจากอีกฝั่งของตัวรถ หลังเจ้าของบ้านหมุนตัวเดินกลับเข้าไป ทั้งที่เขาแต่งตัวด้วยชุดสูทกึ่งทางการคล้ายกำลังจะออกไปข้างนอก แต่คงมีเรื่องด่วนต้องคุยกับ ลูกสาวให้ได้ สีหน้าเหมือนกำลังข่มความโกรธนั่น ไม่ได้ทำให้ลูกสาวตัวดีสะทกสะท้านสักนิด “ยืนนิ่งทำไม ไปสนุกกับไอ้พวกนั้นสิ”

ช่อแก้วเดินอ้อมมาเพื่อจะเดินเข้าบ้าน 

นั่นทำให้เธอหยุดทิ้งสายตาไว้ที่ผมวินาทีหนึ่ง ก่อนจะแกะหมากฝรั่งที่ล้วงจากกระเป๋ากางเกงแล้วโยนเข้าปากด้วยท่าทีเหมือนไม่ได้ยี่หระกับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้

“ท่าทางพ่อแกดูอารมณ์ไม่ดีนะ” เรื่องนี้ดูออกได้ง่ายมากจากสีหน้าของคนมีอายุเมื่อครู่ แล้วเหมือนผมจะเดาสาเหตุที่ทำให้พ่อของช่อแก้วอารมณ์เสียได้ซะด้วย “ถ้ารู้ว่าพ่อตัวเองจะไม่พอใจ แกจะจัดงานที่นี่ทำไมวะ”

“ถามเหมือนไม่เคยรู้จักกันไปได้”

“แกก็เป็นซะแบบนี้ไงไอ้ช่อ” ผมว่า “ชอบหาเรื่อง”

“ไม่ใช่เรื่องที่แกควรต้องสนว่ะโค้ก แค่หมุนตัวไปทางนั้น เดินไปหาไอ้เก๋าที่รออยู่นั่นจะดีกว่า สนุกกับงานเลี้ยงอำลาไปเถอะ ยังไงวันนี้ก็คือ วันสุดท้ายที่พวกเราทุกคนจะได้อยู่ด้วยกัน ไม่ต้องสนเรื่องไม่เป็นเรื่องหรอก”

ช่อแก้วไหวไหล่ขอไปที เหยียดยิ้มมุมปากตอนเคี้ยวหมากฝรั่งด้วยท่าทีเอื่อยเฉื่อย ก่อนจะหมุนตัวเดินไปในทิศทางเดียวกับพ่อของเธอ

“...” แผ่นหลังเล็กค่อย ๆ หายเข้าไปในตัวบ้าน ขณะผมเองก็ควรจะเดินไปยังสนามหญ้าที่มีไอ้ปลาเก๋ากำลังเต้นแด่ว ๆ เหมือนหมาโดนน้ำร้อนลวกหน้าเวทีนั่น 

ควรจะเป็นอย่างนั้น... 

แต่ผมกลับยังยืนนิ่งอยู่ที่เดิม พร้อมสมองที่กำลังประมวลผลความคิดท่ามกลางเสียงดนตรีจังหวะร็อกน่าหนวกหูที่ดังแทรกเข้ามาเป็นระยะ

ผมยืนนิ่งงันอยู่อย่างนั้นเกือบห้านาที...

ก่อนสองขาจะเลือกพาตัวเองเข้าไปในบ้านคนอื่นอย่างถือวิสาสะ

ไม่ต้องเสียเวลาเดินหาหรือสำรวจ ทันทีที่ก้าวเข้ามาในบริเวณตัวบ้าน น้ำเสียงทรงอำนาจที่เต็มไปด้วยความโกรธจัดก็ดังแหวกอากาศออกมาจากห้อง ๆ หนึ่ง ที่ผมคิดว่ามันคือห้องนั่งเล่นของบ้าน 

ผมเลือกจะเดินไปหยุดยืนอยู่ตรงกำแพงข้างประตูทางเข้าห้องนั้น ทำตัวเสียมารยาทไปอีกข้อด้วยการยืนแอบฟังบทสนทนาของคนข้างใน

“แกจะไม่ก่อเรื่องให้ฉันปวดหัวสักวันไม่ได้เลยใช่ไหมช่อแก้ว!

“...”

“ทำไม การทำตัวเป็นลูกที่ดีเหมือนลูกคนอื่นมันยากนักเหรอ ทำไมต้องคอยแต่จะหาเรื่องให้ฉันกลุ้มใจตลอด ปาร์ตี้ข้างนอกนั่น ฉันก็จำไม่ได้ว่าเคยอนุญาตให้จัด แต่แกก็ยังทำ นี่แกอยากเห็นพ่อแกอกแตกตายนักหรือไงห๊ะ!

“พ่อจะโวยวายทำไม ยังไงวันนี้พ่อก็ไม่ได้อยู่บ้านอยู่แล้ว นี่เตรียมตัวกำลังจะออกไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ มาเสียเวลาดุด่าลูกอยู่แบบนี้ เดี๋ยวคนที่อกแตกตายจะเป็นว่าที่เจ้าสาวของพ่อซะเปล่า ๆ เพราะเธออาจจะนึกว่าผู้ชายที่เธอรัก(เงิน)เขานักหนาไม่ยอมไปคุยเรื่องแต่งงานกับครอบครัวของเธอ แบบนั้นก็น่าสงสารแย่เลยนะคะ...”

“...”

“เธอยิ่งอยากเป็น แม่เลี้ยงหนูจนตัวสั่นซะด้วย”

“ช่อแก้ว!

เพี๊ยะ!!

แม้เสียงเพลงจากสนามหญ้าหน้าบ้านจะดังแว่วเข้ามา แต่ผมก็ยังได้ยินเสียงเนื้อกระทบเนื้อรุนแรง เสียหอบภายใจที่เต็มไปด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ 

ร่างกายผมเกร็งเครียดเพราะตกใจไปด้วย 

ผมไม่เห็นภาพก็จริง แต่ก็พอเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้นจากปากเสียงที่รุนแรงของสองพ่อ-ลูกนั่น อย่างที่บอก การเป็นเพื่อนร่วมห้องกับช่อแก้วมาเกือบสามปี ทำให้ผมรู้ว่าไอ้ช่อกับพ่อไม่ลงรอยกัน สาเหตุมาจากเรื่องเบสิก ๆ อย่างการที่พ่อของมันเริ่มคบหาดูใจกับผู้หญิงคนหนึ่ง น่าจะก่อนช่อแก้วย้ายมาเรียนมอสี่ที่โรงเรียนผม 

แถมตอนนี้แฟนใหม่ของพ่อมันก็กำลังจะกลายเป็นแม่เลี้ยงเต็มตัว

วันนี้ช่อแก้วถึงจงใจให้จัดงานเลี้ยงอำลาเพื่อนทั้งห้องที่นี่

ก็แค่หาเรื่องให้พ่อมันปวดหัวเท่านั้น

ผมเคยเห็นมันทะเลาะกับพ่อหลายครั้ง ทั้งพ่อทั้งลูกไม่มีใครยอมใคร ไอ้ช่อก็ชอบก่อเรื่องเหมือนอยากประชดประชันพ่อตัวเอง เวลาถูกเรียกผู้ปกครอง ผมจะเห็นมันนั่งยิ้ม ขณะที่พ่อของมันนั่งหน้าตึงเรียบ 

หรือตอนที่จู่ ๆ พ่อมันก็ให้คนขับรถมาส่งมันที่โรงเรียนโดยมีว่าที่แม่เลี้ยงนั่งมาด้วย พ่อมันยิ้มมีความสุข ขณะที่ไอ้ช่อนิ่งเงียบและอมทุกข์

เพราะงั้น สองเท้าถึงพาตัวเองมายืนแอบฟังอยู่ตรงนี้ 

ทั้งที่ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอะไรได้

“หึ!” ด้านในห้องนั่งเล่นเกิดความเงียบหลังเสียงเนื้อกระทบเนื้อเกือบสองนาที ก่อนผมจะได้ยินเสียงแค่นหัวเราะที่จำได้ขึ้นใจว่าเป็นของใครดังแว่วออกมาหลายครั้ง 

แค่นหัวเราะเย้ยหยัน ทว่าแฝงความขมขื่น “หึ...”

พานให้ลมหายใจผมติดขัดและเหงื่อซึมชื้นเต็มแผ่นหลัง

หายใจไม่ออกเลยว่ะ

ไงดี ถ้าจะให้พูด ผมค่อนข้างอ่อนไหวกับเรื่องครอบครัวนิดหน่อยล่ะมั้ง เพราะบ้านผมถึงจะไม่ครบสมบูรณ์ แต่ผมกับแม่ก็มีความสุขมาก 

เวลาเห็นครอบครัวไหนทะเลาะกัน ผมก็จะพลอยรู้สึกไม่ดีไปด้วย ทั้งที่ไม่ใช่เรื่องของตัวเองแท้ ๆ ก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตัวเองเป็นอะไร แต่ผมห้ามความรู้สึกไม่ดีที่เกิดขึ้นไม่ได้ คล้ายเอาตัวเองเข้าไปรวมอยู่กับปัญหาของพวกเขายังไงยังงั้น

ยิ่งได้มารับรู้สถานการณ์ของไอ้ช่อกับพ่อตอนนี้... ใจผมก็ยิ่งเต้นหน่วงจนเจ็บในอก

ตึก ตึก...

ไม่มีเสียงพูดของผู้เป็นพ่อ นอกจากเสียงฝีเท้าของใครสักคนที่ดังเข้ามาในโสตประสาท ร่างกายผมขยับหาที่หลบตามสัญชาตญาณ ไม่นานร่างสูงสง่าและภูมิฐานก็ก้าวผ่านผมที่หลบอยู่ในมุมมืดไปยังหน้าบ้าน เสี้ยววินาทีนั้น เหมือนผมจะเห็นร่องรอยความเจ็บปวดปรากฏบนใบหน้าของชายวัยสี่สิบตอนปลายที่กำหมัดข้างลำตัวแน่น

แล้วเขาก็ขึ้นรถคันหรูที่มีคนขับยืนรอเปิดประตูให้และออกไป...

จากนั้น ผมก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของอีกคนเดินออกจากห้องนั่งเล่น คิดว่ามันอาจจะเดินไปยังสนามหญ้าหน้าบ้าน แล้วปาร์ตี้กับเพื่อนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น อย่างที่มันเคยทำเวลาทะเลาะกับพ่อตัวเอง 

ช่อแก้วทำเหมือนไม่ใช่เรื่องใหญ่ ทำเหมือนไม่แคร์ จนกลายเป็นการเสแสร้ง 

ทว่าวันนี้กลับไม่เป็นอย่างนั้น

ไอ้ช่อไม่ได้เดินมาทางประตูบ้าน แต่กลับหมุนตัวและเดินเข้าไปด้านใน ผมขยับตัวมายืนมองแผ่นหลังเล็กที่ค่อย ๆ เคลื่อนไปด้านหน้า ผมไม่เห็นว่ามันทำสีหน้าแบบไหน 

แต่แผ่นหลังเล็กนั่นดูโดดเดี่ยวและเย็นชาในเวลาเดียวกัน

เป็นอีกครั้งที่ผมยืนนิ่งระหว่างใช้ความคิด

Rrrr…

เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าดังขึ้น ผมรีบหยิบขึ้นมากดปิดเสียงเพราะกลัวเจ้าของบ้านจะได้ยิน

แต่ก็ไม่... เหมือนไอ้ช่อไม่ได้สนใจสิ่งรอบตัวแล้ว มันเปิดประตูและเดินเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่ง ผมมองไฟที่กะพริบบนหน้าจอ บอกว่าไอ้ปลาเก๋าโทรเข้ามา ไม่พ้นโทรถามว่าทำไมยังไม่เห็นผมโผล่หน้าไป ทั้งที่คนไปรับก็ขับรถมาถึงที่นี่แล้ว 

ผมเลือกตัดสายไอ้เก๋า เก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกง แล้วก้าวไปยังทิศทางเดียวกับไอ้ช่อ

ไปดูแม่งหน่อยละกัน ท่าจะหนัก

แอด...

ทันทีที่เปิดประตู คิดว่าจะเจอไอ้ช่อ แต่ก็ไม่... เปิดประตูมาเจอบันไดลาดลง เหมือนเป็นห้องใต้ดิน ในนี้ใช้ไฟสีส้มสลัว ผมจึงปิดประตูและเดินลงบันไดอย่างระมัดระวัง แม้จะแปลกตากับห้องใต้ดินที่เพิ่งเคยเห็นก็ตาม

ลงมาจนถึงขั้นสุดท้าย ผมถึงได้เห็นชัด ๆ ว่าที่นี่เป็นห้องเก็บไวน์และเหล้าชั้นดี ไวน์ก็มีตู้เก็บเฉพาะ ส่วนเหล้าก็วางเรียงบนชั้นเหล็กเต็มไปหมด แต่ละขวดท่าทางจะราคาเอาเรื่องอยู่ 

ดูเหมือนจะไม่ใช่ที่ที่ผมควรจะเข้ามาเหยียบด้วยซ้ำ

ถ้าพ่อไอ้ช่อรู้... ตายแน่

หากทว่า สิ่งที่ดึงสายตาผมไม่ใช่แอลกอฮอล์ละลานตารอบกาย แต่เป็นผู้หญิงที่นั่งพาดเท้าบนโต๊ะกระจกกลางโซฟาตัวยาวด้วยสีหน้างุ่นง่าน ในมือข้างหนึ่งถือขวดเหล้าไว้ในมือและกระดกดื่มจากปากขวดไม่หยุด 

ช่วงเวลาแค่ไม่กี่นาทีที่ก่อนผมจะตามเข้ามา เหล้าในขวดนั้นก็พร่องไปกว่าครึ่งขวดอย่างรวดเร็ว

พึ่บ!

“ไอ้โค้ก เข้ามาได้ไง” คนถูกแย่งขวดเหล้าชะงักไปวิฯ หนึ่ง ก่อนจะหันมาทำตาขวางใส่ผมที่ยึดเหล้าขวดนั้นไว้ ทำท่าจะแย่งกลับ แต่ผมชักมือหลบและซ่อนขวดเหล้าไว้ด้านหลัง “ทำไรวะ เอาคืนมา!

“เดี๋ยวก็เมาตายห่า” แค่นี้กลิ่นเหล้าก็ฉุนกึกจนมึน ถ้าอยากเมามาก อย่างน้อยก็ค่อย ๆ ดื่มไหมล่ะ ไม่ใช่กระดกเอา ๆ จากขวดแบบนี้ แล้วดูหน้ามัน ไม่กี่นาทีก็แดงจัดขนาดนั้น “เหล้าก็แพ้ ยังจะแดก”

ไอ้ช่อกินเหล้าทีไรก็ตัวแดงเป็นกุ้ง แต่ก็ยังดื่ม ไม่ได้เจียม

“อยากเมาก็ต้องแดกเหล้าปะวะ” มันชักสีหน้างุ่นง่าน มีท่าทางแข็งกร้าว ทว่าก็ดูเปราะบางในที “เอาเหล้ามา แล้วแกออกไปสนุกกับคนอื่นโน้นไป ไม่ต้องมายุ่งกับเรื่องไม่เป็นเรื่องหรอก”

“งั้นไปด้วยกัน” ผมใช้มืออีกข้างรั้งต้นแขนร่างเล็กให้ลุกจากโซฟานวม มันหายใจฮึดฮัดด้วยความรำคาญ “ฉันไม่ได้ห้ามหรอกนะถ้าแกอยากจะเมา แต่ออกไปดื่มกับเพื่อนข้างนอกก็ได้ แม่งเมาเป็นหมาเหมือนกันแหละ”

พึ่บ!

“แกไม่ต้องมาเสือกได้ไหมวะ!

คนตัวเล็กกว่าตะคอก พร้อมทั้งสะบัดต้นแขนจนหลุดจากฝ่ามือผม 

เสียงดังเอาเรื่อง แต่เชื่อเถอะ ไม่มีใครได้ยินเสียงเราจากห้องใต้ดินนี้แน่ ไอ้ช่อตวัดสายตามองผมอย่างไม่เป็นมิตร นัยน์ตาแดงก่ำจนน่ากลัว 

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์เหล้า ความเดือดดาล หรือน้ำใสที่กำลังคลอเบ้าตาอยู่กันแน่

หรือไม่... ก็อาจจะทั้งหมด

“เฮ้ย นี่พูดดี ๆ ปะวะช่อ” คราวนี้ เป็นผมที่เริ่มจะหงุดหงิดกับท่าทางของอีกฝ่ายขึ้นมาบ้าง ปกติก็ไม่ได้น่ารักอยู่แล้ว ตอนนี้แม่งยิ่งดูไม่ได้เข้าไปใหญ่ “แกแม่งก็แบบนี้ตลอด ชอบประชดประชัน เพราะงี้ถึงได้ทะเลาะกับพ่อไง”

ช่อแก้วกำลัง ต่อต้าน

เป็นปฏิกิริยาต่อต้านทุกอย่างในช่วงอารมณ์ที่พุ่งสูงแทบทะลุปรอท ไม่สนหน้าไหน ไม่แคร์อะไร ไม่เอาใครทั้งนั้นนอกจากตัวเอง 

ถ้าจะให้เข้าใจง่าย ๆ ก็คือ... มันกำลังพาลใส่ผม 

หรือผมก็ผิดเองที่เข้ามาเสือกเรื่องของมัน แต่ด้วยความที่ไอ้ช่อไม่ใช่คนที่จะตั้งตนอยู่ด้วยเหตุผลในยามที่ความโกรธและเสียใจเข้าครอบงำ

นั่นทำให้มันไม่สมควรจะอยู่คนเดียวในเวลาอย่างนี้เลยไง

ถ้าไม่ติดว่ารู้จักกันมาพอตัว ก็ไม่ได้อยากเสือกเท่าไหร่หรอกว่ะ  

“ไงก็ช่าง อย่ามายุ่งได้มั้ย อยากอยู่คนเดียวไง ไม่เข้าใจเหรอวะ!

ผมมองคนตัวเล็กขยี้เรือนผมตัวเองจนยุ่งเหยิง คล้ายไม่รู้จะระบายความหงุดหงิดงุ่นง่านยังไง ประโยคคำพูดนั้นโคตรจะคุ้นหู พานให้นึกถึงเหตุการณ์บางอย่างเมื่อช่วงเดือนถึงสองเดือนก่อนขึ้นมาเลย

เหมือนเห็นตัวเอง...

“ตอนนั้นแกก็ทำ” 

ไอ้ช่อหันมามองอีกครั้ง แววตายังไม่ลดละความเกรี้ยวกราดลง ทว่าก็ไม่อาจซ่อนความเจ็บร้าวข้างในนั้นได้อยู่ดี 

“แย่งเหล้าในมือไปแบบนี้ เหมือนที่ฉันทำอยู่นี่... แล้วจะมาเรียกร้องอะไร”

คืนนั้นผมก็ไล่มันแบบนี้เหมือนกัน ก็ไม่เห็นมันจะทำตามเลย

“คนละเรื่องมั้ย”

“เออ คนละเรื่องเดียวกัน” ผมบอก “ก็ถ้าจะใช้เหล้าแก้ปัญหา แม่งต่างตรงไหน?”

ในวันที่ผมเสียใจที่สุด เจ็บปวดที่สุด ผมก็ใช้เหล้าเป็นตัวชะล้างความรู้สึกในช่วงเวลาแบบนี้เหมือนกัน จำไม่ได้ว่าดื่มไปมากเท่าไหร่ จมอยู่กับสภาพทุเรศทุรังนั่นนานแค่ไหน 

แล้วจู่ ๆ ไอ้ช่อก็เปิดประตูห้องไอ้เก๋าที่ผมเมาหัวราน้ำเข้ามา กระชากขวดเหล้าในมือผมไป ผมทั้งด่าทั้งไล่ แต่แม่งก็ยังหน้าด้านยืนอยู่ตรงหน้า

เออ เหมือนผมตอนนี้ไง เดจาวูฉิบหาย

“ก็ไม่ต่าง...” คนตัวเล็กเหยียดยิ้มเย้ยหยันคนทั้งโลก “แต่แล้วไง!

พึ่บ...

!!!

“หรือแกมีวิธีอะไรที่มันดีกว่านี้ล่ะโค้ก?” 

ผมถูกกระชากให้ทิ้งตัวนิ่งกลางโซฟานวมตัวใหญ่ แล้วมีร่างสมส่วนตามมานั่งคร่อมทับบนตักอย่างถือวิสาสะ เท้าข้อศอกไว้บนลาดไหล่แข็งแรงทั้งสองข้าง 

ด้วยโพสิชั่นของเรา ทำให้ผมต้องเป็นฝ่ายเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ 

“มีอะไรที่มันน่าสนใจมากกว่าเหล้าในมือนั่นมั้ย?”

ใบหน้าสวยของเพื่อนร่วมห้องที่ก้มลงมา ปล่อยผมยาวสลวยระไปตามกรอบหน้าของผม รับรู้ได้ถึงลมหายใจกรุ่นร้อนที่เต็มไปด้วยแอลกอฮอล์ของอีกฝ่าย 

เธอกำลังเป่ารดปลายจมูกผมอย่างจงใจ

“...” ผมสบตาไอ้ช่อนิ่ง ไม่พูดหรือเคลื่อนไหว

อยากจะรอดูเหมือนกันว่ามันคิดจะทำอะไร

“ว่าไง...” ริมฝีปากสีสดขยับยิ้มเหยียดใกล้ๆ ดูน่าหมั่นไส้ในที ก่อนเพิ่มดีกรียียวนกวนประสาท ด้วยการขยับสะโพกบดเบียดลงมาเชื่องช้า “จะใช้เซ็กซ์ทำให้ฉันหายเซ็ง เหมือนที่ฉันให้แกวันนั้นด้วยมั้ยล่ะ เอามั้ย!

“...”

“อ่า ใช่ เซ็กซ์แทนเหล้าไงโค้ก... มา ทำกันดีกว่า”

“ช่อ ถึงจะทำแบบนี้ไป พ่อแกก็ไม่เปลี่ยนใจหรอก”

กึก...

“...” ร่างเล็กชะงักไปวินาทีหนึ่ง สะโพกกลมกลึงหยุดขยับบดเบียด แววตาคนตรงหน้าสับสนระคนเจ็บปวด 

ผมสังเกตปฏิกิริยาพวกนั้นเงียบ ๆ ไม่ได้ผลักออก ไม่ได้ทำอะไรมากไปว่านั่งถือขวดเหล้าไว้ในมือข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างก็ทิ้งไว้ข้างลำตัวเฉย ๆ มองสบตากับคนด้านบนที่เหมือนคนหมดแรงดื้อ ๆ

ก่อนมันจะทิ้งหน้าผากลงมาแนบสนิทกับหน้าผากผมคล้ายพักพิง

“ประชดชีวิตไป แม่งก็ไม่เกิดประโยชน์ไรเลยเว้ยช่อ”

“...” ช่อแก้วกัดริมฝีปากตัวเองแน่น คล้ายกำลังอดกลั้นอะไรหลาย ๆ อย่าง 

เนื้อตัวของมันสั่น เช่นเดียวกับนัยน์ตา วูบไหวไม่ต่าง หยาดน้ำมากมายเอ่อคลอ จนหยดลงบนโหนกแก้มผมทีละหยด ทีละหยด... 

เรียวแขนที่เท้าศอกบนบ่า กลายเป็นโอบกอดลำคอผมไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่ทราบ โดยที่หน้าผากของเรายังแนบสนิทกันอยู่อย่างนั้น

การจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สวยในเวลานี้ สร้างความไม่แน่ใจบางอย่างแก่ผม

ไม่รู้สิ อาจเพราะแววตาของช่อแก้วมันสื่อถึงอะไรหลาย ๆ อย่างล่ะมั้ง จนผมเริ่มจะไม่แน่ใจแล้วว่าความสับสนระคนเจ็บปวดแสนเอาแต่ใจในดวงตาคู่นี้มีแค่เรื่องของพ่อมันอย่างเดียว 

สายตาที่ทอดมองกลับมา มีความรู้สึกหลากหลายฉายอยู่ข้างในนั้น แรงกอดรัดต้นคอที่เหมือนอยากจะเหนี่ยวรั้งอะไรสักอย่างเอาไว้นี่ก็เหมือนกัน

แล้ว... คุณว่าสถานการณ์ตอนนี้มันแปลกดีหรือเปล่า

ผมกำลังนั่งเฉย ๆ ให้เพื่อนร่วมห้องที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้านั่งคร่อมตัก กอดผมไว้ ร้องไห้กับผม แลกเปลี่ยนลมหายใจของกันและกันในระยะแนบชิดอยู่อย่างนั้น 

ท่ามกลางความเงียบที่ยังคงดำเนินต่อไป ไม่มีเสียงสะอื้นให้ได้ยิน มีเพียงเสียงและกลิ่นเหล้าจากลมหายใจกรุ่นร้อนจากคนที่นั่งคร่อมตัก 

มันชักนำให้ลมหายใจผมเผลอร้อนตามไปด้วย

เอาจริง โคตรผิดวิสัยของคนที่ไม่ชอบขี้หน้าเลยว่ามั้ย ดูแล้วไม่ใช่เรื่อง... 

แต่ก็นะ ผมไม่ได้ไม่ชอบหน้าไอ้ช่อตั้งแต่เจอกันครั้งแรกซะหน่อย แม้นิสัยของมันอาจจะมีส่วนที่ดูหยิ่งอยู่บ้าง ตอนย้ายเข้ามากลางเทอมหนึ่งตอนมอสี่

หากความไม่ชอบก็มีที่มาที่ไปของมัน ทว่าก็ไม่ได้เกลียดซะทีเดียว

มีความย้อนแย้งอยู่หน่อย ๆ แต่คงไม่ถึงกับงงมากมั้ง

อีกอย่าง นี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เรา ใกล้ชิดกันแบบนี้

ทว่า ก็ไม่มีการปลอบโยนจากผม ไม่มีคำปลอบประโลมสวยหรู มีแต่ความนิ่งเงียบ และการนั่งอยู่ตรงนี้ ปล่อยให้สายตาของเราสบกันในระยะแพขนตาแทบสัมผัสกัน ให้เวลาทำหน้าที่ของมันต่อไป 

กระทั่ง น้ำใสหยุดร่วงลงหล่นจากดวงตาสวย แปรเปลี่ยนเป็นริมฝีปากนุ่มหยุ่นคลุ้งกลิ่นเหล้าที่กดทาบลงมาบนเรียวปากของผมเชื่องช้า

ช่อแก้วจูบผม...

จูบด้วยความรู้สึกบางอย่าง เหมือนสิ่งที่คั่งค้างในใจของมันกำลังจะเอ่อล้นออกมา รสจูบที่เหมือนอยากจะดูดกลืนทุกอย่าง อยากจะเหนี่ยวรั้งเอาไว้ อยากให้แบ่งความเจ็บร้าวข้างในนั้นออกไปบ้าง

ผมรู้สึกอย่างนั้น รู้สึกถึงมันได้เป็นอย่างดี

ไม่มีการผลักไส แต่ก็หาได้ตอบรับ...

ผมปล่อยให้คนด้านบนทำตามใจ ขยับริมฝีปากเนิบนาบบนกลีบปากอุ่น ไล่ชิมปากผมด้วยการดูดดุนผิวเนื้ออ่อน ก่อนจะส่งปลายลิ้นฉ่ำน้ำชำแรกรอยแยกเข้ามาทักทาย 

โดยที่ผมไม่ได้ห้ามปราม ยอมเปิดทางให้เรียวลิ้นเล็กสอดแทรกสำรวจ ทั้งหมดเริ่มต้นอย่างช้า ๆ นุ่มนวล แต่เร่งเร้า ก่อนจะกลายเป็นหนักหน่วงและร้อนแรงในที่สุด

ไอ้ช่อจูบเก่ง มีเล่ห์เหลี่ยมชักนำให้ผมอยู่เฉยไม่ได้

หรืออีกนัย... คืออดใจไม่ไหว 

แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าหัวใจเต้นแรงเท่าไหร่

ตึกตัก ตึกตัก!

คงมีแค่อีกฝ่าย ด้วยร่างกายที่เริ่มบดเบียดแนบชิด ผมสัมผัสได้ว่าก้อนเนื้อในอกของมันกำลังเต้นแรง แรงมากจนผมรู้สึกได้ด้วยหน้าอกเราที่เบียดชิดกัน ยามเมื่อผมเปลี่ยนบทบาท เป็นฝ่ายบดขยี้เข้าหาริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบน้ำวาววับแรง ๆ พร้อมทั้งกดท้ายทอยเล็กด้วยมือข้างที่ว่าง 

เพื่อให้มันรับแรงบดขยี้จากผมแบบเต็มเม็ดเต็มหน่วย

จูบมาราธอน... กินเวลาหลายนาทีจนริมฝีปากเห่อช้ำกันทั้งคู่

สำหรับผม จูบนี้มันไม่ได้มีความหมายมากมายนัก ไม่ได้ให้ความรู้สึกพิเศษเท่าไหร่ มันเป็นเพียงกลไกตามธรรมชาติของร่างกายและอารมณ์ที่ถูกนำพา 

ผลจากการที่เราผลัดกันแลกลมหายใจกันอย่างไม่มีใครยอมใคร ทำให้เลือดร้อนภายในร่างตีรวน ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัว โดยเฉพาะในส่วนที่มันถูกปลุกให้ตื่นได้ง่าย ๆ

เพราะอีกฝ่ายจงใจปลุกมันขึ้นมาเอง

“โค้ก...” ชื่อผมหลุดจากเรียวปากฉ่ำช้ำ เมื่อริมฝีปากเราหลุดจากกันจนเกิดเสียงชนิดหนึ่ง หากใบหน้ายังแนบชิด เราหอบหายใจแข่งกัน จูบเมื่อกี้สร้างความอึดอัด การเสียดสีของสะโพกมนที่กดทับกลางลำตัวก็สร้างความปวดร้าวได้ไม่ยาก รอบกายเหมือนถูกโอบล้อมด้วยความร้อนที่กำลังทวีองศาเดือดมากขึ้นเรื่อย ๆ “...ทำกันเถอะ”


 

[ ToBeContinued ]

ไอ้หยาาาาาา ยังไงล่ะครับ ยังงายยยยย นี่มาอัปให้อีกเพราะอดใจไม่ไหว นุ้งโค้กลูกกกกก

ฉีกความเป็นนุ้งในเรื่องพายุนาขวัญออกไปเลย เรื่องนี้เป็นของนุ้ง นุ้งจะเป็นตัวของตัวเอง กรั่กๆ

ถ้ามีคนรอ เราก็จะรีบมาอัปให้อีกกกก เชิญฟลัดเม้นต์กันล่ายยยยย


นางเอกเรื่องนี้ก็จะออกแนวเด็กมีปัญหาหน่อยๆ นิสัยจะร้ายๆ เอาแต่ใจ ประมาณนั้น แต่นุ้งโค้กของเราก็ไม่ใช่เด็กดีอย่างในเรื่องนาขวัญด้วย มารอดูคู่นี้กันดีกว่า กร๊ากกกกกกกกก ส่วนในตอนที่แล้วมีแก้ชื่อมหาลัยน้องโค้กนิดนึงนะคะ เปลี่ยนเป็นชื่อที่ตั้งเองดีกว่า เพื่อความเหมาะสมในการดำเนินเรื่องในอนาคต เอิ๊กๆ

เอาล่ะ อ่านแล้วก็ส่งฟีดแบ็คเป็นคอมเม้นต์ให้เค้าบ้างนะ จิได้รู้ว่ามีคนอ่านอยู่วววว

ปล.แอบเห็นว่ามีคนมาตามหานิยายเรื่องอื่นของนกในคอมเม้นต์ ขออนุญาตลบเนอะ แบบว่ามันดูไม่โอเคเท่าไหร่เพราะไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ง่ะตัวเอง ลองไปตามหานิยายในกลุ่มหนังสือทำมือ หรือแท็ก #หนังสือทำมือ ในไอจีดูนะคะ เลื่อน ๆ ดูอาจจะมีคนประกาศขายพวกนิยายเก่า ๆ ที่นกพิมพ์ไปอยู่น้าาาา


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

222 ความคิดเห็น

  1. #92 katicknam (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:53
    พึ่งมาอ่านค่าา
    #92
    0
  2. #36 Hwww (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:57
    คู่นี้แซ่บมากกก555555
    #36
    0
  3. #35 Supapich_Mouse (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:21
    เจ้ โค้กนี้น่าจะแซบกว่าโค๊กเซเว่นนะ55555
    โอ้โห แซ่บมาก

    #35
    0
  4. #34 xojaniss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:12
    ช่อแก้วววว หนูลูก ไม่ไหวแล้วววว
    #34
    0
  5. #33 katuannn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:04
    ใจพี่ไม่ไหวแล้วต่ะะะ
    #33
    0
  6. #32 . t n a s i u l (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:19
    แก้ววววว ช่อแก้ววววววว Cutเลย เฮือกกก โค้กดูต่างจากเดิมมาก
    #32
    0
  7. #31 AGTD-724148 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:10
    โอ้ยยยยยยย
    #31
    0
  8. #30 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:44
    เอาไงดีนุ้งโค้ก ทำหรือไม่ทำ
    #30
    0
  9. #29 Thitimaaek (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:33
    งื้อ!!!
    จัดNCให้หลีดทีเต๊อพลีสๆๆๆๆ
    #29
    0
  10. #28 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:36
    นี่คือเคยปลอบกันมาตอนนุ้งโค้กอกหักมาแล้วงั้นเหรอเนี่ย
    #28
    0
  11. #27 Pokki deff (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:48
    เปิดโปรกันเถอะ อยากต่ออ่าาา เค้ามีซัมติงไรกัน
    #27
    0
  12. #26 Thitimaaek (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:06
    เค้ามีเบื้องลึกเบื้องกันกันเค้ามีอะไรกันแล้วหรือ!!!อร๊ายๆๆๆถึงช่อแก้วจะเป็นเด็กมีปัญหาแต่รีดก็เริมจะรักช่อเค้าแล้ว💏💏
    #26
    0
  13. #25 xojaniss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:15
    เขามีเบื้องหลังอะไรกันนน
    #25
    0
  14. #24 katuannn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:08
    เอาอีกๆๆๆๆ
    #24
    0
  15. #23 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 10:43
    งานนี้จะมีอ่อนไหวกันมั้้ยละ่เนี่ย หืมม
    #23
    0
  16. #22 AGTD-724148 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 07:13
    รออออ มาต่ออ
    #22
    0
  17. #21 katuannn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 00:19
    ดราม่าไพเลยยยยยย
    #21
    0
  18. #20 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 07:50
    นางเป็นเด็กมีปัญหาแบบนี้สินะ
    #20
    0
  19. #19 Thitimaaek (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 05:56
    เรามารอไรท์ที่ท่าน้ำทุกวันเลยนะงื้อ
    "ชอบนุ้งโค้กเรืื้องนีี้มากว่า😁😁"
    เป็นพวกมาโซ. ชอบแบบหน่วงๆเจ็บน้ำตาเล็ดชอบแบบหน่วงๆเจ็บๆน้ำตาเล็ด"
    #19
    0
  20. #17 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มกราคม 2561 / 08:07
    ก็ปากแบบนี้ไงนุ้งโค้กถึงไม่รัก
    #17
    0
  21. #16 katuannn (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:47
    มองหน้านางเอกแล้วคุ้นทากๆ นึกออกได้ว่าถ้าไม่ผิดนะ ชีคือนางเอก mv ของจุนฮเว ฉันลืมชื่อเพลงแต่ชอบฟังมาก เพลงนี้เพราะ ฮื่อออ สวย
    #16
    3
    • #16-2 katuannn(จากตอนที่ 2)
      30 มกราคม 2561 / 01:56
      ใช่แย้วววววววว กร๊ากกก
      #16-2
    • #16-3 katuannn(จากตอนที่ 2)
      30 มกราคม 2561 / 01:56
      เอาอีก ชอบแนวนี้
      #16-3
  22. #15 AGTD-724148 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:35
    มาต่อนะไรต์ที่รัก
    #15
    0
  23. #14 xojaniss (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:30
    รอนะคะ
    #14
    0
  24. #13 wael_jjh (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:18
    รอออออค่าา
    #13
    0