The grid | นิยายรัก | upside-down

ตอนที่ 3 : Episode 1 : จุดเริ่มต้น (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 มิ.ย. 60

Episode 1 : จุดเริ่มต้น

 

 

“ถึงแม้ว่าอากาศที่นั่นจะไม่หนาวเท่าที่นี่ แต่ลูกก็ต้องดูแลตัวเองด้วยล่ะ”  เสียงอันคุ้นเคยที่เปร่งออกมาด้วยความห่วงใยจากแม่ของฉันกำลังเช็กความเรียบร้อย กระเป๋า 3 ใบขนาดใหญ่ถูกตั้งอยู่ตรงหน้าเคาเตอร์เช็กอินที่สนามบินแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ

สำเนียงเหน่อๆ ที่คุ้นหู เหมือนมันจะรู้ว่าฉันจะไม่ได้ยินมันอีกต่อไปกำลังแล่นเข้าสู่โสตประสาทอันว่างเปล่าของฉัน ราวกับว่ามันบอกให้ฉันจำพวกมันซะ ก่อนเธอจะไม่ได้ยินมันอีก

“แม่จะบินตามไป ทันทีที่ทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยนะ คิม”

“เลิกเรียกหนูว่าคิมสักที” ฉันหันหน้าไปเผชิญหน้ากับแม่ฉันทันควัน ก็ฉันไม่ชอบให้เรียกชื่อนี้นิ ‘คิม’ นาสกุลของพ่อฉัน เขาเกิดและโตที่ประเทศแถบเอเชียที่มีทั้งหญิงทั้งชายยอมเจ็บตัวเพื่อที่จะได้ใบหน้าแสนอันสวยงามออกมาจากห้องผ่าตัด ใช่แล้วล่ะ ฉันพูดถึงประเทศที่มีมนุษย์กลุ่มหนึ่งที่มองว่ารูปลักษณ์ภายนอกเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขาเหล่านั้น ผู้คนที่ตัดสินกันด้วยรูปลักษณ์ภายนอก คิ้ว ตา จมูก ปาก

“งั้นลูกก็เลิกมีความคิดติดลบเกี่ยวกับประเทศของพ่อสักที”

ฉันก็ไม่รู้ทำไมฉันถึงมีความรู้สึกไม่ดีกับประเทศนี้มากเท่าไรนัก คงเป็นเพราะว่ามันพรากบ้านฉันที่อยู่เกือบ 20 ปี และเพื่อนที่ฉันสนิทที่สุดไป  ด้วยเหตุผลทางธุรกิจที่บ้านเราทั้งบ้านต้องย้ายกลับประเทศเกาหลี

“หนูจะพยามแล้วกัน”

“อย่าใช้คำว่าพยายาม ลูกต้องอยู่ที่นั่นอีกนานเท่าไรก็ไม่รู้นะ”

“หนูรู้” ฉันเบือนหน้าจากแม่ที่พยามจะพูดสิ่งที่เขาเกลี้ยกล่อมฉันมาเป็นเวลา 2 ปี ก่อนที่เราจะขายบ้าน และขายทุกอย่างเพื่่อกลับไปที่บ้านเกิดของพ่อ

 

 

“คริส เธอต้องติดต่อกลับมาบ้างนะ” ผู้ชายตัวโตกล้ามปูตรงหน้าฉันบอกฉันตัวน้ำเสียงไม่เต็มใจพูดนัก ถึงแม่ว่าตัวเขาจะโตเพราะเป็นนักกีฬาตัวเต็งของโรงเรียน แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาจะใจใหญ่ขึ้นมาเลยทีเดียว

“นายอย่าลืมว่าฉันมือถือและมีสิ่งที่เรียกว่าอินเทอร์เน็ต”

“ก็ใช่ว่าจะเหมือนเดิมนิ ใครกันที่จะมาซ้อมบาสกับฉันในตอนที่ทุกคนไปแอบหลีสาวหมด”

“คือนายต้องการแค่นี้เองหรอ” ฉันยกค้ิวพร้อมกับกระตุกปากด้วยคำพูดที่ตรงข้ามกับการกระทำที่ค่อนข้างจะกวนประสาทของเขา

“เธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้พูดจริง รู้จักไหมเล่นตลกน่ะ”

“ย่ะ”

เช็คเดินเข้ามากอดฉัน พร้อมเอาหัวฉันไปถูๆ กับหน้าอกอันแข็งปักเหมือนหินของเขาอย่างที่เขาชอบทำบ่อยๆ  ถ้่าหากสาวๆ ในโรงเรียนมาเห็นคงคิดว่าเรากิ๊กกัน แต่ความจริงแล้วฉันเป็นเพียงเพื่อนผู้หญิงคนนึงของเขาที่ทำหน้าที่ขัดแข้งขัดขาผู้หญิงแปลกๆ ที่เข้ามา

“ฉันจะคิดถึงนายนะ”

“ฉันก็เหมือนกัน”

เราทั้งคู่กอดลากันไม่ไปไหน ฉันไม่รู้ว่าฉันจะมีโอกาศกลับมาที่นี่อีกหรือเปล่า ฉันคิดว่าฉันคงจะมีโอกาศแต่มันคงจะอีกนานเท่าไรก็ไม่รู้สินะ ฉันคงต้องจบจำบรรยากาศสุดท้ายและความรู้สึกสุดท้ายให้นานที่สุด


 

 

 

2 ปีผ่านไป

 

 

“อาจารย์อยากให้นักศึกษาปีสุดท้ายตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบเอนทรานซ์ให้สำเร็จ ถ้าหากว่าพวกเธอทำได้ เธอก็จะผ่านบทเรียนที่หินที่สุดไป”

เสียงของอาจารย์ประจำชั้นที่พูดซ้ำๆ เกี่ยวกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ‘เธอจะต้องอ่าน ถ้าเธอไม่อ่านเธอก็จะสอบไม่ได้’ ถ้าหากว่าที่นี่คืออังกฤษฉันคงจะไม่ต้องมานั่งอ่านหนังสือทุกวิชาอะไรแบบนี้ ฉันคิดถึง A-level ที่นู่นจัง

ฉันกางบทเรียนวิชาวิทยาศาสตร์ขึ้นมาอ่านเพื่อนฆ่าบรรยายกาศอันแสนหน้าเบื่อนี้ ถึงแม้ว่าฉันจะอยู่ที่นี่มาแล้วสองปีก็เถอะ ทำไมฉันยังไม่รู้สึกว่าที่นี่คือบ้านสักที

“คิม ตาเธอมันโตขึ้นหรือเปล่าน่ะ” เสียงอันคุ้นเคยที่ถามฉันซ้ำๆ เกี่ยวกับรูปหน้าของฉัน ของฉันทุกวันๆ ไม่ว่าจะเป็นดวงตาหรือปีกจมูก ‘พัค อึนนา’  สาวสวยหน้าหมวยสัญชาติเกาหลีถ่องแท้เพื่อนร่วมห้องของฉัน กำลังสงสัยกับสิ่งที่ธรรมชาติสร้างขึ้นมาบนใบหน้า มันแปลกตรงที่ว่าทำไมเธอต้องสงสัยว่ามันมีขึ้นมาได้ยังไง

“เฮ้อ ถ้าฉันเกิดมาเป็นเธอนะ ฉันจะสร้าง SNS และถ่ายรูปๆ สวยๆ ลงทุกวันเลยล่ะ”

“เธอก็สวยนิ ทำไมเธอไม่ทำมันล่ะ” ฉันว่าพร้อมกับปรายตามองเธอ

“แต่ฉันสวยสู้เธอไม่ได้หรอกคิม” อึนนาหัวเราะคิกคักพร้อมกับหันหน้าไปคุยกับพักพวกของเธอ

รู้สึกไม่ผิดหรอก ความรู้สึกที่โดนนินทาพูดจาเสียดสี ประชดประชัน และหัวเราะเยาะเย้ย ของคนพวกนี้ เป็นสาเหตุที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองแตกต่างจากพวกเขาขึ้นเรื่อยๆ  ความรู้สึกเหมือนตัวเองอยู่ในซีรี่เกาหลีเสียอย่างนั้น และฉันกำลังเป็นนางเอกในละครน้ำเน่าอย่างนั้นเหรอ

 

 

กริ๊งงงงงงงงงงงงๆ !!!

 

ในที่สุดเสียงออดบอกเวลาเลิกเรียนเป็นสิ่งที่ฉันรอคอยมาตลอดทั้งวัน ไม่รอช้าฉันเก็บของและเดินออกจากโรงเรียนอย่างไม่สนใจใครพร้อมกับหยิบหูฟังที่ขดอยู่ในเสื้อกันหนาวออกมา ฉันพาตัวเองเดินไปยังร้านกาแฟที่ห่างจากโรงเรียนไม่มากเท่าไร

ภายนอกร้านตกแต่งด้วยไม้สักเก่าๆ สีซีดๆ ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในแถบเหนือของยุโรป เสียงเพลงอันคุ้นเคยค่อยๆ ไล่เรียงดังมาเป็นจังหวะชัดเจนขึ่นเรื่อยๆ เมื่อฉันเปิดประตูเข้ามา

“อ้าว วันนี้มาไวจังแหะ”

เสียงทักทายจากบาริสต้าคงดังของร้านทำให้ฉันหันไปหาเขาอย่างเคย ยิ้มทักทายอย่างเดียวมันคงไม่พอสำหรับเขา ต้องแถมกลับด้วยการเล่นลิ้นกวนประสาทนิดหน่อย

“ถ้าไม่มา ก็กลัวว่าคนแถวนี้จะว่านะสิ”

“ใครจะว่าเธอได้ละคริส”

ผู้ชายคนแรกที่เรียกฉันว่าคริส ไม่ใช่คิม แค่นี้มันก็ทำให้ฉันรู้สึกดีขึ้นมา ฉันรู้ว่าอคติมันไม่เคยทำร้ายใครนอกจากตัวฉันเอง แต่จะทำไงได้ ในเมื่อมันไม่ได้หายก้นง่ายๆนี่นา

เขาคือ  ‘ไคลด์เดิล’ หนุ่มลุกครึ่งเกาหลี-อเมริกัน เจ้าของร้านกาแฟที่ดังอันดับหนึ่งในย่านกังนัม คนที่ทำให้ฉันรู้สึกว่าเราไม่ได้ต่างจากกันมากเท่าไรนัก การเจอกันของฉันกับเขามันก็ทั่วๆ ไปนั่นแหล่ะ ทว่าตอนจบของเรื่องอาจจะไม่ธรรมดาเสียเท่าไร


 

 

     1 ปีก่อนหน้านี้


 

“คริสซี่ ไม่คิดเลยนะเนี่ยว่าเธอจะมา”

“ก็งานวันเกิดเธอนี่  แอลขอบคุณที่ชวนฉัน”

“ฉันจะไม่ชวนเธอได้ยังไงกัน มาดื่มกันหน่อย”  แอลยื่นแก้วเล็กๆ ที่บรรจุสิ่งที่ทำให้ฉันสามารถหมดสติไปได้ เธอค้องมือเราไคว้กัน แล้วกระดกแอลกอฮอล์อย่างรวดเร็ว หรือที่เรียกว่าเลิฟชอต

ความทรงจำวันนั้นคือฉันปาร์ตี้อย่างหนักที่คลับแห่งหนึ่งในย่านชื่อดังของโซล กับเพื่อนสาวคนสนิทที่ฉันรู้จักเป็นคนแรกที่นี่ พ่อเธอเป็นเพื่อนกับพ่อฉัน และเธอก็เป็นลูกครึ่งอเมริกันที่ย้ายมาอยู่เกาหลีๆ ตั้งแต่เด็ก โชคดีที่เแอลล่าไม่ได้มองฉันแปลกเหมือนอย่างคนที่นี่มองฉันเสียทีเดียว คงเป็นเพราะเรามาจากสังคมคล้ายๆ กัน

“คริสนี่พี่ชายฉันเอง ไคลด์ เขาเพิ่งกลับมาจาก LA น่ะ และเขาก็จะมาอยู่ที่นี่ถาวร”  แอลแนะนำให้ฉันรู้จักกับพี่ชายของเธอ ไคลด์ในความคิดแรกของฉันคือเขาเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีทีเดียว ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นลูกครึ่งเอเชียเหมือนกับฉัน แต่เขากลับมีความเอเชียน้อยมาก แถมนัยตาของเขายังเป็นสีเขียวหม่นๆ เสียอีก

ฉันยิ้มและทักทายพี่ของแอลอย่างไม่เขอะเขิน ฉันไม่ใช่คนที่จะเขิลกับผู้ชายนี่นา หากแต่เป็นผู้หญิงทั่วไปก็คงจะหลงเสน่ห์เขาไปแล้ว

คืนนั้นผ่านไปโดยปกติ เว้นแต่ว่าความทรงจำของฉันจริงๆ แล้วถูกดัดแปลงให้เชื่อว่ามันผ่านไปโดยปกติ ทว่าจริงๆ มันเกิดเรื่อยวุ้นๆ ขึ้นมากมายต่างหาก

ฉันสะดุ้งตื่นขึ้นมาในบ้านของใครสักคน พร้อมกับอาการปวดหัวอย่างมาก ฉันไม่รู้ว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง ฉันกระพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสายตากับแสงสว่างยามเช้าตรงหน้า พร้อมกับค่อยๆ ยันตัวเองขึ้นมาจากฝูกใบใหญ่ที่นอนมาทั้งคืน

เดาสิ ว่าเกิดอะไรขึ้น

ให้เดาถ้าเกิดว่าฉันไมไ่ด้อยู่ในร่างที่เปลือยเปล่า ไม่งั้นมันต้องมีอะไรผิดปกติไปแน่ๆ ฉันมองมาที่ตัวเอง เสื้อเชิตสีขาวที่ใส่มาอย่างดี ตอนนี้มันถุกปลดลงเหลือที่กระดุมเม็ดสุดท้าย แต่ทว่าท่อนล่างของฉันมันยังอยู่ครบดีทุกอย่าง

ฉันกวาดตามองรอบๆ ห้องว่าเกิดอะไรขึ้น แต่แล้วก็สะดุดเขากับเรือนผมของใครบางคนที่นอนหันหลังอยู่ที่โซฟาตรงข้าม ร่างของคนตัวสูงทีเหยียดยาวนอนราบอยู่กับพื้นโซฟาอย่างสบายใจ

เขาคือใคร คำถามนั้นผุดขึ้นมาในหัวฉันอย่างรวดเร็ว

นี่ฉันเมาแล้วมานอนห้องเดียวกับคนแปลกหน้าได้ยังไง?

ฉันค่อยๆ กลัดกระดุมเสื้อที่ถูกปลดอย่างไร้สาเหุตและค่อยๆ และไม่ลืมที่จะติดมันอย่างดี จากนั้นก็ค่อยๆ ย่องเบาออกจากห้องให้ไวที่สุด ในขณะที่กำลังเดินผ่านเขานั้น อยู่ๆ ผู้ชายตรงหน้าก็พลิกตัวหันมาทางเหมือนตั้งใจ

หางคิ้วที่เปื้อนเลือดค่อยๆ ยักขึ้นและปลายตาที่เปิดอยู่ มองฉันขึ้นเหมือนรู้ทัน

“เธอจะไปไหนน่ะ” เสียงเล็ดลอดมาจากชายแปลกหน้าที่นอนอยู่ตรงหน้า

“ฉะ..ฉัน เอ่อ ก็จะกลับบ้านฉันไง”

“ก่อนกลับช่วยในรับผิดชอบในสิ่งที่เธอทำก่อนสิ”

“หะ ฉันทำอะไร” เขาเหลือบตามองบนไปยังหัวคิ้วที่เปื้อนเลือดของเขา และเหลือบตามามองที่ฉันอย่างเอาเรื่อง เหมือนว่าฉันเป็นคนผิดยังไงยังงั้น

“ฉันทำเหรอ”

“ถ้าไม่ใช่เธอ จะเป็นใครละ หืม”

“นายใช่ไคลด์พี่ชายของแอลหรือเปล่า” ชื่อของใครสักคนที่หลอกหลอนอยู่ในหัวฉัน มันทำให้ฉันอดที่จะถามเขาไม่ได้ ถ้าเกิดว่านี่คือพี่ชายแอล ฉันก็คงจะต้องโกรธตัวเองมากที่มานอนห้องเดียวกับพี่ชายของเพื่อนตัวเอง แถมยังจะมาทำเรื่องพรรณ์นั้นกันอีก

“เธอเงียบทำไมน่ะ”

“สรุปนายเป็นใคร?”

“ไคลด์ อย่าบอว่าเธอจำฉันไม่ได้ นี่เราประกบปากกันนะเมื่อคืน”  ‘ประกบปาก’ เขาใช้คำว่าปากประกบปากกับฉันได้ยังไง

“ว่ายังไงนะ”

“ถ้าจูบกันแล้ว ก็คบกันสิ” ฉันหันควับไปมองผู้ชายที่มีวาจาตรงถื่อเป็นเสาเขื่อนอยู่ตรงหน้าด้วยความตกใจ พร้อมกับหัวใจที่เต้นอย่างรวดเร็ว

 

นี่แหล่ะคือความทรงจำครั้งแรกของฉันและไคลด์ และนั่นมันทำให้เราได้รู้จักัน


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Cheshire. (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 14:31
    รอติดตามค่าาา
    #1
    0