[EXO SNSD] Romanctic Love ควบคุมหัวใจไม่ให้รักนาย

ตอนที่ 3 : Romantic Love ll Chapter 02

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 ก.ย. 59


 



Chapter 02


          ภายในอาคารสัตวศาสตร์ ซึ่งเป็นอาคารสำหรับปฏิบัติการของนักศึกษาคณะสัตวแพทย์ก่อนจะเตรียมตัวขึ้นวอร์ดของจริงในปีการศึกษาต่อไป ในนี้มีห้องทดลองของจริงกับสัตว์แต่ละชนิดของจริงที่ได้มาจากการนำมาเพาะเลี้ยงเอาไว้เพื่อเอาไว้ใช้ทดลองจริงในการเรียนภาคทฤษฏีสรีระวิทยาของนักศึกษา

          ด้านหน้าอาคารสลักชื่อคณะสัตวแพทยศาสตร์ Faculty Of Veterinarian รอบๆ อาคารประดับด้วยต้นไม้มากมายให้ความร่มรื่น มีประติมากรรมประดับภายในตึกเรียนหรูแห่งนี้อีกด้วย รายล้อมไปด้วยนักศึกษามากมายจากแต่ละชั้นปีมารวมกลุ่มกันบ้างก็นั่งพักผ่อน หรือจับกลุ่มกันทำรายงาน

          “วันนี้รุ่นพี่มีเรียนต่อที่ไหนอีกหรือเปล่าคะ” ซอฮยอนรุ่นน้องรหัสประจำคณะที่สนิทกับ โอ ยูริดาวคณะสัตวแพทยศาสตร์มากที่สุด ด้วยนิสัยของเธอที่เป็นคนเฟรนลี่เข้ากับใครก็ได้ เลยทำให้เธอกับยูริสนิทกันอย่างรวดเร็ว

          “วันนี้พี่มีควิซตอนบ่ายหนึ่งชั่วโมงน่ะ แล้วค่อยกลับบ้าน” ยูริตอบรุ่นน้องสาวที่หน้าย่นคอย่นเล็กน้อย

          “ว๊า~ แย่จัง อุตส่าห์จะชวนพี่ไปกินข้าวที่โรงอาหารคณะเศรษฐศาสตร์ซะหน่อย”

          “ที่จะไปคณะนั้นก็เพราะว่าอยากเจอพี่ชายพี่ว่างั้นสิ” ยูริยิ้มตอบรุ่นน้องสาวที่บังเอิญเธอดันรู้ทันซะงั้น

          “ก็...พี่ยูริดันมีพี่ชายหล่อเหลาขนาดนี้ แถมยังเป็นที่กรีดร้องของสาวๆ อีกด้วย ซอก็สนใจเป็นธรรมดาน่ะสิคะ”

          “เอาล่ะๆ ถ้าเธอจะไปจริงๆ ก็รอพี่ที่ใต้อาคารก็แล้วกัน หรือไม่ก็...ไปก่อนเลยก็ได้นะ” ยูริตอบ

          “ไปกับพี่ดีกว่าค่ะ ซอไม่อยากไปคนเดียว” ซอฮยอนส่ายหน้าในคำถามของรุ่นพี่สาวก่อนจะนั่งรอใต้อาคารเรียน

 

          และแล้วช่วงเวลาแห่งการสอบควิซก็มาถึง แต่ไม่ใช่เป็นการสอบภาคทฤษฏีเพียงอย่างเดียว นักศึกษาทุกคนจะต้องอธิบายเกี่ยวกับสรีระของสัตว์แต่ละชนิด โรคที่เกิดขึ้นภายในสัตว์และวิธีการรักษาให้ถูกวิธี ก่อนจะเข้าสู่การสอบทฤษฎีเรื่องกายวิภาคศาสตร์และเภสัชวิทยาที่มีคะแนนเต็มร้อยคะแนน และนักศึกษาทุกคนต้องทำให้เต็มที่เพื่อให้คะแนนสอบออกมาดี

          ร่างของสิงโตที่ถูกสตาฟฟ์เอาไว้ตรงหน้าด้วยยาสลบที่มีฤทธิ์รุนแรง นักศึกษาแต่ละคนสำรวจร่างกายสรีระของมันอย่างพินิจพิเคราะห์ก่อนจะได้เป็นคำอธิบายออกมาในการตอบข้อสอบ แม้กระทั่งยูริเองก็ใช้เวลานานในการตอบคำถามนี้เหมือนกัน แต่โชคดีที่การสอบควิซคำถามข้อนี้เป็นการสอบเก็บคะแนนแบบกลุ่ม

          “ในการสอบข้อนี้ ในแต่ละกลุ่มที่ได้รับหัวข้อเกี่ยวกับสัตว์ทดลองจริงไปนั้น อาจารย์หมอจะให้อธิบายถึงกายวิภาคศาสตร์และลักษณะการทำงานของอวัยวะภายในร่างกาย พวกคุณมีเวลาสอบเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น เริ่มจับเวลาครับ” เสียงสัญญาณนาฬิกาที่อาจารย์หมอเริ่มจับเวลา ทำให้นักศึกษาแต่ละกลุ่มเริ่มหันหน้าเข้าหาและปรึกษาถามกัน

          “แนวแกนร่างกายเป็นแบบหน้าหลัง” (แนวแกนร่างกายแบบหน้าหลัง หรือ Anteriorposterior  axis เป็นแนวแกนที่ทอดผ่านจากส่วนหน้าของสัตว์ไปส่วนหลังตามแนวแกนนอน) ยูริกล่าวตามลักษณะที่วิเคราะห์ได้ก่อนจะจดคำตอบลงในข้อสอบ

          “อวัยวะภายในร่างกายยังแข็งตัวเป็นอย่างมาก แต่รู้สึกถึงการผ่าตัดที่เคยเกิดขึ้นมาก่อน มันน่าจะเคยเป็นฮีทสโตรกมาก่อนนะ” เพื่อนนักศึกษาคนหนึ่งกล่าวกับยูริ

          “ใช่ เนื้อยังนิ่มแต่อวัยวะข้างในแข็งตัว แสดงว่าก่อนจะโดนสตาฟฟ์มันน่าจะมีอาการอย่างอื่นนอกจากฮีทสโตรกด้วย อาจจะเป็นพวกขาดสารอาหารเนื่องจากอาการเบื่ออาหารในฤดูผสมพันธุ์” ยูริอธิบายตามหลักความเข้าใจ ก่อนจะตอบออกไปอย่างมั่นใจจากการวิเคราะห์ของเธอและเพื่อนในกลุ่ม

          หนึ่งชั่วโมงผ่านไป

          การสอบก็เสร็จผ่านไปด้วยดี ยูริรีบลงมาหาซอฮยอนที่รอเธออยู่ด้านล่างตั้งนานสองนาน ด้วยความเกรงใจแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นรุ่นน้องเธอก็ตาม

          “ขอโทษทีนะ ไม่คิดว่าอาจารย์หมอจะออกสอบปฏิบัติด้วย” ยูริบอก

          “ไม่เป็นไรค่ะพี่ ซอเองก็เพิ่งช่วยเพื่อนทำการบ้านนี่เอง”

          “ไปกันเถอะ เดี๋ยวพี่เซฮุนจะรอ” ยูริเดินไปพร้อมกับรุ่นน้องสู่คณะเศรษฐศาสตร์

 

          โรงอาหารคณะเศรษฐศาสตร์ครึกครื้นเป็นอย่างมาก เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาพักส่วนใหญ่ของพวกนักศึกษาปีหนึ่งถึงปีสามเท่านั้น และจำนวนเด็กเศรษฐศาสตร์ที่สอบเข้าคณะนี้ได้ก็เยอะจนน่าตกใจ ไม่แปลกใจถ้าเด็กคณะนี้จะเยอะกว่าคณะอื่นที่ต้องผ่านการสอบสุดยากอย่างคณะวิศวกรรมศาสตร์หรือคณะพวกสายการแพทย์ วิทยาศาสตร์สุขภาพอะไรแบบนี้ เหมือนอย่างฉันนี่ไงที่ต้องทำคะแนนสอบให้ดีถึงเข้าคณะนี้ได้ ทั้งที่เมื่อก่อนฉันเรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์

          “โห~คนเยอะจังเลย เราจะนั่งตรงไหนดีคะเนี่ย” ซอฮยอนสอดสายตาเพื่อหาที่นั่งทั่วทั้งโรงอาหาร ก่อนที่เซฮุนจะโทรมาบอกยูริว่าอยู่ที่โรงอาหารคณะบริหารธุรกิจ

          “พี่ชายบอกว่าอยู่คณะบริหารธุรกิจน่ะ ไม่รู้ว่าไปทำไมเหมือนกัน” ยูริอารมณ์เสียที่อุตส่าห์นัดพี่ชายเอาไว้แล้วแต่พี่ชายไม่มาตามนัด แถมยังไปทำอะไรก็ไม่รู้ที่คณะบริหารธุรกิจอีก

          “พี่เซฮุนอาจจะมีงานด่วนที่คณะนั้นด้วยก็ได้ค่ะ งั้นซอว่าเราไปคณะวิศวะก็ได้นะคะโรงอาหารที่นั่นก็สวยดี และมีร้านอร่อยๆเหมือนกัน” ซอฮยอนแนะนำ

          “ก็ได้ แล้วแต่เธอเลย” ซอฮยอนจูงมือยูริแล้วเดินนำทางไปคณะวิศวะที่ยูริเคยเรียนอยู่ ในบรรดาตึกคณะเรียนในมหาวิทยาลัย ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์มีความทันสมัยและสวยหรูที่สุดแล้ว เนื่องจากคณะบดีของคณะนี้ทุ่มเงินไม่งั้นที่จะปรับปรุงให้เป็นอาคารเรียนและการเรียนการสอนที่ทันสมัยนำหน้าคณะอื่นให้มากขึ้น

          ตึกลูกเต๋าขนาดใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าด้วยความสูงกว่ายี่สิบชั้น ซึ่งมีห้องปฏิบัติการมากมายเหมือนกับคณะสัตวแพทยศาสตร์เลย แต่ที่นี่ดูมีความทันสมัยแบบโมเดิร์นของตัวมันเองมากกว่า ซอฮยอนเดินนำไปโรงอาหารสุดหรูที่ตอนนี้คนเริ่มเบาบางลง อาจจะเป็นไปได้ว่าทยอยกันขึ้นเรียนหมดแล้ว

          “ตอนนี้คนคงทยอยขึ้นเรียนหมดแล้ว เดี๋ยวซอไปสั่งอาหารก่อนนะคะพี่ล่ะ...” ซอฮยอนหันมาถามพี่รหัสคนสนิท

          “เดี๋ยวพี่ไปสั่งเองดีกว่า เธอสั่งก่อนเลย” ยูริกวาดสายตามองรอบๆ คณะเรียนที่เธอแสนจะคุ้นเคย แต่ตอนนี้ก็เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกัน

          “สวัสดีค่ะพี่ยูริ ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะคะ” หญิงสาวร่าเริงหน้าตาสะสวยที่ยูริพอจะจำได้บ้างทักทายเธอด้วยรอยยิ้ม

          “เธอ...คือ” ยูริอึ้ง

          “น้องสาวพี่หูกางชานยอล คริสตัลไงคะ” คริสตัลยิ้มทักทายเธอ พร้อมกับใครอีกคนที่เดินมาพร้อมเธอด้วย “นี่แฟนตัลเองคะชื่อจงอิน นี่จงอินพี่ยูริรุ่นพี่เคยเรียนคณะเราน่ะ”

          คริสตัลน้องสาวนายหูกาง ปาร์ค ชานยอลอดีตคู่ปรับสมัยยูริเรียนอยู่คณะวิศวกรรมศาสตร์ปีหนึ่งก่อนจะซิ่วมาเรียนคณะสัตวแพทย์เพราะความต้องการของพ่อกับแม่ ที่มีกิจการโรงพยาบาลสัตว์ที่ต้องการให้เธอมารับช่วงต่อบริหารแทน เพราะเซฮุนก็ไม่ได้เรียนจบทางด้านนี้มา เธอเลยต้องรับภาระหนักด้านนี้ไป

          “วันนี้พี่มาเยี่ยมพี่ชานยอลเหรอคะ” คริสตัลแกล้งพูดถึงชานยอล

          “พี่ก็มากินข้าวกับรุ่นน้องผู้หญิงที่คณะเดียวกันนี่แหละ อ้อ! แล้วก็ไม่ต้องพูดถึงพี่ชายเธอด้วยนะ คนอะไรมาหลอกหลอนกันแทบทุกวัน” 

          “ฮะๆ พี่ชานยอลยังบ่นนิดนึงนะคะว่าตั้งแต่พี่ไม่เรียนคณะนี้ ก็เหงาเหมือนกัน”

          “นายเด็กน้อยนั่นน่ะนะจะเหงา ไม่มีทางหรอก เห็นท่าทางเฟรนลี่ซะขนาดนั้น” ยูริตอบปฏิเสธเสียงแข็ง เด็กรุ่นน้องอย่างปาร์ค ชานยอล จ้างให้เธอก็ไม่มีวันมาเกี่ยวข้องกับหมอนั่นอีกเด็ดขาด เพราะเขาทั้งกวนประสาท ชอบแกล้งเธอเป็นประจำ ไม่รู้ว่าทำไมถึงมีสาวๆมาติดพันเขากันนักนะ

          “พี่ก็...เอาเป็นว่าหนูจะชวนพี่ชานยอลลงมากินข้าวด้วยกันนะคะ”

          บางทีคริสตัลก็ดูนิสัยดีเกินไปนะ! นี่นางดูไม่ออกหรือไงเนี่ยว่าฉันไม่ชอบพี่ชายนาง

          “อะ...อะไรนะ!!” ฉันอุทานตะกุกตะกัก

          “ฮะๆ ล้อเล่นน่ะค่ะ วันนี้พี่ชายต้องเข้าห้องปฏิบัติการด้วย คงไม่ว่างลงมาทานข้าวตอนนี้หรอก ตัลกับแฟนขอตัวก่อนนะคะ แล้วเจอกันใหม่ค่ะ” คริสตัลกับแฟนของเธอเดินออกไปจากบริเวณนั้นทันที

          “ท่าทางพี่ยูริจะไม่ชอบพี่ชายเธอนะ” เมื่อลับหลังยูริไคก็เริ่มพูดออกมาทันที

          “นายยังไม่รู้สินะ ว่าสองคนนี้เขาไม่ถูกกัน” คริสตัลบอก

          “ทำไมล่ะ ดูพี่ชานยอลจะเฟรนลี่กับทุกคนได้ดีนะ” ไคยังคงถามต่อ

          “ก็ชอบกวนประสาทพี่ยูริน่ะสิ เคยป้อนมุกเสี่ยวๆจีบด้วย แต่พี่ยูริเธอไม่ชอบไงล่ะ”

          “เข้าใจล่ะ เราไปกินข้าวกันเถอะ”

 

          ซอฮยอนเดินมาพร้อมกับจานก๋วยเตี๋ยวสองจาน วางลงตรงหน้ายูริและเดินไปหยิบแก้วน้ำที่บริการนักศึกษาฟรีมาให้อีกด้วย

          “ความจริงเธอน่าจะเรียกพี่ไปยกก๋วยเตี๋ยวมาเองก็ได้นะ ไม่ต้องลำบากเลย” ยูริบอก “หนักแย่เลยนะ”

          “เรื่องเล็กน้อยค่ะ แต่ว่า...สองคนเมื่อกี๊เขาเป็นใครหรอคะ” ซอฮยอนถามอย่างสนใจ

          “เพื่อนรุ่นน้องที่คณะนี้กับแฟนของเค้าน่ะ” ยูริตอบน้องรหัสสาวสวย

          “อ๋อ”

          “แล้วนี่คาบบ่ายเธอมีเรียนหรือเปล่าเนี่ย” ยูริถามน้องรหัส

          “มีนัดกับเพื่อนน่ะค่ะ ว่าจะพาน้องหมาไปอาบน้ำที่สปาด้านข้างมหาลัย”

          “เพื่อน? คนไหนกัน พี่รู้จักมั้ย?” หญิงสาวยังคงถามต่ออีก ปกติเธอไม่เคยเห็นน้องรหัสเธอสุงสิงกับเพื่อนร่วมชั้นปีมากเท่าไหร่นัก

          “เดี๋ยวว่างๆจะพามาแนะนำค่ะ เขาเป็นนักศึกษาเข้าใหม่ แต่สนิทกับซอมานานค่ะพี่” ซอฮยอนคุยจ้อไม่หยุดแต่ก็เล่าเรื่องของเพื่อนเธอเอาไว้ด้วย

          “คือเขาเพิ่งจะย้ายมาน่ะค่ะพี่ เพราะที่ที่เขาเรียนอยู่มันห่างไกลจากบ้านมาก ซอก็เลยแนะนำที่นี่ให้ แต่เพราะคะแนนเกรดเขาดีอยู่แล้วก็เลยผ่านเข้ามาโดยสะดวกค่ะ”

          “แล้วเพื่อนนี่ชายหรือหญิงกันล่ะซอ ขอบอกเลยนะว่าพี่หวงน้องสาวพี่เหมือนกัน”

          “ฮะๆ ผู้ชายค่ะ แต่เขานิสัยดีมากออกไปทางเด็กเรียนด้วย รู้จักกันตอนเขาย้ายมาที่โซลเมื่อสามเดือนก่อน”

          จากนั้นสองสาวก็รับประทานอาหารกลางวันกันต่อไป โดยไม่ได้มองแขกผู้มาเยือนคนใหม่ที่โต๊ะอาหารของพวกเธอเลย

 

          “รบกวนขอนั่งด้วยคนนะครับ” ผู้มาใหม่เอ่ยกับสองสาว แต่ยูริรู้จักดีว่าเป็นใคร เธอจำเสียงของเขาได้แม่นเชียวล่ะ

          “ตามสบายค่ะ” ซอฮยอนยิ้มตอบรับเขา แต่ยูรินี่สิ...ทำหน้าบอกบุญไม่รับเมื่อเจอเขา

          “นี่ขนาดฉันย้ายคณะมาแล้วก็ต้องมาเจอนายอีกงั้นหรอ ชานยอล” ยูริพูดเสียงเซ็งปนรำคาญ ปาร์ค ชานยอลน่ะ เป็นรุ่นน้องเธอตอนเธอเรียนอยู่วิศวะฯ แต่เพราะนิสัยทะเล้น กวนประสาทเธอเอามากๆ และชอบป้อนมุกจีบเธอทำให้เธอไม่ค่อยอยากจะมองหน้าเขาเท่าไหร่นัก

          แต่เขาจัดว่าเป็นผู้ชายหน้าตาดีคนหนึ่งเลยนะ หล่อมาก แถมสูง ขาว ขวัญใจสาวๆ ทุกคณะอีกด้วย บวกกับนิสัยทะเล้นๆ หน่อยยิ่งทำให้เขาเริ่มมีเสน่ห์ดูดีมากขึ้นไปอีก ยิ่งตอนนั้นเขาพยายามจีบเธอมากเท่าไหร่ เธอยิ่งรู้สึกว่าต้องยิ่งตีห่าง เขายังเป็นเด็กแต่ริอ่านจะมาปีนเกลียวรุ่นพี่อย่างเธอ แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นอยู่ดี

          “โธ่ ผมคิดพี่ม๊ากมากนะ ทำไมใจร้ายกับผมแบบนี้อ่า”

          “นี่ๆ ฉันกับนายไม่ได้สนิทสนมกันมากมาย ไม่ต้องมาทำเสียงแบบนี้เลยนะ ขนลุก” ยูริทำไม่สนใจแล้วมองออกไปด้านนอก

          “นี่หรือเปล่าคะพี่ รุ่นน้องที่ตามจีบพี่อยู่น่ะ” ซอฮยอนถามยิ้มๆ แล้วมองทั้งสอง

          “ใช่ครับ ผมตามจีบมาช้านานมาก แต่รุ่นพี่คนสวยก็ยังไม่ยอมเปิดใจให้ผมสักที” ชานยอลพูดเสียงแผ่วทำน่าสงสาร แล้วส่งสายตาหวานปิ๊งให้รุ่นพี่สาวคนสวย

          “ไม่ได้เรียกว่าไม่ยอมเปิดใจ แต่เรียกว่าเกลียดเลยต่างหากล่ะ”

          “นูน่าอ่ะใจร้ายกับผมจัง” ชานยอลแกล้งงอน

          “นี่ไอ้เด็กบ้า! ไม่ต้องมาทำงอนเลยนะ เดี๋ยวพวกผู้หญิงก็เขม่นฉันพอดี” ยูริเอ็ดรุ่นน้องหนุ่มหล่อ

          “ถ้านูน่าเป็นแฟนกับผม ผมจะเลิกทำตัวเป็นเด็กเลยครับ” ชานยอลยิ้มร่า

          “ออนนี่คะ น้องเขาอุตส่าห์จีบขนาดนี้ยังใจแข็งอีกเหรอคะเนี่ย” ซอฮยอนยิ้ม

          “ใช่แล้วครับ คนอะไรใจดำทำร้ายจิตใจเด็กน้อยได้ลงคอ” -_-

          “นี่!

          “ว่าแต่นูน่าเพื่อนนูน่ายูริชื่ออะไรเหรอครับ” ชานยอลหันมาถามซอฮยอน

          “อ๋อ ฉันอายุรุ่นราวกับนายน่ะแหละ ซอ จูฮยอนจะเรียกว่าซอฮยอนก็ได้นะ”

          “ครับ ผมชื่อชานยอลคณะวิศวะปีสอง ตามจีบรุ่นพี่ยูริมาช้านาน แต่ก็ไม่เคยจีบเธอติดสักที” ชานยอลตอบอย่างร่าเริง

          “ฮะๆ นายก็ต้องพยายามต่อไป เพราะออนนี่ของฉันน่ะแข็งได้ไม่นานนักหรอก”

          “ซอ!” ยูริเริ่มทำเสียงไม่พอใจนิดหน่อย กับการที่รุ่นน้องรหัสเธอเห็นคล้อยตามชานยอลไปด้วย นี่ถ้าพี่เซฮุนอยู่ด้วยก็ต้องผสมโรงอีกแน่ หรือไม่ก็ต้องอบรมเธอเพราะรายนั้นน่ะ เถรตรงยิ่งกว่าไม้บรรทัดอีก

          “แค่นี้ต้องมาดุรุ่นน้องด้วยหรอครับพี่ ไม่น่ารักเอาเลยน๊า” ชานยอลเอ่ยกับรุ่นพี่สาวแกล้งหยอกให้เธออายเล่นๆ

          “นายไม่ต้องมายุ่งเลย จะไปไหนก็ไปเลยไป” ยูริเอ่ยปากไล่อย่างเปิดเผยกับเด็กที่คิดจะปีนเกลียวเธอ

          “จะให้ผมไปไหนล่ะครับ ทั้งโรงอาหารก็มีแค่นี้” ชานยอลยักคิ้วตอบกวนๆ

          ยูริทำท่าเงื้อมือจะฟาดแต่ก็เก็บอาการ เพราะตอนนี้คนทั้งโรงอาหารเริ่มมองทางเธอแล้วเหมือนกัน “ฝากไว้ก่อนเถอะย่ะ พี่กลับก่อนนะซออยู่ตรงนี้แล้วอารมณ์เสีย!

          ยูริหยิบกระเป๋าเดินออกจากตรงนั้นทันที ทิ้งให้ซอฮยอนเดินตามหลังมาตอนนี้เธอต้องมาอารมณ์เสียเพราะเจอชานยอลเหมือนตอนเรียนวิศวะไม่มีผิดเลยจริงๆ ซอฮยอนแทนที่จะทำสีหน้านิ่งเฉยไม่รับรู้อะไร แต่ก็ต้องกลั้นขำเอาไว้เมื่อเห็นท่าทีเขินและอายของรุ่นพี่สาวตนเอง

          “อย่าไปถือสาออนนี่เลยหน่า สงสัยคงรับมุกจีบของนายไม่ไหวมั้งเลยเดินหนีไปแบบนี้” ซอฮยอนยิ้มออกมา

          “แล้วนูน่าพอจะมีวิธีจีบเธอให้ติดหรือเปล่าล่ะครับ” ชานยอลยิ้มถามเล่นๆกับซอฮยอน

          “ฮะๆ ไม่มีหรอก ถ้านายอยากเอาชนะก็ต้องใช้ความจริงใจของนายเท่านั้นแหละ รุ่นพี่น่ะแข็งนอกอ่อนใน เดี๋ยวก็ใจอ่อนนั่นแหละ” ซอฮยอนตอบตามความจริง เพราะยูริก็เป็นคนแบบนี้นับตั้งแต่ที่เธอรู้จักมาตอนเข้าเรียนที่นี่

          ชานยอลเองก็คิดแบบนั้น ทำไงได้ล่ะเขาน่ะแอบมองยูริเอาไว้ตั้งนานตั้งแต่เข้ามาเรียนปีหนึ่งแล้วหนิ ตอนแรกเขาก็เดินเข้าไปจีบเธอดีๆอยู่หรอก แต่เธอดันไม่เล่นด้วยทำเอาเขาหมดกำลังไปใจสักพักเลยล่ะ แต่ก็ต้องกลับมาฮึดสู้ทำคะแนนกับเธอใหม่ และพยายามจีบเธอเช้า สาย บ่าย เย็นหรือทุกครั้งที่มีเวลาว่าง แม้กระทั่งตอนที่เธอต้องนั่งรอรถที่ป้ายรถเมล์ตากฝนเป็นชั่วโมง เขายังแอบยืนอยู่เป็นเพื่อนโดยที่เธอไม่รู้ตัวเลย

          แต่ไม่รู้ทำไมยูริจึงตั้งท่ารังเกียจเขาราวกับเขาเป็นวัตถุแปลกปลอมที่หลุดมาจากทางช้างเผือกงั้นแหละ! แต่ยังไงเขาก็ไม่มีทางยอมแพ้หรอก ไม่มีอะไรที่เขาอยากชนะแล้วแพ้ และถ้าเขาอยากได้อะไรก็ต้องได้เสียด้วยสิ!

         


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27 ความคิดเห็น

  1. #27 Lacy20 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 00:39
    ยอลยูลน่ารัก ชอบบบ ยอลสู้ๆน๊าจีบพี่อยุ่ให้ได้ละ
    #27
    0
  2. #26 ;Pocky (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 23:18
    ทำไมยูริตั้งแง่ชานยอลละ
    ตื้อเท่านั่นครองโลก สู้ค่ะชานยอล
    #26
    0
  3. #25 frict (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 23:06
    ยอลน่ารักอ่า พยายามจีบเข้านะ
    #25
    0
  4. #24 ❤ Yulyul_ Hunhun ❤ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 12:48
    ชานยอลอ่าา~ สู้ๆนะ จีบนูน่าให้ติดล่ะเดี๋ยวยูริก็ใจอ่อนเองแหละ คิคิ ว่าแต่เซฮุนไม่หวงน้องสาวบ้างหรอไงที่จะโดนเด็กปีสองจีบเนี่ยหรือว่าเห็นดีด้วยว่างั้นเหอะ 55555555
    #24
    0
  5. #23 Viewpaintz2113 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 06:47
    ยูลอย่าใจร้ายกับเด็กสิ
    #23
    0
  6. #22 maylone (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 01:38
    ประเด็นคือฮุนไปทำไรที่คณะบริหารค่ะ555
    #22
    0
  7. #19 ing260639 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 00:51
    อะไรของเจ๊เค้าคะเนี่ย มีเด็กน่ารักกรุบกริบน่ากินมาชอบ ทำไมไม่อยากได้คะ! ไม่เอาส่งมาทางนี่คะ 555
    ชยอลสู้ๆค่ะ น้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อน กับหัวใจควอนยูรินี่ไม่น่าจะยากมากหรอกค่ะ ขี้ใจอ่อนขนาดนั้น จีบแบบใส่ๆเด็กน้อยใส่ไม่ชอบ ก็จับจูบไปเลยค่ะ ! พูดเล้นนะคะ อย่าทำจริง ไม่งั้นโดนเกลียดแน่ๆ. ถถถถถถ
    #19
    0