แสนร้ายแสนรัก(ฉบับสำนักพิมพ์ ปองรัก)พิมพ์ครั้งที่2

ตอนที่ 4 : หวั่นไหว 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 763
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    20 ก.ค. 59



ปกหน้าหลัง แสนร้ายแสนรัก


โปสการ์ด


ที่คั่นสวยๆ


ตอนที่ 4 หวั่นไหว

 

กันนราเก็บอารมณ์ขันไว้บนสีหน้าที่นิ่งสนิท มองเธอด้วยสายตาเรียบเย็น ในขณะที่ปรายฟ้ากำไข่ไก่พร้อมขว้างไว้ในมือ เอ่ยถามด้วยเสียงเข้ม หรี่ตามองเธอ

กำลังคิดจะทำอะไรฉัน

เปล่านี่ กำลังทำท่าซ้อมเบสบอลต่างหาก เธอลอยหน้าตอบ พร้อมทั้งวางไข่ลง และทอดไส้กรอก แฮมในกะทะด้วยสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้

อย่างเธอเนี่ยนะจะเล่นเบสบอล ถ้าเล่นทอยกองละก็ น่าจะดูดีกว่านะ เขาเอ่ยพร้อมทั้งใช้แววตาบอกความขันในคำสบประมาทของตัวเอง 

เธอก้มหน้าลงจัดการ ตักของทุกอย่างที่ทอดใส่จาน กรุ่นแค้นอยู่ในอกเถอะน่า วันพระไม่มีหนเดียวหรอก สิบปีก็ไม่สาย เพราะฉันจะต้องแก้แค้นนายให้ได้ เรื่องปาหัวคนไม่ใช่เรื่องยาก แถมปรายฟ้ายังถนัดอีกด้วย หนังสติ๊คก็แม่นไม่เบาเลยละจะบอกให้ สนามยิงปืนปรายฟ้าก็ฝึกมาแล้ว อีแค่หัวเจ้านายจอมโวย ไม่เกินความสามารถหร็อก

เธอถือจานอาหารไปวางให้บนโต๊ะ หันมารินกาแฟใส่ถ้วยไปวางให้ พร้อมทั้งซ๊อส เหยือกเล็กๆใส่ครีมและน้ำตาลตามไปวางให้เรียบร้อย ค้อมตัวน้อยๆ ผายมือเชิญ

อาหารเช้าเรียบร้อยแล้วค่ะเจ้านาย

เขาเดินมานั่งลงที่โต๊ะ มองจานอาหารที่ทุกอย่างที่เธอทอดเขาได้กลิ่นหอมฉุย จนมันเรียกน้ำย่อยได้ทีเดียวแต่เมื่อมองจานอาหารใบใหญ่ที่วางใส่สุมๆ กันอย่างไม่รู้อะไรเป็นอะไร ทั้งไส้กรอก ทั้งแฮม ทั้งเบคอน และไข่ดาวคงอยู่ล่างสุดที่เขามองไม่เห็น และเงยหน้าขึ้นถาม  

นี่ปราย ทำให้คนกินหรือเปล่าเนี่ย เธอทอดสุมๆ มาอย่างนี้น่ะหรือ น่าเกลียดชะมัดเลย ใครสั่งใครสอน หรือว่าอยากแกล้งฉันกันล่ะ

นี่เจ้านาย ถามจริงๆ เถอะ ถ้าใส่ปากเคี้ยวๆ กลืน แล้วมันจะไปรวมกันในกระเพาะหรือเปล่าล่ะ พระบางองค์เขายังเอาแกง ข้าว ขนม ใส่รวมกันแล้วก็ฉันเลยนะ จะบอกให้ เธอเอ่ยบอกพร้อมทั้งเคี้ยวใส้กรอกอยู่ในปาก

งั้นเชิญมานั่งลงตรงนี้ เสียงกร้าวดุและชี้ที่เก้าอี้ตรงหน้าเขา  

ปรายฟ้ามองหน้าเจ้านายนิดหนึ่ง ยิ่งเห็นเขาเติมครีมและน้ำตาลลงในถ้วยกาแฟ ก็ยิ่งไม่อยากเดินไปนั่ง เธอเริ่มหาเรื่องบ่ายเบี่ยง

เอ่อ ปรายจะขอตัวไปกวาดงูทรายที่เหยียบแตกเมื่อคืนก่อนค่ะ และก็จะเตรียมเสื้อผ้าให้ด้วยนะคะ เจ้านายจะแต่งแบบไหนคะ ปรายจะได้เตรียมได้ถูก เธอเอ่ยเสียงทอดอ่อน ยิ้มหวานประจบ

มานั่งลงตรงนี้ เขาเอ่ยเสียงเข้มอีกครั้ง ส่งสายดุๆตามมาอีกด้วย

โธ่เอ๊ยเรื่องแค่นี้ก็ดุด้วยเหรอ ทำอย่างกับเรื่องคอขาดบาดตาย เธอบ่นพึมพำ แต่สายตาดุๆ ยังมองมาอย่างบีบบังคับ บนสีหน้าเรียบเฉย 

ปรายฟ้าจำต้องเดินไปนั่งลงตรงหน้าเขา เงยหน้าขึ้นสบตา พร้อมกับยิ้มแหยๆ เอ่ยบอกเขา

ปรายไปรินกาแฟให้ใหม่ดีกว่ามั้งคะ ท่าทางมันจะเย็นชืดแล้วละค่ะ

ไม่ต้อง แล้วจานของเธอล่ะ

เอ่อ...คือปรายกะว่าเจ้านายคงทานไม่หมด ปรายค่อยทานต่อน่ะค่ะ ก็เลยทำจานใหญ่จานเดียวเลย ประหยัดจาน ประหยัดน้ำล้าง รัฐบาลมีนโยบายให้ประหยัดน้ำเพราะภัยแล้งกำลังมาเยือน จริงไหมคะ

ถึงว่าสินะ โปะมาเสียจนล้นจาน ทำเละละเปะปะ กะว่าฉันคงกินไม่เข้า และจนฉันก็มองไม่ออกว่าอะไรมันคืออะไร เพราะฉะนั้นเธอต้องป้อนฉัน ป้อนสิ เขาหยิบส้อมส่งให้

ปรายไปจัดใส่จานให้ใหม่ก็ได้ เธอคว้าจานและทำท่าจะลุก แต่เขาคว้าข้อมือเธอไว้

นั่งลงและป้อนฉัน เสียงเข้มดุ ทำให้เธอเหยียดมุมปากทั้งสองข้างออก

เป็นเด็กอ่อนหรือไงล่ะ ต้องให้ป้อนด้วยน่ะ เธอเอ่ยบ่นทันที  

ไม่ต้องพูดมาก ป้อนสิ

ปรายฟ้าจิ้มใส้กรอกลงในซ๊อส และป้อนใส่ปากเขา ตาสบตากัน แก้มเธอแดงซ่าน และรีบหลุบสายตาลงมองแค่จาน เขายกกาแฟขึ้นดื่มซึ่งทำให้เธอยิ่งมีสีหน้าจืดเจื่อน ลอบกลืนน้ำลาย

กันนราแทบสำลักกาแฟที่เค็มจัด เขามองไปในโถน้ำตาล และรู้ทันทีว่ามันเป็นเกลือละเอียด ที่คงถูกแม่ตัวดีเทใส่ไว้แทนน้ำตาล แต่รีบเก็บกลั้น ไม่แสดงอาการอะไร แล้วจึงเลื่อนถ้วยกาแฟลงตรงหน้าเธอ

ดื่มซะ เดี๋ยวฉันไปรินใหม่ ถ้วยนี้ยกให้เธอ และเธอต้องดื่มให้หมดด้วย เขาเอ่ยจบ ลุกไปรินกาแฟ เติมน้ำตาลและเดินกลับมานั่งลง

ปรายฟ้าป้ายเนย บนขนมปังบางๆ และส่งใส่ปากให้เขา กันนราจับข้อมือเธอไว้เอ่ยบ่น

ส่งใส่ปากก็มองด้วยสิ ฉันใช้แก้มกินได้หรือไงล่ะ

ปรายฟ้าเริ่มฮึดฮัดขัดใจ เขินอายที่จะต้องป้อนเขา ชายหนุ่มจึงฉวยส้อมไปจากมือเธอ

ฉันป้อนเธอเองดีกว่า เรามากินอาหารจานนี้ด้วยกัน

แต่ปรายไม่…”

ไม่ต้องพูดอะไร อ้าปากเขาตักเบคอนใส่ปากให้ พร้อมทั้งยกกาแฟถ้วยนั้นให้ดื่ม ความเค็มของเบคอนและความเค็มของกาแฟ ทำให้ปรายฟ้าทำสีหน้าแหยๆ แต่ก็พยายามกระเดือกกลืนลงไป สายตาของชายหนุ่มมีประกายขัน

ยายปรายเธอทำให้ฉันสะใจที่ได้แกล้งกลับ และเธอก็ไม่กล้าโวยวายอีกด้วย แก้มใสนวลเนียนแดงก่ำเขินอาย ยามที่เราป้อน ดวงตาสวยเป็นมันดำขลับ เมินไม่กล้าสบตา และยังทนดื่มกาแฟเค็มๆ ยามที่เรายกให้ดื่มโดยไม่บ่นสักคำ รู้ตัวว่าผิดสิท่า เลยจำยอม  

กันนราส่งแก้วน้ำจ่อปากให้เธอดื่ม ริมฝีปากเจ่อน้อยๆ แดงเข้มโดยไม่ได้แต่งเติมสีสัน ที่เมื่อคืนเราได้ประทับรอยจูบ ปากนี้ช่างสวยเย้ายวนเสียจริง แล้วเราจะมีจูบกันอีกสักครั้งหนึ่งน่ะปรายฟ้า

มองหน้าแบบนี้ทำไม คิดมิดีมิร้ายกับลูกน้องใช่ไหม “ เธอเหลือบตาไปเห็นดวงตาหวาน เคลิ้มฝันของเขาแล้วเอ่ยถามทันที

อ้าว แล้วเธอคิดอะไรล่ะ คิดเรื่องจูบของเราเมื่อคืนงั้นหรือ แต่ฉันไม่ได้คิดนี่ ลืมไปแล้วด้วย

ปรายฟ้ารู้ว่าเขาแกล้งพูด ถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีก เธอลุกพรวดด้วยท่าทางฮึดฮัดหนีไปทันที ทำให้กันนราหัวเราะในลำคออย่างนึกขัน ท่าทางของทอมสาวที่เดินหนีซอยเท้าลงบันไดไปข้างล่าง

เออแฮะ...อายจนแก้มแดงไปถึงใบหู ทอมก็ทอมสิ เจอจูบแล้วเป็นไง ก็อายเหมือนสาวๆ นั่นละ

ปรายฟ้าเดินมานั่งกอดเข่าอยู่ที่ซุ้มริมน้ำ กัดริมฝีปากตนเองไว้ ยกนิ้วขึ้นมาถูบนริมฝีปากตนเอง ก่นด่าเจ้านาย

นายจูบฉัน แล้วบอกว่าไม่ได้คิดอะไร แต่ฉันรู้สึกนะโว้ย!

ภาพเมื่อคืนผุดพรายขึ้นมาทันที เขาแนบริมฝีปากลงบนปากเรา ประทับลงบดเบียด ดันปลายลิ้นเข้ามา ไล่ตวัดดุนลิ้นเรา จูบกันมันเป็นอย่างนี้เอง และเขาก็ยังกอดเราอีกด้วย จนตัวเราไปแนบกับอกเขา และเราก็ยังทะลึ่งยืน ให้เขาทั้งกอดทั้งจูบอยู่ตั้งนานสองนาน แย่ชะมัดเลย เขายังบอกว่าไม่ได้คิดอะไรอีก ก็แน่ละสิ คนอย่างนายเคยจูบกับผู้หญิงมานับไม่ถ้วนแล้วนี่ จะมาคิดอะไรกับอีแค่จูบเพราะตกใจ แล้วเราล่ะจะเก็บมาคิดทำไม ต่อไปนี้เราก็จะทำเป็นลืมมัน และคิดว่ามันก็ไม่ได้มีความหมายอะไร กับอีแค่ปากชนปากลิ้นชนลิ้น ปรายฟ้าคิดแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดยาวๆ ลึกๆ อีกครั้ง

การทำงานวันนี้ปรายฟ้าขับรถไปตามทางที่เขาบอก และเงียบสนิท ไม่พูดไม่ถาม ไม่กวนอารมณ์ เธอนั่งคอยเขาอย่างที่คนขับรถทำเวลาคอยเจ้านาย และเพิ่งรู้ว่าการรอคอยมันน่าเบื่อแค่ไหน จึงเริ่มเดินเที่ยวเล่นชมนกชมไม้ไปเรื่อยๆ

กันนรามองร่างสูงระหงในเสื้อเชิ้ตขาวร่นปลายแขนเสื้อขึ้นมาที่ศอก ทับด้วยเสื้อกั๊กยีนส์ตัวสั้นกับกางเกงยีนส์รัดรูปทรงสวย สวมแว่นตากันแดดแบบเท่เก๋ไก๋ ยัดปรายมือไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ เดินกลับไปกลับมา เตะก้อนหินก้อนเล็กๆ ที่โยนขึ้นเล่นแบบเด็กผู้ชายด้วยรองเท้าหนังหุ้มข้อ

เธอสวยเท่น่ารักจริงๆ นายกัน นายกำลังหวั่นไหวกับสาวทอมแล้วสินะ

ปรายฟ้าเห็นเขาลงมายืนมองเธอนิ่งๆ โดยมีคนงานถือแฟ้มลงมาส่งให้ เขาหล่อสมาร์ตอยู่ในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอมเทา ผูกไทด์เส้นสวยที่เมื่อเช้าโยนมาให้เธอผูกให้ การที่ได้เข้าใกล้เขาช่างเป็นอันตรายกับความรู้สึกตัวเองชะมัด เพราะไอ้จูบเฮงซวยเมื่อคืนนี้ที่เขาไม่ได้ใส่ใจ แต่เราเกิดไปใส่ใจและยังเผลอไปจ้องมองริมฝีปากหยักสวยของเขาเข้าอีก เธอเดินมาพร้อมกับกดรีโมทในมือ และจำต้องวิ่งมาที่รถเปิดประตูให้ เมื่อเขาเดินมาหยุดที่ข้างรถทำท่ายืนรอ 

ปรายฟ้าเข้ามานั่ง สตาร์ตรถออก เขาเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไปหาข้าวทานกันเถอะ หิวหรือยังล่ะ

ที่ไหน

ที่ไหนก็ได้ ที่ปรายคิดว่าอยากทาน แต่ไม่ต้องเลี้ยวแบบเมื่อคืนนะ

เสียงเขาทอดอ่อนสุภาพ จนเธออยากจะหันไปมองหน้าว่ามันเกิดอะไรขึ้น และได้แต่ลอบชำเลืองมองเขาทางกระจกส่องหลัง เธอเห็นรอยยิ้มเยือนบางๆ ที่ดูเหมือนเขาจะรู้ว่าเธอลอบมองเขา

นายกันนรา ทำเป็นอารมณ์ดี ถูกใจอะไรมาล่ะ หรือว่าสงสารว่าเรารอ แต่คนใจหินอย่างเขา คงไม่สงสารใครหรอกมั้ง

อืม...เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้วไปแวะหาซื้อกับข้าวไปทำอะไรทานที่บ้านตอนเย็นกันดีกว่านะ ขี้เกียจออกมากลางคืนน่ะ กับแกล้มสักสองอย่างก็ดีนะ วันนี้เรามาชนแก้วกันไหมล่ะ

แน้! คิดพิเรนอะไรกับลูกน้องหรือเปล่านะ แต่ถ้าคืนนี้นายกอดจูบฉันละก็ มีเจ็บเชียวละ ปรายฟ้าจะขึ้นเข่า เขย่าศอกให้จุก แล้วก็จะคร่อมเจ้านายบีบคอให้ตายคามือเชียวละ อย่าคิดแผนมอมเหล้าแล้วปล้ำเลยน่า อยากพิสูจน์ว่าปรายเป็นทอมหรือเปล่างั้นสิ รับรองคืนนี้ปรายฟ้า ไม่มีทางหลงกลอีกหรอก

วนาลีโทรเข้ามาหา เสียงปรายฟ้ารับสายอย่างดีใจ ลี คิดถึงลีชะมัดเลย ลีอยู่บ้านหรือว่ามาทำงานที่ออฟฟิศล่ะ

ปรายทำงานจ้ะ ขับรถอยู่น่ะ ลีทานข้าวกลางวันหรือยัง ปรายเป็นห่วงนะ

คิดถึงสิ เมื่อคืนยังนอนคิดถึงลีกับเพื่อนๆ อยู่เลย ที่นี่มันเงียบแล้วก็เหงาจะตาย

เอ่อก็มีเหมือนกันน่ะ พอทนจ้ะ

เสียงของเจ้านายดังแว่วมาจากทางด้านหลัง มารยาทของคนขับรถจะต้องไม่รับโทรศัพท์ใครทั้งสิ้น เวลาที่ขับรถให้เจ้านายนั่ง

ลีเท่านี้ก่อนนะ คืนนี้ปรายค่อยโทรหา ปรายจะปิดเครื่องน่ะ

เธอเอ่ยจบและปิดเครื่องลงทันที และเหลือบตามองเขาในกระจกส่องหลัง เห็นใบหน้าเรียบเฉย และอ่านเอกสารในมือนิ่งๆ เธอย่นจมูกใส่เจ้านายนิดหนึ่ง ปรายฟ้าเลี้ยวรถเข้าสวนอาหารข้างทาง เมื่อจอดสนิทเข้าที่เข้าทาง เจ้านายของเธอไม่ขยับเขยื้อนเคลื่อนกาย ปรายฟ้าเดินลงเปิดประตูให้ เขาลงเดินช้าๆ เข้าไปในห้องอาหารที่จัดตกแต่งคล้ายสวนอาหาร และเดินเลี่ยงหนีไปนั่งอีกโต๊ะหนึ่ง เท้าคางมองออกไปนอกร้าน ทำสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ในขณะที่เขาสั่งอาหาร เจ้านายเธอก็ส่งสายตามามอง และพยักหน้าเรียก แต่เธอก็ทำเป็นไม่เห็น พนักงานเสิร์ฟมองคนทั้งคู่อย่างแปลกใจนิดหนึ่ง เมื่อก้มลงรินน้ำใส่ในแก้วน้ำแข็งให้ชายหนุ่ม กันนรามองเธอย่างหมั่นไส้ และเอ่ยกับพนักงานเสิร์ฟชายผู้นั้นดังๆ

ช่วยไปเรียกเมียฉันให้หน่อยสิ งอนอะไรก็ไม่รู้ ทำไปนั่งโต๊ะอื่น ผู้หญิงนี่แปลกนะชอบประท้วงผัว

เด็กหนุ่มคนนั้นอมยิ้มแก้มปริ ลอบชำเลืองมองไปที่ปรายฟ้า โต๊ะข้างๆที่นั่งอยู่ก่อน หันมามองเธอกันทั้งโต๊ะ ปรายฟ้าได้ยินเสียงเขาเต็มสองหูและหันมาเบิ่งตาโตมองเขา อย่างไม่นึกว่าเขาจะกล้าเล่นแรงขนาดนี้ ซึ่งทำให้เธอรีบลุกพรวดมานั่งลงตรงหน้าเขาทันที เด็กหนุ่มพนักงานเสิร์ฟผู้นั้นจึงรินน้ำลงในแก้วให้เธอแล้วเดินจากไป สงครามปะทะคารมจึงเริ่มขึ้น

นี่คุณ พูดแบบนี้มันไม่สวยนะ ฉันเสียหาย พูดมั่วนี่หว่า

ก็อย่าคิดประท้วงแบบนี้อีกก็แล้วกัน ฉันเรียกแล้ว แต่อยากไม่มาเองนี่ ช่วยไม่ได้ เพราะฉันก็บอกเธอแล้วนี่ว่าเราจะทานข้าวด้วยกัน และฉันก็ไม่ได้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงไม่ใช่เหรอ เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเรียบๆ ยิ้มในสีหน้าบางๆ อย่างเป็นต่อ

ทีหลังอย่ามาพูดอย่างนี้อีกนะ เฮงซวยชะมัดเลย เธอเอ่ยพร้อมทั้งหน้างอคว่ำ

ทำหน้าอย่างนี้ เดี๋ยวบ๋อยก็นึกว่า ผัวเมียจะตีกันหรอก

เขายังเอ่ยยั่วต่อ เมื่อพนักงานเริ่มลำเลียงอาหารมาวาง ปรายฟ้าสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อข่มความโกรธ ที่ทำให้เธอคันยุบยิบ และใช้มือถูลงบนหน้าขาตนเอง ยกมือขึ้นมาบิดมืออีกข้าง อย่างกำลังขัดใจเต็มที่ กัดริมฝีปากด้านในไว้ ถอนหายใจออกมาเบาๆ จ้องหน้ามองเขาอย่างโกรธจัด แต่ทำอะไรไม่ได้

นายกันคงจ้างเรามา เพื่อแก้แค้นผู้หญิงทั้งโลกมั้งเนี่ย ทำยังไงนะที่จะเอาชนะนายกันให้เขามองว่าผู้หญิงดีๆ ก็ยังมีอยู่ในโลกนี้ เขาเย็นชา ปากร้าย เขาพยายามทำให้เราโกรธ เขาเห็นเราเป็นที่รองรับอารมณ์งั้นสิ เขาจูบเรา และบอกว่ามันเป็นเรื่องไร้สาระ เขาไม่สนความรู้สึกของใคร เขาเลวร้ายกว่าที่เราคิดไว้เสียอีก

กินข้าวได้แล้ว เธอจ้องหน้าฉันแล้วอิ่มหรือไง ตกลงฉันหล่อโดนใจใช่ไหม ฉันเป็นสเปคเธอหรือเปล่าล่ะปรายฟ้า เขาเอ่ยด้วยสีหน้าเปื้อนยิ้ม

เสียงเขาทำให้เธอออกจากภวังค์ แก้มแดงซ่านร้อนผ่าวขึ้น เมื่อเขาถามความรู้สึก เพราะเธอเผลอไผลไปจ้องหน้าเขานิ่งๆ ในขณะที่คิดนินทาเขาในใจ

หลงตัวเองไปหรือเปล่า ผู้ชายเย็นชาหน้าหิน เหมือนฉันนั่งอยู่กับรูปปั้นน่ะหรือสเปค ฉันบอกคุณแล้วไงว่าฉันเป็นผู้หญิงโรแมนติค แฟนฉันที่อยู่อเมริกา โรแมนติคมาก น่ารัก มีดวงตาชวนฝัน มีรอยยิ้มที่ส่งมาอย่างจริงใจทุกครั้ง เขาทำให้ฉันอบอุ่น กรุ่นไอรัก เธอเอ่ยยาวเหยียด พร้อมทั้งเชิดหน้าขึ้น

ผู้หญิงเหรอเขาเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มหยันๆ

ผู้ชาย! ฉันชอบผู้ชาย และในอนาคตฉันก็จะเชิญคุณไปงานแต่งงานของฉันกับผู้ชาย ปรายฟ้าเอ่ยอย่างโกรธจัด

อืมฉันเชื่อว่าเธอต้องชอบผู้ชาย เพราะเมื่อคืนเธอก็จูบตอบฉันนี่ ฉันว่าจูบเธอก็โอเคนะ ฉันเพิ่งแน่ใจเดี๋ยวนี้เอง ว่าไม่น่าจะใช่ first kiss ของเธอหรอก เขาได้ทีเอ่ยยั่ว

ปรายฟ้าวางช้อนกระแทกกับจานดังเกร๊ง! จ้องหน้าเขาด้วยดวงตาที่ลุกวาว

นายกำลังดูถูกฉัน จูบนายเป็นจูบแรกของฉัน และฉันก็แน่ใจว่าไม่ได้จูบตอบนายสักหน่อย นายมันฝันค้างโมเม พูดมั่ว เธอเอ่ยด้วยเสียงที่โกรธจัดอย่างลืมตัว

เธอรู้ไหมปรายฟ้าว่ามีคนโต๊ะใกล้ๆ เรา เขาคิดว่าผัวเมียกำลังทะเลาะกันด้วยเรื่องบนเตียง เพราะเสียงเธอดังขึ้นเรื่อยๆ หันไปมองดูสิ เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มขำๆ น้ำเสียงเบาๆ เรียบๆ

ปรายฟ้าเพียงแต่ชำเลืองด้วยหางตาก็รู้ว่าจริงอย่างที่เขาพูด เธอรูดซิปปากนิ่งสนิท แก้มแดงก่ำจนถึงใบหู กันนราตักต้มยำกุ้งใส่ถ้วยเล็กเลื่อนให้เธอ เอ่ยบอกด้วยสายตาหวานวิบวับ

แต่ฉันว่าคนเขามองเราแล้วยิ้ม เขาอาจจะคิดว่าเราทะเลาะกันเรื่องจูบที่มันฟังแล้วน่าเอ็นดูก็ได้นะ เพราะเขาอาจจะเห็นว่าฝ่ายเมียกำลังงอนผัวเรื่องจูบอยู่ก็ได้

ปรายฟ้าโกรธจนแทบกระอัก แต่ก็ไม่กล้าแสดงอะไรออกมาทางสีหน้าอีก และเอ่ยพูดเบาๆ 

นายมันหยาบคาย ทะลึ่ง คิดแต่เรื่องบ้าๆ ไหนนายบอกว่าเรื่องเมื่อคืนเป็นเรื่องไร้สาระไงล่ะ แล้วพูดถึงมันอีกทำไม เพราะฉันลืมมันไปหมดแล้ว

แต่ผู้หญิงจะไม่ลืมจูบแรกไม่ใช่หรือปรายฟ้า ฉันภูมิใจนะที่ได้ประทับจูบลงบนริมฝีปากสวยๆ ของเธอเป็นคนแรก และฉันก็ลืมไม่ลงเสียด้วยสิ

ปรายฟ้ารีบเม้มริมริมฝีปากเข้าหากันทันที ก้มหน้าลง ไม่มีคำใดเอื้อนเอ่ยออกมาอีก เสียงเขาที่ทอดอ่อน สายตาหวานละมุน มองหน้าเธอเหมือนผู้ชายที่กำลังบอกความในใจ ความเขินอายผู้ชายที่เธอไม่เคยมีกับใครมาก่อน แต่ตอนนี้เธอเก้อเขิน จนไม่กล้าสบตาเขาด้วยซ้ำ เสตักข้าวใส่ปากเคี้ยวเงียบๆ ทำเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเขา

ยายปรายก็เขินอายเป็นเหมือนกัน ก้มหน้าเงียบ เห็นแต่แพขนตาดกหนา สาวน้อยที่แสนจะน่ารักน่าใคร่ มันกำลังแสดงออกมา มันเป็นตัวตนที่แท้จริงของเธอใช่ไหมปรายฟ้า ค้นพบตัวเองให้ได้สิ

เย็นวันนั้นปรายฟ้าลงมานั่งที่ซุ้มริมน้ำ กอดเข่าทอดอารมณ์ เหม่อมองลงไปในสายน้ำ และเริ่มครุ่นคิดถึงตัวเอง เราแน่ใจว่าเราเป็นผู้หญิง เราไม่ได้เบี่ยงเบนอย่างที่ใครๆ คิด วนาลีล่ะเราไม่ได้รักวนาลีแบบที่คนรักรักกันเสียหน่อยนี่ เราเป็นห่วงยายลีที่เป็นคนอ่อนแอก็เท่านั้นเอง แต่ยายลีต่างหากที่ชอบเข้ามาเคล้าเคลีย กอดรัด แต่มันก็แค่นอนกอดกันแบบเพื่อนนี่ หรือว่ายายลีไม่ได้คิดกับเราเหมือนเพื่อน และเพื่อนๆ ส่วนมากก็คิดแบบทะลึ่งบ้าว่าเรากับวนาลีมีอะไรกัน มันไม่มีสักหน่อยนี่ จูบก็ยังไม่เคยจูบกันเหมือนคู่ทอมดี้ การที่เราเป็นแบบนี้ แต่งตัวแบบนี้ ก็เป็นสไตล์ส่วนตัวนี่นา เราแน่ใจว่าเราไม่ได้สับสน

กันนราเดินเข้ามาในห้องนอน มองจากหน้าต่างห้องลง เห็นปรายฟ้าที่กำลังยืนอยู่ที่ริมลำธาร ขว้างก้อนหินลงไปในน้ำเหมือนจะระบายอารมณ์ ท่าทางแก่นๆ ของเธอเหมือนเด็กผู้ชายก็จริง แต่วันนี้ที่เราพูดเรื่องจูบ เธอมีอาการของผู้หญิงออกมาทันที...คืนนี้นะปรายฟ้า เราจะจูบกันอีก ฉันอยากจูบเธอ แต่ฉันรู้ว่าเธอยังสับสนในตัวตนอยู่ เธอน่ารักน่าลุ้นจริงๆอย่างที่ไอ้ธันวาพูด 

ค่ำนั้นกันนราใช้ให้ปรายฟ้า นั่งคิดตัวเลขในบัญชีกองโตให้เขา เธอนั่งทำงานเงียบๆ จนเขาจำต้องเอ่ยขึ้น

เราจะออกไปซื้อข้าวมาทานดีไหม วันนี้ปรายงอแงมากนะ ที่บอกให้แวะซื้ออาหารมาทำก็ไม่แวะน่ะ

เจ้านายก็ไปซื้อสิ ปรายจะรีบทำงานให้เสร็จน่ะ และไอ้หมู่บ้านนี่ก็มืดอย่างกับป่าช้าพอมืดก็น่ากลัวจะตายชัก เธอเอ่ยบ่นแต่ก็ยังก้มหน้าลงทำงานบนโต๊ะ

แล้วถ้าฉันไป เธออยู่บ้านคนเดียวได้ใช่ไหมล่ะ กลัวหรือเปล่า

เธอเงยหน้าขึ้นมองเขาทันที และมองไปรอบๆ ...จริงสินะ บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่อยู่ในสุดของหมู่บ้านนี้ มีคลองเล็กๆ กั้นกับผืนที่ฝั่งโน้นที่มีแต่กอไผ่สูงมากมายเรียงกันรายรอบ กลางวันก็ดูร่มรื่นดี แต่กลางคืนมันกลายเป็นอะไรที่ไม่น่าพิศสมัย ยามที่ลมพัดแรงๆ มันโยกไกว ส่งเสียงออดแอดจนน่ากลัว แม้ข้างล่างจะเปิดไฟจนสว่างไสว แต่มันก็น่าหวาดกับความเงียบและความมืดของป่าไฝ่ฝั่งตรงข้าม

ว่าไง ไม่ไปก็นั่งทำงานไปละกัน เดี๋ยวมา

ปรายไปด้วยดีกว่า เธอขยับตัวลุกขึ้นทันทีและหันไปคว้ากุญแจรถบนโต๊ะมาถือไว้ เขาส่ายหน้าน้อยๆ รู้ว่าเธอคงกลัว แม้แต่ยายลียังบอกว่ากลางคืนที่นี่ไม่น่าอยู่

ฉันขับเอง เราไปซื้อข้าวที่ตลาดดีกว่า มีร้านสะดวกซื้อ เผื่อปรายจะอยากซื้อขนมด้วย ฉันเห็นเธอฟาดจนเกือบจะเรียบวุธแล้วนี่ ที่ซื้อมาวันนั้นน่ะ กินเก่งอีกหน่อย ก็กลิ้งเป็นลูกขนุนหรอก เขาเอ่ยพร้อมทั้งคว้ากุญแจจากมือเธอมาถือไว้

ก็มันเหงานี่ คนเหงาก็กินขนมเป็นเพื่อนไงล่ะเจ้านาย เธอเอ่ยบอกเบาๆ

เถียงจนสักวันคงได้ถ้วยนะเราน่ะ คนอะไรดื้อชะมัด ถ้าไม่ดื้อแวะซื้ออะไรมาทำก็ไม่ต้องขับรถออกไปหรอก เธอนี่มันน่าเขกกระโหลกนัก

เขาบ่น ทำให้เธอเถียงเขาอยู่ในใจ...ก็ตอนนั้นมันเขินนี่นา จู่ๆ นายก็บอกว่าปากฉันสวย ภูมิใจที่ได้เป็นจูบแรก ฉันเขินนะเว้ย ไอ้เจ้านายบ้า   

กันนราเดินนำหน้า โดยมีปรายฟ้าตามมาติดๆ และก่อนจะถึงบันได ไฟก็ดับพรึ่บลงมืดสนิท ปรายฟ้าตกใจสุดขีดกรีดเสียงร้องลั่น กระโดดเข้ากอดเขาไว้แน่น

...และจูบครั้งที่สองก็เริ่มขึ้น อ้อมแขนหนาตวัดกอดร่างบาง ริมฝีปากฉกจูบอย่างรวดเร็วว่องไว มือหนาทาบแผ่นหลังเธอไว้แน่น มือบางที่ทาบทาแผ่นอกเลื่อนไปกระชับบนบ่าเขา อารมณ์เตลิดเพริดไปแสนไกล จูบที่ค่อยๆบดเบียด หวานล้ำเกินรำพัน กลิ่นกายบุรุษเพศทำให้ใจสาวสะท้านหวั่นไหว ลืมตัวลืมตนหลับตาพริ้มรับจูบอันแสนหวานจากเขา

 


*มาติดตามตอนหน้า "ลิขิตรัก" กันค่ะ นิยายเรื่องนี้ดรามา โรแมนติก คอมมาดี้ค่ะ *


                                                 สั่งจองหนังสือเล่มนี้ได้แล้วนะคะ 


เปิดจอง วันนี้ - 10 สิงหาคม 2559

 แสนร้ายแสนรัก  (พิมพ์ครั้งที่ 2) โดย บุษบาพาฝัน ราคา 275 บาท (จากราคาปก 325 บาท)



โอนเงิน 275 บาท >> ชื่อบัญชี วราภรณ์ นาคสั้ว >> ประเภทออมทรัพย์
ธ.กรุงเทพ สาขาลาดพร้าว เลขที่บัญชี 129-544005-9
ธ.ไทยพาณิชย์ สาขาลาดพร้าว ซอย 10 เลขที่บัญชี 047-244486-4
ธ.กสิกรไทย สาขาย่อยยูเนียนมอลล์ ลาดพร้าว เลขที่บัญชี 763-2-00836-2
ธ.กรุงไทย สาขายูเนียนมอลล์ ลาดพร้าว เลขที่บัญชี 477-0-02037-6

 


แจ้งโอนโดยถ่ายสลิป และบอกชื่อนิยายแสนร้ายแสนรัก พร้อมชื่อที่อยู่ ทาง
 Inbox เพจสำนักพิมพ์ ปองรัก หรือ
 อีเมล eed.lalanda@gmail.com



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #7 sansoan (@sansoan) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2559 / 17:49
    พระเอกก็เอาแต่ใจตัวเองเหมือนกันนะเนี่ย สงสัยอยู่ใกล้นางเอกแล้วเป็นแบบนี้ ^^
    #7
    0