Tensei Shitanode : เกิดใหม่ครั้งนี้...ขอใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็แล้วกัน

ตอนที่ 2 : 4 Years Old

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,113
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 57 ครั้ง
    6 ต.ค. 62



เม้ามอยก่อนอ่าน : เนื่องจากว่าจริงๆแล้วตอนนี้มีความยาวเท่ากับสามตอนในเว็บ ทำให้เราจะค่อยๆกระดึบๆลงนะคะ(ปกติก็ช้าอยู่แล้ว... //โดนไล่เตะ) แค่กๆ 


อ่านให้สนุกนะคะ


_____ ※ _____ ※ _____ 



เริ่มจากการที่ตัวฉัน..ลิซเบ็ธ อเดลเชี่ยน อายุได้สี่ขวบ


การที่ได้รับความรักอย่างมากมายจากพ่อแม่ ทำให้ฉันเติมโตขึ้นมาเป็นเด็กดี ไม่ดื้อไม่ซนแถมยังเชื่อฟังพ่อแม่เป็นอย่างดี...อย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่พวกเขาคิดน่ะนะ 


ฉันหวังว่ามันคงพอจะเป็นเรื่องที่ให้อภัยกันได้กับการฉันไม่สามารถน่ารักทั้งภายในและภายนอก แต่มันออกจะเป็นอไปไม่ได้สำหรับผู้ใหญ่แท้ๆกลับไปเป็นเด็กน้อยวัยหัดเดินได้แบบนั้น


ฉันถูกเรียกว่าลิซอย่างรักใคร่จากท่านพ่อและท่านแม่ แม้ว่าฉันจะเริ่มชินแล้ว แต่ฉันก็ต้องพยายามอย่างหนักที่จะข้ามความรู้สึกแปลกๆเวลาที่โดนเรียกด้วยชื่อที่ไม่มีเค้าโครงเดิมของภาษาญี่ปุ่นเลยสักนิด


สำหรับการเป็นเด็กทารก ฉันต้องข้ามผ่านประสบการณ์ต่างๆที่ไม่อยากจะเจอ ดังนั้นฉันขอข้ามเรื่องช่วงนั้นไปก็แล้วกัน.. 


ถ้าถามว่าพอมีเรื่องไหนที่พอจะเล่าได้ล่ะก็.. คงเป็นตอนที่ต้องลงอ่างอาบน้ำกับท่านพ่อล่ะนะ ซึ่งฉันคิดว่าไม่คงไม่จำเป็นที่จะอธิบายอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปมากกว่านี้แล้วล่ะ..



_____ ※ _____ ※ _____ 



"ลิซ อ่านหนังสือด้วยกันไหมจ๊ะ?"


"ค่ะ ท่านแม่"


ชื่อของท่านแม่ที่ให้กำเนิดฉันก็คือ.. เซเรน


การที่ท่านแม่กวักมือเรียกฉันด้วยรอยยิ้มอบอุ่น และฉันจะตอบกลับโดยทันทีด้วยรอยยิ้มและวิ่งไปข้างๆเธอนั้นกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างปกติในทุกๆวัน


ฉันอาจจะลำเอียงเพราะความเป็นลูก แต่ท่านแม่ของฉันนั้นสวยมากจริงๆ ถ้าฉันเป็นเกิดมาผู้ชายแล้วล่ะก็ ฉันต้องขอท่านแม่แต่งงานแน่นอน


การที่ท่านแม่คนนั้นกวักมือเรียกฉันด้วยรอยยิ้มเจิดจ้าของแม่แล้ว..ไม่มีทางที่ฉันจะสามารถปฏิเสธได้เลย


ฉันวิ่งไปอย่างระวัดระวังไม่ให้หกล้มกลางทางก่อนจะไปถึงท่านแม่ และเมื่อฉันเข้าไปใกล้ ท่านแม่ก็ดึงฉันเข้าไปกอดอย่างรักใคร่ด้วยรอยยิ้มเดิม


...ตัวตนในอดีตของฉันนั้นรู้สึกอิจฉาหมอนนุ่มๆที่ปกป้องหน้าอกของท่านแม่เป็นอย่างดีอย่างขีดสุด แต่ฉันเองก็เป็นลูกสาวของท่านแม่ เพราะงั้นฉันหวังว่าวันหนึ่งฉันเป็นได้แบบท่านแม่นะ


เมื่อนึกถึงสายเลือดจากทั้งสองฝั่งของตัวเองแล้ว ฉันมีความคาดหวังในรูปร่างในของตัวเองในอนาคตค่อนข้างสูง สำหรับตอนนี้ฉันพอจะคาดเดาอนาคตได้ลางๆ แต่มันยังคงเป็นอะไรที่ค่อนข้างซับซ้อนอยู่ดี


เราไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นสาวงามที่ไม่มีใครเทียบได้ แค่การเป็นเด็กน้อยน่ารักนั้นก็ช่วยได้เยอะแล้ว สุดท้ายนี้..ต้องขอขอบคุณทั้งสองจริงๆที่อย่างน้อยก็ทำให้ฉันมีหน้าตาที่สามารถภาคภูมิได้


"วันนี้เราอ่านอะไรกันดีจ๊ะ?"


ฉันพิงหัวของตัวเองลงที่นูนนิ่มบนหน้าอกของแม่ มันเป็นที่ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายที่สุดในโลก และฉันก็หลับตาลงอย่างผ่อนคลาย ไม่ว่าใครที่มองเห็นฉากนี้คงยิ้มหวานแล้วร้อง 'อร๊ายยย'


แล้วก็..มันอาจจะชัดเจนอยู่แล้ว แต่ถึงแม้ว่าฉันจะอายุแค่ 4 ขวบเท่านั้น มันก็เป็นอะไรที่ยากที่จะซ่อนความฉลาดเกินอายุของตัวเอง ฉันไม่อยากที่ต้องทำตัวแบบเด็กทารกไปเลย เพราะฉันยังต้องการความสนใจอยู่ และยิ่งไปกว่านั้น...


"วันนี้ลูกอยากอ่านอะไรจ๊ะ ลิซ?"


"หนูอยากอ่านหนังสือจากห้องหนังสือของท่านพ่อ"


...นั่นไม่ใช่คำที่เด็กน้อยน่ารักวัย 4 ขวบจะพูด ได้โปรดยกโทษให้ฉันด้วย ในโลกนี้คงไม่มีเด็กคนไหนที่จะให้คำตอบชัดเจนแบบนี้หรอก โชคดีที่พ่อแม่ของฉันมักจะอุทานว่า "ลูกของเรานี่ฉลาดจริงๆ!" เพียงเท่านั้นและปล่อยผ่านไป


"ไม่ได้จ๊ะ หนังสือพวกนั้นยากเกินไป...ทั้งหมดนั้นเกี่ยวของกับเวทมนต์"


อ่า..ใช่แล้ว..ตั้งแต่ตอนที่ฉันยังเป็นเด็กทารก นั่นเป็นสิ่งแรกที่ฉันกังวล


อย่างที่คาด.. ฉันไม่ได้เกิดใหม่บนโลกเดิม หากแต่เป็นโลกแฟนตาซีแปลกๆแทน


ได้เกิดมาในครอบครัวขุนนางนั้นเหมือนโชคสองชั้น พ่อแม่ของฉันทำงานให้กับปราสาทในฐานะ จอมขมังเวทย์.. 


อ่อ..จอมขมังเวทย์นั้นเป็นตำแหน่งที่มอบให้กับคนที่สามารถเข้าใจเวทมนต์ได้อย่างลึกซึ้ง หรือจะพูดง่ายๆ พวกเขาเป็นเหมือนกลุ่มหัวกะทิชั้นยอด


ถ้ามีโอกาศไว้ฉันจะอธิบายเกี่ยวกับเวทมนต์ให้ฟังทีหลัง แต่ในตอนนี้สิ่งที่เธอควรจะรุ้ก็คือ เทพธิดาแห่งโชคลาภ นั้นได้ยิ้มให้กับฉันแล้ว ฉันได้เกิดมาในสถานที่ที่ได้เปรียบแบบสุดๆ นั้นทำให้ฉันคิดว่าเทพเจ้าของโลกนั้นคงอวยพรให้ฉันเป็นแน่


"หนูก็อยากเรียนเวทมนต์เหมือนกันนะคะ"


พ่อกับแม่เคยพูดเอาไว้ว่า "ลูกมีพรสวรรค์ที่วิเศษมาก และพลังเวทที่ลูกมีนั้นก็เกินว่าปกติ" ซึ่งนั้นควรที่จะเป็นสกิลที่โกงสุดๆไปเลยไม่ใช่หรอ...? 


ให้ตายเถอะ ถ้ามันเป็นเรื่องจริงคงจะดีไม่น้อยทีเดียว


มันเป็นการคาดหวังที่สูงมาก ถึงแม้ว่าฉันจะมีพลังมากแค่ไหน แต่ถ้าฉันไม่สามารถที่จะใช้มันได้แล้วมันก็ของไร้ประโยชน์ดีๆนั้นเอง ถึงฉันจะมีพรสวรรค์ก็เถอะ แต่นั้นไม่ได้หมายความว่าฉันจะสามารถพอใจกับของแบบนี้ได้


ฉันเลือกที่จะพยายามมากกว่าที่จะมีแค่พรสวรรค์ติดตัว ฉันไม่ต้องการที่จะมีแค่พรสวรรค์อย่างเดียวในอนาคตของตัวเอง


..ในชีวิตนี้ ฉันจะยืนอยู่ในจุดสูงสุด ครั้งนี้..ฉันจะมีชีวิตที่มีความสุขให้จงได้ ฉันจะเอาชีวิตแสนสุขนั้นมาด้วยมือทั้งสองข้างของตัวฉันเอง


ด้วยเหตุผลนั้น ฉันอยากเริ่มการฝึกเวทมนต์ของฉันให้เร็วที่สุด แต่ถึงอย่างนั้นท่านแม่กลับแสดงสีหน้าไม่ค่อยพอใจให้กับความคิดนี้เท่าไหร่


"...ท่านแม่...ท่านไม่อยาก..ให้หนูเรียนเวทมนต์หรอคะ...?"


ฉันไม่ยอมเล่นเกมอย่างตรงไปตรงมา ถ้าหากว่าแม่ไม่ยอมที่ให้ฉันเรียนแล้วล่ะก็..


ฉันเลื่อนมือจากหน้าอกมาที่หน้าตัวเองและมองที่ท่านแม่น้ำตาคลอ ครั้งนี้ฉันไม่ลืมที่จะดึงแขนเสื้อของเธอน้อยๆ ขณะที่มองด้วยสายตาอ้อนวอน ทำให้ฉันมั่นใจว่าใบหน้าที่แสดงออกมานั้นจะต้องดูน่ารักมากอย่างแน่นอน


ฉันรู้ว่านี่เป็นอะไรที่ไม่เหมาะสม ที่ใช้ร่างกายตอนเด็กเพื่อนผลประโยชน์ของตัวเองแบบนี้ แต่ถ้าไม่ทำแบบนี้ อีกทางเลือกหนึ่งก็คือโวยวายแล้วโดนเรียกว่าเด็กเอาแต่ใจ พอฉันเป็นผู้ใหญ่แล้วฉันก็จะไม่ใช้ชั้นเชิงต่ำๆแบบนี้ แต่สำหรับตอนนี้...


ใช้ชีวิตอยู่กับท่านแม่มาถึง 5 ปีแล้ว ฉันก็รู้ถึงนิสัยทั้งภายในและภายนอกของทั้งพ่อและแม่ของฉัน...โดยเฉพาะท่านพ่อนั้นตามใจฉันจนเสียคน ในฐานะลูกสาวของพวกเขาแล้ว มันเป็นอะไรที่เห็นได้ชัดว่าพวกเขานั้นรักและโอ๋ฉันมาก(ถึงมากที่สุด)


ลู่คิ้วลงต่ำ ฉันก็ทำหน้าสลดใจสำเร็จ และท่านแม่นั้นก็ไม่สามารถที่จะพูดอะไรออกมาได้ ฉันรู้สึกแย่ที่ต้องทำให้แม่ลำบากใจแบบนี้จริงๆ


แต่ฉันไม่สามารถหยุดที่ตรงนี้ได้ ในบางครั้งนั้นเราก็ต้องยอมที่จะเสี่ยง...จริงๆแล้ว ฉันแค่อยากที่จะดูหนังสือที่อยู่ในห้องหนังสือ


"...ไม่ได้หรอคะ...?"


"...เราจะแค่อ่านเท่านั้น จะไม่มีการฝึกเวทมนต์อะไรในตอนนี้นะจ๊ะ สาวน้อย"


"เข้าใจแล้วค่ะ!"


ในที่สุดท่านแม่ก็ยอมใจอ่อน และทำให้แน่ใจว่าฉันเข้าใจข้อตกลงที่ว่าแม่ยอมให้ฉันดูได้ สมแล้วที่เป็นท่านแม่ ฉันรักแม่จริงๆ


ฉันส่งรอยยิ้มเจิดจ้าพร้อมกอดแน่นๆเพื่อแสดงให้เห็นถึงความซาบซึ้งใจ ท่านแม่ส่งยิ้มตอบกลับมา แม้ว่ามันจะดูฝืดๆก็ตาม ก่อนจะลูบหัวฉันเบาๆ


อย่างไรก็ตาม มันถึงเวลาแล้วที่ฉันจะมอบตัวเองให้กับการเรียน ถึงแม้ว่าฉันจะมีความรู้ มันก็ไม่สามารถช่วยอะไรฉันได้ถ้าฉันไม่ได้ใช้มัน 


ฉันจะตั้งใจเรียนให้ถึงที่สุด ถ้านั่นหมายความว่าฉันจะสามารถใช้ความรู้นั้นเพื่อหลีกหนีอุปสรรคที่จะขวางทางในอนาคตได้ ไม่ใช่ว่าฉันเกลียดการเรียนหรืออะไรหรอกนะ


..เพราะฉะนั้น ฉันจะปล่อยให้ตัวเองนั่งจมไปกับการเรียนทุกวัน จนถึงจุดที่พวกสาวใช้จะเรียกหนอนหนังสือหรือสติไม่ดี 



_____ ※ _____ ※ _____ 



"มันเป็นแบบนี้นี่เอง"


ยิ่งฉันมาที่ห้องทำงานของท่านพ่อบ่อยเท่าไหร่ ฉันยิ่งได้รับรู้บางสิ่งขณะที่มองดูหนังสือในห้อง


ท่านพ่อเป็นคนที่สุดยอดจริงๆ


ปกติเเล้วเขามักจะเป็นพ่องี่เง่า..ขอโทษค่ะ นั่นมันไม่เพราะเลย ฉันหมายถึงฉันเคยเห็นแค่ตอนที่เขาเป็นคุณพ่อช่างตามใจ แต่เมื่อเกี่ยวกับงานของเขาแล้ว ท่านพ่อนั้นจริงจังกับงานของเขามาก แม้แต่ในหมู่จอมขมังเวทย์เเล้ว ท่านพ่อคงจะอยู่ในอันดับหนึ่งหรือไม่ก็สองแน่ๆ


อย่างน้อยๆ ที่ฉันเคยได้ยินมานั้น จำนวนนักเวทย์ที่ทำงานให้กับพระราชานั้นมีไม่มาก แต่มันยากจิตนาการว่าเขาเก่งที่สุดในคนกลุ่มนั้น อย่างมาก ฉันคิดว่าอันดับของเขาอยู่แถวๆระดับปานกลาง ฉันไม่ได้ดูถูกเขานะ แต่ฉันแค่ไม่อยากจะเชื่อว่าท่านพ่อของตัวเองจะเป็นคนที่สุดยอดขนาดนั้น


รู้อย่างนั้น ฉันมีความรู้สึกว่าการที่ฉันมีชีวิตอยู่อย่างสุขสบายแบบนี้นั้นเป็นผลจากการ 'โกง'


ฉันหมายถึง..เฮ้ ฉันเกิดมาจากท่านแม่ผู้งดงามกับท่านพ่อผู้หล่อเหลา ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสองเป็นผู้ใช้เวทย์ที่มีฝีมือโดดเด่น แถมพลังเวทของฉันก็มีมากกว่าเด็กปกติ หน้าตาก็น่ารักน่าเอ็นดู มีการตอบสนองที่ดี ยิ่งไปกว่านั้น ท่านพ่อของฉันเป็นถึง จอมขมังเวทย์แห่งราชวงค์!


มันเหมือนกับชีวิตของฉันถูกสร้างขึ้นมาตามสั่ง พูดตามตรง..ฉันค่อนข้างที่จะอึดอัดกับสิ่งต่างๆที่ฉันได้รับ


ฉันรู้สึกขอบคุณที่พลังเวทย์ของฉันนั้นสูงกว่าปกติ แต่นั่นก็เป็นเหมือนเครื่องการันตีว่าฉันจะถูกจัดอยู่ในสถานะสูงๆโดยไม่ต้องใช้ความพยายามแม้แต่น้อย ถึงอย่างนั้น..ฉันก็มีต้องการที่จะใช้ความสามารถและความพยายามของตัวเองในการปีนป่านขึ้นสู่ความสำเร็จ


แน่นอนว่าฉันจะยังคงใช้ทุกอย่างที่มีประโยชน์ต่อตัวเอง แต่ฉันไม่อยากที่จะเอาแต่พึ่งมาของเหล่านั้น มันไม่ทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขเลยสักนิดกับการใช้พ่อแม่เพื่อความสำเร็จ การประสบความสำเร็จนั้นจะต้องผ่านความยากลำบากของตัวฉันเอง


ในเมื่อตอนนี้ฉันยังเป็นแค่เด็กน้อย สิ่งที่ฉันสามารถทำได้ในตอนนี้นั้นมีไม่มาก แต่มันก็ไม่เสียหายอะไรที่จะเตรียมตัวเอาไว้ก่อน


...ฉันไม่ได้หมายถึงการครองโลกหรอกนะ อย่างมากฉันก็แค่อยากที่จะใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเท่านั้น อย่าเข้าใจผิดไปเสียล่ะ



_____ ※ _____ ※ _____ 




"ท่านพ่อค่ะ ท่านพ่อ!"


"หืม? มีอะไรงั้นหรอ ลิซ?"


ทันทีที่ท่านพ่อนั้นก้าวเข้ามาในของทำงานของเขา ฉันก็วิ่งเข้าหาด้วยรอยยิ้มกว้าง ท่านพ่อยิ้มตอบ แต่ดูเหมือนว่ารอยยิ้มของเขาที่ส่งมาให้นั้นกว้างเสียจนจะเต็มใบหน้า 


อ่า เขารักฉันมากจริงๆ


ในตอนที่ฉันกอดเขาแน่นฉันก็สังเกตว่ากลิ่นของเขานั้นทำให้นึกถึงพระอาทิตย์


ท่านพ่อนั้นไม่ค่อยได้ทำงานด้านนอกบ่อยนัก แต่มันกลับทำให้ฉันนึกถึงแสนอ่อนๆอันบลอบอุ่นของพระอาทิตย์ มันให้ความรู้สึกเหมือนกับเตียงที่พึ่งผ่านไออุ่นของแสงแดดมา ความสุขแบบนั้นคือความรู้สึกที่ได้รับมาจากท่านพ่อ


กลิ่นของท่านแม่นั้นเหมือนกับดอกไม้แสนหวาน บางอย่างที่อ่อนโยนที่ทำให้รู้สึกดีขึ้นเมื่อได้กลิ่น


ครั้งแรกที่ฉันบอกทั้งสองเกี่ยวกับกลิ่นที่ฉันได้กลิ่น พวกเขาก็พากันดมตัวเองใหญ่ ซึ่งนั้นมันเป็นภาพที่ค่อนข้างจะตลกมากทีเดียว


และก็ยังมีครั้งที่พวกเขาอยู่บนเตียงในชุดนอน ก่อนที่ฉันจะได้กลิ่นเหมือนกลิ่นไหม้ ทำให้ฉันลุกขึ้นไปตรวจดู และนั้นทำให้ฉันรู้สึกเสียใจที่ทำแบบนั้น ก็พอรู้อยู่ว่าทั้งสองยังเอ๊าะๆ(?)กันอยู่ แต่มันค่อนข้างที่จะน่าขนลุกขนพองไปหน่อยกับการที่ฉันเดินไปเห็นพวกเขาตอนพยายามมอบน้องให้กับฉัน


แน่นอนว่าในตอนนั้นฉันมีห้องนอนเป็นของตัวเองแล้ว แต่ก็ฉันพยายามที่จะไม่ทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่ชอบเข้าไปขัดจังหวะคนอื่นเวลาเขากำลังทำธุระกันอยู่ ก่อนจะถอยออกห่างจากห้องอย่างรวดเร็ว


ฉันพอที่จะรู้อยู่ว่าไม่มีเด็กปกติที่อายุเท่าฉันคนไหนจะสามารถรับรู้ได้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรกันอยู่ 


แต่ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ...


..เอ่อ ดูเหมือนว่าฉันจะเริ่มออกนอกเรื่องไปไกลแล้วล่ะ


หลังจากที่ผละออกห่างจากอ้อมกอดของท่านพ่อแล้ว ฉันก็จ้องเข้าไปยังด้วยตาสีแดงเข้มของเขา


แม้ว่าฉันจะถูกดึงดูดและติดอยู่ในผวังค์เพราะสีตาอันงดงามของเขานั้น สีหน้าของเขากลับผ่อนคลายก่อนที่จะลูบหัวของฉันอย่างรักใคร่


..บางทีอาจเป็นเพราะเขามักจะทำตัวผ่อนคลายเวลาอยู่ที่บ้านแบบนี้ แต่มันก็ยังคงเป็นอะไรที่ยากที่จะมองว่าเขาเป็นคนที่แสนจะสุดยอดและน่านับถือในโลกภายนอกแบบนั้น


แต่ถึงจะอย่างนั้น ฉันก็รักท่านพ่อที่มอบความรักของเขาให้กับครอบครัวอย่างเต็มที่โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนแบบนี้อยู่ดี



"ท่านพ่อคะ.."


"ว่าไงคะ ลิซ?"


"สอนวิธีใช้เวทมนต์กับหนูนะคะ"


แหง่ะ


หลังจากได้ยินคำพูดของฉัน ท่านพ่อก็ชะงัก แล้วจะเผลอใช้แรงมากไปหน่อยในการลูบหัวฉัน และนั่นทำให้เส้นผมสองสามเส้นที่มีสีเดียวกันกันท่านแม่ถูกดึงขาดออก


...มันเจ็บจริงๆนะ


"มีใครบอกให้ลูกมาพูดแบบนี้กับพ่อเหรอ?"


"ไม่ค่ะ มันเป็นความต้องการที่อยากจะเรียนของหนูเอง"


ฉันส่ายหัวหวือ ฉันมองตรงไปที่ดวงตาของเขา ซึ่งนั่นทำให้ฉันได้เห็นว่าท่านพ่อนั้นมีสีหน้าลำบากใจแบบเดียวกับท่านแม่


ท่านพ่อเองก็เป็นห่วงฉันในแบบของเขา เขาอยากที่จะสอนฉันเพียงแต่ถูกทำให้ลังเลใจเพราะอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นได้...แต่นั่นเป็นสิ่งที่ฉันคาดเดาล่ะนะ


เพียงแต่ปฏิกิริยาตอบสนองแบบนี้ของท่านพ่อก็ถือเป็นสิ่งที่ฉันได้คาดการณ์เอาไว้เเล้ว เพราะงั้นฉันถึงได้เตรียมวิธีรับมือเอาไว้ก่อนหน้า


"หนูอยากเป็นจอมขมังเวทย์เหมือนกันท่านพ่อ"


จุดอ่อนข้อที่หนึ่งของท่านพ่อ..


ท่านพ่อนั้นอ่อนไหวกับพวกคำชมเป็นอย่างมาก (ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่กับฉันและท่านแม่ก็เถอะ)


"อย..อย่างงั้นเหรอ?"


"ใช่ค่ะ หนูได้ยินมาว่าท่านพ่อเป็นจอมขมังเวทย์ที่มีชื่อเสียง หนูเองก็อยากที่จะได้รับความเคารพในฐานะจอมขมังเวทย์แบบท่านพ่อ"


"พ่อรู้สึกดีใจมากที่ได้ยินลูกพูดอย่างนั้น.. แต่ลิซ ลูกยังเด็กเกินไป.."


"ท่านพ่อ..หมายความว่าหนูดีไม่พออย่างนั้นเหรอคะ?"


จุดอ่อนข้อที่สองของท่านพ่อ..


เขาค่อนข้างที่จะอ่อนแอกับน้ำตามาก (แน่นอนว่ายังคงเป็นแค่กับฉันและท่านแม่เช่นเดิม)


ฉันหันไปทางท่านพ่ออย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะช้อนตาที่มีน้ำตาคลออยู่มองขึ้นไป ก่อนที่เขาจะเริ่มตื่นตระหนกเมื่อเห็นว่าฉันดูเศร้าเสียใจด้วยดวงตาที่ไหววูบ


..ฉันรู้สึกขอบคุณจริงๆที่น้ำตานั้นสามารถเรียกออกมาได้อย่างง่ายดายในร่างเด็กแบบนี้ แม้ว่าฉันจะรู้ว่าสิ่งที่ทำไปนั้นมันเป็นอะไรไม่ดีก็ตาม เพราะงั้น..


เอ่ะเฮ่ะ ขอโทษที่ทำตัวแก่แดดแบบนี้ก็แล้วกันนะ☆〜(ゝ。∂)


"โอ้ ไม่ ที่รัก ไม่ใช่แบบนั้น พ่อเพียงแค่อยากรอให้ลูกโตขึ้นกว่านี้อีกนิด.."


"หนูอยากจะเป็นเหมือนท่านพ่อให้ได้เร็วๆ หนูจะได้ช่วยท่านพ่อได้ ไม่ได้เหรอคะ..?"


"...อึก"


"หนูสัญญาว่าหนูจะไม่ล้มเลิกกลางคันแน่นอน เพราะงั้น..สอนหนูไม่ได้เหรอคะ?"


"...อันที่จริง พ่อก็คิดว่าสักวันต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น.. เพียงแต่มันเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด ถึงแม้ว่าพ่อจะอยากสอนลูกก็เถอะ..."


"พ่อจะสอนหนูจริงๆนะคะ?"


ฉันจงใจที่จะมองข้ามผ่านส่วนที่เขาพูดออกมาก่อนที่เขาบอกว่าจะสอนฉันออกไปจนหมด


รอยยิ้มของฉันนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวัง และในที่สุดท่านพ่อก็ดูเหมือนว่าเขากำลังไตร่ตรองเรื่องนี้อย่างจริงจัง


จุดอ่อนข้อที่สามของท่านพ่อ...


ท่านพ่อนั้นแพ้ทางรอยยิ้มที่จู่โจมอย่างกระทันหันเป็นอย่างมาก (ครั้งสุดท้าย..เฉพาะแค่กับท่านแม่และฉันเท่านั้น)


ซึ่งทั้งหมดทั้งปวงนั้นเป็นเพราะท่านพ่อนั้นหลงฉันและท่านแม่มาก(จน)เกินไป และรักพวกเราไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม 


และมันก็หมายความว่าเขานั้นอยู่ในกำมือของพวกเราด้วย


แทนที่จะเรียกว่านี่เป็นเพียงความต้องการที่แสนจะเอาแต่ใจของฉันแล้ว มันเป็นอะไรที่ถ้าฉันต้องการบางสิ่งที่ยังไงก็ได้อยู่แล้วมากกว่า ฉันเพียงแค่เร่งให้มันเกิดเร็ววขึ้นเท่านั้น


บวกกับดวงตาที่ส่องประกายเจิดจ้าที่เต็มไปด้วยความคาดหวังที่มีเพียงเด็กน้อยเท่านั้นที่จะทำได้ ท่านพ่อก็ถอนหายใจออกมาเบาๆ ไม่สิ.. เฮือกใหญ่เลยมากกว่า


"...โอเค เพียงแค่กับข้อตกลงบางข้อเท่านั้น พ่อจะจ้างครูสอนมาให้และลูกต้องเชื่อฟังทุกคำพูดของเขา ลูกไม่สามารถล้มเลิกกลางคันได้ และสุดท้ายลูกต้องไปที่กระทรวงเวทมนต์ในปราสาทกับพ่อเพื่อวัดพลังเวทมนต์ของลูกอย่างถูกต้อง ถ้าหากว่าลูกสามาทำเรื่องพวกนี้ได้..."


"หนูจะทำค่ะ! ขอบคุณมากค่ะ ท่านพ่อ!"


ท่านพ่อเกิดอาการคิ้วกระตุกขึ้นมาเมื่อฉันพูดแทรก ก่อนที่ฉันจะส่งยิ้มกว้างไปให้อย่างเต็มที่


ขอโทษนะคะท่านพ่อ แต่ศึกนี้ท่านแพ้แล้วล่ะค่ะ และผู้ชนะก็คือฉันคนนี้ /โฮะๆ


ฉันบอกรักท่านพ่อก่อนจะหอมแก้มเขาไปทีนึง ซึ่งนั้นส่วนฟื้นฟูอารมณ์ของเขาให้กลับมาดีขึ้นอย่างง่ายได้


ไม่ว่ายังไงซะเขาก็ต้องสอนฉันอยู่แล้ว เพราะงั้นฉันหวังว่าคงจะไม่มีใครมาต่อว่าฉันหรอกนะ..



_____ ※ _____ ※ _____ 



"ลิซ ถึงแล้วล่ะ"


"งืมม..ท่านพ่อ..?"


พร้อมกับเสียงกระซิบที่อบอุ่น ท่านพ่อลูบหลังฉันอ่อนโยนให้ฉันตื่นตัวขึ้น ฉันขยี้ตาพลางสงสัยว่าตัวเองเผลอหลับไปตอนไหน


จุดหมายของพวกเรานั้นไกลเกินกว่าที่เด็กจะเดินไหว เพราะงั้นท่านพ่อจึงอุ้มฉันเอาไว้ในอ้อมแขน กลิ่นที่เหมือนพระอาทิตย์และความอบอุ่นจากท่านพ่อนั้นค่อยๆทำให้ฉันเคลิ้มและเผลอหลับไปในที่สุด


ฮ้าวว 


ฉันฮ้าวออกมาในขณะที่ยังตื่นไม่เต็มตา และหลังจากที่ใช้ความพยายามเพียงน้อยนิด ฉันก็สามารถลืมตาขึ้นได้


...ว้าว


สิ่งที่ฉันเห็นด้วยสายตาที่ยังคงพร่ามัวเล็ดน้อยคือบานประตูขนาดใหญ่ของปราสาท ตึกที่อยู่ด้านหลังประตูนั้นเป็นปราสาทยักษ์ใหญ์ที่ดูแฟนตาซีสุดๆ


นี่ท่านพ่อทำงานในที่แบบนี้จริงๆเหรอ? ฉันระลึกได้ถึงความสุดยอดของท่านพ่อได้อีกครั้งนึง


"ท่านพ่อ...ท่านพ่อ ทำงานที่นี่จริงๆเหรอคะ?"


"ใช่แล้วล่ะจ๊ะ"


"นั่นมันสุดยอดมากเลยค่ะ ท่านพ่อ!"


คำชมที่ได้รับอย่างไม่ทันตั้งตัวนั้นทำให้ท่านพ่อหน้าแดงออกมา ก่อนที่เขาจะลูบหัวของฉันอย่างมีความสุขแทนคำขอบคุณสำหรับคำชม


โดยที่ตัวฉันยังคงอยู่ในอ้อมแขน ท่านพ่อก็พาฉันตรงไปยังประตูบานใหญ่นั้น ก่อนที่จะพบกับคนเฝ้าประตูหนึ่งคนเข้า 


อย่างที่คาดเอาไว้ ที่ปราสาทนั้นย่อมต้องมีการ์ดที่คอยเฝ้าประตูอยู่แล้ว แน่นอนว่าถ้าหากไม่มีแล้วล่ะก็ ต้องมีคนบุกเข้าไปทั่วแหงๆ


"โอ้ นี่ลูกของท่านหรือครับ ท่านเวลส์?"


"ใช่แล้วล่ะ นี่ลูกสาวฉันเอง ลิซ แนะนำตัวสิลูก"


"วางหนูลงก่อนสิคะท่านพ่อ"


"อ่า แน่นอนจ๊ะ"


เวลฟ์ คือชื่อของท่านพ่อ


ท่านพ่อนั้นไม่ใช่คนที่จะเอาเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวมาปนกัน..ฉันอยากจะบอกว่าครั้งนี้ไม่นับ แต่ดูเหมือนว่าฉันจะเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้ท่านพ่อทำตัวแบบนี้เป็นครั้งแรก


สำหรับฉันแล้ว การที่ได้มาเห็นว่าท่านพ่อทำงานอยู่ในที่ที่สุดยอดแบบนี้เป็นอะไรที่น่าประทับใจมาก ท่านพ่อสุดยอดจริงๆ คนที่ทำงานอยู่ในที่แบบนี้ ย่อมเป็นพวกที่ใช้ผู้อื่นเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง


อ่า..วางใจเถอะ ฉันกำลังชมท่านพ่ออยู่นะ ท่านพ่อนั้นใจดีมากเสียจนฉันล่ะเป็นกังวลแทนว่าจะมีคนมาคิดที่จะใช้ประโยชน์จากความใจดีของท่านพ่อแทน


ท่านพ่อวางฉันลงที่พื้น หลังจากนั้นฉันก็จัดการกับรอยยัยยู่ยี่ที่เกิดขึ้นบนเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วหันหน้าไปมองคนเฝ้าประตู


"ยินดีที่ได้พบเจ้าค่ะ ดิฉันมีนามว่า ลิซเบ็ธ อเดลเชี่ยน ลูกสาวของท่านมาควิส เวลส์ อเดลเชี่ยน จากนี้ก็ต้องขอฝากท่านพ่อด้วยนะคะ"


ฉันก้มหัวลงเพื่อจบการแนะนำตัวอันแสนงดงามของฉันที่ทำให้ผู้เฝ้าประตูอึ้ง ซึ่งปฏิกิริยาของเขาเป็นอะไรที่ปกติสามัญมาก จะมีใครที่ไหนคาดหวังให้เด็กสาวที่อายุน้อยขนาดนี้มาแนะนำตัวด้วยภาษาสุภาพแบบนี้กัน


ฉันเป็นเด็กที่ไม่เหมือนเด็กจริงๆ


"ขออภัยนะครับท่านเวลฟ์ แต่ลูกสาวท่านอายุเท่าไหร่นะครับ...?"


"ลิซพึ่งจะอายุสี่ขวบปีนี้เอง"


"ถ้าจะเอาให้แม่นยำ หนูอายุสี่ขวบกับอีกเจ็ดเดือนแล้วค่ะ"


จำนวนครึ่งปีพวกนั้นเป็นอะไรที่แสนจะสำคัญกับเด็กมาก เพราะงั้นฉันจึงแก้คำพูดของท่านพ่อด้วยรอยยิ้มน่ารักบนใบหน้า


แม้ว่ามันจะไม่ใช่เรื่องสำคัญอะไร แต่นี่เป็นรอยยิ้ม'ธุรกิจ'ที่ดีที่สุดของฉัน หนึ่งในสิ่งที่เป็นเหมือนจุดเด่นในความน่ารักของเด็กน้อย ซึ่งมันออกจะแตกต่างจากรอยยิ้มที่ฉันมีให้กัยท่านพ่อท่านแม่เล็กน้อย


รอยยิ้มนั้นเหมือนจะช่วยทำลายความอึ้งของพวกเขาไป จนหมดสิ้น และในตอนนี้พวกเขาก็กำลังเปรียบเทียบใบหน้าของฉันกับท่านพ่อแทน


"พวกท่านเหมือนกันมากจริงๆ ถึงแม้ว่าผมจะยังพอเห็นบางส่วนที่เหมือนกับเซเลนก็เถอะ"


"ฮะฮะ อย่างงั้นเหรอ? ก็ลิซเป็นลูกของพวกเรานี่นะ ดูสิ นางน่ารักมากใช่มั้ยล่ะ? และไม่ใช่แค่น่ารักนะ ลิซยังคง..."


"ท่านพ่อคะ หนูรู้สึกขอบคุณสำหรับคำชมเพียงแต่ว่าเรามีธุระที่ต้องไปทำกันนะคะ"


ถ้าหากว่าฉันปล่อยให้เขายังคงพูดพ่อนั้น เขาก็จะเริ่มพูดอวดฉันไปอีกหลายชั่วโมง เพราะงั้นการที่ฉันตัดบทเขาอย่างรวดเร็วนั้นทำให้พวกคนเฝ้าประตูประหลาดใจอีกครั้ง


แต่ว่านะ..มันออกจะน่าอายไปหน่อย ถ้าหากว่าท่านพ่อยังคงพูดจาอวดต่อหน้าเจ้าตัวอย่างฉันแบบนี้ มันทำให้ฉันอยากจะขุดหลุมแล้วมุดไปซ่อนในนั้นจริงๆ


เขาทำแบบนั้นกับพวกพ่อบ้านและสาวใช้ที่ทำงานอยู่ในบ้านของเราไปเรียบร้อยแล้ว และนั่นทำให้ฉันอึดอัดและอยากตายเพราะอับอายมากจริงๆ


"อ่า นั่นสินะ..มันโอเคไหมที่พาลิซเข้าไปด้านใน? วันนี้พาลิซมาวัดพลังเวทมนต์อย่างถูกต้องน่ะ"


"อ-อย่างนั้นเหรอครับ? คุณหนูเป็นลูกสาวของท่านเวลส์..เพราะงั้นผมคิดว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะครับ"


"ท่านสามารถเข้าไปได้ครับ"


"ขอบใจนะ ช่วยได้เยอะเลยล่ะ"


หลังจากที่ได้รับคำอนุมัติจากพวกเขา ท่านพ่อก็จับมือฉันและเดินผ่านเข้าประตูไป เพราะว่าที่นี่เป็นที่ทำงานของท่านพ่อ ทำให้การเดินของท่านพ่อนั้นแผ่ออร่าที่น่าเกรงขามออกมาตลอดเวลา 


ซึ่งฉันไม่สามารถที่จะเดินด้วยท่าทางแบบเดียวกันได้ เพราะงั้นฉันจึงเพียงแค่เดินตามไปด้วยท่าทางปกติเท่านั้น


อ่ะ จริงสิ.. ระหว่างที่เราเดินผ่านเหล่าผู้เฝ้าประตู ฉันไม่ลืมที่จะส่งยิ้มแล้วโบกมือให้ ถ้าหากว่าฉันต้องมาที่ปราสาทอีกครั้งแล้วล่ะก็ ฉันอยากจะทิ้งความประทับใจดีๆไว้ให้กับพวกเขา และนั่นก็เป็นเหตุผลที่อยู่หลังการลาของฉัน


พวกเขาแลดูจะตกใจกับรอยยิ้มที่ได้รับจากฉัน และเมื่ออยู่นอกมุมมองของท่านพ่อ พวกเขาก็ส่งยิ้มและโบกมือกลับมาที่ฉัน


เป็นเพราะว่าพวกเขายังคงอยู่ในหน้าที่ เพราะงั้นพวกเขาจึงอยากที่จะเก็บการกระทำทั้งหลายให้น้อยที่สุด


ฉันตั้งมั่นเอาไว้ในใจว่าจะต้องโบกมือให้พวกเขาอีกครั้งในขากลับให้ได้



_____ ※ _____ ※ _____ 




5% : ไม่ต้องมีคำอธิบายใดๆสักคนให้ลึกซึ้ง ถถถ หนูลิซเอ๋ย... จะสงสารหรืออิจฉาดี 555 //กัดผ้าเช็ดหน้า


ปล. พอเปลี่ยนสรรพนามแล้วสับสนง่าา เผลอใช้สรรพนามแบบเดิมตลอดเลย ฮรืออ เหมือนจะไม่รอดยังไงชอบกล.. มีวี่แววที่จะเปลี่ยนไปใช้แบบเดิม ถถถ


.


.


.


20% : ฮรือออ แอมซอรี่ ไม่ว่างมาลงเลยจริงๆ เราต้องวิ่งไปวิ่งมากับแม่ ไม่ได้อยู่กับที่เลย TT


แปลต่อแล้วรู้สึกงง(และยังงงอยู่ /ขรรม) เหมือนฟิล(?)มันยังค้างอยู่กับหนูคามิลล์ ถถถ 


เราจะพยายามมาลงต่อให้เร็วที่สุดนะ น่าจะจบตอนในวันอังคารหรือไม่ก็พุธ ต้องดูความอึนของตัวเองอีกทีT.T 


เราต้องขอโทษด้วยจริงๆนะ ไม่มีเวลาเลยจริงๆTOT


.


.


.


60% : เลตไปนาน ไร้คำแก้ตัว ถถถ 


รู้สึกหงุดหงิดตัวเองมากๆเลย ที่มักจะเขียนสรรพนามของเรื่องนี้ผิดตลอด 


ยิ่งช่วงนี้ติดนิยายแนวจีนๆด้วยยิ่งเเล้วใหญ่ 555


ปวดตับกับตัวเองจริงๆ //ผูกคอตาย


.


.


.


80% : อ่า.. ตอนนี้ช่างยาวนาน.. เมื่อไหร่อิฉันจิแปลจบ(ตอน)ค่ะ!?


จริงๆที่มันยามก็ไม่แปลก เพราะจริงๆแล้วมันคือตอนที่หนึ่งกับสองรวมกัน..​(โอ้จ็อด ทำร้ายกันมากค่ะ)


นี่เราพึ่งสอบใหญ่เสร็จไป ตอนนี้กำลังนั่งรอผลอยู่ว่าจะผ่านมั้ย /กราบอ้อนวอนให้ผ่านทั้งน้ำตา


ส่วนที่เหลือเราจะมาต่อให้พรุ่งนี้น้าา ตอนนี้ขอไปนอนก่อนนะคะ ที่นี่ดึกมากแล้วU_U


แล้วเจอกันค่ะ!


ปล. หากพบคำผิดโปรดบอก เราไม่ได้อ่านทวนเลยจริงๆ แปลสดมากมาย ถถถ


.


.


.


100% : ในที่สุด.. จบสักที! โฮฮฮฮ~


ท่านพ่อน่ารักมากกกก อยากกรีดร้องกับความน่ารักของท่านพ่อมากมาย


หลงลูกไม่มีที่ติดจริงๆ ถถถ จริงๆแล้วเรามีฟิลว่าหนูลิซเองก็ติดพ่อมากนะ ถึงจะยังไม่รู้ตัวก็เถอะ 555


แล้วเจอกันจ้าาา







เลิฟ เลิฟ จาก เราที่นอนอืด



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 57 ครั้ง

205 ความคิดเห็น

  1. #163 chrysalis_devil (@chrysalis_devil) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 13:56
    ท่าตพ่อบันไซ
    #163
    0
  2. #131 BlackyC (@poonyaweepengjan) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2559 / 14:32
    ขอบคุณค่ะ
    #131
    0
  3. #86 ying1911 (@a0979967458) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 17:31
    รอค่าาาาาาา
    #86
    0
  4. #85 Shadow★Star (@marin-love) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 23:16
    รอตอนต่อไปนะคะ สนุกมากค่ะ ///7////
    #85
    0
  5. #84 Devilinlove. (@yurikun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 05:30
    ประสยคงามสำเร็จ -> ประสบ
    ด้านนอกเท่าไรนีก -> นัก
    ขอบคุณ
    #84
    0
  6. #81 Asahi_san (@amire) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 17:37
    คุณยามเฝ้าประตูต้องขอบใจหนูลิซนะคะไม่งั้นได้ฟังพล่ามยาวแน่ๆ5555
    #81
    0
  7. #80 ispoposa (@ispoposa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 13:55
    ไรต่อเร็วๆค่าาาา ออร่าท่านพ่อนิ่ ควรไปอยุ่ในฮาเร็มนางเอกเรา5555
    #80
    0
  8. #79 layko rabbid (@deer16939) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 12:17
    รอค่าาา
    #79
    0
  9. #77 Riordan (@mei-555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 00:54
    พระเอกยังไม่มา งั้นก๋หลงรักท่านพ่อไปก่อนละกันน๊าาาา
    #77
    0
  10. #76 FPPD (@FPPD) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 กันยายน 2559 / 00:49
    จบตอนแล้ว!!!! ดีใจด้วยค่าาาา
    #76
    0
  11. #75 ispoposa (@ispoposa) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 20:07
    ท่านพ่อน่าร้ากกกก(ลาก)อ่ะ หล่ออีกตั้งหาก55
    #75
    0
  12. #74 ~''Fanrasia''~ (@-lalis-) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กันยายน 2559 / 17:29
    มาต่อไวๆน้าา รอค่าา
    #74
    0
  13. #54 เคียวล่าสังหาร (@tenkyo) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 12:45
    จะรอนะค๊า > v <
    #54
    0
  14. #53 Asahi_san (@amire) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2559 / 03:03
    นางเป็นคนชอบทำอะไรโดยพึ่งพาตัวเองซินะ... แต่ที่สำคัยกว่านั้น หนูไม่ต้องกังวลหรอกค่ะ เดี๋ยวหนูจะได้ปีนป่ายไปสู่เส้นทางแห่งชีวิตแน่นอน(เพื่อเอาชีวิตรอดอะนะ) 5555 รออยู่น๊าาา ไม่ได้กดดันน๊าาาา แต่รออยู่น๊าาาาา
    #53
    1
    • #53-1 Pimeow (@crazy-girls) (จากตอนที่ 2)
      10 กรกฎาคม 2559 / 22:38
      ฮรือ ไม่กดดันเลยเจ้าค่ะ ไม่กดดันเล๊ยยย555 รอเราก่อนน้า เราจะรีบแปลให้นะเจ้าคะ ;____;
      #53-1
  15. #51 #MoOnLiGht_FaLl (@michaela) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2559 / 22:08
    รอนะค้าาา~ ละมุนมากเลย ชอบมากค่ะ
    #51
    0
  16. #50 FairyZewi (@dokidokiprecure) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 21:41
    รอออออออออออออออ
    #50
    0
  17. #48 FPPD (@FPPD) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 07:55
    จะรอค่าาาา
    #48
    0
  18. #47 Lollipop _sweet (@jungkook_pim) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 06:20
    น่ารักกก
    #47
    0
  19. #46 Zethius (@alisia-w-) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2559 / 00:55
    สกิลบีบน้ำตาช่วยได้เสมอ ^w^
    #46
    0
  20. #45 verasun (@verasun) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 08:16
    ขอบคุณครับ
    #45
    0
  21. #44 Corona_Borealis (@Corona_Borealis) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2559 / 18:51
    มาต่อเถอะ T_T อยากอ่านอ่าาา
    #44
    1
    • #44-1 Pimeow (@crazy-girls) (จากตอนที่ 2)
      26 มิถุนายน 2559 / 23:21
      โฮฮฮ เราผิดไปแล้วว ให้สัญญาว่าจะมาต่อในอาทิตย์นี้เจ้าค่ะ! TTOTT
      #44-1
  22. #43 Riordan (@mei-555) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 09:50
    ปักหมุดรอเลยค่าาาา
    #43
    0
  23. #39 black-GHOST (@black-GHOST) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 18:03
    รออยู่นะค่ะ 
    #39
    0
  24. #38 black-GHOST (@black-GHOST) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 18:03
    รออยู่นะค่ะ 
    #38
    0
  25. #37 ying1911 (@a0979967458) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2559 / 16:21
    สนุกค่ะ รีบๆมาอัพต่อเร็วๆนะคะ รอค่าาา
    #37
    0