ลิขิตโลกา - One World

ตอนที่ 32 : ฝึกฝีมือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    26 พ.ค. 59

 

บทที่ 31  ฝึกฝีมือ

 

            เวลาตี 1 ภายในห้องโลกจำลองของตึกเทคโนโลยี ร่างของโทยะ และริน กำลังนอนสวมอุปกรณ์เชื่อมต่อกับโลกจำลองอยู่บนหัว ห่างออกไปทางด้านขวามือ ไลท์ ผู้อำนวยการสถาบันอีเดน กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่กับเลขาสุดสวย ทั้ง 2 คนต่างก็จ้องมองจอฉายภาพอย่างสบายอารมณ์

 

            ท่านจะไปพักก่อนก็ได้นะคะ ที่นี้เดี๋ยวฉันดูแลให้เอง สำหรับกรณีของสองคนนี้ไม่น่าจะมีอะไรน่าห่วงหรอกคะเลขาหันมามองผู้อำนวยการสถาบัน ซึ่งในอีกฐานะก็คือผู้นำโลกที่มีอำนาจสูงที่สุด จากนั้นก็บอกกล่าวด้วยความเป็นห่วง เพราะหัวหน้าของเธอหักโหมงานมามากจนเกินไปแล้ว

 

            คุณก็รู้นี่ครับ ว่าผมไม่จำเป็นต้องพักอะไรเหมือนมนุษย์ จะว่าไปการมาอยู่ในตำแหน่งนี้ก็ถือว่าผมได้พักอยู่ตลอดเวลาแล้วล่ะครับ คุณเรน่าเองต่างหากที่ควรจะได้พัก ผมรู้สึกช่วงหลัง ๆ นี้ผมจะใช้งานคุณมากเกินไปซะด้วยสิ ถ้าอยากพักร้อนก็บอกผมได้นะครับ ไม่ต้องเกรงใจไลท์ยิ้มบาง ๆ แล้วพูดกับเลขาของเขา

 

            การที่ฉันได้รับใช้ท่าน และคอยอยู่เคียงข้างท่านเพื่อแบ่งเบาภาระแบบนี้ ฉันยินดีและเต็มใจที่จะทำค่ะ ส่วนเรื่องพักร้อนฉันขอปฏิเสธค่ะ

 

            “อย่าจริงจังนักสิครับ คุณเป็นคนสวยนะ ถ้าหากมีอารมณ์ขันหรือยิ้มบ่อย ๆ คุณจะสวยมากกว่านี้อีกนะครับ

 

            ขะ....ขอบคุณค่ะ ถ้าหากท่านต้องการ ฉันจะปฏิบัติตามทันทีค่ะเลขาแสนสวยเอ่ยตอบคำชมพร้อม ๆ กับใบหน้าที่แดงด้วยความเขินอาย

 

            นั้นไงล่ะ คิดว่าเป็นคำสั่งอีกแล้ว เฮ้อ.......เอาเถอะครับ เป็นในแบบที่คุณเป็นดีกว่า แบบนั้นก็ดูมีเสน่ห์เหมือนกัน เราพักเรื่องนี้ แล้วมาดูทั้งสองคนกันดีกว่าครับ ว่าพวกเค้าจะไปกันได้แค่ไหนไลท์พูดจบก็มองไปยังหน้าจอขนาดใหญ่กลางห้อง ซึ่งมีภาพของโทยะ และรินกำลังต่อสู้อยู่

 

            รับทราบคำสั่ง และพร้อมปฏิบัติตามค่ะเรน่าตอบรับอย่างจริงจัง ทำให้ไลท์ถึงกับส่ายหน้าเบา ๆ พร้อมกับคิดในใจ (อีกละ ก็พึ่งพูดไปหยก ๆ เฮ้อ.......)

 

----------------------------------

           

            “โทยะ นายดันฝั่งซ้ายให้ที ฉันขอเวลาไม่นาน ขุนนายช่วยไปดันฝั่งขวาให้หน่อยนะ

 

            ได้....แต่อย่านานเกินไปล่ะ เจ้าพวกนี้เก่งขึ้นเรื่อย ๆ แถมมาแบบไม่มีวันหมดด้วยโทยะตะโกนบอกในขณะที่ยิงปืนในมือเข้าใส่พวกอสูร

 

            พอรินพูดจบ เธอก็กางปีกบินขึ้นฟ้าไปอย่างรวดเร็ว ในมือของเธอตอนนี้มีธนูสีเทาที่มีลวดลายสีเขียวประดับอยู่ตรงคันจับ เธอบินขึ้นไปเรื่อย ๆ กระทั่งมองเห็นอสูรทุกตัวในสายตา จากนั้นก็น้าวสายธนูเข้าหาตัว

 

            ปรากฏลูกศรที่ใสเหมือนแก้วขึ้นมาหนึ่งดอกทันทีที่รินรั้งสายธนูเข้ามา แต่แทนที่รินจะยิงออกไป เธอกลับหลับตาและนิ่งค้างอยู่ฟ้าแบบนั้นต่อไป

 

            โทยะ ยิงปืนสีดำลายทองในมือแบบรัวไม่ยั้ง ลูกกระสุนสีดำพุ่งออกจากปากกระบอกปืนเป็นจำนวนนับไม่ถ้วน และทันทีที่กระสุนพุ่งไปกระทบกับอสูร ก็เกิดการระเบิดขึ้นทันที ทำให้บาดแผลที่น่าจะเป็นแค่รอยทะลุออกจากร่างกายเหมือนปืนทั่วไป กลับกลายเป็นระเบิดขนาดย่อม อสูรบางตัวไหล่แหว่ง บางตัวเอวขาด หรือบางตัวที่โดนจุดตายก็หายกลายเป็นแสงไปทันที

 

            แต่ถึงจะรุนแรงแค่ไหน ก็ไม่เพียงพอกับอสูรจำนวนหลายพันตัวรอบกายได้ แต่สาเหตุที่โทยะยังรอดอยู่ถึงตอนนี้ก็เพราะในมืออีกข้างของเขากำลังถือดาบสีดำสนิทเข้าฟาดฟันอสูรที่เข้ามาในระยะของดาบอย่างรวดเร็ว อสูรที่โดนฟันทุกตัวต่างก็บาดเจ็บหนักจนลุกไม่ขึ้น ถึงแม้จะยังไม่ตาย แต่ก็ไม่สามารถลุกขึ้นมาสู้ต่อได้

 

            ในส่วนของขุน ก็เปลี่ยนร่างไปเป็นนกเหยี่ยวขนาดใหญ่ กำลังใช้ปีกบังคับสายลมรอบ ๆ ตัวให้กลายเป็นโล่สายลมขนาดใหญ่เพื่อดันอสูรที่พยายามจะบุกฝ่าเข้ามา ทันทีที่อสูรสัมผัสกับโล่สายลมที่ขุนสร้างขึ้นมา ร่างของพวกมันต่างก็ถูกฉีกออกเป็นชิ้น ๆ และกระจัดกระจายอยู่บนพื้นดิน

 

            ถึงแม้ว่าอสูรหลายร้อยตัวจะตายไปจากการโจมตีของโทยะ และจากโล่สายลมของขุนก็ตาม แต่ก็ยังมีอสูรอีกนับพัน ที่วิ่งเข้าหาพวกเขาทั้งสอง เหมือนแมงเม่าที่บินเข้าหากองไฟ ผิดกันก็แค่กองไฟมันมีขนาดน้อยมาก หากเทียบกับจำนวนแมงเม่าในขณะนี้

 

            ริน....จะทำอะไรก็รีบ ๆ ทำเลย ฉันกับขุนจะต้านมันไม่อยู่แล้วโทยะตะโกนบอกเสียงดัง โดยหวังให้รินที่อยู่บนฟ้าได้ยิน

 

            พลังของข้าก็กำลังจะหมดแล้ว หากเจ้ายังไม่ลงมือ ข้ากับเจ้าหนุ่มคนนี้ได้กลายเป็นกองเนื้ออยู่บนพื้นแน่ขุนส่งเสียงขึ้นมาดัง ๆ พร้อมกับที่โล่สายลมกำลังลดขนาดลงไปเรื่อย ๆ

 

            และทันทีที่ขุนพูดจบ รินก็ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ตอนนี้ร่างของรินเรืองแสงสีเขียวออกมาอย่างแปลกตา เธอปล่อยลูกธนูออกจากคันธนูอย่างรวดเร็ว ลูกศรพุ่งไปทางด้านหน้าและหายไปจากสายตาในทันที

 

            ฟู่ม~~~~ ทันใดนั้น ในระยะกระชั้นชิดของอสูรประมาณ 400 ตัว ได้ปรากฏลูกธนูแก้วขึ้นมา มันพุ่งเข้าไปในร่างของอสูรอย่างรวดเร็ว จากนั้นเหล่าอสูรที่โดนลูกศรปักเข้าใส่ก็เกิดคลั่งและหันหน้าไปฆ่าพวกเดียวกันเองทันที ทำให้โทยะกับขุน พอมีเวลาหายใจขึ้นมาบ้าง

 

            รินบินลงมายืนบนพื้นดินพร้อม ๆ กับปีกสีขาวที่ค่อย ๆ จางหายไป อาการของรินตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเหนื่อยแค่ไหน เพราะแรงจะพูดของเธอยังไม่มี ทำได้แค่หอบหายใจติด ๆ กันเท่านั้น

 

            ให้รอตั้งนาน ทำได้แค่เนี้ยนะ พวกเราไม่รอดแน่เลย ยังเหลืออีกเกือบพันตัวได้มั้ง ไอ้กลุ่มที่กำลังวิ่งเข้ามาหาพวกเราเนี้ยโทยะพูดขึ้นมาอย่างปลง ๆ

 

            ฉัน.......ทำสุด......ฝีมือแล้ว....นะ แฮ่ก ๆ ๆ ยังจะมา....บ่นอีก....เหรอรินพูดหอบ ๆ พร้อมกับลงไปนั่งบนพื้นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

            พลังข้าหมดไปแล้ว คงต้องกลับเข้าสู่ร่างของเจ้าก่อนล่ะ โชคดีนะขุนลดขนาดร่างแล้วกลายเป็นสายลมสีเขียวค่อย ๆ ซึมเข้าไปในร่างของริน

 

            แหม....หนีเข้าร่างไปเลยนะแก เยอะขนาดนี้ก็ไม่ไหวแหะริน เอาเป็นว่าหลังจากเราโดนยำเสร็จแล้วค่อยคุยกันข้างนอกนะ ฉันก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน ตอนนี้แขนมันชาไปหมดยกปืนกับดาบไม่ขึ้นซักนิด

 

            “อื่อ......คงไม่เจ็บหรอกเนอะ ก็มันเป็นโลกจำลองนี่น่า ขออย่าให้เจ็บเหมือนโลกจริงเลย คุณไลท์ช่วยพวกเราหน่อยนะค้า~~~~~”

 

            อสูรนับพันวิ่งเข้ามาหาทั้งสองคน และขณะที่คมดาบกำลังจะเฉือนเนื้อของทั้งสองนั้น ภาพทุกอย่างก็พลันหายไป ทั้งทุ่งหญ้าที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ทั้งอสูรทุก ๆ ตัว ตอนนี้มีแต่ความมืดเหมือนกำลังหลับตาเท่านั้น

 

            ผมก็ไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นหรอกนะครับ ช่วยตามคำเรียกร้องแล้วนะ เป็นยังไงบ้างครับ สนุกกันรึเปล่า พวกคุณทั้งสองถือว่าเก่งนะครับ แต่หากนับเป็นเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับตอนที่คุณเอกสู้ พวกคุณก็พอใช้เลยทีเดียวไลท์ พูดบอกให้ทั้งสองรู้ตัวว่าได้ออกมาจากโลกจำลองแล้ว

 

            รินลุกขึ้นนั่ง แล้วยกมือมานวดขมับตัวเองด้วยความอ่อนล้า เธอแปลกใจนิด ๆ ว่าขนาดร่างกายนอนอยู่เฉย ๆ ก็ยังรู้สึกเหนื่อยยังไงแปลก ๆ คงเป็นอาการเหนื่อยของสมองแหละมั้ง

 

            แล้วถ้าเทียบกับตอนเอกสู้ เราทั้งสองคนทำได้เท่าไหร่ครับโทยะที่ลุกขึ้นมานั่งเหมือน ๆ กับริน ถามขึ้นมาด้วยความสงสัย

 

            ก็หากว่าคุณเอก ถือเป็น 100% พวกคุณทำได้ 35% ครับ อสูรพวกนั้นเป็นแค่สมุน มีดีในเรื่องจำนวนเท่านั้น คุณเอกแค่ใช้หมัดเปล่า ๆ ไล่กวาดไปทีละ 300 ตัว เลยผ่านได้ไม่ลำบากนัก

 

            “อะไรนะ แค่หมัดเปล่า........นี่ถ้าฉันไม่เห็นกับตาว่ายูจังใช้เครื่องนี่ละก็ คงคิดว่าเป็นเรื่องโกหกแล้วล่ะ คนอะไรจะเก่งขนาดนั้นกันเนี้ยรินพูดออกมาพร้อมกับอาการตกใจจนทำตาโตเท่าไข่ห่าน

 

            ก็ใครบอกล่ะครับว่าคุณเอกเป็นคนธรรมดา เขาคือร่างเสมือนของจิตวิญญาณด้านลบเชียวนะครับ หากคุณเอกไม่ได้กินยาเข้าไปจนกลายเป็นยูจังในทุก ๆ วันนี้ คุณเอกได้เสียตัวตนไปให้กับจิตวิญญาณด้านลบนั้นไปแล้วล่ะครับพอเห็นว่าทั้งรินและโทยะ ปรับสภาพร่างกายตอนออกจากโลกจำลองได้แล้ว เขาก็อธิบายให้ฟังทันที

 

            ผมไม่อยากให้พวกคุณต้องตกใจหรอกนะครับ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญ ผมเลยต้องแจ้งให้ทราบ คุณเอกในโลกจำลองนั้น เขามีพลังมากจนขนาดที่ว่าสามารถควบคุมโปรแกรมโลกจำลองได้เชียวล่ะ ซึ่งแน่นอนครับว่า หากเขาอยู่ในโลกจริง เขาก็จะมีพลังที่สามารถควบคุมโลกนี้ได้เช่นกัน

 

            “เห็นมั้ยริน ถ้าอยากเป็นฮีโร่หญิงล่ะก็ ช่วยฉันจีบยูจังให้ได้สิ ยูจังจะได้ไม่อยากกลับไปเป็นเอก แล้วมาทำเรื่องร้าย ๆ พวกนี้ไง

 

            “ไม่ย่ะ......มันเรื่องอะไรที่ฉันต้องไปช่วยนายด้วยล่ะ นายต่างหากที่ต้องช่วยฉันดึงเอกออกมาจากจิตวิญญาณของโลกอะไรนั้น เอกจะได้กลายเป็นผู้ชายที่อบอุ่น และยิ้มง่ายเหมือนเดิมที่เคยเป็นยังไงล่ะ

 

            “อื่ม....ไม่สนใจเรื่องที่ผมพูดเลยเหรอครับเนี้ย แล้วตอนนี้จะเอายังไงต่อครับ จะฝึกสู้ต่อไปหรือว่าจะกลับไปพักกันก่อนดีครับไลท์ พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยใจกับปฏิกิริยาของรินและโทยะเมื่อได้รู้ถึงระดับฝีมือของเอก

 

            ผมฝึกต่อดีกว่าครับ ยังไงซะกลับไปก็นอนอย่างเดียว แต่เข้าไปในโลกจำลองนั้น ร่างกายก็ได้นอนเหมือนกัน เอาเวลาที่มีไปฝึกดีกว่า

 

            “ฉันก็ขอฝึกเหมือนกันค่ะ แต่ครั้งนี้ฉันจะขอสู้เดี่ยวกับพวกอสูรนะคะ และขอไม่อยู่กับโทยะด้วย ฉันอยากลองสู้ด้วยตัวเองดูค่ะ

 

            “ได้ครับ ถ้าอย่างนั้นพวกคุณก็พักกันก่อนซัก 10 นาที แล้วค่อยเริ่มอีกทีนะครับ ระหว่างนั้นผมจะเตรียมสถานที่ในโลกจำลองไว้ให้พอไลท์พูดจบ โทยะก็เปลียนแหวนกลายเป็นปืน แล้วจัดการปรับแต่งอะไรเพิ่มเติมนิดหน่อย ส่วนรินก็ลุกไปหาน้ำมาดื่ม โดยไม่ลืมที่จะเอามาเผื่อเพื่อนสนิทของเธอด้วยเช่นกัน

 

            ปืนของนายดูสวยดีนะ แถมดูเหมือนจะทำอะไรได้ตั้งหลายอย่าง ส่วนดาบนั้น เป็นวิชาที่คุณน้าเคียวยะเป็นคนสอนสินะรินยื่นแก้วน้ำมาให้โทยะ พร้อมกับนั่งลงข้าง ๆ

 

            อื่ม.....ใช่แล้วล่ะ แต่ทั้งดาบและแหวน ฉันเปลี่ยนรูปลักษณ์มาจากแหวนทั้งหมดนั้นแหละ สะดวกดีเหมือนกันนะ แต่ยังใช้มันไม่คล่องมือ เมื่อกี้เลยพลาดไปหลายทีเล่นเอาได้เลือดเหมือนกัน

 

            “ของฉันเป็นธนูสายลมน่ะ ไม่มีลูกธนูตายตัว มันขึ้นอยู่กับพลังของฉันเองที่จะสร้างขึ้นมาได้แค่ไหน เหมือนจะดี แต่จริง ๆ แล้วใช้ยากมากเลยล่ะ หยั่งเมื่อกี้กว่าจะยิงออกมาได้ ต้องรวบรวมพลังอยู่ตั้งนาน

 

            “ไม่รู้ว่าเจ้าเอกมันทำได้ยังไงนะ สู้กับอสูรจำนวนเยอะขนาดนั้นได้ แถมเรายังไม่ได้สู้กับพวกเทพสวรรค์ที่เอกฆ่าตายไปเลยซักตัว ทั้งเธอกับฉันคงต้องพยายามกันอีกเยอะเลยสินะ กว่าจะตามหมอนั้นได้ทัน

 

            “แหม....พูดเหมือนอยู่ไกลกันเลยนะ ถึงจะเป็นยูจัง แต่อีกมุมก็เป็นเอกเหมือนกันไม่ใช่เหรอ เรามาพัฒนาฝีมือไปด้วยกันดีกว่า อย่าคิดอะไรมากนักเลย

 

            “นั้นสินะ.......ขอบคุณนะริน เธอปลอบคนได้ดีแบบนี้เสมอเลยสินะ ตั้งแต่เมื่อก่อนตอนที่เราเป็นเด็กจนถึงตอนนี้เธอดูไม่ต่างออกไปเลย

 

            “ถ้าพร้อมแล้วบอกผมได้เลยนะครับ ผมเตรียมทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ผมขอแนะนำให้นั่งพักกันอีกซักหน่อยดีกว่า ต่อให้ไม่มีผลกระทบกับร่าง แต่มันมีผลกับระบบประสาทอยู่นิดหน่อยนะครับไลท์พูดเสียงดังออกมาเพราะอยู่ห่างออกไป จากนั้นไม่นาน ทั้งรินและโทยะก็หยิบอุปกรณ์ขึ้นมาสวมแล้วนอนลงอีกครั้ง เพื่อวัตถุประสงค์เดียวกันคือช่วยเพื่อนของพวกเขาให้พ้นจากอันตราย ทั้งจากภายนอก และจากตัวของเขาเอง

 

------------------------------------------

 

เช้าวันถัดมาในห้องพักของยูจัง เวลา 06.05 น.

 

            อื่อ.....เช้าแล้วเหรอเนี้ย

 

            ฉันลุกขึ้นนั่งด้วยอาการงัวเงีย คงเพราะเมื่อคืนนอนดึกเกินไปแน่เลย หลังจากนี้คงต้องจัดการบริหารเรื่องเวลาซะใหม่แล้วสิ เป็นแบบนี้ทุกวันคงได้เข้าโรงพยาบาลแน่เลย

 

            ฉันลงจากเตียงไปล้างหน้าแปรงฟัน และอาบน้ำแต่งตัว แต่งหน้าใส่แว่นจนเสร็จทุกอย่าง เวลาก็ 07.00 พอดี ไม่ถือว่านานเกินไปหรอกเนอะสำหรับเวลาที่ใช้ไป.......อื่ม....ไม่นานหรอก (มั้ง) ฉันคิดว่านะ

 

            ดา....ตื่นรึยัง ฉันรออยู่นะฉันส่งเสียงเรียกดาอยู่หน้าห้องนอนของเธอ เวลาขนาดนี้ก็คงตื่นแล้วนั้นแหละ

 

            ค้า......ตื่นแล้วค้า......รอแป็บน้า กำลังแต่งตัวอยู่เลยเสียงดังแบบงัวเงียออกมาจากห้อง ฉันฟังด้วยความสงสัย (นั้นเสียงเหมือนพึ่งตื่นเลยนี่น่า กำลังแต่งตัวอยู่จริง ๆ เหรอ?) แต่ถึงอย่างนั้น จะให้ฉันเปิดประตูเข้าไปดูมันก็ไม่เหมาะหรอกเนอะ เด็กสาวทุกคนที่กำลังแต่งตัวในห้องนอนของตัวเอง ต่างก็ต้องการเวลาส่วนตัวกันทั้งนั้นแหละนะ

 

            กระทั่งครึ่งชั่วโมงผ่านไป ดาเดินออกมาจากห้องนอนด้วยหน้าตาที่สดใส วันนี้ดาเปลี่ยนแว่นเป็นอีกอันหนึ่ง เป็นแว่นสีชมพูอ่อน ดูสวยเหมาะกับใบหน้าเธอไปอีกแบบ

 

            เปลี่ยนแว่นแล้วดูน่ารักขึ้นนะดา ป่ะ...ไปเรียนกันเถอะฉันพูดชมออกไปแบบไม่คิดอะไรมาก พร้อมกับชวนดาไปเรียนด้วยกันเหมือน ๆ กับทุกวันที่ผ่านมา

 

            ระ......เหรอ ยูจังว่าฉันน่ารักอย่างนั้นเหรอ.......จริง ๆ น....... ขะ.....ขอบคุณดาก้มหน้าสีแดง ๆ ลง แล้วพูดเสียงเบาเหมือนกับพึมพำให้ตัวเองฟัง ฉันได้ยินไม่ถนัดเท่าไหร่ แต่ก็ช่างเถอะ ไปเรียนกันดีกว่า

 

            ฉันกับดาเดินมาเกือบจะถึงห้องเรียน แต่ก็ต้องหยุดยืนอยู่แบบนั้นก่อน เพราะมีคนที่ยืนรออยู่หน้าประตูห้อง.......โจอี้.....หมอนี่มาทำไมแต่เช้าเนี้ย

 

            อ๊ะ.....ยูจังมาแล้ว สวัสดีครับ คิดถึงจัง ต่อให้แต่งหน้าแบบนี้ มันก็ไม่ได้ลดความรู้สึกที่ผมมีให้กับยูจังไปได้หรอกนะครับทันทีที่โจอี้เห็นฉันกับดาเดินมา เขาก็ยิ้มกว้างพร้อมกับพูดทักฉันเสียงดัง (มันจะดังไปแล้วนะ)

 

            นี่.....เบา ๆ หน่อยสิ เดี๋ยวคนอื่นเค้าก็รู้กันพอดีว่าฉันแต่งหน้าอยู่ฉันรีบบอกโจอี้ด้วยเสียงเบา ๆ เหมือนกระซิบ

 

            อ้อ....ได้ครับผม ยูจังไม่อยากให้ใครรู้ความลับของยูจังนอกจากผมคนเดียวสินะครับ ไวใจผมได้เลย มันจะเป็นความลับของเราทั้งสองคนร่วมกันนะ

 

            (ไอ้หมอนี้ เมื่อไหร่มันจะเลิกหลงตัวเองซักทีนะ ยังไม่ทันได้ทำอะไรก็รู้สึกเหนื่อยขึ้นมาแล้วสิ ขอไปนั่งพักในห้องก่อนดีกว่า) คิดแล้วฉันก็เดินผ่านโจอี้ไปเพื่อจะเข้าไปนั่งในห้องเรียน แต่พอเดินผ่าน โจอี้ก็พูดอีกครั้งว่า

 

            เรื่องละคร เราทั้งสองคนยังไม่ได้ซ้อมกันเลยนะครับ วันนี้นี้ตอน 4 โมงเย็นผมขอนัดซ้อมละครด้วยนะ เดี๋ยวงานแสดงออกมาไม่สวย น้องแคทเทอรีนอาจเสียชื่อเสียงได้นะครับ หึหึ เป็นอันตกลงตามนี้นะครับ สุดที่รักของผม เย็นนี้เรามีนัดกันแล้วนะจ๊ะ

 

            “เฮ้อ......มันจะมีวันไหนเป็นวันปกติของฉันบ้างรึเปล่าเนี้ยฉันพึมพำออกมาเบา ๆ ทันทีที่นั่งลงในห้องเรียน

 

-----------------------------------------------------

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

184 ความคิดเห็น

  1. #157 เวนีล่า (@maysena) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 16:00
    ยูจัง... ระวังถูกรูมเมทจับกดนะ.....
    #157
    1
    • #157-1 ไรท์เตอร์เองคร้าบ (จากตอนที่ 32)
      27 พฤษภาคม 2559 / 21:15
      นั้นสิครับ แต่อย่าลืมนะครับ ว่า ยูจังก็เป็นผู้ชายนะ อิอิ



      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคร้าบ เย้ๆ ๆ ๆ
      #157-1
  2. วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 14:16
    Thk.....
    #152
    1
    • #152-1 ไรท์เตอร์เองคร้าบ (จากตอนที่ 32)
      27 พฤษภาคม 2559 / 21:18
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคร้าบ เย้ ๆ ๆ
      #152-1
  3. #151 หมูโหด (@termsak221230) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 12:54
    ขอบคุณครับสำหรับตอนใหม่
    #151
    1
    • #151-1 ไรท์เตอร์เองคร้าบ (จากตอนที่ 32)
      27 พฤษภาคม 2559 / 21:20
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคร้าบ เย้ ๆ ๆ
      #151-1