ลิขิตโลกา - One World

ตอนที่ 20 : สู่แอตแลตติส

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    17 พ.ค. 59

บทที่ 20  สู่แอตแลตติส

 

            “.................

 

            ตอนนี้ฉันกังวลเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื้อกี้ ไม่ได้กังวลเรื่องที่โทยะกอดหรอกนะ แต่กังวลในเรื่องอาการที่ฉันเป็นหลังจากที่ถูกกอดนี่ต่างหาก

 

            จำได้กันอยู่มั้ยเอ๋ย ที่ฉันบอกไปว่าฉันไม่มีอาการสมองขาวโพลนเมื่อตอนอยู่ใกล้ ๆ กับผู้หญิงสวย ๆ แล้ว ตอนแรกฉันแอบดีใจอยู่ลึก ๆ เหมือนกันนะ ชีวิตของฉันจะได้ปกติเหมือน ๆ กับคนอื่นเค้าซักที บางทีตอนกลับเป็นผู้ชาย จะได้มีแฟนกับเค้าจริงซักคน หรือไม่ก็สองคน

 

            แต่มันไม่ได้เป็นแบบนั้นเลยเนี้ยสิ อาการสมองขาวมันไม่ได้หายไปไหน แต่มันดันมาเป็นเวลาที่ถูกโทยะกอดเมื่อกี้ ปกติถ้าเป็นผู้หญิงแล้วถูกกอดแบบนั้น ต้องมีอาการยังไงนะ จะเป็นเหมือนฉันรึเปล่า? แล้วไหงมันเปลี่ยนจากที่เป็นเวลาใกล้ผู้หญิง กลายมาเป็นตอนโดนผู้ชายกอดไปได้ล่ะเนี้ย?

 

            .................

 

            เลยได้แต่นอนเอาหน้ามุดลงไปในหมอนอยู่แบบนี้ เพราะไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง หรือว่าต้องรู้สึกยังไง จะไปปรึกษาใครได้อีกบ้างนะ เมื่อกี้ลองถามเจ้าหมื่นทิวาก็ได้คำตอบที่แสนทำให้สุขใจว่า อ่า....นายท่าน ข้าเป็นจิตของนายท่าน สิ่งใดที่นายท่านรู้ ข้าก็ย่อมรู้ขอรับ แต่สิ่งใดที่ท่านไม่รู้ นายท่านคิดว่าข้าจะตอบนายท่านได้เช่นไรกันล่ะขอรับ อื่ม....ฟังแล้วรู้สึกสบายใจขึ้นเยอะ.......ซะที่ไหนกันล่ะห๊ะ!!!

 

            [เอ้ก อี๊ เอก เอ้ก~~~~~~~เอ้ก อี๊ เอก เอ้ก~~~~~~~] อ๊ะ.....เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นมา (เปลี่ยนเสียงแล้วจ้า) ใครโทรมาตอนนี้กันนะ ว่าแต่ฉันยังไม่ได้เอาเบอร์โทรให้ใครไปเลยนี่น่า นอกจากโทยะ กับริน

 

            สวัสดีค่า ยูกิโกะพูดสายคะ

 

            “ คะ.....คุณยูกิโกะ จริง ๆ ใช่รึเปล่าคะ คือ ฉันเป็นเจ้าของร้านเสื้อผ้าที่คุณยูกิโกะเคยเป็นแบบให้ในครั้งก่อน จำฉันได้รึเปล่าคะ เสียงจากปลายสายดังขึ้นมา ทำให้ฉันย้อนคิดไปในวันที่ฉันไปซื้อเสื้อผ้ากับโทยะที่ห้าง

 

            อ้อ...จำได้ค่ะ ว่าแต่คุณรู้เบอร์โทรฉันได้ยังไงคะ ฉันไม่ได้ให้ไปนี่น่า

 

            “ อ้อ พอดีแฟนของคุณยูกิโกะ ที่มาด้วยกันครั้งก่อนให้มาน่ะคะ ที่โทรมาวันนี้ ฉันอยากขอบคุณเรื่องที่คุณยูกิโกะเป็นแบบให้ค่ะ ตอนนี้พ่อของฉันได้รับการรักษาและหายดีเรียบร้อยแล้ว ขอบคุณคุณยูกิโกะจริง ๆ ค่ะ ถ้าไม่ได้คุณ พ่อของฉันคงไม่รอด ฉันก็จะไม่เหลือใครอีกแล้ว ขอบคุณมาก ๆ เลยค่ะ เจ้าของร้านพูดออกมาจากปลายสายด้วยน้ำเสียงที่ดีใจและสะอึกสะอื้น พลอยทำให้ฉันรู้สึกใจชื้นขึ้นมาด้วย ว่าแต่.......แฟน........หมายถึงโทยะเหรอ?.........วันนั้นเจ้านี้ไปบอกอะไรกับเจ้าของร้านกันแน่นะ?......เอาไว้ก่อน ๆ ตอบคุณเจ้าของร้านไปก่อนดีกว่า

 

            “ ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดีใจด้วยนะคะที่คุณพ่อหายดีแล้ว ความจริงเรื่องแค่นี้ไม่ต้องขอบคุณก็ได้นะคะ ฉันไม่ได้คิดอะไรมากอยู่แล้ว ส่วนเรื่องที่โทยะบอกว่าฉันเป.........” แต่ก่อนที่ฉันจะได้พูดจนจบ เจ้าของร้านเสื้อผ้าก็พูดตัดบทไปเสียก่อน

 

            “ ไม่ได้หรอกค่ะคุณยูกิโกะ พระคุณของคุณยูกิโกะตอ่ครอบครัวฉันมีมากมายเหลือเกิน อีกอย่างที่ฉันโทรมาไม่ใช่แค่เรื่องนั้นหรอกค่ะ แต่มันเกี่ยวกับเรื่องสัญญาที่คุณยูกิโกะยอมเป็นนางแบบให้กับเสื้อผ้าที่ฉันออกแบบด้วย คือฉันจะโอนเงินไปให้ก่อนหนึ่งงวดนะคะ มันอาจจะไม่ใช่เงินมากมายอะไรนักในตอนแรกเพราะล๊อตแรกกำลังสั่งผลิต แต่งวดหลัง ๆ ฉันจะโอนให้ตามสัญญาแน่นอนค่ะ เพียงแต่ ฉันจะขออนุญาตนำภาพถ่ายของคุณยูกิโกะไปเผยแพร่ด้วยนะคะ เพื่อต่อยอดทางตลาดให้ได้รับความนิยมมากขึ้น.......คุณยูกิโกะจะว่าอะไรรึเปล่าคะ 

 

            “ อ่า.....เรื่องเงิน (เงิน ๆ ๆ ๆ ๆ) ถ้าอย่างนั้นรบกวนด้วยนะคะ และขอบคุณมากค่ะที่ช่วยเป็นธุระให้ พอพูดถึงเรื่องเงินขึ้นมา อาการสมองตันของฉันก็หายไปหมด ในหัวฉันตอนนี้มีแต่คิดถึงเรื่องเงินที่จะใช้ในทุก ๆ วันอย่างเดียว ส่วนเรื่องที่คุณเจ้าของร้านบอกมาทีหลังนั้นมันไม่ได้เข้าไปในหัวเลย

 

            ก็นะ พอไม่ได้ทำงานเพราะเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ถึงจะเป็นสภาโลกก็เถอะ แต่หัวหน้าฉันดันเป็นพวกเคร่งเครียดกับลูกน้องจนเกินไป เห็นฉันหยุดงานแค่ไป 1 อาทิตย์ (จริง ๆ ยังไม่ถึงด้วยซ้ำ) หมอนี้ก็ดันส่งเมล์มาบอกว่าไล่ฉันออกแล้วซะอย่างนั้นอะ แต่พอได้เงินในส่วนนี้มา ฉันก็รอดแล้วววววว เย้.....

 

            คุยกับเจ้าของร้านเสื้อผ้าอีกซักพัก เกี่ยวกับการโอนเงินจนจบ ฉันก็วางสายไป แต่เอ..........ก่อนหน้านี้ฉันคิดเรื่องอะไรอยู่น้า....จำไม่ได้แล้วแหะ ช่างเถอะ คงไม่สำคัญไปกว่าเรื่องเงินหรอก ฮ่ะ ๆ ๆ ได้มาซัก 7 – 8 หมื่นก็คงดีเนอะ แต่แค่งานถ่ายแบบกับส่วนแบ่งเปอร์เซ็นจากกำไรดูท่าจะถึงขนาดนั้นยากอยู่แหะ เอาเป็นว่าขอซัก 3 – 4 หมื่นเถอะนะ

 

            [ปิ้งป่อง.......ท่านได้รับการโอนเงินมาจากคุณมิลลี่ เป็นจำนวนเงิน 3,800,000 ค่ะ]

 

            ตึ่ง......แล้วฉันก็ตกใจจนสลบไปทั้งอย่างนั้น กระทั่งตื่นมาในตอนเช้าของอีกวัน

 

-------------------------------

 

            พี่ริน ชุดนี้หนูไม่ต้องเอาไปก็ได้มั้ง เอาไปแล้วจะได้ใส่ด้วยเหรอ? ฉันถามรินด้วยความสงสัย

 

            ไม่ได้นะยูจัง ยังไงก็ต้องเผื่อเอาไว้ก่อนนะ ใช้หรือว่าไม่ได้ใช้ แต่มีเก็บไว้ก็ไม่เสียหายอะไรนี่จ๊ะ มันถือเป็นอาวุธสังหารของพวกเราเหล่าผู้หญิงเลยนะ

 

            สิ่งที่ฉันกับรินกำลังพูดถึงในตอนนี้คือ ชุดว่ายน้ำแบบทูพีชลายชมพูตัดกับสีส้ม แถมมีระบายดอกไม้ประดับอยู่ ฉันไม่คิดว่าจะที่สถาบันมีวิชาว่ายน้ำอะไรด้วยหรอกนะ หรือต่อให้มีก็อย่าหวังว่าฉันจะใส่มัน.....ขอเถอะ....ยังรับสภาพตัวเองไม่ได้ซักเท่าไหร่นะ จะให้มาใส่ชุดแบบนี้อีก....แล้วทำไมต้องมีสีชมพูด้วยล่ะ อีกอย่างก็คือทำไมต้องเอาชุดทูพีชที่มันดูโป้ ๆ แบบนี้ด้วยเนี้ย.......ถะ.....ถึงมันจะดูสวยอยู่ก็เถอะนะ

 

            แต่สุดท้ายฉันก็เถียงสู้รินไม่ได้อยู่ดี ชุดว่ายน้ำดังกล่าวถูกพับใส่กระเป๋าเดินทางของฉันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็เหมือน ๆ กับชุดอื่น ๆ ที่ฉันไม่รู้ว่ามีชุดอะไรบ้างเพราะรินไม่ยอมให้ฉันเป็นคนจัดกระเป๋าเอง เธอเล่นแย่งเลือกเสื้อผ้าและจัดกระเป๋าให้ฉันทั้งหมด (อ่า......มันจะมีเสื้อยืดกางเกงยีนส์อยู่บ้างมั้ยนะ แอบเอาไปดีรึเปล่าเนี้ย?)

 

            เอ้า ๆ สายกันแล้วนะ พวกเธอมัวแต่เล่นอะไรกัน แล้วตกลงว่ารินจะไปด้วยสินะ? โทยะเดินมาบอกกับเราทั้งสองคน จากนั้นก็ถามรินให้แน่ใจอีกครั้ง

 

            อื่อ.......มีคำสั่งด่วนมาถึงเมื่อเช้านี้เองว่าให้ฉันเดินทางไปพร้อมกันด้วยเลยน่ะ น่าจะเพราะเหตุการณ์ที่ฉันกับยูจังถูกกลุ่มองค์กรเงาจู่โจมตอนเมื่อวานมั้ง ทำให้มีคำสั่งด่วนมาแบบนี้

 

            จากนั้นซักพัก พวกเราทั้ง 3 คนก็เดินขึ้นไปนั่งอยู่บนเครื่องบินสีดำลำหนึ่งที่มาจอดรอเราอยู่หลังบ้านนานแล้ว มันเป็นเครื่องบินอัตโนมัติแบบไร้คนขับ น่าแปลกที่มันไม่มีตราสัญลักษณ์อะไรติดไว้เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นเครื่องบินของสังกัดไหน แต่เท่าที่ดูแล้ว คงไม่มีเครื่องบินลำไหนไล่ตามมันทันหรอก ก็เจ้าของเล่นใส่เครื่องยนต์ที่ใช้เฉพาะกับตัวเครื่องบินอวกาศไว้ซะขนาดนั้น ถ้ามันจะบินไปถึงดวงจันทร์ได้ภายในเวลา 15 นาที ฉันก็จะไม่แปลกใจเลย

 

            พอประตูเครื่องปิด เราทั้ง 3 คนก็เดินเล่นกันอยู่บนนั้น จากนั้นโทยะก็จัดการปูเสื่อนอน ส่วนรินแขวนกระสอบทรายแล้วซ้อมวิชาต่อสู้ และดูเหมือนเครื่องบินจะเริ่มบินในทันทีที่ประตูปิด แต่ฉันไม่แน่ใจนักเพราะเครื่องมันเงียบเกินไป ฉันเดินมาตรงที่นั่งคนขับ ซึ่งจะได้ใช้งานก็ต่อเมื่อปลดระบบนักบินอัตโนมัติ บนนั้นมีเอกสารเกี่ยวกับสถาบันอีเดนวางอยู่ 3 ชุด ฉันเลยหยิบมาให้รินกับโทยะอ่านกันในช่วงเดินทาง

 

            สถาบันอีเดน เป็นสถาบันการเรียนการสอนเพื่อสร้างบุคลากรให้กับสภาโลกในทุก ๆ ระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับเจ้าหน้าที่ภาคสนามแบบที่ฉันเคยเป็น หรือกระทั่งปราชญ์คนต่อไป ก็สามารถทำได้หากคน ๆ นั้นมีความสามารถพอ

 

            แต่อย่าคิดว่าฉัน กับริน และโทยะ เคยเรียนมาจากสถาบันนี้นะ เพราะจริง ๆ แล้วสถาบันที่สร้างบุคลากรให้สภาโลก ไม่ได้มีแค่สถาบันอีเดนแห่งเดียว มีอีกตั้ง 30 กว่าแห่งทั่วโลก ซึ่งมันก็ไม่จำเป็นหรอกที่จะต้องมาเรียนที่สถาบันอีเดนเท่านั้น ถึงแม้ว่าชื่อเสียงของสถาบันอีเดนจะดีกว่าที่อื่นก็ตาม แต่มันก็เป็นความลับมากเช่นกัน ส่วนเรื่องของพวกเราทั้ง 3 คน ก็คือ เราทั้ง 3 คนต่างก็เรียนจบมาจากสถาบันประจำเขตเอเชียกันทุกคน แต่ก็ได้ทำงานในสภาโลกกันทุกคนเหมือนกันนะ

 

            สถาบันอีเดน ตั้งอยู่ในทวีปแอตแลตติส (ซึ่งอยู่ที่ไหนก็เป็นความลับอีก) ทั่วทั้งทวีปมีประชากรอยู่ประมาณ 7 แสนคน พื้นที่จำนวน 1 ใน 4 ของทวีปเป็นอาณาเขตโรงเรียน และอีก 1 ส่วนก็เป็นพื้นที่ชุมชนเมือง ส่วนอีก 2 ส่วนเป็นพื้นที่ธรรมชาติ บลา ๆ ๆ ๆ ๆ

 

            นอกจากนั้นก็ข้อมูลอะไรไม่รู้ ฉันขี้เกียจอ่าน ฉันเงยหน้าขึ้นมองเพื่อนทั้ง 2 คน ทำให้ฉันรู้ว่าตอนนี้มีแค่ฉันคนเดียวที่ตั้งใจอ่านเจ้าเอกสารแนะนำนี้อยู่ รินโยนทิ้งไปตั้งแต่แรก และกำลังเปลี่ยนกระสอบทรายอันที่ 3 ออกเพราะสองอันแรกมันแตกไปแล้ว ส่วนโทยะตอนนี้ก็นอนกลิ้งไปอีกมุมของเครื่องบินพร้อมกับกรนออกมาเบา ๆ

 

            ตกลงมีฉันคนเดียวสินะที่ไม่เข้ากลุ่ม ไม่นะ ฉันต้องหาอะไรทำเพื่อที่จะได้ไม่แตกต่างกับเพื่อน ๆ ด้วยสิ คิดสิคิด.........

 

            จากนั้น ฉันก็ไปนั่งอยู่บนกระสอบทรายอันหนึ่งของรินที่ยังสภาพดีอยู่ พร้อมกับอ่านหนังสือเกี่ยวกับการนั่งวิปัสสนากรรมฐานต่อไป เวลาผ่านไปเท่าไหร่ฉันก็ไม่รู้ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่รินมานั่งอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับกำลังเช็ดผมและสวมเสื้อผ้าชุดใหม่อยู่ (เครื่องบินมีห้องอาบน้ำด้วย?)

 

            ขยันจังนะยูจังเนี้ย แบบนี้อีกหน่อยถ้ายูจังเป็นปราชญ์ได้นี่พี่จะไม่แปลกใจเลยแหละ รินพูดพลางเอาหัวมานอนหนุนตักฉัน

 

            แหยะ......ไม่เอาอะ ให้ไปนั่งฟังพวกตาแก่พวกนั้นบ่นทั้งวันเนี้ยนะ หนูยอมไปเป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามเหมือนเดิมยังจะดีกว่าซะอีก ฉันคิดถึงภาพที่ตัวเองกำลังนั่งทำหน้าเบื่อ ๆ ง่วง ๆ ฟังพวกตาแก่อีก 3 คนบ่นเถียงกันอยู่ในห้องแคบ ๆ ฉันก็บอกกับรินได้ทันทีว่าขอปฏิเสธดีกว่า

 

            ยูจังรู้แล้วใช่มั้ยว่า ยูจังไปสถาบันอีเดนในฐานะนักเรียนแลกเปลี่ยน ส่วนพี่ไปในฐานะครูฝ่ายพยาบาล และโทยะอยู่ในฐานะครูทั่วไป รินพูดย้ำถึงฐานะที่เราทั้ง 3 คนต้องเป็นเมื่อไปถึงสถาบันอีเดน

 

            ก็พอรู้มาบ้างแหละค่ะ พี่รินมีอะไรเพิ่มเติมอย่างงั้นเหรอ

 

            “ พี่จะบอกว่า ยูจังพร้อมรึยังที่จะ.......ถูกหนุ่มน้อยตามจีบน่ะ คิก ๆ รินพูดขึ้นมาพลางหัวเราะขำ ๆ เมื่อเห็นสีหน้าแหย่ง ๆ ของฉันหลังจากที่ได้ยินในสิ่งที่รินบอก

 

            “ คะ.....คงไม่หรอกมั้งคะ.......คนที่เรียนก็มีตั้งเยอะ.......คงไม่มีใครมาสนใจหนูหรอก ฉันคิดภาพว่ากำลังถูกเด็กผู้ชายอายุ 16 – 19 ปีตามจีบ คิดแล้วขนลุกอะ

 

            แต่ถ้าพี่เป็นผู้ชายนะ พี่ไม่มีทางปล่อยยูจังให้หลุดมือไปได้หรอกนะ ไม่เชื่อถามโทยะดูสิ รินชี้มือเบา ๆ ไปทางโทยะ ซึ่งตอนนี้กำลังนั่งใช้ผ้าขัดดาบไม้อยู่ในมือ ผู้ชายคนไหนมันบังอาจเข้าใกล้ยูจัง มันผู้นั้นต้องตายสถานเดียว ตาย ต้องตายเท่านั้น เสียงที่เต็มไปด้วยความอาฆาตของโทยะกระซิบออกมาเบา ๆ เหมือนจะคุยกับดาบไม้ แต่ทั้งฉันทั้งรินต่างก็ได้ยินอย่างชัดเจน (ตื่นนอนตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วนั้นเอาดาบไม้มาจากไหน?)

 

            (ใช่เลยขอรับท่านโทยะ....มันผู้ใดบังอาจทำให้นายท่านเสื่อมเกียรติ วิญญาณของมันจะต้องเสียใจในสิ่งที่ได้กระทำไป ข้าขอเอาพลังของข้าเป็นประกัน โฮ้ว........นุ่มนิ่มอะไรเช่นนี้ อั๊ก.....) เสียงของหมื่นทิวาดังขึ้นมาจากสร้อยที่อยู่บนหน้าอกของฉัน ซึ่งก็มีแต่ฉันเท่านั้นที่ได้ยิน แต่ขี้เกียจใส่ใจ เพราะตอนนี้ฉันกังวลในเรื่องที่รินบอกมากกว่า

 

            ถ้าเป็นแบบที่รินบอก มันไม่น่าจะดีแหะ ไม่ใช่ว่ากลัวโทยะกับหมื่นทิวาจะไปทำร้ายใครหรอกนะ แต่รับไม่ได้จริง ๆ ถ้าจะมีพวกผู้ชายมาจีบเนี้ย เห็นรูปร่างเป็นอย่างนี้แต่ฉันเป็นผู้ชายนะ.......ทำยังไงดีล่ะ........อ๊ะ....คิดออกแล้ว มันก็ไม่ยากนี่น่า

 

            พี่ริน ช่วยอะไรหนูหน่อยสิ คือ......ไม่อยากถูกจีบอะ หนูเลยอยากจะขอพี่รินช่วยสอนอะไรซักอย่างให้หน่อยนะคะ ฉันพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเบา ๆ พร้อมกับส่งสายตาแบบลูกแมวไปหารินที่นอนอยู่บนตัก

 

            รินทำท่าเหมือนกับตกตะลึงกับอะไรซักอย่าง จากนั้นก็มีท่าทางเหมือนโดนสะกดจิต ดะ.....ได้จ๊ะ ยูจังอยากให้พี่ไปฆ่าใครบอกมาได้เลย พี่จะจัดการมันให้เดี๋ยวนี้แหละ....พี่รับรอง ลมหายใจของมันต่อจากนี้ มีไม่เกิน 10 ครั้ง ไม่ใช่แล้วจ๊ะ ฉันไม่ได้จะขอให้ไปฆ่าใครนะ ไหงเป็นแบบนี้ไปได้เนี้ย?

 

            ฉันเล่าถึงแผนการของฉันให้รินฟัง จากนั้นรินก็เห็นชอบด้วย โทยะที่ขยับมานั่งฟังก็บอกว่าดีเหมือนกัน ฉันก็เลยเริ่มลงมือทำตามแผนที่คิดไว้

 

----------------------------------

 

            [อีก 3 นาที จะถึงจุดหมาย ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านเตรียมพร้อมที่จะลงจากเครื่องด้วยค่ะ] เสียงอัตโนมัติพูดขึ้นมาทันทีที่ใกล้จะถึงสถาบันอีเดน เราทั้ง 3 คนก็เตรียมเก็บของกันจนเสร็จ ซึ่งก็ไม่มากเท่าไหร่เลยใช้เวลาไม่นาน

 

            ทันทีที่เครื่องลงจอด และประตูเปิดออก เราทั้ง 3 คนก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็น สถานที่ที่เครื่องบินลงจอดแห่งนี้ มันเป็นสถานีลอยฟ้า ไม่สิ ถ้าจะให้พูดให้ถูกต้องก็คือ ทวีปทั้งทวีปเลยต่างหากที่มันลอยอยู่บนฟ้า ฉันมองลงไปยังด้านล่างก็พบแต่ท้องทะเลที่กว้างสุดลูกหูลูกตา ทวีปแอตแลนติสคือทวีปลอยฟ้าอย่างนั้นเหรอ ถึงว่าสิที่ไม่มีข้อมูลบอกได้ว่าทวีปแห่งนี้ตั้งอยู่ที่ไหน ก็มันเล่นลอยอยู่แบบนี้ จะให้บอกพิกัดได้ยังไงกัน

 

            ขอต้อนรับผู้เดินทางทั้ง 3 คนครับ ผมเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์ของสถาบันอีเดน ทางเราได้รับทราบข้อมูลเบื้องต้นมาก่อนแล้ว หากไม่มีใครติดธุระจำเป็นอะไรในตอนนี้ ผมอยากจะขอให้ทุก ๆ ท่านตามผมมาเพื่อที่จะได้ไปพบกับท่านผู้อำนวยการของสถาบันด้วยครับ

 

            เสียงดังกล่าวดังขึ้นมาจากชายคนหนึ่งที่เดินเข้ามาหาพวกเราทั้ง 3 คน เขาเดินมาพร้อมกับคนอีก 5 คน ที่ดูเหมือนจะเป็นคนคอยจัดการสัมภาระของพวกเราแทนทั้งหมด

 

            ฉันและทุกคนเดินตามชายคนที่มารับ แล้วเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่งซึ่งผนังห้องเป็นกระจกใส ทำให้มองเห็นรอบ ๆ ตัวได้ทุกทิศทาง ภายในห้องมีที่นั่งพักเป็นโซฟาขนาดใหญ่หลายตัว มีเครื่องอำนวยความสะดวกครบครัน อากาศในห้องก็เย็นสบายน่าอยู่ แต่พอประตูปิดลง ห้องดังกล่าวก็เคลื่อนตัวอย่างนิ่มนวลออกจากจุดเดิมไปตามสายพานที่ยาวเหยียดเพื่อเข้าสู่เขตสถาบัน

 

            จุดที่พวกเราอยู่เมื่อกี้ เป็นอาณาเขตของเมืองครับ และสถานที่ที่เราจะไปในตอนนี้ก็คือสถาบันอีเดน ซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก ตอนนี้อาศัยที่ยังพอมีเวลา ผมจะขอชี้แจงข้อมูลที่ควรทราบซักนิดนะครับ หรือหากใครอยากพักก็พักได้ตามสบายครับผม ชายฝ่ายประชาสัมพันธ์พูดขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ฉันเดินไปนั่งอยู่บนโซฟาตัวเล็ก ๆ ก็พบว่ามันนุ่มกว่าเตียงที่ฉันเคยนอนซะอีก

 

            เขาเล่าให้ฟังว่า สถาบันอีเดนนี้ ตั้งอยู่บนทวีปแอตแลนติส ซึ่งขณะนี้ลอยอยู่แถบสามเหลี่ยมเบอร์มิวด้า โดยอาศัยพลังงานแม่เหล็กของโลกทำให้ลอยตัวอยู่ได้ การที่จะเข้ามาในทวีปจะต้องใช้เครื่องบินเฉพาะของทางทวีปเท่านั้น หากเป็นเครื่องบินอื่นก็อาจตกลงสู่ทะเล หรือหลงทิศหลงทางไปได้ ทำให้ทวีปแห่งนี้มีความปลอดภัยมากที่สุดในโลก

 

            แต่ไม่ได้หมายความว่าไม่มีอันตรายเลย บนทวีปแห่งนี้มีอาณาเขตป่าอยู่ที่ 2 ใน 4 ของทั้งหมด ซึ่งในป่านั้นมีสัตว์ร้ายอยู่มากมาย ด้วยสาเหตุใดก็ไม่ทราบทำให้สัตว์ร้ายดังกล่าวมีความเก่งกาจและสติปัญญาที่มากเกือบเทียบเท่ามนุษย์ บ่อยครั้งที่ผ่านมา พวกสัตว์ร้ายมันเข้าโจมตีมนุษย์ในเขตเมือง ทางสถาบันเลยสร้างกำแพงขนาดใหญ่ล้อมรอบเขตที่มนุษย์อยู่ไว้ ซึ่งเป็นกำแพงสูง 50 เมตร ทำให้มนุษย์ไม่ได้รับความเดือดร้อนจากการโจมตีของสัตว์ร้ายอีกเลย ( ฉันมองเห็นกำแพงขนาดสูงใหญ่ที่ถูกสร้างเป็นแนวยาวคล้าย ๆ กับกำแพงเมืองจีนในอดีต ในทุกระของกำแพงจะมีทางเข้าออกอยู่เสมอ แบ่งออกไปตามระยะความห่างที่เท่า ๆ กัน ฉันรู้สึกเหมือนกับเคยเห็นภาพกำแพงแบบนี้มาจากอะไรซักอย่างแต่ฉันก็จำไม่ได้ คงไม่มีสัตว์ร้ายขนาดใหญ่มาเล่นเตะกำแพงให้เป็นรูหรอกเนอะ )

 

            และอีกสิ่งที่เป็นจุดเด่นของทวีปแห่งนี้คือ ทุกชีวิตจะไม่สามารถดับสูญได้ หากชีวิตใดบาดเจ็บถึงตาย ก็จะเกิดใหม่ตามเวลาที่กำหนดไว้ ด้วยสาเหตุนี้ทำให้ทั้งมนุษย์ และสัตว์ร้ายในทวีปแห่งนี้ต่างก็เบื่อที่จะต่อสู้กัน เพราะยังไงมันก็ไม่มีทางจบสิ้น เว้นแต่มนุษย์บางคน หรือสัตว์ร้ายบางตัวที่อยากจะพัฒนาฝีมือตัวเอง นาน ๆ ทีก็จะออกมาสู้กันบ้าง

 

            หลังจากที่ฉันนั่งฟังคำอธิบายแบบหลับ ๆ ตื่น ๆ ได้ไม่นาน ห้องกระจกดังกล่าวก็มาถึงจุดหมาย ตอนนี้ก็ยังเป็นเวลากลางวันอยู่ เราเดินออกจากห้องดังกล่าวไปตามทางเดินเรื่อย ๆ จนมาถึงอาคารหลังหนึ่ง จากนั้นเขาก็พาเดินขึ้นไปยังห้องที่มีป้ายติดไว้ว่า [ห้องผู้อำนวยการ] ชายที่นำเราทั้งสามคนมาก็ขอแยกทางไปจากตรงนี้ โดยบอกให้เราทั้งสามคนเปิดประตูเข้าไปเอง

 

            โทยะ เปิดประตูแล้วเดินเข้าไปเป็นคนแรก จากนั้นก็เป็นฉันกับริน พอเข้ามาก็พบกับผู้ชายคนหนึ่ง อายุน่าจะประมาณ 30 ปี ใบหน้าของเขากำลังยิ้มตอนรับเราทั้ง 3 คนอยู่ ผมสีน้ำตาลเข็ม ดาวตาสีฟ้าเหมือนท้องทะเล ดูจากลักษณะก็เป็นคนหน้าตาดี เพียงแต่บรรยากาศมันเหมือนกับการเข้าพบผู้อาวุโสยังไงอย่างนั้น เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คสีกรมท่า สวมรองเท้าหนังสีดำ กำลังยืนอยู่ข้าง ๆ กับตู้หนังสือขนาดใหญ่ มองมายังเราทั้งสามคน

 

            ยินดีต้อนรับเข้าสู่สถาบันอีเดน แห่งทวีปลอยฟ้าแอตแลนติสครับ ผมผู้อำนวยการของสถาบันแห่งนี้ ชื่อว่า ไลท์ ชารสัน จะเรียกง่าย ๆ ว่า ผอ. ไลท์ ก็ได้ครับ ชายในห้องพูดแนะนำตัวอย่างยิ้มสบาย ฉัน โทยะ และริน จึงแนะนำตัวตอบทันทีด้วยท่าทางของคนที่ด้อยกว่าด้วยวัยวุฒิ และคุณวุฒิ

 

------------------------------------------


จากใจไรท์เตอร์ตาดำ ๆ (รวมทั้งขอบตาดำเพราะนอนดึกไปเสียแล้ว)


                    อ้ากกกกกก!!  ไหงมันยาวขึ้นอีกแล้วเนี้ย ไม่ได้ ๆ ตอนต่อ ๆ ไปผมต้องให้มันสั้นลงกว่านี้ให้ได้เลยครับ เดี๋ยวรีดเดอร์จะตาลายเพราะมันยาวเกินไปเสียก่อน (คิดไปเองรึเปล่า?)


                    อ่า........ตอนนี้ไรท์พยายามจะเอาเข้าสู่เนื้อหาตอนเข้าเรียนให้ได้ แต่สุดท้ายก็ยังไม่ได้เฉียดเลย ปาไป 10 หน้าตามลิมิทละ ฮ่ะ ๆ ๆ ๆ งงกับตัวเองจริง ๆ (หัวเราะพร้อมน้ำตา ฮื่อ ๆ ๆ ทำไมนิยายที่ไรท์แต่งมันถึงเป็นแบบนี้นะ)


                    ขอขอบคุณสำหรับทุก ๆ ท่านที่อ่านและชื่นชอบนิยายเรื่องนี้ ขอบคุณสำหรับทุก ๆ คอมเม้นเลยนะครับ ยิ่งกว่านั้น ขอกราบขอบพระคุณสำหรับแฟนคลับนิยายเรื่องนี้ทุกคนเลยครับผม (ย้ำอีกนิด ผมเล่นบล๊อคของ Dek d ไม่เป็นอะ ที่ทำเป็นก็แค่เข้าไปดูนู้นดูนี้ เท่านั้น ยังไงก็กราบขออภัยด้วยนะคร้าบ)


------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

184 ความคิดเห็น

  1. #71 จอมมารผลึกหยก (@pronpiboon) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2559 / 08:17
    สนุกมากครับอ่านยาวเพลินเลยลืมคอมเมนติดตามต่อไปนะคนับสู้ๆ
    #71
    1
    • #71-1 CrossMelody (@CrossMelody) (จากตอนที่ 20)
      18 พฤษภาคม 2559 / 08:22
      เย้ ๆ ขอบคุณที่สนุกไปกับนิยายเรื่องนี้นะคร้าบ

      และขอบคุณสำหรับคอมเม้นด้วยฮับป๋ม

      เดี๋ยววันนี้มีสองตอนนะครับ อิอิ ^_^
      #71-1
  2. #68 owari45176 (@owari45176) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 18:44
    ตอนต่อไปเข้าเรียนแล้วซินะ หิหิหิ ฮ่าๆๆๆๆๆ เอกเอ้ย ยูกิโกะเอ๋ยจิตใจเจ้าจะเป็นหญิงตลอดไป ฮ่าๆๆๆๆ
    #68
    1
    • #68-1 ไรท์เตอร์เองคร้าบ (จากตอนที่ 20)
      17 พฤษภาคม 2559 / 20:27
      เข้าเรียนแล้วเจออะไรที่หนักกว่าตอนอยู่บ้านอีกนะครับ อิอิ



      ไรท๋กำลังตัดตอนให้สั้นลงอยู่เลยครับ มันยาวเกินไปอีกแล้ว ล่อไป 15 หน้าละ ฮื่อ ๆ ๆ



      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นทุก ๆ คอมเม้นเลยนะครับผม เย้ ๆ ๆ ^_^
      #68-1
  3. #67 SanCtiTyKnighT (@SanCtiTyKnighT) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 18:09
    นี้จัเป็นคอมเม้นสุดท้าย(เเต่ไม่ท้ายสุด)ผมมีธุระต้องไปตจว.ไปนุกลางทะเล ซึ่งไม่มีสัญญาณ T.T 

    เข้าเรื่อง ขอไห้ทุกท่านจิตณาการ ถึงชุดว่ายน้ำสีชมพูโดยมียูกิจัง เป็นคนไส่ เฮือกก.....นอนตายเพราะเลือดไหลหมด -.,-

    เเล้วก้อกำเเพง50เมตร ตอนหน้าจะมี ไททัน มาพังกำเเพงเเน่นอน ^o^ 

    ขอขอบคุณผู้เเต่งมากเลยนะครับที่เเต่งนิยายสนุกๆมาไห้อ่าน ขอบคุณจริงๆครับ เเต่หลังจากนี้ อาจจะไม่เหนคอมเม้นของเรานานหน่อยนะ อย่าน้อยใจเลิกเเต่งละ(เดวโดนคนอื่นฆ่าตายเอา) บายๆครับ เจอกันอีกที่ 30 พฤษภาคม ครับ 
    #67
    1
    • #67-1 ไรท์เตอร์เองคร้าบ (จากตอนที่ 20)
      17 พฤษภาคม 2559 / 20:35
      อยู่แท่นขุดรึเปล่าครับ เพื่อนผมอยู่แท่นเหมือนกัน แหะ ๆ ยังไงก็เดินทางปลอดภัยนะครับ ภาคใต้ได้ข่าวว่าฝนตกบ่อยเลยช่วงนี้



      ขอบคุณที่สุดเลยครับ ที่เม้นเป็นกำลังไงให้ไรท์มาเสมอ เดี๋ยวค่อยกลับมาอ่านแบบหลาย ๆ ตอนด้วยนะครับ อิอิ



      เดินทางปลอดภัยครับผม สู้ ๆ คร้าบบบ ^_^



      ป.ล. ยูจังบอกช่วงนี้ไม่ว่างไปทะเล เพราะเรียนหนักมาก แต่โทยะบอกว่าง ยูจังเลยให้โทยะไปแทนนะครับ /เผ่น



      ไททั่นไม่มีคร้าบ แอบแซวเรื่องกำแพงเฉย ๆ แหะ ๆ (ส่วนหนึ่งของเรื่องนี้ ผมได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องไททั่นนี่แหละครับ) (^_^)
      #67-1
  4. วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 12:53
    ไม่รู้จะเม้นไรดีเอาเป็นว่าจุดจุดจุดก็แล้วกัน
    #66
    3
    • #66-1 CrossMelody (@CrossMelody) (จากตอนที่ 20)
      17 พฤษภาคม 2559 / 13:32
      ยังไงผมก็ดีใจคร้าบ ขอบคุณนะครับที่เม้นมาเป็นกำลังใจให้เสมอ ๆ ^_^

      ตอนต่อไปเข้าห้องเรียนแล้ว เย้ ๆ ๆ

      (กำลังพิมพ์อยู่เบย ปาไปครึ่งตอนละ กำลังเข้าห้องเรียน....แหะ ๆ)

      ขอบคุณสำหรับทุก ๆ คอมเม้นนะครับผม เดี๋ยวบอกโทยะให้ไปจุ๊บ ๆ ในฝันทุกคืนเป็นการตอบแทนนะฮับ อิอิ/เผ่น
      #66-1
    • #66-3 ไรท์เตอร์เองคร้าบ (จากตอนที่ 20)
      17 พฤษภาคม 2559 / 20:39
      เอิ้ก ๆ เดี๋ยวบอกให้โทยะไปแปรงฟันก่อนดีกว่าเนอะ ^_^



      #66-3
  5. #65 honeybee (@honerybee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2559 / 08:42
    ยาวอย่างนี้ดีแล้วค่ะ อ่านแล้วสนุกดีไม่ตาลายหรอกค่ะ ยิ่งยาวยิ่งชอบ จะรออ่านต่อไปนะค่ะ
    #65
    1
    • #65-1 CrossMelody (@CrossMelody) (จากตอนที่ 20)
      17 พฤษภาคม 2559 / 08:47
      เดี๋ยวจะจัดแต่ละตอนให้พอดีกับเนื้อหา มันจะได้ไม่ขาดช่วงดีกว่าเนอะ ยาวไปรึเปล่าไม่สำคัญ อิอิ

      ขอบคุณที่ติดตามนิยายเรื่องนี้ และขอบคุณสำหรับคอมเม้นด้วยนะครับผม ^_^ เย้ ๆ ๆ
      #65-1