ลิขิตโลกา - One World

ตอนที่ 15 : หมื่นทิวา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 347
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    12 พ.ค. 59


บทที่ 15 หมื่นทิวา

 

            โอ้ย ๆ ๆ ไหล่ฉันหลุดแล้วนะยัยริน โอ้ยพอแล้ววว~~~ ” ฉันร้องออกมาด้วยความทรมานและความเจ็บปวด โดยมีโทยะแอบดูอยู่หลังต้นไม้ เพราะกลัวโดนลูกหลง

 

            ไม่เป็นไร ๆ ไหล่หลุด หลังเดาะ เอวเคล็ด เดี๋ยวพี่รินคนนี้ดัดให้แป็บเดียวก็หายแล้ว มาฝึกกันต่อเถอะ และถ้าเธอไม่เรียกฉันว่าพี่เหมือนกับโทยะล่ะก็ รับรองครั้งหน้าฉันบิดแบบไม่หายจริง ๆ ด้วย รินพูดขึ้นมาพร้อมกับคว้าตัวฉันให้ลุกขึ้นมาเพื่อฝึกต่อ

 

            จากการฝึกโหดนรกแตกของริน (พะ.....พี่ริน....ก็ได้) ทำให้ฉันรู้ถึงเหตุผลที่กองกำลังใหม่ชุดนั้นลาออกกันหมดแล้ว ยัยรินเล่นสอนโดยไม่สนว่าคนฝึกจะมีอาการยังไง หัวไหล่ฉันหลุด แต่ก็ถูกดัดเข้าที่ (ด้วยความเจ็บปวด) หลังฉันเหมือนจะเคลื่อนไปนิดหน่อย แต่รินก็จับดัดร่างจนมันเข้าที่เหมือนเดิม (ร้องจ๊ากจนนกในป่าหลังบ้านบินหนี) ข้อเท้าแพลง ก็โดนดัดคืนอย่างรุนแรงกว่าจนหาย (พร้อม ๆ กับน้ำตาแห่งความทรมาน)

 

            แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ได้เรียนรู้อะไรหลาย ๆ อย่างมาจากการสอนของริน สิ่งที่เป็นชิ้นเป็นอันมากที่สุดก็คือวิชา [ระบำจันทรา] ซึ่งเป็นท่าร่างการขยับตัวระหว่างต่อสู้ มีประสิทธิภาพในการหลบ และเข้าประชิดตัวเพื่อโจมตี ทำให้ผู้ใช้สามารถหลบการจู่โจมในระยะประชิดได้ด้วยเช่นกัน และหากคนที่อยู่ข้างนอกวงการต่อสู้มองเข้ามาก็จะมองเห็นผู้ใช้ท่าร่าง เหมือนกำลังระบำอย่างอ่อนช้อยท่ามกลางการส่องแสงประกายของดวงจันทร์

 

            เพียงแต่วิชานี้จะใช้ได้แค่ผู้หญิงเท่านั้น ก็แน่ล่ะ จะให้ผู้ชายมาบิดเอวทำท่าเหมือนระบำอยู่ระหว่างต่อสู้ก็คงดูไม่ได้หรอกนะ โทยะโดนรินบังคับให้ลองฝึกดูเป็นตัวอย่าง ผลที่ปรากฏก็คือ ฉันและรินลงไปนอนกุมท้องอยู่บนพื้นด้วยความตลกแบบหยุดไม่อยู่ ลักษณะมันเหมือนกับมัมมี่ถึก ๆ ที่พยายามจะเป็นนางระบำของวังหลวงอะไรประมาณนั้น (จากนั้นโทยะก็วิ่งหนีไปอยู่หลังต้นไม้จนฝึกเสร็จ)

 

            วิชาระบำจันทรา มีอยู่ 4 ขั้นตอน ขั้นแรกเป็นการวางตำแหน่งเท้าและท่าทาง ขั้นที่สองเป็นการก้าวเดินโดยมีแบบจำลองเป็นวิถีโคจรของดวงจันทร์ ขั้นที่สามเป็นการเข้าประชิดศัตรูในการต่อสู้ ขั้นที่สี่เป็นการโจมตีในระยะประชิด โดยเน้นไปทางด้านบิด หัก ปัด จี้ และกด

 

            แต่ปัญหาสำหรับฉัน คือ การที่ร่างกายผู้หญิงนี้ไม่สามารถออกแรงได้มากนัก ทำให้ฉันไม่สามารถบิดข้อต่อ หักกระดูก ตามที่รินอธิบายให้ฟังในขั้นที่สี่ได้ (มันคงไม่เกี่ยวกับที่รินแรงเยอะเกินหญิงหรอกเนอะ......ฉันคิดว่าไม่เกี่ยวนะ......มั้ง)


            ในช่วงที่เราทั้งสามคนกำลังทานอาหารเย็นกันอยู่ รินแนะนำว่า ฉันคงต้องหาอาวุธสั้นมาใช้ประกอบกับวิชานี้ด้วย เพื่อเป็นการปิดจุดด้อยของฉันในขั้นที่สี่ ฉันเองก็เห็นด้วยอยู่เหมือนกัน แต่ก็ไม่รู้จะใช้อาวุธอะไรดีเนี้ยสิ ปกติมีแต่ศอก กับหมัดเท่านั้นเอง โทยะพอเห็นฉันกำลังคิดหนัก เลยเสนอทางออกของปัญหา ด้วยการให้ฉันใช้อาวุธเป็นตะเกียบ เพราะมันไม่เหมือนใคร และไม่มีใครอยากเหมือน ฉันได้ยินก็เกิดความรู้สึกตื้นตันใจที่เพื่อนสนิท (หรือพี่ชาย) ให้คำแนะนำอันบรรเจิดมาให้ ฉันรีบเก็บไอเดียนี้ไว้ (ในถังขยะ) ทันทีที่โทยะบอกมา

 

            หลังจากนั้น พวกเราก็แยกกันออกไปพักผ่อน รินก็ตัดสินใจนอนที่บ้านโทยะด้วยอีกหนึ่งคน ฉันขึ้นห้องมาเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอีกครั้ง เพราะชุดเดิมคลุกฝุ่นไปหมดแล้ว ขณะที่กำลังนอนแช่น้ำอยู่นั้นฉันก็คิดถึงเรื่องที่รินแนะนำมา

 

            อาวุธสั้นอย่างงั้นเหรอ.......จะว่าไปแล้วตอนที่ฉันอ่านหนังสือที่คุณพ่อเคียวยะให้มา เหมือนว่าจะมีบทเกี่ยวกับการขึ้นรูปพลังจิตไว้ด้วยนี่น่า แต่ฉันจะฝึกได้รึเปล่านะ ถ้าจะขอคุณตามาสอนคุณตาจะมารึเปล่าเนี้ย อาบน้ำเสร็จค่อยลองตะโกนเรียกดูก็แล้วกัน

 

            พอทำอะไรเสร็จทั้งหมดแล้ว ฉันนั่งลงไปบนพื้นห้อง พร้อมกับลองหลับตาคิดถึงคุณตาดู พร้อมกับตะโกนในใจว่ามาหาหนูหน่อย ซ้ำไปซ้ำมาอยู่แบบนั้น

 

            ว่ายังไงยัยหนู เรียกข้าซะขนาดนั้น เจ้าคิดว่าข้าว่างมากรึยังไง เสียงคุณตาดังขึ้นเบา ๆ จากข้างหน้าของฉัน ฉันลืมตาขึ้นมาก็พบว่า คุณตายืนอยู่ข้างหน้า พร้อมกับมือข้างหนึ่งถือแปรงซักผ้า และอีกข้างถือกระโปรงที่มีฟองผงซักฟอกติดอยู่

 

            อ๊ะ.....คุณตาโดนใช้ซักผ้าจริง ๆ ด้วยอะ ฉันเผลอตัวหัวเราะออกมาเบา ๆ จากนั้นฉันก็โดนบ่นร่ายยาวเป็นระยะเวลา 15 นาทีติดต่อกันจนหูชา

 

            แล้วที่เจ้าเรียกข้ามาอีกครั้งเนี้ย แค่จะมาหัวเราะกับสภาพของตาตัวเองแค่นั้นรึไงห่ะ คุณตาถามหลังจากบ่นจนพอใจแล้ว

 

            ฉันเลยเล่าเรื่องที่รินแนะนำมา พร้อมกับเล่าถึงการขึ้นรูปพลังจิต ตามที่ได้อธิบายไว้ในหนังสือ คุณตาบอกว่าถ้าเรื่องแค่นั้น ฉันในตอนนี้พอจะยังทำได้ แต่ต้องมีคุณตาคอยระวังให้เท่านั้น ฉันจึงขอให้คุณตาช่วยสอนให้ทันที

 

            เริ่มต้นด้วยวิธีการที่เหมือนเดิมคือ ฉันต้องนั่งสมาธิตั้งจิตให้สงบ จากนั้นท่ามกลางความสงบของจิต ก็เกิดความมืดกับแสงสว่างสีทองออกมาอีกครั้ง จงมอง แต่อย่าพิจารณา ให้เจ้ารู้ว่ามองเพื่อมอง เห็นเพื่อเห็น เพียงแค่นั้น ทุกสิ่งทุกอย่างไม่ว่าโลกนี้ หรือโลกหน้าก็เป็นเพียงภาพลวงตาเท่านั้น เสียงคุณตาดังขึ้นเบา ๆ ให้ฉันได้ยิน

 

            ฉันมองความมืดและแสงสว่างนั้นต่อไป โดยไม่สนใจว่ามันจะเปลี่ยนแปลงเป็นอะไร สิ่งที่ฉันตั้งจิตสมาธิกำหนดไว้ มีแค่ความสงบเท่านั้น ไม่ว่าจะเกิดเปลวไฟแผดเผาใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ แต่นั้นก็เป็นเพียงภาพมายา เหมือน ๆ กับที่มีมือของซากศพเน่า ๆ ค่อย ๆ เอื้อมออกมาจากความมืดใกล้เข้ามาหาฉัน แต่พอมันมาสัมผัสกับตัว ภาพต่าง ๆ เหล่านั้นก็จางหายไป

 

            เวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ฉันบอกไม่ถูก ในที่สุดทั้งความมืดและความสว่างที่เกิดขึ้นในดวงจิตของสมาธิก็พลันหลอมรวมกัน จนกลายเป็นผลึกแก้วสีรุ้งขนาดพอ ๆ กับฝ่ามือลอยอยู่แทนที่ พลึกแก้วนี้ให้ความรู้สึกที่คุ้นเคย และชวนให้คิดถึงแปลก ๆ


            ออกจากสมาธิได้แล้วยัยหนู เจ้าได้ในสิ่งที่เจ้าต้องการแล้ว เสียงคุณตาดังขึ้นอีกครั้ง ฉันค่อย ๆ ถอนตัวเองออกมาจากสมาธิ ผลึกแก้วสีรุ้งที่ปรากฎในจิตก็ค่อย ๆ จางหายไป จากนั้นฉันก็ลืมตาขึ้นมามองคุณตา

 

            เอาล่ะ เจ้าได้แกนกลางของจิตเพื่อใช้ขึ้นรูปพลังจิตของเจ้าแล้ว หลังจากนี้ก็ลองทำด้วยตัวเองแล้วกัน มันไม่ได้ยากอะไรหรอก เดี๋ยวจิตของเจ้ามันก็จะบอกเอง ข้าต้องไปซักผ้าให้ยายแก่นั้นแล้ว ถ้าไม่ทันจะโดนเพิ่มงานอีก ว่าแล้วคุณตาก็ค่อย ๆ จางร่างหายไปอีกครั้ง

 

            ฉันพูดขอบคุณคุณตาขึ้นมาเบา ๆ โดยรู้ว่าคุณตาต้องได้ยินแน่นอน จากนั้นก็หยิบหนังสือขึ้นมาอ่านอีกครั้ง จนกระทั่งมั่นใจว่าไม่ตกหล่นตรงไหนและจำได้หมด ก็ว่างหนังสือลง พร้อมกับยกมือแล้วแบออกตรงหน้าฉัน จากนั้นฉันเริ่มท่องคำกล่าวตามหนังสือที่ได้จำไว้ก่อนแล้ว

 

            ดวงจิตแห่งข้า จงสำแดงตัวตนเจ้าสู่โลกภายนอก

            “ ดวงจิตแห่งข้า จงแผลงฤทธิ์เดชเพื่ออวดอำนาจให้ทั้งสามโลกได้ประจัก

            “ ดวงจิตแห่งข้า จงสรรค์สร้างรูปลักษณ์เพื่อก่อกำเนิดในความเป็นจริง

            “ จงออกมา ดวงจิตแห่งความสงบ แล้วเจ้าจักผูกพันกับดวงวิญญาแห่งข้าผู้นี้

 

            เกิดผลึกแก้วสีรุ้งขึ้นมาเบื้องหน้าของฉัน มันเป็นผลึกแก้วชิ้นเดียวกันกับที่ฉันเห็นในตอนนั่งสมาธิกรรมฐาน จากนั้นฉันก็ได้ยินเสียงกระซิบเบา ๆ เหมือนกับเป็นเสียงของผู้ชายดังขึ้นมาในหัว


            จงปลดผนึกข้าออกเถิดนายแห่งข้า นามของข้าคือหมื่นทิวา และพันราตรี ข้าจักผูกพันกับดวงวิญญาของท่านตลอดกาล

 

            ฉันกุมมือหยิบผลึกแก้วสีรุ้งอย่างเบา ๆ เหมือนกับว่าฉันรู้วิธีการเปลี่ยนรูปมันอยู่แล้ว ไม่สิ มันไม่ใช่การเปลี่ยนรูป แต่มันเป็นการปลดผนึกสู่รูปลักษณ์ที่แท้จริงของดวงจิตในสมาธิฉันต่างหาก

 

            ฉันคลี่ผลึกแก้วออกด้วยมือทั้งสอง ผลึกแก้วถูกดึงออกและเปลี่ยนรูปกลายเป็นพัดสีขาว ที่มีด้านหนึ่งขาวล้วนไม่มีลวดลาย ส่วนอีกด้านเป็นรูปวาดของชายคนหนึ่งยืนหันหลังอยู่ระหว่างต้นไม้และผืนดิน พร้อมกับมีตัวอักษรเขียนติดอยู่ด้วยภาษาที่ฉันไม่เคยเห็น แต่ถึงอย่างนั้นฉันกลับอ่านออกได้อย่างน่าแปลกใจ " [หมื่นทิวา] อย่างงั้นเหรอ จากนี้ฉันขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะ "

 

            เหมือนว่าฉันจะเห็นชายในรูปภาพจะเกาหัวด้วยท่าเขินอายอยู่แว็ปหนึ่ง แต่พอมองดูอีกทีทีภาพนั้นก็ยังเหมือนเดิม ฉันพับเก็บพัดไว้ตามปกติ และกำลังจะเอาใส่ลงไปในกระเป๋ากางเกง (ไม่นะ...มันใกล้กับจุดนั้นของนายท่าน ข้าเป็นชายชาตรีนะ) เสียงดังเบา ๆ มาจากพัดที่ฉันถือ แต่ฉันไม่ได้ยินเพราะมัวแต่กำลังยัดพัดลงกระเป๋ากางเกง ทันใดนั้นพัดเปล่งแสงจนกลายเป็นสร้อยคอหยกสีเขียวปนขาว ฉันมองดูมันด้วยสายตาไม่เข้าใจนิดหน่อย แล้วจึงเอามาห้อยคอและเก็บไว้ในเสื้อแทน

 

            (ความคิดจากมุม ๆ หนึ่งของสร้อยหยก.......แย่ล่ะสิ ดันลืมคิดไปว่านายท่านมีหน้าอกแบบผู้หญิงด้วย ไม่นะข้าอุตส่าห์หลบเนินด้านล่าง กลับต้องมาสัมผัสเนินด้านบนแทนหรือนี้ อุ๊ฟ.........)

 

            เอ๊ะ!! หยกนี้เปลี่ยนสีได้ด้วยแหะ แปลกดีจัง กลายเป็นสีแดงเป็นหย่อม ๆ ไปซะแล้ว “ ฉันยกหยกยชขึ้นมาดูอีกครั้ง เพราะเหมือนจะได้ยินเสียงงืมงำ ๆ อะไรซักอย่าง แต่กลับเห็นว่ามีสีแดงปรากฎเป็นหย่อม ๆ แทนซะอย่างนั้น แต่ช่างเถอะ ตอนนี้รีบลงไปข้างล่างดีกว่า เหมือนจะได้ยินเสียงรินเรียกให้ไปทำอาหารแล้วด้วย ฉันรีบเก็บสร้อยหยกที่ห้อยคอไว้ในเสื้อเหมือนเดิม

           

            ( โอ้ว นายของข้าช่างไม่รู้อะไรเกี่ยวกับข้าเสียบ้างเลย.....และก็ช่างนุ่มนวลเต่งตึงแน่นเปรี๊ยะอะไรเช่นนี้ อั๊ก....เลือดข้าจักหมดตัวก็ครานี้แน่นอน...............โฮ้ว....นายท่าน ข้าขออภัย ข้านั้นมิได้ตั้งใจที่จะสัมผัสเนินอกอย่างใกล้ชิดให้เสื่อมเกียรติของนายท่านเช่นนี้เลย.....อั๊ก........ช่างนุ่มเสียนี้กระไร )


-------------------------------------------------------


หมื่นทิวาในรูปแบบพัด



หมื่นทิวาในรูปแบบสร้อยหยก




---------------------------------------------------------------------------------------------

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

184 ความคิดเห็น

  1. #147 COUNUSE!! (@SikumaRika) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2559 / 13:32
    พอปลดปล่อย รูปลักษณ์เสร็จเเล้ว ขั้นต่อไป ก็ บังไค!! สินะ สินะ ///ผิดๆๆๆๆ ถถถ
    #147
    1
    • #147-1 ไรท์เตอร์เองคร้าบ (จากตอนที่ 15)
      25 พฤษภาคม 2559 / 14:50
      ใช่เรื่องที่ตัวประกอบหัวส้ม ๆ รึเปล่าครับ อิอิ



      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคร้าบ เย้ ๆ ๆ
      #147-1
  2. #93 BossFinn (@bossnalak) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2559 / 06:42
    ขอบคุณครับ
    #93
    1
    • #93-1 CrossMelody (@CrossMelody) (จากตอนที่ 15)
      21 พฤษภาคม 2559 / 07:24
      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นทุก ๆ คอมเม้นเหมือนกันนะครับ ^_^ เย้ ๆ ๆ
      #93-1
  3. #41 owari45176 (@owari45176) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 20:49
    ถ้าพัดนี่กลายเป็นคน พระเอกคงต้องเปลี่ยนจากนางสาวเป็นนางแทนมั้ง(หยอกๆ)
    #41
    1
    • #41-1 ไรท์เตอร์เองคร้าบ (จากตอนที่ 15)
      12 พฤษภาคม 2559 / 21:57
      อุ๊ย.....อยากลองเขียนแบบนั้นบ้างเหมือนกัน แต่กลัวโดนแบน แหะ ๆ



      ขอบคุณสำหรับทุก ๆ คอมเม้น และการอ่านนิยายเรื่องนี้นะครับ เย้ ๆ
      #41-1
  4. #37 SanCtiTyKnighT (@SanCtiTyKnighT) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 14:45
    น...นี่....นี่มัน เปนอาวุธที่โชคดีที่สุดใน 3 โลกแล้ว 
    ปล. สงสัยความหื่นของมันจะเปนของพระเอก(?) เพราะเปนอาวุทจิตใจไช่มะ เเค่เดานะ
    #37
    1
    • #37-1 ไรท์เตอร์เองคร้าบ (จากตอนที่ 15)
      12 พฤษภาคม 2559 / 15:03
      เป็นอาวุธที่คลายร้อนได้อย่างดีด้วยนะครับ พัดด้วยระบบคลายความร้อนระดับ 35000 บีทียู (มั่วละ)



      นอกจากความหื่นของพระเอกแล้วมีเหตุผลอะไรอีก เดี๋ยวรออ่านในเนื้อเรื่องได้เลยคร้าบผม



      ขอบคุณสำหรับทุก ๆ คอมเม้นเลยนะครับ ^_^
      #37-1
  5. #36 SanCtiTyKnighT (@SanCtiTyKnighT) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 14:44
    น...นี่....นี่มัน เปนอาวุธที่โชคดีที่สุดใน 3 โลกแล้ว 
    ปล. สงสัยความหื่นของมันจะเปนของพระเอก(?) เพราะเปนอาวุทจิตใจไช่มะ เเค่เดานะ
    #36
    1
    • #36-1 ไรท์เตอร์เองคร้าบ (จากตอนที่ 15)
      12 พฤษภาคม 2559 / 14:59
      ชะ.....ใช่แล้วคร้าบ แต่ไม่ใช่แค่นั้นนะ มีเหตุผลอยู่อีกนิดหน่อย อิอิ



      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคร้าบ
      #36-1
  6. #29 ห่อหมก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 11:17
    เปลี่ยนชื่อจาก หมื่นทิวา เป็น หื่นทิวา ดีกว่ามั้ง 555
    #29
    1
    • #29-1 CrossMelody (@CrossMelody) (จากตอนที่ 15)
      12 พฤษภาคม 2559 / 13:31
      แต่จริง ๆ มีสาเหตุที่มันหื่นขนาดนี้อยู่นะครับ

      ต้องติดตามอ่านกันในตอนต่อ ๆ ไป ^_^

      ขอบคุณสำหรับทุก ๆ คอมเม้นเลยนะคร้าบ

      (บางทีผมเม้น มันก็ไม่ยอมขึ้นเหมือนกันเลยครับ ต้องรอประมาณ 10 กว่านาทีถึงจะขึ้น แต่ยังไงก็ขอบคุณนะครับผม ^3^)
      #29-1
  7. #28 ห่อหมก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 11:17
    เปลี่ยนชื่อจาก หมื่นทิวา เป็น หื่นทิวา ดีกว่ามั้ง 555
    #28
    1
    • #28-1 CrossMelody (@CrossMelody) (จากตอนที่ 15)
      12 พฤษภาคม 2559 / 13:28
      ถ้าเปลี่ยนขอเอาเป็น หื่นหมื่นทิวา จะดีกว่านะครับ อิอิ

      ประมาณว่า หื่นมันทุก ๆ ทิวา อะไรแบบนั้น (ฉึก!!/โดนพัดบินมาปักหัว)

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคร้าบ ^_^
      #28-1
  8. #27 Lujetta (@Lujetta) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 10:16
    -หมื่นทิวาโรคจิต
    #27
    1
    • #27-1 CrossMelody (@CrossMelody) (จากตอนที่ 15)
      12 พฤษภาคม 2559 / 13:26
      อะเจ้ย.......พัดโดนด่าว่าโรคจิตแว้ว ความจริงมีสาเหตุอยู่นะครับ แต่ยังบอกไม่ได้ อิอิ

      ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะครับผม ^_^
      #27-1