หวานใจเจ้าพ่อเถื่อน

ตอนที่ 62 : บทที่ 13 ผมปล่อยคุณไปไม่ได้จริงๆ 75%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,757
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 114 ครั้ง
    17 ก.ค. 63



ราฟาเอลก้าวฉับๆ อย่างมั่นคงลงจากรถสีดำมันขลับตรงเข้าไปในคฤหาสน์หลังใหญ่โดยที่น้ำหนักของคนในอ้อมแขนไม่ได้เป็นอุปสรรคแต่อย่างใด  แม้จะก้าวเดินและทอดสายตามองไปข้างหน้า ทว่าความคิดของเขากลับหมกมุ่นอยู่กับเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา

เพราะมัวแต่หมกมุ่นอยู่ในความคิดของตัวเอง ทำให้คนที่ระวังตัวอยู่เสมอไม่ทันสังเกตเห็นสายตาของบอดี้การ์ดที่ลงมาทำหน้าที่เปิดประตูรถให้ และแค่เพียงลับหลังเขากับบอดี้การ์ดอีกคนที่ขับลีมูซีนเข้าไปจอดในโรงรถ ชายคนนั้นก็เดินหลบไปอีกทางพร้อมกับล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าแล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรออก

มือปืนนั่นยังไม่ตายครับ เสียงรายงานดังทันทีที่อีกฝั่งหนึ่งรับสาย

หมายความว่าไงที่บอกว่ายังไม่ตาย ข่าวหลายสำนักก็ยืนยันว่าตายแล้ว นายเองก็บอกว่าเห็นมือปืนนั่นตายจริงๆ” เพียร์ซเอ็ดตะโรใส่โทรศัพท์

มันจะเป็นไปได้ยังไง...

ทั้งข่าวที่ลงในหน้าหนังสือพิมพ์ ในทีวี ในอินเตอร์เน็ต ทั้งการยืนยันของสายข่าวที่เขาส่งแทรกซึมเข้าไปในทีมบอดี้การ์ดของราฟาเอล และศพในโรงพยาบาลที่เขาแอบส่งคนเข้าไปตรวจสอบ ทุกอย่างบ่งชี้ว่ามือปืนที่เขาส่งไปลอบฆ่าราฟาเอลแต่ทำงานพลาดได้ตายไปแล้ว และราฟาเอลก็ไม่มีเบาะแสที่จะตามหาคนที่อยู่เบื้องหลังเรื่องทั้งหมด หรือมันจะเป็นกลลวง

               คงเป็นกลลวงที่ทำให้เราตายใจครับ

               คำพูดของสายข่าวที่ตรงกับความคิดทำให้เพียร์ซสบถออกมา

               “นายแน่ใจนะว่าข่าวนี้ไม่ได้ผิดพลาด”

               “แน่ใจครับ ผมได้ยินไอ้ราฟาเอลมันคุยกับผู้หญิงของมัน”

“บ้าฉิบ! แล้วอย่างนี้ฉันจะรายงานคุณโรเบิร์ตยังไง ป่านนี้มันไม่รู้แล้วเหรอว่าคุณโรเบิร์ตเป็นคนที่สั่งให้ฆ่าพ่อกับแม่มัน รวมถึงตัวมันด้วย

ผมไม่แน่ใจครับ แต่เท่าที่เห็น ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ ทั้งสิ้น บางทีมือปืนนั่นคงยังไม่ได้พูดอะไรเพราะกลัวว่าน้องของมันจะเป็นอันตราย

ฉันไม่ชอบคำว่าบางทีของแกเลยโคลด์ เพราะมันหมายความว่าแกทำงานไม่ได้เรื่อง แม่ง! แล้วฉันจะรายงานคุณโรเบิร์ตยังไงวะเนี่ย รายงานไปมีหวังทั้งฉันทั้งแกอาจจะไม่รอด”

“งั้นก็ไม่ต้องรายงานสิครับ”

“แต่ถ้าไม่รายงาน คุณโรเบิร์ตรู้ทีหลัง จากอาจจะกลายเป็นไม่รอดแน่นอนน่ะสิ โธ่โว้ย!!!”

ผมว่าผมมีทางที่จะทำให้ท่านไม่ฆ่าเราทิ้ง

ว่ามา เพียร์ซเอ่ยขึ้นอย่างหนักใจก่อนจะเงียบฟังในสิ่งที่อีกฝ่ายรายงาน และเอ่ยขึ้นอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายรายงานจบ...

ฉันหวังว่ามันจะช่วยให้ทั้งฉันทั้งแกรอดพ้นจากความตายได้

พูดจบเขาก็กดวางสายทันที เพียร์ซพ่นลมหายใจออกมาหนักหน่วง ก่อนจะเดินตรงไปหาผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าเพื่อรายงานเรื่องคอขาดบาดตายให้อีกฝ่ายรับรู้

*

 คนของแกทำพลาดมาสองครั้งแล้วนะ แล้วแบบนี้ฉันจะไว้ใจใช้งานแกต่อได้ยังไง

เสียงตำหนิเกรี้ยวกราดดังลั่นเมื่อได้รับรายงานจากคนสนิท ใบหน้าซึ่งประดับด้วยหนวดเคราสีเทาเข้มของโรเบิร์ต เมเยอร์ยับยุ่งเพราะความขุ่นมัวที่อัดแน่นอยู่ในอก

“ขอโทษครับนาย ต่อไปผมจะไม่ให้พลาดอีก”

 “แกคิดว่ามันจะมีครั้งต่อไปให้แกแก้มืออีกงั้นเหรอ ป่านนี้ไอ้ราฟาเอลมันคงรู้แล้วว่าฉันเป็นคนบงการฆ่าพ่อกับแม่มัน มันไม่เอาทั้งฉันทั้งแกไว้แน่ โรเบิร์ตตะโกนก้องพลางพ่นลมหายใจหนักๆ ออกมาเพื่อระบายความรู้สึกที่อยู่ในอก มันคือความคุกรุ่นที่ผสมเข้ากันกับความหวาดหวั่นจนแยกแยะไม่ออก ถ้าเป็นเมื่อก่อนการจะลบเด็กหนุ่มที่ชื่อราฟาเอล อัลเบิร์ต อัลฟองเซ่ออกจากโลกนี้มันเป็นเรื่องง่ายแสนง่ายราวกับปอกกล้วยสำหรับเขา แต่ ณ ตอนนี้ ไม่ต้องพูดถึงการกำจัดทิ้งเลย แม้แต่เข้าใกล้ยังยากเสียด้วยซ้ำ ในเมื่อเด็กหนุ่มที่ไร้พิษสงใดๆ ในตอนนั้นได้กลายเป็นราชสีห์ตัวโตที่มีทั้งเขี้ยวทั้งเล็บไปแล้ว ส่วนเขาในตอนนี้ก็เป็นแค่ราชสีห์แก่ๆ ที่เขี้ยวเล็บสึกกร่อนไม่มีเหลือ

“เรื่องมันก็เกิดมาตั้งนานแล้ว ผมไม่เห็นราฟาเอลกระโตกกระตากอะไรสักอย่าง มันอาจจะยังไม่รู้ก็ได้นะครับนาย บางทีมือปืนนั้นอาจจะยังไม่ได้พูดอะไรก็ได้ บางทีมันอาจจะกลัวว่าน้องมันจะเป็นอันตราย” เพียร์ซใช้ประโยคเดียวกับสายข่าวแก้ตัวกับผู้เป็นนาย แล้วสิ่งที่โรเบิร์ตตวาดกลับมาก็ไม่ได้ต่างจากที่เขาตะคอกกลับไปในสายของโคลด์นัก

“อาจ! บางที! งั้นเหรอ ฉันเคยบอกแกไปแล้วครั้งหนึ่งว่าฉันไม่ชอบอะไรที่มันไม่แน่นอน” โรเบิร์ตตะคอกลั่นพลางพ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่

“ผมจะส่งคนไปปิดปากมือปืนนั่น ไม่ให้มันได้มีโอกาสพูดอะไรอีก...”

“ราฟาเอลไม่ใช่คนโง่ อีกอย่างแกรู้หรือไงว่ามันซ่อนไอ้เด็กนั่นไว้ที่ไหน แต่ถึงจะปิดปากมือปืนนั่นซะ แกจะแน่ใจได้ยังไงว่ามันไม่ได้พูดออกไปแล้ว หรือว่าฉันต้องฆ่าแกทิ้ง ราฟาเอลถึงจะสาวมาถึงฉันไม่ได้” โรเบิร์ตตวาดเสียงกร้าว ร่างสูงใหญ่ที่ยังแข็งแรงแม้ว่าจะล่วงเลยเข้าวัยร่วงโรยแล้วเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วตรงไปคว้าปืนสีดำมันเลื่อมมาไว้ในมือแล้วจ่อมันไปที่หน้าของคนสนิท

 “งะ...งั้นเราก็ต้องกำจัดมันทิ้งก่อนที่มันจะฆ่าเราสิครับ” เพียร์ซรีบละล่ำละลักพูดเสียงสั่น มัจจุราชที่จ่อมาตรงหน้าสร้างความหวาดหวั่นให้จนขาอ่อนแรงจนแทบทรุดลงกับพื้น

“แกคิดว่าหลังจากที่แกพลาดมาแล้วครั้งหนึ่ง ไอ้ราฟมันจะงี่เง่าปล่อยให้แกเข้าใกล้มันอีกได้งั้นเหรอ มันเพิ่มความปลอดภัยขึ้นเป็นสองเท่า ทั้งทีมบอดี้การ์ดที่เพิ่มจำนวนขึ้น ทั้งระบบความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น ไม่ต้องคิดว่าคนๆ หนึ่งจะเข้าใกล้มันได้เลย แค่มดตัวเล็กๆ ฉันยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะเข้าไปกัดมันได้ไหม” โรงเบิร์ตตรงเข้ากระชากเสื้อตรงอกของเพียร์ซแล้วจ่อปืนไปที่ขมับ อารมณ์เดือดดาลเดือดจัดขึ้นอีกเมื่อคิดถึงความผิดพลาดครั้งก่อน ทั้งที่ใช้เวลาวางแผ่นนับเดือน ดำเนินการอย่างรอบครอบยังพลาด แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างที่ควบคุมไม่ได้ และไร้แผนการแบบนี้มันจะสำเร็จได้

“ผมมีวิธีครับ”

“ขอให้แผนแกดีจริงเถอะ”

“ก็ในเมื่อเราเข้าไปฆ่ามันไม่ได้ ก็ทำให้มันมาให้เราฆ่าสิครับ และถ้ามันตายต่อไปนี้เราจะส่งอาวุธสงคราม ค้ายาเสพติดหรือขายผู้หญิงก็จะไม่มีใครมาขัดขวางเราอีก” เพียร์ซรายงานแล้วพูดต่อในสิ่งที่รู้ว่าจะทำให้อารมณ์เดือดจัดของผู้เป็นนายลดองศาลงได้

“หมายความว่ายังไง” โรเบิร์ตหรี่ตามองเพียร์ซ เขาปล่อยมือที่ขยุ้มเสื้อแล้วเดินออกห่างจากร่างใหญ่ของคนสนิทก่อนที่เขาจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่แล้วเป่าหัวมันทิ้งจริงๆ

>>>>>>>>>>>

ฝากติดตามเพจด้วยนะคะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 114 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,018 ความคิดเห็น