หวานใจเจ้าพ่อเถื่อน

ตอนที่ 5 : บทที่ 1 พรหมลิขิตแรกพบ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,997
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 171 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63



มินลดาจ้องหน้าเขาอย่างหยั่งเชิงและไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำยังไงต่อไป ในขณะที่อีกฝ่ายจ้องมองมาด้วยแววตาเรียบเฉยแบบที่มองไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่เมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมขยับตัวทำตามที่เขาสั่งเสียที ชายหนุ่มก็ยื่นมือเข้ามาหา และทันทีที่เขาขยับ เธอก็ขยับเช่นกัน แต่เป็นขยับถอยหนีนะ ไม่ใช่ขึ้นไปบนรถแบบที่เขาต้องการ

และวินาทีต่อจากนั้น เธอก็ตัดสินใจออกวิ่งเต็มฝีเท้าทันที...

ก็ในเมื่อร้องขอความช่วยเหลือก็คงไม่มีใครช่วย แจ้งตำรวจก็คงไม่มีตำรวจคนไหนกล้ายุ่งกับตระกูลอัลฟองเซ่ สิ่งเดียวที่คงจะช่วยเธอได้คงเป็น...ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน แต่เธอเพิ่งก้าวเท้าได้เพียงสามก้าวเท่านั้นอีกฝ่ายก็คว้าเอวเธอไว้เสียแล้ว

“ปล่อยนะ! ฉันไม่ไปกับคุณนะ” 

คนตัวเล็กกว่าเริ่มโวยวายเสียงดัง เธอยื้อตัวเองไว้เต็มกำลังพร้อมกับพยายามดิ้นรนสุดแรงเพื่อให้หลุดออกจากอ้อมแขนแข็งแรงที่รัดแน่นจนแทบหายใจไม่ออกแต่สุดท้ายมันก็ไม่เป็นผล แถมร่างของเธอยังถูกเหวี่ยงเข้าไปในรถเต็มแรงเสียอีก

มินลดารีบกระเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง หมุนตัว ก่อนจะพุ่งลงจากรถโดยใช้ประตูอีกฝั่งหนึ่ง เธอออกวิ่งเต็มฝีเท้าทันทีที่เท้าแตะบนพื้น แม้จะเหนื่อยหอบเพราะแรงที่มีถูกใช้ในการดิ้นรนต่อสู้กับผู้ชายเต็มตัวที่ตัวโตกว่าเกือบสองเท่า แต่เธอก็ขอสู้เฮือกสุดท้าย เพื่ออิสรภาพของตัวเอง

เพราะหากอีกฝ่ายคือราฟาเอล อัลเบิร์ต อัลฟองเซ่อย่างที่เขาบอกจริงๆ ณ เวลานี้ ในที่ที่เป็นสาธารณะแบบนี้ เธอยังหนีเขาไม่พ้น... หากไปถึงถิ่นของเขา เธอไม่มีทางหนีพ้นเงื้อมมือเขาได้เป็นแน่! และก็ไม่รู้ว่าจะได้กลับออกมาแบบมีชีวิตไหม?

“บ้าฉิบ!

มินลดาสะดุ้งเฮือก เมื่อเสียงสบถลั่นอย่างมีน้ำโหดังมาจากเบื้องหลัง แต่เธอก็ไม่กล้าหันกลับไปมอง เธอยังคงวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ พยายามหนีให้พ้นจากผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ที่ตั้งใจจะลิดรอนอิสรภาพของเธอไป แต่...

“กรี๊ดดด!!!

มินลดาหวีดร้องออกมาอย่างตระหนกเมื่อข้อมือถูกยึดไว้แล้วกระชากจากทางด้านหลัง ตัวของเธอลอยหวือถอยหลังไปปะทะกับกำแพงกล้ามเนื้อที่ทั้งแน่นและแข็ง

โบราณบอกไว้... ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จย่อมอยู่ที่นั่น แล้วทำไมของเธอถึงได้เป็น... ความพยายามอยู่ที่ไหน ความพยายามก็อยู่ที่นั่นได้ล่ะเนี่ย!

มินลดาพยายามบิดข้อมือออกจากการเกาะกุมของเขา แต่ก็ไม่สำเร็จแถมเขายังใช้แขนอีกข้างตวัดรอบเอวบางไว้อย่างแน่นหนา ยิ่งเธอดิ้นรนหาอิสรภาพให้ตัวเองมากเท่าไร อ้อมแขนก็ถูกรัดแน่นเท่านั้น ยิ่งดิ้นเขาก็ยิ่งรัดแน่นจนเธอเริ่มหายใจไม่ออก หญิงสาวจึงเปลี่ยนเป็นทุบตีคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลังด้วยแรงทั้งหมดแทน แต่ผู้ชายร่างใหญ่แบบเชื้อชาติตะวันตกกลับไม่สะดุ้งสะเทือน มีเพียงเสียงคำรามในคออย่างไม่พอใจเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเขาพอจะรู้สึกรู้สาอะไรบ้าง

การพาผู้หญิงตัวเล็กที่พยายามดิ้นรนอย่างไร้ทางสู้กลับไปยังรถที่จอดอยู่ไม่ไกลนักไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผู้ชายตัวใหญ่และแข็งแรงอย่างราฟาเอล เขารวบเอวเธอด้วยแขนเพียงข้างเดียว ยกเธอจนลอยหวือ และอุ้มร่างบอบบางราวกับจะปลิวไปกับสายลมเดินฉิ่วราวกับตัวเธอเป็นเพียงขนนก

เพียงไม่กี่ก้าวเขาก็ร่างเล็กที่ดิ้นรนไม่ยอมหยุดมาจนถึงยานพาหนะคันหรูจนสำเร็จ ชายหนุ่มวางร่างเล็กลงจนเท้าแตะพื้นก่อนจะผลักเธอให้ล้มลงไปในรถ

          โป๊ก!!!

“โอ้ย!!!

เสียงศีรษะกระแทกกับขอบประตู ตามด้วยเสียงร้องอย่างเจ็บปวดดังตามมาติดๆ

          “คุณมันไม่ใช่สุภาพบุรุษ”

มินลดาต่อว่าเขาพลางใช้มือคลำที่หัวปรอยๆ เพื่อบรรเทาอาการเจ็บ แต่แทนที่อีกฝ่ายจะรู้สึกผิด กลับตอบโต้กลับมาด้วยคำพูดและแววตาที่บ่งบอกว่ารำคาญเต็มทน...

          “ขยับไปนั่งฝั่งโน้นด้วย”

          มินลดาเชิดหน้าขึ้น มือทั้งสองข้างถูกยกขึ้นกอดอก มองอีกฝ่ายด้วยแววตาที่สื่อความหมายว่า... ถ้าฉันไม่ขยับคุณจะทำอะไรฉัน

          ราฟาเอลเลิกคิ้วขึ้นสูงเหมือนจะตอบการท้าทายทางสายตาของเธอด้วยคำตอบที่ว่า... จะเอาแบบนั้นก็ได้ก่อนจะทิ้งตัวลงมาเหมือนตั้งใจจะนั่งทับร่างเล็กๆ ของเธอ จนคนที่ตั้งท่าจะรวนเขาต้องรีบขยับหนีร่างโตๆ ที่ทิ้งตัวลงมาอย่างไม่พูดพร่ำทำเพลง ก่อนที่จะกลายเป็นกล้วยทับแบนแต๊ดแต๋

“คุณนี่มัน...โอ้ย!” มินลดาอดตะโกนใส่เขาไม่ได้

“มันอะไร แน่จริงพูดให้จบสิ”

“ไม่ใช่สุภาพบุรุษน่ะสิ” มินลดาต่อว่าเขาพร้อมกับขยับตัวตั้งใจจะขยับไปนั่งติดประตูรถอีกฝั่งหนึ่ง แต่มือหนากลับเอื้อมมายึดข้อมือเธอไว้แน่นทำให้เธอทำอย่างที่ต้องการไม่ได้

          “แล้วใครบอกว่าผมเป็น อีกอย่างตอนนี้ผมก็ขี้เกียจเล่นไล่จับกับคุณแล้วด้วย... มันเสียเวลา

“จะทำอะไร” มินลดาถามด้วยท่าทางตื่นตระหนก พร้อมกระถดถอยหนีตามสัญชาตญาณเมื่อเห็นอีกฝ่ายคลายเนกไทที่ใส่อยู่แล้วถอดมันออกในที่สุด แต่ความพยายามของเธอก็ยังเป็นได้เพียงความพยายามอยู่วันยังค่ำเมื่ออีกฝ่ายยังยึดข้อมือของเธอไว้อย่างแน่นหนา

“ก็ทำแบบนี้ยังไง”

ราฟาเอลตอบด้วยน้ำเสียงสบายๆ ก่อนจะใช้กำลังที่มากกว่าจับแขนของเธอไปไว้ข้างหลัง เนกไทที่เพิ่งถอดออกถูกใช้มัดข้อมือเล็กๆ ทั้งสองข้างไว้ด้วยกันอย่างแน่นหนา

“คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้กับฉันนะ” แม้จะหวาดๆ กับสายตาคมดุที่มองมา แต่มินลดาก็ยังตะโกะใส่เขาอย่างไม่ลดละ นัยน์ตากลมโตแวววับเอาเรื่อง

“ผมจะทำมากกว่านี้อีกถ้าคุณไม่หยุดทำเสียงดังหนวกหู”

“ฉันจะเสียงดังจะทำไม ถ้าคุณรำคาญก็ปล่อยฉันไปสิ”

“ผมมีวิธีที่จะทำให้คุณเงียบโดยที่ไม่จำเป็นต้องทำอย่างนั้น”

“คุณจะมัดปากฉันงั้นเหรอ ป่าเถื่อนที่สุด”

“ใช่” ราฟาเอลตอบรับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ก่อนจะยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปากของเขาแทบจะชิดกับริมฝีปากอิ่มสวย... “แล้วตอนนี้ผมก็ไม่มีเนกไทแล้วด้วย”

หน้าของมินลดาแดงแจ๋ เมื่อเข้าใจความนัยจากนัยน์ตาวาววับของเขาที่บ่งบอกอย่างชัดเจนว่าเขาจะใช้อะไรปิดปากเธอ หญิงสาวรีบผละหน้าออกห่าง เธอเม้มปากแน่น เงียบกริบ และมองเขาอย่างระแวงระไว

“ตกลงจะส่งเสียงดังอีกไหม”

“มะ... ไม่”

“ไม่อะไร” ราฟาเอลหรี่ตาเกือบจะเป็นเส้นตรงอย่างข่มขู่

“ฉันจะไม่พูด ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ทำเสียงหนวกหูอะไรแม้แต่คำเดียว”

“ดี”

พอได้สิ่งที่ต้องการ ราฟาเอลก็ถอยออกห่างจากร่างเล็กๆ หากแต่นุ่มนิ่มและหอมกรุ่นไปทั้งตัว เขายกขาขึ้นไขว่ห้าง เอนหลังพิงพนักแล้วเบนหน้าออกนอกหน้าต่าง ซ่อนรอยยิ้มที่กระตุกขึ้นมุมปากอย่างควบคุมไม่ได้ไว้ในความมืดสลัวของท้องถนนยามวิกาล

 ********

รัวๆ จ้าาาาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 171 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,018 ความคิดเห็น

  1. #866 kpumja (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2563 / 21:10
    หนุกๆๆๆๆๆค่ะ
    #866
    0
  2. #863 25142551 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 21:58

    ชักจะสนุกแล้วสิ

    #863
    0
  3. #85 Sirirat Tongdonyod (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 16:19
    อยากได้รูปเล่มแล้วค่ะ...คริคริ
    #85
    1
    • #85-1 mhoeymhoey(จากตอนที่ 5)
      6 มกราคม 2559 / 16:19
      เร็วๆ นี้ค่ะ
      #85-1
  4. #84 AmSad Ver (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มกราคม 2559 / 15:50
    เฮียยยยยยยยยย ขี้เก๊ก 5555
    #84
    1
    • #84-1 mhoeymhoey(จากตอนที่ 5)
      6 มกราคม 2559 / 16:20
      เปล่าขี้เก๊กสักหน่อยมันเป็นไปตามธรรมชาติ เฮียแก้ตัวหนักมาก
      #84-1