หวานใจเจ้าพ่อเถื่อน

ตอนที่ 4 : บทที่ 1 พรหมลิขิตแรกพบ 80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,141
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 127 ครั้ง
    12 มิ.ย. 63


          ความตกใจระคนงุนงงครอบงำอยู่ครู่ใหญ่เลยทีเดียว แต่พอตั้งสติได้มินลดาก็เริ่มดิ้นรนทันที ทว่าหัวที่ห้อยลงพื้นแถมยังแกว่งไกวไปมาก็ทำให้ยากที่จะคิดอะไรออก จนขึ้นไปนั่งบนลีมูซีนคันหรูสีดำสนิทนั่นแหละ สติสตังจึงกลับมาครบถ้วนอีกครั้ง

          “คุณจะพาฉันไปไหน” มินลดาตะโกนออกมาอย่างตื่นตระหนก

          “ผมบอกว่าจะจับตาดูคุณตลอดเวลา ดังนั้นคุณต้องไปกับผม”

          “ไม่เอา ฉันไม่ไป” มินลดาร้องลั่น เธอรีบก้าวเท้าลงจากรถด้วยความเร็วพอๆ กับตอนที่ร่างของเธอโดนยัดเข้ามา แล้วพอคนที่ทำอุกอาจเอื้อมมือมาหมายจะคว้าตัวเธอไว้ หญิงสาวก็รีบเบี่ยงตัวหนี

ตอนเธอพูดว่า ก็แล้วแต่คุณเธอตอนนั้นเธอไม่ได้หมายความหรือคิดว่ามันจะเป็นอย่างนี้สักหน่อย แต่ก็นั่นแหละ ทั้งน้ำเสียงและแววตาของคนตรงหน้าก็บอกได้อย่างชัดเจนว่าประโยคเมื่อกี้มันไม่ใช่ประโยคขอร้อง แล้วอีกฝ่ายก็ยืนยันความเข้าใจของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเข้ม...

          “คุณต้องไป”

          “คะ...คุณทำแบบนี้...ไม่ได้นะ” ท่าทางขึงขังจริงจังในคำพูดของอีกฝ่ายทำให้น้ำเสียงที่คิดว่าเอ่ยออกไปอย่างหนักแน่นสั่นระริก

          “ทำไมจะไม่ได้”

          “ก็ทำอย่างนี้มันผิดกฎหมายไง ฉันจะร้องให้คนช่วย” มินลดาขู่เขา

          “ตามสบาย” น้ำเสียงทุ้มยังคงราบเรียบ ราฟาเอลยกมือทั้งสองข้างขึ้นกอดอก แล้วยกไหล่ขึ้นด้วยท่าทางไม่ยี่หระกับคำขู่ของอีกฝ่าย

          “ฉันจะแจ้งตำรวจ” เมื่ออีกฝ่ายไม่มีท่าทีว่าจะกลัวคำขู่แรก มินลดาก็รีบเอ่ยอีกคำขู่ที่ผุดขึ้นมาในหัวด้วยน้ำเสียงและสีหน้าจริงจังขึ้นกว่าเดิม แต่แทนที่เขาจะรู้สึกรู้สากับสิ่งที่เธอโพล่งออกไป อีกฝ่ายกลับทำหน้าเหมือนเธอเป็นพวกน่ารำคาญก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยกว่าเดิม

          “เอาสิผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าจะมีตำรวจหน้าไหนกล้ายุ่งกับตระกูลอัลฟองเซ่”

          “...” สิ่งที่ได้ยินทำให้หญิงสาวอ้าปากค้าง ชะงักทุกคำพูดที่ตั้งใจจะโต้เถียงกลับไปทันที

อัลฟองเซ่ งั้นเหรอ คงไม่ใช่ตระกูลมาเฟียใหญ่ของอเมริกาหรอกนะ... มินลดาคิดอย่างตระหนก แม้จะเพิ่งมาถึงลาสเวกัสได้ไม่กี่วัน และแม้จะเป็นเรื่องที่ได้ยินแบบผ่านๆ แต่เธอก็จดจำกิตติศัพท์ของตระกูลเจ้าพ่อเก่าแก่ที่เหมือนจะเป็นเรื่องท็อกออฟเดอะทาวน์ของที่นี่ได้อย่างขึ้นใจ

“คุณคงไม่ใช่ราฟาเอล อัลเบิร์ต อัลฟองเซ่หรอกใช่ไหม” มินลดาเอ่ยถาม ในใจได้แต่ภาวนาขอให้เขาอย่าใช่คนที่เธอคิดอยู่ตอนนี้เลย เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ และจากสิ่งที่เธอได้ยินมา เธอคงไม่มีชีวิตได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นในวันพรุ่งนี้เป็นแน่

แต่เหมือนคำวิงวอนของเธอจะไม่เป็นผล หรือบางทีสิ่งศักดิ์สิทธิ์อาจไม่ได้ยินในสิ่งที่เธอร้องขอก็เป็นได้...

“ใช่!

ราฟาเอลเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะตอบรับคำถามของเธอด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยหากทว่าหนักแน่น...

บ้าชะมัด! แล้วเธอก็ด่าเขาไปเสียเยอะ จะโดนฆ่าหมกป่าหาศพไม่เจอไหมล่ะเนี่ย มินลดาครางอยู่ในใจ ตอนนี้เธอเข่าอ่อนจนแทบจะยืนไม่ไหวอยู่แล้ว

“ขึ้นรถได้แล้ว มันเสียเวลา” ราฟาเอลหลุบตาลงมองเวลาจากนาฬิกาเรือนหรูแวบหนึ่ง ก่อนจะตวัดตาขึ้นมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดรำคาญใจ

“ฉันไม่ได้เป็นพวกเดียวกับมือปืนนั่น ไม่ได้เป็นนกต่ออะไรทั้งนั้น ถ้าคุณไม่เชื่อ ก็ไปถามคนที่ยิงคุณดูสิ ถามเลยว่ารู้จักฉันไหม” มินลดากลั้นหายใจขณะโพล่งออกไปจนจบประโยค เธอกำมือแน่น พยายามไม่แสดงออกว่าตัวเองกำลังหวาดหวั่นเพียงใดที่ต้องอยู่ใกล้และโต้เถียงกับคนที่ดูน่าหวาดกลัวไปทั้งตัวแบบเขา

ข้อโต้แย้งของหญิงสาวทำให้ราฟาเอลเลิกคิ้วขึ้นเล็กๆ จนแทบมองไม่เห็น เขาเกือบลืมเรื่องมือปืนนั่นไปแล้วด้วยซ้ำ ถ้าเธอไม่หยิบยกขึ้นมาเขาคงลืมไปเสียสนิท

ราฟาเอลหันไปหาคนสนิท ซอว์เยอร์ขยับเข้ามาใกล้แล้วกระซิบรายงานสิ่งที่ผู้เป็นนายอยากรู้ด้วยสีหน้าเรียบนิ่งปกปิดความไม่สบายใจไว้อย่างมิดชิด

 แววตาคนได้รับรายงานเปลี่ยนไปครู่หนึ่งก่อนจะกลับมานิ่งสงบตามเดิม

          “คงไม่ได้แล้วล่ะ มือปืนนั่นบาดเจ็บสาหัส อาจจะไม่รอด ดังนั้นจนกว่าผมจะแน่ใจว่าคุณไม่ได้เป็นพวกเดียวกับมือปืนนั่น คุณต้องไปกับผม”

          “ถ้าคุณคิดว่าฉันเป็นพวกของคนที่คิดจะฆ่าคุณ คุณจะเอาฉันไปด้วยทำไม คุณไม่กลัวฉันจะฆ่าคุณตอนที่คุณเผลองั้นเหรอ บางทีตอนนี้ฉันอาจซ่อนมีดไว้ที่ไหนสักแห่ง รอเวลาที่คุณหันหลังให้ จากนั้นก็แทงมันลงบนหัวใจคุณก็ได้นะ” มินลดาพยายามหาเหตุผลมาโต้แย้งอีกฝ่าย

          “ไม่ คุณคิดว่าผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างคุณจะทำอะไรผมได้งั้นเหรอ อีกอย่าง เคยได้ยินไหมที่เขาว่ากันว่าจงเก็บมิตรไว้ใกล้ตัว แต่จงเก็บศัตรูไว้ใกล้ยิ่งกว่า”

“รู้แบบนี้ฉันไม่ช่วยคุณหรอก” มินลดาตะโกนลั่นอย่างสุดทน แต่ถึงจะพูดออกไปอย่างนั้น เธอก็รู้ดีว่าหากย้อนเวลากลับไปอีกครั้ง เธอก็คงทำแบบเดิมอยู่ดี ใครใช้เธอเป็นคนแบบนี้ล่ะ ขนาดหมาแมวบาดเจ็บเธอยังช่วยเลย แล้วนับประสาอะไรกับชีวิตคนทั้งคน

“หมดปัญหาแล้วใช่ไหม งั้นก็ขึ้นรถเสียที”

 “...” ความเงียบโรยตัวเข้ามาครอบคลุมเมื่อไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีก

มินลดาจ้องหน้าเขาอย่างหยั่งเชิงและไม่รู้ว่าตัวเองต้องทำยังไงต่อไป ในขณะที่อีกฝ่ายจ้องมองมาด้วยแววตาเรียบเฉยแบบที่มองไม่ออกว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่เมื่อเห็นว่าเธอไม่ยอมขยับตัวทำตามที่เขาสั่งเสียที ชายหนุ่มก็ยื่นมือเข้ามาหา และทันทีที่เขาขยับ เธอก็ขยับเช่นกัน แต่เป็นขยับถอยหนีนะ ไม่ใช่ขึ้นไปบนรถแบบที่เขาต้องการ

และวินาทีต่อจากนั้น เธอก็ตัดสินใจออกวิ่งเต็มฝีเท้าทันที...


ฝากหนูมีนกับเฮียราฟาเอลด้วยจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 127 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,018 ความคิดเห็น

  1. #862 พอรอ. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 19:06
    มีอีบุคไหมคะ
    #862
    1
    • #862-1 mhoeymhoey(จากตอนที่ 4)
      12 มิถุนายน 2563 / 19:18
      รีไรท์เสร็จ จะมีอีบุ๊กออกมาค่ะ ออกแล้วแจ้งอีกทีนะคะ
      #862-1
  2. #861 surerat_bebee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 12:53
    รอคร่าาาาา
    #861
    0
  3. #860 surerat_bebee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2563 / 12:53
    รอคร่าาาาา
    #860
    0
  4. #64 ภาวนา ยะถาเทศ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 13:39
    เล่นยาสลบเลยนี่พระเอกจริงๆใช่มั้ย5555555ร้ายมากๆ
    #64
    0
  5. #62 ณ มล (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 13:24


    นางเอกเราพ๔ูกมากจนต้องวางยานอนหลับเลย โธ่น่าสงสารจัง

    #62
    0
  6. #61 Saiwasan Kueapara รักในหลวง (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 มกราคม 2559 / 13:10
    อยากจะให้เล่มคลอดเดือนหน้าเลย
    #61
    0