หวานใจเจ้าพ่อเถื่อน

ตอนที่ 35 : บทที่ 8 ท่านประธานบ้าอำนาจ 25%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,795
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 150 ครั้ง
    29 มิ.ย. 63



ราฟาเอล อัลเบิร์ต อัลฟองเซ่ เดินทอดน่องไปตามทางเดินที่ปูด้วยหินอ่อนตรงไปยังห้องอาหารของตึกสูงระฟ้า เบื้องหลังของเขามีร่างใหญ่ของคนสนิทก้าวตามด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

ภาพเจ้าของกาสิโนที่เดินเข้าออกห้องอาหารทุกสองสามชั่วโมง เป็นที่คุ้นชินไปเสียแล้วตลอดหนึ่งอาทิตย์มานี้ ทั้งๆ ที่ปกติแล้วชายหนุ่มมักจะสั่งอาหารขึ้นไปกินบนห้องทำงานมากกว่าจะลงมากินที่ห้องอาหาร เพราะเขาคิดว่าเป็นการเสียเวลาอันมีค่าที่จะต้องเดินลงมาด้วยตัวเองในเมื่อเขามีคนนำขึ้นไปส่งให้ถึงที่ทุกที่ทุกเวลาอยู่แล้ว แต่ตลอดอาทิตย์มานี่การลงลิฟต์มาสิบกว่าชั้นเพื่อมาสั่งอาหาร นั่งรอ และละเลียดอาหารหรือของว่างที่ห้องอาหารแห่งนี้กลับเป็นอะไรสักอย่างที่ทำให้เขามีสมาธิทำงานได้อีกสักสองสามชั่วโมง

แม้จะเป็นภาพคุ้นตา แต่ร่างสูงของผู้มีอำนาจสูงสุดที่เดินผ่านประตูบานใสเข้ามาเรียกสายตาจากพนักงานได้เป็นอย่างดี เกิดความโกลาหลอยู่ครู่หนึ่งเมื่อพนักงานเสิร์ฟแย่งกันมารับออร์เดอร์จากท่านประธานหนุ่มสุดหล่อ แม้อันตรายที่แผ่ออกมาจากร่างสูงจะดูคุกคามแต่เสน่ห์ที่เปล่งประกายออกมาก็มากพอๆ กัน

“รับอะไรดีคะท่านประธาน”

“เรียกมินลดามาพบฉันหน่อย”

“มินลดา”

“ใช่ มินลดา ผู้ช่วยเชฟที่เพิ่งเข้ามาทำงานอาทิตย์ก่อน” น้ำเสียงทรงอำนาจที่เข้มขึ้นทำให้พนักงานเสิร์ฟสาวที่กำลังเคลิ้มฝันสะดุ้งโหยงทันที

“ค่ะ...ค่ะ รอสักครู่นะคะท่านประธาน” พนักงานเสิร์ฟสาวละล่ำละลักพูด ใบหน้าที่มีเครื่องสำอางแต่งแต้มอย่างน่ามองเหยเก ก่อนจะหมุนตัวแล้วจ้ำอ้าวตรงเข้าไปในครัวทันที

ไม่ถึงนาที หญิงสาวที่ถูกเรียกพบก็เดินออกมาจากห้องครัว ความประดักประเดิดของหญิงสาวทำให้ราฟาเอลต้องหันหนีไปอีกฝั่ง เขาคลี่ยิ้มกับผนังกระจกใสๆ ข้างกาย ก่อนจะปั้นสีหน้าให้เรียบนิ่งแล้วหันกลับไปมองหญิงสาวที่เดินเข้ามาใกล้อีกครั้ง

“เรียกดิฉันมาพบมีอะไรหรือเปล่าค่ะท่านประธาน” มินลดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นทางการปนไม่แน่ใจ เธอกำมือแน่นพยายามข่มความอึดอัดที่เกิดขึ้นจากสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาเอาไว้

“ตอนนี้เรียกผมว่าท่านประธานแล้วเหรอ”

“ฉันเป็นพนักงานในกาสิโนของคุณ เรียกแบบนี้ก็ถูกแล้วนี่คะ” มินลดาพยายามปรับน้ำเสียงให้นอบน้อม ซึ่งก็ทำได้ยากเต็มทน...

โอ้ย! อีตาขี้เก็กนี่ เวลาอยู่กับคนอื่นทำเป็นเขรึม แต่ทำไมอยู่กับเธอต้องกลายเป็นแบบนี้ทุกทีด้วย ก็ดูสิ ถึงใบหน้าของเขาจะเรียบสนิทแต่แววตากลับพราวระยับฉายชัดถึงความขบขัน

“งั้นเหรอ ผมนึกว่าคุณจะเรียกผมว่าไอ้ผู้ชายฉวยโอกาสเสียอีก”

ใบหน้าหวานแดงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่ และทำอะไรไม่ถูกอยู่ชั่วขณะ แม้แต่มือของตัวเองก็ดูเหมือนจะเก้งก้างไมรู้จะเอาไปวางไว้ตรงไหน

เธอคงไม่มีอาการอย่างนี้หรอก ถ้าเมื่อเช้าตอนที่ตื่นขึ้นมา เธอไม่ได้นอนอยู่ในอ้อมแขนของเขา แถมเธอยังทั้งกอด ทั้งก่าย ทั้งเกยเขาด้วยแขนและขาจนแทบจะรวมร่างเข้ากับเขา ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าตัวเองเป็นคนขี้เซา แถมยังขี้หนาวด้วย แล้วนอนใกล้เขามันก็อุ่นจริงๆ อุ่นกว่าผ้าห่มเป็นสิบเท่า แต่จะโทษเธอคนเดียวไม่ได้หรอก ก็ทุกคืนเขาไม่เคยนอนเตียงเดียวกับเธอเลยนี่น่า แล้วเป็นไงมาไงไม่รู้ เมื่อเช้าเขาถึงขึ้นมานอนอยู่บนเตียงเดียวกับเธอได้ ถึงเตียงนั้นจะเป็นเตียงของเขาก็เถอะ!

ใช่! มันเป็นความผิดของเขานั่นแหละมินลดาโบ้ยให้เป็นความผิดของชายหนุ่ม

“มันไม่ใช่ความผิดของฉันสักหน่อย คุณขึ้นมานอนบนเตียงเมื่อไรฉันจะรู้ได้ยังไง ทุกคืนฉันก็นอนของฉันคนเดียวฉันก็เคยชินสิ” มินลดาทำเสียงกระซิบกระซาบต่อว่าเขา พลางกวาดตามองพนักงานในห้องอาหารที่พยายามเข้ามาหาอะไรทำใกล้ๆ โต๊ะของท่านประธานใหญ่ด้วยความอยากรู้อยากเห็น ทุกสรรพสิ่งรอบกายดูเหมือนจะเงียบกริบเกินกว่าที่ควรจะเป็นเพื่อจะได้ฟังบทสนทนาระหว่างเธอกับท่านประธานได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

ถึงแม้ว่าจะมีความเกรงอกเกรงใจและเกรงกลัวต่อท่านประธานอยู่มาก แต่ความอยากรู้อยากเห็นก็ไม่เข้าใครออกใคร...

ไม่แปลกหรอก เป็นเธอก็คงอยากรู้เหมือนกัน ว่าทำไมท่านประธานที่มีอำนาจสูงสุดในสถานที่นี้ถึงได้เรียกพนักงานที่มีตำแหน่งแสนเล็กออกมาพบ

“ผมก็นอนบนเตียงของผมทุกคืน”

“หา!” ความจริงที่เพิ่งได้รับรู้ทำให้คนที่กลัวคนอื่นจะได้ยินบทสนทนาระหว่างตัวเองกับชายหนุ่มตรงหน้าร้องออกมาเสียงดังอย่างลืมตัว



มาต่อให้แล้วจ้า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 150 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,018 ความคิดเห็น