หวานใจเจ้าพ่อเถื่อน

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 พรหมลิขิตแรกพบ 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24,372
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 159 ครั้ง
    11 มิ.ย. 63




“ขอโทษ...อีก” ดวงตาคมปลาบที่จับจ้องอยู่ทำให้มินลดารู้สึกประหม่าจนพูดตะกุกตะกัก ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอพูดกะทันหันหาใช่นัยน์ตาสีน้ำตาลทองที่จดจ้องมาอย่างไม่ลดละ แต่เป็นชายในชุดบริกรของร้านอาหารคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาต่างหาก

ดวงตากลมโตเบิกกว้างอย่างตะลึงพรึงเพริด มันจะไม่น่าตกใจขนาดนี้ ถ้าชายคนนั้นจะไม่เล็งปลายกระบอกปืนมาที่คนที่มองเธออยู่

              มินลดาออกวิ่งเข้าหาร่างสูงตระหง่านเจ้าของนัยน์ตาดุดันอย่างเต็มฝีเท้า มันเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติมากกว่าการกระทำที่เกิดจากการคิดใคร่ครวญมาอย่างดี  และดูเหมือนการกระทำของเธอจะสร้างความประหลาดใจให้แก่ชายหนุ่มที่เธอวิ่งตรงเข้าไปหา สีหน้าเรียบเฉยในตอนแรกจึงปรากฏรอยย่นอย่างครุ่นคิด แต่กว่าอีกฝ่ายจะรู้ว่าเธอกำลังจะทำอะไร เธอก็ถึงตัวเขาเสียแล้ว มินลดาใช้แรงทั้งหมดผลักเขาให้พ้นทางจากการเป็นเป้านิ่ง และคงเป็นเพราะเขาไม่ทันได้ตั้งตัวร่างสูงที่ใหญ่โตกว่าเธอเกือบสองเท่าจึงเซออกจากรัศมีกระสุนปืน

          มินลดาใจเต้นระทึกและหวาดกลัว หญิงสาวหลับตาปี๋เพื่อรอรับกับความเจ็บปวดเพราะคิดว่าตัวเองคงโดนยิงเป็นแน่ แต่ร่างของเธอกลับโดนคนที่ตนผลักให้พ้นวิถีกระสุนดึงให้ล้มลงไปด้วย เขาพาเธอล้มลงและกลิ้งพ้นวิถีกระสุนเพียงเส้นยาแดงผ่าแปด มือของเขาโอบรัดเอวขอดของเธอในขณะที่อีกข้างก็รองรับศีรษะเอาไว้

          เพล้งงงง!!!

        ปังๆๆๆ

กระสุนผ่านเครื่องเก็บเสียงแล่นฝ่าอากาศพลาดเป้าหมายไปโดนผนังที่เป็นกระจก เสียงกระจกแตกดังสนั่นกระแทกโสตประสาท ตามด้วยเสียงกระหน่ำรัวของปืนหลายกระบอก เสียงฝีเท้า เสียงหวีดร้อง ต่างๆ นานาอย่างโกลาหล

          มินลดาค่อยๆ ลืมตาขึ้นเมื่อเสียงทุกอย่างเงียบลง ใบหน้าเรียวซีดเผือด ความหวาดหวั่นพรั่นพรึงปรากฏชัดในดวงตาคู่สวย หัวใจเต้นเร็วแรงกระหน่ำรัวจนแทบหลุดออกมานอกอก เธอพยายามสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกสติสตังที่กระจัดกระจายให้กลับคืนมา และกว่าจะเรียกสติตัวเองกลับมาครบถ้วน ก็ตอนที่รองเท้าหนังสีดำนับสิบปรากฏอยู่ในสายตานั่นแหละ

          “เป็นอะไรหรือเปล่าครับนาย?”

          เสียงของหนึ่งในเจ้าของรองเท้านับสิบตรงหน้า ทำให้มินลดารู้ตัวว่าตอนนี้เธอกำลังนอนอยู่บนร่างแข็งแกร่งของชายหนุ่มที่เธอเพิ่งช่วยชีวิตเขาไว้ และตอนนี้เขาก็กำลังจับจ้องมาที่หน้าของเธอเขม็ง...

สายตาของเขาไม่มีความรู้สึกซาบซึ้งใจกับการที่เธอช่วยชีวิตเขาไว้สักนิด มันกลับเต็มไปด้วยความคลางแคลง ระแวง สงสัย

“ฉันไม่เป็นไร” นัยน์ตาสีน้ำตาลทองลึกลับยังจับจ้องเธออย่างพิจารณาในขณะที่เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงสงบ ราบเรียบ และทรงอำนาจ

มินลดาขมวดคิ้วแน่น ตัวเกร็ง เหงื่อเริ่มซึมออกมาตามไรผมเมื่อเหลือบมองปืนสีดำมันเลื่อมที่หันลำกล้องมาที่ตัวเอง จนเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลทองเหมือนลูกแก้วล้ำค่ายกมือขึ้นนั่นแหละปืนนับสิบกระบอกจึงถูกลดลง

          “ใครใช้เธอมา?”

          “คุณหมายความว่ายังไง” มินลดาตะกุกตะกักถามเพราะยังตกใจกับเหตุการณ์ระทึกขวัญ เธอยันมือกับอีกกว้างเบาๆ เพื่อพยุงตัวลุกขึ้นยืน

          “หมายความอย่างที่พูด”

อีกฝ่ายตวาดใส่เธอเสียงห้วน ทำราวกับว่าเธอพูดจาไม่รู้เรื่อง แต่เขานั่นแหละที่พูดไม่รู้เรื่อง เธอไม่รู้สักนิดว่าเขาหมายถึงเรื่องอะไร และคำพูดของเขาก็ไม่ได้เฉลยข้อข้องใจของเธอได้เลยสักนิด คงเป็นสายตากล่าวหาของเขาละมั้งที่ทำให้เธอพอเดาได้ว่าเขากำลังหมายถึงเรื่องอะไร

“คุณบ้าหรือเปล่า ฉันเพิ่งช่วยชีวิตคุณไว้ แต่คุณกลับกล่าวหาว่าฉันจะฆ่าคุณเนี่ยนะ” มินลดาตวาดใส่เขาอย่างโมโห

พูดจบเธอก็มองเข้าไปในดวงตาน้ำตาลทองเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง ดวงตาคู่นั้นฉายแววประหลาดใจแวบหนึ่งก่อนจะเปลี่ยนเป็นเรียบนิ่งตามเดิม แต่ชายชุดดำรอบตัวของเธอนี่สิ ทุกสายตาที่จับจ้องมองมา มันเหมือนกับเธอเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างที่แปดของโลกอย่างไรอย่างนั้น  มินลดาไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมพวกเขาถึงใช้สายตาแบบนั้นมองเธอ

          “คุณรู้ไหมว่ากำลังตะโกนใส่ใคร” บอดี้การ์ดคนเดิมพูดขึ้น ในขณะที่คนอื่นเงียบกริบ ทำให้เดาได้ไม่ยากว่าชายชุดดำคนนี้คงเป็นคนที่มีอำนาจหน้าที่สูงสุด อ้อ... แต่คงรองจากคนที่เธอช่วยชีวิตไว้

          “ไม่รู้สิ ไอ้โง่คนหนึ่งที่ไม่รู้จักสำนึกในบุญคุณคนล่ะมั้ง” มินลดาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงจริงจังแต่ก็อดประชดประชันไปในทีไม่ได้

          คราวนี้สายตานับสิบคู่ที่มองตรงมาที่เธอตั้งแต่ก่อนหน้านี้หลากหลายจนเธอไม่รู้ว่าพวกเขาคิดยังไงกันแน่ บางคนมองเหมือนเธอเป็นภูตผีปีศาจที่เพิ่งหายตัวมาปรากฏตัวอยู่ตรงนี้ บางคนก็มองเธอราวกับบ้าเสียสติ บางคนอ้าปากค้างด้วยสีหน้าตะลึงงัน แต่ที่เหมือนกันก็คือไม่มีใครส่งเสียงอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว

          แน่ล่ะ! อย่าว่าแต่ผู้หญิงคนไหนเลย ต่อให้ผู้ชายอกสามศอกทั่วอเมริกายังไม่กล้า ทุกคนล้วนเกรงกลัวชายตรงหน้าทั้งสิ้น อาจเป็นเพราะอดีตของเขา ความเป็นมาของตระกูลอัลฟองเซ่ หรือเพราะความฉับไวทางธุรกิจและความเด็ดขาดไร้ความปราณีต่อคู่แข่งที่กล้ามาท้าทาย

แต่ไม่ว่าจะเพราะเหตุผลอะไรก็ตาม บทสรุปที่ออกมาก็ไม่ได้แตกต่างกันนัก นั่นคือ... ไม่มีใครกล้าทำเหมือนอย่างที่หญิงสาวตรงหน้ากำลังทำแน่นอน!

“เธออาจเป็นนางนกต่อของมือปืนนั่นก็ได้ ให้ผมจับตัวเธอไปเค้นความจริง...” เสียงของบอดี้การ์ดคนเดิมเอ่ยขึ้นอีกครั้ง แต่ชายหนุ่มที่เธอช่วยไว้ก็ยกมือขึ้นก่อนที่อีกฝ่ายจะพูดจบประโยค แล้วทุกอย่างก็กลับไปเงียบกริบอีกครา

          “คุณไม่รู้จักผม” ราฟาเอลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ เขาโมโหที่หญิงสาวกล้าขึ้นเสียงกับเขา แต่กลิ่นกายหอมอ่อนๆ ของเธอที่ลอยมาก็ทำให้อารมณ์ของเขาสงบลงได้อย่างไม่น่าเชื่อ ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึกเพื่อสูดกลิ่นยวนใจที่ทำให้รู้สึกดีเข้าปอด ทว่าจากนั้นเขากลับต้องอดกลั้นความรู้สึกประหลาดที่พลุ่งพล่านขึ้นมาเป็นระยะๆ แทน

          “ใช่ ฉันไม่รู้จักคุณ”

          “แน่ใจ?”

          “แน่สิ แล้วฉันก็ไม่ใช่นกต่ออะไรทั้งนั้นด้วย ให้คนของคุณหลีกทางไปด้วย ฉันต้องรีบไปทำงาน” มินลดาขมวดคิ้วแน่น ตัวแข็งทื่อไปหมด เมื่อสายตานับสิบยังมองตรงมาที่เธอเป็นจุดเดียวกัน โดยเฉพาะนัยน์ตาสีน้ำตาลทองเรียบเฉยที่ดูเหมือนจะไร้ความรู้สึกแต่กลับให้ความรู้สึกอันตรายได้ทั้งๆ ที่แทบไม่รู้ว่าเขามองมาด้วยความรู้สึกแบบไหน หรือกำลังคิดอะไรอยู่

          “คงไม่ได้ เพราะผมไม่เชื่อคุณ” เสียงที่เต็มไปด้วยอำนาจดังขึ้น เขาประสานสายตากับดวงตากลมโตสีดำมันขลับ รู้สึกแปลกใจที่อีกฝ่ายกล้ามองสบตากับเขาตรงๆ อย่างไม่กลัวเกรง

          “ฉันบอกไป คุณก็ไม่เชื่อแล้วจะให้ฉันทำยังไงไม่ทราบ”

          “คุณไม่ต้องทำอะไร แต่ผมจะจับตาดูคุณตลอดเวลา”

          “ถ้า อย่าง นั้น ก็ แล้ว แต่ คุณ ละ กัน” มินลดากัดฟันเน้นทุกถ้อยทุกคำอย่างชัดเจน พูดจบหญิงสาวก็ก้าวเดินตรงไปเก็บกระเป๋าสะพายใบเก่งที่ร่วงอยู่บนพื้นตั้งแต่เธอล้มคะมำเข้ามาในร้าน ก่อนจะเดินฝ่าบอดี้การ์ดร่างยักษ์เพื่อกลับไปทำงานของตัวเอง พวกเขาหลีกทางให้แต่โดยดี

ทว่าเดินออกไปไม่ทันพ้นวงล้อมของชายชุดดำเหล่านั้น ข้อมือของเธอก็ถูกยึดไว้แน่นด้วยฝีมือของผู้ที่มีอำนาจสูงสุด เขาใช้แรงเพียงน้อยนิดในการทำให้เธอหันไปเผชิญหน้า

“ทำบ้าอะไรของ...”  ตะคอกใส่เขาไม่ทันจบประโยคด้วยซ้ำ มินลดาก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อชายหนุ่มตรงหน้าเลื่อนมือลงไปที่สะโพกผาย แล้วยกร่างของเธอขึ้นพาดบ่าอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็เขาก็พาเธอก้าวออกจากร้านอาหารโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงใดๆ


มาต่อให้แล้วจ้าาาาาาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 159 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,018 ความคิดเห็น

  1. #859 kpumja (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2563 / 11:52
    ใช่รีไรท์ไหมคะ เหมือนเคยๆอ่านแล้ว

    แต่จำไม่ได้ว่าอ่านถึงตอนไหน
    #859
    4
    • #859-2 mhoeymhoey(จากตอนที่ 3)
      11 มิถุนายน 2563 / 12:15
      รีไรท์ค่ะเรื่องใหม่เพิ่งลงอีบุ๊กไป "ลิขสิทธิ์อสูร" ค่ะ รีไรท์เรื่องนี้เสร็จ จะรีบปั่นเรื่องใหม่ให้อ่านนะคะ
      #859-2
    • #859-3 mhoeymhoey(จากตอนที่ 3)
      11 มิถุนายน 2563 / 15:37
      ยังค่ะ เดี๋ยวออกแล้วแจ้งนะคะ
      #859-3
  2. #43 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 มกราคม 2559 / 21:49
    เฮีย..โหด.คริๆๆ
    #43
    0