หวานใจเจ้าพ่อเถื่อน

ตอนที่ 29 : บทที่ 6 ทางเลือกประกาศิต 60%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28,613
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 106 ครั้ง
    26 มิ.ย. 63

 

“ผู้ต้องสงสัย” เสียงราบเรียบไร้ความรู้สึกเอ่ยตอบเอื่อยเฉื่อย

“แค่ผู้ต้องสงสัย ยังไม่ใช่นักโทษใช่ไหมคะ”

“ใช่”

“ถ้ามือปืนนั่นฟื้นแล้วเขาบอกว่าฉันไม่ใช่พวกเดียวกับเขา คุณจะปล่อยฉันไปใช่ไหม”

“ใช่” ราฟาเอลเงียบไปครู่หนึ่งอย่างครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยขึ้นสั้นๆ

“งั้นคุณก็ไม่สมควรขังฉันไว้ในห้อง ปิดกั้นฉันจากโลกภายนอก จากเพื่อน จากงานที่ฉันทำ ถ้าขาดงานเกินสามวันฉันก็ต้องโดนไล่ออก ฉันไม่ได้ร่ำรวยแบบคุณ ไม่สามารถนั่งๆ นอนๆ โดยไม่ทำมาหากินได้ ถ้าถึงวันที่คุณรู้ความจริง แล้วปล่อยฉันไป ฉันก็ต้องหางานใหม่ แล้วระหว่างที่ไม่มีงานทำฉันจะเอาอะไรกิน ถ้าฉันอดตายใครจะรับผิดชอบ”

“แล้วคุณจะไม่ถามผมหน่อยเหรอว่าผมจะทำยังไงกับคุณ ถ้าคุณเป็นพวกเดียวกับคนที่คิดจะฆ่าผม”

“ไม่ค่ะ เพราะว่าฉันรู้ว่าฉันไม่ได้เป็นพวกเดียวกับใครทั้งนั้น” มินลดาพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นและจริงจังที่สุดในชีวิต พอพูดจบก็มองเข้าไปในในดวงตาน้ำตาลทองเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ของตัวเอง เธอไม่รู้ว่าเขาจะเชื่อเธอไหม เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอยืนยันกับเขาแบบนี้ แต่ในเมื่อมันเป็นเรื่องจริงไม่ว่ากี่ครั้งต่อกี่ครั้งเธอก็จะพูดเหมือนเดิมและทำเหมือนเดิม

“โอเค ถ้าพิสูจน์ได้แล้วว่าคุณไม่ได้เป็นพวกเดียวกับมือปืนนั่น ผมจะให้เงินคุณ สองเท่าของจำนวนเงินที่คุณจะได้จากร้านอาหารที่คุณทำงานอยู่ ตามจำนวนวัน อาทิตย์ หรือเดือนที่คุณต้องหยุดงาน และอีกก้อนหนึ่งสำหรับการที่คุณต้องตกงาน”

“ฉันไม่ได้ทำอะไรสักอย่าง คุณจะมาให้เงินฉันทำไม”

“ได้นั่งๆ นอนๆ แต่ได้เงิน ไม่ดีตรงไหน”

“ตรงไหนที่ว่าดีล่ะคะ”

“คุณไม่ชอบความสบายงั้นเหรอ” เขาเลิกคิ้วถามอย่างแปลกใจ ผู้หญิงส่วนมากมักร้องขอชีวิตที่สุขสบาย รถหรู คอนโดกลางใจเมือง เสื้อผ้าสวยๆ ไม่ก็เครื่องประดับแพงๆ

“ชอบค่ะ” มินลดาตอบสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบๆ  

ราฟาเอลขมวดคิ้วกับท่าทางที่ขัดกับคำพูดของหญิงสาว เงียบไปครู่หนึ่งเขาก็ถามขึ้นเมื่ออีกฝ่ายนิ่งไปโดยไม่พูดอะไรต่อ...

“มีแต่ใช่ไหม”

“หากต้องตื่นตอนพระอาทิตย์ขึ้น แล้วรอให้พระอาทิตย์ตกไปวันๆ ชีวิตก็คงไม่มีค่าอะไร ถ้าเป็นแบบนั้นไม่ต้องเกิดมาเลยดีกว่าค่ะ”

“ที่พูดมาทั้งหมดสรุปว่าคุณอยากกลับไปทำงาน”

“ใช่ค่ะ ให้ฉันกลับไปทำงานที่ร้านอาหารนะคะ ฉันสัญญาว่าฉันจะไม่หนี”

          “ไม่”

          คำปฏิเสธหนักแน่น ทำให้หน้าสวยหงิกลงทันทีเมื่ ความหวังริบหรี่ถูกดับวูบลงจนมืดมิดเพียงเพราะคำคำเดียว

          “นี่ฉันเกริ่นมาตั้งนานคุณปฏิเสธคำเดียวเนี่ยนะ”

มินลดาตะโกนใส่เขาอย่างลืมตัว อารมณ์ที่เคยราบเรียบเริ่มคุกรุ่นอย่างห้ามไม่อยู่ แต่อีกฝ่ายกลับทำเพียงยกไวน์ในมือขึ้นจิบ ไม่มีทีท่าอาทรร้อนใจกับท่าทางเดือดจัดของเธอ ดวงตาสีน้ำตาลทองล้ำลึกที่จับจ้องมายังใบหน้าของเธอไร้ความรู้สึกใดๆ จนมินลดาไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

          “ถ้าผมปล่อยคุณไปทำงาน ผมจะรู้ได้ยังไงว่าคุณจะไม่หาทางหนี”

          “ก็ฉันสัญญาแล้วไง”

          “ผมไม่เชื่อในคำสัญญา แต่ผมมีทางออกที่ดีกว่านั้น” ราฟาเอลใช้นิ้วลูบคางช้าๆ อย่างครุ่นคิด

          “หมายความว่าไงคะ”

          “อย่างแรก นี่ของคุณ” ราฟาเอลว่าพลางล้วงมือเขาไปในกระเป๋ากางเกงแล้วส่งโทรศัพท์คืนให้หญิงสาว

          มินลดารับมันมาไว้ในมืออย่างงงๆ ก่อนจะเลื่อนนิ้วบนหน้าจอเพื่อปลดล็อกโทรศัพท์ รูปผู้ชายวัยสามสิบกว่าที่กำลังส่งยิ้มมาให้จากหน้าจอมือถือ ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าโทรศัพท์เครื่องนี้เป็นของตัวเอง

“ขอบคุณค่ะ” มินลดาขอบคุณเขาทั้งที่สายตายังไม่ละจากภาพของพ่อที่เธอใช้เป็นพื้นหลังหน้าจอ

          ใบหน้าและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก ความสุข และความเทิดทูนของหญิงสาวทำให้ราฟาเอลอดไม่ได้ที่จะชะเง้อมองสิ่งที่หญิงสาวกำลังมองอยู่

          “รูปใคร?”

          “เกี่ยวอะไรกับคุณด้วย” มินลดาหลุดปากออกไปอย่างไม่ทันได้คิด นัยน์ตากลมโตยังมองรูปในมือถืออย่างดีใจ

เธอคิดว่าจะไม่ได้มันคืนเสียแล้ว แน่นอน! เธอไม่ได้หมายถึงโทรศัพท์ สำหรับเธอแล้วของนอกกายชิ้นนี้เทียบไม่ได้เลยกับรูปของบิดา...

รูปนี้เธอถ่ายไว้นานแล้ว และเป็นรูปเดียวที่เธอเหลือติดตัวอยู่ เพราะบ้านที่เธอเคยอาศัยอยู่ถูกไฟไหม้ ข้าวของในบ้านก็ถูกไหม้จนไม่เหลือซาก มีแต่รูปในมือถือเครื่องนี้นี่แหละที่พอจะเหลืออยู่เพื่อเป็นตัวแทนของบิดาที่เธอรัก

          แต่จู่ๆ มือถือที่ถูกคืนให้ก็ถูกมือหนากระชากไปอย่างแรง แถมคนที่แย่งของของเธอไปยังทำท่าจะปามันทิ้งอีกด้วย

มินลดารีบคว้ามือของเขาไว้อย่างตื่นตระหนก เธอกำมือใหญ่ที่มีโทรศัพท์ของเธออยู่ไว้แน่นด้วยมือเล็กทั้งสองข้าง แล้วเงยหน้าขึ้นตั้งใจจะตวาดใส่เขา แต่ก็ต้องอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้น เพราะอีกฝ่ายก็อยู่ในอารมณ์ไม่ต่างจากเธอนัก ดูเหมือนจะมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ดวงตาสีน้ำตาลทองล้ำลึกดูเหมือนจะลุกโชนไปด้วยเปลวไฟที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในสายตาให้มอดไหม้เป็นจุณ

          มินลดากลืนน้ำลายเอื้อกใหญ่ เพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้นี่เองว่าทำไมคนตรงหน้าถึงได้ฉายาว่า เจ้าพ่อ

เธอรู้ไม่รู้ว่าทำไมเขาต้องโกรธขนาดนี้ แต่ที่รู้แน่ๆ คือ... ถ้าเธอไม่รีบดับไฟในดวงตาคู่นั้น อีกฝ่ายคงขว้างโทรศัพท์ของเธอทิ้งแน่นอน

*********

มาแล้วๆ 

ฝากผลงานอีบุ๊กอีกหนึ่งเรื่องด้วยจ้า

          “คิดจะหาเงินมาใช้หนี้ด้วยวิธีถนัดของคุณงั้นเหรอ” แพทริคก้าวเข้าหาร่างบางช้าๆ แม้ว่าอีกฝ่ายจะถอยหนี ทุกก้าวของเขาเต็มไปด้วยการคุกคาม

          "มิสเตอร์โจนส์คะ ฉันไม่เข้าใจว่าคุณหมายถึงเรื่องอะไร และถ้าคุณจะพูดไม่รู้เรื่องแบบนี้เชิญคุณออกจากห้องของฉันด้วยค่ะ ฉันอยากพักผ่อน”

          “ฮึ! ไม่เข้าใจ แล้วนี่อะไร” แพทริคคำรามในลำคอ เสียงทุ้มต่ำกดลึกนั้นน่ากลัวกว่าเสียงตวาดหลายเท่านัก ร่างสูงกระโจนเข้าหาร่างเล็ก ก่อนจะกระชากนามบัตรในมือของเธอมาฉีกทิ้งต่อหน้าต่อตาของเธอ

          “นี่คุณ! คุณไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนั้นกับของของฉัน”

          “ทำไมจะไม่มี อย่าลืมสิว่าผมเป็นใคร แล้วคุณเป็นใคร ผมมีสิทธิ์จะทำอะไรก็ได้กับคนที่เป็นลูกหนี้” แพทริคว่าพลางโน้มหน้าเขามาใกล้

          “ถะ...ถอยไปนะ จะทำอะไรของคุณ” น้ำเสียงที่คิดว่าตะโกนออกไปตะกุกตะกัก และเบาเพียงเสียงกระซิบ กรรณาราพยายามเบียดร่างกับผนังปูนเย็นๆ ด้านหลังเพื่ออยู่ให้ห่างจากเขามากที่สุด

          “เช้าคุณหมอ พอเย็นพ่อหม้ายลูกติด ตกดึกจะให้บริการเจ้าหนี้อย่างผมอีกสักคนจะเป็นอะไรไป” รอยยิ้มหยันกระตุกขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 106 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,018 ความคิดเห็น