หวานใจเจ้าพ่อเถื่อน

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 พรหมลิขิตแรกพบ 20%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31,349
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 126 ครั้ง
    9 มิ.ย. 63



แสงแดดสีทองก่อนพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไล้เลียไปตามตึกปูนสีส้มอิฐซึ่งตั้งอยู่ใจกลางเมืองลาสเวกัส รัฐเนวาดา ประเทศสหรัฐอเมริกา เมืองมายาแหล่งรวมความบันเทิงทุกรูปแบบเท่าที่จะหาได้ในโลกใบนี้...

ร่างสูงตระหง่านในชุดสูทสากลสีดำสนิทของชายหนุ่มที่ก้าวลงจากลีมูซีนสีเดียวกับชุดที่ใส่ดึงดูดสายตาผู้คนที่อยู่ในละแวกนั้นได้เป็นอย่างดี เขาดูโดดเด่นท่ามกลางบอดี้การ์ดนับสิบที่รายล้อมรอบกายแม้ว่าจะอยู่ในชุดสีเดียวกัน ใบหน้าหล่อเหลาเรียบสนิทไร้ซึ่งอารมณ์และความรู้สึก มีเพียงดวงตาที่ซ่อนอยู่ใต้แว่นกันแดดยี่ห้อดังเท่านั้นที่บ่งบอกว่าเขาไม่ใช่หุ่นยนต์ที่ไร้ชีวิตจิตใจ

ราฟาเอล อัลเบิร์ต อัลฟองเซ่ นักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง เจ้าของกาสิโนที่ใหญ่ที่สุดในโลก ด้วยความเฉียบคมในการมองเกมธุรกิจทำให้หยิบจับอะไรก็ประสบความสำเร็จไปเสียหมด เมื่อบวกกับเด็ดขาดและไร้ความปรานีต่อคู่แข่งธุรกิจทำให้ชาวอเมริกันและคนทั่วโลกรู้จักเขาในนาม เจ้าพ่อแห่งวงการกาสิโน

ตระกูลอัลฟองเซ่ เป็นตระกูลเก่าแก่ที่มีอิทธิพล​​อันดับ​ต้นๆ ของ​อเมริกา ​ราย​ได้​​ปี​ละ​หลายพันล้านดอลลาร์​มาจากธุรกิจผิดกฎหมายทุกประเภทที่จะสามารถทำเงินได้ แต่ถึงอย่างนั้นด้วยอำนาจเงินมากมายเหลือคณานับพวกเขา​ก็ยัง​รอด​พ้น​เงื้อมมือ​ของ​กฎหมาย​มา​ได้​ตลอด หลัง​เรืองอำนาจ​มา​นาน​หลายทศวรรษ การ​แผ่​ขยาย​อิทธิพล​มืดของตระกูลใหญ่ก็เป็นอันจบสิ้นลง เพียงเพราะรุ่นลูกรุ่นหลานที่อยากวางมือจากวงการโสมมและหันมาทำธุรกิจขาวสะอาดแทน แม้จะล้างมือจากวงการเจ้าพ่อมาหลายสิบปีแล้ว แต่ด้วยเม็ดเงินมหาศาลที่หลั่งไหลเข้ามาจากธุรกิจถูกกฎหมาย ตระกูลอัลฟองเซ่ก็ยังคงเป็นตระกูลมหาอำนาจของอเมริกา

“โรเบิร์ตมาถึงหรือยัง” ราฟาเอลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่าย

“ยังครับ” ซอว์เยอร์ที่กวาดสายตาไปทั่วอย่างระวังระไวหันกลับมาตอบคำถามของผู้เป็นนายอย่างฉับไว

“ทำไมต้องนัดที่ไชน่าทาวน์ด้วย นัดที่กาสิโนก็จบจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง” ราฟาเอลว่าพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ความเอือมระอาอันแสนคุ้นเคยคืบคลานเข้ามาอยู่ในสำนึก

“ผมไม่ทราบครับ” ผู้ที่เป็นทั้งเลขาส่วนตัวและบอดี้การ์ดคู่ใจเอ่ยตอบอีกครั้ง

“ต่อสายให้ฉันที”

ซอว์เยอร์ค้อมหัวน้อยๆ ตอบรับคำสั่งสั้นๆ ได้ใจความของผู้เป็นนาย พร้อมกับหยิบโทรศัพท์ในประเป๋าสูทขึ้นมาต่อสายหาคนที่ผู้เป็นนายต้องการคุยสายด้วย ก่อนจะยื่นโทรศัพท์ให้ทันทีที่เสียงสัญญาณเงียบหายไปเพราะถูกกดรับ

“สวัสดีหลานชาย”

“สวัสดีครับ ผมอยู่ที่ร้านแล้ว หวังว่าคุณลุงคงจะไม่ลืม”

“ไม่ลืมแน่นอน ตอนนี้ลุงกำลังเดินทางเข้าไปรอในร้านได้เลยลุงจองโต๊ะไว้แล้ว”

              “ผมจะรอแค่สิบนาที” ราฟาเอลกรอกเสียงลงไปก่อนจะกดวางสายด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวขึ้นกว่าเก่าหลายเท่า นัยน์ตาคมภายใต้แว่นตาแบรนด์เนมกร้าวขึ้นด้วยความหงุดหงิด แต่เขาก็ปกปิดมันไว้อย่างมิดชิดด้วยใบหน้านิ่งเรียบไร้ความรู้สึกใดๆ

ร่างสูงสง่างามก้าวเดินเอื่อยเฉื่อยตรงไปยังตึกสีส้มที่ตั้งของภัตตาคารอาหารไทย-จีน สถานที่ซึ่งเป็นที่นัดหมาย เขามองตรงไปข้างหน้าอย่างเงียบขรึม ทรงอำนาจ โดยไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างสนใจใคร่รู้

ประตูไม้สีแดงเข้มถูกเปิดให้อย่างรู้งานโดยที่ร่างสูงใหญ่ของผู้มีอำนาจสูงสุดไม่ต้องหยุดหรือชะลอฝีเท้าเพื่อรอ เมื่อก้าวผ่านประตูเข้าไปในร้าน ราฟาเอลก็โบกมือเป็นสัญญาณให้บอดี้การ์ดของตนรู้ว่าเขาต้องการความเป็นส่วนตัว ทันทีที่ได้รับคำสั่งบอดี้การ์ดนับสิบก็ถอยออกจากร้านอาหารอย่างเงียบเชียบ พวกเขาแยกย้ายกันประจำอยู่หน้าร้าน คอยสอดส่องอย่างระแวดระวังเต็มที่

บริกรหนุ่มในชุดเชิ้ตสีขาว กางเกงสแล็คสีดำ ผูกหูกระต่าย และสวมทับด้วยเสื้อกั๊กก้มหัวให้ชายหนุ่มอย่างนอบน้อมก่อนจะเดินนำเข้าไปในร้านที่ตกแต่งด้วยโทนสีแดง ทอง และดำได้อย่างอลังการ เขาไม่จำเป็นต้องแจ้งชื่อหรือเจตจำนงต่อบริกรหนุ่ม เพราะใครต่อใครต่างรู้จักเขาเป็นอย่างดี

ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่บุด้วยหนังสีน้ำตาลแดงเนื้อนิ่ม มือหนาถูกยกขึ้นถอดแว่นตาสีดำออก เผยให้เห็นดวงตาสีน้ำตาลทองทรงอำนาจและแข็งกร้าวจนน่ากลัว  กลิ่นอายความตึงเครียดแผ่ออกจากเรือนร่างสง่างามและลอยอบอวลไปทั่วร้านอาหารทันที

แค่เพียงวินาทีเดียวที่เขานั่งลงอาหารที่ถูกสั่งไว้ล่วงหน้าก็ถูกยกมาเสิร์ฟจนเต็มโต๊ะอาหารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า แต่อาหารเหล่านั้นกลับถูกละเลยเมื่ออารมณ์ของคนคนเดียวที่นั่งอยู่ที่โต๊ะตัวนั้นหงุดหงิดเกินกว่าจะแตะต้องอาหารได้

บริกรเดินเข้ามาอีกครั้งเมื่อแสงสว่างยามพลบค่ำเริ่มลับหายไปกับขอบฟ้า เทียนสีขาวนวลที่ตั้งอยู่บนเชิงเทียนสีเหลืองทองถูกจุดเพื่อให้แสงสว่าง

เปลวเทียนพลิ้วไหวตามแรงลมจากเครื่องปรับอากาศอย่างเกียจคร้าน เพลงคลาสสิกคลอไปกับบรรยากาศอบอุ่นและมีเสน่ห์ แต่ราฟาเอลกลับไม่ได้รู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับความรู้สึกหวานซึ้งของบรรยากาศของร้านอาหารแห่งนี้...

อารมณ์ของคนไม่เคยรอใครอึมครึมขึ้นเรื่อยๆ ตามเวลาที่เคลื่อนผ่านไป เขายกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นมามองทุกๆ ห้าวินาทีราวกับจะเร่งช่วงเวลาที่น่าหงุดหงิดให้ผ่านพ้นไปเร็วๆ ทว่าเพียงสิบวินาทีต่อจากนั้นความอดทนของเขาก็สิ้นสุดลง...

*******

อัพตอนแรกให้อ่านกันแล้วจ้า

ฝากด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 126 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,018 ความคิดเห็น