วิวาห์ปลอม (สำนักพิมพ์อินเลิฟ-ภรรยาไร้ทะเบียน)

ตอนที่ 8 : ผู้ชายคนนี้ไว้ใจได้ไหม?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,472
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    18 มิ.ย. 57


            ยศนนท์พยายามต่อสายถึงพิมพ์ตะวันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ทุกครั้งที่โทรไปอีกฝ่ายก็ปิดเครื่องเสมอ พิมพ์ตะวันไม่เคยปิดโทรศัพท์มือถือมาก่อน แถมครั้งนี้หญิงสาวยังหายออกไปจากบ้านโดยทิ้งเพียงโน้ตสั้นๆเอาไว้ว่าจะไปพักผ่อนที่ต่างจังหวัด ยศนนท์ยกมือเสยผมด้วยความหงุดหงิด พิมพ์ตะวันไม่ยอมบอกที่บ้านว่าเธอไปพักผ่อนที่ไหนกันแน่ แม้แต่เขาที่เป็นเพื่อนสนิทเธอก็ไม่ได้บอกแม้สักครึ่งคำ


            “คุณหายไปไหนกันนะพิมพ์ รู้ไหมว่าผมเป็นห่วงจะแย่แล้ว” ยศนนท์พึมพำด้วยแววตาเคร่งเครียด นึกไม่ออกว่าหญิงสาวจะไปที่ไหน ยิ่งติดต่อไม่ได้แบบนี้ชายหนุ่มก็ยิ่งกลุ้มใจเพิ่มเป็นทวีคูณ



            คนที่ยศนนท์กำลังคิดถึง บัดนี้กำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟสุดน่ารักภายในรีสอร์ทภูผาดาว ตรงหน้าของเธอนอกจากจะมีคุณไกด์คนเก่งอย่างเตชิตแล้ว บนโต๊ะกลมยังเต็มไปด้วยของหวานหลากหลายชนิด โดยเฉพาะเค้กหน้าตาน่ารับประทานที่ชวนให้ลิ้มลอง


            “ไม่ทราบว่าจะรับเครื่องดื่มอะไรดีคะ” พนักงานที่ดูแลร้านถามขึ้น เตชิตสั่งกาแฟร้อนส่วนพิมพ์ตะวันสั่งน้ำผลไม้ปั่น เมื่อพนักงานรับออเดอร์แล้วจากไป เตชิตจึงชวนให้พิมพ์ตะวันลองชิมเค้กดู


            “ลองทานเค้กใบเตยหน้านิ่มสิครับ รับรองว่าจะติดใจ” เตชิตเลื่อนจากเค้กที่ว่าไปตรงหน้าพิมพ์ตะวัน


            “น่าทานจังเลยค่ะ งั้นพิมพ์ไม่เกรงใจแล้วนะคะ” พิมพ์ตะวันหยิบส้อมมาตัดเค้กแล้วจึงส่งเข้าปาก รสชาติหอมหวานและนุ่มนวลของเนื้อเค้กทำให้พิมพ์ตะวันยิ้มออกมาด้วยความถูกใจ “อร่อยสมราคาคุยของพี่เตจริงๆค่ะ”


            “ถ้างั้นทานเยอะๆนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ” เตชิตขยับรอยยิ้มพลางมองพิมพ์ตะวันละเอียดชิมของหวานตรงหน้าทีละนิด ท่าทางของเธอทำให้เขานึกถึงเด็กสาวผมเปียในอดีต นอกจากจะชอบมาขอให้เขาสอนการบ้านให้แล้ว บางทีก็ยังอ้อนขอให้เขาเลี้ยงของหวานหรือไอศกรีมเพิ่มในกรณีที่ตัวเองแก้โจทย์เลขถูกอีกต่างหาก คิดมาถึงตอนนี้เตชิตก็ยิ้มออกมาบางๆโดยไม่รู้ตัว


            “พี่เตไม่ทานเหรอคะ” เตชิตส่ายหน้า


            “พี่ไม่ค่อยชอบของหวานน่ะ” เตชิตยกแก้วกาแฟร้อนที่เด็กในร้านยกมาเสริ์ฟขึ้นจิบเล็กน้อย


            “แล้วทำไมสั่งมาเสียเยอะเชียวล่ะคะ อย่างนี้พิมพ์ก็ต้องทานเองหมดเลยน่ะสิ”


            “พี่รู้ว่าพิมพ์สามารถทานได้หมดเกลี้ยงทั้งโต๊ะแน่นอน” เตชิตพูดยิ้มๆแล้วจ้องใบหน้าของพิมพ์ตะวันที่เปลี่ยนเป็นแดงระเรื่อ


            “นั่นมันเมื่อสมัยก่อน ตอนนี้พิมพ์เพลาๆเรื่องของหวานลงไปกว่าเดิมเยอะแล้วค่ะ” พิมพ์ตะวันนึกรู้ว่าเตชิตกำลังคิดอะไรอยู่ จำได้ว่าเมื่อก่อนตอนยังเรียนอยู่มัธยมต้น เธอชอบทานของหวานเป็นชีวิตจิตใจจนน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เพื่อนๆที่โรงเรียนไม่เว้นแม้แต่ตารกาล้อเลียนเธออย่างหนัก พิมพ์ตะวันอับอายมาก โดยเฉพาะตอนที่ตารกาเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เตชิตผู้เป็นพี่ชายฟัง เธอยังจำสายตาวิบวับกึ่งล้อเลียนของเตชิตได้เป็นอย่างดี ตอนนั้นเธอจึงตัดสินใจรีดน้ำหนักเป็นการด่วน โชคยังดีที่เธอสามารถกำจัดไขมันส่วนเกินได้ภายในเวลาไม่นานนัก จากนั้นหญิงสาวจึงเข็ดขยาดการทานของหวานไปพักใหญ่เลย


            “แต่ตอนนั้นพิมพ์ก็ดูน่ารักนะ ดูรูปร่างปุ๊กลุ๊กเป็นกระปุกตังฉ่ายเชียวล่ะ”


            “พี่เต!” พิมพ์ตะวันแหวเข้าให้ เตชิตมองพิมพ์ตะวันที่เม้มริมฝีปากแน่นเป็นเส้นตรงก่อนจะเป็นฝ่ายยอมง้อแต่โดยดี


            “โอ๋ๆ อย่างอนเลยนะครับ พี่ก็แค่พูดเล่นเท่านั้นเอง”


            “พี่เตเล่นแรงจังเลยนะคะ”


            “ไม่หรอก ถ้าพี่จะเล่นจริงๆ พี่จัดหนักกว่านี้อีกเยอะ” แววตาของเตชิตเปลี่ยนเป็นวาวโรจน์ขึ้นมาแวบหนึ่ง แม้จะเป็นแค่แวบเดียวแต่พิมพ์ตะวันก็สังเกตเห็นได้


            “แหม พี่เตไม่ต้องทำท่าน่ากลัวขนาดนั้นก็ได้” คำพูดของพิมพ์ตะวันทำให้เตชิตรู้ตัว ชายหนุ่มจึงแสร้งยิ้มกลบเกลื่อน


            “พี่แค่พูดเล่นน่ะ พิมพ์เชิญทานต่อได้ตามสบายเลยนะ ไม่ต้องรีบก็ได้เพราะที่นี่ไม่ใช่กรุงเทพฯ”


              ข้อดีของการมาพักผ่อนในต่างจังหวัดก็คือพิมพ์ตะวันรู้สึกว่านาฬิกาชีวิตของตัวเองเริ่มเดินช้าลง ตอนที่อยู่กรุงเทพฯ เธอต้องออกจากบ้านไปทำงานตั้งแต่เช้า ถึงแม้ปกติเวลาไปทำงานจะมีคนขับรถไปรับส่งระหว่างที่บ้านกับบริษัท แต่พิมพ์ตะวันก็รู้สึกว่าการจารจรที่ติดขัดในกรุงเทพฯก็ทำให้เธอสิ้นเปลืองพลังชีวิตไปมากโข


             “ที่นี่ดีจังเลยนะคะ ดูชีวิตไม่เร่งรีบ ทุกอย่างเป็นไปอย่างสบายๆตามครรลองของมัน”


             “แล้วน้องพิมพ์ชอบหรือเปล่า” เตชิตลองถามหยั่งเชิงดู


              “ชอบสิคะ” พิมพ์ตะวันตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด


              “ถ้าชอบก็อยู่นานๆสิครับ” พิมพ์ตะวันอึ้งไปกับน้ำเสียงจริงจังของเตชิต ดวงตาสีเมล็ดอัลมอนด์คู่นั้นยังไม่เคลื่อนไปจากใบหน้าของเธอ บรรยากาศเปลี่ยนเป็นเงียบงันไปหลายวินาทีก่อนที่พิมพ์ตะวันจะเป็นฝ่ายเอ่ยทำลายความเงียบนั้นลง


               “พิมพ์ก็อยากจะให้เป็นแบบนั้นเหมือนกันค่ะ แต่สุดท้ายก็คงต้องกลับไปกรุงเทพฯอยู่ดี ยังมีปัญหาอีกหลายเรื่องที่รอให้พิมพ์ไปสะสางน่ะค่ะ” เมื่อนึกถึงปัญหาที่ทำให้พิมพ์ตะวันต้องหนีมาพักผ่อนไกลถึงเชียงใหม่ หญิงสาวก็ลอบระบายลมหายใจยาว แต่ก็ไม่รอดพ้นจากสายตาของเตชิตที่มองอย่างจับสังเกต


              “ตกลงน้องพิมพ์จะไม่บอกพี่จริงๆเหรอครับว่าน้องพิมพ์กำลังกลุ้มใจเรื่องอะไร เผื่อว่าพี่จะช่วยได้บ้าง”


               “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พิมพ์ไม่อยากรบกวน” จะให้เธอบอกเขาได้อย่างไรกันว่าสาเหตุหลักๆของความเครียดที่กำลังรบกวนจิตใจของเธอก็คือเรื่องการถูกคุณพิมพ์ศิริ ผู้เป็นมารดาบังคับให้แต่งงานเพื่อช่วยพยุงธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของครอบครัวที่ใกล้จะล้มละลายอยู่รอมร่อ


              “รบกวนที่ไหนกัน อย่าลืมสิว่าเราเป็นคนกันเองนะ ถ้าพิมพ์มีเรื่องเดือดร้อนพี่ก็เต็มใจจะช่วย”


              พิมพ์ตะวันส่ายหน้าน้อยๆ เธอคงไม่กล้าไปรบกวนเขาหรอก เธอรู้ว่าเตชิตเองก็มีฐานะและเส้นสายในแวดวงธุรกิจเกี่ยวกับโรงแรมและอสังหาริมทรัพย์ไม่น้อย ถึงชายหนุ่มตรงหน้าจะเห็นว่าเธอเป็นคนกันเอง แต่เธอก็ไม่มีหน้าไปขอยืมเงินจำนวนหลายร้อยล้านจากเขาหรอก


              “ขอบคุณพี่เตมากนะคะ แค่พี่เตคอยช่วยเทคแคร์พิมพ์อย่างดีระหว่างอยู่เที่ยวเชียงใหม่ พิมพ์ก็ขอบคุณมากแล้วล่ะค่ะ” เพื่อเป็นการตัดบทเกี่ยวกับประเด็นสนทนาเรื่องนี้ พิมพ์ตะวันจึงเปลี่ยนไปถามเตชิตถึงเรื่องกิจการรีสอร์ทของชายหนุ่มแทน


              “ได้ยินว่าพี่เตมีรีสอร์ทอยู่หลายแห่ง ต้องมาคอยพาพิมพ์เที่ยวแบบนี้ พี่เตไม่ต้องไปคุมกิจการรีสอร์ทอื่นๆบ้างเหรอคะ”


            “ปกติก็ไปครับ ก็จะแวะเข้าไปดูเป็นบางวัน แต่รีสอร์ททุกที่พี่ก็มีลูกน้องที่เชื่อใจได้ช่วยดูแลแทนอยู่ตลอด ก็เลยเบาภาระไปได้เยอะ”


            “แล้วให้ลูกน้องคุมแทนแบบนี้จะไว้ใจได้เต็มที่เหรอคะ” พิมพ์ตะวันถาม เพราะมารดาเธอสอนเอาไว้เสมอว่าอย่าไว้ใจคนอื่นมากจนเกินไป โดยเฉพาะโลกธุรกิจที่ไม่รู้ว่าใครเป็นมิตรหรือเป็นศัตรู เพราะคำว่าผลประโยชน์มันทำให้หลายคนหน้ามืดตามัวทำผิดมานักต่อนักแล้ว


            “ก็ไม่ได้ไว้ใจเต็มที่หรอกครับ คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ เห็นข้างนอกว่าสุกใส ข้างในอาจจะเป็นโพรงก็ได้ น้องพิมพ์ว่าจริงไหมครับ” เตชิตแอบแดกดันพิมพ์ตะวัน แต่ดูเหมือนหญิงสาวจะไม่รู้ตัว เธอยังพูดต่อไป


            “แล้วที่นี่พี่เตให้ใครคุมล่ะคะ” มาพักอยู่หลายวันแล้ว แต่เธอก็ยังไม่เห็นว่ารีสอร์ภูผาดาวแห่งนี้จะมีผู้จัดการรีสอร์ทเหมือนอย่างที่อื่นๆแบบที่เตชิตเพิ่งจะบอก


            “ที่นี่มีผู้จัดการรีสอร์ทเหมือนกันครับ แต่หลักๆแล้วพี่เป็นคนดูแลด้วยตัวเองมากกว่า” เมื่อเห็นสีหน้าของพิมพ์ตะวันที่แสดงออกถึงความสนใจ เตชิตจึงยอมเล่า “รีสอร์ทนี้ถึงแม้จะเป็นรีสอร์ทเล็กๆ แต่มันก็เป็นรีสอร์ทที่พี่รักมากที่สุด เพราะ...” ชายหนุ่มจงใจเว้นวรรคเพื่อกระตุ้นต่อมความอยากรู้ของพิมพ์ตะวัน


            “เพราะอะไรคะ”


            “เพราะว่ามันเป็นรีสอร์ทที่ยัยดาวเป็นคนออกแบบแล้วก็ควบคุมงานก่อสร้างทั้งหมด พี่รักที่นี่เพราะมันทำให้พี่รู้สึกเหมือนว่ายังมีน้องสาวที่น่ารักอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา” คราวนี้เตชิตพูดความจริง ใบหน้าของชายหนุ่มเศร้าลงไปอย่างเห็นได้ชัด พิมพ์ตะวันเห็นดังนั้นจึงครางออกมาด้วยความสงสาร


            “พี่เต...”


            “พี่ไม่เป็นไรหรอก” เมื่อเห็นว่าพิมพ์ตะวันมีสีหน้าไม่เชื่อ เตชิตจึงเอ่ยย้ำอีกรอบ “ไม่เป็นไรจริงๆ น้องพิมพ์อย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้แบบนั้นสิ” พิมพ์ตะวันอาจจะนึกสงสารเขาหรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เตชิตกลับบอกตัวเองในใจว่าความเป็นจริงมันโหดร้ายมากกว่านี้อีกหลายเท่า ทั้งที่พิมพ์ตะวันรู้ความจริงเรื่องตารกาอยู่เต็มอก แต่ผู้หญิงตรงหน้าก็ตีสีหน้าได้แนบเนียนจนเตชิตอดจะนับถือในฝีมือการแสดงของเธอไม่ได้ ในเมื่อเธอเลือกที่จะเล่นละครใส่เขา เขาเองก็จะเล่นละครตบตาเธอเหมือนกัน!


            เมื่อเห็นว่าบรรยากาศชักจะชวนหดหู่ไปกันใหญ่ พิมพ์ตะวันจึงคิดจะเลี่ยงไปพูดเรื่องอื่นแทน แต่เตชิตกลับยังพูดถึงตารกาไม่เลิก


            “เรื่องของยัยดาวก็ผ่านไปตั้งสองปีแล้ว พี่ควรจะทำใจได้เสียที”


            “เรื่องแบบนี้ไม่มีใครจะทำใจยอมรับได้ง่ายๆหรอกค่ะ พิมพ์เข้าใจดี” มิน่าล่ะตอนแรกที่เตชิตเข้าใจผิดว่าเธอเกี่ยวพันกับการเสียชีวิตของตารกา เขาถึงได้มีท่าทางโมโหใส่เธอแบบนั้น เตชิตรักตารกามากและคงยังทำใจไม่ได้ที่ต้องสูญเสียน้องสาวไปก่อนวัยอันควร เขาถึงได้เก็บอารมณ์มาฟาดงวงฟาดงาใส่เธอในวันนั้น


            “พี่ดีใจที่น้องพิมพ์เข้าใจ แล้วก็ขอโทษอีกครั้งที่พี่โมโหจนพูดจาไม่ดีกับน้องพิมพ์ไปเพราะความเข้าใจผิดของพี่เอง” พิมพ์ตะวันส่ายหน้าเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร แค่ความเข้าใจผิด เธอไม่เก็บมาเป็นอารมณ์อยู่แล้ว


            “ว่าแต่ที่นี่ก็สวยสมราคาคุยของยัยดาวจริงๆนะคะ” พิมพ์ตะวันมองผ่านกระจกใสออกไปยังสวนสวยภายนอก ถัดจากสวนเลยไปจนสุดสายตาของเธอก็คือทิวเขาสลับสูงต่ำที่ทอดตัวเรียงรายไปทั่วบริเวณ


            “ยัยดาวเล่าอะไรให้พิมพ์ฟังบ้างเหรอเกี่ยวกับที่นี่”


              “ยัยดาวเคยเขียนอีเมลไปเล่าให้พิมพ์ฟังบ่อยๆเกี่ยวกับที่นี่ เห็นบอกว่าตอนกลางคืนจะมีระเบียงโล่งกว้างสามารถมานอนชมดาวได้ด้วย แล้วตอนเช้าก็มีทะเลหมอกให้เห็นเป็นบางครั้ง ถึงแม้ไม่สวยเท่ามองจากบนยอดดอย แต่มันก็ทำให้ที่นี่โรแมนติกขึ้นอีกเป็นเท่าตัว”


            “ยัยดาวเป็นพวกช่างจินตนาการ แต่เชื่อเถอะว่าสิ่งที่ยัยดาวเล่าให้พิมพ์ฟังทั้งหมดมันคือเรื่องจริง”


            “จริงเหรอคะ” เตชิตพยักหน้า “แต่พิมพ์ยังไม่มีโอกาสได้พิสูจน์ให้เห็นกับตาสักครั้งว่าจริงอย่างที่ยัยดาวพูดหรือเปล่าเพราะกว่าพิมพ์จะตื่น ทะเลหมอกก็คงจะหายไปหมดแล้วล่ะค่ะ ส่วนตอนกลางคืน พิมพ์ก็เหนื่อยจากการเที่ยวทั้งวันจนหัวถึงหมอนก็นอนหลับปุ๋ย เลยไม่ได้มีโอกาสชมดาวเสียที”


            “ถ้างั้นคืนนี้เรามาดูดาวกันไหม รับรองว่าน้องพิมพ์จะต้องไม่เคยเห็นดาวบนท้องฟ้ามากมายขนาดนี้มาก่อนแน่ๆ”


            “พี่เตพูดจริงเหรอคะ” ชายหนุ่มรับคำเพื่อยืนยันให้รู้ว่าตนพูดจริง


            “ถ้างั้นพี่ว่าวันนี้เราไม่ต้องไปเที่ยวไหนไกลๆ น้องพิมพ์จะได้ไม่เหนื่อยมาก จะได้มีแรงเหลือเอาไว้ดูทะเลดาวไงครับ”


            “ถ้างั้นก็เอาตามนี้แล้วกันค่ะ” เตชิตรับคำ ใบหน้าหล่อเหลาขยับรอยยิ้มกว้างแบบที่มักทำประจำซึ่งพิมพ์ตะวันเองก็ส่งยิ้มกลับมาในแบบเดียวกัน

 

ณปุณ: อตัดฉับค้างเอาไว้เท่านี้ก่อนนะคะ เพราะอยากกระตุ้นให้คนอ่านลุ้นต่อไปว่าฉากดูดาวของเตชิตกับพิมพ์ตะวันจะเป็นอย่างไร แอบอยากบอกว่าวาบหวามปนโรแมนติกมากค่ะ อิอิ แล้วในตอนนี้ก็มีตัวละครตัวใหม่โผล่เข้ามาด้วย ก็คือ"ยศนนท์" นั่นเอง จับตาดูตัวละครตัวนี้เอาไว้ให้ได้นะคะ พ่อหนุ่มหล่อคนนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ แต่จะไม่ธรรมดาในแง่ไหน ขอไม่สปอยด์แล้วกันเน้อ เดี๋ยวหมดสนุก
          ก่อนจากกัน อย่าลืมทิ้งคอมเม้นท์/โหวตให้หน่อยเน้อ จะได้เป็นกำลังใจให้นักเขียนตาดำๆจ้ะ แล้วก็อยากบอกว่าขอบคุณหลายๆท่านที่กดแอด FAV. นิยายเรื่องนี้นะคะ ขอให้สนุกสนานกับการอ่านจ้า ^ ^

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #27 nittsmall (@nittsmall) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2557 / 18:11
    พี่เตลายออกแล้วพิมพ์แอบจับได้ แต่นางก็ยังคงโลกสวยตามเดิม 
    #27
    0
  2. #21 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2557 / 19:10
    พี่เตระวังหวั่นไหวนะโรแมนติกอย่างนี้
    #21
    0