วิวาห์ปลอม (สำนักพิมพ์อินเลิฟ-ภรรยาไร้ทะเบียน)

ตอนที่ 6 : โปรยเสน่ห์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,636
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    12 มิ.ย. 57


          เมื่อมาถึงสวนพฤกศาสตร์บนดอยก็เป็นเวลาบ่ายแก่ๆแล้ว แดดจึงอ่อนแสงลงกว่าเมื่อตอนกลางวันมาก เตชิตทำหน้าที่เป็นไกด์ที่ดีด้วยการนำพิมพ์ตะวันชมสวนสวยกว้างใหญ่ที่กินเนื้อที่หลายไร่พลางชี้ชวนให้หญิงสาวดูดอกไม้แปลกๆพันธุ์หายากที่มักจะปลูกในพื้นที่อากาศหนาวเช่นบนยอดดอยแห่งนี้


            เมื่อมองมวลดอกไม้ที่แข่งกันแบ่งบานชูช่อสะพรั่งไปทั่วบริเวณ พิมพ์ตะวันอดไม่ได้ที่จะคลี่ยิ้มออกมาด้วยความสดใส ความเครียดต่างๆที่สะสมเอาไว้ก่อนหน้าค่อยๆมลายลงไปเมื่อหญิงสาวปล่อยร่างกายและจิตใจให้สัมผัสกับความสดชื่นของธรรมชาติอันแสนบริสุทธิ์รอบตัว และที่พิมพ์ตะวันชอบที่สุดเห็นจะเป็นทุ่งดอกกุหลาบหลากหลายพันธุ์ หญิงสาวเหม่อมองมันอยู่นานจนเตชิตสังเกตได้


           “น้องพิมพ์ชอบดอกกุหลาบเหรอครับ” เตชิตเดาเพราะเห็นว่าพิมพ์ตะวันมองเจ้าดอกกุหลาบสีหวานตรงหน้าอยู่นานแล้ว


           “ค่ะ” หญิงสาวตอบรับเบาๆ “มันเป็นดอกไม้ที่มีเสน่ห์มากในความคิดพิมพ์ มีทั้งความหอม งดงาม แต่ก็แฝงอันตรายเอาไว้” พิมพ์ตะวันหมายถึงหนามแหลมตรงก้านดอกกุหลาบ


           “ใช่ ดอกกุหลาบน่ะเป็นดอกไม้ที่มีเสน่ห์” เตชิตยิ้ม ดวงตาวาวโรจน์ขึ้นมาแวบหนึ่งก่อนจะจางหายไปอย่างรวดเร็ว “เหมือนน้องพิมพ์ไม่มีผิด”


           “ทำไมเหรอคะ”


           ก็เพราะพิมพ์ตะวันเป็นผู้หญิงที่สวยแต่แฝงเร้นความร้ายกาจเอาไว้ยังไงล่ะ เตชิตนึกแต่ก็ไม่ได้พูดออกไป ชายหนุ่มแกล้งตอบไปว่า


           “ก็เหมือนน้องพิมพ์ที่ไม่ว่ามองมุมไหนก็น่าค้นหาไปเสียเหลือเกิน” แววตากรุ้มกริ่มของเตชิตทำให้พิมพ์ตะวันต้องเบนหลบสายตาไปอีกทาง หัวใจเจ้ากรรมก็เต้นระรัวขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล แค่เพียงเตชิตพูดหยอกล้อเธอหน่อย หัวใจเธอก็สั่นไหวไปกับคำพูดของชายหนุ่มอย่างง่ายดาย นี่เขามีอิทธิพลต่อเธอมากถึงขนาดนี้เชียวเหรอ? พิมพ์ตะวันคิดในใจ


             “น้องพิมพ์เป็นอะไรไปหรือเปล่าครับ” เตชิตถามเมื่อเห็นว่าหญิงสาวเงียบไป


            “ปะ...เปล่าค่ะ เอ่อ พิมพ์ว่าเราไปดูด้านนั้นกันดีกว่า” พิมพ์ตะวันชี้มือไปอีกทางก่อนจะเดินนำไป เพราะขืนยังยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป ไม่แคล้วเธอคงได้ละลายไปกับคำหวานของเตชิตอย่างแน่นอน


            เตชิตมองตามแผ่นหลังบอบบางของพิมพ์ตะวัน ชายหนุ่มรู้ดีว่าตอนนี้พิมพ์ตะวันคงกำลังนึกหวั่นไหวอย่างแน่นอน  ท่าทางของเธอมองออกได้ไม่ยาก เตชิตไม่ได้คิดเข้าข้างตัวเอง ผู้ชายอย่างเขา การจะโปรยเสน่ห์ให้ผู้หญิงคนหนึ่งมาตกหลุมรักมันไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไรเลย โดยเฉพาะที่ผู้หญิงคนนั้นก็เป็นคนเดียวกับเด็กหญิงในอดีตที่เคยแอบปลื้มเขา เตชิตกระตุกยิ้มเย็นชา อดีตมันจบลงไปแล้ว ตรงหน้าเขาก็คือปัจจุบันเท่านั้น!

 


              ทั้งคู่ใช้เวลาเดินเล่นชมสวนดอกไม้กันอย่างเพลิดเพลิน มารู้ตัวอีกทีก็เป็นเวลาเกือบจะหกโมงเย็นแล้ว ท้องฟ้าเริ่มครึ้มลงทีละน้อย เตชิตเห็นดังนั้นจึงชวนพิมพ์ตะวันให้ไปที่จุดชมวิวเพื่อดูพระอาทิตย์ตกด้วยกันซึ่งคนถูกชวนก็ไม่ขัดข้องแต่อย่างใด


             “นานแล้วที่พิมพ์ไม่ได้มีโอกาสมาชมวิวพระอาทิตย์ตกแบบนี้” พิมพ์ตะวันพูดผ่านรอยยิ้มเป็นสุข “สวยจังเลยนะคะ” หญิงสาวมองดวงอาทิตย์กลมโตสีส้มค่อยๆลับลงทิวเขาไปเรื่อยๆ แสงยามอัสดงช่างงดงามจับตาเหลือเกิน


            “ใช่ สวยมากเลยแหล่ะ” เตชิตพูดสองแง่สองง่าม ใบหน้าหล่อเหลาคลี่ยิ้มที่พิมพ์ตะวันคิดว่ามันอบอุ่นเสียยิ่งกว่าแสงของพระอาทิตย์ในยามนี้เสียอีก หญิงสาวจึงถามออกไปแก้เก้อ


             “อะไรคะที่พี่เตว่าสวย พระอาทิตย์หรือว่า...”


             “ไม่บอก” เตชิตเบือนหน้าไปอีกทาง พิมพ์ตะวันจึงหลุดหัวเราะน้อยๆออกมากับท่าทางแบบนั้นของชายหนุ่ม


             “ถ้างั้นพิมพ์จะเหมาเอาว่าพี่เตชมพระอาทิตย์สวยแล้วกันนะคะ”


              “แล้วไม่คิดว่าพี่จะชมอย่างอื่นนอกจากพระอาทิตย์บ้างเหรอ” เตชิตขยับยิ้มพราว คราวนี้ชายหนุ่มหันมาประจันหน้ากับพิมพ์ตะวันตรงๆ เป็นพิมพ์ตะวันเสียอีกที่แสร้งมองไปอีกทางด้วยความเขินกับสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความหมายแบบนั้นของเตชิต


              “ไม่รู้สิคะ พิมพ์ไม่ได้มีความสามารถในการอ่านใจคนเสียหน่อย”


             “แล้วพิมพ์อยากรู้ไหมล่ะว่าที่พี่พูดน่ะหมายความถึงใคร” เตชิตเริ่มรุกหนักขึ้นเรื่อยๆ


             “ก็แล้วแต่พี่เตสิคะว่าจะยอมบอกพิมพ์หรือเปล่า เมื่อกี้ยังพูดว่าไม่บอกอยู่เลย” ปลายเสียงสะบัดเล็กน้อย เตชิตยิ้มกว้างกับอาการงอนเล็กๆของพิมพ์ตะวัน


            “งั้นพี่ยอมบอกก็ได้” ดวงตาสีน้ำตาลคู่สวยสบประสานกับดวงตาสีถ่านของพิมพ์ตะวัน น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาฟังดูหนักแน่นและชัดเจน “ที่ว่าสวยน่ะ... พี่กำลังหมายถึงผู้หญิงตรงหน้าพี่ต่างหาก”


            “ชมกันซึ่งๆหน้าแบบนี้พิมพ์ก็ตัวลอยน่ะสิคะ”


            “น้ำหนักเยอะขนาดนี้ ลอยขึ้นด้วยเหรอครับ” คำแซวจากปากของเตชิตทำให้ใบหน้าสวยหวานของพิมพ์ตะวันเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อขึ้นมาทันที หญิงสาวตีหน้ายู่ก่อนจะวิ่งไล่ตีเตชิตไปรอบๆบริเวณนั้นราวกับเป็นเด็กๆ โทษฐานที่อีกฝ่ายล้อเลียนเธอ ก็ผู้หญิงทุกคนใครจะชอบให้ล้อเรื่องน้ำหนักตัวกันล่ะ อีกอย่างเธอก็ไม่ได้น้ำหนักเยอะอย่างที่เตชิตล้อเลียนเสียหน่อย


            เสียงหัวเราะหยอกล้อกันของเตชิตและพิมพ์ตะวันดังไปรอบบริเวณนั้น บรรยากาศอบอวลไปด้วยความสุขท่ามกลางทิวเขาน้อยใหญ่ที่ตั้งตระง่านเมื่อมองจากบนยอดดอย ราวกับจะโอบล้อมคนทั้งคู่เอาไว้ให้หัวใจสองดวงได้ใกล้ชิดกันยิ่งกว่าที่เคย

 



            หลังจากเที่ยวเพลินมาแล้วทั้งวัน เตชิตจึงขับรถพาพิมพ์ตะวันกลับมาพักผ่อนที่รีสอร์ทภูผาดาว ใบหน้าของพิมพ์ตะวันยังคงเกลื่อนด้วยรอยยิ้ม เตชิตลอบมองเสี้ยวหน้าของหญิงสาวด้วยความพึงพอใจที่แผนการของตนเองสำเร็จและคืบหน้าไปขั้นหนึ่ง ตอนนี้พิมพ์ตะวันคลายความระมัดระวังและไว้วางใจเขามากขึ้นกว่าเดิม หญิงสาวไม่ได้เอ่ยถามถึงเรื่องตารกาอีก เตชิตนึกเดาเอาว่าหญิงสาวคงไม่ต้องการรื้อฟื้นเรื่องนี้ขึ้นมาอีกครั้ง พิมพ์ตะวันคงอยากจะให้ความผิดทั้งหมดทั้งมวลที่เธอก่อเอาไว้สิ้นสุดลงไปพร้อมกับชีวิตของตารกา เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ เตชิตก็กำมือแน่นจนเล็บจิกลงไปในอุ้งมือแต่ชายหนุ่มกลับไม่รู้สึกเจ็บปวดสักนิดเดียว


           “พี่เตเป็นอะไรไปหรือเปล่าคะ” พิมพ์ตะวันถามเมื่อเห็นว่าเตชิตมีสีหน้าเคร่งขรึม เมื่อกี้เขายังหัวเราะและส่งยิ้มให้เธออยู่เลย


            “เปล่าครับ ไม่มีอะไร พี่ว่าน้องพิมพ์รีบเข้าบ้านไปพักผ่อนเถอะ วันนี้เที่ยวเล่นจนเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว” เตชิตเก็บซ่อนสีหน้าอย่างรวดเร็ว


           “ต้องขอบคุณพี่เตมากเลยนะคะที่พาเที่ยว วันนี้พิมพ์มีความสุขมากๆเลยล่ะค่ะ”


           “เห็นน้องพิมพ์มีความสุข พี่เองก็มีความสุขเหมือนกันครับ” เตชิตเดินมาส่งพิมพ์ตะวันถึงหน้าบ้านพัก “พักผ่อนเยอะๆนะครับ พรุ่งนี้เราจะได้ไปลุยกันต่อ”


           พิมพ์ตะวันยิ้มให้เป็นการตอบรับคำพูดนั้น หญิงสาวไขประตูบ้านเปิดออก แต่จังหวะที่จะปิดมันลงตามเดิม เตชิตกลับยึดบานประตูเอาไว้เสียก่อน ชายหนุ่มยื่นหน้าเข้าใกล้... ใกล้จนพิมพ์ตะวันรู้สึกได้ถึงลมหายใจอุ่นร้อนของเตชิต


            “พี่เต...” พิมพ์ตะวันอุทานออกมาเบาๆกับความใกล้ชิดนั้น เตชิตหยักยิ้มตรงมุมปาก


           “พี่แค่จะบอกว่า” คราวนี้เตชิตเลื่อนไปกระซิบที่ริมใบหูกลมกลึง “ฝันดีนะครับ” พูดจบก็ผละออกมาในขณะที่พิมพ์ตะวันยังคงยืนตัวแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น แม้ในยามที่เตชิตเดินไปไกลแล้วแต่พิมพ์ตะวันก็ยังเหมือนคนไม่รู้สึกตัว เธอต้องเป็นบ้าไปแล้วพิมพ์ตะวัน ทำไมต้องรู้สึกเขินเพราะแค่คำพูดว่าฝันดีครับของเตชิตด้วย เขาก็คงพูดไปตามมารยาทเท่านั้นเอง พิมพ์ตะวันพยายามปัดความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นในใจทิ้งไป เธอไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองในตอนนี้ แต่พบว่ายิ่งเธอพยายามห้ามหัวใจตัวเองเท่าไหร่กลับยิ่งฟุ้งซ่านมากขึ้นเท่านั้น

 
ณปุณ: ขออภัยที่หายไปหลายวันค่ะ (เปิดมาด้วยประโยคนี้อีกแล้ว แหะๆ) คราวนี้เตชิตเดินหน้าโปรยเสน่ห์เต็มที่แล้ว นางเอกของเราจะตกหลุมพรางเล่ห์นี้หรือไม่ ต้องติดตามนะคะ แต่ณปุณว่าผู้หญิงที่ไหนเจอแบบนี้ก็ต้องมีหวั่นไหวบ้างแหล่ะ จริงไหม หุหุ ^ ^
          ขอแจ้งเพิ่มเติมว่านิยายเรื่องนี้ตีพิมพ์กับสนพ.อินเลิฟ กำหนดวางแผงเดือนก.ค.57 (เดือนเกิดของอิชั้นเอง อิอิ) โดยสนพ.ขอเปลี่ยนชื่อเป็น
"ภรรยาไร้ทะเบียน" ถ้ายังไงฝากอุดหนุนกันด้วยเน้อ เพราะในเล่มมีเพิ่มตอนพิเศษความหวานของพระ-นางอย่างจุใจเลยค่ะ อ่านแล้วให้มันฟินไปข้างหนึ่งเลยดู ก้ากๆๆๆ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #17 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 20:02
    พี่เต้เข้าแผนล่ะทีนี้
    #17
    0
  2. #16 nittsmall (@nittsmall) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2557 / 19:03
    เย้ยยยย ยัยพิมพ์หล่อนก็ใจง่ายกับพี่เตไปหน่อยนะ เค้าชมมาก็เหนียมไป หึหึ เข้าแผนเค้าโม้ดดดดดด
    #16
    0