วิวาห์ปลอม (สำนักพิมพ์อินเลิฟ-ภรรยาไร้ทะเบียน)

ตอนที่ 11 : เรื่องระหว่างเรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,711
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    24 มิ.ย. 57


          “พี่เตๆ” เสียงเรียกจากเด็กหญิงผมเปียตัวน้อยทำให้เตชิตต้องวางมือจากหนังสือที่กำลังอ่านค้างอยู่ พิมพ์ตะวันวิ่งฉีกยิ้มกว้างมาหาเขาแบบนี้ ท่าทางต้องมีอะไรมาอ้อนเขาแน่ๆ


           “ว่าไงหืม แม่เด็กจอมยุ่ง” เตชิตคลี่ยิ้มละมุน ส่วนพิมพ์ตะวันก็ยื่นสมุดการบ้านไปเบื้องหน้าของเด็กหนุ่มที่มีอายุมากกว่าเธอถึงห้าปี เธอเพิ่งจะเรียนอยู่มัธยมต้น แต่เตชิตกำลังจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยในปีนี้


            “พี่เตสอนการบ้านพิมพ์หน่อยได้ไหมคะ พิมพ์ไม่เห็นจะเข้าใจเลย” เด็กหญิงหมายถึงการบ้านวิชาคณิตศาสตร์ที่เป็นวิชาสุดหินสำหรับเธอ แต่เธอรู้ดีว่าสำหรับเตชิต มันคงง่ายเสียยิ่งการปอกกล้วยเข้าปากเสียอีก


           พี่เตเป็นพี่ชายของตารกา เพื่อนสนิทเธอ เด็กหนุ่มตัวสูงโปร่ง หน้าตาหล่อเหลา คมคาย แถมเรียนเก่งขนาดเป็นที่หนึ่งของระดับชั้นพ่วงท้ายด้วยตำแหน่งนักกีฬาบาสเก็ตบอลที่สาวๆกรี๊ดกันทั้งโรงเรียนไม่เว้นแม้กระทั่งเธอ ทุกอย่างที่ประกอบขึ้นเป็นเตชิตช่างดูดีไปเสียหมด แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เธอคลั่งไคล้เขาได้ยังไงล่ะ แต่ยามเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าตัว พิมพ์ตะวันก็ต้องพยายามเก็บซ่อนความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ เพราะไม่รู้ว่าเตชิตจะเห็นเธอเป็นเพียงแค่เด็กน้อยซนๆคนหนึ่งหรือเปล่า ในเมื่อเขาก็มีรุ่นพี่สวยๆหลายคนมาตามกรี๊ดล้อมหน้าล้อมหลังอยู่เป็นประจำ


           วันนี้เธอมาติวหนังสือที่บ้านของตารกา ได้โอกาสจึงหาเรื่องให้เตชิตสอนการบ้าน จุดประสงค์จริงๆก็คือเธออยากจะอยู่ใกล้พี่ชายที่แสนอบอุ่นอ่อนโยนคนนี้ต่างหากล่ะ พิมพ์ตะวันอมยิ้มกับตัวเอง เธอนี่ชักจะแก่แดดขึ้นไปทุกวันแล้ว


          “ไหน ทำข้อไหนไม่ได้ ขอพี่ดูหน่อยสิครับ” เตชิตเอาสมุดไปเปิดดูหน้าที่พิมพ์ตะวันคั่นเอาไว้ เด็กหนุ่มเพียงแค่มองปราดเดียวก็นึกแก้โจทย์คณิตศาสตร์ข้อนี้ได้แล้ว “ไม่เห็นยากเลย อย่างแรกน้องพิมพ์ต้องท่องสูตรได้ก่อนว่า...”


            เตชิตเคลื่อนกายเข้ามาใกล้พิมพ์ตะวันแล้วอธิบายการบ้านให้อย่างใจดี ใบหน้าสดใสอมชมพูของพิมพ์ตะวันทำให้เขามองอย่างนึกเอ็นดูไม่น้อย รอยยิ้มของเด็กหญิงแลดูสว่างไสวเหมือนจะทำให้โลกทั้งใบดูสดใสขึ้นทันใด เขาไม่เคยเห็นใครยิ้มสวยเท่าพิมพ์ตะวันมาก่อนเลย มันเป็นรอยยิ้มที่ปราศจากเล่ห์มารยาใดๆ ยิ่งพิศมองเตชิตกลับยิ่งรู้สึกว่าตัวเองหลงเสน่ห์รอยยิ้มแบบนั้นเข้าไปทุกทีๆ


            “พี่เตมองอะไรคะ” พิมพ์ตะวันถามซื่อเมื่อเห็นว่าเตชิตจ้องหน้าเธออยู่เป็นนานสองนาน


             “เปล่าหรอกครับ ไม่มีอะไร” เตชิตยิ้มแก้เก้อ เด็กหนุ่มเสเปลี่ยนเรื่องกลับสู่บทเรียนคณิตศาสตร์ตามเดิม “ตกลงน้องพิมพ์เข้าใจแล้วใช่ไหมครับ”


           “ค่ะ พิมพ์เข้าใจแล้ว ขอบคุณพี่เตมากเลยนะคะ” พิมพ์ตะวันยกมือไหว้ขอบคุณเตชิตที่รับไหว้ตามมารยาท เด็กหญิงยิ้มให้อีกครั้งก่อนจะวิ่งหายไปอีกทางโดยมีดวงตาสีน้ำตาลของเตชิตมองตามหลังพร้อมรอยยิ้ม


            พิมพ์ตะวันมาให้เขาสอนการบ้านบ่อยๆ ทว่าเขาไม่เคยรู้สึกรำคาญอะไรเลย ตรงข้ามกลับนึกยินดีเสียด้วยซ้ำ ตอนแรกเตชิตคิดว่าคงเป็นเพราะเขานึกเอ็นดูพิมพ์ตะวันเหมือนอย่างที่เอ็นดูตารกาผู้เป็นน้องสาว แต่เมื่อได้ใกล้ชิดบ่อยครั้งเข้า ความรู้สึกแบบนี้มันก็ยิ่งรุนแรงมากขึ้นเป็นลำดับจนในที่สุดเตชิตก็เพิ่งเข้าใจ... นี่เขาคงจะหลงเสน่ห์ยัยเด็กตัวเปี๊ยกที่ชื่อว่าพิมพ์ตะวันเข้าให้แล้ว

 


            สติของเตชิตคืนกลับสู่ความเป็นจริงตรงหน้าอีกครั้ง ใบหน้าของพิมพ์ตะวันแดงก่ำเรื่อยไปถึงบริเวณซอกคอขาวผ่อง หญิงสาวเชยคอขึ้นรับสัมผัสจากปลายลิ้นอุ่นร้อนของเตชิต สติที่ยังหลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดใกล้จะหลุดรอยไปทุกทีๆ


            “อย่าค่ะพี่เต พิมพ์ยังไม่พร้อม ยังไม่ใช่... ยังไม่ใช่ตอนนี้” พิมพ์ตะวันพยายามรวบรวมคำพูดห้ามปรามการกระทำของเตชิตเป็นครั้งสุดท้าย


            ชายหนุ่มมองเห็นใบหน้าของพิมพ์ตะวันในตอนนี้ที่กำลังซ้อนทับกับใบหน้าของเด็กหญิงผมเปียคนเดิมเมื่อหลายปีก่อน พิมพ์ตะวันในความทรงจำของเขาช่างงดงามและบริสุทธิ์เหลือเกิน แล้วเขาจะหักใจทำร้ายคนตรงหน้าได้อย่างเลือดเย็นจริงๆเหรอ? โดยเฉพาะเขาทำในสิ่งที่สุภาพบุรุษไม่พึงกระทำแม้แต่น้อย เขาวางยาแล้วฉวยโอกาสเข้าครอบครองเรือนร่างฉีกทึ้งพรหมจรรย์ของเธอ ถึงแม้พิมพ์ตะวันจะหักหลังน้องสาวของเขา แล้วมันถูกหรือเปล่าที่เขาจะใช้ศาลเตี้ยมาตัดสินเธอแบบนี้ ยิ่งคิดเตชิตก็ยิ่งรู้สึกสับสนในการกระทำของตัวเอง ใจหนึ่งเตชิตก็คิดว่าพิมพ์ตะวันสมควรโดนแบบนี้นั่นแหล่ะถึงจะสาสม แต่อีกใจหนึ่ง... ภาพความน่ารักในอดีตของพิมพ์ตะวันก็ทำให้เขาหักใจทำไม่ลง


             สุดท้ายความรู้สึกอย่างหลังก็รุนแรงกว่า เตชิตถอนหายใจแรงพลางขยับกายถอยหายจากร่างงดงามเย้ายวนของพิมพ์ตะวัน ชายหนุ่มสวมเสื้อและกางเกงกลับคืนเหมือนเดิมก่อนจะคลี่ผ้าห่มผืนหนาออกคลุมร่างเปลือยเปล่าตรงหน้า  จากนั้นจึงเดินไปเปิดประตูห้องแล้วออกไปเงียบๆ ทิ้งให้พิมพ์ตะวันที่กำลังกึ่งสะลึมสะลือมองตามด้วยความไม่เข้าใจ แต่ก็นึกโล่งอกที่เหตุการณ์มันไม่ได้เกินเลยไปมากกว่านี้ เพราะถ้าหากเป็นเช่นนั้น ไม่แคล้วเตชิตคงต้องดูถูกหาว่าเธอเป็นผู้หญิงใจง่ายแน่ๆ และเธอก็ไม่ได้เป็นแบบนั้นถึงแม้หลายครั้งเธอจะเผลอตัวหลงไปกับเสน่ห์อันร้ายกาจของชายหนุ่มก็ตาม

 


          เช้าวันถัดมา พิมพ์ตะวันรู้สึกอิหลักอิเหลื่อไม่น้อยยามต้องเผชิญหน้ากับเตชิต แต่ชายหนุ่มก็ทำเหมือนเรื่องเมื่อคืนไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร เตชิตยังคงพูดคุยทักทายกับพิมพ์ตะวันตามปกติ แม้ในใจจะรู้สึกเคืองตัวเองไม่น้อยที่เมื่อคืนเขายอมปล่อยพิมพ์ตะวันไปง่ายๆ ไม่ได้ลงทัณฑ์หญิงสาวอย่างที่ใจนึก


            “เรื่องเมื่อคืน...” เตชิตมองสบตากับพิมพ์ตะวันแล้วเอ่ยเสียงแผ่ว “พี่ขอโทษนะครับ” ใบหน้าของพิมพ์ตะวันเข้มขึ้นทันทีเมื่อนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์สุดรัญจวนใจเมื่อคืนที่เพิ่งผ่านมาหมาดๆ หญิงสาวอ้อมแอ้มตอบ


            “ไม่เป็นไรค่ะ” จะโทษแต่เตชิตก็ไม่ถูก ว่าไปเธอเองก็มีส่วนทำให้สถานการณ์มันบานปลายออกไปในรูปแบบนั้น เมื่อวานเธอไม่นานดื่มไวน์จนเมาเลย ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้เธอกล้าเปิดใจให้เตชิตมากกว่าปกติ โชคดีที่ทุกอย่างมันไม่ได้เกินเลยไปมากกว่านั้นเพราะเตชิตหยุดตัวเองเอาไว้ได้เสียก่อน


            “พี่สัญญาว่าจะรอจนกว่าน้องพิมพ์จะพร้อม แต่ขอโอกาสให้พี่ได้ดูแลน้องพิมพ์ได้ไหมครับ” เตชิตเล่นไม้อ่อน ชายหนุ่มไม่อยากรุกหนักไปมากกว่านี้ เขาอยากให้เธอไว้วางใจเขาเสียก่อน จากนั้นจึงค่อยจัดการทีเดียว เมื่อเห็นว่าพิมพ์ตะวันเงียบไป เตชิตจึงแกล้งถามหยั่งเชิง “หรือว่าน้องพิมพ์มีคนที่รักอยู่ก่อนแล้ว” พิมพ์ตะวันรีบปฏิเสธทันที ท่าทางของเธอทำให้คนฟังยิ้มด้วยความพึงพอใจกับคำตอบนั้น


            “เปล่าหรอกค่ะ เพียงแต่ว่า...” หญิงสาวไม่กล้าบอกเรื่องปัญหาครอบครัวของเธอให้เตชิตฟัง โดยเฉพาะเรื่องที่เธอกำลังจะถูกมารดาคลุมถุงชนให้แต่งงานกับเสี่ยศักดา


            “เพียงแต่อะไรครับ หรือว่าน้องพิมพ์รังเกียจพี่”


            “ไม่ใช่หรอกค่ะ เพียงแต่พิมพ์... เอ้อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ในที่สุดพิมพ์ตะวันก็เลือกที่จะไม่พูด


            “ถ้าอย่างนั้น” เตชิตยื่นหน้าไปกระซิบใกล้ใบหูของพิมพ์ตะวัน “คบกับพี่ได้ไหมครับ”


            มันเป็นการขอเป็นแฟนที่ทำให้พิมพ์ตะวันรู้สึกวาบหวิวราวกับตัวเองกำลังล่องลอยไปในอากาศ ใบหน้าหล่อเหลาของเตชิตอยู่ห่างไปไม่ถึงคืบ ดวงตาสีเมล็ดอัลมอนด์คู่นั้นกำลังทอประกายระยิบระยับ ริมฝีปากได้รูปคลี่ยิ้มชวนอบอุ่นหัวใจจนพิมพ์ตะวันอดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาเช่นกัน


            “ค่ะ” สิ้นเสียงตอบรับ เตชิตก็รวบร่างบางเข้าไปกอดแน่น พิมพ์ตะวันซุกตัวในอ้อมอกแกร่งของเตชิตโดยไม่รู้เลยว่าภายใต้อ้อมกอดที่ดูจะอ่อนโยนแบบนั้น ชายหนุ่มที่กำลังสวมกอดเธออยู่มีสีหน้าเย็นชาปานใด

 



            “ว่าไงนะ พี่เตไม่อยู่เหรอ” ดารารัตน์รู้สึกหัวเสียไม่น้อยเมื่อเธออุตส่าห์เดินทางมาหาเตชิตที่รีสอร์ทภูผาดาวเพื่อจะพบว่าชายหนุ่มไม่ได้อยู่ที่นี่ “แล้วไปไหน ไปทำอะไร แล้วไปกับใคร”


            คำแก้วลอบทำหน้าเบื่อหน่าย แต่ก็ยอมบอกแต่โดยดี นึกหวังในใจว่าถ้าหากดารารัตน์รู้แล้ว เจ้าหล่อนจะได้รีบไปจากที่นี่เพราะเธอปวดหูกับเสียงแหวๆของผู้หญิงตรงหน้าเต็มทีแล้ว


            “คุณเตพาแขกไปเที่ยวในตัวเมืองค่ะ”


            “ใคร” ดารารัตน์เค้นเสียงถาม ในใจเริ่มเดาได้ลางๆว่าแขกที่คำแก้วว่าก็คือผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนนั้นที่เตชิตเคยพาไปเที่ยวที่ไร่ส้มของเธอ


            “คุณพิมพ์ตะวันค่ะ”


             ใช่อย่างที่เธอคิดเอาไว้จริงๆ ดารารัตน์เม้มริมฝีปากด้วยความไม่พอใจ ผู้หญิงคนนั้นคงพิเศษมากถึงขนาดที่เตชิตจะต้องคอยเอาใจใส่ตลอดเวลาสินะ ยิ่งคิดดารารัตน์ก็ยิ่งทวีความไม่พอใจมากขึ้นเรื่อยๆ


            “แล้วเค้าจะกลับมาตอนไหน ฉันจะได้อยู่รอ” วันนี้เธอจะต้องพบเตชิตให้ได้ เธอจะไม่มีทางปล่อยให้นังผู้หญิงคนนั้นมาแย่งพี่เต ชายหนุ่มที่เธอหมายตาเอาไว้ไปได้ง่ายๆหรอก ดารารัตน์คิดในใจอย่างหมายมาด


            “ดิฉันเองก็ไม่ทราบว่าคุณเตกับคุณพิมพ์ตะวันจะกลับเข้ามากี่โมง คุณดาอย่ารอเลยนะคะ” คำแก้วพูดเพราะอยากจะช่วยเตชิต หญิงสาวรู้ดีว่าเตชิตออกจะรำคาญไม่น้อยกับการตามตื๊อชนิดเกาะไม่ปล่อยของลูกสาวพ่อเลี้ยงขจร แต่เพราะมารยาททำให้เตชิตไม่กล้าเอ่ยออกไปตรงๆ


            “เธอถือดียังไงมาห้ามฉัน ก็แค่พนักงานต้อนรับตัวเล็กๆ ให้มันรู้เสียบ้างว่าเธอเป็นใครแล้วฉันน่ะเป็นใคร” ดารารัตน์บิดริมฝีปาก ใบหน้าสวยเฉี่ยวปรายตาเป็นเชิงดูถูกคำแก้วอย่างชัดเจน แต่คนที่ถูกมองเริ่มชินกับนิสัยแย่ๆแบบนี้ของดารารัตน์เสียแล้ว


            “ถ้าอย่างนั้นก็เชิญตามสบายค่ะ ดิฉันไม่รบกวนแล้ว” คำแก้วเลือกที่จะเดินเลี่ยงออกมาจากตรงนั้น ปล่อยให้ดารารัตน์ฟาดงวงฟาดงาตามความพอใจ เดี๋ยวเหนื่อยดารารัตน์ก็คงจะหยุดไปเอง ในเมื่อเจ้าหล่อนอยากจะรอเตชิตนักเธอก็จะปล่อยให้รอต่อไป อย่างที่ดารารัตน์ว่า เธอจะถือสิทธิ์อะไรไปห้ามลูกสาวพ่อเลี้ยงผู้ยิ่งใหญ่แห่งเมืองเชียงใหม่อย่างพ่อเลี้ยงขจร งานนี้ก็คงต้องปล่อยให้เตชิตรับมือเอาเองก็แล้วกัน เธอขอไม่ยุ่งดีกว่า


            เวลาผ่านไปจากบ่ายเป็นค่ำ แต่เตชิตก็ยังไม่กลับมา ดารารัตน์มองคำแก้วที่กำลังจัดเอกสารอยู่ที่เคาเตอร์แล้วก็พานให้หงุดหงิด เธอโทรเข้ามือถือของเตชิตหลายครั้ง แต่อีกฝ่ายก็ปิดเครื่อง นั่นยิ่งทำให้ดารารัตน์ไม่พอใจเมื่อคิดว่าชายหนุ่มอาจจะกำลังสวีตหวานกับแม่ผู้หญิงจากกรุงเทพฯคนนั้น ระหว่างที่กำลังจะกดโทรศัพท์มือถือหาเตชิตอีกรอบ เสียงรถก็แล่นเข้ามาจอดภายในบริเวณรีสอร์ทเสียก่อน ตามมาด้วยเสียงพูดคุยปนหัวเราะน้อยๆ ซึ่งเสียงนั้นดารารัตน์จำได้แม่นว่าเป็นเสียงของเตชิต


            “พี่เตคะ” ดารารัตน์ยิ้มอ่อนหวานแล้วถลาเข้าไปกอดแขนเตชิตโดยเบียดหญิงสาวอีกคนที่เดินคู่มากับชายหนุ่มให้เซไปอีกทาง เตชิตขยับตัวจะไปประคองพิมพ์ตะวัน แต่ดารารัตน์รั้งต้นแขนเขาเอาไว้ “พี่เตไปไหนมาตั้งนานคะ ดามารออยู่ที่นี่ตั้งแต่บ่ายแล้ว โทรไปพี่เตก็ปิดเครื่องตลอด”


            “เอ่อ น้องดามาหาพี่มีธุระอะไรหรือครับ” เตชิตพยายามปลดแขนออกจากการเกาะกุมของดารารัตน์ แต่หญิงสาวไม่ยอมปล่อยง่ายๆ แถมยังซบหน้าไปกับท่อนแขนกำยำนั้นอีกโดยไม่สนใจสายตาของพิมพ์ตะวันและคำแก้วที่มองมาแม้แต่น้อย


            “ต้องมีธุระด้วยเหรอคะ ดาถึงจะมาหาพี่เตได้” น้ำเสียงนั้นเป็นเชิงกระเง้ากระงอด เตชิตลอบระบายลมหายใจยาวเหยียด


            “แล้วทำไมวันนี้น้องดาถึงได้มาหาพี่ที่นี่ละครับ” เตชิตเปลี่ยนคำถามใหม่ ทว่าคำตอบของดารารัตน์ก็ทำให้ชายหนุ่มนิ่งไปแทบจะทันที


            “ดาก็แค่อยากจะมาคุยเรื่องของเราน่ะค่ะ”


            “เรื่องของเรา?” เตชิตทวนคำ “เรื่องอะไรเหรอครับ”


            “ก็เรื่องงานแต่งงานของเราสองคนยังไงล่ะคะ”


             เตชิตเบิกตากว้าง ส่วนพิมพ์ตะวันก็อึ้งไปหลายวินาที หญิงสาวเบนสายตาไปทางเตชิตเพื่อขอคำตอบสำหรับเรื่องนี้ เมื่อเช้าเตชิตยังเพิ่งจะขอคบหากับเธออยู่หมาดๆ แล้วทำไมตอนเย็นดารารัตน์ถึงได้มาบอกว่าเตชิตกำลังจะแต่งงานกับเจ้าหล่อน


            “นี่มันเรื่องอะไรกัน พี่งงไปหมดแล้ว” เตชิตหมายความอย่างที่พูด เขาจำได้ว่าไม่เคยไปรับปากว่าจะแต่งงานกับดารารัตน์เลยสักครั้งเดียว ท่าทางสนิทสนมเกินกว่าฐานะน้องสาวก็ไม่เคยมี


            “คุณพ่อของดาท่านอยากให้เราหมั้นหมายกันเอาไว้ก่อนน่ะค่ะ ท่านเห็นว่าเราสองคนก็คบหากันมานานแล้ว ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป เดี๋ยวคนจะมองไม่งาม จากนั้นก็ค่อยหาฤกษ์แต่งอีกที แต่ก็น่าจะภายในปีนี้” ดารารัตน์พูดเองเออเองคนเดียว เตชิตงงเป็นไก่ตาแตก ชายหนุ่มเหลียวหน้าไปมองพิมพ์ตะวันก่อนจะพบว่าหญิงสาวหมุนตัวหันหลังเดินไปไกลเสียแล้ว ชายหนุ่มจึงรีบปลดมือของดารารัตน์ออกจากต้นแขนของตนทันที


            “พี่ว่าน้องดากับคุณพ่อต้องเข้าใจอะไรบางอย่างผิดแน่ๆ”


            “พี่เตหมายความว่ายังไงคะ” ไหนๆมาถึงขนาดนี้แล้ว เขาก็คงจะต้องพูดให้เด็ดขาดเสียที หญิงสาวจะได้ไม่ต้องเข้าใจผิดอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ


            “พี่ไม่เคยคิดกับน้องดามากเกินกว่าน้องสาวคนหนึ่ง ขอโทษด้วยนะครับ” เตชิตค้อมศีรษะลงเล็กน้อย ส่วนดารารัตน์ในตอนนี้ยืนตัวแข็งทื่อไปเรียบร้อยแล้ว


            “ไม่จริง พี่เตโกหกดา ไม่จริง...” ดารารัตน์ส่ายหน้าอย่างไม่อยากจะยอมรับ คำแก้วมองด้วยความสงสารแกมสมเพช


            “พี่พูดจริง ที่ผ่านมาพี่เห็นน้องดาเป็นแค่น้องสาวที่น่ารักคนหนึ่งเท่านั้น ไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่านี้จริงๆ พี่ต้องขอโทษที่อาจจะทำอะไรให้น้องดาคิดมากไป”


            “เพราะผู้หญิงคนนั้นใช่ไหมคะ พี่เตถึงได้ปฏิเสธดา” ดารารัตน์เสียงสั่นเครือ


            “พิมพ์ตะวันไม่เกี่ยวอะไรด้วยกับเรื่องนี้ อย่าลากคนอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องเลยนะครับ”


            “ทำไมจะไม่เกี่ยวคะ เพราะมันที่แย่งพี่เตไปจากดา เพราะนังผู้หญิงหน้าด้านคนนั้นคนเดียว” ดารารัตน์ขยับตัวจะตามพิมพ์ตะวันไป แต่เตชิตรั้งเอาไว้เสียก่อน


            “น้องดาใจเย็นๆก่อนนะครับ วันนี้น้องดากำลังเสียใจ พี่ว่าน้องดากลับบ้านไปก่อนเถอะ เดี๋ยวรอให้ใจเย็นลงกว่านี้แล้วเราค่อยมาคุยกัน”


            “พี่เตทำแบบนี้ได้ยังไงคะ ทำไมถึงต้องไปชอบนังผู้หญิงคนนั้น ลืมไปแล้วเหรอคะว่ายัยดาวตายยังไง” ชื่อของตารกาทำให้เตชิตขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูน เรื่องราวการเสียชีวิตของตารกาที่ถูกถ่ายทอดผ่านทางจดหมายลาตาย ดารารัตน์เองก็จะเป็นหนึ่งคนที่รู้เรื่องนี้เช่นกัน


            ท่าทางของเตชิตทำให้ดารารัตน์นึกรู้ว่าตัวเองจี้ถูกทางแล้ว เตชิตเคยบอกว่าพิมพ์ตะวันเป็นเพื่อนสนิทของตารกา ดังนั้นชายหนุ่มจะต้องรู้ว่าพิมพ์ตะวันเป็นตัวต้นเหตุที่ทำให้ตารกาต้องตาย แล้วทำไมเตชิตถึงได้ทำท่าทางสนอกสนใจศัตรูของตัวเองถึงขนาดนั้น หรือว่าเพราะพิมพ์ตะวันสวยจนเตชิตหลงใหลชนิดถอนตัวไม่ขึ้น ยิ่งคิดดารารัตน์ก็ยิ่งโมโหกรุ่น


            “ไม่ค่ะ ดาต้องพูดให้รู้เรื่องวันนี้ ดาจะไม่ยอมเสียพี่เตไปแบบนี้แน่” ดารารัตน์ดิ้นรนสุดฤทธิ์ แต่ก็สู้แรงของเตชิตไม่ได้ ชายหนุ่มพยักหน้าสั่งให้คนงานรีสอร์ทเข้ามาช่วยกันจับตัวดารารัตน์เอาไว้ไม่ให้หญิงสาวอาละวาดอะไรได้อีก


            “ปล่อยนะไอ้บ้า ปล่อยฉันสิ” ดารารัตน์ยังไม่หยุดโวยวาย


            “พาคุณดารารัตน์กลับไปส่งที่บ้านให้เรียบร้อย ฝากด้วยนะคำแก้ว” คำแก้วรับคำผู้เป็นเจ้านาย ลับหลังเตชิต คำแก้วจึงสั่งให้คนงานพาดารารัตน์ไปยังรถตู้ที่มีคนขับสตาร์ทเครื่องเตรียมพร้อมอยู่ก่อนแล้ว จากนั้นจึงสั่งออกรถ จุดหมายปลายทางคือบ้านของพ่อเลี้ยงขจร โดยมีดารารัตน์โวยวายไปตลอดทาง


          คอยดูเถอะ คนอย่างดารารัตน์ไม่ยอมเสียของรักให้ใครง่ายๆแน่ ผู้หญิงหน้าไหนก็อย่าหวังเลย!

 

ณปุณ: สวัสดีค่ะ มาอัพให้แล้ว ช่วงนี้อัพให้ถี่หน่อย (แทบจะทุกวันเลยมั๊ง) เพราะนิยายเรื่องนี้มีกำหนดจะวางแผงช่วงเดือนก.ค.57 ค่ะ เลยอยากปิดเรื่องไวๆ
           สำหรับตอนนี้ ดารารัตน์เธอก็ช่างตื๊อเก่งจริงๆ แต่พี่เตไม่มีทางหวั่นไหวง่ายๆแน่เพราะเป้าหมายพี่เตอยู่ที่ผู้หญิงอีกคนต่างหาก อิอิ และดารารัตน์จะหาหนทางบีบพระเอกของเรายังไง เชิญติดตามต่อตอนหน้าค่ะ ขอแง้มๆว่าตอนหน้ารีสอร์ทภูผาดาวจะได้ต้อนรับแขกอีกหลายรายทีเดียว มาลองทายไหมคะว่าจะเป็นใคร ฮาๆๆ 


ปล. คอมเม้นท์+โหวตเป็นกำลังใจสักนิด ไม่งั้น ฮึ่มๆๆๆ... (แล้วไงเนี่ย ก้ากๆๆ)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

122 ความคิดเห็น

  1. #31 jeabkiss (@jeabkiss) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2557 / 18:55
    ยัยดาด้านสุดๆ
    #31
    0
  2. #30 nittsmall (@nittsmall) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2557 / 18:24
    ค่อยยังชั่วที่อิพี่เตระงับใจและความแค้นได้ ไม่งั้นยัยพิมพ์โดนกินจนเกลี้ยงแน่ๆ // เตรียมรับศึกอารมณ์หึงหวงของยัยดาด้วยนะยัยพิมพ์
    #30
    0