รอยรักทัณฑ์มัจจุราช

ตอนที่ 3 : บทที่ 1 คำขอร้องที่มีเลศนัย 75%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22,846
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 230 ครั้ง
    12 มี.ค. 62



เป็นการเดินทางที่ยาวนานที่สุดในชีวิตก็ว่าได้...

ร่างระหงลงจากเครื่องบินส่วนตัวลงมาสัมผัสผืนแผ่นดินที่ไม่ใช่บ้านเกิดเมืองนอนของตัวเองด้วยความกระวนกระวายการรับปากอย่างขอไปทีของเมื่อวาน ทำให้วันนี้เธอต้องมายืนอยู่ ณ ตรงนี้...

มหานครนิวยอร์ก เมืองที่ไม่เคยหลับใหล เมืองที่ถือว่าเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน วัฒนธรรม ความบันเทิง ที่สำคัญที่สุดของโลก แต่ถึงอย่างนั้นสิ่งเหล่านั้นก็ไม่ได้อยู่ในความนึกคิดของเธอแม้แต่น้อย เธอไม่ได้ตื่นเต้นกับการเดินทางมาต่างบ้านต่างเมืองเป็นครั้งแรก สัญชาตญาณที่กำลังร้องเตือนดังลั่นต่างหากที่มันอยู่ในความนึกคิดของเธอตอนนี้ ไม่สิ! มันกำลังครอบคลุมความนึกคิดของเธอทั้งหมดต่างหาก

เมื่อหลายชั่วโมงก่อน...

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูกระหน่ำรัวทำให้คนที่เพิ่งนอนไปได้ไม่กี่ชั่วโมงต้องลืมตาขึ้นมาอย่างงัวเงียกรรณาราไม่อยากลืมตาขึ้นมาเลยสักนิด แต่คนที่มาเคาะประตูตั้งแต่ฟ้ายังไม่สางคงไม่ยอมปล่อยให้เธอนอนต่อแน่นอน

“กรรณตื่นหรือยังจ๊ะ” เสียงที่ดังลอดเข้ามาในห้องยังหวานหยดดังเช่นเมื่อคืนวาน

“ตื่นแล้วค่ะ กรรณขออาบน้ำแต่งตัวสิบห้านาทีนะคะเดี๋ยวลงไป” กรรณาราตอบรับอย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะลุกจากเตียง เดินไปคว้าผ้าเช็ดตัวแล้วตรงเข้าไปในห้องน้ำ เธอใช้เวลาไม่นานในการจัดการกับตัวเอง ก่อนจะก้าวออกจากห้องนอนพร้อมกระเป๋าเดินทางใบย่อม

คราแรกเธอคิดว่าตัวเองอาจต้องเหมาแท็กซี่เพื่อเดินทางไปสนามบินด้วยตัวเอง แต่ทันทีที่เธอลากกระเป๋าลงมาจากห้อง เธอก็พบพราวพิลาสยืนรออยู่ก่อนแล้วพร้อมกับชายชุดดำที่ยืนอยู่ข้างหลัง แม่เลี้ยงของเธอดูเคร่งเครียดและร้อนรน คนที่ไม่เคยทำอะไรให้เธอหรือแม้จะทำอะไรด้วยตัวเองเดินเข้ามาช่วยเธอยกกระเป๋าทั้งลากทั้งดึงและดันเธอให้ตรงไปยังรถยุโรปสีดำขลับติดฟิล์มมืดสนิท

“พวกเขาเป็นใครคะ” กรรณาราถามพยายามขืนตัวจากแรงดึงของพราวพิลาส

“ทีมงานจ้ะ รีบเถอะจะสายแล้ว” พราวพิลาสตอบก่อนจะเอ่ยเร่งอย่างร้อนรน พร้อมกับดันหลังกรรณาให้ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถ และปิดประตูให้เสร็จสรรพ

ตอนที่ประตูถูกปิดลงกรรณารารู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก เธอเห็นพราวพิลาสรับอะไรสักอย่างจากคนชุดดำคนหนึ่ง รอยยิ้มกว้างบนหน้าของพราวพิลาสนั่นอีกที่ทำให้เธอหวั่นใจ แต่ตอนนั้นเธอได้แต่ปลอบใจตัวเองว่าเธอเพียงแค่คิดมากไปก็เท่านั้น

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงรถยนต์คันสีดำมันขลับซึ่งแล่นออกจากบ้านธีระไพโรจน์ก็แล่นเข้ามาจอดในสนามบิน ตอนที่เธอก้าวตามชายร่างยักษ์ที่สวมชุดสูทสีดำสนิทขึ้นไปยังเครื่องบิน และกวาดตาไปทั่วห้องโดยสารสัญชาตญาณของเธอก็ร้องเตือนขึ้นอีกครั้ง

เครื่องบินหรูหราลำนี้น่าจะเป็นเครื่องบินส่วนตัวของใครสักคนมากกว่าจะเป็นเครื่องบินของสายการบินทั่วไป หญิงสาวกวาดตามองไปรอบๆ และอดแปลกใจไม่ได้ที่บนเครื่องบินมีเธอเพียงคนเดียว ไม่มีนางแบบ หรือลูกท่านหลานเธอเหมือนที่พราวพิลาสบอกกับเธอเลยสักนิด ถึงแม้จะเป็นเครื่องบินส่วนตัวที่ไม่มีผู้โดยสารท่านอื่นนั่งไปด้วยแต่ก็น่าจะมีใครสักคนสิ ไม่ใช่มีเพียงเธอ กับชายชุดดำหน้าตาน่ากลัวอีกสี่คนแบบนี้

กรรณาราก้าวถอยหลัง สัญชาตญาณบอกให้เธอไปจากที่นี่ หันหลังแล้ววิ่งหนีไปซะ แต่ทันทีที่เธอถอย แผ่นหลังของเธอก็ชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ของชายชุดดำคนหนึ่ง

“เชิญครับ” ชายคนนั้นพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ไม่มีท่าทีคุกคามเหมือนรูปร่างภายนอก

“คือ...” กรรณาเดินถอยไปอีกทางก่อนจะพยายามเดินเลี่ยงชายคนนั้นออกจากเครื่องบิน แต่กลับถูกชายคนเดิมจับข้อมือไว้แน่นแต่ก็ยังเต็มไปด้วยความสุภาพอยู่ดี มันทำให้เธอคลายความกังวลลงได้เล็กน้อย

“เราเลยเวลาเครื่องออกมาสิบนาทีแล้วนะครับ”

“ฉัน...”

“ไปถึงเรามีเรื่องต้องทำอีกเยอะ คุณคงไม่อยากเป็นต้นเหตุให้กำหนดการของเราคลาดเคลื่อนใช่ไหมครับ”

อีกครั้งที่น้ำเสียงของอีกฝ่ายไม่ได้มีการข่มขู่หรือข่มขวัญ มันยังเต็มไปด้วยความสุภาพอยู่เช่นเดิม แต่ความนัยของประโยคก็ยังเป็นการตำหนิติเตือนอยู่ดี และมันก็ทำให้เธอรู้สึกผิดได้มากกว่าการถูกด่าตรงๆ เสียอีก

“ขอโทษค่ะ” กรรณาราเอ่ยพลางก้าวเดินตามชายชุดดำไปยังที่นั่งบนเครื่องบินส่วนตัวลำหรู เธอไม่อยากเป็นตัวปัญหาที่ทำให้การเดินทางล่าช้า ไม่อยากเป็นต้นเหตุให้งานเดินแบบต้องล่ม เพียงเพราะลางสังหรณ์ของตัวเองที่อาจจะเป็นแค่ความหวาดระแวงจากการเดินทางไกลครั้งแรกในชีวิตเพียงเท่านั้น

แต่ถึงจะบอกตัวเองอย่างนั้น ความวิตกกังวลของเธอก็ไม่หมดไปเลยซะทีเดียว กรรณาราพยายามถามอะไรสักอย่างกับชายชุดดำเหล่านั้นแต่ไม่มีแม้แต่คนเดียวที่จะปริปากพูดกับเธออีก และนั่นก็ยิ่งทำให้ความกังวลของเธอเพิ่มพูนมากขึ้น แม้ว่าการนั่งเครื่องบินหลายชั่วโมงจะทำให้รู้สึกเพลียและเมื่อยระบมไปทั้งตัว แต่ความร้อนรนก็ทำให้เธอหลับไม่ลง

ตอนที่พราวพิลาสปิดประตูรถให้ตอนนั้นเธออาจรู้สึกใจหาย แต่ตอนที่เครื่องบินลำนี้ทะยานขึ้นฟ้า กรรณารารู้สึกราวกับว่าอิสรภาพของเธอปลิวหายไป...

“เชิญครับ” ชายชุดดำผายมือพร้อมเอ่ยสั้นๆ ทำให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์หลุดออกมาสู่ปัจจุบัน

กรรณารารู้สึกลังเลที่จะตามชายชุดดำขึ้นไปนั่งบนรถคันหรู อันที่จริงเธออยากวิ่งหนีไปซะตอนนี้เสียด้วยซ้ำ แต่เธอก็ไม่รู้จะไปที่ไหน เงินที่ติดตัวก็มีไม่กี่บาท พราวพิลาสบอกว่าการมาครั้งนี้ไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว แม่เลี้ยงของเธอจึงไม่ให้เงินเธอติดตัวมาด้วย ตอนนี้เธอจึงไม่มีทางเลือก เพราะอย่างน้อยไปกับผู้ชายพวกนี้ก็ยังปลอดภัยกว่าการเดินท่อมๆ อยู่ในประเทศที่ไม่มีคนรู้จักเพียงลำพัง

หญิงสาวก้าวออกจากเครื่องบินส่วนตัวลำหรู เดินตามชายหนุ่มชุดดำตรงไปยังรถยุโรปสีดำขลับราคาแพงอย่างไร้ทางเลือก

.........................

เขาจะเจอกันแล้วน้า....

1 คอมเม้นต์ 1 กำลัง อ่านแล้วอย่าลืมส่งกำลังใจให้กันด้วยนะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 230 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,295 ความคิดเห็น

  1. #4135 Aommeesri (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 15 เมษายน 2562 / 16:40
    ไรท์คะ บทที่แล้วบอกว่านางเอกเคยมาอเมริกาแล้ว แต่บทนี้บอกว่ามาครั้งแรก ....หรือเราอ่านไม่แตกเองหว่า
    #4,135
    0
  2. #3764 Khim Wang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 19:49
    เรื่องนี้จะมีอีบุ๊คมั้ยคะ
    #3,764
    0
  3. #3763 maew35251 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 18:30

    รอๆๆๆค่ะ
    #3,763
    0
  4. #3762 noynongsin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 มีนาคม 2562 / 13:59

    เค้าเป็นใครหนอ https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-05.png

    #3,762
    0
  5. #102 Dawrung669 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 17:48
    บินขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้ว ลุ้นๆต่อไปจ้า จะเกิดอะไรขึ้นน้อ
    #102
    0
  6. #101 Princess view (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 17:27
    ตื่นเต้นๆๆๆ ชอบลงให้ค้าง555 อยากรุตอนต่อไป อิอิ
    #101
    0
  7. #100 มาน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 16:05
    รอให้นางเอกเจอพระเอกคงจะสนุกน่าดู
    #100
    0
  8. #99 Paiky Klongluang (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2558 / 15:25
    กรรณารา จะไปเจอกับอะไรบ้างเนี่ย
    #99
    0