「END」SINFUL PHANTOM สัมผัสรักร้าย ลวงหัวใจ [Vol.3]

ตอนที่ 8 : PHANTOM :: CHAPTER 7 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,808
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 11 ครั้ง
    4 มี.ค. 60

รบกวนนักอ่านหน่อยนะคะ

ใครคิดว่าต้องการหนังสือเข้าไปทำแบบฟอร์มให้นกหน่อยน้า ไม่ใช่การลงชื่อจองใดๆ ทั้งสิ้น แค่สำรวจจำนวนคร่าวๆ เพื่อวางแผนก่อนเปิดพรีหนังสือ (อาจจะกลางมีนาหรือเลื่อนไปราวๆ เมษา) ปกหนังสือเจนัสเสร็จนานแล้วแหละ นกมีคำถามเรื่องรีปริ้นท์เรื่องเก่าในเซ็ตด้วยจ้า เผื่อใครมาทีหลังอยากเก็บเรื่องเก่า ซึ่งนกจะตัดสินใจอีกทีว่าจะรีปริ้นท์หรือไม่อีกทีนะคะ

link >> https://goo.gl/forms/RroHWVrSB9K95pei1

ตัวอย่างปก(ยังไม่ไฟนอล)


 

 

 

 

“เพิ่งรู้นะว่านอกจากเป็นผีแล้ว ยังโรคจิตด้วย” เหมือนได้ยินเสียงกลั้วหัวเราะในลำคอด้วยแหละ ฉันเลยหันกลับมามองพี่เจนัส “เด็กผีโรคจิต สารภาพมาเลยนะ นี่แอบดูพี่อาบน้ำมากี่ครั้งแล้วเนี่ย”

เย้ยย อะ...แอบดูอะไรกันเล่า ไม่เค๊ยไม่เคย!

“บะ บ้าแล้ว มุตาไม่เคยทำนะ” 

แหวกลับเสียงหลง ตาโตแล้วโตอีก หน้าเหลอหลากับการถูกยัดเยียดของกล่าวหา ประหนึ่งว่าฉันเป็นโรคจิตถ้ำมองยังไงยังงั้น 

“นี่ก็ไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย พี่เจนัสอย่าใส่ร้ายมุตาซี่~

“ไม่ได้ตั้งใจจริงเร้อออ” เดี๋ยวนะ หรี่ตามองแล้วอมยิ้มกรุ่มกริ่มแบบนี้คือไร พี่เจนัสกำลังไล่ต้อนมุตาใช่มั้ย กำลังแกล้งให้มุตาอายจนตัวแตกอยู่แน่ๆ งื้อ... “ถ้าอยากดูบอกพี่ดีๆ ก็ได้ เดี๋ยวพี่เปิดให้ดูเลย”

ไม่พูดเปล่า! พี่เจนัสยังกระตุกผ้าขนหนูออกในวินาทีนั้น!

พรึบ!

“ว๊ากกก ทำไรของพี่เนี่ย” ดีนะหลับตาพร้อมยกมือปิดตาตัวเองได้ทัน “หัวใจจะวายยย”

“หึๆ ยังจะหัวใจวายได้อีกเหรอ นี่เป็นวิญญาณอยู่ไม่ใช่ไง” 

ได้ยินเสียงกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดีดังขึ้น ฉันก็หรี่ตา แง้มนิ้วมองอย่างกล้าๆ กลัวๆ ก็เห็นว่าเจ้าของบอดี้สุดแซบสวมบ็อกเซอร์กับเสื้อกล้ามแบบง่ายๆ เรียบร้อยแล้ว 

ฉันถึงได้เอามือออกแล้วเป่าปากด้วยความโล่งอกโล่งใจ 

“แต่ก็เพิ่งได้รู้เพิ่มอีกอย่างนะเนี่ย”

“รู้อะไรอ่า...”

“เพิ่งรู้ว่าผีก็หน้าแดงเป็นเหมือนกัน”

งื้ออออ >///<” ผีก็เขินก็อายเป็นอะไรเป็นนะเออ 

ยิ่งถูกคนตัวสูงใช้สายตาคู่สวยมองมาอย่างอ่อนโยนระคนเอ็นดูพร้อมรอยยิ้มพิมพ์ใจ ฉันก็รู้สึกว่าหน้าคงต้องแดงกว่าเดิมมากแน่ๆ เลย

พี่เจนัสทั้งหล่อทั้งดูดี แถมตอนนี้ละมุนมากๆ อีกต่างหาก

ตึกตัก ตึกตัก

ได้ยินเสียงเหมือนหัวใจกำลังทำงาน ไม่รู้ว่ามาจากตัวเองที่อยู่ตรงหน้า หรือกายเนื้อที่อยู่หนใด รู้แต่ว่า...ฉันชอบรอยยิ้มอบอุ่นแบบนั้นของพี่เจนัสมากเลย 

เวลาพี่เจนัสใจดีแบบนี้...ฉันชอบที่สุด!

“มุตา” เสียงทุ้มตราตรึงใจมากค่ะ 

หูยยย ขนาดเสียงยังหล่ออ่ะคิดดู

“จ๋า” ขานรับเสียงหวาน พร้อมยิ้มให้จนตาหยี

“มุตาว่าหุ่นพี่ดีปะครับ?”

“หือ...ก็...” เป็นคำถามที่ทำให้ฉันเผลอลากสายตามองสำรวจหุ่นคนตัวสูงตรงหน้าตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ก่อนพยักหน้าหงึกหงัก ยกนิ้วโป้งชูให้พี่เจนัส 

พลันว่า “แซบเฟอร์และร้อนแรงดั่งไฟเยอร์เลยจ้า!

จริงๆ นะ ไม่ได้โกหก 

ขนาดสวมแค่บ็อกเซอร์กับเสื้อกล้ามพอดีตัวก็ยังไม่มีอำนาจใดลบล้างความหล่อของพี่เจนัสได้ ยิ่งเรือนผมสีเข้มชื้นๆ ไม่เป็นทรงจากการถูกเช็ดแบบขอไปที ยิ่งทำให้พี่เจนัสดูมีเสน่ห์ดึงดูดแปลกๆ

แบบนี้จะไม่ให้ฉันชอบพี่เจนัสได้ยังไง ทั้งหล่อทั้งใจดีมากด้วย อิๆ

“หึๆ ศัพท์ไรเนี่ยมุตา ไปเอามาจากไหนล่ะนั่น” พี่เจนัสถามทั้งที่ยังขำจนไหล่สั่น

“แหะๆ ในทีวีค่ะ”

“ติดทีวีเป็นเด็กๆ”

“เอ้า มุตาก็ยังเด็กกว่าพี่เจนัสนะเออ”

ช่วงนี้ฉันติดละครด้วยแหละ เป็นวิญญาณเร่ร่อนก็ต้องการความบันเทิงให้ตัวเองเหมือนกัน ดูทีวีแล้วเหมือนได้เปิดโลกใหม่ให้ความทรงจำกลวงๆ ของฉัน แถมยังไม่เหงาด้วยนะ 

เพราะเวลาที่พี่เจนัสหลับ ฉันก็ต้องอยู่คนเดียวในห้องใช่มั้ยล่ะ เป็นผีมันไม่ง่วงนี่นา พออยู่คนเดียวก็เหงาอ่ะ เลยดูทีวีข้างนอกห้องนอนพี่เจนัสเอา

“ครับๆ เด็กผีของพี่” คนพูดส่ายหน้าขบขันเล็กน้อย “ไหนบอกซิ พรุ่งนี้อยากกินอะไรเป็นพิเศษมั้ย?”

“...” ฉันชะงักไปนิดกับคำว่า เด็กผีของพี่’ 

รู้สึกเหมือนจะไม่เป็นตัวของตัวเองกับคำง่ายๆ แบบนั้น เวลาพี่เจนัสพูดแบบนี้ด้วยใบหน้าเหมือนเอ็นดู มันทำให้ฉันไม่กล้ามองหน้าพี่เขายังไงก็ไม่รู้อ่ะ

ทำไมกันนะ เป็นไรไปเนี่ย

“มุตา เป็นไร ถามไม่ตอบ” เสียงทุ้มดังขึ้น ดึงฉันหลุดจากภวังค์ 

พลันต้องผงะไปด้านหลัง เพราะใบหน้าหล่อเหลาของพี่เจนัสดันอยู่ใกล้เอามากๆ เรียกได้ว่าถ้ามีกายเนื้อฉันคงรับรู้ได้ถึงลมหายใจของเขาแน่ๆ

กะ ใกล้มากเลยเมื่อกี้!

“พี่เจนัสยื่นหน้ามาทำไมเล่า ตกใจหมด ฮู่ว!” ทำบ่นแล้วหลบสายตาซะเอง

โอ๊ยยย ท่านยมบาลเจ้าขา มุตาไม่รู้เป็นไร มองหน้าพี่เจนัสไม่ได้แล้วเนี่ย แงงง

“ก็เห็นเหม่อ” เขาว่า “เอาล่ะ ตกลงพรุ่งนี้อยากให้พี่ทำบุญอะไรให้มั้ย?”

“ไม่ค่า” ฉันยิ้มกว้างกับความใจดีของเขา พลางส่ายหน้าเบาๆ 

เป็นเวลาเดียวกับที่เสียงกริ๊งของห้องชุดนี้ดังขึ้น บ่งบอกให้รู้ว่ามีคนมา ฉันเกือบโพล่งออกไปด้วยความลืมตัวว่าจะไปเปิดประตูเอง

ลืมอีกแล้ว...เราเป็นผี T.T

“ใครมาเอาป่านนี้วะ”

เจ้าของห้องขมวดคิ้วเข้าหากัน เดินเลี่ยงออกไปจากห้องนอนและตรงไปที่ประตูหน้าห้องชุดนี้ ฉันเองก็เดินตามไปเหมือนกัน อยากรู้ด้วยอ่ะว่าใครมา มันดึกแล้วนี่นา 

ตั้งแต่ตามพี่เจนัสอยู่สักพัก ฉันก็ไม่ค่อยเห็นใครมาหาพี่เขาที่ห้องเลยนะ นานๆ ทีก็จะมีเพื่อนผู้ชายของเขามา

ฉันรู้จักเพื่อนพี่เจนัสด้วยแหละ แต่พวกเขาไม่รู้จักฉันหรอก ก็มองไม่เห็นกันนี่ อิๆ

แกรก...

ทันทีที่พี่เจนัสเปิดประตูออกในวินาทีนั้นเอง

หมับ!

ใครสักคนก็พุ่งเข้ามากอดพี่เจนัสจนเกือบหงายหลังเพราะโถมเข้ามาทั้งตัว พลางขยับริมฝีปากเคลือบลิปสติกสีแดงเข้มกระซิบชิดใบหูคนตัวสูงที่เหมือนยังมึนงงเพราะตั้งหลักไม่ทัน

“คิดถึงนายชะมัดเลย เจนัส”

“เธอ...” ครางต่ำในลำคอเบาๆ “พี่บีน่า”



พี่ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกันนะ อยากรู้จัง

รู้สึกว่าจะชื่อ บีน่าล่ะ พี่เจนัสเรียกว่าอย่างนั้น

ฉันก็ได้แต่คิดและสงสัยเงียบๆ มองพี่สาวคนสวยที่นั่งอยู่บนโซฟารับแขก 

หลังเธอจากกระโดดกอดนัวเนียพี่เจนัสอยู่สักพัก พอคนถูกกอดตั้งหลักได้ถึงเชิญเธอเข้าห้อง แม้สีหน้าของพี่เจนัสจะดูไม่ค่อยเต็มใจระคนหงุดหงิดก็เถอะ 

กระนั้นเขาก็ยังช่วยยกระเป๋าเดินทางของพี่คนสวยเข้ามาในห้องอยู่ดี

เห็นสีหน้าพี่เจนัสแล้วก็สงสัยใคร่รู่จริงๆ นะ

พี่เจนัสดูจะอารมณ์เสียไปทันตาเลย ทั้งที่ก่อนหน้าไม่กี่นาทียังหัวเราะเหมือนอารมณ์ดีมากที่ได้แกล้งแหย่ฉันอยู่เลยแท้ๆ เอ๊ะ! พี่เจนัสจะเป็นโรคนั้น เอ...ว่าแต่โรคอะไรแล้วนะ 

วันก่อนเพิ่งนั่งดูรายการทีวีเกี่ยวกับสุขภาพอยู่เลย

อ๋อ! นึกออกแล้วๆ โรคไบโพลาร์ไง!

โรคอารมณ์สองขั้วแบบว่าอารมณ์จะแปรปรวนค่อนข้างง่ายกว่าคนปกติน่ะ หรือถ้าไม่ได้เป็นโรคนี้...สาเหตุความหงุดหงิดของพี่เจนัสก็คงมาจากพี่คนสวยที่มาใหม่นี่ล่ะมั้ง 

ดูสิ ขนาดเชิญพี่คนสวยเข้ามานั่งที่โซฟารับแขกแล้ว พี่เจนัสก็ยังไม่เลิกทำหน้าบึ้งเลย ทั้งที่อีกฝ่ายใช้สายตาแตกต่างมองพี่เจนัสพร้อมรอยยิ้มหวานแท้ๆ

อ่า...มุตาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศน่าอึดอัดมากค่ะตอนนี้

“สบายดีมั้ยเจนัส?”

พี่คนสวยถามด้วยรอยยิ้มทำลายความเงียบลงคนแรก 

พวกเขานั่งจ้องหน้าในอารมณ์และแววตาที่แตกต่างกันที่โซฟาเดี่ยวตรงข้ามกัน ส่วนฉันก็นั่งอยู่ที่โซฟาตัวยาวตรงข้ามกับทีวี หันมองพี่คนสวยทีมองพี่เจนัสที รู้สึกเหมือนตัวเองช่างเป็นวิญญาณที่ไม่มีมารยาทเอาซะเลย มานั่งดูพวกเขาคุยกันแบบนี้

แต่ฉันเป็นห่วงพี่เจนัสนี่นา สีหน้าพี่เขาไม่โอเคเลยอ่ะ

เพราะงั้น เดี๋ยวมุตาจะอยู่เป็นเพื่อนพี่เจนัสเอง!

“พี่มาที่นี่อีกทำไม” พี่เจนัสตั้งคำถามกลับไปแทนการให้คำตอบ 

แววตาคมปราบเย็นเยียบเรียบนิ่ง ราวกับดวงตาสีถ่านคู่นั้นกำลังดำมืดลงเรื่อยๆ ด้วยแรงอารมณ์อย่างที่ฉันไม่เคยเห็นพี่เจนัสทำหน้าตาน่ากลัวขนาดนี้มาก่อน

ขนาดไม่ใช่คนที่ถูกสายตานี้มอง...ยังรู้สึกใจไม่ดีเอาซะเลย

“ไม่เจอกันตั้งนาน หล่อขึ้นกว่าเดิมเลยนะ คิดถึงจัง”

พี่คนสวยเองก็ไม่ได้ตอบคำถามของพี่เจนัสเช่นกัน กลับถามไปอีกเรื่องพร้อมฉีกยิ้มกว้าง 

นี่พวกเขาเอาแต่เมินคำพูดของกันและกันจนฉันแอบคิดว่าเขาคุยกันรู้เรื่องได้ยังไง ถ้ายังทำเหมือนไม่สนใจคำถามของอีกฝ่ายแบบนี้

“พี่บีน่า” 

ดูสิ พี่เจนัสเรียกชื่อพี่คนสวยเสียงเข้มจัดเลย 

สีหน้าไม่ได้ต่างจากเดิมเท่าไหร่ ไม่สบอารมณ์ยังไงก็ยังเป็นอย่างนั้น แต่รอยยิ้มบนดวงหน้าสวยของพี่บีน่าเริ่มเลือนจนสุดท้ายก็หายไปจากใบหน้าสวยๆ นั่น

“ยังไม่หายโกรธพี่อีกเหรอ เจนัส”

โกรธ? โกรธเรื่องอะไรกันอ่า...

“ผมว่าเราคุยเรื่องนี้กันตั้งแต่วันที่ผมไปส่งพี่ขึ้นเครื่องแล้วนะครับ”

“ใช่ เราคุยกันแล้ว”

“...”

“แต่นายก็น่าจะรู้นะว่าพี่กลับมาหาอีกทำไม” 

ไม่รู้คิดไปเองหรือเปล่า น้ำเสียงของพี่บีน่าดูเจ็บปวดอย่างบอกไม่ถูก หนำซ้ำแก้วตาคู่สวยก็ยังสะท้อนความรู้สึกร้าวรานออกมาอีก 

“เพราะนายเองก็คง รู้สึกไม่ต่างกัน”

รู้สึกกันเหรอ ทำไมแววตาพี่เจนัสถึงได้วูบไหวไปวินาทีหนึ่งแบบนั้น

“...” พี่เจนัสยังคงนิ่งเงียบจนน่าใจหาย 

ฉันมองพวกเขาสองคนสลับกันไปมาด้วยความงุนงงว่าสองคนนี้กำลังพูดถึงเรื่องอะไรกัน รู้แหละว่าตัวเองมาทีหลัง ไม่มีวันรู้หรอกว่าพี่บีน่ากับพี่เจนัสมีเรื่องอะไรกันมาก่อน

มุตาไม่ชอบเลย...ไม่ชอบสายตาเจ็บปวดของพี่เจนัสจริงๆ

“อยากตัดใจ แต่ทำเท่าไหร่ก็ทำไม่ได้ ไม่งั้นนายคงไม่...”

“พอเถอะครับ พี่กลับไปเถอะ นี่มันดึกแล้ว”

พี่เจนัสคงทนไม่ไหว ถึงได้พูดตัดบทเสียงเรียบ 

คำพูดของพี่คนสวยก่อนหน้านี้ทำให้ฉันเผลอเม้มปากแน่น รู้สึกว่าไม่ชอบในสิ่งที่พี่บีน่าพูดจริงๆ ทำเหมือนกำลังไล่ต้อนพี่เจนัสยังไงยังงั้น 

ฉันเห็นนะ สีหน้าของพี่เจนัสแย่มากจริงๆ

ทำไมต้องมาทำให้พี่เจนัสของมุตาเป็นแบบนี้ด้วย!

“เพราะมันดึกแล้วไง นายจะไล่คนไม่มีที่ไป แถมเป็นผู้หญิงได้ลงเหรอ” ขนาดว่าถูกเชิญให้กลับ พี่บีน่าก็ยังไม่ยอมอีก “พี่ลงเครื่องปุ๊บก็นั่งแท็กซี่ตรงมาที่นี่ปั๊บเลยนะ คืนนี้พี่ขอนอนที่ห้องนี้ได้มั้ย คืนเดียวก็ได้”

มุตาไม่อยากให้นอนที่นี่!

เผลอสบถในใจเสียงดังมากเลย แต่ฉันคิดอย่างนั้นจริงๆ ไม่อยากให้พี่คนสวยอยู่ที่นี่ อันที่จริง...รู้สึกกระทั่งว่าไม่อยากให้อยู่ใกล้พี่เจนัสด้วยซ้ำ 

ก็ดูสิ! มายังไม่ทันครบชั่วโมง พี่บีน่าก็ทำให้พี่เจนัสของมุตาสีหน้าแย่ตั้งเท่าไหร่

“อย่าดีกว่า” เจ้าของห้องเองก็บอกอย่างนั้น

“นะ เจนัส แค่คืนเดียวจริงๆ” แต่คนฟังดันตื้อกว่าที่ติด ทั้งน้ำเสียงทั้งสีหน้าออดอ้อนเต็มที่ ยอมรับเลยว่าพี่เขาสวยมาก “ดึกขนาดนี้จะให้พี่นั่งแท็กซี่ออกไปหาโรงแรมนอนเหรอ”

พี่ไม่มีบ้านเหรอคะ ทำไมไม่กลับบ้านเล่า!

อยากถามมากๆ แต่ขนาดว่านั่งหัวโด่ทำแก้มพองด้วยความไม่พอใจตั้งนานสองนาน พี่บีน่าก็ยังไม่แม้แต่จะปรายตามอง ก็แน่ล่ะ เขามองไม่เห็นมุตานี่นา 

แต่คนที่มองเห็นน่ะ...ไม่รู้ว่าใจลอยคิดอะไร ตาถึงไม่โฟกัสมาตรงนี้เลย

“ก็ได้ครับ” พี่เจนัสถอนหายใจ “งั้นพี่นอนในห้องแล้วกัน ผมจะนอนที่โซฟา”

“นอนด้วยกันก็ได้ ยังไงเราก็...”

ไม่ได้นะ! พี่จะนอนกับพี่เจนัสได้ยังไง พี่เป็นผู้หญิงนะคะ!

ฉันเห็นขวับไปมองเจ้าของห้องหน้าตาตื่นเลย 

กลัวจริงๆ ว่าพี่เจนัสจะบอกว่า ได้หากก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความโล่งอก เมื่อพี่เจนัสก็ไม่ได้มีสีหน้ายินดีที่จะนอนร่วมห้องกับพี่บีน่าเท่าไหร่

“ผมจะนอนที่โซฟา”

“โอเค ยอมก็ได้ค่ะ”

ปากบอกยอม แต่สายตาพี่คนสวยดูไม่น่าไว้ใจยังไงก็ไม่รู้อ่ะ

ไม่ได้การ เดี๋ยวคืนนี้มุตาจะนั่งเฝ้ายามตอนพี่เจนัสนอนเองค่ะ!

END MUTA’S TALK



วันนี้มีเรื่องเซอร์ไพรส์หลายเรื่องจริงๆ

เรื่องแรกคือ...อาบน้ำเตรียมเข้านอนอยู่ดีๆ ก็มีเด็กผีตาแบ๊วทะลุกำแพงเข้ามาซะงั้น 

ทั้งคนทั้งผีก็ผวาตกใจไปตามๆ กัน มุตาที่เหมือนใจลอยเข้ามาก็รีบ รู้สึกตัวก็รวนเสียงขอโทษแล้ววิ่งทะลุกำแพงออกไปด้วยสีหน้าแตกตื่น 

ผมเองก็หัวใจเกือบวายเหมือนกันนะครับ แฟนตาซีกว่านี้มีอีกมั้ย ถ้าไม่ติดว่าทำใจเรื่องยัยเด็กผีตาแบ๊วได้แล้วนะ มีช็อกตายอ่ะ

แต่เอาจริงๆ ก็รู้สึกช็อก...

ไม่ได้ช็อกในความแฟนตาซีแต่อย่างใด 

ช็อกที่มุตามาเห็นผมเปลือยนี่แหละ!

โคตรมั่นใจว่าเห็น ตาโตเท่าไข่ห่านตอนผมอุทานเรียกสติ แม้จะยกมือปิดตาแทบทันควัน แต่ไม่ทันหรอก...ตอนแรกผมก็คิดว่าไม่อะไรนะ 

แบบว่าผมมันก็ผู้ชายไง ยางอายค่อนข้างหนากว่าสาวน้อยนิดหน่อย

ทว่า พอออกมาเจอมุตาเท่านั้นแหละ

ผมถึงกับปั้นหน้าไม่ถูกเลยทีเดียว จำต้องเบี่ยงประเด็นไปเล่นงานยัดเยียดกล่าวหาให้เด็กผีโรคจิตแทน ไม่ได้จริงจัง แค่หาเรื่องกลบเกลื่อนให้มุตากลายเป็นคนเขินแทนไป 

ก่อนจะทำให้ผมได้รู้ว่า...ผีก็หน้าแดงได้เหมือนกันครับ

หึๆ น่ารักจนอยากลองจับฟัดแรงๆ สักที!

ทว่า เสียงหัวเราะและบรรยากาศขวยเขินก็มลายหายไปในเวลาต่อมา

ตอนใครสักคนกดกริ่งหน้าห้องและผมเดินออกไปเปิดประตู สงสัยอยู่ว่าใครแม่งมาเอาป่านนี้ ถ้าเป็นเพื่อนจะด่าให้ลืมทางกลับบ้าน 

แต่พอเปิดประตู ผมกลับต้องพบความตกใจยิ่งกว่าตอนที่มุตาทะลุกำแพงเข้ามาซะอีก 

พลันคนมาใหม่พุ่งเข้ามากอดผมเต็มแรงเกือบหงายหลังไปทั้งคู่แบบไม่ทันตั้งตัว หัวใจผมเต้นผิดจังหวะไปวินาทีหนึ่งเลย

เราไม่ได้เจอกันมาพักใหญ่ๆ น่าจะเกือบปีหรืออาจถึงปีผมก็ไม่แน่ใจ

และครั้งสุดท้ายที่เจอกัน...มันค่อนข้างแย่

“คนนั้นใครเหรอพี่เจนัส สวยจัง”

เสียงมุตาทำให้ผมหลุดจากภวังค์ หันมองผีที่นั่งทำตาแป๋วด้วยความอยากรู้ 

ส่วนพี่บีน่าก็ลากกระเป๋าเข้าห้องนอนผมไปแล้ว เธอขอมานอนด้วยหนึ่งคืน ผมจึงสละห้องนอนให้ ย้ายตัวเองออกมานอนที่โซฟาด้านนอกแทน

“คนรู้จัก”

บีน่าเป็นคนรู้จักของผมเอง 

เรารู้จักกันมานาน ตั้งแต่ผมไปเรียนไฮสกูลที่เมืองนอก ผมบังเอิญช่วยเธอเอาไว้ จากนั้นก็ดึงเธอเข้ามาอยู่ใน แผนการบางอย่างที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อหลายปีก่อน และจบลงเมื่อปีที่แล้ว

เคยบอกใช่มั้ยว่าผมมีความรู้สึกต้องห้ามกับพี่สาวแท้ๆ ของตัวเอง

ผมวางแผนทำลายเบิร์นกับคนรักของเธอเมื่อหลายปีก่อน ด้วยการดึงคนเข้ามาในแผนของตัวเอง ทำให้เกิดความเข้าใจผิด แถมยังผิดแผนไปหลายอย่าง 

บีน่าก็คือหนึ่งในหมากพวกนั้น เธอเต็มใจช่วยผมทุกอย่าง

หากทว่า บีน่าก็ทำให้ผมโกรธเธอจนไม่อยากจะเห็นหน้า

เธอทำให้เบิร์นเกือบโดนทำร้ายอย่างแสนสาหัส โชคดีที่ผมกับไอ้จีซัสแฟนเธอไปช่วยได้ทัน วันนั้นมันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเลวเกินกว่าจะได้รับความรักจริงๆ ความเห็นแก่ตัวของผมเกือบทำให้คนที่ผมรักต้องเป็นอะไรไป ซ้ำบีน่ายังสารภาพอีกว่าที่ทำไปก็เพราะรักผม 

แต่คำสารภาพความรู้สึกของเธอกลับไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกดีแม้แต่น้อย

ผมกลับโกรธเธอยิ่งกว่าเดิม โกรธจนเกือบกลายเป็นเกลียด

และจากเหตุการณ์นั้นเราก็ไม่ได้เจอกัน ผมไปส่งเธอที่สนามบิน...

นั่นเป็นครั้งสุดท้าย

ตอนนี้เรื่องทุกอย่างก็เคลียร์ไปแล้ว เรื่องที่ผมทำเอาไว้กับเบิร์นก็จบ คงเหลือแค่ หัวใจและความรู้สึกของผมเท่านั้นที่ยังลบมันออกไม่ได้ 

แต่ผมก็ให้สัญญากับเบิร์นแล้วว่าจะตัดใจและลบความรู้สึกน่ารังเกียจนี้ออกไป

รักต้องห้าม...มันก็ตรงตัวอยู่แล้วว่า ต้องห้ามไม่มีวันสมหวังได้หรอก

ผมก็...กำลังพยายามอยู่

“มุตาว่าเหมือนแฟนมากกว่าคนรู้จักธรรมดาอ่ะ”

“เฮ้ย เป็นไร หน้ายุ่งเชียว” ผมเลือกถามแทนตอบ เพราะมุตากำลังขมวดคิ้วทำหน้ายุ่งเหมือนกำลังใช้ความคิด เพิ่งสังเกตว่าสีหน้าของมุตาเหมือนกำลังหงุดหงิดอะไรสักอย่าง 

นั่งกอดอกทำแก้มป่องด้วยนะนั่น

“แล้วพี่เจนัสล่ะเป็นอะไร”

“พี่?” เอ้า! งงไปดิ ผมนี่ทำหน้าเหวอเลย “ทำไม? พี่เป็นไร?”

ก่อนผมจะชะงักกับประโยคต่อมาของมุตา...

“พี่เจนัสทำหน้าเหมือนกำลังเจ็บ เหมือนอยากจะร้องไห้...มุตาไม่ชอบเลย”

“...” เสียงของมุตาแผ่วเบาลงตอนท้ายประโยค เกือบไม่ได้ยิน แต่ผมก็ยังได้ยินชัดเจน แววตากลมโตใสซื่อมองผมด้วยความเป็นห่วงเป็นใย 

ก้อนเนื้อในอกผมเต้นผิดจังหวะ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะสายตาของมุตา

หรือเพราะ...น้องจับความรู้สึกที่ผมฝังไว้ในส่วนลึกได้กันแน่

นี่ผม...ทำหน้าแบบนั้นออกไปเหรอ?

“พี่เจนัสไม่ยิ้มเลยตั้งแต่พี่คนสวยมา...” 

คนพูดหันไปมองประตูห้องนอนด้วยสายตาขุ่นเคือง เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่ผมเห็นมุตาทำสีหน้าไม่ชอบใจ อารมณ์ประมาณว่าโกรธใครสักคนแบบนี้ 

ขนาดตอนผมไล่น้องด้วยถ้อยคำร้ายๆ มุตายังไม่แสดงสีหน้าอย่างนี้เลยด้วยซ้ำ 

“มุตาไม่ชอบเวลาพี่เจนัสทำหน้าเศร้า มุตาเป็นห่วง”

ผมหลุดอมยิ้มกับสีหน้า ท่าทาง และคำพูดน่ารักๆ ของมุตา

ราวกับหัวใจถูกชโลมด้วยน้ำเย็นยังไงยังงั้น 

ความรู้สึกอึดอัดและบีบหน่วงข้างในค่อยๆ คลายออกทีละนิด คงเป็นเพราะความเป็นห่วงของเด็กน้อยแสนใสซื่อถูกส่งมาถึงผม เลยเผลอยิ้มและมองยัยผีตาแบ๊วอย่างเอ็นดู

พลันริมฝีปากกระซิบบอกเสียงเบาว่า...

“ถ้าเราสัมผัสตัวกันได้คงดี...ตอนนี้พี่โคตรอยากกอดมุตาเลยครับ”

...หากคงไม่ร้ายเท่าเสียงหวานที่ตอบกลับ

“มุตาก็อยากกอดพี่เจนัสค่ะ J” น้องยิ้มอีกแล้วครับ

“...” ผมนี่นิ่งไปกับคำว่า อยากกอดของน้องแล้ว

อ่อยหรืออะไรไหนตอบ!

“อยากดึงมาซบตรงนี้ด้วย” ว่าแล้วก็ตบไหล่เล็กของตัวเองปุๆ 

ผมหัวเราะกับท่าทางน่าเอ็นดูของมุตา น้องทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมดจริงๆ ครับ คงเพราะสิ่งที่มุตาแสดงออกมีแต่ความใสซื่อและจริงใจกระมัง

“น่ารักนะเรา” ผมยังยิ้มให้มุตา 

ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองเริ่มยิ้มได้กว้างขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่

“แน่นอนค่า มุตาน่ารักอยู่แล้ววว” ยัยผีตาแบ๊วยิ้มตาหยี ก่อนจะยักคิ้วแล้วร้องเพลงท่อนหนึ่งด้วยน้ำเสียงหวานๆ นั่น “แถมมุตาก็มีไหล่เอาไว้ให้ซบ มีมุมให้พี่เจนัสได้พัก มีตักให้หนุนนอนเมื่อพี่เจนัสเหน็ดเหนื่อยใจด้วยน้า”

“หึๆ เพลงเก่ามากเลย รู้ปะ?”

“แหะๆ มุตาไม่รู้หรอก ทีวีเขาเปิดเพลงนี้” มุตาส่ายหน้า “แต่มุตารู้สึกเหมือนชื่อเพลงเลยนะตอนนี้”

อ่า...พอนึกว่าเพลงนี้มีชื่อว่าอะไร ผมก็รู้สึกว่ามุมปากกำลังยกขึ้นทำมุมโค้งมากกว่าเดิม

เนื้อเพลงที่มุตาร้องดัดแปลงนั่น ชื่อเพลง หวังดีเสมอของวง POTATO ครับ 

เพลงเก่ามากบอกเลย ดักแก่สุดอะไรสุด แต่ความหมายของเพลงมันมีอะไรมากกว่านั้น มุตาคงไม่ได้โฟกัสลึกซึ้ง แต่เพลงมันพูดถึงคนๆ หนึ่งที่ถึงจะไม่ได้รับความรักตอบกลับ เขาก็ยังคอยรัก คอยห่วงใย คอยปลอบใจ และยังหวังดีเสมอ

เฮ้อ ในเมื่อมุตาไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้ง ผมเองก็ไม่สมควรเพ้อเจ้อถูกมั้ย?

“แต่ว่านะมุตา ลืมอะไรไปรึเปล่า?”

“หืม ลืม? อะไรคะ?” ยัยผีตาแบ๊วทำหน้าฉงน ขณะผมเริ่มหัวเราะ

“ก็มุตาจะให้พี่ซบไหล่หนุนตักมุตาได้ไง ในเมื่อ...มุตาเป็นผี ลืมแล้วเหรอ”

“อ่า แหะๆ ลืมจริงๆ ด้วยแหละพี่เจนัส” จบคำพูดผม เด็กผีก็อ้าปากเหวอ ก่อนจะหัวเราะ พลางยกมือเกาแก้มตัวเองแก้เก้อ “แต่ไงตอนนี้พี่เจนัสก็ยิ้มแล้ว ดีจัง พี่เจนัสยิ้มบ่อยๆ สิ มุตาชอบ...หล๊อหล่อ!

“ครับ” ผมยิ้มรับคำ “ขอบคุณที่เป็นห่วงพี่นะ”

“ค่า! J” 

ผมมองท่าทางเป็นธรรมชาติของเด็กคนนี้อย่างเพลินตา 

ถ้าสัมผัสมุตาได้ ผมคงอดใจไม่ไหวจับน้องมาฟัดแก้มแรงๆ ให้หายหมั่นเขี้ยว ตัวก็เท่านี้ เด็กก็เท่านั้น มาทำตัวน่ารักก็ยิ่งน่าฟัดขึ้นอีกหลายเท่าเลยครับ

มุตาเป็นไม่กี่คนที่ผมอยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ...

เอ๊ะ! ไม่สิ มุตาเป็นผีตนเดียวที่ทำให้ผมสบายใจต่างหาก!

 



วันต่อมา

เดี๋ยวนี้ผมตื่นเช้าจนกลายเป็นปกติไปแล้วครับ

ตื่นมาเตรียมอาหารสำหรับไปตักบาตรหลวงพ่อที่วัด ตอนแรกผมคิดว่าพี่บีน่าจะตื่นสายกว่านี้ แต่เขากลับตื่นก่อนผมซะอีก ไม่สิ สีหน้าเขาเหมือนคนไม่ได้นอนมากกว่า 

แถมยังทำสีหน้าผวาแปลกๆ เธอเดินตามติดผมไปทั่วห้องตั้งแต่ผมตื่นแล้วด้วย เอาแต่หันรีหันขวางเหมือนหวาดระแวงอะไรสักอย่าง

กระทั่ง ผมเป็นฝ่ายทนสงสัยไม่ไหว ถามไปว่าเป็นอะไร

แล้วคำตอบที่ได้กลับมา...

“เจนัส พี่ว่าห้องนายมีผะ...ผี!

“...” หากเป็นเมื่อก่อน ได้ยินคำตอบแบบนี้ผมคงหัวเราะ แล้วบอกว่ามันไร้สาระ

ทว่าตอนนี้...ผมทำได้แค่ตีหน้านิ่ง มองพี่บีน่าที่เกาะแขนผมแน่นไม่ยอมปล่อย แถมยังใส่ชุดนอนวาวหวิวอยู่เพราะคงยังไม่ได้อาบน้ำ หันซ้ายหันขวามองรอบตัวอย่างหวาดระแวง 

ผมสงสัยนะว่าทำไมเธอถึงพูดอย่างนั้น

เอ จะว่าไป...มุตาหายไปไหน?

ตอนตื่นผมยังเห็นน้องนั่งจ้องผมอยู่ที่โซฟาซึ่งกลายเป็นที่นอนของผมเมื่อคืนอยู่เลย เห็นทำหน้ามุ่ยแปลกๆ เหมือนหงุดหงิดอะไรสักอย่าง 

ผมก็แค่บอกอรุณสวัสดิ์แล้วก็บอกว่าเดี๋ยวจะออกไปทำบุญให้ เข้าไปอาบน้ำออกมาก็ไม่เจออมุตาแล้ว เจอแต่พี่บีน่านี่แหละที่เกาะหนึบไม่ยอมปล่อยสักที

“พี่พูดจริงๆ นะเจ ห้องนายมีผีแน่ๆ!” เห็นผมเอาแต่ยืนนิ่ง พี่บีน่าก็เขย่าแขนเร่าๆ ให้เชื่อในสิ่งที่เจ้าตัวพูด แล้วดูสิ เขย่าแรงแบบนี้ ต้นแขนผมสีกับหน้าอกอัพดีของเธอไม่หยุดเลย “เมื่อคืนพี่โดนหลอกด้วยนะ”

หืม ผีหลอก?

โอเค มันจริงที่ว่าห้องผมน่ะมีผี

แต่อย่างมุตาเนี่ยนะจะไปหลอกพี่บีน่า...

คือทำไมผมรู้สึกไม่เชื่อเลยวะ

“พี่คงฝันร้ายมากกว่าครับ คงแปลกที่” ผมบอก พลางแกะฝ่ามือติดหนึบเหมือนหนวดปลาหมึกออกแบบไม่ให้น่าเกลียดเกินไป ทว่า พี่บีน่าก็ยิ่งรัดแน่น บดเบียดเรือนกายเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้น “พี่บีน่า ผมมีธุระต้องไปทำ ปล่อยครับ”

“ไม่! เจนัสอย่าทิ้งให้พี่อยู่ที่นี่คนเดียวสิ พี่กลัว”

“พี่ ผมมีธุระ” 

ย้ำคำว่า ธุระเสียงเข้ม ด้วยหวังว่าจะฟังรู้เรื่อง 

แต่ก็เปล่าเลย พี่บีน่าไม่ยอมปล่อยผมง่ายๆ กอดรัดแขนผมจนสัมผัสเรือนร่างของเธอไปถึงไหนต่อไหน ทั้งต้นแขน ทั้งหลังมือที่อยู่ในระดับแตกต่างกัน

“เจนัส พี่กลัว...” 

พี่บีน่าคงลืม น้ำเสียงกับสีหน้าออดอ้อนมันใช้กับผมไม่ได้

พรึบ!

“ถ้าพี่กลัวขนาดนี้ เชิญกลับเถอะครับ” ผมสะบัดตัวออกอย่างไม่ไหวหน้า พลางพูดด้วยน้ำเสียงและสีหน้าเรียบนิ่งกว่าเดิม “ยังไงผมก็ให้พี่ค้างแค่คืนเดียวตามที่ตกลงกันเมื่อคืนอยู่แล้ว”

“เจนัส” 

ผมไม่ได้ใส่ใจสีหน้าพี่บีน่าเท่าไหร่ หันไปจัดการถือของที่เตรียมไว้ในมือ เดินไปใส่รองเท้าเตรียมออกจากห้องในเวลาต่อมา โดยมีสายตาพี่บีน่ามองตาม 

ก่อนผมจะหันมาบอกเธอสั้นๆ ว่า...

“ออกไปแล้วอย่าลืมล็อกห้องให้ผมด้วยนะครับ”

 

 

 

 TBC. 

แฮชแท็ก #เจนัสคนเห็นผี

[02/03/60]

หายไปหลายวัน ขออภัยยย หลายวันนี้ยุ่งๆ หน่อยคร้าบ พอย่าเค้าผ่าตา นกต้องดูแลท่านใกล้ชิดนิดนึง แต่ก็ยังหาเวลามาแต่งนิยายอยู่เด้อออ

ใครรอหนังสือเรื่องนี้ อย่าลืมไปสำแบบสำรวจให้นกด้วยน้าาา

[25/02/2560]

วั้ยยยยย! มีความอยากสกินชิพ(?) อิๆ เอ็นดูนุ้งมุตาจริงๆ เลยลูกกกก

ปล. อย่าลืมทำแบบฟอร์มด้านบนให้นกด้วยเด้อออออ

[22/02/2560]

น้องมุตาก็มีความขี้หวงขี้ห่วงพี่เจนัสเหมือนกันน้าาา เฝ้าพี่เจนัสดีๆ นะลูก

[16/02/2560]

มีใครยังจำ 'บีน่า' ได้มั้ยเอ่ยยยยยย? ใครอ่านเรื่อง SINFUL TATTOO (ลิ้งค์ >> https://goo.gl/jNrt3w ) หรือ LOOK OUT! (ลิ้งค์ >> https://goo.gl/XKkymc) มาก่อน น่าจะจำได้โน๊ะะะะ ในเรื่องของนุ้งเจนัสนางก็จะกลับมาาาาาา

ไม่สะดวกเมนต์จะโหวตก็มิว่านาจา
 
 
 

VOTE

FAV.

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 11 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

991 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #470 tigersweet (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 07:41
    ฉันชอบเรื่องนี้
    #470
    0
  2. #429 NichapatMoonlard (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 มีนาคม 2560 / 11:40
    รอนร้าาาา
    #429
    0
  3. #424 Surisa Inthasin (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 18:24
    มุตางอนพี่เจนัสหรอออออ
    #424
    0
  4. #423 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 มีนาคม 2560 / 08:41
    มุตาหายไปไหนเนี่ย ปล่อยให้นางมารเกาะเจนัสแบบนี้ได้ไง
    #423
    0
  5. #422 @diamond (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:04
    อยากให้จูบกันเลยล่ะตอนนี้อ่ะ เมื่อไหร่จะจับตัวกันได้ศักที่ รออยู่น้าาาาา
    #422
    0
  6. #421 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:44
    เสียใจด้วยนะเจนัสทำไรน้องไม่ได้ 5555
    #421
    0
  7. #420 Pvl6ic (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:46
    555555 มีความเฝ้ายามไปอี๊กนางเอง
    #420
    0
  8. #419 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:29
    เฝ้าไปแล้วทำไรอ่ะมุตา นางไม่เห็นหนูนะอย่าลืม
    และนางคงไม่นอนเฉยๆ ด้วย คอยดูนะ
    #419
    0
  9. #418 เจนนี่.com (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:56
    มีความหึงโหดมาแต่ไกล555
    #418
    0
  10. #417 @diamond (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:15
    รอออออออออออ
    #417
    0
  11. #416 IMCHOAON (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:22
    เจิมมมมมๆไ
    #416
    0
  12. #415 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:26
    บีน่านางจะมายุ่งกับเจนัสทำไมยะ เดี๋ยวมุตาหนีไปหรอก เหอะ
    #415
    0
  13. #414 ซาตาน จำเป็น (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:17
    เจิมมมมม
    #414
    0
  14. #413 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:54
    เจิมจร้าาา
    #413
    0
  15. #412 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:54
    เจิมจร้าาา
    #412
    0
  16. #411 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:53
    เจิมจร้าาา
    #411
    0
  17. #410 น้ำตาลสายไหม (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:18
    มารอค่าาาา
    #410
    0
  18. #409 MyFlower (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:27
    รอค่าาาาา
    #409
    0
  19. #408 @diamond (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:42
    เจิมมมมม
    #408
    0
  20. #407 @diamond (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:42
    เจิมมมมม
    #407
    0
  21. #406 @diamond (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:42
    เจิมมมมม
    #406
    0
  22. #405 @diamond (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:42
    เจิมมมมม
    #405
    0
  23. #404 @diamond (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2560 / 19:42
    เจิมมมมม
    #404
    0