「END」SINFUL PHANTOM สัมผัสรักร้าย ลวงหัวใจ [Vol.3]

ตอนที่ 4 : PHANTOM :: CHAPTER 3 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,169
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    19 ต.ค. 59

หมายเหตุ: เรื่องนี้ยังเป็นแนว 18+ ในเซ็ต SINFUL เช่นเดิมนะจ๊ะ ถึงจะเห็นเริ่มเรื่องมาคอมเมดี้ขนาดนี้ก็เถอะ 5555 แต่นางเอกไม่ได้ตายนะเออ แค่วิญญาณหลุดจากร่างค่ะ พาร์ทหลักของเรื่องแบ่งเป็นสองพาร์ท คือพาร์ทวิญญาณกับตอนที่วิญญาณเข้าร่างนางเอกแล้ว ฉะนั้นรอการคอนเน็กชั่นค่ะ 555




และแล้ว...ช่วงเวลาแห่งการเสียสติของผมก็ผ่านพ้นไป

แต่ก็หาใช่ว่าผมจะสามารถไล่ผีได้สำเร็จไม่...

เออ! ไม่ไง พ่ายแพ้ครับ สู้ไม่ไหว ผีตาแบ๊วตนนี้ช่างมีอิทธิฤทธิ์กล้าแกร่งยิ่งนัก

ไม่ว่าอะไรก็ไม่มีความเกรงกลัวเลยเถอะ

ขนาดผมผันตัวเป็น อาจารย์เจนัสปลุกเสกน้ำมนต์ประหนึ่งหมอผีมือฉมังก็ยังไม่ได้ผล บอกตรงว่าท้อ ไอ้เจนัสคนนี้รู้สึกอ่อนแรงจนแทบทิ้งตัวลงคุกเข่ากอดขาคุณผีตาแบ๊วเอาไว้ 

แล้วอ้อนวอนให้เธอได้โปรดไป...

ไปจากผมสักทีเถอะ! T.T

หากผมก็เหมือนคนมีกรรมครับ อยู่ดีๆ ก็มีวิญญาณผีเด็กผู้หญิงตามติดชนิดสลัดยังไงก็ไม่หลุด หนำซ้ำยังทำอะไรไม่ได้อีก อับจนหนทางไปหมด 

บอกเลยว่าพอสาดน้ำมนต์ใส่ แล้วเธอทำหน้าดีใจประหนึ่งว่ากำลังเล่นสงกรานต์ ผมนี่ถึงกับเข่าทรุดลงตรงนั้น 

และในจังหวะที่กำลังสิ้นหวังตัดพ้อโชคชะตาพานให้น้ำตาแทบไหลอยู่นั่นเอง

พลัน คำพูดของหลวงพ่อที่วัดก็แล่นวาบเข้ามาในหัว...

อย่ากลัวเลย เขาไม่ได้มาร้ายหรือคิดจะทำอันตรายหรอกนะโยม

สิ่งที่โยมทำได้คือปล่อยวาง ทำจิตใจให้สงบ ยอมรับ รับฟัง และช่วยเหลือในสิ่งที่พอจะทำได้เท่านั้น

ทำใจให้สงบ ยอมรับ รับฟัง และช่วยเหลือ...

นี่คงเป็นสิ่งที่ผมควรทำสินะ 

หลวงพ่อท่านก็บอกมาแล้วว่าเขาไม่ได้มาร้ายไม่ได้คิดทำอันตราย แต่มันก็ค่อนข้างทำใจลำบากอยู่ดี เพราะที่เผชิญหน้าอยู่นี่...ผีนะครับผี! 

แต่แม่งก็ต้องทำใจรับให้ได้อยู่ดี

นั่นจึงทำให้เกิดช่วง เจนัสบรรเทาทุกข์ผีขึ้นมาไงครับ!

ในเมื่อไล่ไม่ไป หนียังไงก็ไม่พ้น แถม...ผีตนนี้ก็ไม่ได้ดูน่าเกลียดน่ากลัวเข้าขั้นสยดสยองเหมือนในหนังผี มันก็...พอจะจำใจ เอ่อ...หมายถึงทำใจรับได้นิดหน่อย 

ย้ำว่าตอนนี้ยังแค่นิดหน่อย

ดังนั้น การหันหน้าจับเข่าคุยระหว่างคนกับผีจึงเริ่มขึ้น!

เฮือก!

“ยะ อย่าเข้ามา!” 

ทั้งที่บอกตัวเองให้ทำใจ กำลังตั้งสติ รวบรวมสมาธิที่แตกกระเจิงอยู่เงียบๆ 

หากพอยัยผีตาแบ๊วขยับตัวเล็กน้อย ผมก็ผวาออกคำสั่งเสียงดังด้วยความพรั่นพรึง สายตามองจ้องสิ่งไม่มีชีวิตที่เป็นพลังงานแห่งจิตตรงหน้าอย่างหวาดระแวงไปด้วย 

“เธอ...ยืนอยู่ตรงนั้นแหละ เป็นผีนี่ ไม่เมื่อยหรอก เพราะงั้นไม่ต้องขยับมาใกล้!

แม่ง! ไม่ชิน ยังไงก็ยังไม่ชินจริงๆ 

แล้วไม่รู้ว่าชาตินี้จะทำใจให้ชินได้ไหม

“คุณ...อย่ากลัวฉันเลยนะคะ” 

พอถูกผมตะคอกเสียงดัง คุณผีเธอก็ทำสีหน้าเศร้าสลด คอตกไหล่ลู่ลง แล้วก็บอกไม่ให้กลัวเสียงอ่อยอย่างน่าสงสาร 

ดวงตาที่เหมือนลูกหมาหลงทางทำให้ผมเม้มปากเข้าหากันแน่น

เออ ถ้าไม่ติดว่านั่นคือผี...ดูแล้วก็น่าสงสารจริงๆ นั่นแหละ

“พูดไรดูสถานภาพตัวเองด้วยนะ ฉันคน เธอผี มันก็ต้องกลัวอยู่สิเว้ย!

“ตะ แต่ว่า...”

“ฉันกำลังตั้งสติกับเรื่องนี้ ฉะนั้น ถ้าไม่อยากให้ฉันเผ่นออกนอกห้อง ยืนอยู่ตรงนั้น แล้วเราจะได้คุยกัน”

“ตกลงค่ะ!

พอผมพูดว่าเราจะได้คุยกัน เธอก็เงยหน้ามองผมด้วยรอยยิ้มแสนหวานดีใจอย่างไม่ปิดบัง 

หลังจากเกิดสงครามปราบผี สิบห้านาทีต่อมาผมก็มานั่งขัดสมาธิกอดหมอนอิงสองใบไว้แนบอกอยู่บนโซฟา ส่วนยัยผีตาแบ๊วก็ยืนอยู่ตรงหน้า หันหลังให้ทีวีโดยมีโต๊ะกระจกกลางโซฟากั้นระยะห่างระหว่างเราเอาไว้อีกที

รู้นะว่าสภาพตัวเองตอนสติแตกมันแย่แค่ไหน

ถ้าพวกสาวๆ มาเห็นสภาพผมตอนนี้มีหวังหนีเปิงกันหมดเป็นแน่ 

เพราะตั้งแต่เจอดีผมก็ คีพลุคไม่ได้อีกเลย จบสิ้นแล้วไอ้เจนัสที่ใครๆ ก็ว่าโคตรนิ่ง โคตรแบด โคตรเลว โคตรเย็นชา โคตรของโคตรเด็กเหี้ยในสายตาคนอื่น

ตอนนี้แม่งมีแต่ไอ้เจนัสที่กำลังขวัญผวา ตัวสั่น หน้าซีดเป็นไก่ต้มน้ำปลาเท่านั้น

คิดแล้วก็ต้องยกมือลูบหน้าไล่อาการ หลุดของตัวเอง 

หลับตาลงพลางผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้ง จ้องสบนัยน์ตาเหมือนลูกหมาหาเจ้าของไม่เจอของคุณผีตาแบ๊วอยู่หลายวินาทีท่ามกลางความเงียบ

ก่อนจะเริ่มรายการเจนัสบรรเทาทุกข์ผีบัดเดี๋ยวนี้...

“เอาล่ะ เรามาคุยกันดีๆ ใช้สันติวิธีแก้ปัญหา แต่ขอร้องว่าอย่าทำให้ฉันผวาไปมากกว่านี้เป็นพอ”

“อื้อ! ได้เลยค่ะ J” 

ผมเริ่มเกริ่นด้วยน้ำเสียงจริงจัง พยายามควบคุมไม่ให้มันสั่นไปมากกว่านี้ คนที่เห็นว่าผมเริ่มคุยด้วยก็ฉีกยิ้มกว้างกว่าเดิมจนตาหยีหยักหน้าหงึกหงักอย่างน่ารัก

นี่ถ้าไม่ใช่ผี...ได้เห็นดีกันแน่ๆ!

หน้าตาน่ารักฉิบหายเลยเถอะครับ!

 ทว่าผมก็เกือบจะยกมือตบหน้าผากตัวเองแรงๆ สักที 

เพราะดันเผลอคิดเรื่องไม่เป็นเรื่องเสียได้

“อะแฮ่ม!” จนต้องกระแอมไอเพื่อเรียกสติตัวเองเล็กน้อย 

จากนั้นก็เริ่มยิงคำถามแบบตรงประเด็น พร้อมมองยัยผีตาแบ๊วที่ยืนตัวตรงเหมือนกำลังเคารพธงชาติด้วยสายตาจริงจัง 

“ก่อนอื่นก็...บอกมาว่าเธอเป็นใคร มาจากไหน นึกไงถึงมาเป็นผี แล้วมาตามติดฉันเหมือนเงาตามตัวแบบนี้ทำไม”

สิ้นเสียงผมในวินาทีนั้น 

รอยยิ้มหวานบนดวงหน้าน่ารักของคุณผีตากลมโตก็ค่อยๆ จางลงจนน่าใจหาย แววตาดีใจก่อนหน้าที่รู้ว่าผมจะเริ่มคุยด้วยก็แปรเปลี่ยนเป็นหม่นหมองลงอย่างน่าสงสาร

ก่อนจะเริ่มตอบคำถามด้วยซุ่มเสียงเบาหวิว

“ฉะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะว่าตัวเองเป็นใคร มาจากไหน หรือแม้แต่...ทำไมถึงมาอยู่ในสภาพแบบนี้”

“จำไม่ได้เลยเนี่ยนะ?” หัวคิ้วผมขมวดเข้าหากันเลยครับทีนี้

“ใช่ค่ะ ฉันจำอะไรไม่ได้นอกจาก...” เธอเว้นคำพูดไว้อึดอัดหนึ่ง พานให้ผมพลอยลุ้นไปด้วย “ชื่อ...ฉันชื่อมุตาค่ะ อายุสิบแปด นอกจากนั้นก็ไม่มีอะไรอยู่ในหัว ไม่สิ...ก็คิดว่ามีนะคะ แต่...”

“แต่อะไร?”

“มันเหมือนมีหมอกควันจางๆ บังความทรงจำพวกนั้นเอาไว้น่ะค่ะ ยิ่งคิดเท่าไหร่ก็ยิ่งนึกไม่ออก”

สรุป...เธอชื่อ มุตา งั้นสินะ อายุสิบแปด แต่หน้าเด็กเป็นบ้า ตอนแรกผมยังคิดว่าไม่ถึงด้วยซ้ำ แต่ช่างเถอะ! ตอนนี้เรื่องอายุไม่ใช่ประเด็นหลักสักนิด เพราะสิ่งที่เธอพูดมา...

ไม่ได้ทำให้ผมหายคาใจหรือช่วยอะไรเธอได้เลยนี่หว่า!

ปกติเวลาดูหนังผีหรือรายการคนอวดผีไรงี้ใช่ป่ะ เวลาเขาถามผีที่ยังวนเวียนอยู่รอบๆ คนใกล้ตัวหรือคนรักอะไรแบบนี้ นั่นหมายความว่าเขายังมีห่วงหรือมีเรื่องติดค้างบางอย่างจนทำให้ไปไหนไม่ได้ ถ้ารู้จุดนั้นผมอาจจะช่วยเหลืออะไรเธอได้บ้าง 

แต่นี่ดันไม่รู้อะไรเลยนอกจากชื่อตัวเอง 

แล้วแบบนี้จะส่งวิญญาณไปสู่สุขติยังไงวะเนี่ย?!

เฮ้ย! แม้แต่ตัวเองตายมาเป็นผียังไงก็ไม่รู้อ่ะคิดดู

แล้วอย่างที่บอก...ปกติคือต้องวนเวียนรอบตัวคนรู้จักหรือไม่ก็คนที่ทำร้ายตัวเองปะวะ ในกรณีที่เธออาจตายด้วยสาเหตุเช่นว่าถูกฆ่าตายอะไรแบบนี้ไง 

แต่นี่...ผมว่าผมโคตรมั่นใจนะว่าไม่เคยรู้จักเด็กคนนี้มาก่อน

เอ๊ะ! หรือจะเป็นอย่างที่ไอ้ไม้เอกบอกวะ?

อาจจะเป็นเรื่องที่ทำไปโดยไม่รู้ตัวก็ได้มั้ง

ทำโดยไม่รู้ตัวเหรอวะ...ไม่นะ ไม่หรอก ผมว่าไม่อ่ะจริงๆ!

“โอเค มุตา...แล้วทำไมเธอต้องมาตามหลอกฉันอยู่คนเดียวด้วยวะถามจริง! รู้ไหมว่าเจอเธอไม่ถึงสองวัน ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นบ้าหรือไม่ก็เป็นโรคประสาทตายอยู่แล้ว” 

ข้องใจตรงนี้ บอกเลยว่าโกรธ ทำไมเธอถึงตามติดผมอยู่คนเดียว แล้วทำไมไอ้ไม้เอกถึงมองไม่เห็นเธอ ทั้งที่ผมก็ไม่ใช่คนมีซิกเซ้นส์อะไรเลยเถอะครับ

แบบนี้มันไม่ยุติธรรม มันไม่แฟร์จริงๆ นะเว้ย 

อย่างน้อยถ้าจะหลอกก็หลอกคนอื่นด้วยสิวะ

ผมจะได้รู้สึกว่ามีเพื่อนร่วมชะตากรรมบ้างไรบ้าง!

“ฉัน...ฉันไม่ได้ตั้งใจหลอกคุณเลยนะคะ” มุตาปฏิเสธเสียงอ่อย พลางส่ายหน้าไปมาสำทับคำพูด 

ก่อนจะกัดริมฝีปากตัวเองแน่นเหมือนกำลังกดดันหรืออะไรสักอย่าง

แหม! มีการปฏิเสธว่าไม่ได้หลอก น่าเชื่อมากครับน้องผีมุตา 

ได้ข่าวว่าที่พี่เจนัสคนนี้วิ่งแจ้นเข้าวัดทำบุญก็เพราะน้องเลยนะครับ เออเว้ย! ก็เพิ่งรู้วันนี้ว่าผีนอกจากหลอกคนให้กลัวขวัญหนีดีฟ่อได้แล้วยังโกหกหน้าใสได้อีก

หลอกก็บอกว่าหลอก อย่ามาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจเลยเถอะ

ก็เห็นชัดๆ ว่าตามผมอยู่คนเดียวเนี่ย!

“ไม่หลอกแล้วไอ้ทีทำอยู่นี่คือไร? เธอมาตามฉันทำไมวะ รู้ไหมว่าทำให้คนอื่นเขากลัว เธอเป็นผีนะเว้ย เป็นวิญญาณ ไม่ควรจะมาวุ่นวายกับคนอย่างฉัน...หรือไม่ก็ไปตามคนอื่นสิ หมอผีในประเทศนี้มีถมไป ใครก็ได้ที่ไม่ใช่ฉันน่ะ”

ได้ทีผมก็ไม่ปล่อยโอกาสหลุดลอย ต่อว่าด้วยน้ำเสียงและสีหน้าโกรธๆ 

ไม่ได้แสดงนะ นี่ไม่ชอบใจจริงๆ คิดดูว่ามันก็น่าโกรธไหมล่ะครับ เป็นใครจะยิ้มรับได้เหรอเวลาเจอเรื่องแบบนี้ 

ผมล่ะไม่คนหนึ่งเลยขอบอก!

“ขะ ขอโทษค่ะ” 

พอถูกผมว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง มุตาก็ก้มหน้าลงมองปลายเท้าตัวเองไม่สบตาผมอีกเลย น้ำเสียงที่เอ่ยขอโทษก็สั่นเครือจนหัวใจผมแกว่งไปวินาทีหนึ่ง 

บอกแล้วใช่ไหมว่าท่าทางเธอน่าสงสารมาก

“...” แล้วกลับเป็นผมเองที่ดัน รู้สึกผิดที่ต่อว่าเธอขึ้นมา

ให้ตายสิน่า! ถ้ามุตาเป็นคน ผมคงรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังรังแกเด็กยังไงก็ไม่รู้ 

แต่ถึงจะเป็นแค่ก้อนวิญญาณก็เถอะ เก่งมากนะที่ทำให้ผมรู้สึกผิดได้ จนต้องถอนหายใจระบายความอึดอัดแล้วเสยผมตัวเองแรงๆ

“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณจริงๆ นะคะ” มุตาพึมพำบอกเสียงเบาหวิว

“...” ผมเม้มปากเข้าหากัน สายตายังจ้องผีที่ยืนก้มหน้างุดนิ่งๆ

“แต่คุณเป็นคนแรก...เป็นคนแรกและคนเดียวที่มองเห็นฉัน แถมยังพูดกับฉันด้วย คุณเป็นคนแรก...ฉันก็เลยต้องตามคุณมา เพราะถ้าไม่ตาม...ฉันก็จะต้องเร่ร่อนไม่มีตัวตนต่อไป ไม่มีใครมองเห็นฉันเลย ไม่มีเลย...ฮึก”

คราวนี้เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับผม ดวงตาคู่ใสซื่อคู่สวยฉาบฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตาที่เอ่อออกมา ผมไม่รู้ว่าผีร้องไห้มีน้ำตาได้ไหม แต่ผมกำลังเห็นน้ำใสๆ ที่หล่นจากดวงตาคู่สวยที่กำลังสั่นไหว ดวงตาที่มีแต่ความเหงาอยู่ในนั้น

นี่ผม...ทำยัยผีตาแบ๊วร้องไห้เหรอวะ?

“เฮ้ย เป็นผีร้องไห้ได้ไง” 

ไม่ได้ตั้งใจถามนะครับ บังเอิญปากมันขยับไปเองตามความคิดน่ะ อารมณ์ประมาณว่าแบบรำพึงกับตัวเองด้วยความสงสัยใคร่รู้ แต่พอนึกๆ ดู เอ่อ...

แล้วผมต้องปลอบให้เธอหยุดร้องหรือเปล่าวะ?

“มะ ไม่รู้สิคะ ฮึก...กะ ก็น้ำตามันไหลเองนี่นา” 

แล้วผีที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นก็ตอบถ้อยคำรำพึงของผมด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใช้หลังมือปาดคราบน้ำตาบนแก้มตัวเองออกเหมือนเด็กๆ อย่างน่าสงสาร 

พอเห็นภาพนั้นก็ทำให้ผมรู้สึกอ่อนใจ 

น้ำตาผู้หญิง...จะคนหรือสิ่งลี้ลับก็เป็นอะไรที่ทำให้ผู้ชายสะเทือนใจได้ง่ายๆ

“เอ่อ...เฮ้ยๆ อย่าร้องดิ” 

เจอแบบนี้ผมก็ทำอะไรไม่ถูกสิครับ

“มะ ไม่ได้อยากร้องสักหน่อย แต่เพราะมันเจ็บ...เจ็บในอกมากเลยตอนที่อยากให้ใครสักคนมองเห็น อยากให้ใครสักคนรับรู้ว่าฉันยืนอยู่ตรงนี้ แต่ก็ไม่มี อึก ไม่มีเลย...ไม่มีสักคน ฮึก! ฮืออออ”

ผมเบิกตากว้างอย่างตกใจ เมื่อมุตาเลิกพยายามปาดน้ำตาที่ไหลไม่หยุดด้วยหลังมือ เปลี่ยนเป็นซบหน้าลงกับฝ่ามือทั้งสองข้าง ใช้มันปิดบังใบหน้ายามร้องไห้อย่างน่าสงสารเอาไว้ ราวกับไม่อยากให้ผมเห็นภาพนั้น 

ไหล่เล็กสั่นเทา เสียงสะอื้นเล็ดรอดออกมาไม่หยุด เนื้อตัวของเธอเองก็เช่นกัน

เด็กคนนั้นกำลังสั่นไหวจนน่ากลัวและน่าสงสารในคราวเดียว

ผมมองคุณผีที่ยืนร้องไห้อยู่ตรงหน้าอย่างใช้ความคิด...

หากตัดความกลัวออกไป ผมรับรู้ได้ถึงความเหงา อ้างว้างและโดดเดี่ยวมากๆ ของเด็กคนนี้ การที่เธอยังไม่ไปไหน ยังวนเวียนอยู่แบบนี้ หนำซ้ำไม่มีใครมองเห็น ไม่มีใครรับฟัง ไม่มีใครเลยรู้ว่าเธอยังคงอยู่ตรงนี้ อยู่ในที่ๆ ตัวเองมองเห็นทุกคน แต่ไม่มีใครมองเห็นเธอเลย

แม้ผมจะไม่รู้ว่ามุตาเสียชีวิตมานานเท่าไหร่ 

แต่คิดว่าเธอคงจะเหงาจับใจและทรมานไม่น้อย

แต่ไอ้มนุษย์ศตวรรษที่ 21 อย่างผมเนี่ยจะไปช่วยอะไรเธอได้วะถาม?

ผมเป็นคนธรรมดานะเว้ย ไม่ใช่หมอผีหรือคุณริวจิตสัมผัส

“เฮ้ย หยุดร้องก่อนๆ” ผมบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนลง 

ไม่รู้ว่าความผิดตัวเองไหมที่ทำให้ยัยผีตาแบ๊วนี่ร้องไห้ 

แต่ตอนกลัวจนสติแตกคงเผลอใช้คำพูดทำร้ายจิตใจของเธอหลายครั้งอยู่แหละ แถมยังไล่ให้ไปหาคนอื่น ทั้งที่ถ้ามีคนอื่นมองเห็น มุตาก็คงไม่ตาผมแจหรอก 

“ลำพังฉันก็ปลอบคนร้องไห้ไม่เป็นอยู่แล้ว อย่าให้ถึงขั้นต้องปลอบผีร้องไห้เลยนะ”

“ฮึก! ไม่...ไม่ได้...ร้อง” 

ปากก็บอกไม่ได้ร้อง แต่ตัวสั่นหงึกๆ เสียงก็ฟังแทบไม่ได้ศัพท์ ตาแดงก่ำจนน่ากลัวขนาดนั้น อ่าจ้า...ผีก็ปากแข็งได้เหมือนกันเว้ย 

ไม่ได้ร้องเลยเนอะ นี่ถ้ามีน้ำมูกไหลจะหัวเราะให้เลยคอยดู

โคตรจะเด็กน้อยน่าเอ็นดูอ่ะ

“เออ ไม่ได้ร้องก็ไม่ได้ร้อง เชื่อครับเชื่อ” 

ผมก็เออออห่อหมกไปเรื่อย แซวมากเดี๋ยวเกิดเฮี้ยนอาละวาดกลายร่างขึ้นมา กูนี่แหละที่จะซวยคนแรก ฉะนั้นอย่าลองดีเป็นดีที่สุด 

“ถามจริงนะ นี่จำไม่ได้เลยเหรอว่าตัวเองตายยังไง?”

“อึก...ฉะ ฉันไม่รู้” มุตาส่ายหน้าทั้งน้ำตา “ไม่รู้ทำไมเป็นแบบนี้ รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นวิญาณไปแล้ว”

“ฉันว่าเธอตายแน่ๆ ไม่ตายแล้วจะเป็นผีได้ไงจริงไหมล่ะ ถ้าไม่ตายก็ต้องเป็นคนดิ!” 

ผมพูดถูกปะละถาม

เอ้อ! ยัยผีนี่ก็แปลกเว้ย คนเราถ้าไม่ตายแล้วจะกลายเป็นวิญญาณแบบนี้ได้เหรอ

เอ๊ะ! หรือมุตาจะตายแบบไม่รู้ตัววะ 

แบบว่ากำลังข้ามถนนด้วยความเพลิดเพลิน แล้วจู่ๆ ก็มีรถพุ่งเข้าชนรวดเร็วรุนแรงจนทำให้ตายคาที ไม่ทันได้รู้ตัวว่าตัวเองตายแล้วอะไรแบบนั้นอ่ะ 

แต่...สภาพที่เห็นนี่ก็ดูปกติดีนี่หว่า

แล้วผีต้องสภาพเละเหมือนตอนตายทุกคนหรือเปล่าฟะเนี่ย?

ขณะที่ผมกำลังขมวดคิ้วมุ่นคิดถึงสาเหตุการตายของเด็กคนนี้ เธอก็โพล่งขึ้นมา

“ตะ แต่ท่านยมฯบอกว่าฉันยังไม่ถึงที่ตายนะคะ!

“...” เมื่อกี้พูดไรวะ อะไรยมๆ นะ?

“ท่านยมบาลบอกว่า ฉันแค่...แค่จิตหลุดออกจากร่างเฉยๆ ไม่ได้ตายสักหน่อย”

เชรดดดดดด! ผมนี่ถึงกับตกใจแรงมาก

“อะไรนะ! ยมบาล!!

เบิกตากว้างมองยัยผีตาแบ๊วแบบไม่อยากจะเชื่อรูหูตัวเอง นี่...นี่ถึงขั้นไปเจอยมบาลมาแล้วด้วยเหรอวะ 

เฮ้ย! ผีตนเดียวยังไม่พอใช่ปะ นี่ยังมีภพอื่นมิติอื่นมาเกี่ยวข้องอีก

เชี่ยยย! ผมกำลังเจอกับอะไรวะครับ WTF?!

 


TO BE CON'



[18/10/59]
ขำเหนื่อยไม่ไหวแล้ว ยังคงมีความสงสารนุ้งเจนัสไม่เสื่อมคลาย 55555555555
นี่มันนิยายอัลไลว้าาาาาาาาาา
[10/10/59]
เจนัสแกทำน้องมุตาร้องไห้แล้วเว้ย โธ่ๆ น่าสงสารเนอะ กลัวก็กลัว ยังต้องมาทำตัวไม่ถูกอีกที่เห็นน้องผีตาแบ๊วร้องไห้ เจนัสเอ๋ย หนูมีกรรมใช่ไหมลูก กรรมที่หนูทำเอาไว้ในเรื่อง SINFUL TATTOO ไงจ๊ะ!
[07/10/59]
เอาล่ะค่ะ! นุ้งเจนัสเริ่มตั้งสติก่อนสตาร์ทและ งานนี้จะได้คุยกันให้รู้เรื่องสักที นี่เขียนเรื่องนี้เหนื่อยมากนะทุกคน ไม่ใช่ว่าพล็อตหนักหน่วงหนักหนาอะไร ขำเหนื่อยค่ะ 5555555555555555555555

ADD FAN

VOTE ME

:: contact me ::
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

991 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #465 tigersweet (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 05:31
    เป็นแนวที่ช๊อบชอบ ใสๆ
    #465
    0
  2. #464 tigersweet (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 05:31
    โอ้ยยสนุก เราว่าจะอ่านนานแล้ว พอเข้ามาอ่านก็ไม่ผิดหวังงง
    #464
    0
  3. #249 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2559 / 08:04
    เขาบอกว่ายังไม่ตาย ช่วยเขาเลยนะเจนัส
    #249
    0
  4. #239 kruemee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 11:35
    เจ ชั้นว่าแกหน่ะมโนได้น่ากลัว กว่าผีอีกนะ แต่น่ารักอ่ะ 5555 ชอบค่ะชอบ
    #239
    0
  5. #238 Numwa_69 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 10:25
    โอ้ยย เจนัสอย่ากลัวๆ 5555
    #238
    0
  6. #237 Phimraput Ulek (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 01:27
    หัวเราะจนปวดกามม555555+
    #237
    0
  7. #236 Creamy123 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2559 / 00:43
    อ่านแล้วฮาาา นี่เจนัสสจริงๆใช่ม้ายย555555
    #236
    0
  8. #235 jramm_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 15:35
    รออออออ
    #235
    0
  9. #234 jramm_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 15:35
    มาต่อไวๆนะคะ
    #234
    0
  10. #233 jramm_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 15:35
    ทำไมอ่านแล้วนั่งยิ้มว่ะ 55555
    #233
    0
  11. #232 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2559 / 07:23
    จงสำนึกผิดซะเจนัส รังแกเด็กน้อยน่ารักได้ไง
    #232
    0
  12. #231 สโลว์รี่ส์ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 23:03
    เจนัสรับผิดชอบเลยยยยย ทำน้องร้องใจร้ายย
    #231
    0
  13. #230 kruemee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 22:43
    นั่นไงเจนัส ดันไปมองเห็นน้องเค้า 555
    #230
    0
  14. #228 mind_md1995 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 15:31
    #228
    0
  15. #226 Numwa_69 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 22:00
    เมื่อไหร่นุ่งเจนัสจะเลิกกลัว5555
    #226
    0
  16. #225 joy sy (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 20:29
    คีฟลุคไม่ทันเเล้วมั้งเจนัส 55555
    #225
    0
  17. #224 peepee apin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 10:44
    อะใจเย็นหน่อยยย จะกินผีซะแล้วเจนัส
    #224
    0
  18. #223 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 08:04
    ถึงผีก็ผีน่ารักนะเจนัส ถือว่าแก้เหงาไง 555
    #223
    0
  19. #222 Creamy123 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 02:03
    ขำจนเมื่อนกรามมมม555555
    #222
    0
  20. #221 Toeyy' (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 23:19
    เจิมมมมมมมม
    #221
    0
  21. #220 Phimraput Ulek (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 21:04
    55555555+ศูนย์บรรเทาทุกผีฮาหนักกกมากกกก
    #220
    0
  22. #219 kruemee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 20:51
    รอศูนย์บรรเทาทุกข์ผีค่ะ อ่ะๆ อย่าหลงรักผีนะเจนัว
    #219
    0
  23. #218 pink33338888 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 20:34
    หื้มมมมม นี้ใช่เจนัสที่เคยไปโพล่อยู่ที่เรื่องของจีซัสหรือป่าว ? เจนัสคนนั้นหายไปไหนนนนน555555 เจ้าช่างแตกต่างกับเจนัสคนนั้นเหลือเกิน5555
    #218
    0
  24. #217 YiEn_626 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 20:09
    ศูนย์บรรเทาทุกผี5555555555555555555555555555555555555555555 อาจารย์เจนัส555555555555555555555555 อ่านเซอุสมาคนละอารมณ์เลยเถอะ
    #217
    1
    • #217-1 `•Noknk }*지용(จากตอนที่ 4)
      6 ตุลาคม 2559 / 20:14
      ต้องเข้าใจว่านางเผชิญหน้ากับผี ไม่มีการคีพลุคใดๆ ทั้งสิ้น หลุดค่ะ สติอ่ะหลุด 55555555555555555555
      #217-1
  25. #216 Aphrodite): (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 20:09
    งือ หลงรัก
    #216
    0