「END」SINFUL PHANTOM สัมผัสรักร้าย ลวงหัวใจ [Vol.3]

ตอนที่ 3 : PHANTOM :: CHAPTER 2 [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,102
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    6 ต.ค. 59


นั่นคือคืนแรกที่ผม เจอดี

เป็นครั้งแรกที่ไรขนอ่อนตามร่างกายแกร่งของตัวเองลุกชันตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า 

บอกตามตรงว่าผมช็อกและตกใจแรงมาก ตอนเห็นกับตาว่าเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักที่ตัวเองยืนคุยด้วยเป็นวรรคเป็นเวรอยู่นานสองนานไม่ใช่คน 

ตะลึงพรึงเพริดจนแทบจับไข้หัวโกร๋นไปเลยไง 

เกิดมายี่สิบเอ็ดปีเพิ่งจะเคยเจอปรากฏการเหนือธรรมชาติแบบนี้

ตอนนี้ผมก็กลับมาถึงคอนโดตัวเองเรียบร้อยแล้วด้วย

หลังจากนั่งเกร็งคอแข็งตัวแข็งอยู่บนแท็กซี่หลายสิบนาที เพราะรับรู้ได้ด้วยหางตาและความรู้สึกถึงพลังงานบางอย่างที่นั่งเคียงคู่อยู่ข้างๆ พยายามทำเป็นไม่สนใจ 

พูดง่ายๆ ว่า หลอกผีกลับนั่นแหละว่า กูไม่รู้! กูไม่เห็น!

หากทว่า

ต่อให้สะกดจิตตัวเองยังไง ทำตัวเหมือนเป็นพวกสายตาแย่จนแทบบอดแค่ไหน 

สัมผัสทางร่างกายและจิตใจมันก็ยังรับรู้ได้เป็นอย่างดีเลยว่า...ยังอยู่

ใช่ แม่งยังอยู่แน่ๆ อยู่ในห้องผมเนี่ย แถมยังใช้ดวงตากลมโตนั่นจ้องผมอยู่ด้วย เพราะไม่ว่าจะขยับไปทางไหนภายในห้องชุดของคอนโดมิเนียมกลางเมืองก็มักจะมีสายตาคู่นั้นตามติดตลอด

จะไม่ไหวแล้วนะเว้ย!

ผมสบถในใจด้วยความหงุดหงิดระคนพรั่นพรึง 

หัวใจดวงน้อยๆ ของผู้ชายตัวโตวันยี่สิบเอ็ดกำลังถูกสั่นคอลนอย่างรุนแรง แต่หาใช่การสั่นเพราะความเสน่หา 

แม่งเต้นแรงเพราะความกลัวล้วนๆ!

กระทั่งมีเสียงหนึ่งลอยเข้ามาในโสตประสาท

“นี่...” 

สะ เสียงเรียกเบาหวิวจนเหมือนจะเย็นและยานไปตามความอ่อนแรง

“เฮือก!!” 

ทำให้ผมที่นั่งอยู่บนเตียงคลุมผ้าห่มมิดถึงคอสะดุ้งเฮือก 

รอบเตียงมีหมอนข้างวางไว้เหมือนป้อมปราการที่ตอนเด็กก็เคยทำ เพราะคิดว่ามันช่วยกันไม่ให้ผีสางขึ้นมาบนเตียงได้ พร้อมกอดหมอนใหญ่โตไว้เป็นเกาะสุดท้าย 

ไหนจะทีวีจอแบนที่ติดผนังก็ถูกเปิดไว้เพื่อไม่ให้ห้องนี้เงียบจนเกินไป พยายามจะโฟกัสที่ทีวีตรงปลายเตียง

ทว่า ไอ้ป้อมปราการเด็กๆ นี่กลับไม่ได้ช่วยห่าอะไรเลย

ป้องกันก็ไม่ได้ หนำซ้ำเจ้าของเสียงเรียกเบาๆ เมื่อกี้ยังทำลายสายตาที่พยายามโฟกัสรายการบนหน้าจอทีวีของผมด้วยการก้าวขึ้นมายืนอยู่ตรงปลายเตียง บดบังทีวีที่ผมทำเหมือนสนใจหนักหนา จนกรอบตาเบิกกว้าง

ใช่ สิ่งที่ผมพยายามทำเป็นไม่เห็นไม่สนใจกำลังยืนอยู่ในเลนส์สายตา!!

“คุณ...กลัวฉันเหรอคะ?” 

เด็กคนนั้นถามเสียงเบา 

บอกตามตรงว่าที่ผมยังไม่จับไข้หัวโกร๋นคงเป็นเพราะสภาพของเด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ได้มาแบบผีที่สยองขวัญสั่นประสาทนัก ไม่ได้หน้าเละ ตากรวงโบ๋ หรือเหมือนผีจูออนในหนัง

ให้พูดตามจริงเลยนะ

เด็กนี้เป็นผีที่...น่ารัก 

โคตรน่ารัก แบบว่าแบ๊วเชี่ยๆ เลยเถอะ!

แต่แล้วไง! 

ต่อให้จะมาแบบสวยใส หน้าตาบ้องแบ๊วแค่ไหน แต่ผีก็คือผี! ยังจะมีหน้ามาถามอีกว่าผมกลัวเหรอ เออสิ! ไม่กลัวก็บ้าแล้ว ใครบ้างจะไม่กลัว 

แม่ง! ภาพตอนเห็นเธอไม่มีขายังติดต่ออยู่เลยเนี่ย

กลัวจนฉี่จะแตกแล้วเถอะ

ตัวใต้ผ้าห่มนี่สั่นดิกๆ จนน่าสมเพชเลย

“...” ไม่พูดด้วยหรอก อย่ามาทำเป็นชวนคุย 

จะทำเป็นไม่เห็นต่อไปนี่แหละเว้ย

ว่าแล้วผมก็นั่งคอแข็ง เพ่งสายตาไปเหมือนกำลังโฟกัสทีวี ทั้งที่ตอนนี้เห็นแต่หน้าเด็กผู้หญิงผมสั้นไว้หน้าม้ากำลังใช้ดวงตากลมโตหม่นแสงจ้องกลับมา ริมฝีปากเล็กอมชมพูติดจะซีดเซียวเม้มเข้าหากันเล็กน้อย 

มองยังไงก็ไม่เหมือนวิญญาณเร่ร่อน ผีบ้าอะไรจะน่ารักใสๆ วัยรุ่นชอบแบบนี้ 

แต่ผมก็ยังรู้ว่าโชคดีจริงๆ ที่ไม่มาแบบสยดสยอง

เด็กนี่เป็นภาพโฮโลแกรม[1]หรือเปล่าวะ ชักสับสน

“ยะ อย่ากลัวฉันเลยนะ” 

ยัง...ยังจะพูดต่อ

“...” ไม่ต้องทำสีหน้าสลด นี่จะไม่สงสาร!

“ฉัน ฉันแค่อยากมีเพื่อน”

“...” ไม่ได้อยากเป็นเพื่อนกับผี ไม่ได้ดีใจเลยสักนิด 

ไม่ยินดีด้วยโว้ยครับ!

ผมกัดฟันแน่นโต้ตอบยัยผีตาแบ๊วในใจ (เรียกผีตาแบ๊วเพราะตาบ้องแบ๊วจริงๆ ไม่ใช่ผีตาโบ๋ไง) ทั้งที่โคตรอยากตะโกนออกมาให้สุดเสียง แต่ก็ต้องทำเป็น กูไม่รู้ กูไม่เห็น ต่อไป 

หัวคิ้วเริ่มขมวดเข้าหากันตอนผีปลายเตียงเริ่มขยับตัว 

โอ้โห ตัวผมนี่ชาวาบ กำมือในผ้าห่มแน่นมากบอกเลย

คือจะไม่ไหวแล้ว นี่ใกล้หมดความอดทนแล้วไง

“ฉันรู้ว่าคุณเห็นฉันนะคะ”

“...” ฉิบหายระ รู้?! 

รู้ได้ไง คอแข็งตั้งตรงแบบนี้ แววตาไม่มีหลุกหลิกลอกแลกเลยนะ

ผมขมวดคิ้วแทบชนกัน กัดริมฝีปากแน่นจนคิดว่าห้อเลือดแน่ๆ ก่อนจะได้กลิ่นคาวเลือดในตอนที่ผีตาแบ๊วที่ยืนอยู่ปลายเตียงในตอนแรก เริ่มทำเรื่องที่ทำให้ผมเองก็อยู่นิ่งไม่ไหว 

ด้วยการก้าวขึ้นบนอยู่บนปลายเตียงนอนขนาดใหญ่ 

เท่านั้นแหละครับ! 

ไอ้จากที่นั่งนิ่งกูไม่รู้กูไม่เห็นก็เด้งตัวออกไปยืนข้างเตียงแทบจะทันทีทันใด!

พรึบ!!

“มาคุยกันเถอะนะ อย่าหนีฉันเลย”

ได้! จะเอางี้ใช่ไหม จะเล่นงี้ใช่ปะ?!!

ด้วยความหงุดหงิดและเริ่มชักหัวเสียโดยไม่ได้ละทิ้งความหวั่นกลัวแต่อย่างใด 

ผมเข่นเขี้ยวในใจอย่างมาดหมายว่า กูต้องทำอะไรสักอย่างแล้ว!’ ในเมื่อไม่ยอมเลิกตามติดก็ต้องสู้กันซึ่งๆ หน้าไปเลย!

รวดเร็วเท่าความคิด 

ร่างกายมันก็ขยับไปเองโดยไม่ต้องให้สมองสั่งการ

พรึบ!!

“ยะ อย่าเข้ามานะเว้ย นี่มีพระ! เห็นไหมว่ามีพระ!” 

ผมก็ถอดสร้อยพระที่ขอหลวงพ่อมาเมื่อเช้ายื่นออกไปตรงหน้าพร้อมทั้งตะโกนข่มขู่ (?) ยัยผีตาแบ๊วสุดเสียง 

ผีเด็กนั่นนิ่งงันไปนิดเลยนะตอนเห็น...

“...”

เฮ้ย! ได้ผลเหรอวะ 

นี่กลัวแล้วใช่ไหม เห็นพระแล้วเข้าใกล้ไม่ได้ล่ะสิ สมน้ำหน้า!

“หึๆ ถ้ากลัวก็ไปสักที!” 

ได้ใจสิครับทีนี้ ผมนี่หัวเราะในลำคอแบบชั่วร้ายมาก 

พอเห็นว่าผีตาแบ๊วยืนมองผมนิ่งอยู่บนเตียง ผมก็ขยับเข้าไปใกล้โดยที่ผมน่ะยืนอยู่บนพื้น ทำให้ต้องเงยหน้ามองเล็กน้อย หมายจะทำให้ผีนั่นถอยหลังออกไปด้วยความหวาดกลัวของขลังในมือ 

“เห็นไหมว่านี่พระ ถ้าไม่เลิกหลอก จะโยนใส่ให้ร้องเลย!

บางทีก็ดูเหมือนตัวเองกำลัง กร่างกับผียังไงก็ไม่รู้ว่ะ

เวร! หรือกูกลัวผีจนเป็นโรคประสาทไปแล้วจริงๆ

แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน! ไว้เดี๋ยวค่อยไปเช็คสมองที่โรงพยาบาลอีกทีก็ได้ 

ตอนนี้ต้องกำจัดวิญญาณที่ตามติดตัวเองให้พ้นเสียก่อน ไม่อย่างนั้นชีวิตต่อจากนี้คงไม่ต้องเป็นอันทำกินอะไรกันแล้ว

หากทว่า

ความคิดกร่างๆ ของผมกลับเริ่มหดลงทีละนิด เมื่อยัยผีตาแบ๊วหน้าใสขยับปลายเท้าเข้ามาใกล้สร้อยพระที่ถูกยื่นไปตรงหน้าเธอเรื่อยๆ 

เฮ้ย! แต่เพิ่งสังเกต...มีขาแล้ว! 

ผีนี่มีขาเดินเหมือนคนเลยเว้ย อะไรกันอีกวะเนี่ย เมื่อวานยังเห็นว่าไม่มีขาแถมลอยอยู่เลย ตอนนี้กลับมีขาเดินเข้ามาเรื่อยๆ เหมือนไม่เกรงกลัวพระเครื่อง

นี่จะท้าทายให้ได้ใช่ไหม!

แล้วรู้ไหม...เธอไม่ได้แค่ท้าทายสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในมือผมด้วยการเข้ามาใกล้เท่านั้น 

แต่ยัง...

หมับ!!

“อันนี้...ให้ฉันเหรอคะ?”

จะ จับ...O_O

ผีเด็กนี่กำสร้อยพระที่ผมยื่นตรงหน้าแล้วเอียงคอถามตาซื่อๆ ด้วยท่าทางโคตรน่ารัก!

ยะ ยัย...ยัยผีตาแบ๊ว!

เธอควรกลัวพระ ไม่ใช่มาจับเล่นแบบนี้โว้ยยยยยย!

“ธะ เธอ เธอ...” เสียงสั่นเลยครับ 

ไม่ใช่แค่เสียงนะ ขาก็สั่น ใจก็สั่น แม่งสั่นไปหมดทั้งตัวแล้วตอนนี้ เบิกตากว้างสุดจะตะลึงพรึงเพริด อ้าปากค้างชนิดที่ถ้ามีแมลงวันบินผ่านคงเข้ามาวางไข่ได้

“จะ จับ...จับพระได้ไง!

“เอ่อ ไม่รู้เหมือนกันค่ะ แหะๆ”

ผีบ้าผีบออะไรวะ! เล่นใหญ่ฉิบหาย แฟนตาซีโคตรๆ!

“ไม่ ไม่ร้อนเหรอวะ” ผมรำพึงกับตัวเอง สีหน้ายังไม่หายแตกตื่นดี

“เอ๋ ก็ไม่นี่คะ” 

ยัง...ยังมาตอบด้วยท่าทางใสซื่ออีกต่างหาก

โว้ย! ไม่ได้ตั้งใจถามเว้ย แค่คิดเสียงดัง พึมพำกับตัวเอง เข้าใจปะ!

“...” โคตรอยากพูดกลับไปแบบนั้น 

แต่กำลังช็อกจนพูดไม่ออก สมองรวนไปหลายวินาที ผมกัดริมฝีปากตัวเองอย่างกดดัน หัวใจเต้นกระหน่ำและพยายามคิดหาทางออกให้ตัวเอง 

เพราะนี่ไม่ใช่เล่นๆ เลยไง

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่นะครับ ผีเดี๋ยวนี้เขาไม่กลัวพระกันแล้ว

J” 

ดูสิ! ยังมีหน้ามาส่งยิ้มหวานอ่อนๆ มาให้อย่างไม่รู้สึกรู้สา!

ปะ เป็นเรื่องแล้วไหม!

เฮ้ย! นี่พระนะเว้ยไม่ใช่ลูกหมีแพนด้า 

จับเล่นด้วยหน้าตาเปี่ยมสุขอะไรเบอร์นั้นครับน้องผี 

โอ้ย! อยากจะบ้า ผมรู้สึกเหมือนที่พึ่งพึงของตัวเองถูกทำลายลงต่อหน้าต่อตา แบบย่อยยับไม่เหลือชิ้นดี เจ็บปวดฉิบหาย สะเทือนใจสุดๆ! 

แต่ยัง...ผมยังไม่ยอมแพ้หรอก 

ยังไงก็ต้องงัดทุกวิธีมา ไล่ผีเด็กตาแบ๊วนี่ให้เลิกตามหลอกหลอนผมให้ได้เถอะว่ะ

คนอย่างไอ้เจนัสไม่มีทางอยู่อย่างหวาดผวาไปตลอดปีตลอดชาติเป็นแน่ 

เมื่อคิดได้ดังนั้น ผมก็หันมาเปิดลิ้นชักโต๊ะข้างหัวเตียง แล้วจัดการหยิบบางอย่างขึ้นมาไว้ในมืออย่างหมายมั่น 

คราวนี้ล่ะ...เดี๋ยวได้รู้ว่าใครหมู่ใครจ่า

พลัน ยื่น สิ่งนั้นออกไปตรงหน้ายัยผีตาแบ๊วอีกครั้ง!

พรึบ!

“เจอไม้กางเขนไล่ผีหน่อยเป็นไง!” 

ใช่ครับ มันคือสร้อยไม้กางเขนของผมเอง ถ้าไม่กลัวพระแบบผีไทยก็ต้องใช้อะไรที่อินเตอร์หน่อย เผื่อว่าจะกลัวไม้กางเกงเหมือนผีฝรั่งหรือพวกผีดูดเลือดไง

เอาสิ! มันต้องมีสักอย่างที่กลัวบ้างแหละวะ!

แล้วถามว่าได้ผลไหม?

“อันนี้ก็สวยดีนะคะ ให้อีกแล้วเหรอ...ใจดีจัง” 

ก็ยังคงไม่มีความเกรงกลัวใดๆ!

เชี่ยยย! แม่งไม่ได้ผลครับ แถมยังมองเหมือนมันของน่าสนใจมากอีกต่างหาก 

ปวดประสาทมาก พรึงเพริดไปทุกอณูขุมขน ไมเกรนแทบขึ้น นี่ผมต้องไปออกรายการคนอวดผีหรือเปล่า ผมว่าคุณริวจิตสัมผัสน่าจะช่วยผมได้

“เธอเป็นผีภาษาอะไรวะ! ทำไมไม่กลัวพระ ไม่กลัวไม้กางเขน!

หงุดหงิดครับ ตะคอกออกไปด้วยความหัวเสียล้วนๆ ความเกรงกลัวที่มีในตอนแรกจนแทบสติแตกเริ่มเลือนหายไปทีละนิด 

เคยเป็นกันไหมล่ะครับ แบบว่ากลัวอะไรจนไม่รู้ว่าจะกลัวยังไง

สุดท้ายก็เริ่มกลายเป็นความชินจนไม่กลัวอะไรแบบนั้นน่ะ

“อ้าว ต้องกลัวด้วยเหรอคะ?” 

ก็เออสิวะครับ!

แม่ง! ย้อนถามตาแบ๊วเหมือนเด็กที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวไปอีก หงุดหงิดเว้ยหงุดหงิด ชักไม่สบอารมณ์แล้วนะ เหมือนถูกยัยผีตาโตท้าทายยังไงชอบกล 

ความรู้สึกอยากเอาชนะ(ผี) พลุ่งพล่านจนเลือดมันร้อนไปหมดแบบนี้คืออะไร

แล้วเดี๋ยวนะ...ขาหยุดสั่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ว่ะ

“เธอ...จะลองดีใช่ไหม จะเอาแบบนี้ใช่ไหม!

“ลองอะไรเหรอ?” 

ยัง ยังไม่เลิกทำหน้างุนงงที่แม่งโคตรน่ารัก

ไม่...ผมไม่หลงกลหรอก!

“ได้! เดี๋ยวเจอ เดี๋ยวรู้เลย!” สิ้นเสียงกร้าว ผมก็ชี้หน้าผีเด็กตาแบ๊วไว้อย่างคาดโทษ 

โคตรโกรธเลยที่ทำตัวไม่สมเป็นวิญญาณ(?) เธอควรจะกลัวของขลัง สิ่งศักดิ์สิทธิ์อะไรพวกนี้บ้าง ไม่ใช่มายืนถือมันหน้าตาเฉยแบบนี้

ไม่ได้การ! งานนี้ต้องขนออกมาให้หมด!

ผมเดินออกจากห้องนอนหน้าถมึงทึงตรงไปยังโซนห้องครัว ไม่ต้องหันกลับไปมองก็รู้ว่ายัยผีตาแบ๊วหน้าใสนั่นเดินตามมา 

ดูเหมือนตอนนี้ความโกรธมันทำให้ผมไม่เกรงกลัวผีอย่างเธออีกต่อไป ไม่มีอาการขนลุก มีแต่เลือดที่ขึ้นหน้าและความต้องการจะเอาชนะล้วนๆ 

งานนี้ไม่คนอย่างผมก็ผีอย่างยัยเด็กนี่แหละที่ต้องกระเด็นออกไป!

ก่อนผมจะยกยิ้มมุมปากอย่างเหนือกว่าเมื่อเจอของที่ต้องการ

พรึบ!

“นี่แน่ะ!” หันมาปาสิ่งนั้นใส่ผีตัวเล็กที่ยืนมองตาแป๋วอยู่ข้างหลังอย่างไม่ประวิงเวลา ไม่ให้ได้ตั้งตัว กะว่าต้องได้ยินเสียงร้องโหยหวนประหนึ่งถูกน้ำลวกสาดใส่เป็นแน่ 

หากทว่า นั่นก็เป็นแค่สิ่งที่ผมวาดฝันไปคนเดียว

เพราะในความเป็นจริงนั้น...

“อะไรน่ะ นั่นของทำอาหารไม่ใช่เหรอ อย่าเอามาปาเล่นสิคะ”

เชี่ยยยย! กระเทียมก็ไม่กลัว แถมทะลุผ่านตัวเธอไปให้ผมอ้าปากพะงาบๆ อีก

ผมกัดริมฝีปากอย่างกดดัน หรี่ตามองคนที่ยืนทำหน้างงมองกระเทียมที่หล่นอยู่บนพื้นอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นก็ขยับปลายเท้าไปยังมุมเก็บของใกล้ๆ แล้วใช้นิ้วชี้กับนิ้วกลางหนีบแผ่นกระดาษสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีอักษรภาษาอื่นไว้ตรงกลาง 

ก่อนจะโยนใส่เธออีกครั้งเหมือนกับในหนังจีนที่เคยดู

พรึบ!

“งั้นอันนี้เป็นไง!” 

แผ่นยันต์ผีจีนน่ะครับ 

อันนี้เป็นพร็อพสำหรับตีมงานฮาโลวีนที่ใกล้จะถึง แต่ดูเหมือนของเด็กเล่นยังไงก็คือของเด็กเล่น แม่งไม่ได้มีผลอะไรกับยัยผีหน้ามึนคนนี้หรอก

“กระดาษอันนี้มีภาษาแปลกๆ ด้วย” 

ประสาท...กว่าจะไล่ผีได้ผมประสาทกินก่อนแน่ๆ

เป็นอีกครั้งที่ผมรู้สึกได้ถึงความเครียดจนต้องยกมือขึ้นมากดปลายนิ้วโป้งตัวเอง สมองกำลังคิดหาวิธีอะไรก็ได้ที่สามารถคิดออกในตอนนี้ เพราะนี่ก็สรรหาไอ้ที่มีออกมาสู้หมดแล้ว 

ไทยก็แล้ว ฝรั่งก็แล้ว จีนก็ยังมีเลยเอ้า! แต่ก็ยังไม่มีการสะดุ้งสะเทือนใดๆ 

เห็นทีงานนี้คงต้องวกกลับมาไล่ผีด้วยวิธีแบบเดิมๆ แล้วล่ะ

จะไล่ผีก็ต้องนึกถึงได้นี่เลย...

น้ำมนต์! ข้าวสารเสก!

แต่ผมไม่ใช่พวกที่จะหุงข้าวทานเอง ดังนั้นตัดข้าวสารเสกไป เหลืออย่างเดียวคือน้ำมนต์ งานนี้ขอบอกเลยว่าเป็นที่พึ่งสุดท้ายแล้วจริงๆ 

ถ้ายังใช้ไม่ได้ผล ผมจะหนีออกจากห้องให้ดู!

“เอาวะ!” พยักหน้ากับตัวเองเพื่อเรียกความฮึกเหิม 

ก่อนจะเดินกลับไปเปิดตู้เย็นหยิบน้ำสะอาดผ่านมาตรฐาน ISO ออกมาขวดหนึ่งอย่างมาดหมาย คือเวลานี้หาน้ำมนต์จากไหนได้ล่ะครับ เมื่อเช้าก็ไม่ได้ขอหลวงพ่อที่วัดมาด้วย

เพราะงั้น...ปลุกเสกเองแม่ง!

ไม่รอช้า ถือขวดน้ำแล้วพนมมือเหนือหัว หลับตาตั้งสมาธิเพ่งจิตทันที งานนี้น้ำมนต์ปลุกเสกจากพระไม่ต้อง เดี๋ยว อาจารย์เจนัสจัดการเองครับ 

เคยเห็นหมอผีในละครเขาทำกัน มันต้องได้ผลสิวะ!

โอม...งึมงำๆๆๆ เพี้ยงงงง!

สวดร่ายคาถาเสร็จก็เป่าตั้งแต่ก้นขวดขึ้นมา แล้วเปิดฝาจัดการสาดไปตรงหน้าทันที!

ซ่า!!!

สาดไปเต็มๆ ยังไงก็ต้องดิ้นอย่างทุรนทุราย แล้วก็จงแหลกสลายหายไปซะ!

หากทว่า...

“แบบนี้เขาเรียกสงกรานต์ใช่ไหม อันนี้ฉันรู้จักนะ สนุกดีค่ะ เอาอีก J

ไม่...ไม่อยู่แล้วเว้ยยยยยย!

 



[1] Hologram คือ ภาพชนิดหนึ่งซึ่งมีลักษณะ 3 มิติ ถูกสร้างขึ้นมาจากการบันทึกข้อมูลด้วยแสงเลเซอร์

 

TO BE CONTINUED



[04/10/59]
ไล่ยังไงก็ไม่ไป ไม่มีความเกรงกลัวนะคะ 55555 ตอนหน้าให้เจนัสเลิกสติแตกละ ในเมื่อทำทุกทางที่ทำได้แล้วไม่ไป เดี๋ยวให้มานั่งจับเข่าคุยกันเลย ในช่วง 'เจนัสบรรเทาทุกข์ผี' ก๊ากกกก

[02/10/59]
ศึกของนุ้งเจนัสกับ 'ยัยผีตาแบ๊ว' ยังคงดำเนินต่อไป สงสารหรืออะไรดี ฮ่าๆ เรื่องนี้กึ่งแฟนตาซีนิดๆ ผีจับพระได้ว่ะแก นี่ไม่ได้อิงจากความเชื่อในชีวิตจริงนะ เขียนด้วยสิ่งที่สมมติขึ้นและอยากเขียนให้วิญญาณนางเอกเป็นแบบนี้ แต่เดี๋ยวพอเจนัสมันเลิกสติแตก เราก็จะเริ่มได้เห็นคอนเนคชั่นของพระ-นางค่ะ
อ่านแล้วฝากเม้นต์ส่งฟีดแบ็กหน่อยเนอะ เรื่องนี้ไม่ค่อยมีเม้นต์เลยไม่รู้ว่ามีคนอยากอ่านเท่าไหร่ คือเอาจริงๆ กลัวแป๊กแหละว่าคนอาจไม่ชอบ เดี๋ยวไม่มีกำลังใจเขียนง่าาาาา TOT

ADD FAN

VOTE ME

:: contact me ::
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

991 ความคิดเห็น

เจ้าของบทความปิดแสดงความคิดเห็น
  1. #229 EstDesu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 16:52
    นั้ลล้ากกกกก
    #229
    0
  2. #227 Am_Rat (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 20:46
    พี่เจนัส ทำเราขำน่ะ 555
    #227
    0
  3. #207 janeBJ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 12:08
    55555555
    #207
    0
  4. #206 peepee apin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 08:05
    พึ่งรู้ว่าเจนัสเป็นคนตลก เห็นโหดมาตั้งนานนนน
    #206
    0
  5. #205 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 08:00
    นี่กะเอาฮาใช่ป่ะเนี่ย
    #205
    0
  6. #204 Numwa_69 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2559 / 07:37
    พระเอกตล๊กก
    #204
    0
  7. #203 Phimraput Ulek (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 23:16
    หัวเราะหนักกกมากกกก55555+
    #203
    0
  8. #201 joy sy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 19:31
    ทั้งขำทั้งสงสาร 5555555
    #201
    0
  9. #200 YiEn_626 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 16:39
    มันขำจริงๆๆๆนะเฟ้ยยยย ไม่ไหวแล้วน้ำตาไหล ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เจนัสตลกกว่าสามซ่าอีก555555555555555555555555555
    #200
    0
  10. #199 YiEn_626 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 16:37
    บ้าเอ้ยยยยยอ่านไปหัวเราะไปหายใจไม่ทัน จะตายแล้ว55555555555555555555555555555555555555555ปลุกเสกน้ำมนต์เอง อาจารย์เจนัส5555555555555555555555
    #199
    0
  11. #198 จงซอก (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 15:09
    นางเอกเป็นผีจริงดิ
    #198
    0
  12. #197 Creamy123 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 14:55
    โอ้ยยย ฮาาาพระเอกก5555555555
    #197
    0
  13. #196 Pvl6ic (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 20:13
    ทำไมเจโหมดนี้นี่ทำขำไปอีก มันต่างจากเรื่องจีสัสเลยน่ะเออ 55555
    #196
    0
  14. #195 Netnapa Pluemjit (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 16:53
    ผีจับพระได้ด้วยยยยยย
    #195
    0
  15. #192 beembam25 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 02:38
    โอ้ยย ขำเจนัสอ่ะ 55555555555555555555 ใจเย็นๆ ผีตาแบ๊วของพวกเราน่ารักจะตาย 
    #192
    0
  16. #191 Phimraput Ulek (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 00:59
    โอ้ยยยชอบตรงผีจับพระ555555+
    #191
    0
  17. #190 joy sy (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 22:18
    ชอบเรื่องนี้มากกกกกก
    #190
    0
  18. #189 Churnim (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 14:39
    โอ้ยยยย น่ารัก
    #189
    0
  19. #187 YiEn_626 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 11:01
    ขำเจนัสด้วย มีไม่คุยไม่ตอบ สติแตกได้ฮ่ามาก5555
    #187
    0
  20. #186 YiEn_626 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 11:00
    อันนี้ ให้ฉันหรอค่ะ 5555555555555555555555555555555
    #186
    0
  21. #185 ผู้หญิงขึ้เบื่อ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 10:09
    เอาสินางไม่กลัวพระ
    #185
    0
  22. #184 สโลว์รี่ส์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 10:09
    น่ารักกก555555555
    #184
    0
  23. #183 Numwa_69 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 09:22
    ฮืออ ตลกเจนัส
    #183
    0
  24. #182 kruemee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 08:49
    อ่านจร้าอ่าน ฮาพระเอกอยู่ ยังไม่ฟุ้งฟริ้งงงง
    #182
    0
  25. #181 peepee apin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 08:21
    เจนัส สติแตกได้ฮามาก 555555
    #181
    0