เล่ห์ร้ายร่ายรัก

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 ข้อเสนอประกาศิต 35%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37,318
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 289 ครั้ง
    12 พ.ค. 61


ในแบบ E-book เร็วๆ นี้
ส่วนรูปแบบหนังสือ เนื่องจากเป็นแบบรีปริ้น เหมยขอดูอีกทีนะคะว่าจะทำไหม


        "อ้าวคุณหนู ไหนว่าจะไปสัมภาษณ์งานไม่ใช่เหรอคะ แล้วเสื้อผ้าไปเลอะอะไรมาคะนั้น”

เพียงแค่ก้าวเท้าผ่านประตูบ้าน เสียงทักก็ทันทีด้วยน้ำเสียงตกอกตกใจของหญิงสูงวัย ทำให้คนใจลอยชะงักเท้ากึกแล้วหันไปทางต้นเสียง ก่อนรอยยิ้มหวานหยดจะค่อยๆ คลี่บนใบหน้าสวยจนเต็มหน้า

                “ไม่มีอะไรหรอกจ๊ะนม พีชสะดุดล้มน่ะ แล้วถนนมันก็เป็นโคลนด้วย เลยเป็นอย่างที่เห็นที่แหละ” พีชยาเอ่ยพร้อมก้มลงมองสภาพตัวเองเพื่อหลบสายตาของหญิงชรา

ใช่! เธอโกหกเพื่อไม่ให้ อุ่นเรือนแม่นมที่เธอรักเป็นห่วง แต่จะให้บอกความจริงเธอก็ไม่รู้ว่าจะบอกยังไงอีกนั่นแหละ จะให้เธอบอกว่า เธอถูกไอ้ผู้ชายที่ขับไม่มีมารยาททำโคลนกระเด็นใส่จนเลอะไปทั้งตัว จากนั้นก็ถูกไอ้ผู้ชายงี่เง่าเอาแต่ใจคนเดียวกับไอ้ผู้ชายไม่มีมารยาทลากขึ้นรถ แล้วก็ถูกขโมยจูบแรกไปด้วยผู้ชายลามกคนเดียวกันนะเหรอ นมอุ่นได้หัวใจวายตายกันพอดี ฉะนั้นบอกอย่างนี้น่ะดีที่สุดแล้ว

                “โตจนเป็นสาวแล้วคุณหนูยังไม่เลิกนิสัยซุ่มซ่ามอีกเหรอคะเนี่ย ไปค่ะ ขึ้นไปอาบน้ำอาบท่าเสียก่อน เดี๋ยวนมจะเตรียมของว่างไว้ให้ วันนี้นมทำขนมของโปรดของคุณหนูด้วยนะ”

อุ่นเรือนส่ายหัวให้กับหญิงสาวด้วยความเอ็นดู แม้อายุอานามของคุณหนูของนางจะล่วงเลยเข้าวัยสาวสะพรั่งแล้ว แต่ในสายตานาง หญิงสาวตรงหน้าก็ยังเป็นเด็กหญิงพีชยาตัวน้อยๆ อยู่วันยังค่ำ

                “ค่ะ รักนมที่สุดเลย” เสียงหวานออดอ้อน และทำท่าจะเข้าไปกอดร่างท้วมของแม่นมที่เธอรักราวกับแม่แท้ๆ แต่ต้องชะงักเมื่อนึกได้ว่าตัวเองเปื้อนโคลนไปทั้งตัว

“โอ้ย กอดไม่ได้เลยอะ งั้นพีชไปอาบน้ำก่อนดีกว่า แล้วค่อยมากอดนมเนอะ” คนกอดไม่ได้ใช้น้ำเสียงออดอ้อนอ่อนหวานอ้อนคนสูงวัยกว่า ก่อนจะยื้นหน้าเข้าไปจุ๊บแก้มเหี่ยวตามวัยเบาๆ อย่างเอาใจ

 

                ช้เวลาไม่นาน ร่างระหงก็ก้างลงจากบันไดมาด้วยชุดใหม่และเนื้อตัวที่สะอาดเอี่ยมอ่อง ใบหน้าหวานเผยยิ้มสดใส เมื่อเห็นแม่นมสูงวัยกำลังวางจานขนมน่ากินและแก้วน้ำส้มคั้นสดๆ ลงบนโต๊ะรับแขก เท้าเล็กจรดบนพื้นแผ่วเบา ก่อนจะกระโดดกอดร่างท้วมของหญิงสูงวัยจากด้านหลัง พร้อมกับกดริมฝีปากลงบนแก้มของคนในอ้อมแขนแรงๆ แล้วสูดหายใจเข้าปอดฟอดใหญ่

                “คิดถึงนมอุ่นที่สุดในโลกเลย”

                “ไม่ต้องมาโกหกคนแกให้ดีใจเล่นๆ เลยค่ะ” คนสูงวัยตัดพ้ออย่างไม่จริงจังนัก

                “พีชไม่ได้โกหกนะ พีชพูดจริงๆ” พีชยาเอ่ยเสียงหวาน พร้อมกดริมฝีปากลงแก้มอีกข้างอย่างเอาใจ

                “คิดถึงทำไมไม่กลับมาเยี่ยมนมบ้างเลยล่ะคะ คุณหนูคะ กลับมาอยู่บ้านเถอะนะคะ”

                “ก็ว่าจะย้ายกลับมาอยู่แล้วค่ะ”

                “จริงเหรอคะคุณหนู จะกลับมาอยู่กับนมจริงๆ นะ หลอกให้คนแก่ดีใจเล่นๆ มันบาปนะคะ”

                “จริงสิคะนม นี่นมเห็นพีชเป็นคนขี้โกหกไปแล้วหรือคะเนี่ย พีชตั้งใจว่าจะย้ายกลับมาอยู่ที่นี่ ก็คงจนกว่าจะหางานได้แหละค่ะ ถ้าได้งานแล้วก็คงต้องย้ายไปอยู่ใกล้ที่ทำงานจะได้ไม่ต้องเดินทางไกลๆ”

                “โธ่! คุณหนูน่ะ นมนึกว่าจะมาอยู่ถาวรเสียอีก นมไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่ได้ถึงเมื่อไร...”

                “นมอย่าพูดอย่างนี้สิคะ นมเป็นเหมือนญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียวของพีชนะ นมต้องอยู่กับพีชไปนานๆ สิ” แววตาสดใสถูกความโศกเศร้าเข้ามาครอบคลุม เสียงหวานสั่นเครืออย่างห้ามไม่อยู่

                ใช่! เธอยังเศร้า ยังเสียใจ ต่อสิ่งที่เกิดขึ้นในชีวิต แต่เธอไม่เคยโวยวายหรือต่อว่าโชคชะตาที่มันเล่นตลกกับชีวิตของเธอ และหลังจากผ่านเรื่องราวในชีวิตมามากมาย ชีวิตที่พลิกผลักได้เปลี่ยนเด็กสาวไร้เดียงสาคนหนึ่งให้กลายหญิงสาวที่เข้มแข็ง เกินกว่าที่ใครจะคาดคิดได้

                “โถ คุณหนูของนม นมขอโทษนะคะ” น้ำเสียงหญิงสูงวัยสั่นเครือยิ่งกว่า มือเหี่ยวย่นยกขึ้นลูบศรีษะหญิงสาวที่เธอเลี้ยงมาแต่เล็กแต่น้อยอย่างเอ็นดูรักใคร่

                “เห็นว่าหาผู้อุปถัมภ์คนใหม่ได้แล้วใช่ไหมคะ เขาจะมาดูบ้านเมื่อไรคะเนี่ย” พีชยาเปลี่ยนเรื่องทันทีเมื่อเห็นแม่นมทำท่าจะร้องไห้ก่อนเธอเสียอีก รอยยิ้มสดใสกลับมาอีกครั้ง ทว่ามันเป็นเพียงรอยยิ้มที่ถูกจุดขึ้นแค่ตรงริมฝีปากเท่านั้นไม่ได้มาจากความรู้สึกจริงๆ

“เห็นเขาว่าต้องรอให้เจ้านายเขาอนุมัติก่อนน่ะคะ แล้วเขาจะติดต่อมาอีกที ตอนนี้เราก็ทำได้แค่รอ”

                “เหรอค่ะ แย่จริง เรารอนานไม่ได้เสียด้วย” เสียงหวานว่าอย่างเป็นกังวล


^.....................^


                ม่นานอย่างที่คิด เพราะในวันเดียวกันนั้นก็มีโทรศัพท์ติดต่อเข้ามา แต่ก็ไม่ใช่ข่าวดีเสียเลยทีเดียว เพราะว่าที่ผู้อุปการะคนใหม่ได้แสดงเจตจำนงว่า... ขอเข้ามาดูสถานที่ก่อน ก่อนที่จะตัดสินใจรับอุปการะสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้

แล้วความวุ่นวายก็เริ่มขึ้นต่อจากนั้น เมื่อความต้องการของผู้อุปถัมภ์คนใหม่คือ เขาต้องการเข้ามาดูสถานที่ วันนี้ และในอีกสองชั่วโมงข้างหน้า

                ความโกลาหลเริ่มจากการจัดสถานที่ต้อนรับ เตรียมอาหาร ทำความสะอาดบ้านที่สะอาดเอี่ยมอ่องอยู่แล้วให้สะอาดไร้ที่ติยิ่งขึ้นไปอีก เพื่อความประทับใจครั้งแรก และอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายนับไม่ถ้วน

                พีชยาปล่อยให้ความทรงจำในอดีตไหล่บ่าเข้ามาในห้วงความคิดขณะที่สาวเท้าไปตามทางเดินบนชั้นสองด้วยจังหวะเอื่อยเฉื่อย

                แม้มันจะผ่านมานานแล้ว ทว่าเธอก็ยังจำวันนั้นได้ดี... วันที่เธอเสียบุพการีที่รักทั้งสองคนไป

ตอนนั้นความโศกเศร้าเข้าเกาะกุมหัวใจดวงน้อย เธอเดินไปเรื่อยๆ บนถนนแห่งหนึ่ง ดวงตาพร่ามัวด้วยหยาดน้ำตามากมายที่ไหลลงมา แต่เท้าเล็กๆ ก็หาได้หยุดเดิน มันยังก้าวต่อไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายเช่นเดียวกับอนาคตของเธอที่มืดมนไร้หนทางเดินต่อ

จนกระทั่งเธอได้พบเด็กเร่ร่อนกลุ่มหนึ่ง มันทำให้เธอได้รู้ว่าชีวิตของเธอมันอาจจะเลวร้าย แต่ยังมีอีกหลายคนที่ชีวิตของเขาเลวร้ายกว่าเธอมากมายนัก เด็กพวกนั้น แม้แต่บ้านยังไม่มีให้อยู่ แต่พวกเขาก็ยังดิ้นรนต่อสู้ที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป แล้วเธอล่ะ เธอกำลังทำอะไรอยู่ ท้อ เสียใจ หมดแรง ยอมแพ้ สิ้นหวัง

เด็กๆ พวกนั้นทำให้เธอคิดได้ ทำให้เธอรู้ว่าชีวิตของเธอโชคดีมากกว่าเด็กพวกนั้นมากมายเพราะเธอยังมีบ้านให้ซุกหัวนอน มีอาหารดีๆ ให้กิน ได้เรียนหนังสืออย่างที่ต้องการ และยังมีแม่นมที่คอยดูแลเอาใจใส่ พวกเขาทำให้เธอคิดได้ และตอนนั้นเธอจะกลับบ้านไปเสียเฉยๆ ก็ทำได้ แต่เธอก็ทำไม่ลง เธอรู้สึกสงสารเด็กๆ พวกนั้น จึงพาเด็กกลุ่มนั้นมาที่บ้าน ให้ที่อยู่ ที่กิน ให้คนที่บ้านคอยดูแล สอนหนังสือเท่าที่จะทำได้ ต่อมาเด็กเหล่านั้นก็ได้ชวนเพื่อนๆ เด็กเร่ร่อนด้วยกันมาอยู่เพิ่มมากขึ้น จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการก่อตั้งมูลนิธิโดยไม่ได้ตั้งใจ

หญิงสาวสาวเท้าผ่านประตูเข้าไปในห้องส่วนตัว ถึงเธอจะเป็นเจ้าของบ้าน และเป็นคนทำให้บ้านหลังนี้กลายเป็นบ้านเด็กกำพร้าก็จริง แต่เพราะต้องตั้งใจเรียนให้จบเร็วที่สุดเธอจึงไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องเด็กๆ มากนัก จึงคิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องผู้อุปถัมภ์คนใหม่ จึงตั้งใจจะหลบอยู่ห้องของตัวเอง

ทว่า...

“ผมอยากพบเจ้าของบ้าน แล้วก็ต้องเป็นเดี๋ยวนี้ด้วย”

เสียงเอะอะโวยวายภายในบ้านก็ทำให้พีชยาต้องชะงักมือที่กำลังดันประตูให้ปิดลง หญิงสาวก้าวออกจากห้อง เดินตรงไปยังชะเง้อคอมองลงมาจากราวบันไดเพื่อหาต้นตอของเสียง แต่เมื่อมองไม่เห็นเจ้าตัวจึงเดินลงบันไดมาเพื่อถามข่าวคราวจากคนในบ้าน

                “ผมอยากให้คุณผู้หญิงคนนี้เป็นคนพาผมชมบ้าน”

คนที่สาวเท้าถี่เร็วลงบันไดมาด้วยความอยากรู้อยากเห็นชะงักเท้าและเหว่อไปทันควัน เพราะทันทีที่ลงมาถึงชานบันได กลับมีผู้ชายคนหนึ่งชี้มือมาที่เธอพร้อมตะคอกเสียงดัง แต่ที่ทำให้เธอตกใจไม่ใช่เพราะถูกชี้หน้า หรือเสียงตะคอกแข็งๆ ห้วนๆ แต่เป็นผู้ชายที่กำลังยืนหน้าเครียดยกมือชี้นิ้วมาที่หน้าเธอต่างหากที่ทำให้เธออึ้ง...

ทำไมน่ะเหรอ... ก็เพราะผู้ชายคนนั้น เป็นผู้ชายคนเดียวกัน กับที่เธอการันตรีสรรพคุณไว้เสร็จสรรพว่า... ‘ไร้มารยาท งี่เง่า เอาแต่ใจ และก็ลามกเป็นที่สุดน่ะสิ’

                “แต่คุณพีชไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของมูลนิธินะคะ แล้วก็ไม่ทราบข้อมูลของสถานสงเคราะห์ด้วย คงไม่สามารถตอบคำถามหรือให้ข้อมูลที่คุณอยากรู้ได้” เจ้าหน้าที่มูลนิธิสาวที่ทำหน้าที่ดูแลเด็กๆ ในบ้านพยายามอธิบายอย่างใจเย็น

                “แต่ผมว่าเธอน่าจะเป็นคนที่รู้ทุกซอกทุกมุมของบ้านหลังนี้ดีที่สุด...ไม่ใช่เหรอ” 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 289 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,511 ความคิดเห็น

  1. #4010 กระต่ายน้อย (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2561 / 21:25

    รอตอนต่อไป

    #4,010
    0
  2. #9 Tuu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2556 / 21:00
    ทำไมมีชื่อ "เดนนิส" กับ "กุลฑีรา" ในตอนนี้อ่าาา
    #9
    0