เล่ห์ร้ายร่ายรัก

ตอนที่ 1 : บทที่ 1 อุบัติเหตุแรกพบ 50%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54,268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 236 ครั้ง
    7 พ.ค. 61




ายฝนที่เทกระหน่ำลงมาราวกับฟ้ารั่วตั้งแต่เมื่อวานเย็น ส่งผลให้ถนนเฉอะแฉะ พื้นเป็นหลุมเป็นบ่อถูกน้ำท่วมขังจนคนเดินถนนต้องคอยระวังไม่ให้ตัวเองลื่นล้มลงไปคลุกโคลนเสียก่อนที่จะถึงจุดหมายปลายทาง

ร่างบางระหงได้สัดส่วนในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัว สวมทับด้วยกระโปรงทรงเอเข้ารูปสีกรมทายาวเลยเข่าขึ้นมาเล็กน้อยกำลังก้มหน้าก้มตาเดินกระย่องกระแย่งตรงไปยังป้ายรถเมล์ ในมือมีร่มสีฟ้าลายจุดเล็กๆ สีขาว ใบหน้าก้มต่ำมองพื้นคอยระวังไม่ให้โคลนกระเด็นขึ้นมาเปื้อนชุดทำงานตัวเก่ง

แม้จะอยู่ในชุดเรียบๆ สีทึมทึบ แต่ก็หาได้ปิดบังความงดงามราวกับรูปสลักชั้นดีได้เลย...

ใบหน้าสวยรูปไข่ประกอบด้วยเครื่องหน้าจิ้มลิ้มงดงามถูกตกแต่งด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ อย่าประณีต ดวงตาสีนิลกาลทอประกายวิบวับสดใส จมูกโด่งเรียวตรงปลายรั้นเล็กน้อยอย่างคนที่ไม่ชอบให้ใครขัดใจ ริมฝีปากหยักสวยเคลือบด้วยลิปสติกสีหวาน เส้นผมยาวสลวยสีดำพริ้วสลวยดุดแพรไหมถูกปล่อยให้ยาวสยายอยู่กลางหลังตัดกับผิวขาวนวลเนียนอย่างคนสุขภาพดี ทุกๆ อย่างที่ประกอบขึ้นเป็นผู้หญิงคนนี้สามารถดึงดูดความสนใจจากผู้พบเห็นได้อย่างไม่ยาก...

หลังจากเตะฝุ่นมาเกือบสองเดือนก็มีบริษัทโทรนัดให้เธอเข้าไปสัมภาษณ์ พีชยาตื่นตั้งแต่เช้าอาบน้ำแต่งตัวก่อนฟ้ายังไม่สางดีด้วยซ้ำ เพราะไม่อยากให้มีอะไรผิดพลาดเธอจึงออกมาจากบ้านแต่เช้าตรู่ และถ้าไม่มีอะไรผิดไปจากที่คาดไว้ เธอคงถึงที่หมายก่อนเวลานัดหมายราวๆ ครึ่งชั่วโมง

                ระหว่างที่ก้าวไปข้างหน้า ริมฝีปากอิ่มสวยก็บ่นพึมพำไปเรื่อย เรื่องฝนที่ตกลงมาราวกับโลกจะแตกบ้าง เรื่องถนนหนทางบ้าง เรื่องรถติดบ้าง ถึงแม้จะรู้ว่าบ่นไปก็ไม่ทำให้อะไรดีขึ้นแต่ก็ขอบ่นเพื่อระบายสักนิดก็ยังดี บ่นไปพีชยาก็อดคิดถึงสาเหตุที่ทำให้เธอต้องมาเดินย่ำต๊อกอยู่ข้างถนนแบบนี้ไม่ได้

                เธอเพิ่งขายรถคันโปรดไป ใจจริงเธอก็ไม่อยากขาย...ไม่อยากเลยสักนิด แต่เพื่อรักษาบ้าน  สมบัติเพียงชิ้นเดียวที่เหลืออยู่ สมบัติชิ้นเดียวที่เหมือนเป็นตัวแทนของบิดามารดา ตัวแทนของความทรงจำในวัยเด็กที่แสนอบอุ่น ความทรงจำที่เธอแทบจะลืมมันไปแล้วด้วยซ้ำ...

                เมื่อสี่ปีก่อนพ่อกับแม่ของเธอจากไปเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ การเสียคนที่รักพร้อมกันทั้งสองคนทำให้ชีวิตเธอซวนเซ เมฆหมอกของความโศกเศร้าเข้ามาปกคลุมความสดใสของวัยสาวจนหมดสิ้น ความเจ็บปวดจากการสูญเสียในคราวนั้นทำให้ชีวิตของเธอจมลงสู่ความสิ้นหวัง ไม่มีใครให้หันกลับไปมอง ไม่มีใครให้พึ่งพิง โลกทำให้เธอหวาดกลัว ดังนั้นเธอเลยปิดกั้นตัวเอง พันธนาการตัวเองไว้กับความหวาดระแวง

และหลังจากพ่อแม่เสียไม่กี่วันเธอก็ได้รับข่าวร้ายอีกครั้ง เธอเพิ่งรู้ว่าครอบครัวของเธอมีหนี้สินมากมาย เส้นทางชีวิตที่ถูกวางเอาไว้แล้วต้องเปลี่ยนแปลงไปจนหมดสิ้น พีชยาขายทรัพย์สินทุกอย่างที่มี ทั้งที่ดิน รถยนต์ แม้แต่บริษัทที่พ่อกับแม่ช่วยกันสร้างขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของพวกท่านเองเธอก็จำใจต้องขาย เหลือไว้เพียงแต่คนยนต์คันโปรดคันแรกที่บิดาซื้อให้กับบ้านที่เธออาศัยอยู่ตั้งแต่เกิดเท่านั้น เธอตัดใจขายมันไม่ลงเพราะความทรงจำดีๆ มากมายมันอยู่ที่นั้นแม้จะมีคนมาเสนอซื้อในราคาที่มากกว่าราคาที่ติดจำนองกับธนาคารอยู่ แต่เธอก็ตัดใจขายมันไม่ลงจริงๆ

จากนั้นพีชยาก็ยกเลิกทุนเรียนต่อที่ต่างประเทศแล้วสมัครเรียนในมหาวิทยาลัยในเมืองไทยแทน เพราะถึงจะได้ทุน แต่ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตในต่างประเทศก็แพงอยู่ดี เธอใช้เงินเก็บของตัวเองที่มีอยู่ส่งเสียตัวเองจนจบ แบ่งบางส่วนให้เป็นค่าใช้จ่ายของคนในบ้านที่ไม่ยอมไปไหนเพราะบางคนอยู่ที่นี้มานานจนกลายเป็นบ้านของตัวเองไปแล้ว

                หญิงสาวยกบ้านให้เป็นสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพื่อให้เด็กๆ ที่ประสบปัญหาเดียวกับตัวเองได้มีที่อยู่ ที่กิน ที่นอน ให้คนใช้ภายในบ้านช่วยกันดูแล ส่วนตัวเธอเองก็ย้ายออกมาอยู่หอพักราคาถูกใกล้มหาวิทยาลัยเพราะสะดวกในการไปกลับมากกว่า             

จนเมื่อเดือนที่แล้วนี่เองที่ธนาคารส่งหมายศาลมายึดบ้าน เงินเก็บที่มีอยู่ก็หร่อยหร่อแทบไม่เหลือ พีชยาจึงตัดสินใจขายรถคันโปรดเพื่อเอาเงินไปจ่ายดอกเบี้ยธนาคารเพื่อผัดผ่อนไปก่อน แต่เงินต้นจำนวนมหาศาลก็ยังคงอยู่ สุดท้ายพีชยาจึงตัดสินใจให้คนดูแลบ้านหาผู้อุปการะคนใหม่ ส่วนตัวเธอเองก็คงต้องออกหางานทำทันทีที่เรียนจบ

มันช่างเป็นเรื่องโง่เง่า ที่ตัวเองยังเอาตัวไม่รอดยังคิดจะช่วยเหลือคนอื่น แต่ในเมื่อยังมีกำลังจะช่วยได้เธอก็จะช่วยให้ถึงที่สุด อีกอย่างก็เพื่อตอบแทนที่ครั้งหนึ่งพวกเด็กกำพร้าที่ช่วยเธอไว้ในยามที่เธออ่อนแอและปล่อยให้ตัวเองจมอยู่ในความทุกข์ด้วย

                 พีชยาสลัดความทรงจำในอดีตออกไป  มือบางยกขึ้นปาดน้ำตาที่รื้นเต็มดวงตาหวานออก สูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อดึงความคิดของตัวเองกลับมาสู่ปัจจุบัน

                หญิงสาวยืนรอรถเมล์อยู่ด้วยใจจดจ่อ คอยระวังเพียงน้ำที่ร่วงจากฟ้ากับน้ำที่กระเซ็นจากเท้าที่เหยียบย่าง นัยน์ตาหวานจดจ้องอยู่กับปรายเท้าของตัวเองจนไม่ทันมองรถยุโรปราคาหลายสิบล้านบาทที่วิ่งมาด้วยความเร็วสูง

                ซูม!!!

น้ำจากล้อรถสาดกระเด็นเปรอะไปทั่วร่างบาง มือเล็กปล่อยร่มที่ใช้บังฝนให้ร่วงหล่นลงพื้น เพราะมันคงไม่มีประโยชน์อีกต่อไปในเมื่อตอนนี้สภาพเธอไม่ได้ต่างจากลูกหมาตกน้ำเลยสักนิด แถมน้ำที่ตกยังเป็นน้ำโคลนเสียด้วย

                นัยน์ตากลมโตก้มลงมองสภาพของตัวเอง ความโกรธแล่นขึ้นมาเป็นริ้วๆ ปะปนกับความรู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ จนพีชยาไม่รู้ว่าความรู้สึกอย่างไหนที่มีมากกว่ากัน

เพราะหญิงสาวมัวแต่ก้มมองเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวเก่งที่เปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนสีน้ำตาลจนแทบมองไม่ออกว่ามันเคยเป็นสีขาวมาก่อนอย่างหัวเสีย เลยไม่ทันมองว่ารถคันหรูที่เป็นต้นเหตุทำให้เธอเลอะเทอะไปทั้งตัวหักเลี้ยวเข้าจอดริมฟุตบาท ก่อนที่เจ้าของรถราคาแพงจะเดินลงมาจากรถ สาวเข้ามายืนอยู่ไม่ห่างตั้งแต่เมื่อไร มือเล็กยกขึ้นลูบน้ำโคลนออกจากใบหน้าเรียวรูปไข่ที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ ซึ่งตอนนี้มันคงไม่เหลือสภาพน่ามองเพราะถูกชโลมด้วยน้ำจากพื้นถนนด้วยความหงุดหงิด นัยน์ตาหวานหลับลงอย่างพยายามควบคุมสติอารมณ์ที่พุ่งปี๊ดทะลุร้อยองศาไปเรียบร้อยแล้วให้กลับมาปกติ ทว่า...

         “ให้ผมช่วยอะไรไหม”



^.....................................^


แมทธิวเอ่ยอย่างขอไปที นัยน์ตาคมก้มลงมองนาฬิกาเรือนหรูแวบหนึ่ง ก่อนจะเงยหน้ามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างรำคาญเต็มที่ พร้อมถามย้ำอีกครั้ง

“คุณตกลงจะเอายังไงก็ว่ามา”

พีชยาเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาที่เข้ามายื่นใกล้ๆ สลับกับรถยนต์คันหรูสีดำมันขลับ ซึ่งเธอจำได้อย่างแน่ชัดว่าเป็นคันเดียวกันกับรถคันที่เพิ่งสาดน้ำใส่เธอแน่นอนอย่างโมโห และโมโหยิ่งกว่ากับคำพูดของเจ้าของรถยนต์ราคาหลายล้าน เพราะคำถามที่หลุดออกมามันอาจจะดูเหมือนว่าเขาเป็นห่วงเป็นใยและอยากรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง แต่แววตาของเขานี่สิ! ไม่มีความรู้สึกผิดเลยสักนิด มันเหมือนแค่อยากให้เรื่องจบๆ ไปก็เท่านั้น

                “ตกลงจะให้ช่วยอะไรไหม”

ชายหนุ่มถามย้ำอีกรอบเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมตอบ นัยน์ตาคมก้มลงมองนาฬิกาข้อมือเรือนหรูอีกครั้ง

                “ไม่เป็นไร” นั่นเป็นเพียงถ้อยคำเดียวที่หลุดออกมาได้ เพราะถ้ามากกว่านี้เธอแน่ใจว่ามันจะไม่ใช่แค่การพูดธรรมดาๆ แต่มันคงเป็นการตะโกนด่าสาดเสียเทเสียแน่นอน

                “ให้ผมช่วยเถอะ” แมทธิวพูดเสียงเรียบ เริ่มมีน้ำโหขึ้นมานิดๆ เมื่ออีกฝ่ายบอกปัดอย่างไร้มารยาท ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นคนผิดก็เถอะ! 

                “ไม่ต้อง” เสียงใสเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยอารมณ์ที่พยายามข่มเอาไว้เต็มที่

                “ผมอยากรับผิดชอบในสิ่งที่ผมทำ”

“ฉันบอกไม่ต้องมายุ่งไง พูดไม่รู้เรื่องหรือไง!” อารมณ์คนที่เปียกปอนไปทั้งตัวเดือดปุดๆ และเดือดยิ่งขึ้น เมื่อคนที่ทำให้เธอเลอะไปทั้งตัวไม่มีความสำนึกเลยสักนิด แถมยังมองมาอยากดูถูกดูแคลนเสียอีก แล้วคำพูดที่ตามมาเนี้ยนะสุดๆ

                “อย่าเรื่องมากได้ไหม เวลาแต่ละนาทีของผมมีค่าเหมือนทองคำ หรืออยากได้เงิน เท่าไรว่ามา”

                “ก็ได้”

เสียงหวานตะคอกออกมาอย่างหมดความอดทน เธออุตส่าห์ตื่นตั้งแต่ตีห้า อาบน้ำแต่งตัว ออกจากบ้านมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สว่างดีด้วยซ้ำ เพราะกลัวว่าจะไปสัมภาษณ์งานไม่ทัน เธออยากทำงานกับบริษัทนี้ตั้งแต่ยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัย บริษัทยักษ์ใหญ่ที่มีสาขาอยู่หลายประเทศเรียกให้คนที่เพิ่งจบหมาดๆ ยังไม่มีประสบการณ์ไปสัมภาษณ์ เธอก็ไม่อยากให้มีข้อผิดพลาดใดๆ เมื่อคืนก็แทบไม่ได้นอนเพราะมัวกังวลกับบทสัมภาษณ์ กลัวว่าตัวเองจะทำผิดพลาดทำตัวเซ่อซ่างี่เง่าจนเขาไม่รับเข้าทำงาน แต่สุดท้ายยังไม่ได้ทำอะไรความใฝ่ฝันของเธอก็ล่มสลายเสียแล้ว เพราะไอ้ผู้ชายบ้า งี่เง่า ไร้สำนึกตรงหน้า จะไม่ให้เธอโมโหได้ไง

                ‘ในเมื่อพูดดีๆ ไม่รู้เรื่อง แล้วอย่ามาหาว่าฉันไม่เตือนนะยะ’ นัยน์ตากลมโตวาววับไปด้วยเพลิงโทสะที่ตอนนี้เจ้าตัวไม่พยายามข่มมันไว้อีกต่อไป

“ได้! อยากช่วยนักใช่ไหม... ”

เมื่อได้ยินหญิงสาวตอบออกมาอย่างนั้น แมทธิวก็กระตุกมุมปากอย่างเย้ยหยัน ‘หึ ที่แท้ก็เล่นตัวโก่งค่าทำขวัญ’

“งั้นก็ช่วยพาตัวเองไปให้ไกลๆ ไปเดี๋ยวนี้ แล้วอย่ามาให้เห็นหน้าอีกนะ ไอ้ผู้ชายเฮงซวย” พีชยาตะคอกเสียงดัง นิ้วเรียวยกขึ้นชี้หน้าชายหนุ่มอย่างไม่ไว้หน้า

                แมทธิวยื่นนิ่งด้วยความงุนงงระคนสับสนกับสิ่งที่ได้ยิน ใบหน้าคมคายแดงก่ำด้วยความโกรธที่แล่นขึ้นมา

ไม่เคยมีใครเคยไล่เขามาก่อน ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว แค่เพียงปรายตามองแต่ละคนแทบจะกระโจนขึ้นเตียงกับเขาด้วยซ้ำ แต่ผู้หญิงคนนี้กลับทั้งด่าทั้งไล่เขา เล่นเอาความมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเองหายไปวับไปทันที’

                “ผมคงทำตามคำขอของคุณไม่ได้ เพราะคนอย่างผมไม่ชอบ ไม่เคยคิด และจะไม่ทำตามคำสั่งของใคร นอกจากตัวเอง”

พูดจบร่างสูงก็สาวเท้ายาวๆ เข้าหาร่างเล็ก มือหนากระชับข้อมือบอบบางแน่นแล้วออกแรงกระชากถูลู่ถูกังคนตัวเล็กไปที่รถคันหรู

“ปล่อยนะ! จะพาฉันไปไหน!” 

คนตัวเล็กโวยวายเสียงดังพร้อมยื้อตัวเองไว้เต็มกำลัง จนแมทธิวต้องใช้แขนข้างหนึ่งโอบรอบเอวบางไว้ ส่วนอีกข้างปิดปากอิ่มเอาไว้แน่นเพราะคนที่ผ่านไปมาเริ่มหันมามองด้วยความสนใจใคร่รู้

“ไอ้อ้า อ่อยอันอะ” พีชยาดิ้นสุดแรง ปากก็พยายามหวีดร้องแต่ทำไม่ได้ดั่งใจ เมื่อมีมือใหญ่แข็งแรงตะปบริมฝีปากสกัดกั้นเสียงของเธอเอาไว้ หญิงสาวจึงเปลี่ยนเป็นทุบตีคนที่ซ้อนอยู่ด้านหลังด้วยแรงทั้งหมด แต่ผู้ชายร่างใหญ่แบบเชื้อชาติตะวันตกกลับไม่สะดุ้งสะเทือน ลำแขนล่ำสันรัดแน่นขึ้น เสียงทุ้มคำรามต่ำในคออย่างไม่พอใจเท่าไรนัก แมทธิวใช้มือเพียงข้างเดียวยกร่างเล็กจนลอยหวือและอุ้มร่างของเธอเดินไปราวกับตัวเธอไม่มีน้ำหนักเสียอย่างนั้น

                คนตัวโตพาหญิงสาวที่ดิ้นรนไม่ยอมหยุดมาจนถึงรถยนต์คันหรูจนได้ ชายหนุ่มยัดร่างเล็กเข้าไปในรถโดยไม่กลัวว่ารถจะเปื้อนโคลน

                 “ไอ้บ้า! จะพาฉันไม่ไหน! ฉันไม่ไป! ปล่อยฉันลงนะ!” ขาเรียวพยายามก้าวลงจากรถแต่ติดร่างใหญ่โตขว้างไว้

                    “ถ้าไม่อยากโดนปล้ำกลางถนน ก็อย่าได้คิดลงจากรถ แล้วก็หยุดโวยวายด้วย หนวกหู” แมทธิวขู่เสียงเรียบเมื่อเห็นหญิงสาวพยายามจะลงจากรถ  


^.....................................^


“ไม่ต้องมาขู่ คิดว่าฉันกลัวเหรอ แล้วฉันก็จะไม่หยุดโวยวายด้วย ถ้าหูคุณจะหนวกมันก็เรื่องของคุณไม่เกี่ยวกับฉัน” เสียงหวานใสแว้ดลั่นรถ

“ผมไม่ได้ขู่ คนอย่างผมทำอย่างที่พูดเสมอ”

“ฉันไม่กลัวคุณหรอก” แม้จะหวาดๆ กับสายตาคมดุที่มองมา แต่พีชยาก็ยังตอบโต้กลับอย่างไม่ยอมแพ้ นัยน์ตาหวานแวววับอย่างเอาเรื่อง

                “ผมก็ไม่ว่าอะไรถ้าคุณอยากจะลงไปอวดอะไรต่อมิอะไร...ให้คนอื่นดูฟรีๆ”

พูดจบแมทธิวก็ก้มลงกวาดสายตามองเรือนร่างระหงภายใต้ผ้าฝ้ายสีขาวเนื้อบางที่แนบลู่ไปกับสัดส่วนโค้งเว้าของกายสาว สื่อความหมายให้หญิงสาวรู้ว่าอะไรต่อมิอะไรของเขาคืออะไร แต่ความงดงามของวัยสะพรั่งกลับทำให้ลมหายใจของเขาสะดุด

                เนินอกอิ่มเกินตัวโผล่พ้นบราสีดำตัวจิ๋ว หน้าท้องแบนเรียบไล่ไปถึงเรียวขาระหงที่โผล่พ้นชายกระโปรงที่ถลกขึ้นถึงโคนขาจากแรงดิ้นรนของเจ้าตัวเอง ปลายผมสีดำเปียกชื้นละต้นคอระหงแม้จะเปื้อนไปด้วยโคลนกระดำกระด่างก็หาได้ลดความเซ็กซี่ลงไปได้เลย... เลือดในกายหนุ่มร้อนฉ่าจนต้องเบนหน้าหนีเพื่อระงับอารมณ์

พีชยาขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจในความหมายที่ชายหนุ่มตรงหน้าต้องการสื่อ จนกระทั้งเห็นสายตาแปลกๆ ของชายหนุ่มที่มองมาจึงก้มลงมองตัวเองบ้าง ใบหน้าหวานแดงก่ำขึ้นมาฉับพลัน ดวงตากลมโตเบิกกว้าง สองแขนยกขึ้นมากอดอกไว้แน่น แต่เหมือนเธอจะคิดผิดเพราะแทนที่จะช่วยปิดบังสัดส่วนยั่วเย้าต่อสายตาคนตรงหน้า กลับทำให้เสื้อที่เปียกปอนแนบกับผิวเนื้อนวลเนียนมากขึ้นอีก อีกทั้งแขนทั้งสองข้างยังดันเนินอกอิ่มให้เบียดชิดดันขึ้นมาอวดโฉมต่อสายตาคนมองมากกว่าเดิม จนคนมองไม่อาจละสายตาจากภาพตรงหน้าที่งดงามราวกับได้รับการสร้างสรรค์ด้วยความตั้งจากศิลปินชั้นเอก

         “ถ้าคุณคิดว่าจะยั่วผมด้วยวิธีนี้ ผมขอบอกไว้เลยว่ามันได้ผล แล้วอย่าคิดลงจากรถเพราะผมจะทำตามที่พูดทุกถ้อยทุกคำ”

ใบหน้าคมโน้มเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ กระทบลำคอระหง ชายหนุ่มกระซิบขู่อีกครั้งก่อนจะปิดประตูเสียงดังลั่น แล้วสาวเท้ายาวๆ เดินอ้อมมาฝั่งคนขับ

“คุณจะพาฉันไปไหน!”

เสียงหวานแว้ดขึ้นมาทันทีเมื่ออีกฝ่ายขึ้นมานั่งหลังพวงมาลัย สติที่ขาดหายไปเพราะสายตาร้อนแรงของชายหนุ่ม ทำให้พีชยานิ่งงั้นจนลืมพาตัวเองลงจากรถ ‘เธอไม่ได้กลัวเขาหรอก’ หญิงสาวบอกตัวเองอย่างนั้นซ้ำๆ

“...”

“ไอ้บ้า! จอดรถเดี๋ยวนี้นะ! โรคจิตหรือไง! ฉันไม่รู้จักกับคุณสักหน่อย แล้วฉันก็ไม่ได้ขอให้คุณรับผิดชอบด้วย ทำไมต้องมายุ่งกับฉันด้วยฮะ” เมื่อไม่ได้รับคำตอบเสียงหวานก็ยังไม่หยุดเสียงดัง และโวยวายหนักขึ้นเรื่อยๆ

“...”

 “จอดรถนะ ไม่งั้นฉันจะแจ้งความว่าคุณลักพาตัวฉัน ไอ้บ้า! พูดไม่ได้ยินหรือไง คุณนี่มัน...”

ยิ่งอีกฝ่ายไม่พูดอารมณ์ที่กรุ่นๆ อยู่แล้วยิ่งมากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้นเป็นเท่าตัว แต่เธอพูดจนเหนื่อยแล้ว อีกฝ่ายก็ยังไม่ตอบอะไรสักอย่าง แถมทำท่าทางกวนๆ จนคนที่พูดคนเดียวอย่างเธอชักหงุดหงิด อยากเปลี่ยนจากการโวยวายเสียงดังเป็นข่วนใบหน้าหล่อเหลาหากทว่าเรียบเฉยนั่นสักทีสองทีเพื่อระบายอารมณ์ที่คุฟุ้งอยู่ในอก

“ถ้าไม่จอดฉันจะโดดจริงๆ ด้วย” เสียงหวานตะโกนขู่ แต่เมื่ออีกฝ่ายไม่สนใจ มือบางก็หันไปปลดล็อดประตูทันที

ร่างบางที่ทำท่าจะกระโดดลงจากรถที่แล่นด้วยความเร็วสูงทำให้แมทธิวต้องเหยียบเบรกจนหัวแทบทิ่ม มือหนาคว้าข้อมือเล็กของคนที่จะก้าวลงจากรถทั้งๆที่รถยังไม่จอดสนิทเอาไว้ กระชากร่างระหงเข้ามาในอ้อมแขน ใช้มืออีกข้างกระชับเอวบางดันร่างเล็กเข้ามาแนบชิด ก่อนจะเอื้อมไปดึงประตูรถให้ปิดลงเหมือนเดิม กักขังร่างเล็กไว้ในเรือนร่างสูงใหญ่

หัวใจของเขาหายวาบแค่คิดว่าหญิงสาวกระโดดลงไปจริงๆ ‘บ้าฉิบ! ทำไมเขาต้องห่วงยายนี่ด้วยนะ’ 

“ปล่อยฉันนะ ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต อย่ามายุ่งกับฉัน นี่คุณจะเอายังไงกับฉันกันแน่ แล้วมากอดฉันทำไม ปล่อยนะ!” 

ร่างบางดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดแข็งแกร่ง แต่อีกฝ่ายกับรัดร่างเธอแน่นขึ้น และไม่ว่าเธอจะด่าเขาป่าวๆ ด้วยคำพูดที่แสบสัน จะดิ้น จะทุบ หรือข่วน ทำร้ายร่างกายของเขาด้วยทุกวิธีที่เธอจะสรรหามาได้ อีกฝ่ายก็ไม่ยอมตอบโต้กลับมา

อาการนิ่งเงียบของคนตรงหน้าทำเอาพีชยางงจนต้องเงยหน้าขึ้นมอง ก่อนจะพบว่าดวงตาสีน้ำตาลทองจับจ้องมายังริมฝีปากของเธอเขม็ง ใบหน้าที่ห่างกันเพียงคืบเดียวทำให้หญิงสาวรีบผงะหนีอย่างตระหนก แต่กลับขยับไม่ได้เมื่อลำแขนหนายังกระชับร่างของเธอให้ชิดกับร่างของเขาแนบแน่น

            “มองอะไร” พีชยาถามเสียงแข็งกลบเกลื้อนหัวใจที่ไหววูบอย่างแรง มือบางพยายามผลักไสร่างหนาออกห่าง แต่ร่างหนาก็หาได้ไหวติง



E-book เจอกันเร็วๆ นี้ค่ะ

ตอนนี้กำลังส่งจัดเล่ม และตรวจคำผิดค่ะ



ตอนแรกเหมยตั้งใจว่าเรื่องนี้คงรีไรท์ไม่ได้เปลี่ยนอะไรมาก 

เลยใช้ไฟล์เก่าลงให้อ่าน

รีไรท์ไป รีไรท์มา อดไม่ไหวเปลี่ยนบรรยายใหม่เกือบหมดทั้งเรื่องเลย

แล้วยังมีอย่างฉาก ที่ปรับใหม่ เพราะมีข้อผิดพลาด

อยากให้อ่านแบบที่ปรับใหม่แล้ว เลยลบ ลงใหม่ ขอโทษที่หายไปด้วยนะคะ ต่อจากนี้ เจอกันยาวๆ เลยค่ะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 236 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

4,511 ความคิดเห็น

  1. #4008 kunrukjin4871 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 02:41
    555555555
    #4,008
    0
  2. #4007 Aon153105 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 20:15
    อัพ ต่อเลยค่า สนุก
    #4,007
    0
  3. #4006 Aon153105 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2561 / 20:15
    มีอีบูค ไหมค่ะ
    #4,006
    0
  4. #4005 tateeturk (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 20:24
    รอค่าาาาาา
    #4,005
    0
  5. #27 kar1965 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2557 / 03:28
    หนุกๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆแล้ว-----ต้องตามไปปปปปปปปปปปปปปปปปป
    #27
    0
  6. #12 justmin_7 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2556 / 11:02
    น่าติดตามมากๆๆ ค่ะ
    #12
    0
  7. #4 เมเปิ้ล (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 14:23
    น่าสนใจจังค่ะ
    #4
    0
  8. #1 hyunhea (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2556 / 00:52
    เริ่มแรกก็สนุกแล้วซิ
    #1
    0