คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #4 : ตอนที่ 3 : ไดโนเสาร์วัยรุ่นคือไดโนเสาร์วัยเจริญพันธุ์
ตอนที่ 3 : ไดโนเสาร์วัยรุ่นคือไดโนเสาร์วัยเจริญพันธุ์
ว่ากันว่าช่วงที่เด็กย่างก้าวเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นเป็นอะไรที่รับมือได้ยากมาก...แต่ถ้ามองในมุมมองของสัตว์... การเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นคือการเข้าสู่ช่วงวัยเจริญพันธุ์...
ถ้า คิดว่าเด็กวัยรุ่นรับมือได้ยากแล้ว ลองมาเจอกับแร็ปเตอร์สี่ตัวกับไฮบลิดอินดอมินัสเร็กซ์อีกสองตัวสิ แล้วจะรู้...ว่าการรับมือกับเด็กวัยรุ่นยังง่ายกว่าการรับมือกับไดโนเสาร์ วัยเจริญพันธุ์...
ไม่แน่ใจว่าเวลามันผ่านไปนานเท่าไร อาจจะ 4 เดือนหรือว่านานกว่านั้น... 2 ปี ...ไม่น่าจะใช่ ซึ่งโอเว่นคิดว่าเวลามันน่าจะผ่านไปนานมาก...นานมากจนไดโนเสาร์ของเขาตัวโตจนมีขนาดเท่าเขาแล้วในตอนนี้ แน่นอนว่าเมื่อพวกมันโตขึ้น ปัญหาหลายๆอย่างย้อมตามมา
“นายน่าจะให้คนของฉันพาพวกมันเข้ากรงที่เตรียมเอาไว้ได้แล้วนะ” นี่ก็เป็นอีกหนึ่งในปัญหาที่ว่า เป็นที่แน่ชัดแล้วว่าช่วงเวลามันผ่านไปนานประมาณ 6 เดือนแล้ว วิค ฮอสกินส์ที่เห็นว่า อาวุธของเขายังไม่ถูกจับเข้ากรงเสียทีจึงต้องถ่อมาคุยกับเขาถึงที่บ้าน
“ไม่จำเป็นหรอกวิค ฉันควบคุมพวกมันได้” คิดว่านะ แน่นอนว่าประโยคหลังโอเว่นไม่พูดให้อีกฝ่ายได้ยินแน่นอน เขาใช้ความพยายามมา 2 อาทิตย์แล้วกับการพูดโน้มน้าวให้อีกฝ่ายไม่พาไดโนเสาร์ของเขาเข้ากรง
โอเว่นรู้ว่าไดโนเสาร์ของเขาอันตราย ก็แหง่แหละสายพันธุ์กินเนื้อทั้งหมดเลยนี่ แต่จากการที่เขาเลี้ยงพวกมันมาตั้งแต่ออกจากไข่ ได้ใช้เวลาร่วมกับพวกมัน เฝ้ามองพวกมันเติบโต บอกตามตรงเลยว่าเขาผูกพันกับพวกมันมาก...มากจนไม่มีวันยอมให้ใครพาพวกมันเข้าไปอยู่ในกรงขังเป็นอันขาด
วิคถอนหายใจแล้วส่ายหัว ดวงตาเหลือบมองโอเว่นตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วเหลือบตามองดวงตาหลายคู่ที่จ้องมองเขามาจากข้างในบ้าน เขาพอจะรู้ว่าทำไมโอเว่นถึงไม่ให้เขาเข้าไปคุยข้างในบ้าน เพราะฝูงแร็ปเตอร์กับอินดอมินัสเร็กซ์พวกนั้นยังไงล่ะ พวกมันเป็นสัตว์หวงถิ่น และแสดงออกอย่างปิดไม่มิดว่าหวงแม่ของพวกมันมากแค่ไหน ก็นะ มันก็น่าหวงอยู่หรอก ในเมื่อโอเว่นน่ะ...น่าหลงใหลจะตาย
“ควบคุมได้ หึ อย่ามาโม้น่า สัตว์อย่างพวกมันไม่มีทางควบคุมได้ ฉันว่านายอย่ามาขวางทางพวกเราจะดีกว่า” โทมัสทำเสียงขึ้นจมูก เขาเป็นหนึ่งในลูกน้องของวิคและเสียงที่เขาเปล่งออกมามันบ่งบอกถึงความไม่เป็นมิตร
โอเว่นไม่คิดจะตอบโต้กับโทมัส เขาทำเพียงแค่หันไปสบตากับเหล่าไดโนเสาร์ของเขาที่ยังคงอยู่ในบ้านและจ้องมองมาที่พวกเขาตาไม่กระพริบ
สัตว์มักมีประสาทสัมผัสที่ดีกว่ามนุษย์และรับรู้ถึงอันตรายได้ดี ถ้าใครในที่นี้แสดงออกว่าเป็นภัยคุกคาม พวกมันจะจู่โจมทันที ซึ่งสัตว์ที่ว่านั้นรวมไปถึงไดโนเสาร์ด้วย
โอเว่นไม่คิดจะห่วงวิคหรือโทมัสเลยสักนิด เขาเป็นห่วงแค่ฝูงไดโนเสาร์ของเขาเท่านั้น ก็นะ เขาหมั่นไส้อยากให้พวกมันโดนกัดสักทีสองทีมานานแล้ว โอเว่นกังวลใจนิดหน่อยกับการหายตัวไปของโบนส์ อินดอมินัสเร็กซ์สีขาวเหมือนกระดูก เขาค่อนข้างกระวนกระวายใจเพราะว่าอีกฝ่ายมีความสามารถที่เขาไม่ได้ รายงานให้ใครฟังทั้งนั้น...นั่นคือความสามารถในการอำพรางตัว...ดังนั้น โบนส์อาจจะอยู่ที่ไหนก็ได้ในตอนนี้
โอเว่นละสายตาจากพวกบลูหันมามองวิคก่อนจะสังเกตเห็นอะไรบางอย่างข้างหลังมนุษย์สองคนนี้ ซึ่งมันทำให้เขาหน้าซีด...โบนส์ในโหมดพรางตัว!!... จากการหักเหของแสงและด้วยความเคยชินที่อยู่ด้วยกันมานานทำให้เขาพอจะมองเห็นโบนส์อยู่บ้างลางๆ และในตอนนี้โบนส์ก็ยืนอยู่ข้างหลังของวิค โอเว่นกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากและพยายามทำใจให้เย็นเข้าไว้
“ถ้าฉันตอบสนองกับสิ่งที่นายเพิ่งพูดเมื่อกี้” โอเว่นกล่าว ดวงตาเหลือบมองพวกบลูมากกว่าจะเหลือบมองโบนส์ “มันจะทำให้ลูกๆของฉันเสียเด็ก”
วิคไล่สายตาไปตามทางที่โอเว่นมอง พอสบเข้ากับดวงตาอีก 5 คู่ที่มองจ้องมาอย่างไม่เป็นมิตรทำเอาเขาหน้าถอดสี และในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาแปลกๆ โทมัสทำท่าจะเข้ามาหาเรื่องโอเว่นแต่โดนวิคคว้าคอเสื้อไว้เสียก่อน
“แล้วฉันจะมาใหม่” วิคกล่าวแล้วลากโทมัสไปยังรถที่พวกเขาขับมา เหมือนทั้งสองคนจะมีปากเสียงกันนิดหน่อย ก่อนจะขับรถออกไป
เมื่อผู้บุกรุกไปหมดแล้ว เหล่าแร็ปเตอร์ก็เปิดประตูเดินออกมาหาโอเว่น ในขณะที่โบนส์นั้นกลับสู่โหมดปกติแล้วเดินเข้ามาเอาจมูกดุนดันแก้มของโอเว่น
“เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ” โอเว่นพึมพำแล้วจับที่จมูกของโบนส์ “อย่าทำแบบนี้อีกนะโบนส์”
โบนส์ไม่ได้แสดงอาการว่ารับรู้หรือรับฟังในสิ่งที่เขาพูด แต่โอเว่นเชื่อว่าโบนส์เข้าใจ แน่นอน จะไม่ให้เข้าใจได้ไง ไดโนเสาร์ที่ฉลาดขนาดเปิดประตูบ้านของมนุษย์ได้ ย่อมเข้าใจในสิ่งที่มนุษย์สื่อสารอย่างแน่นอน เขาคิดว่านะ
“เฮ้ย!” โอเว่นเบี่ยงหน้าหลบลิ้นยาวที่แดงที่เลียมาแทบจะไม่ทัน แต่ก็ใช่ว่าเขาจะหนีพ้นเมื่อโบนส์ใช้สองมือของมันจับเอวของเขาเอาไว้แล้วเริ่มเลียที่แก้มและคอของเขา โอเว่นถึงกับขนลุกไปทั่วทั้งตัวแล้วพยายามดิ้นให้หลุดจากการเกาะกุมของโบนส์ แต่ต่อให้ดิ้นไปก็เท่านั้นเมื่ออุ้งมือหนาที่เต็มไปด้วยกรงเล็บนั้นยึดสะโพกของเขาไว้แน่น
“โบนส์หยุด” โอเว่นต้องยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาป้องกันตัวเองส่วนอีกมือก็พยายามดันร่างของโบนส์ออกไปห่างๆ แต่ก็นะ แรงของมนุษย์อย่างเขาจะไปสู้แรงของไดโนเสาร์พันธุ์ผสมอย่างโบนส์ได้ยังไง
“กรรร!!” เสียงร้องคำรามพร้อมกับคมเขี้ยวของบลูที่ฝังลงมาบนคอของโบนส์แล้วกระชากร่าง ของอีกฝ่ายทุ่มลงกับพื้นท่ามกลางความตกใจของทุกๆคน...ที่จริง 1 คนกับอีก 4 ตัว...
“กรรร!!” ฟรอส อินดอมินัสเร็กซ์สีขาวเหมือนหิมะ น้องของโบนส์ คำรามและกำลังจะเข้าไปช่วยพี่ชายของตนแต่โดนชาร์ลีกับเอคโค่เข้ามาขวางเอาไว้
“กรรร!!!” โบนส์ที่โดนจับทุ่มกับพื้นลุกขึ้นมายืนสะบัดหัวไล่ความมึนงงไปสักครู่แล้ว หันมาเผชิญหน้ากับบลูที่ยืนขวางเขากับโอเว่นและจ้องเขาตาขวางพร้อมแยกเขี้ยว เตรียมตัวขย้ำเขาได้ทุกเมื่อที่เข้าใกล้โอเว่น
“เฮ้!!หยุดเดี๋ยวนี้!!” โอเว่นตะโกน เขาเดินเข้ามาคั่นกลางระหว่างโบนส์กับบลูที่กำลังเตรียมพร้อมจะเปิดศึกในไม่ช้า “ให้ตายเถอะพวกนายเป็นอะไรกันเนี้ย อย่ามาทะเลาะกันเองได้มั้ย พวกนายเป็นครอบครัวเดียวกันนะ”
เสียงร้องดังระงมของไดโนเสาร์ทั้ง 6 ตัวดังขึ้นเหมือนคัดค้านหรือฟ้อง หรืออะไรสักอย่าง แต่โอเว่นฟังไม่รู้เรื่อง ชายหนุ่มจึงทำเพียง “หยุด!!!ไม่งั้นฉันจะให้พวกนายนอนนอกบ้าน!!”
เพียงแค่โอเว่นเอ่ยประโยคนั้นออกมาไดโนเสาร์ทั้ง 6 ตัวก็พากันเงียบแล้วพากันเข้ามาอ้อนโอเว่นแทนเพราะกลัวอีกฝ่ายจะไล่พวกเขาออกมานอนข้างนอกจริงๆ
“พอเลย ไม่ต้องมาอ้อน” โอเว่นเดินไปนั่งลงตรงขั้นบันไดที่ใช้ขึ้นมาบนระเบียงบ้านแล้วถอนหายใจ เขาเหนื่อยและรู้สึกเพลีย เขาไม่รู้ว่าจะช่วยให้พวกบลูไม่ต้องเข้าไปมีชีวิตในกรงขังได้อีกนานเท่าไร วิค ฮอสกินส์เริ่มมาถี่ขึ้นเรื่อยๆและเขาก็เริ่มจะจนปัญญากับการหาข้ออ้างรั้งไม่ให้วิคพาพวกบลูไปจากเขา โอเว่นยกมือขึ้นกุมขมับอย่างจนปัญญา
เขา อาจจะลืมไปว่าเขาไม่ได้อยู่คนเดียว ชาร์ลีเดินเข้ามานอนลงข้างๆเขาแล้ววางหัวของมันลงบนตักของเขา ในขณะที่บลูใช้จมูกของมันถูไถแก้มของโอเว่นก่อนเอาหัวซุกลงที่ไหล่ของเขา อย่างให้กำลังใจปนอ้อนนิดๆ มันอาจจะไม่สามารถแก้ไขปัญหาในอนาคตได้ แต่มันก็ทำให้ความกังวลใจในตอนนี้ของโอเว่นเบาบางลง
สักพัก บลูก็ยืดตัวขึ้นแล้วเดินลงมามายืนอยู่บนพื้นด้านล่างเช่นเดียวกับไดโนเสาร์ตัวอื่นๆที่พากันวิ่งลงมายืนอยู่ตรงหน้าโอเว่น
“อะไร?”โอเว่นถาม บลูกับโบนส์งับที่แขนของโอเว่นคนละข้างแล้วออกแรงดึงพอให้โอเว่นลุกขึ้นมา “นี่จะเล่นวิ่งไล่จับกันใช่มั้ย?”
โอเว่นที่อยู่กับพวกนี้มานานเริ่มจะพอเดากริยาท่าทางของพวกนี้ออก ยิ่งไดโนเสาร์ของเขาพยักหน้าเป็นการตอบรับ มันยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า...เขาต้องรับหน้าที่เป็นเหยื่อให้พวกนี้วิ่งไล่จับ...
“เฮ้อ โอเค ก็ได้ หันไปแล้วนับ 1-10 ช้าๆนะ” โอเว่นพูดราวกับกำลังพูดกับมนุษย์ด้วยกัน ถ้าเป็นคนปกติมาเห็นคงหาว่าเขาบ้า แต่หารู้ไม่ว่าพวกมันฟังรู้เรื่อง ใช่ พวกมันฟังรู้เรื่องและเข้าใจคำพูดได้ดีกว่ามนุษย์บางคนด้วยซ้ำ เมื่อโอเว่นสั่งเสร็จ พวกบลูก็มายืนเรียงแถวหน้ากระดานในขณะที่โอเว่นเริ่มออกตัวเดิน ส่วนพวกบลูก็หันไปมองยังตัวบ้านแล้วนับ 1-10 ในใจช้าๆ ส่วนโอเว่นนั้นพอเดินออกมาได้ถึง 3 ก้าว เขาก็ออกตัววิ่งเข้าไปในป่าทันที
.
.
.
พวกเขาชอบการวิ่งไล่จับ มันเป็นความรู้สึกเหมือนกับว่าตัวเรากำลังลุกเป็นไฟ มันร้อนลุ่มไปหมดทั้งตัว ทั้งตื่นเต้นและรู้สึกดี แน่นอนว่าโอเว่นเริ่มฝึกพวกเขาตั้งแต่พวกเขายังตัวกระเปี๊ยกเดียวจนมาตอนนี้ตัวใหญ่เท่าโอเว่นแล้ว...หรืออาจจะมากกว่าด้วยซ้ำ...
เรื่องการตามกลิ่น,การทำงานเป็นทีมและการออกล่าเหยื่อ โอเว่นให้อิสระพวกเขา ในขณะที่ไอ้เจ้าสัตว์ที่ชื่อวิก ฮอสกินส์พยายามจะจับพวกเขาไปอยู่ในสถานที่แคบๆที่เรียกว่ากรง พยายามจะทำให้พวกเขาหมดอิสรภาพ ไม่สามารถวิ่งได้หรือกินเท่าที่ต้องการได้...รวมไปถึงการได้อยู่กับโอเว่น...
วันนี้เป็นอีกวันที่พวกมันมาคุยกับโอเว่นถึงหน้าบ้าน โอเว่นไม่ยอมให้พวกมันเข้ามาในถิ่นของเราและไม่ยอมให้พวกเราออกไปเจอหน้าพวกมัน โอเว่นพยายามปกป้องพวกเรา ให้ฝูงของเรายังคงอยู่ แต่พวกมันก็พยายามแยกพวกเราออกจากกัน
“ฉันอยากจะฆ่ามัน” เดลต้าพึมพำ ไม่ใช่แค่เดลต้าตัวเดียวหรอกที่อยากจะฆ่ามัน แต่เป็นพวกเขาทั้งฝูง พวกเขาอยากจะฉีกมันเป็นชิ้นๆใจจะขาด ถ้าโอเว่นไม่ห้ามพวกเขาเอาไว้ล่ะก็...มันตายแน่!!...
“เดี๋ยวก่อนนะ นั้น โบนส์รึเปล่า?” คำถามของเอคโค่ทำให้ทั้งหมดหันไปมองยังทิศทางที่เอคโค่กำลังมองอยู่ ก็พบกับโบนส์ในโหมดพลางตัว
“มันออกไปตั้งแต่เมื่อไรว่ะ?” ชาร์ลีสงสัย โอเว่นหันมาสบตากับเขาซึ่งมันเหมือนเป็นสัญญาณว่า โอเว่นเองก็รู้ว่าโบนส์นั้นอยู่ข้างนอกแล้ว
“นี่แหละโอกาส ฆ่ามันแม่งเลย!!” เดลต้าสนับสนุนให้โบนส์รีบๆขย้ำคอพวกผู้บุกรุกเสีย โดยที่ตัวโบนส์เองก็อยากจะทำ แต่เจ้าตัวไม่อยากจะทำให้โอเว่นโกรธหรือเกลียดเขาขึ้นมาเสียก่อนจึงออกมายืนคุมเชิงไว้ แต่ถ้าพวกผู้บุกรุกนี้ทำอะไรโอเว่นขึ้นมาล่ะก็...โดนกัดหัวหลุดแน่!!...
“ไอ้บ้านั้นมันจ้องจะทำร้ายโอเว่น” บลูจ้องโทมัสเขม็ง อีกฝ่ายทำท่าจะเข้าไปทำร้ายโอเว่น ในขณะที่พวกเขาจ้องมองพวกมันอย่างเอาเรื่องและเตรียมพร้อมจะพุ่งออกไปจัดการพวกมันได้ทุกเมื่อ ซึ่งท่าทางไอ้เจ้าสัตว์ที่ชื่อฮอสกินส์นั้นจะรับรู้ถึงอันตรายเลยล่าถอยไปก่อน
ตั้งแต่พวกเขาเริ่มตัวโตเท่ากับโอเว่น พวกเขาก็เลิกเรียกโอเว่นว่าแม่และเริ่มเรียกชื่อของโอเว่นแทน ถึงแม้ว่าโอเว่นจะไม่ได้เข้าใจก็ตาม
เมื่อพวกผู้บุกรุกล่าถอยกลับไปแล้ว พวกเขาก็เปิดประตูบ้านออกไปหาโอเว่นในขณะที่โบนส์กลับสู่โหมดปกติ
“เกือบไปแล้วมั้ยล่ะ” โอเว่นพึมพำแล้วจับที่จมูกของโบนส์ “อย่าทำแบบนี้อีกนะโบนส์”
โบนส์ไม่ได้แสดงอาการว่ารับรู้หรือรับฟังในสิ่งที่โอเว่นพูด ถึงแม้เขาจะเข้าใจทุกคำพูดก็ตาม และโดยที่โอเว่นไม่ทันตั้งตัว เขาก็ตวัดลิ้นสีแดงของเขาจะเลียที่ใบหน้าของโอเว่น แต่ทว่าอีกฝ่ายสามารถหลบได้เสียก่อน ถึงกระนั้นโบนส์ก็ไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น เขาใช้อุ้งมือทั้งสองข้างจับเข้าที่เอวของโอเว่นเพื่อกันไม่ให้อีกฝ่ายหลบเขา ได้อีกแล้วเริ่มละเลงลิ้นลงบนซอกคอของอีกฝ่าย
กลิ่นตัวอันเป็นเอกลักษณ์และรสชาติของอีกฝ่าย ทำโบนส์แทบคลั่ง รสชาติที่ลิ้นของเขาได้สัมผัสมันทำให้เขาอยากจะทำมากกว่าเลีย...เขาอยาก...ฝังคมเขี้ยวลงไปบนเนื้อหนังของโอเว่น...
“โบนส์หยุด” โอเว่นยกมือข้างหนึ่งขึ้นมาป้องกันตัวเองส่วนอีกมือก็พยายามดันร่างของโบนส์ออกไปห่างๆ แต่แรงของมนุษย์ไม่สามารถทำให้ไดโนเสาร์พันธุ์ผสมอย่างโบนส์สะทกสะท้านได้
“หยุดเดี๋ยวนี้!!” เสียงร้องคำรามพร้อมกับคมเขี้ยวของบลูที่ฝังลงมาบนคอของโบนส์แล้วกระชากร่าง ของอีกฝ่ายทุ่มลงกับพื้นท่ามกลางความตกใจของทุกๆคน...ที่จริง 1 คนกับอีก 4 ตัว...
“โบนส์!!” ฟรอส ร้องคำราม เมื่อเขาตั้งตัวได้ ฟรอสก็เตรียมตัวพุ่งเข้าไปช่วยพี่ชาย แต่ก็โดนชาร์ลีกับเอคโค่เข้ามาขวางเอาไว้เสียก่อน
“แก ไอ้เตี้ย!!!” โบนส์ที่โดนจับทุ่มกับพื้นลุกขึ้นมายืนสะบัดหัวไล่ความมึนงงไปสักครู่แล้ว หันมาเผชิญหน้ากับบลูที่ยืนขวางเขากับโอเว่นและจ้องเขาตาขวางพร้อมแยกเขี้ยว เตรียมตัวขย้ำเขาได้ทุกเมื่อที่เข้าใกล้โอเว่น...นี่จะบวกกันใช่มั้ยไอ้ เตี้ย!!...
“เฮ้!!หยุดเดี๋ยวนี้!!” โอเว่นตะโกน เขาเดินเข้ามาคั่นกลางระหว่างโบนส์กับบลูที่เตรียมพร้อมจะเปิดศึกในไม่ช้า “ให้ตายเถอะพวกนายเป็นอะไรกันเนี้ย อย่ามาทะเลาะกันเองได้มั้ย พวกนายเป็นครอบครัวเดียวกันนะ”
“ไม่ได้เป็น!!”
“มันไม่ใช่ครอบครัวของฉัน!!”
“อย่าเข้าข้างมันนะโอเว่น ไอเตี้ยนี่มันหาเรื่องก่อน”
“แกว่าใครเตี้ย”
“ก็แกนั้นแหละ!!”
“เรียกร้องความสนใจว่ะ”
“ฉวยโอกาสนี่หว่าโบนส์”
“หึงโหดไปนะบลู”
“ว่าแต่บลูเตี้ย แกสูงมากกว่าบลูแค่ 2 เซนเองไอ้อ่อน”
เสียงการโตเถียงกันของไดโนเสาร์ทั้ง 6 ตัวดังขึ้นจนน่าปวดหัว ซึ่งคนเพียงฟนึ่งเดียวที่อยู่ที่นี่เริ่มรู้สึกปวดหัวมากถึงมากที่สุดจึงต้องทำการหยุดการโต้เถียงนี้เสียที “หยุด!!!ไม่งั้นฉันจะให้พวกนายนอนนอกบ้าน!!”
พรึบ!!!
“...”
“...”
“ไม่เอา!!!”
“พวกเราหยุดทะเลาะกันแล้วนะ โอเว่นอย่าไล่พวกเราออกมานอนข้างนอกนะ”
เพียงแค่โอเว่นเอ่ยประโยคนั้นออกมาไดโนเสาร์ทั้ง 6 ตัวก็พากันเงียบแล้วพากันเข้ามาอ้อนโอเว่นแทนเพราะกลัวอีกฝ่ายจะไล่พวกเขาออกมานอนข้างนอกจริงๆ
“พอเลย ไม่ต้องมาอ้อน” โอเว่นเดินไปนั่งลงตรงขั้นบันไดที่ใช้ขึ้นมาบนระเบียงบ้านแล้วถอนหายใจ เขายกมือขึ้นกุมขมับอย่างจนปัญญากับการที่วิก ฮอสกินส์เริ่มมาถี่ขึ้นเรื่อยๆ การกระทำของโอเว่นทำให้ไดโนเสาร์ทั้ง 6 ตัวรู้สึกเป็นห่วง
ชาร์ลีเป็นตัวแรกที่เดินเข้ามานอนลงข้างๆโอเว่น แล้ววางหัวของเขาลงบนตักของโอเว่น ในขณะที่บลูใช้จมูกของเขาถูไถแก้มของโอเว่นก่อนเอาหัวซุกลงที่ไหล่ของชายหนุ่มอย่างให้กำลังใจปนอ้อนนิดๆ มันอาจจะไม่สามารถช่วยอะไรได้ แต่มันก็ทำให้ความกังวลใจในตอนนี้ของโอเว่นเบาบางลง
สักพัก บลูก็ยืดตัวขึ้นแล้วเดินลงมามายืนอยู่บนพื้นด้านล่างเช่นเดียวกับไดโนเสาร์ตัวอื่นๆที่พากันวิ่งลงมายืนอยู่ตรงหน้าโอเว่น
“อะไร?”โอเว่นถาม บลูกับโบนส์งับที่แขนของโอเว่นคนละข้างแล้วออกแรงดึงพอให้โอเว่นลุกขึ้นมา “นี่จะเล่นวิ่งไล่จับกันใช่มั้ย?”
โอเว่นที่อยู่กับพวกเขามานานพอจะเดากริยาท่าทางของพวกเขาออก ยิ่งพวกเขาพยักหน้าเป็นการตอบรับ มันยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า...โอเว่นต้องรับหน้าที่เป็นเหยื่อให้พวกเขาวิ่งไล่จับ...
“เฮ้อ โอเค ก็ได้ หันไปแล้วนับ 1-10 ช้าๆนะ” โอเว่นกล่าว พวกบลูจึงมายืนเรียงแถวหน้ากระดานในขณะที่โอเว่นเริ่มออกตัวเดิน ส่วนพวกบลูก็หันไปมองยังตัวบ้านแล้วนับ 1-10 ในใจช้าๆ ส่วนโอเว่นนั้นพอเดินออกมาได้ถึง 3 ก้าว อีกฝ่ายก็ออกตัววิ่งเข้าไปในป่าทันที
“ถึงสิบรึยัง?” เอคโค่ถามหลังจากที่โอเว่นวิ่งเข้าไปในป่าแล้ว
“ถึงแล้ว” โบนส์เตรียมตัวที่จะพุ่งเข้าไปในป่า ไม่คิดจะสนใจพี่น้องตัวอื่นๆเลยสักนิด
“เฮ้ย โอเว่นบอกให้นับช้าๆนะ” ชาร์ลีมายืนขวางหน้าโบนส์ไว้ก่อนที่อีกฝ่ายจะทันได้ออกตัว
“จะช้ารึเร็ว ฉันก็นับถึงสิบแล้วไง ฉันเปล่าโกงสักหน่อย” โบนส์ไม่ใส่ใจกับร่างเล็กจ้อยของชาร์ลีที่ขวางอยู่ตรงหน้า
“เดี๋ยวก่อนโบนส์”
“มีอะไร ไอ้เตี้ย ฉันกำลังรีบๆอยู่นะ”
“...เออ แต่ถ้าแกคิดจะไปหาโอเว่นโดยที่ไม่มีพวกเรา ฉันว่าแกคงแพ้แน่นอน เว้นเสียแต่ว่า...”
“อะไร?”
“...เราจะร่วมมือกัน”
มันคือความจริงที่โบนส์กับบลูไม่ค่อยชอบขี้หน้ากันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทั้งสองตัวมักจะแก่งแย้งการเป็นหัวหน้ากันอยู่เสมอๆ แต่ถ้าเป็นในเรื่องที่จะต้องร่วมมือกัน...มันจะเป็นเช่นไรกันนะ?...
TBC.
++++++++++++++++
กลับมาแล้ว!!มีใครคิดถึงบ้าง ที่หายไปนี่ไม่ใช่อะไร คอมเครื่องเก่ามันเกิดอาการที่เลี้ยงว่า ตาย!! ก็เสียนั้นแหละ
แล้วมันซ่อมไม่ได้ เลยต้องย้ายสำมโนครัวมาอยู่ใสคอมเครื่องใหม่ และต้องเริ่มเขียนใหม่หมดเลย!!! โอ้วกอด
แถม ยังการบรรยายในส่วนของเหล่าไดโนเสาร์ของเรานี่จะเป็นอะไรที่ยากมาก คือการมองในมุมมองของสัตว์คือเราจะต้องอยู่ในมุมมองนั้นด้วย...เข้าใจนะ... เราจึงต้องใช้เวลาศึกษา...ศึกษามากเกินจนเกือบถูกจับเข้าสวนสัตว์ เฮ้ย โรงพยาบาลจิตเวช เฮ้ย...เอิ่ม ถูกแล้ว
ก็เป็นไปตามนี้แหละท่านผู้ชม
และเจอกันในตอนหน้า
ความคิดเห็น