อิ่มอุ่นละมุนรัก (Boy's Love)

ตึกแถวเก่าพ่วงร้านก๋วยเตี๋ยวมรดกของพ่อกำลังจะเจ๊งไม่เป็นท่าด้วยมือลูกชายไม่เอาถ่านด้านอาหารอย่างเขา กระนั้นฟ้าก็อุตส่าห์ส่งเชฟมือทองปริศนามาช่วยขายผ้าเอาหน้ารอด แต่ชายคนนี้จะดีหรือร้าย มาไม้ไหนกันแน่?

ยอดวิวรวม

987

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


987

ความคิดเห็น


14

คนติดตาม


27
จำนวนรีวิว : 1
จำนวนตอน : 21 ตอน
อัปเดตล่าสุด :  21 พ.ค. 59 / 20:45 น.
นิยาย عѡ (Boy's Love)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เมื่อพ่อมาจากไป เหลือทิ้งไว้เพียงร้านก๋วยเตี๋ยวและภาระเลี้ยงดูลูกจ้างภายในร้าน

"รอน" ซึ่งไม่ประสีประสาด้านการบริหารกิจการกำลังรับศึกหนัก

เคราะห์ซ้ำกรรมซัดร้านอาหารที่เปิดใหม่ฝั่งตรงข้ามก็ขโมยลูกค้าที่เคยอุ่นหนาฝาคั่งไปจนเกลี้ยง

เดชะบุญที่วันหนึ่ง มีชายหนุ่มปริศนานามว่า "นนท์" ปรากฏตัวขึ้นในร้าน

เขาจะเป็นเทวดาหรือปิศาจ... ร้านจะรอดหรือจะร่วง

ความพยายามก่อร่างสร้างตัวของพ่อผู้ล่วงลับจะสูญเปล่าในรุ่นของเขาหรือไม่

พบกับการต่อสู้ปากกัดตีนถีบในร้านก๋วยเตี๋ยวของลูกผู้ชาย กับนิยายชวนน้ำลายสอ พร้อมเผยสูตรลับฉบับกิจการครอบครัวได้ที่นี่ค่า

 

#นิยายรักก้นครัวน้ำใสไร้อูมามิ


หมายเหตุ เนื้อหาบางตอนมีการปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับกฎกติกาของเว็บ dek-d (จะแจ้งไว้อีกทีในตอนนั้นค่ะ) สำหรับเนื้อหาดั้งเดิมสามารถอ่านได้ทาง http://somethigntoliveanddiefor.wordpress.com ค่ะ

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

14 ความคิดเห็น

  1. #14 mee (จากตอนที่ 21)
    21 พ.ค. 59 / 23:21 น.
    มาต่อแล้วดีใจจังค่ะ ^^

    มาทีดราม่าหนักพอตัวเลยนะคะ

    กำลังจะดี รอนโดนอีกจนได้

    เอาใจช่วยรอน ส่วนนนท์รอดูไปก่อน ทำอะไรเงียบๆ ปล่อยให้รอนรอ ไม่บอกไรเลย ชิชิ



    เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ด้วยค่ะ

    จะได้มาอัพให้ได้อ่านบ่อยๆ^^
    #14
    1
    • #14-1 something to live and die for (จากตอนที่ 21)
      24 พ.ค. 59 / 16:52 น.
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่า จะพยายามอัพเดทให้เร็วที่สุดนะค้า
      #14-1
  2. #13 narusaru_na (จากตอนที่ 1)
    27 ม.ค. 59 / 18:01 น.
    พึ่งมีโอกาสได้มาอ่านค่ะ แค่ตอนแรกก็น่าติดตามซะแล้ว ^^
    #13
    1
    • #13-1 something to live and die for (จากตอนที่ 1)
      24 พ.ค. 59 / 16:53 น.
      อย่าลืมติดตามจนจบนะคะ :)
      #13-1
  3. #12 mee (จากตอนที่ 15)
    5 ม.ค. 59 / 02:24 น.
    สวัสดีค่ะ เพิ่งได้มาอ่าน สนุกมากเลยค่ะ

    ตอนเห็นชื่อเรื่องดูน่าสนใจพอได้อ่าน หยุดไม่อยู่จนอ่านถึงตอนล่าสุด

    อ่านแล้วรู้สึกอุ่นละมุนตามชื่อเลยค่ะ (แม้ตอนล่าสุดจะเริ่มดราม่า)

    ร่วมลุ้นเอาใจตัวละครมากๆๆเลยค่ะ

    เป็นกำลังใจให้คนเขียนและรอติดตามนะคะ ^^

    #12
    1
    • #12-1 something to live and die for (จากตอนที่ 15)
      10 ม.ค. 59 / 20:22 น.
      ขอบคุณมากค่ะ จะพยายามอัพเรื่อยๆ ตราบเท่าที่ยังมีวันหยุดอยู่นะคะ XD
      #12-1
  4. #11 SANJAYA
    22 มิ.ย. 58 / 23:21 น.
    แนะนำให้ใส่หัวเรื่องคำว่า Yaoi ลงไปด้วยค่ะ และย้ายไปอยู่หมวดนิยายวาย
    จะทำให้มีคนเห็นนิยายดีๆสนุกๆ แบบนี้เพิ่มมากขึ้น

    คนส่วนใหญ่จะพิมพ์ค้นหาคำว่า"yaoi" มากกว่า"Boy's Love"น่ะค่ะ
    #11
    1
    • 3 ก.ค. 58 / 01:30 น.
      ขอบคุณสำหรับคำแนะนำนะคะ มีคนบอกให้เพิ่มคำว่า Yaoi เข้าไปหลายคนเหมือนกันค่ะ แต่ที่เราไม่เพิ่ม เพราะโดยส่วนตัวไม่ชอบคำว่า Yaoi เพราะย่อมาจากคำว่า Yamete! Oshiri ga Itai (แปลว่า พอได้แล้ว เจ็บก้น) ซึ่งฟังดูให้ความรู้สึกไม่ดียังไงไม่รู้ เราจะชอบคำว่า Shonen-ai มากกว่า ซึ่งคำแปลก็คือ Boy's Love ตรงๆ เลยค่ะ

      ช่วงนี้ธุระเราเยอะ อาจดองนิยายไปอีกซักพักนะคะ แต่ไม่ทิ้งแน่ค่ะ ทยอยเขียนอยู่ เวลาน้อยเลยเขียนงงๆ ยังไม่กล้าเอาลงค่ะ

      #11-1
  5. #10 SANJAYA (จากตอนที่ 13)
    22 มิ.ย. 58 / 16:15 น.
    เรื่องนี้สนุกมาก อยากอ๋านตอนต่อไปจังเลยค่า มาอัพเพิ่มน้า
    #10
    0
  6. 20 มี.ค. 58 / 03:02 น.
    ประกาศดองงานค่ะ

    เนื่องจากผู้เขียนไม่ได้อยู่เมืองไทยชั่วคราว และไม่ได้นำคอมพิวเตอร์ไป จึงขอดองนิยายไว้ก่อนนะคะ
    หลังจากกลับมา จะพยายามอัพเดทตอนใหม่ของนิยายสักเรื่องให้ได้ก่อนสงกรานต์ค่ะ

    จึงเรียนมาเพื่อทราบ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 20 มีนาคม 2558 / 04:43
    #9
    0
  7. #8 สาววาย
    2 มี.ค. 58 / 16:56 น.
    แปลกมากเรื่องที่วางโครงดีๆ แบบนี้ทำไมถึงไม่ค่อยมีคนอ่าน ถ้าแต่งจบลองส่งสนพ.แนว BL ดูมั้ยคะ คิดว่าน่าจะผ่าน ปรับปรุงภาษาอีกนิด ขมวดปมให้แน่นอีกหน่อย



    เพราะเท่าที่อ่านคร่าวๆ บางจุดยังเขียนไม่ได้จังหวะที่ดีพอเลยทำให้เรื่องเอื่อยๆ ขาดเสน่ห์ชวนให้อ่านต่อไปบ้าง



    จังหวะในการดำเนินเรื่องสำคัญนะคะ บางจุดอธิบายมากเกิน บางจุดอธิบายน้อยไป ทำให้ขาดความเชื่อมต่อ ไม่สามารถดึงอารมณ์ร่วมของคนอ่านให้ไปถึงได้ ซึ่งถ้าถามว่าทำยังไงถึงจะได้จังหวะที่ดี จุดนี้ก็ต้องฝึกฝนเอาค่ะ อ่านหนังสือให้เยอะขึ้น ศึกษาสำนวนวิธีการเขียนของนักเขียนคนอื่น แล้วนำมาปรับใช้



    ไม่แน่ใจว่าถ้าพูดตรงๆ จะเสียกำลังใจรึเปล่า แต่อยากวิจารณ์ให้ผลงานนี้ออกมาดีค่ะ ถ้าคิดว่าที่เขียนอยู่เป็นตัวของตัวเอง สบายใจที่สุดแล้ว ก็ไม่เป็นไรค่ะ เขียนตามที่ตัวเองอยากเขียน แต่ถ้าอยากให้เรื่องนี้ตีพิมพ์ ยังไงลองเก็บความเห็นของเราไปพิจารณาได้นะคะ อยากเห็นนิยายวายดีๆ แบบเรื่องนี้พัฒนาให้มากขึ้น ให้ประทับใจคนอ่าน เป็นกำลังใจให้ค่ะ แล้วจะรอติดตามผลงานนะคะ



    ป.ล. อันนี้เราพูดคร่าวๆ กลัวว่าวิจารณ์หนักไป แต่ถ้านักเขียนอยากรับฟังมุมมองของเราแบบจัดเต็มจริงๆ บอกได้นะคะ จะมาแยกทีละประเด็นคราวหลังค่ะ ยังไงก็สู้ๆนะคะ
    #8
    5
    • #8-4 สาววาย
      4 มี.ค. 58 / 07:23 น.
      อันนี้ไม่เกี่ยวกับนิยายแล้ว แต่พอฟังคุณระบายมา เราไม่อยากเชื่อ เพราะคุณรู้อะไรมั้ย เราเป็นเหมือนคุณเลยค่ะ เราเคยเป็นโรคซึมเศร้าและอยากฆ่าตัวตายจากความกดดันในการเขียนหนังสือค่ะ



      เราไม่ได้เป็นนักแปล แต่เข้าใจความรู้สึกดีค่ะ ความกดดันที่อยากให้งานของตัวเองมีคุณภาพ ก่อนโดนคนอื่นวิจารณ์ก็ชิ่งวิจารณ์ตัวเองก่อน ขีดมาตรฐานตัวเองไว้สูงลิ่ว ในกรณีของเราถูกกดดันจากคนอ่านด้วย เพราะเคยออกหนังสือแล้งบังเอิญคนอ่านชอบมาก เขาเลยคาดหวังกับงานเราเยอะว่าชิ้นต่อไปงานต้องออกมาดีนะ คงคล้ายกับคุณที่มีบก.รอเชือด ดังนั้น เวลาเขียนเลยรู้สึกเกร็ง เครียด และไม่เป็นตัวของตัวเองค่ะ



      เราคอยเสาะหาหนังสือที่คนอื่นว่าดี หนังสือได้รางวัล ศึกษาวิธีเขียน อยากทำให้ได้ดีเหมือนพวกเขา เรียกว่าเราก็ทะเยอทะยานค่ะ แต่สุดท้ายพอตั้งใจเขียนให้ออกมาเป็นตัวเองก็ทำไม่ได้ จนทุกวันนี้เรากลับไปเขียนนิยายไม่ได้แล้วค่ะ เลิกเขียนมาเป็นปีแล้ว ทั้งๆที่ใจอยากเขียนมากนะ แต่เหมือนคุณที่ passion มันหาย มันไม่สนุก ไม่ตื่นเต้น เขียนฟีลรักๆมุ้งมิ้งไม่ได้อีกแล้ว กดดันตลอดเวลาทุกครั้งที่เริ่มเขียน กลายเป็นว่างานที่เรารักฆ่าเราอย่างช้าๆ จนเรากลายเป็นโรคซึมเศร้า และอยากฆ่าตัวตาย (แต่ยังไม่เริ่มนะคะ ตัดสินใจไปหาจิตแพทย์ก่อนอาการเลยดีขึ้น)



      ตอนเจอนิยายเรื่องนี้ เรากำลังเสาะหานิยายดีๆอ่านเป็นแรงบันดาลใจ เพื่อจะกลับไปเขียนอีกเหมือนเดิมค่ะ ตอนแรกไม่คิดจะวิจารณ์อะไร เพราะปกติไม่เคยทำ ถ้าอ่านแล้วไม่ชอบใจก็ปิดแค่นั้น แต่สำหรับเรื่องนี้ ไม่รู้ทำไมเราข้ามไม่ได้ สารภาพตรงๆว่าเราอ่านเรื่องอิ่มอุ่นไม่จบหรอก อ่านไปได้สองสามบท เรียกว่ากวาดตาอ่านไม่ครบทุกตัวอักษรด้วยซ้ำ รู้สึกออกจะเสียมารยาทที่วิจารณ์ทั้งๆที่ไม่ทันเข้าใจเรื่องลึกซึ้ง แต่ทุกตัวอักษรของคุณ เรารู้ว่าคุณมีของ มันซ่อนอยู่ในนั้นแหละ คุณแค่ทำหายไป หรือไม่งัดมันออกมาใช้ เราก็เลยลองเขียนกระตุ้น เพื่อหวังให้งานออกมาดีขึ้น ในเมื่อเราเขียนไม่ได้ ให้คนอื่นผลิตงานดีๆ แทนเราก็ยังดี เพราะนิยายวายในเน็ตตอนนี้ มันเข้าขั้นวิกฤตแล้วค่ะ หางานมีคุณภาพไม่เจอเลย นักเขียนก็มีแต่เด็กๆมัธยมทั้งนั้น แล้วพวกเขาก็มักอีโก้สูง ทั้งที่ประสบการณ์น้อย พอมองว่าคนไหนพัฒนาไปต่อไม่ได้ เราก็ไม่เสียเวลาแนะนำให้คำวิจารณ์อะไรหรอกค่ะ เลือกเมินแล้วปิดนิยายพวกเขาทิ้งง่ายกว่า



      ตอนเราเขียนนิยาย เชื่อมั้ยคะว่าไม่ค่อยมีคนวิจารณ์เราตรงๆเลย เราหลงทาง ไม่รู้ว่างานที่เราทำออกมาดีพอรึยัง ต้องแก้ตรงไหน พอมาเจอนิยายคุณ ก็เลยไม่อยากให้เป็นเหมือนเรา แต่จะวิจารณ์ตรงๆก็เกรงว่าจะท้อ กดดันจนเลิกเขียน พออ่านสิ่งที่คุณเล่ามาเลยตกใจค่ะ อะไรที่เราคาดไว้ คุณดันผ่านมาหมดแล้ว และกำลังเผชิญในจุดเดียวกับที่เราเป็นอยู่ รู้สึกเหมือนเจอเพื่อนเลยค่ะ



      คุณเชื่อมั้ยคะว่าโลกจะดึงดูดคนประเภทเดียวกันให้มารู้จักกัน เราก็กลัวว่าคุณจะแอบเป็นคนใกล้ตัวเหมือนกัน ฮาๆ แต่เราอยากรู้จักคุณค่ะ พอจะมีหนทางติดต่อกันได้มั้ยคะ ทิ้งเฟซบุ๊ค หรือทวิตเตอร์ไว้ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่สะดวก เราจะเป็นฝ่ายทิ้งไว้เอง อยากรู้จักเพื่อนใหม่ ไหนๆโลกก็อุตส่าห์เหวี่ยงเรามาเจอกันแล้ว หวังว่าจะได้พบกันอีกเรื่อยๆนะคะ







      #8-4
    • 4 มี.ค. 58 / 19:31 น.
      อ่านคอมเมนต์คุณแล้วน้ำตาจิไหล

      สารภาพเหมือนกันว่าไม่รู้ว่าทำไมถึงทำให้เราระบายออกมาในคอมเมนต์ที่แล้วเหมือนกันค่ะ

      จริงๆ เราไม่ค่อยอยากเปิดเผยเรื่องของตัวเองเท่าไหร่ เพราะเราก็กลัวว่าถ้าคนอ่านรู้จะยิ่งทำให้ไม่อยากแตะต้องหรือวิจารณ์นิยายของเราก็ได้ แต่เราก็รู้สึกว่าอยากเล่าให้ฟัง เราเคยเปรยๆ ทางเฟสบุ๊คตัวเองเป็นหย่อมๆ แต่ไม่เคยจัดเต็มขนาดนี้ ก่อนโพสต์ก็นั่งอ่านข้อความตัวเองหลายรอบ เพราะกลัวจะภาษาจะออกมาเหมือนแก้ตัว ซึ่งเรามีเจตนาปรับทุกข์มากกว่า 5555

      เราไม่ค่อยทุกข์เพราะคำวิจารณ์เท่าไหร่ค่ะ คือออกจะชอบด้วยซ้ำ เหมือนตอนสมัยเรียนแล้วต้องเขียนเรียงความหรือรายงาน เราจะฟินมากถ้าอาจารย์ขีดฆ่า หรือแก้ภาษาจนหน้ากระดาษแดงเถือก มันเป็นความสะใจเล็กๆ ที่เพื่อนเราคงคิดว่าอีนี่โรคจิต ดังนั้นเราเลยชอบสภาวะที่ตัวเองจะมีข้อน่าตำหนิบ้าง มันรู้สึกดีกว่าทำอะไรก็ถูกไปหมด บางทีก็หมั่นไส้ตัวเองถ้าได้รับคำชมบ่อยๆ

      ตอนแปลหนังสือเราไม่ค่อยกดดันเรื่องแก้งานเท่าไหร่ เพราะเป็นพาร์ทที่เราชอบมากในงานแขนงนี้ เราฟินทุกครั้งเวลาสำนักพิมพ์ส่งต้นฉบับพร้อมสีไฮไลต์ละลานตา สีปากกา ฯลฯ เราว่าการได้แก้งานด้วยมุมมองคนอื่นมันเปิดโลกทรรศน์ของเราดี เพราะตอนเราแปลเรารู้สึกจม หมกมุ่นกับตัวเอง กับสิ่งที่แปลมาก จนบางทีลืมไปว่าเราสามารถใช้คำที่หลากหลายกว่านั้นได้

      แต่สิ่งที่ฆ่าเราตอนทำงานแปลก็คือ การต้องคงไว้ซึ่งสำนวนการเขียนของคนอื่น เรารู้สึกเหมือนถูกครอบงำด้วยประโยค ลีลาและวิธีการพูดของต้นฉบับ ไหนจะไวยากรณ์ที่ไม่ควรออกนอกลู่นอกทาง หรือสวิงสวายมากนัก เพราะมันอาจหลุดคอนเซ็ปต์ แต่ละประโยคมันทรมานมากกกกกก และเราต้องอยู่กับมันเป็นเดือนๆ พอมาเขียนหนังสือของตัวเองอีกที ความเป็นตัวเรามันหายเกลี้ยงเลย เราพะวงในการใช้คำ เราเผลอดำเนินสิ่งใดๆ ที่เราอยากเขียนด้วยกระบวนการคิดของคนอื่น เราไม่ใช่ตัวเราอีกต่อไปแล้ว เราทรุด เราไม่เหลือความมั่นใจในการเขียน ที่เรากลับมาจับแป้นพิมพ์อีกครั้ง เพราะเราตั้งใจไม่รับงานแปลนิยายอีกแล้วค่ะ เราเลยอยากได้ตัวเองกลับมา พอเจอนักอ่านเงาที่มาช่วยคอมเมนต์เรา มันรู้สึกดีใจมาก ถึงแม้ที่ติติงเรามา เราอาจจะแก้หรือไม่แก้ก็ตาม

      เรายินดีติดต่อเป็นเพื่อนกันนะคะ แต่เฟสบุ๊คเราเซ็ทไพรเวซี่ไว้ อาจแอดไม่ได้ ยังไงอีเมลมาหาเราได้ที่ somethingtoliveanddiefor@yahoo.com ค่ะ เดี๋ยวเราแอดไปหาเอง
      #8-5
  8. 4 ก.พ. 58 / 23:01 น.
    คุณ L.C.W

    จบค่าาาา ต่อให้ดองนานแค่ไหนเราก็จะต้องเขียนให้จบให้ได้ เพราะมีอีกหลายเรื่องรอต่อคิวให้เขียน ฮึบๆๆๆ

    แต่จะพยายามไม่ดองนะคะ ไม่อยากอารมณ์ขาด แต่เวลาไม่มีเวลาเนี่ย ก็ไม่รู้จะเอาเวลาไหนมาเขียนจริงๆ อ่ะ ซิกๆ
    #7
    0
  9. #6 L.C.W
    2 ก.พ. 58 / 16:59 น.
    แต่งยาวๆก็ได้ เราชอบอ่านยาวๆ 555

    จากที่อ่านมาก็น่าจะเป็นเรื่องยาวแหละ

    แลดูมีปมเรื่องเยอะ

    จะให้มันจบแบบรวมกันตูมเดียวคงแปลกๆ

    แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับคนเขียน เอาที่สบายใจ ยังไงก็ได้

    นานได้ไม่เป็นไร ขออย่างเดียว แต่งให้จบนะ

    อย่าทิ้งเราไว้ 5555

    เราก็รออ่านต่อไปเรื่อยๆ สู้ๆนะ :)
    #6
    0
  10. #5 something to live and die for (จากตอนที่ 11)
    2 ก.พ. 58 / 16:09 น.
    คุณ L.C.W

    แค่เข้ามาคอมเมนต์บ้างก็ขอบคุณมากแล้วค่ะ มีกำลังใจฮึดเขียนมากมาย

    ตอนนี้กลุ้มใจมาก ยิ่งแต่งก็ยิ่งยาว ทั้งที่อุตส่าห์วางไว้แค่สิบกว่าตอนเท่านั้น

    ช่วงเดือนนี้สปีดการเขียนทุกเรื่องจะช้าลงนะคะ เพราะธุระเยอะ เบียดเบียนเวลาเขียนมากมาย แต่ก็จะพยายามอัพอีกซักตอนหรือสองตอนภายในสุดสัปดาห์หน้าค่า
    #5
    0
  11. #4 L.C.W (จากตอนที่ 11)
    2 ก.พ. 58 / 08:59 น.
    อยากเห็นรอนใส่ชุดเจ้าสาวววววววว อิอิ

    แต่รู้สึกสงสารรอนไงไม่รู้

    รอบตัวมีแต่คนไม่ควรไว้ใจ

    ป.ล.เราอาจเม้นบ้างไม่เม้นบ้าง แต่รออ่านตลอดนะ

    ทั้ง2เรื่องเลย บางทีมันติดนิสัยเก่า นักอ่านเงา แหะๆ ไปอ่านในบล๊อกคนเขียนมา เลยไม่ได้เม้น อิ๊
    #4
    0
  12. #3 L.C.W
    26 ม.ค. 58 / 15:24 น.
    เย้ จะรอทั้ง2เรื่องเลยนะะะะ

    ไม่ต้องเครียดหรือกดดันนะ แต่งตามที่คุณเคยแต่ง

    มันดีมากๆอยู่แล้ว มีสเน่ห์ทั้ง2เรื่องเลย เราชอบมากๆเป็นกำลังใจให้นะะะะะ ^ ^ b
    #3
    0
  13. 26 ม.ค. 58 / 02:20 น.
    สวัสดีค่ะคุณ L.C.W 

    ขอบคุณมากเลยค่ะ มาเม้นต์ให้อีกแล้ว อ่านเร็วมากเลย คนเขียนอัพไม่ทัน 5555

    อย่าเพิ่งอ่าน "ตะวันกับจันทร์เจ้า" นะคะ เพราะดองไว้อยู่ อยากกลั่นเรื่องนี้กับสวัสดี...ความรักให้จบก่อน

    แป๊บๆ วันจันทร์ซะแล้ว อัพเดทตอนใหม่ไม่ทันวันเสาร์อาทิตย์เลย สารภาพว่าเขียนแล้วลบใหม่อยู่หลายรอบ ยังไม่ค่อยพอใจ เลยวนอยู่กับที่ วันสองวันนี้แหละค่ะ อาจอัพในเวลาไล่เลี่ยกันทั้งสองเรื่อง

    ขอบคุณที่ติดตามนะค้า
    #2
    0
  14. #1 L.C.W (จากตอนที่ 10)
    26 ม.ค. 58 / 01:12 น.
    โห้ยยยยยยย เรื่องนี้ก็สนุกมากกกกอ่ะ ชอบๆๆๆๆๆๆๆ

    ตามไปอ่านในบล๊อกมาด้วยยยย

    ชอบการแต่งเรื่องของคนเขียนอ่ะ ดูมีอะไรให้ติดตามดี

    มาอัพไวๆน้าาาาา รออยู่ๆ ^ ^



    ป.ล.เราลักไก่อีกแล้ว อ่านทั้งเรื่อง เม้นอันเดียว แหะๆ
    #1
    0