COME CLOSER ถูกที่ถูกเวลา

ตอนที่ 4 : Come Closer : Chapter 3 - ช่วยเหลือ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 792
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    24 ธ.ค. 63

CHAPTER 3

ช่วยเหลือ

 

 

ความอบอุ่นจากหมอนข้างที่กำลังนอนกกกอดอยู่ข้างตัวนั้นทำให้ฉันไม่อยากลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะกลัวว่ามันจะหายไปจึงมุดหน้าลงไปซุกไซ้กับความอบอุ่นตรงหน้าอย่างสบายอารมณ์ แต่แล้วก็มีสิ่งที่เข้ามาขัดจังหวะจนได้นั่นก็คือเสียงโทรศัพท์มือถือที่กำลังสั่นอย่างบ้าคลั่ง

คิ้วสวยขมวดเข้าหากันด้วยความหงุดหงิดแต่เสียง ๆ นั้นก็หายไปราวกับรู้ตัวว่ากำลังทำให้ฉันรำคาญ

“ครับ…บ่ายโมง” แต่แล้วเสียงทุ้มหนาของใครบางคนก็ดังขึ้นอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลทำให้ฉันที่กำลังหลับอย่างสบายใจต้องฝืนลืมตาที่หนักอึ้งขึ้นมามองด้วยความสงสัย

ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไร ตากลมโตก็พลันเบิกกว้างจนแทบจะหลุดออกมาจากเบ้าเมื่อเห็นว่าใครคือต้นตอของเสียงนั้น

“นี่คุณ!” ใบหน้าหล่อของเขาหันมามองฉันเล็กน้อยพร้อมกับวางโทรศัพท์มือถือไว้ที่โต๊ะหัวเตียงก่อนที่จะพูดกับฉันด้วยประโยคสั้น ๆ “นี่เพิ่งหกโมงเช้านอนต่อเถอะ” 

ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ดูตกใจกับการที่ฉันมานอนอยู่ข้าง ๆ เลยสักนิด ใบหน้าหล่อรีบปิดเปลือกตาลงอย่างไม่สนใจอะไรและเข้าสู่ห้วงนิทราอย่างเร็วจนฉันได้แต่มองตามตาปริบ ๆ เพราะกำลังงุนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า

ร่างสูงที่เคยบอกว่าเป็นแฟนปลอม ๆ บัดนี้หลับตาพริ้มอย่างสบายใจพร้อมยังใช้แขนที่มีรอยสักกระจายอยู่ทั่วแขนโอบกอดฉันเอาไว้ราวกับว่าฉันเป็นนหมอนข้างโง่ ๆ ประดับเตียง

นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย ทำไมผู้ชายคนนี้ถึงมาอยู่บนเตียงเดียวกับฉัน?

“คุณ!”

เพียะ!

“ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ” ฉันฟาดมือลงไปกับแผ่นอกเปลือยเปล่าที่มีอักษรภาษาอังกฤษสีดำตัวเล็ก ๆ อยู่เพื่อให้เขาตื่นมาให้คำตอบฉัน

แต่ร่างสูงกลับไม่สะเทือนใด ๆ ยังคงหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมออย่างสบายใจทำให้ฉันเริ่มไม่พอใจจึงใช้สองหมัดเล็กทุบลงไปที่อกหนานั้นรัว ๆ 

ตุบ ตุบ ตุบ!

ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยหลับไม่รู้เรื่องรู้ราวเริ่มตอบสนองโดยการขมวดคิ้วด้วยความหงุดหงิดก่อนที่เขาจะพลิกตัวขึ้นมาคร่อมอยู่บนร่างของฉันอย่างรวดเร็วจนทำให้ตัวของฉันจมไปกับที่นอนหนานุ่ม

หมับ! มือใหญ่รวบสองมือของฉันที่กำลังทำร้ายเขาด้วยมือ ๆ เดียวและกดมันเอาไว้จนฉันขยับไม่ได้ ลมหายใจอุ่นร้อนเคลื่อนตัวเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนฉันตั้งตัวไม่ทันจึงรีบหลับตาปี๋เพื่อหลีกเลี่ยงการสบตากับเขา

“รำคาญ” คำสั้น ๆ แต่กลับกรีดลึกลงไปในหัวใจทำให้ฉันตัดสินใจลืมตาขึ้นมาอย่างเอาเรื่อง

พอจะอ้าปากพูดก็ต้องหยุดชะงักเมื่อเห็นว่าเราอยู่ในท่าที่ไม่เหมาะสม ลำตัวใหญ่พาดผ่านอยู่บนตัวของฉันแต่ไม่มีความรู้สึกหนักใด ๆ ราวกับว่าแค่ต้องการที่จะกักกันฉันเอาไว้เท่านั้น ใบหน้าหล่อโน้มหน้าลงมาจนฉันแทบจะไม่มีพื้นที่หายใจทำให้ลมหายใจของฉันติดขัดขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ

นี่ฉันกำลังเสียเปรียบอยู่ชัด ๆ

“จะพูดอะไร” 

“ปะ เปล่า” เมื่อรู้ว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์ไม่ดีจึงเบนหน้าไปด้านข้างทำให้ลมหายใจร้อน ๆ ของเขากระทบกับซอกคอจนชวนหวิว

“ถ้าไม่มีก็นอนอยู่เงียบ ๆ” ร่างสูงผละออกไปอย่างไม่รีบร้อนแต่ยังคงรวบตัวฉันเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนตามเดิม ท่าทีที่พร้อมจะนอนหลับอีกรอบทำให้ฉันต้องรวบรวมความกล้าทั้งหมดของตัวเองห้ามเขาเอาไว้

“ดะ เดี๋ยวสิ อย่าเพิ่งนอน” เสียงลมหายใจที่แปลกไปของคนข้าง ๆ ทำให้ฉันรู้ตัวว่าตนคงทำให้เขาไม่พอใจเข้าแล้ว

“มีอะไร” สายตาคมที่มองมาราวกับจะสื่อว่าถ้าไม่พูดออกมาตอนนี้จะเตะลงจากเตียงเดี๋ยวนี้ทำให้ฉันรีบเรียบเรียงคำพูดในหัวพร้อมกับเปิดปากพูด

“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

ใบหน้าคมขมวดคิ้ว “จำไม่ได้?”

ฉันส่ายหน้าเป็นคำตอบ

“ซื่อบื้อ” นิ้วชี้เรียวยาวแตะมาที่หน้าผากของฉันพร้อมออกแรงผลักจนหัวของฉันแนบกับหมอน

“โอ๊ย” 

คนบ้านี่! ถามดี ๆ ทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย

เสี้ยววินาทีผู้ชายคนนี้ก็ลุกขึ้นจากเตียงและใช้แผ่นหลังที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเนื้อพิงกับหัวเตียงเอาไว้ เขาหยิบมือถือที่เมื่อครู่มีคนโทรมาหาออกมาเช็ดอะไรสักอย่างก่อนที่จะเหลือบมามองฉันที่มองการกระทำของเขาอยู่ไม่ห่าง

“ไปอาบน้ำได้แล้ว” เดี๋ยวสิ เขายังไม่ได้ให้คำตอบฉันเลยนะ ทำตัวแบบนี้มันไว้ใจได้ที่ไหน

“นายก็บอกฉันมาสักทีสิว่าทำไมฉันถึงมาอยู่ที่นี่ได้” เขาเบนหน้ามามองฉันเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้มีคำตอบอะไรหลุดออกมาจากปากนั้น

และที่ที่ว่านั่นก็คือห้องนอนที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของผู้ชายอยู่เต็มเปี่ยมไม่ว่าจะเป็นข้าวของหรือแม้กระทั่งการตกแต่ง แต่ฉันแอบเหลือบไปเห็นภาพถ่ายขาวดำของผู้หญิงคนหนึ่งที่วางอยู่บนโต๊ะและก็แอบเดาว่าน่าจะเป็นคนในครอบครัวของเขาเพราะมันดูแปลกตาขัดกับการตกแต่งเอามาก ๆ

“แค่ไม่โดนทำร้ายก็น่าจะพอใจแล้วไม่ใช่ไง จะอยากรู้ไปทำไม”

ถ้าฉันอยากจะตบปากเขาตอนนี้จะได้ไหม!

บ้าไปหรือเปล่าอยู่ดี ๆ ฉันก็ตื่นขึ้นมาอยู่ในห้องของคนแปลกหน้า พร้อมยังนอนอยู่บนเตียงเดียวกันแบบนี้ จะไม่ให้ฉันอยากรู้ได้ยังไงว่าตัวเองมานอนอยู่ที่นี่ได้ยังไง ถ้าตื่นมาแล้วเป็นคอนโดของเค้กฉันจะไม่ถามเลยแต่นี่มันเป็นที่ของเขาไง คนอย่างเขามันน่าไว้ใจได้ที่ไหน

“ไม่พอ! ฉันอยากรู้เรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด” แค่พูดออกมามันจะยากอะไร เมื่อคืนฉันไปก่อเรื่องอะไรทำไมมันดูพูดอยากพูดเย็นอะไรขนาดนี้

ร่างหนายักไหล่ขึ้นอย่างไม่ใส่ใจก่อนที่จะเหวี่ยงผ้าห่มที่คลุมส่วนล่างของเขามาปกปิดหน้าฉันเอาไว้

ทำให้มือของฉันตอบสนองโดยการดึงทึ้งผ้าห่มหนาที่ปิดหน้าเอาไว้ออกเพื่อพาตัวเองออกมาหายใจอย่างทันท่วงที

“ถ้ายังอยากรู้...” ใบหน้าที่สมบูรณ์แบบเคลื่อนมาใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ จนฉันต้องหดคอหนี

“…”

“ก็ต้องทำอะไรตอบแทน” ริมฝีปากติดคล้ำกระตุกขึ้นเล็กน้อยราวกับว่ากำลังสะใจที่ได้แกล้งฉันก่อนจะเดินออกไปที่ระเบียงโดยไม่ลืมที่จะหยิบไฟแช็กกับซองบุหรี่ไปด้วย

คนที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงอย่างฉันก็ได้แต่ด่าตามหลังเขาอยู่ในใจและระบายอารมณ์โมโหกับหมอนข้างที่คลุมด้วยปอกสีดำที่วางแหมะอยู่ข้าง ๆ กัน

เมื่อสำรวจแล้วว่าร่างกายไม่มีตรงไหนที่สึกหรอหรือถูกกระทำทำให้ฉันลอบถอนหายใจอย่างโล่งอก

เอาหน่า อย่างน้อยก็ยังดีที่เขาไม่ได้ทำอะไร

การอาบน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็วเมื่อแม่บ้านนำเสื้อผ้าผู้หญิงเข้ามาให้ฉัน ทำให้ฉันไม่ต้องแบกหน้าไปขอเสื้อผ้าของเขามาใส่ 

ถ้าถามว่าชุดเมื่อคืนไปไหนฉันก็ตอบได้เลยว่าเละเทะมากเพราะเต็มไปด้วยของเสียที่ออกมาจากปากของฉันหรือตอบง่าย ๆ มันก็คืออ้วกนั่นแหละ ถ้าจะให้ใส่ตัวเดิมฉันยอมไปขอเสื้อผ้าของเจ้าของคอนโดนี้มาใส่ดีกว่า

พอทำธุระทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยฉันก็มานั่งรอเขาอยู่ที่ห้องนั่งเล่นที่มีโต๊ะกินข้าวไม่ใหญ่มาวางอยู่มุมห้อง แม่บ้านคนเดิมที่เอาเสื้อผ้ามาให้ฉันตักข้าวต้มใส่ชามไว้สองชามและนำไปเสิร์ฟที่โต๊ะ ๆ นั้นก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้องไป

ทำให้ตอนนี้ในห้องมีแค่ฉันกับเขาที่เคยโมเมบอกกับคิงว่าคบกันอยู่ ต่างกับความจริงลิบลับเพราะตอนนี้แม้แต่หน้าเขายังไม่มองฉันเลย

“ไปกินข้าว” ร่างสูงที่อยู่ในชุดสูทเต็มยศเดินไปนั่งลงที่โต๊ะกินข้าวนั้นพร้อมกับใช้สายตาที่สื่อถึงการบังคับกัน

ฉันที่นั่งจมอยู่กับโซฟายกมือขึ้นกอดอกพร้อมมองไปทางอื่น “ฉันไม่กิน ฉันจะกลับไปกินที่บ้าน” 

“ตามใจ”

“...” 

เวลาผ่านไปราวสามนาทีฉันก็ค่อย ๆ เหลือบไปมองร่างสูงที่นั่งทานข้าวต้มหอมกรุ่นอยู่อย่างไม่รีบร้อน ถึงแม้ว่าปากจะบอกไม่กินแต่ร่างกายของฉันมันกลับไม่เชื่อฟัง ส่งสัญญาณเตือนกันอยู่เรื่อย ๆ จนฉันต้องทำอะไรสักอย่าง

“นี่นาย” 

“อะไร”

“เมื่อไหร่จะไปส่งฉันสักที ฉันอยากกลับบ้านแล้วนะ” นี่มันก็เป็นเวลาเกือบสิบโมงแล้วเขายังไม่มีท่าทีว่าจะไปส่งฉันเลยสักนิดจนฉันแอบหวั่นว่าเขาจะทิ้งฉันเอาไว้ให้กลับเอง

ถ้าวันปกติฉันคงไม่ต้องมานั่งคิดมากแบบนี้หรอกแต่นี่ฉันดันทำกระเป๋าสะพายหายไปทั้งใบ ติดต่อใครก็ไม่ได้แบบนี้มันคงมีทางเดียวที่ฉันจะกลับบ้านได้ก็คือของความช่วยเหลือจากเขาเท่านั้นแหละ

“ไม่ว่างมีประชุม”

เดี๋ยวนะ ไม่ว่างแล้วทำไมไม่บอกกันก่อนล่ะ

“นายก็แวะไปส่งฉันก่อนสิ” ฉันออกคำสั่งไปโดยไม่รู้ตัว ตอนนี้ก็ยังไม่ประชุมนี่แวะส่งแค่ไม่นานก็ได้ไม่ใช่เหรอ

“ทำไมผมต้องลำบากไปส่งคุณ” ผ้าสีขาวถูกซับบริเวณริมฝีปากอย่างอ้อยอิ่งเป็นสัญญาณว่าเขาทานอาหารเสร็จแล้ว

ใจดำ!

พอรู้ว่าฉันคงพึ่งอะไรเขาไม่ได้สมองจึงค่อย ๆ ประมวลผลหาทางออก

“ถ้านายไม่ไปก็โทรบอกพี่ชายฉันให้หน่อยได้ไหม” ฉันรู้ว่าเขารู้จักพี่ชายของฉันเพราะว่าวันแรกที่เราเจอกันเขามาที่บ้านของฉันทั้งยังคุยกับพี่ชายของฉัน ยังไงก็ต้องมีเบอร์ติดต่อกันบ้างล่ะ

“นี่คือคำพูดของคนที่กำลังขอความช่วยเหลืองั้นเหรอ”

“ถ้าคุณจะไม่ช่วยฉันก็บอกมาตรง ๆ เลยได้ไหมหรือไม่ก็ไปทิ้งฉันไว้หน้าคอนโดคุณก็ได้เดี๋ยวฉันจะหาทางกลับเอง” เมื่อเริ่มทนไม่ไหวกับการกวนประสาทของคนตรงหน้าฉันก็เลยเผลอพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่ใช้อารมณ์ทำให้เขานิ่งไป

ต่อมาร่างสูงก็ลุกขึ้นยืนและสาวเท้ามาใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ตรงหน้ากันก่อนที่จะเบี่ยงไปอีกทางที่น่าจะเป็นประตูห้อง“ตามมา”

แกรก! มือหนาจัดการเปิดประตูและเบี่ยงตัวเล็กน้อยพอให้ฉันลอดตัวออกไปยืนข้างนอกได้

หน้าห้องที่ไม่น่าจะมีใครอยู่แต่กลับมีเหล่าชายชุดดำยืนนิ่งทำหน้าตาเคร่งขรึมอยู่ประมาณสี่คนราวกับรูปปั้นคนประดับไว้หน้าห้อง

ทำไมถึงมีการ์ดเยอะขนาดนี้ล่ะ

เขาทำงานอะไรกันแน่ เป็นคนปกติหรือเปล่า หรือเป็นพวกมาเฟียน่ากลัวที่ชอบตามล่าคนเหมือนกับในละคร 

คนตัวเล็กที่ยืนอยู่ท่ามกลางเหล่าชายฉกรรจ์เริ่มจินตนาการไปไกล

คนปกติที่ไหนเขามีลูกน้องเยอะขนาดนี้กัน ขนาดพี่ชายของฉันที่ดูเป็นคนรักสนุกมากแถมยังมีสาว ๆ กับพวกลูกผู้มีอิทธิพลเข้าหาตั้งเยอะยังไม่มีคนดูแลเยอะขนาดนี้ อย่างมาก็แค่สองคน แต่ทำไมเขาถึงได้จ้างคนมาเยอะขนาดนี้ล่ะ

“กร” คนเป็นเจ้าของคอนโดเปล่งเสียงเรียกใครสักคน

“ครับนาย” เจ้าของชื่อที่ยืนตัวใหญ่ขานรับด้วยเสียงที่หนักแน่น 

“ไปส่งเธอซะ” เดาได้เลยว่าเขาคงจะให้การ์ดตัวใหญ่หน้าตี๋คนนี้ไปส่งฉันที่บ้านแน่ ๆ 

หึ แค่นี้ก็สิ้นเรื่อง ทำไมต้องยืดเยื้อให้เสียเวลาตั้งนานล่ะ

“ครับนาย” ฉันหันไปมองร่างสูงที่เจอตั้งแต่ตื่นขึ้นมาเล็กน้อยก่อนที่จะสะบัดตัวเดินนำหน้าพี่การ์ดคนนั้นไป

หมับ! 

ยังไม่ทันที่จะก้าวออกไปแขนเล็กก็ถูกใครคนนึงรั้งเอาไว้และออกแรงดึงจนฉันเซไปด้านหลังหลายก้าวจนต้องคว้าอะไรสักอย่างไว้เพื่อเป็นหลักยึดไม่ให้ล้มลงไปกองกับพื้น

ไม่ถึงเสี้ยววินาทีมือเล็กที่หาที่เกาะเมื่อครู่ก็รีบชักมือกลับเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ต้นจับอยู่เป็นต้นคอหนาของผู้ชายหน้านิ่งที่ฉันไม่ชอบหน้าเอาซะเลย

ดูสิส่งสายตาน่ากลัวกลับมาอีก

“อะไรของคุณมาจับฉันไว้ทำไม” คนทำตัวไม่ถูกรีบพูดขึ้นเพราะกลัวว่าจะแสดงอาการผิดปกติออกไป

ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของมือใหญ่ที่ล็อคต้นแขนฉันอยู่ตอนนี้อย่างเอาเรื่อง

“ลิฟต์อยู่ฝั่งนี้”

เพล้ง! 

จบกัน แล้วทำไมไม่บอกตั้งแต่แรกเล่า

ใบหน้าของคนที่เอาเรื่องเมื่อครู่แปรเปลี่ยนจนเป็นสีแดงฉาดอย่างรวดเร็ว ด้วยความอายฉันจึงรีบสะบัดมือที่จับอยู่ที่ต้นแขนออกและออกตัววิ่งไปอีกทาง

นี่มันวันซวยอะไรเนี่ย ตื่นมาตอนเช้าก็อยู่บนเตียงกับใครก็ไม่รู้ กระเป๋าสะพายใบโปรดก็มาหาย เงินก็ไม่มีสักบาท แถมยังมาอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ 

“ฮึ่ย! นี่มันบ้าอะไรวะเนี่ย” ระหว่างที่ฉันกำลังโมโหกับตัวเองอยู่นั้น คุณการ์ดหน้าตี๋ก็โผล่มาจากด้านหลังพร้อมกับท่าทางที่ดูเหมือนกับว่ากำลังกลั้นขำทำให้ฉันยิ่งอายเข้าไปใหญ่

ทั้งเจ้านายทั้งลูกน้องเลยนะ! 

 “ไปกันเถอะครับ” 

 

 

คุณการ์ดที่ได้รับมอบหมายจากเจ้านายบ้าอำนาจของเขาขับรถมาส่งฉันที่หน้าบ้านตามที่บอกไว้ โดยใช้เวลาไปทั้งหมดร่วมสี่สิบนาที ทั้ง ๆ ที่คอนโดของเจ้านายเขาอยู่ไม่ได้ไกลจากบ้านของฉันมากนักคงเป็นเพราะว่ารถที่สัญจรและติดอยู่บนท้องถนนอันยาวเหยียดทำให้เราเสียเวลาไปนานเลยทีเดียว

“ขอบคุณที่มาส่งนะคะ” เมื่อรถจอดเข้าที่แล้วฉันก็กล่าวขอบคุณคุณการ์ดหน้าตี๋ที่อุตส่าห์มาส่งอย่างจริงใจ

“ครับ” ผู้ชายชุดดำที่ยังคงคอนเซ็ปต์พูดน้อยก้มหน้าให้ฉันเป็นอันรับทราบก่อนที่ฉันจะก้าวขาลงจากรถมาและดันประตูให้ปิดลง

ปัง!

ทันที่ที่ปิดประตูเสร็จรถหรูคันใหญ่ก็เคลื่อนตัวออกไปจากบริเวณหน้าบ้านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อมองตามไปสุดสายตาแล้วฉันก็หมุนตัวเดินเข้าบ้านไปอย่างเคยตัว

เมื่อเข้ามาในบ้านที่อยู่มาตั้งแต่เกิดฉันก็ยิ่งระแวงว่าจะมีคนมาเห็นสภาพของตัวเอง ถึงแม้ว่าจะอาบน้ำมาแล้วแต่ตอนนี้ฉันก็ไม่ได้ต่างจากก่อนที่ยังไม่ได้อาบน้ำมากนัก จึงเลี่ยงพาตัวเองเดินเข้ามาทางหลังบ้านแทนเพราะไม่อยากตอบคำถามคนที่บ้าน

เมื่อเดินขึ้นมาถึงห้องนอนของตัวเองฉันก็ล้มตัวนอนบนเตียงอย่างหมดแรง

เฮ้อ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันกันแน่

สมองพลันนึกถึงเรืองเมื่อคืนจนฉันเริ่มปวดหัวไปหมด เพราะภาพความทรงจำสุดท้ายของฉันคือการวิ่งหนีคิงและฉันก็จำอะไรต่อจากนั้นไม่ได้เลย

เปลือกตาอ่อนล้าค่อย ๆ ปิดลง ก่อนที่ลมหายใจเข้าออกจะเป็นจังหวะสม่ำเสมอบ่งบอกได้ว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงได้หลับลงไปเรียบร้อยแล้ว

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

เสียงเคาะประตูห้องทำให้คนที่กำลังหลับใหลสะดุ้งตื่นขึ้นมา ก่อนที่จะเหลือบไปมองนาฬิกาดิจิทัลที่ส่องสว่างในห้องที่มืดมิด ทำให้เห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาบ่ายโมงแล้ว

นี่ฉันเผลอหลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอ

“แป๊บนึงนะคะ” ฉันตะโกนบอกคนหน้าประตูก่อนที่จะก้มลงมามองดูเสื้อผ้าตัวเองที่ยังคงอยู่ในชุดเมื่อเช้า

ต้องเปลี่ยนสินะ 

เมื่อลากสังขารตัวเองไปที่ตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่หน้าประตูห้องน้ำ มือเล็กก็คว้าเสื้อยืดตัวเล็กมาหนึ่งตัวกับกางเกงขาสั้นตัวเก่งที่ใส่เป็นประจำในช่วงวันหยุดออกมาเปลี่ยน

แค่นี้ก็เรียบร้อย

ยังไม่ทันที่จะก้าวไปที่หน้าประตูฉันก็มองเงาของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกเงาบานใหญ่ และใช้มือจัดทรงผมให้เข้าที่เข้าทาง เมื่อรู้สึกว่าทุกอย่างเข้าที่เข้าทางแล้วจึงเดินไปเปิดประตูให้กับคนหลังประตู

แกร็ก!

เมื่อประตูไม้บานใหญ่ถูกเปิดออกมาก็เจอกับแม่บ้านตัวเล็กที่กำลังยืนรออยู่ เมื่อเราสบตากันเธอก็รีบเอ่ยสิ่งที่ต้องพูดออกมา

“คุณแพรคะ คุณเกรซมาหาค่ะ”

เกรซมางั้นเหรอ มีเรื่องอะไรหรือเปล่านะ

“ตอนนี้อยู่ที่ไหนคะ”

“นั่งรออยู่ห้องนั่งเล่นค่ะ” 

“โอเคค่ะ เดี๋ยวแพรเดินลงไปหาเกรซเอง พี่ไปทำงานต่อเถอะค่ะ”

“ค่ะคุณแพร” แม่บ้านตัวเล็กตอบรับอย่างเข้าใจ 

พอส่งสารเสร็จเธอก็ขอตัวไปทำงานต่อในครัว ฉันจึงเดินแยกมาอีกทางเพื่อมุ่งหน้าไปที่ห้องนั่งเล่น

เมื่อถึงที่หมายก็เจอกับเพื่อนสนิทที่นั่งทำหน้าครียดอยู่คนเดียว และข้าง ๆ เธอก็มีกระเป๋าสะพายอยู่สองใบ ใบแรกคือ Gucci Dionysus ที่น่าจะเป็นของเกรซเองส่วนใบต่อมาที่วางอยู่ไม่ไกลตัวเธอคือใบที่ฉันคุ้นเคยกับมันที่สุดและดูเหมือนว่าน่าจะเป็นกระเป๋าของฉันเองที่หายไปเมื่อคืนนี้

“มาพอดีเลย” ใบหน้าที่บ่งบอกถึงเชื้อสายตะวันตกยิ้มรับเมื่อเห็นว่าฉันเดินเข้าไป

“ทำไมวันนี้ถึงมาหาฉันได้ล่ะ” ถึงแม้จะรู้เหตุผลอยู่แล้วแต่ก็ยังอยากจะฟังจากปากของเธอเองเผื่อว่าจะสามารถสืบสาวไปถึงเรื่องเมื่อคืนได้

ใบหน้าเค้าโครงฝรั่งทำหน้าลังเล็กน้อยก่อนที่จะเริ่มพูดอะไรออกมา “แกจำเรื่องเมื่อคืนได้ไหม?” 

“เมื่อคืนงั้นหรอ...” ฉันนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เหล่านั้นอีกครั้งแต่ก็เปล่าประโยชน์ เมื่อสมองมันจำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย “ฉัน...จำไม่ได้เลย”

“ถ้าฉันจะขอให้แกตัดขาดกับไอ้คิงไปเลยจะได้ไหมได้ไหม”

ตัดขาดอย่างนั้นเหรอ?

ด้วยสีหน้าที่จริงจังที่เธอแสดงออกมานั้นยิ่งทำให้ฉันอยากรู้เรื่องทั้งหมด

“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เกรซ เรื่องเมื่อคืนมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมฉันถึงได้ไปนอนอยู่กับผู้ชายคนนั้น แล้วทำไมของ ๆ ฉันถึงได้อยู่กับแกแบบนี้ แล้วมันเกี่ยวกับคิงยังไง” ใจของฉันเริ่มไม่ดีเมื่อรู้สึกว่าเพื่อนมีเรื่องอะไรปิดบังอยู่ในใจ ฉันรีบถลาตัวเข้าไปจับมือเธอไว้เพื่อถามไถ่เรื่องราวทั้งหมด “ช่วยเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม”

“แกอยากรู้จริง ๆ งั้นเหรอ” 

“แกบอกฉันมาเถอะเกรซ...ถือว่าฉันขอร้องล่ะ”

ถึงเรื่องมันจะเลวร้ายมากแค่ไหนฉันก็รับได้ทั้งนั้น ฉันไม่อยากเป็นคนที่ไม่รู้อะไรเลยราวกับคนโง่แบบนี้

“ก็ได้ ๆ”

เกรซเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฉันฟังตั้งแต่ที่ได้รับข้อความจากฉันที่ส่งไปหาเธอจนตอนที่เราแยกจากกัน ถึงแม้ว่าข้อมูลที่ได้มานั้นมาจากปากของเพื่อนคนที่อยู่ในเหตุการณ์ด้วยกันแต่มันก็ไม่ได้ทำให้ฉันรื้อฟื้นความทรงจำที่หายไปกลับมาได้เลยแม้แต่น้อย

เพราะมันอาจจะเกิดจากอาการแปลกประหลาดของฉันที่เกิดขึ้นหลังเหตุการณ์เลวร้ายครั้งก่อน จนถึงทุกวันนี้มันก็เหมือนเป็นสิ่งที่ฝังอยู่ในใจของฉันเรื่อยมา

“ถ้าแกยังเป็นแม่พระอยู่แบบนี้ ฉันมั่นใจว่าสักวันแกต้องตกเป็นของมันแน่นอน” เกรซที่ยังคับแค้นกับคิงพยายามพูดให้ฉันอยู่ห่างจะเพื่อนรักเพื่อนร้ายที่ประสงค์ร้ายคนนี้

“ฉันรู้” ฉันตอบเสียงอ่อย

“ถ้ารู้ก็ต้องทำตาที่ฉันบอกเข้าใจไหม ห้ามใจอ่อนเด็ดขาด” ฝรั่งน้อยชี้นิ้วบอกพร้อมกับคาดโทษ

ท่าทางที่เหมือนกับคุณแม่ของเธอทำให้ฉันยิ้มออกมาได้

“ครั้งนี้ใครจะไปใจอ่อนได้ลงล่ะ ทำกันขนาดนี้” เขาทำกับฉันแบบนี้ฉันคงกล้ากลับไปเป็นเพื่อนเขาอยู่หรอก

“ให้มันจริงเถอะ…เออ!” น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปกับดวงตาที่เบิกกว้างเหมือนกับว่านึกอะไรออกนั้นทำให้ฉันหันไปจ้องหน้ามันอัตโนมัติ

“อะไรของแก อยู่ดี ๆ ก็เสียงดัง ตกใจหมดเลย”

“ว่าแต่คนเมื่อคืนที่มาช่วยแกน่ะ แฟนหรอ?” ใบหน้าที่เคยจริงจังเปลี่ยนไปเป็นคนทะเล้นอย่างทันตาจนฉันปรับอารมณ์ตามแทบไม่ทัน

แฟนเฟินอะไรกัน ไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น!

“บะ บ้า แฟนที่ไหน ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” ฉันเบือนหน้าหนีมัน

“แต่เมื่อคืนเขาดูเป็นห่วงแกมากเลยนะ แถมยัง...” 

เป็นห่วงอย่างนั้นเหรอ ตาฝาดไปหรือเปล่า

“ยังอะไร”

เพื่อนที่ดูเหมือนจะพูดอะไรก็ปฏิเสธทันที่ “เปล่า ๆ”

ตาบ้านั่นน่ะนะไม่มีทางมาเป็นห่วงฉันได้หรอก มีแต่หาทางแกล้งฉันให้สะใจเท่านั้นแหละ

“นี่กระเป๋า” กระเป๋าสะพายสีดำลูกรักของฉันถูกเอามาวางไว้บนโต๊ะตรงหน้า

ฉันที่เก็บเงินมานานเพื่อซื้อลูกรักใบนี้ก็รีบคว้ามันมาไว้ในอ้อมอกและสำรวจด้วยความเบามือ ด้วยสภาพที่เหมือนเดิมทุกอย่างไม่มีหนังส่วนไหนสึกหรอทำให้ลมหายใจที่เก็บไว้ถูกพ่นระบายออกไปอย่างโล่งใจ

ลูกแม่ อย่าหนีหายไปไหนแบบนี้อีกนะ

“ขอบใจมากนะ” ฉันหันไปกล่าวขอบคุณเพื่อน

“แกจะไม่เช็คของข้างในเลยหรือไง”

“ไม่ต้องห่วงของสำคัญฉันไม่ได้เอาไปด้วยหรอก อย่างมากก็แค่พวกบัตรประชาชนกับเงินเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้นแหละ”

แน่นอนว่าการที่จะไปเที่ยวที่แบบนี้บอกตามตรงเลยนะว่าฉันก็แอบกลัวว่าของจะหายอยู่เหมือนกัน จึงเอาไปแค่ที่จำเป็นเท่านั้น

“ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว”

“รีบไปไหนไหมอ่ะ อยู่กินข้าวกันก่อนไหม” ฉันเพิ่งนึกได้ว่าตั้งแต่เช้าตนยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเลย จึงจะขอให้มันอยู่ทานข้าวด้วยกันก่อน 

ถ้าตามนิสัยปกติของเกรซมันก็ต้องอยู่ทานด้วยกันอยู่แล้ว รายนี้เขาขี้ประจบประแจงจนแม่ของฉันรักมันเหมือนกับว่าเป็นลูกอีกคนเลย

“อืม...” ใบหน้านั้นฉุกคิดอยู่นิดหน่อยก่อนจะตอบออกมา “โอเค ฉันอยู่กะ...ไม่ได้!”

ดวงตากลมโตตามประสาฝรั่งเบิกกว้างขึ้นพร้อมสีหน้าที่แสดงออกว่าตกใจอย่างสุดขีดกับอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างหลังฉันทำให้ฉันต้องหันกลับไปมองด้วยความสงสัย

ทันใดนั้นก็แอบยิ้มอยู่ในใจอย่างเข้าใจเมื่อเห็นร่างสูงในสูทสีเทาเดินขมวดคิ้วเข้ามาในห้องนั่งเล่นที่เรานั่งอยู่ด้วยกัน

ทำห็ฉันรีบทักทายออกไป “พี่แทน วันนี้ไม่ทำงานเหรอคะ”

“พี่มีเรื่องจะคุยด้วย” ใบหน้าเคร่งเครียดนั้นยิ่งทำให้ฉันรู้สึกแปลก ๆ

ไปกินรังแตนที่ไหนมาเนี่ย

“แต่แพรต้องกินข้าวกับเกรซก่อน” ไหน ๆ ก็อยู่ด้วยกันแล้ว ได้โอกาสของฉันสักที

“ไม่ดีกว่า พอดีฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระต้องไปทำต่อ ไว้วันหลังก็แล้วกันนะ” เพื่อนสาวโบกมือพัลวัน

แหนะ คิดจะหนีเหรอ ไม่มีทางหรอก

“ไม่นานหรอกน้า กินข้าวกับฉันก่อนได้ไหม เราไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้นานแล้วนะ” ฉันหันไปทำตาปริบ ๆ พร้อมกับเกาะแขนเกาะขาเพื่ออ้อนให้มันยอมอยู่ด้วยกัน  

“คือว่า…” เพื่อนสาวตั้งท่าจะปฏิเสธ

“น้า...แป๊บเดียว”

“เฮ้อ ก็ได้ ๆ” ในที่สุดก็ยอมแพ้ให้กับลูกอ้อนของฉัน 

“พี่แทนก็อยู่ทานด้วยกันนะ” ฉันหันไปบอกพี่ชายตัวสูงแกมบังคับ 

เมื่อคนที่กลายเป็นกามเทพหลอก ๆ แอบเห็นว่าทั้งคู่สบตากันก็ยิ่งได้ใจ รีบเดินเข้าไปบอกคนงานในครัวให้เตรียมอาหารมื้อเที่ยงที่ควรกินตั้งนานแล้วมาตั้งโต๊ะพร้อมจัดแจงที่นั่งให้คนทั้งคู่อย่างเสร็จสรรพ โดยได้รับสายตาคาดโทษมาจากพี่ชายมาเป็นรางวัล

ทำไงได้ อยากได้พี่สะใภ้แบบนี้นี่ ปรึกษาได้ ปกป้องฉันได้ แถมยังรู้ทันคนอีก เพอร์เฟคที่สุด

“ทานแล้วนะคะ” ฉันให้สัญญาณเป็นการเริ่มมื้อเที่ยงของเราโดยที่ทำเป็นไม่สนใจคนทั้งคู่ที่อยู่ตรงหน้า

ถึงจะรู้สึกถึงบรรยากาศที่แปลกไประหว่างสองคนนี้แต่ฉันก็ไม่กล้าที่จะเอ่ยถามอะไรออกไป เพราะว่าอาการของเพื่อนฉันมันแปลกไปตั้งแต่ที่เห็นหน้าพี่แทนแล้ว ปกติคนที่ไม่เคยกลัวใครอย่างเกรซไม่มีทางที่จะทำท่าทางอย่างนี้ออกมาแน่นอนแม้ว่าคน ๆ นั้นจะเป็นนักกล้ามตัวใหญ่แค่ไหนก็ตาม

เดี๋ยวจะไปเค้นให้หนักเลย ปิดบังอะไรไว้กันแน่

มื้ออาหารของเราผ่านไปรวดเร็วราวกับสายลม หลังจากที่ไปส่งเกรซเสร็จแล้ว ฉันต้องเดินคอตกตามพี่ชายบังเกิดเกล้าขึ้นไปที่ห้องทำงานของเขาอย่างช่วยไม่ได้

ยังไม่ทันได้เงยหน้า นิ้วใหญ่ของพี่ชายก็บรรจงดีดเข้ามากลางหน้าผากมนอย่างแรง

โป๊ก!

“อูยยยย” มือเล็กของคนเป็นน้องยกขึ้นมาลูบหน้าผากตัวเองป้อย ๆ

ดีดมาได้ไงเนี่ย เจ็บนะ

“คิดจะทำอะไรหื้ม” พี่ชายเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะพร้อมกับยกมือขึ้นกอดอก ใบหน้าหล่อเลิกคิ้วขึ้นต้องการคำตอบ

“เปล่านะ ก็แค่อยากกินข้าวกับเกรซเอง พี่แทนคิดน่ะคิดอะไร” 

“อย่าคิดว่าพี่ไม่รู้นะว่าแพรคิดจะทำอะไร”

คิดจะทำอะไร ไม่มี๊

“คิดมากไปเปล่า แพรจะทำอะไรพี่แทนได้ล่ะ” 

ฉันทำอะไรเขาไม่ได้หรอก แค่หยอดให้เขามาติดกับเท่านั้นแหละ ที่เหลือก็ให้ทั้งสองคนจัดการกันเอาเองก็แล้วกัน

 “...”

“ที่บอกว่ามีเรื่องจะคุย…”  ฉันเดินเข้าไปใกล้เขาอีกนิด “เรื่องอะไรเหรอคะ”

“เมื่อคืนไปไหนมา” หืม เขารู้เรื่องเมื่อคืนด้วยเหรอ ฉันว่าฉันก็หลบดีแล้วนะ ยังหลุดมาได้เหรอเนี่ย

ข่าวเร็วจริง ๆ

“ไปดูเพียวแฟนของเค้กเล่นดนตรีที่ CRY ค่ะ” ฉันบอกปัดเรื่องอื่นไป

ใครจะกล้าบอกความจริงล่ะ 

“แล้วไปนอนที่ไหนมา” เสียงเข้มเค้นเอาคำตอบ

“ห้องเพื่อนค่ะ” ฉันตอบอย่างไม่คิด

ตอนนี้สถานการณ์ระหว่างฉันกับพี่แทนเหมือนกับพ่อที่แอบจับได้ว่าลูกหนีเที่ยวแล้วกำลังเค้นเอาความจริงจากปากลูกอยู่อย่างนั้นแหละ

“เพื่อนคนไหน”

“พี่แทน” ฉันเรียกชื่อเขาเสียงอ่อย ก่อนที่จะเข้าไปเกาะแขนไว้เหมือนกับที่ทำกับเกรซเมื่อครู่นี้

“ไอ้อิฐสินะ” ทันทีที่พี่ชายโพล่งชื่อผู้ชายคนนั้นออกจากปากฉันก็รีบดีดตัวออกมาพร้อมกับรีบหาคำมาแก้ตัวอย่างฉับพลันเพราะกลัวว่าพี่แทนจะเข้าใจผิด

“แพรไม่ได้ตั้งใจจะไปกับเขานะ ตอนนั้นแพรไม่รู้ตัวจริง ๆ ถามเกรซดูก็ได้ เมื่อคืนเกรซก็อยู่ด้วยกัน”

พี่แทนไม่ยอมตอบอะไรเพียงแต่จ้องหน้าฉันนิ่ง ๆ ราวกับว่าเป็นเครื่องจับเท็จที่สามารถใช้สายตามองและอ่านความคิดได้ว่าฉันพูดความจริงไหม

“หลังจากนี้…” พี่แทนเว้นช่วงไประยะหนึ่ง “อยู่ให้ห่างจากมันเข้าไว้”

ฉันมองหน้าเขาด้วยความไม่เข้าใจ

“ทำไมคะ” จึงถามออกไปตรง ๆ

“พี่ไม่ไว้ใจมัน”

--------------------------------------------

15/10/2020 งานาเข้าแล้ว ขนาดคุณพี่ชายเขายังไม่ไว้ใจพี่อิฐของเราเลย แล้วจะได้รักกันตอนไหนเนี่ย

11/10/2020  ดู ๅ ขนาดเพื่อนยังคิดว่าเป็นแฟนเลย คุณพี่เค้าแสดงอาการห่วงมากขนาดไหนกันนะ

คุณรีดเดอร์คร้าบ ไรท์กลับมาแย้ววววววว 

มาน้อยแต่มานะ55555 อย่าเพิ่งทิ้งกันน้า

 

 

คัมแบคแล้วจ้า หายไปเกือบเดือนเลยขอโทษจริง ๆ นะคะ TT

ไรท์เรียนหนักมากเพิ่งสอบเสร็จวันนี้เลยรีบมาแต่งให้เลย

ช่วงที่เรียนหนัก ๆ ไรท์ไม่กล้าที่จะแต่งออกมาเลยกลัวว่ามันจะแย่กว่าเดิม5555

พอไม่ได้แต่งนาน ๆ มันก็แอบกลัวอยู่เหมือนกันแต่ไรท์จะพยายามนะคะ

ไม่เทแน่นอนยังไงก็จะแต่ให้มันจบ 

รักทุกคนนะคะ จุ๊ปปปปปปปปปป

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #26 firstzy93 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 10:53
    พี่ยังไม่ไว้ใจ
    #26
    1
    • #26-1 มาปาปา(จากตอนที่ 4)
      15 ตุลาคม 2563 / 12:38
      ไม่รู้พี่อิฐไปทำอะไรมา ไม่มีใครไว้ใจเลยสักคน5555
      #26-1
  2. #25 WYB_19970805 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2563 / 10:06

    นางจะได้รักกันตอนนไหน
    #25
    1
    • #25-1 มาปาปา(จากตอนที่ 4)
      15 ตุลาคม 2563 / 12:38
      นั่นสิ🤔 ไรท์ว่ามันจะเป็นแบบนี้ไม่ด้ายยย
      #25-1
  3. #24 firstzy93 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2563 / 21:09
    นางเอกอ๊องๆ นะ 555
    #24
    1
    • #24-1 มาปาปา(จากตอนที่ 4)
      11 ตุลาคม 2563 / 21:10
      อาการหนักแล้ว555
      #24-1
  4. #23 firstzy93 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 11:15
    ตีกันตลอด
    #23
    0
  5. #22 WYB_19970805 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2563 / 00:16

    เพิ่มาติดตามผลงาน สนุกมากค่าา รอตอนต่อๆไปนะคะ
    #22
    1
    • #22-1 มาปาปา(จากตอนที่ 4)
      5 ตุลาคม 2563 / 09:52

      แงงงง ขอบคุณมากนะคะ
      #22-1
  6. #21 firstzy93 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 16:19
    มาแล้ว รอค่า
    #21
    1
    • #21-1 มาปาปา(จากตอนที่ 4)
      5 ตุลาคม 2563 / 09:52

      🤫🤗🤗🤗🤗😊
      #21-1
  7. #20 Duangruedeeee (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 06:59
    สู้ๆจ้ารออ่านอยู่
    #20
    1
    • #20-1 มาปาปา(จากตอนที่ 4)
      4 ตุลาคม 2563 / 10:45

      ขอบคุณงับบบ
      #20-1
  8. #19 nuttha1990_ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2563 / 05:31
    รอค่ะไรท์
    #19
    1
    • #19-1 มาปาปา(จากตอนที่ 4)
      4 ตุลาคม 2563 / 10:44

      รักน้าาา
      #19-1