COME CLOSER ถูกที่ถูกเวลา

ตอนที่ 3 : Come Closer : Chapter 2 - อาการ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 881
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    24 ธ.ค. 63

CHAPTER 2

อาการ

 

 

วันนี้เป็นอีกวันที่ฉันไม่ต้องคอยไปหลบซ่อนตัวที่ห้างเหมือนอย่างเคย เนื่องจากเป็นวันที่ห้าแล้วที่ไม่มีคนมายุ่งวุ่นวายในชีวิต ตั้งแต่ฉันบอกคิงไปว่าฉันมีแฟนแล้ว เขาก็ไม่ได้มายุ่มย่ามกับฉันอีกเลย แม้แต่ข้อความเดียวก็ยังไม่มีส่งมา ทำให้ฉันแอบดีใจอยู่ลึก ๆ ที่สามารถสะบัดเขาออกไปจากวงโคจรชีวิตได้ ส่วนคนเป็นแฟนปลอม ๆ ที่บอกว่าจะมาเอาคืนก็เงียบหายไปราวกับสายลมทำเหมือนกับว่าไม่เคยมีเรื่องนี้เกิดขึ้น

ไหนบอกจะมาเอาคืนไงล่ะ นี่ผ่านมาตั้งหลายวันแล้วฉันยังไม่เห็นแม้แต่เงา สงสัยคงลืมเรื่องนี้ไปแล้วแน่ ๆ

มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไงที่เขาไม่ได้มายุ่งวุ่นวายอะไรอีก คนแบบนั้นไม่ต้องไปนึกถึงให้เสียเวลาหรอก

“วันนี้เป็นอะไรไปอีกคะเนี่ย ดูสิดอกไม้ช้ำหมดเลย” คนที่เคยเป็นตัวช่วยสำคัญและเป็นที่ปรึกษาคนดีคนเดิมเดินมานั่งมองหน้าฉันและยังจ้องจะเอาคำตอบ

ฉันหลุบตาลงไปมองดอกลิลลี่ในมือที่มีรอยช้ำอย่างชัดเจน

เฮ้อ! เสียอีกแล้วสินะ นี่เป็นดอกที่สิบแล้วนะที่ฉันทำเสียในวันนี้

“ไม่รู้สิคะอยู่ดี ๆ ก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมา” ฉันตัดสินใจวางดอกไม้ในมือไว้เพราะกลัวว่าจะทำเสียไปมากกว่าเดิมและหันไปเช็คหน้าร้านออนไลน์แทน

จากวันที่ดีของฉันกลับกลายเป็นวันที่น่าเบื่อได้ทันตา พอนึกไปแล้วคิงก็เป็นเหมือนสีสันในชีวิตเหมือนกันนะเนี่ย เขาทำให้ฉันต้องคอยหนีอยู่ตลอดเวลาแต่พอไม่มีก็รู้สึกเหงา ๆ ยังไงก็ไม่รู้ แต่ถ้าให้กลับมาฉันคงไม่เอาเหมือนกัน

“ออกไปใช้ชีวิตบ้างสิคะ อย่าอุดอู้อยู่แต่ในร้านสิ ถึงพี่จะไม่เคยเห็นน้องแพรเที่ยวกลางคืนแต่พี่ว่าลองไปดูก็ไม่เสียหายนะคะ” ไม่ใช่ว่าฉันไม่เคยไปในที่แบบนั้นนะ แต่ฉันแค่คิดว่าที่แบบนั้นมันไม่ใช่ที่ของฉันต่างหากล่ะ จึงไม่ค่อยได้ไปสักเท่าไหร่ แต่ถ้าให้ไปจริง ๆ ก็ได้แหละไม่ได้ขัดอะไรอยู่แล้ว

“แพรไม่ชอบนี่คะ ที่นั่นคนเยอะเบียดเสียดกันไปหมด” ฉันน่ะไม่ชอบที่ที่คนเยอะ ๆ มากเท่าไหร่จึงไม่อยากที่จะไปอยู่ที่แบบนั้นถ้าไม่มีใครชวนจริง ๆ

“พี่ก็ไม่อยากที่จะแนะนำหรอกนะคะ ไม่ใช่ว่าจะโชคดีที่ได้เจอคนดี ๆ ทุกคน แต่พี่น่ะก็เจอกับแฟนที่นั่นเหมือนกัน คนที่นั่นไม่ใช่ว่าจะเลวร้ายกันไปซะหมดหรอกนะ คนดี ๆ ก็มีเยอะเหมือนกันถึงจะมีแค่สองเปอร์เซ็นต์ก็เถอะ” ฉันคิดว่ามันก็ขึ้นอยู่กับดวงทั้งนั้นแหละ ใครจะไปรู้ล่ะว่าคนดี ๆ ที่ว่าเขาจะไปที่นั่นในวันที่ฉันไปน่ะ ไม่มีทางรู้ได้เลยจริง ๆ 

“แพรไม่ได้อยากมีแฟนสักหน่อย แค่เบื่อเฉย ๆ” ฉันออกอาการงอแงใส่ผู้ช่วย

ถึงแม้ลึก ๆ ในใจจะแอบเหงาอยู่บ้างก็เถอะ 

“เอาหน่า พี่ว่ามีไว้ก็ไม่ได้แย่อะไรนะคะ ไม่ดีเหรอคะที่มีคนคอยรับส่ง คอยอยู่ข้าง ๆ พี่ว่าดีออก” ที่พี่อ้อมพูดมาฉันแทบจะไม่เข้าใจอะไรทั้งสิ้น ก็บอกแล้วไงว่าทั้งชีวิตฉันไม่เคยมีแฟนมาก่อนจะเอาโมเมนต์จากไหนมาให้นึกถึงล่ะ

พอนึกแล้วก็สงสารตัวเองจริง ๆ

“ก็ได้ ๆ เดี๋ยวแพรจะลองไปดูก็ได้” 

ถึงแม้ว่าจะเป็นการรับปากส่ง ๆ ไปในตอนนั้นเพราะไม่คิดจะไปจริง ๆ แต่ลมอะไรไม่รู้ก็หอบฉันมาอยู่หน้าสถานบันเทิงแห่งใหญ่แห่งนี้ได้

 

4 ชั่วโมงที่แล้ว

ครืด ครืด!

มือถือที่อยู่ในมือของฉันที่กำลังนั่งอ่านข่าวบันเทิงของดาราไทยอยู่บนเตียงสั่นระรัวอย่างต่อเนื่อง สายเรียกเข้าที่ทำให้ฉันต้องละความสนใจจากข่าว 

“ว่าไงเค้ก” ฉันกรอกเสียงไปตามสาย เพื่อเปิดบทสนทนากับเพื่อนสนิท

(แพรวันนี้ไป CRY กันไหม พอดีว่าวงของเพียวได้ขึ้นเล่นน่ะ ฉันเลยอยากชวนแกไปดูสักหน่อย) น้ำเสียงที่สดใสของเพื่อนสาวทำให้ฉันรู้สึกหนักใจอยู่นิดหน่อย

“แต่แกก็รู้นี่ว่าฉันไม่ชอบไปที่แบบนั้น” 

จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่แค่ฉันไม่ชอบที่ที่คนเยอะ ๆ หรอกนะ แต่มันมีเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้ฉันไม่กล้าที่จะไปในที่แบบนั้นอีก เรื่องตอนนั้นแทบจะไม่มีใครรู้เลยด้วยซ้ำแม้กระทั่งแม่ของฉันเอง มีแค่เพื่อน ๆ เท่านั้นที่รู้ความเป็นมาทั้งหมด 

มันเกิดจากช่วงปีสองที่รุ่นพี่ในคณะชวนพวกฉันไปสังสรรค์ที่ร้านเหล้าแห่งหนึ่งที่อยู่ละแวกของมหาวิทยาลัย ตอนนั้นฉันก็ไม่ได้คิดหรือว่ากลัวอะไรหรอกนะแต่พอดื่มไปมาก ๆ ฉันก็เริ่มคุมสติไม่ได้ ฉันจำได้ดีเลยว่าลุกมาเข้าห้องน้ำคนเดียวทั้ง ๆ ที่ยังเมาอยู่

ทางเดินที่เล็กและค่อนข้างมืดทำให้ฉันต้องเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์หรือเพราะว่าฉันกลัวเกินไปทำให้รู้สึกว่าตัวเองเดินช้าลงเรื่อย ๆ

ถึงแม้ว่าสติจะเลือนลางเต็มทีแต่ประสาทหูของฉันก็ยังรับรู้ทุกอย่าง เสียงฝีเท้าหนัก ๆ เดินเข้ามาใกล้ฉันมากขึ้นเรื่อย ๆ 

หมับ!

ยังไม่ทันที่จะได้วิ่งหนีแขนของฉันก็ถูกใครหนึ่งคนรั้งเอาไว้

“เดี๋ยวก่อนสิ” เสียงแหบทุ้มที่ดูน่ากลัวกระซิบลงมาที่ข้างหูของฉันพร้อมทั้งกดไหล่ทั้งสองข้างของฉันชิดกับกำแพงจนเกิดเสียงดังขึ้น

ตึง!

“อึก!” ความจุดเสียดแล่นเข้ามาแทนที่ความหวาดหวั่นนั้น

มือใหญ่ ๆ นั้นตรึงไหล่ของฉันไว้กับผนังอย่าแรงจนมันปวดร้าวระบมไปหมด แต่ฉันก็ไม่สามารถพาตัวเองออกจากจุดนั้นมาได้

“สวยดีนี่” มันกระซิบไปที่ข้างหูของฉันพร้อมทั้งกดจูบเบา ๆ ลงบนต้นคอที่มีผมสีดำสนิทปกปิดอยู่

“ฮึก ปะ ปล่อยนะ” ตัวของฉันสั่นเทาไปหมดด้วยความกลัว ไม่กล้าที่จะเงยหน้าขึ้นไปมองผู้ชายคนนี้เลยด้วยซ้ำ

“มองมาตั้งนานให้ปล่อยได้ไง รู้ไหมตอนเธออยู่ในนั้นโคตรกระตุ้นอารมณ์เราเลยว่ะ” 

ความกลัวที่มีทำให้ฉันเริ่มมีน้ำตาไหลอาบลงมาข้างแก้ม

ฉันไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฉันบ้าง รู้เพียงแค่ว่าทั้งตัวชาไปหมด

ร่างกายแข็งทื่ออย่างไร้สาเหตุ

มีเพียงแสงไฟที่กระทบกับตาของฉันเท่านั้นที่บอกว่าฉันยังคงรู้สึกตัวอยู่ จากที่อยู่ที่ที่มีไฟมากก็พลันหายวับไปกับตาทำให้รู้เลยว่าฉันคงถูกพามาที่ห้อง ๆ หนึ่งเข้าแล้ว

กลิ่นบุหรี่เตะเข้ามาในจมูกแต่ร่างกายของฉันแทบจะขยับไม่ได้เลยแม้แต่น้อย มือของมันเริ่มมายุ่มย่ามอยู่บริเวณหน้าอกของฉันจนกระดุมเสื้อที่ใส่ค่อยคลายออกจากกัน

ผลั่ก!

“โอ้ย”

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นไอ้คนที่อยู่บนตัวของฉัน ร่างของเขาถึงมานอนกองอยู่ข้างกัน ๆ พร้อมกับเลือดสีแดงสดอาบไปทั่วใบหน้าจนฉันมองไม่เห็นหน้าตาที่แท้จริง

ซึ่งเป็นภาพที่ไม่น่ามองเอามาก ๆ

“ลุกไหวไหม”

เสียงทุ้มต่ำดังมาจากหน้าประตูทำให้ฉันหันไปมองทางต้นเสียง

เงาของผู้ชายที่ยืนอยู่หน้าประตูสะท้อนกับแสงไฟทำให้ฉันมองหน้าเขาไม่ชัดมากนัก

พรึบ!

เสื้อคลุมตัวใหญ่พัดผ่านแสงไฟที่กระทบตาทำให้ฉันตาของฉันตอบสนองตามสัญชาตญาณโดยการหลับตาลงอัตโนมัติ

เพียงไม่กี่วินาทีเสื้อตัวใหญ่ก็คลุมลงมาที่ตัวของฉันทำให้ความอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาภายในร่างกาย ตาของฉันยังคงปิดสนิทไม่กล้าลืมตาขึ้นมามองหน้าเจ้าของเสื้อคลุมตรงหน้าด้วยซ้ำ

จนกระทั่งมีมือสอดเข้ามาใต้ร่างกายทำให้ร่างกายของฉันลอยหวือให้ไปจากพื้น ฉันรับรู้ได้ว่าตัวเองออกมาจากห้อง ๆ นั้นแล้วและกำลังถูกพาไปที่ที่หนึ่ง แต่แล้วความง่วงงุนก็เข้ามาครอบงำจนรู้สึกว่าร่างกายหมดแรงแล้วหลับไปเองดื้อ ๆ ภายในอ้อมแขนของคน ๆ นี้

พอตื่นมาฉันก็พบว่าตัวเองอยู่ในห้อง ๆ หนึ่งที่มีเพดานสีขาวคุ้นตา เป็นหอของเพื่อนสาวที่ฉันเคยมาค้างอยู่บ่อยครั้ง พอมองไปรอบ ๆ ก็พบว่ามีเจ้าของห้องนอนอยู่ข้าง ๆ เช่นกัน ทำให้ฉันลอบถอนหายใจเบา ๆ เมื่อรู้ว่าเมื่อคืนไม่ได้เกิดเรื่องเลวร้ายอะไรขึ้น

ความทรงจำของฉันจำได้แค่ช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น คงเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทำให้ฉันจำอะไรไม่ได้ แต่ถึงยังไงถ้าฉันไม่ได้คน ๆ นั้นมาช่วย ฉันคงโดนใครสักคนทำเรื่องไม่ดีด้วยแล้วแน่ ๆ ฉันถามคำถามจากหลายคนที่ไปด้วยกันว่าฉันกลับมาอยู่ที่หอของเกรซได้ยังไง แต่ก็ได้คำตอบเหมือน ๆ กัน ทุกคนบอกกับฉันว่าฉันเมาหลับอยู่ที่โต๊ะช่วงที่ทุกคนลุกไปเต้นกัน ทำให้ฉันไม่มีทางได้รู้เลยว่าใครกันแน่ที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืน

ฉันตัดสินใจเล่าเรื่องนี้ให้เพื่อนในกลุ่มฟัง ทุกคนดูตกใจมากเพราะตอนที่กลับมาที่โต๊ะเห็นว่าฉันยังสบายดีไม่ได้มีร่องรอยการทำร้ายใด ๆ ฉันบอกกับตัวเองมาเสมอว่าตัวเองคงโชคร้ายเองที่ได้ไปเจอกับคนแบบนี้ แต่ถึงยังไงมันก็เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ฉันลืมไม่ลงและสร้างแผลในใจให้ฉันได้มากเลยทีเดียว

 

“ไปเถอะนะ สัญญาว่าจะดูแลดี ๆ ไม่ให้เกิดเรื่องเหมือนคราวก่อนอีก” เพื่อนฉันออดอ้อนและให้คำสัญญา

“ฉันรู้น่าว่าแกดูแลฉันได้แต่พอนึกถึงมันก็อดกลัวไม่ได้นี่นา” ครั้งนี้ฉันคงปฏิเสธไม่ได้จริง ๆ นั่นแหละ

“งื้อ น่ารักที่สุดเลย ถ้าอย่างนั้นเรามาเจอกันที่หน้า CRY ตอนสามทุ่มนะ” เค้กบอกสถานที่นัดเจอด้วยน้ำเสียงดีใจอย่างปิดไม่มิด ทำให้ฉันอดยิ้มตามไม่ได้ 

เพื่อนของฉันคนนี้น่ะขี้อ้อนไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ ทุกคนจะเห็นเธอในมุมน่ารักเท่านั้น แทบจะไม่ได้เห็นการแผลฤทธิ์ของเธอสักเท่าไหร่ คงเป็นเพราะหน้าที่การงานที่ทำให้ต้องคอยระวังตัว ทั้งเรื่องการพูดจาและการใช้ชีวิตยิ่งทำให้เธอไม่มีมุมร้าย ๆ เลยแม้แต่น้อย

“ก็ได้ ไว้เจอกันนะ”

“โอเคจ้ะ” ฉันกดวางสายไปพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระร่างกายกับการต้องไปเจอศึกในคืนวันนี้

-------------------

“แพร!” เสียงใสตะโกนข้ามผ่านผู้คนที่กำลังเดินอยู่หน้าสถานบันเทิงแห่งนี้ด้วยความดังทำให้ฉันรีบมองหาต้นตอเสียง

พอมองไปรอบ ๆ ก็ไปสะดุดกับผู้หญิงร่างเล็กที่อยู่ในชุดสีแดงเพลิงตัดกับผิวขาว ๆ ยิ่งทำให้เธอมีออร่ามากยิ่งขึ้น จึงตัดสินใจสาวเท้าไปตามทางเดินเพื่อไปหาเพื่อนสาวที่นั่งรออยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

“รอนานไหม” ฉันเดินไปนั่งอยู่ข้าง ๆ เธอพร้อมกับมองไปรอบ ๆ 

“ไม่นานหรอก ฉันเพิ่งมาก่อนแกแค่ห้านาทีเอง” ร่างเล็กตอบฉันอย่างไม่ใส่ใจ

เค้กก้มดูนาฬิกาข้อมืออันเล็กที่ดูเหมือนกับเครื่องประดับมากกว่านาฬิกาที่ถูกสวมอยู่บนข้อมือของเธอและรีบชวนฉันเข้าไปข้างใน“ไหน ๆ ก็มาแล้วเราเข้าไปกันเลยไหม”

“ไปสิ”

เค้กไม่ได้มาคนเดียวอย่างที่คิด เธอมีผู้จัดการและการ์ดอย่างน้อยหนึ่งคนตามมาด้วยเสมอ เป็นเพราะความมีชื่อเสียงทำให้เธอต้องคอยมีคนตามประกบและคอยปกป้องจากภัยอันตรายต่าง ๆ รอบตัว ยิ่งทำให้ฉันรู้สึกอุ่นใจมากขึ้นและวางใจที่จะมากับเธอในคืนนี้

“เดี๋ยววันนี้เพียวจะเล่นตอนสี่ทุ่ม แกสั่งอะไรมากินก่อนก็แล้วกัน” ร้านนี้เป็นกึ่งสถานบันเทิงและกึ่งร้านอาหารทำให้มีอาหารเสิร์ฟอยู่ด้วย ฉันจึงสั่งอาหารหลัก ๆ ของทางร้านมาสองเมนูเท่านั้นเพราะกินมาจากที่บ้านแล้ว

ยิ่งเวลาผ่านไปคนก็ยิ่งหนาแน่นมากขึ้นเรื่อย ๆ แถมวันนี้ยังเป็นวันที่มีวงร็อคชื่อดังมาอีกยิ่งทำให้โต๊ะเต็มเร็วกว่าปกติ ยังดีที่เพียวจองโต๊ะไว้ให้กับเพื่อนของฉันแล้วไม่อย่างนั้นเราคงไม่ได้เข้ามาดูแน่ ๆ ฉันนั่งมองคนเหล่านั้นอยู่ที่โต๊ะโดยที่ไม่คิดที่จะเข้าไปเบียดเสียดกับพวกเขาจึงได้แต่นั่งดูอยู่ไกล ๆ 

ไม่กี่นาทีวงของเพียวก็ขึ้นมาเล่นยิ่งทำให้เสียงกรี๊ดดังระงมขึ้นมาอย่างทันตาจนแทบอยากจะยกมือขึ้นมาปิดหูเอาไว้ เพื่อนของฉันที่ตั้งใจมาให้กำลังแฟนของตนก็ยกมือถือขึ้นมาถ่ายวิดีโอช่วงที่แฟนของเธอกำลังเล่นอยู่ ฉันมองเข้าไปในแววตาที่ดูภาคภูมิใจของเพื่อนสาวที่แสดงออกมาอย่างชัดเจน

น่าอิจฉาจริง ๆ เลย คงเป็นคนที่ใช่ของเธอจริง ๆ นั่นแหละนะ

ภาพที่เห็นนั้นทำให้ฉันอดยกมือถือขึ้นมาถ่ายเอาไว้ไม่ได้จริง ๆ 

“แพร” อยู่ดี ๆ ฉันก็ได้ยินชื่อของตัวเองที่มีใครบางคนเรียกดังมาจากอีกฝั่งของที่นั่งทำให้ทั้งฉันและเค้กต้องหันไปมองด้วยความสงสัย

“คิง” ฉันเรียงเขาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาปนตกใจนิด ๆ

“อ้าวคิง มาเที่ยวเหมือนกันเหรอ” แพรที่ไม่ได้รู้เรื่องราวระหว่างฉันกับคิงทักทายเขาอย่างสนิทสนมอย่างที่เคยเป็น

“อืม พอดีเรามีเรื่องไม่สบายใจนิดหน่อย เลยมาดื่มเอาบรรยากาศน่ะ” ภายใต้คำพูดนั้นเขาเหลือบตามมามองฉันเล็กน้อยราวกับจะสื่อให้ฉันรู้ตัวว่าต้นเหตุมาจากตัวของฉัน จึงได้แต่หวังว่าเขาจะมากับเพื่อนสักคนเพื่อไม่ต้องให้เราได้ร่วมโต๊ะกัน

“มาคนเดียวเหรอ” เค้กเก็บโทรศัพท์มือถือของตนเองเอาไว้พร้อมกับหันไปถามคิงที่ยังยืนอยู่ที่เดิม

“เรามาคนเดียว” คำตอบที่ได้ทำให้ใจของฉันเริ่มอยู่ไม่สุข

“ถ้าอย่างนั้นก็มานั่งด้วยกันสิ” และสิ่งที่ฉันคิดไว้ในใจก็พลันสลายไปเมื่อเพื่อนคนเก่งชวนเขามานั่งด้วยกัน

ก่อนที่คิงจะตอบเขาเหลือบมามองหน้าฉันพร้อมทั้งให้คำตอบออกมา ”ถ้าอย่างนั้นเราขอนั่งด้วยนะ” 

ฉันรู้สึกเหมือนกับความสุขวันนี้หายวับไปกับตาแถมยังมีความอึดอัดเข้ามาแทรก

คิงนั่งลงตรงหน้าของฉันพร้อมกับจ้องมองกันไม่วางตา ทำให้ฉันต้องคอยหลบสายตาเขาอยู่ตลอดเวลา ทุก ๆ ครั้งที่เราสบตาเขาก็เป็นฉันทุกครั้งที่คอยหลบตาก่อน 

น้ำสีสวยถูกรินมาให้ฉันแก้วแล้วแก้วเล่า ตัวฉันเองก็ปฏิเสธไม่ได้จึงดื่มมันไปอยู่หลายแก้ว โชคดีที่มันเป็นแค่แอลกอฮอล์อ่อน ๆ ที่ผสมน้ำผลไม้ทำให้ฉันยังคงครองสติไว้ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามีมึน ๆ อยู่บ้าง ดีที่วันนี้ฉันให้คนขับรถที่บ้านมาส่งไม่อย่างนั้นคงต้องนั่งแท็กซี่กลับแล้วทิ้งรถไว้ที่นี่แน่ ๆ 

เวลาผ่านไปร่วมชั่วโมงวงของเพียวก็เล่นคอนเสิร์ตจบแล้วซึ่งมันก็เป็นเวลาอันดีที่เพื่อนสาวของฉันจะได้เข้าไปหาเขาสักที

“แกฉันไปหาเพียวก่อนนะ ไปด้วยกันหรือเปล่า” เค้กถามฉันพร้อมกับสีหน้าที่ดูตื่นเต้นเต็มทนที่จะได้ไปเจอแฟนหนุ่มของเธอ

ถึงแม้ว่าในใจจะอยากไปด้วยแค่ไหนแต่ฉันก็คงไม่อยากไปเป็นก้างขวางคอของพวกเขาจึงขอเลือกที่จะนั่งร่วมโต๊ะกับคิงอยู่ตรงนี้ดีกว่า

“ไม่เป็นไร แกไปเถอะ” ฉันบอกมือทำนองว่าไม่เป็นไรจริง ๆ

“แต่ฉันห่วงแกนี่ ไม่อยากปล่อยให้คลาดสายตาเลย” สายตาที่แสดงความเป็นห่วงเป็นใยอย่างเกินหน้าเกินตาทำให้ฉันตีไปที่แขนของเค้กด้วยความรู้สึกหมั่นไส้

เพียะ!

“แกคิดว่าฉันอายุเท่าไหร่เนี่ย ฉันโตแล้วนะ”

“ก็เป็นห่วงนี่นา” แหนะ ยังมาเบะปากใส่อีก

“แกไปเถอะ ฉันไม่เป็นไรจริง ๆ” ฉันส่งยิ้มให้ไป

“โอเค ก็ได้ ๆ ถ้าอย่างนั้นรออยู่ตรงนี้นะ ถ้าฉันยังไม่กลับมาแกก็อย่าไปไหนล่ะ” เสียงเล็ก ๆ นั้นเอ่ยประโยคที่เด็ดขาดกำชับไว้อย่างดี

“เข้าใจแล้วค่ะคุณแม่”

“ใครเป็นคุณแม่กัน” ร่างเล็กพูดแค่นั้นก็เดินออกไปพร้อมกับผู้จัดการและการ์ดของเธอทิ้งให้ฉันอยู่กับคิงสองต่อสอง

“แพรมาคนเดียวเหรอ” คิงเปิดบทสนทนาขึ้นมาเมื่อความเงียบระหว่างเรามีมากเกินไป

“ใช่เรามาคนเดียว”

“แล้วแฟนแพรล่ะ” อยู่ดี ๆ เขาก้ถามถึงแฟนฉันขึ้นมาทำให้ฉันคิดหาคำตอบอยู่นาน

“เอ่อ แฟนเราเขาไปทำงานน่ะ เลยไม่ว่างมาด้วย” 

“งั้นเหรอ” 

“อืม” 

“แฟนแพรนี่ใจดีจังเลยเนอะ ยอมปล่อยให้แพรมาที่แบบนี้คนเดียวได้ด้วย” ไม่รู้ว่าเพราะคิงเมาแล้วหรือเขาต้องการจะสื่อแบบนั้นจริง ๆ แต่มันก็ทำให้ฉันเริ่มทำตัวไม่ถูกกับการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ถึงแม้ว่าคิงจะตามตอแยฉันแต่เขาก็ไม่เคยคุกคามหรือทำตัวหยาบคายกับฉันจนเกินเหตุ

“เขาเห็นว่าเรามากับเค้กเลยให้มาได้น่ะ” ฉันพยายามเล่นตามน้ำไปก่อน

“แพรเห็นว่าเราโง่มากเหรอ!” ตัวของฉันสะดุ้งตกใจเมื่ออยู่ดี ๆ เขาก็ตะโกนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ

“คิง” 

“เราทำดีกับแพรทุกอย่างตลอดหลายปีที่ผ่านมาแพรเคยรู้สึกดีกับเราบ้างไหม ทำไมถึงพยายามผลักไสเราออกจากชีวิตขนาดนี้” คำพูดเหล่านั้นทำให้ฉันจุกอยู่ที่อก ฉันรู้ว่าเขาทำดีกับฉันมากแต่ความรักมันห้ามใครไม่ได้นี่ ฉันไม่เคยชอบหรือรู้สึกเกินเลยกับเขาเลยแม้แต่ครั้งเดียวก็ไม่เคย

“เราขอโทษจริง ๆ ที่เรารู้สึกแบบนั้นไม่ได้” น้ำเสียงที่แผ่วเบาของฉันกลับยิ่งทำให้เขารู้สึกโมโหมากขึ้น

“ทำไม ทำไมวะแพร”

“เราไม่รู้จริง ๆ” ฉันหาเหตุผลมาตอบเขาไม่ได้หรอกนะ ทุก ๆ อย่างบางทีมันก็ไม่มีเหตุผลตายตัวมีแค่ความรู้สึกเท่านั้นแหละที่จะตอบคำถามทุกอย่างได้

“แล้วถ้าวันนี้เราทำให้แพรเปลี่ยนใจได้ล่ะ” สายตาของคิงแปรเปลี่ยนไปเป็นอีกคนที่ดูร้ายกาจและน่ากลัวมากขึ้น มันทำให้ฉันขนลุกซู่ขึ้นขึ้นมา

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ความรู้สึกของฉันมันประท้วงอยู่ในใจแล้วว่าตัวเองจะไม่ปลอดภัย ฉันจึงค่อย ๆ ล้วงไปในกระเป๋าเพื่อหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา

“หมายความว่ายังไง”

หลังจบประโยคนั้นเขายังคงอยู่นิ่งเฉยไม่ได้มารุกรานใด ๆ

บางทีมันอาจจะไม่มีอะไรเลยก็ได้ ฉันคงคิดไปเองนั่นแหละ 

ถึงจะคิดอย่างนั้นฉันก็ยังใช้มือกดไปที่โทรศัพท์มือถือและแชร์โลเคชันไปให้เกรซเพื่อนอีกคนที่รู้เรื่องราวระหว่างฉันกับคิงทั้งหมดและกดโทรออกทันที

พรึบ!

ร่างสูงของเขาลุกขึ้นอย่างเร็วพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาใกล้กับฉันเรื่อย ๆ ทำให้ฉันต้องลุกขึ้นและถอยหนีด้วยความหวาดกลัว

“เราก็จะทำให้แพรเป็นของเราไงล่ะ” น้ำเสียงที่ดุดันทำให้ฉันน้ำตาคลอด้วยความกลัว เสียงเพลงในร้านดังสนั่นและรอบ ๆ ตัวเราก็ไร้ผู้คนเนื่องจากว่าโต๊ะที่เรายืนอยู่นี้เป็นเหมือนกับชั้นบนของร้าน ไม่เชิงว่าเป็นชั้น 2 เพราะว่ามันไม่ได้สูงมากขนาดนั้น แต่มันก็ยังอยู่เหนือผู้คนเหล่านั้นอยู่มาก

“ยะ อย่านะ คิงมีแฟนอยู่แล้วนะจะมาทำแบบนี้กับเราได้ยังไง” ฉันไม่รู้ว่าเกรซรับโทรศัพท์กันหรือเปล่าแต่ภายในใจก็ภาวนาขอให้เธอรับเร็ว ๆ

“แพรจะบอกว่าถ้าเราไม่มีแฟนเราก็จะทำแบบนั้นกับแพรได้งั้นเหรอ” ความคิดที่น่าขยะแขยงหลุดออกมาจากปากคนที่ฉันคิดว่าเป็นเพื่อนมาโดยตลอด

“ไม่ใช่นะ”

“ก็ได้ ถ้างั้นเราจะโทรบอกปรายตอนนี้เลย” คิงทำท่าเหมือนจะทำอย่างที่ปากพูดจริง ๆ ทำให้ฉันต้องรีบทำอะไรสักอย่าง แต่ที่แน่ ๆคือฉันจะไม่เข้าไปใกล้เขาแน่ ๆ ยิ่งตอนนี้เขาขาดสติมันอาจทำให้ฉันพลาดไปก็ได้

เมื่อเห็นอย่างนั้นฉันจึงรีบคว้ากระเป๋าและพยายามวิ่งออกมาจากตรงนั้นอย่างรวดเร็วโดยที่ไม่สนใจข้างหลังอีกเลย ฉันพยายามหาทางออกที่ใกล้ที่สุดแต่ทางนั้นก็เต็มไปด้วยผู้คนมากมายฉันจึงเลือกที่จะวิ่งไปอีกทางที่มีป้ายเขียนไว้ว่าห้องน้ำเผื่อว่าจะมีทางออกซ่อนอยู่

หมับ! 

แขนของฉันถูกคว้าไว้อย่างแรงจนตัวของฉันลอยปลิวเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของคิง

“แพรคิดว่าจะหนีเราพ้นเหรอ” สิ้นเสียงพูดนั้นคิงก็ลากฉันออกมาจากทางเดิน

ฉันพยายามทุบตีและร้องขอให้คนช่วยแต่คิงก็บอกกับทุกคนว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องนี้จนไม่มีใครเข้ามาขัดขวางเลยสักคน ตอนนี้ตัวของฉันสั่นจนรู้สึกถึงความผิดปกติ เรื่องราวในอดีตผุดขึ้นมาในหัวราวกับว่าย้อนเวลาไปในตอนนั้น ภาพความทรงจำที่เคยมีมีภาพอื่น ๆ เข้ามาแทรกราวกับว่าเป็นเหตุการณ์ที่ฉันเคยลืมเลือนมันไปย้อนกลับเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง

คิงพาฉันมาที่รถคันหรูของเขาพร้อมกับเปิดประตูหลังรถและยัดฉันเข้าไปด้วยความไม่ปราณี น้ำตาจากตาคู่สวยไหลรินออกมาราวกับสายน้ำ จนมันเลอะทั้งสองแก้มขาวเนียนไปหมด ปากที่เคยพูดได้บัดนี้กลับแข็งทื่อจนไม่สามารถขยับได้เลยแม้แต่น้อย มือและตัวของฉันหดเกร็งขึ้นมาจนคนข้างบนเห็นถึงความผิดปกติ

“แพร!”

“…”

“แพรเป็นอะไร โอเคหรือเปล่า” คิงพยายามที่จะเรียกฉันและเขย่าตัวฉันเพื่อให้ฉันได้สติแต่มันก็ไม่ได้ผลในเมื่อฉันไม่สามารถตอบสนองอะไรได้เลย ความทรงจำเก่า ๆ ย้อนกลับมาเด่นชัดทีละฉาก จนท้องไส้ของฉันรู้สึกปั่นป่วนขึ้นมา 

“…”

“แพรได้ยินเราไหม” คิงตบมาที่ใบหน้าของฉันเบา ๆ แต่ฉันก็ไม่สามารถตอบสนองเขาได้อย่างเคย ร่างกายทุกส่วนมันหดเกร็งไปหมดจนรู้สึกว่ามันแข็งทื่อไปกับเบาะรถยนต์ ลมหายใจของฉันเริ่มติดขัดขึ้นมาราวกับคนที่ขาดออกซิเจน

คิงช้อนไปที่ขาพับของฉันเพื่อพาฉันขึ้นไปนั่งบนรถอย่างเต็มตัวทำให้หัวของฉันแนบไปกับเบาะ ร่างกายเริ่มเข้าสู่สภาวะปกติมากขึ้นเมื่อรู้ว่าเขาไม่ได้ทำอันตรายต่อตนแล้ว 

ก่อนที่คิงจะได้ปิดประตูก็มีมือมือหนึ่งคว้าไหล่ของเขาเอาไว้พร้อมกับใช้แรงมหาศาลในการดึงผู้ชายที่ตัวโตอย่างคิงให้ล้มลงไปกับพื้นอย่างง่ายดาย

“ทำเหี้ยไรวะ” เสียงที่รู้สึกคุ้นเหมือนกับได้ยินมาจากที่ไหนสักแห่งทำให้ฉันที่นั่งอ่อนแรงอยู่บนรถค่อย ๆ เบนหน้าไปมอง 

เป็นแฟนปลอม ๆ ของฉันที่เป็นคนทำให้คิงล้มเมื่อครู่นี้

เขามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

“แล้วมึงยุ่งอะไรด้วย” คิงลุกขึ้นมาตอบโต้อย่างเร็ว

“ไม่ให้กูยุ่งได้ไง ในเมื่อมึงมายุ่งกับผู้หญิงของกู” 

“แน่ใจเหรอว่าแพรเป็นผู้หญิงของมึง” คิงแสยะยิ้มออกมา

“มีอะไรที่กูต้องไม่แน่ใจ” น้ำเสียงเรียบนิ่งนั้นทำให้คิงชะงักไปเล็กน้อย

หมับ!

แฟนหลอก ๆ ของฉันจับไปที่คอเสื้อของคิงจนตัวของคิงถลาเข้าไปหาเขาอย่างง่ายดาย ถึงแม้ว่าคิงจะตัวใหญ่ตามประสาคนที่ออกกำลังกายแต่เขาก็ยังตัวเล็กอยู่มากเมื่อยืนเทียบกับผู้ชายคนนั้น

ผัวะ! 

หมัดหนัก ๆ กระทบไปที่หน้าของคิงจนเขาล้มลงไปกับพื้นอีกรอบ เลือดแดงสดไหลออกมาจากมุมปากของเขาอย่างเห็นได้ชัดทำให้ใจของฉันเริ่มไม่ดีขึ้นมา

ฉันอยากจะห้ามการกระทำนั้นแต่ปากกลับไม่ยอมทำตามที่สมองสั่งการเลยแม้แต่น้อย

คิงลุกขึ้นมาอีกรอบและพร้อมที่จะตอกกลับโดยการใช้หมัดกระโจนเข้าหาคนตัวใหญ่อย่างพี่อิฐ แต่มันก็ไม่ได้ผลเมื่อเขาหลบหมัดนั้นได้อย่างสบาย ๆ

“หยุดนะ!” เสียงแหลมเล็กชองใครสักคนตะโกนห้ามขึ้นมาราวกับว่าฟ้าประทาน

ตึก ตึก ตึก เสียงเดินที่ดังเข้ามาเรื่อย ๆ พร้อมกับใบหน้าของคนที่ฉันต้องการที่สุดในตอนนี้โผล่เข้ามา

ผู้หญิงที่เป็นเจ้าของเสียงคือเพื่อนสนิทที่ฉันขอความช่วยเหลือจากเธอไป

“มาได้ไง” คิงที่ชะงักไปถามด้วยความตกอกตกใจ

“คิดว่าฉันมาได้ยังไงล่ะ” ตาที่แข็งกร้าวจ้องลึกไปที่ดวงตาของคิงราวกับจะสื่ออะไรสักอย่าง จนฉันเห็นถึงความผิดปกติที่ออกมาจากใบหน้าของคิง 

แต่ความสงสัยที่มีก็พลันหายวับไปกับตาเมื่อเพื่อนสาวของฉันเดินเข้ามาใกล้พร้อมกับใช้มือสำรวจไปตามเนื้อตัวของฉันที่ตอนนี้เหลวไปกับเบาะรถยนต์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“แกเป็นยังไงบ้าง” เกรซมีสีหน้าที่กังวลเมื่อเห็นว่าฉันไม่ตอบโต้อะไร จึงหันไปขอความช่วยเหลือจากผู้ชายตัวโตที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ

“ช่วยพาแพรออกไปจากตรงนี้ทีนะคะ” 

สิ้นสุดคำนั้นเขาก็เดินมาช้อนตัวของฉันไว้ในอ้อมแขน 

“หวังว่ามึงจะไม่มายุ่งกับคนของกูอีกนะ ถ้ามีครั้งต่อไปอย่าหาว่ากูไม่เตือน” คำพูดที่น่ากลัวพร้อมสายตาอันเย็นชาย่อมทำให้คนฟังรู้สึกหวั่นอยู่ไม่น้อย

พอจบคำนั้นขาเรียวยาวของเขาก็พาฉันเดินออกมาจากรถของคิงโดยที่ไม่มีใครเดินตามมาเลยสักคนแม้กระทั่งเกรซที่เป็นคนช่วยหยุดความวุ่นวายนี้

เขาพาฉันเดินมาที่รถอีกคันที่จอดอยู่ไม่ไกลกันมากนักก่อนที่จะส่งฉันขึ้นไปนั่งเบาะหลังของรถพร้อมกับพาตัวเองนั่งเบียดไปกับฉันด้วย ถ้าฉันมองไม่ผิดเขามีคนติดตามอยู่สองคนซึ่งเป็นคนที่ขับรถให้เราอยู่ตอนนี้ 

เขาเป็นใครกันแน่นะ?

ความสงสัยของฉันทำให้ตัวเองค่อย ๆ เงยหน้าไปมองคนข้าง ๆ ด้วยความอยากรู้แต่ก็ดันพลาดไปเมื่อเขาก็มองลงมาเช่นเดียวกัน

“มองทำไม” โทนเสียงที่ดูสบาย ๆ ทำให้ฉันรู้สึกไม่อึดอัดยิ่งทำให้ฉันรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นจึงรีบก้มหน้างุดลงไปกับหน้าอกของเขาเพื่อหลบเลี่ยงจากสายตาคม

เขายังคงกอดฉันไม่ปล่อยโดยที่มือก็คอยลูบหัวให้อยู่ไม่ห่างราวกับว่ากำลังทำให้ฉันผ่อนคลายจนรู้สึกว่าตัวเองกำลังเคลิ้มไปกับสัมผัสนั้นเข้าอย่างจัง

ถึงแม้ว่าจะมาช่วยกันถึงสองครั้งสองคราแต่มันก็ไม่ได้มั่นใจว่าเขาจะเป็นคนดีอย่างที่เขาแสดงออกมา การที่ฉันมาอยู่กับเขาในตอนนี้มันรับประกันไม่ได้เลยว่าฉันจะปลอดภัยจากคนอย่างเขาถึงแม้ว่าตัวเองจะเพิ่งรอดจากเหตุการณ์ร้าย ๆ ไป

 

 

 

-----------------------------------------------------------------

-ผู้ชายลึกลับคนนี้เป็นใครกันนะที่มาช่วยน้องแพร จะใช่คนดีรึเปล่า

หรือจะเป็นพวกเดียวกันน้า

 

ไรท์มาไม่ค่อยตรงเวลาเท่าไหร่อย่าถือสากันเลยนะ55555

ทำไมเธอมาอยู่ที่นี่ได้คิง อย่ามายุ่งกับน้องแพรของเรานะ ไปไกล ๆ เลย 

ทำขนาดนี้แล้วยังอยู่อีก 

 

คิงรึเปล่าคิงไม่น่ารักรึเปล่า

ทุกคนคิงไม่ใช่พระเอกนะคะ ถึงจะออกมาบ่อยกว่าพระเอกก็เถอะ5555

ค่าตัวพี่อิฐเค้าแพงมาได้ตอนละนิดเดียวนะค้า

ใครอยากคุยกับไรท์ตามไปที่ทวิตได้นะ อนุญาตให้ทวงนิยายได้55555 แต่อย่าด่ากันเลยน้า

 

นี่งับ 

 

ไรท์อยากคุยกับรีดเดอร์ทุกคนน้า

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

93 ความคิดเห็น

  1. #17 Duangruedeeee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 21:53
    ไม่เป็นไรนะน้องแพรรรพี่อิฐขี่ม้าขาวมาช่วยแล้วววววว
    #17
    0
  2. #16 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 12:44
    มาทันจ้า
    #16
    1
    • #16-1 มาปาปา(จากตอนที่ 3)
      8 กันยายน 2563 / 13:28
      เกือบแล้วๆ
      #16-1
  3. #15 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 23:58
    ช่วยแพรด้วย
    #15
    1
    • #15-1 มาปาปา(จากตอนที่ 3)
      8 กันยายน 2563 / 13:29

      มาทันแล้ววววว
      #15-1
  4. #14 nuttha1990_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 กันยายน 2563 / 23:40
    คนแบบนี้แม้แต่คำว่าเพื่อนก็ไม่ควรได้รับ เลิกคบไปเลยนะแพร
    #14
    1
    • #14-1 มาปาปา(จากตอนที่ 3)
      8 กันยายน 2563 / 13:28
      นิสัยไม่ดีจริงๆ
      #14-1
  5. #13 nuttha1990_ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 05:37
    คิง เป็นผุชายที่น่ารำคาญที่สุด

    แล้วตัวเองก็มีแฟนยุแล้วมั้ย ทำแบบนี้มันเห็นแก่ตัวมากเลยนะ นุ้งแพรของเราก็ชัดเจนนะว่าคิดแค่เพื่อน
    #13
    1
    • #13-1 มาปาปา(จากตอนที่ 3)
      4 กันยายน 2563 / 10:38

      จริงมากกกก
      #13-1
  6. #12 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 กันยายน 2563 / 00:24
    คิงอีกละ
    #12
    1
    • #12-1 มาปาปา(จากตอนที่ 3)
      4 กันยายน 2563 / 00:25

      ออกไปไกลๆเลย โบกมือไล่คิง
      #12-1
  7. #11 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 16:19
    จะใช่มั้ยนะคนที่มาช่วยอ่ะ
    #11
    1
    • #11-1 มาปาปา(จากตอนที่ 3)
      4 กันยายน 2563 / 00:17

      รีดเดอร์คิดว่าใครค้า?
      #11-1
  8. #10 Duangruedeeee (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 กันยายน 2563 / 05:55
    รออออออ
    #10
    1
    • #10-1 มาปาปา(จากตอนที่ 3)
      2 กันยายน 2563 / 15:41
      มาแล้วนะค้า
      #10-1
  9. #9 firstzy93 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2563 / 23:53
    ใครอ่า
    #9
    1
    • #9-1 มาปาปา(จากตอนที่ 3)
      2 กันยายน 2563 / 15:41
      ไม่บอก ให้รีดเดอร์ทายเอาเองน้า
      #9-1