แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 8 : ความหลัง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,505
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 103 ครั้ง
    2 ก.ค. 63

 

7

ความหลัง

 

เมื่อเขาต้องการที่จะเล่าเรื่องในอดีตที่ดูเหมือนจะเต็มไปด้วยความเศร้าโศกนั้นให้ฉันฟัง ฉันก็ต้องเป็นผู้ฟังที่ดีที่คอยรับฟังและให้กำลังใจเขาในฐานะที่เราเป็นแฟนกัน

“เล่าได้หรอคะ” ฉันถามเพื่อความแน่ใจอีกครั้งเพราะกลัวว่าจะเป็นเรื่องสะเทือนใจสำหรับเขา

“ได้สิ”

3 ปีที่แล้ว

ช่วงปิดเทอมเดือนเมษาถือว่าเป็นช่วงที่มีอากาศร้อนที่สุด เพื่อนในกลุ่มผมนัดกันเพื่อจะไปเที่ยวที่ชลบุรี จังหวัดท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของประเทศและอีกเหตุผลที่เราเลือกไปที่นี่ก็เพราะว่าไอ้ธีร์เพื่อนในกลุ่มผมมีบ้านพักอยู่นั่นและมันก็มีเรื่องเครียดอยู่ พวกผมจึงพามันมาทะเลเพื่อจะช่วยให้มันอารมณ์ดีขึ้นบ้าง

ธีร์มันเป็นเพื่อนในกลุ่มที่ผมสนิทมากที่สุด ผมกับมันต่างรู้เรื่องส่วนตัวของกันและกัน มันเป็นคนเจ้าชู้ถึงแม้ว่าเรียนอยู่แค่มัธยมมันก็มีสาว ๆ ล้อมรอบมากมายแต่มันไม่เคยคบใครแบบจริงจังเลยสักคน จนมันมาเจอกับอีฟสาวที่อยู่โรงเรียนหญิงล้วนใกล้ ๆ กับโรงเรียนของเรา มันก็บอกผมว่ามันสนใจคนนี้มาก ก่อนที่จะตามจีบอยู่หลายเดือนกว่าจะได้คบกันและอีฟก็ทำให้มันเป็นคนดีขึ้นมากกว่าเดิม

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เป็นไปได้ด้วยดีสร้างความอิจฉาให้กับคนมากมายแต่ด้วยความที่พ่อแม่ของมันค่อนข้างเลี้ยงแบบปล่อย มันกับอีฟก็มีความสัมพันธ์กันจนอีฟพลาดท้องขึ้นมา ทั้งสองคนทะเลาะกันแรงมากจนอีฟเกือบจะทำร้ายเด็กในท้องคนนี้แต่มันขอให้อีฟเก็บเด็กในท้องไว้เพราะยังไงเด็กคนนั้นก็เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของมันและยังดีที่พ่อแม่ของทั้งคู่เข้าใจและช่วยกันแก้ปัญหา เด็กคนนี้ถึงยังมีชีวิตอยู่ในท้องของอีฟอยู่ในตอนนี้ ถึงเพื่อนผมจะเจ้าชู้มาก่อนแต่มันเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากคนหนึ่ง ความสัมพันธ์ของมันกับอีฟยังคงตึงใส่กัน อีฟยังไม่คุยกับมันตั้งแต่วันที่ทะเลาะกัน ผมจึงได้ชวนให้มันมาเที่ยวเพื่อไม่ให้มันหมกมุ่นจนเกินไป 

ช่วงสาย ๆ จนเกือบเที่ยงเรานั่งรถจนมาถึงบ้านพักของไอ้ธีร์เป็นบ้านที่มีสองชั้นและมีสระว่ายน้ำในตัว มีขนาดที่กว้างมาก แต่กลับไม่เคยมีคนมาอยู่ประจำมีเพียงแม่บ้านที่คอยเข้ามาทำความสะอาดให้เท่านั้น เวลาเกือบเที่ยงทุกคนเริ่มหิวเนื่องจากเราไม่ได้กินอะไรมาเลยตั้งแต่เช้าโชคดีที่เราสั่งอาหารจากร้านอาหารซีฟู้ดแถวนั้นมาไว้ก่อน จึงไม่ต้องออกไปหาซื้ออีกรอบ

“ไอ้มิกซ์กูจองกุ้งตัวนั้นแล้ว”

“กูหยิบก่อนกูก็ต้องได้แดกดิวะ ทีใครทีมันมึงเข้าใจไหม”

 

“พวกมึงจะทะเลาะกันทำไมวะ กุ้งมีเป็นสิบมันก็แดกได้ทุกตัวนั่นแหละ” ผมห้ามทัพระหว่างเพื่อนทั้งสอง

สายตาผมหันไปมองที่เพื่อนอีกคนที่นั่งเงียบอยู่บริเวณระเบียงของบ้าน ผมจึงเดินไปนั่งลงข้าง ๆ มัน

“ยังเคลียร์กันไม่เสร็จอีกหรอ” ผมถามมันหลังจากเห็นว่ามันซึม ๆ ตั้งแต่อยู่บนรถแล้ว

“เออ อีฟยังไม่ยอมคุยกับกูเลย” มันตอบผมพร้อมกับถอนหายใจเบา ๆ

“มึงเข้าใจเขาหน่อย ให้เวลาอีกนิดกูเชื่อว่าเดี๋ยวอีฟก็กลับมาคุยกับมึงเหมือนเดิม”

“กูอยากเจอเขา อยากเห็นหน้า อยากอยู่ด้วย แต่กูก็ทำอะไรไม่ได้เลย”

“ให้เวลาเป็นตัวช่วยเดี๋ยวทุกอย่างก็จะดีขึ้นเอง” ผมตบไหล่มันเบา ๆ

“เดี๋ยวกูมา กูขอไปเดินเล่นแถวนี้ก่อน” มันบอกผมก่อนลุกขึ้นแล้วเดินออกไป

สายตาผมองตามแผ่นหลังของมันไป ก่อนที่หันไปสนใจกับกลุ่มเพื่อนที่กำลังร้องเพลงกันอยู่ข้างสระน้ำแทน อาหารที่สั่งมาก็ถูกกินเรียบภายในเวลาไม่ถึงชั่วโมง 

การเล่นน้ำตั้งแต่เช้าจนบ่ายทำให้เราเสียพลังงานไปค่อนข้างเยอะเลยทีเดียว จนตอนนี้พวกเราต้องหยุดกิจกรรมทั้งหมดมานั่งพักกันอยู่ริมสระ ผมกับเพื่อนนั่งเล่นมือถือกันอยู่สักพักก็มีลุงวัยกลางคนเดินมาและเอ่ยคำถามสลดออกมา

“หนุ่ม ๆ มีผู้ชายรุ่นเท่า ๆ พวกเอ็งมันจมน้ำที่ริมหาด ใช่เพื่อนพวกเอ็งไหม” สิ้นคำถามนั้น พวกเราถึงกับตกใจกับการได้ยินคำถามนั้น

“คนนั้นเขาใส่ชุดแบบไหนครับ” ผมตั้งคำถามต่อหลังจากที่เรียกสติคืนมาได้

“ใส่เสื้อแขนกุดสีขาวกับกางเกงขาสั้นมั้งถ้าลุงจำไม่ผิด”

“มันไม่ใช่ไอ้ธีร์ใช่ไหมวะ”

“กูก็ไม่รู้ว่ะ”

“แล้วตอนนี้มันอยู่ที่ไหนครับ”

“เขาพาไปโรงพยาบาลแล้ว พวกเอ็งรีบตามไปดูเถอะ”

“ครับ” พวกเรารีบวิ่งไปเปลี่ยนชุดก่อนที่จะตามไปที่โรงพยาบาลแห่งนั้นโดยไม่ลืมโทรบอกที่บ้านของไอ้ธีร์พร้อมกับอีฟแฟนสาวของมัน

พอมาถึงที่โรงพยาบาลความจริงที่ได้รู้ทำให้ผมแทบทรุดเพราะพบว่าเพื่อนสนิทเสียชีวิตแล้ว ศพของมันถูกเก็บไว้ที่ห้อง ๆ หนึ่งเพื่อรอญาติมารับ พวกผมขอดูหน้ามันเพื่อให้มั่นใจจริง ๆ ว่าใช่มันแน่ ๆ มือที่สั่นเทาของผมเอื้อมไปจับที่ผ้าขาวที่คลุมศพไว้ก่อนที่จะดึงขึ้นช้า ๆ ภาพที่ผมเห็นทำเอาน้ำตาผมไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัวเมื่อพบกับใบหน้าขาวซีดที่ไร้สีใด ๆ และร่างที่ไร้วิญญาณของมันที่นอนแน่นิ่งอยู่ตรงนี้เป็นเพื่อนสนิทของผมจริง ๆ 

“ธีร์” ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ ตอบกลับมา

“…”

“ธีร์” ผมเรียกมันอีกครั้ง

“ไอ้ธีร์! มึงตื่นดิวะ มึงจะทิ้งพวกกูไปได้ยังไง กูพามึงมาที่นี่เพื่อให้มึงสบายใจ ไม่ใช่พาให้มึงมาตายนะเว้ย มึงตื่นมาคุยกับกูก่อนดิวะ” ผมตะโกนด้วยความเสียใจถูกเพื่อน ๆ ลากออกมาจากห้องนั้น

“พวกมึงปล่อยกูดิวะ” พวกเพื่อน ๆ ล็อคแขนผมไว้พร้อมกดให้นั่งลงหน้าห้องนั้น

“ไอ้เซน มึงตั้งสติก่อนได้ไหม” ไอ้มิกซ์พูดขึ้นมาหลังจากที่เห็นสภาพผม

“เพื่อนตายทั้งคนพวกมึงไม่รู้สึกอะไรเลยหรอวะ”

“ทำไมกูจะไม่รู้สึกวะ ไอ้ธีร์มันก็เพื่อนกู กูเสียใจเสียใจมากด้วยแต่ต่อให้กูเรียกมันดังแค่ไหนยังไงมันก็ไม่ตื่นขึ้นมาแล้วมึงทำใจเหอะ” มันดึงผมเข้าไปกอดรวมกับเพื่อนหลาย ๆ คนที่มาด้วยกัน

เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมงที่เรานั่งรอกันอยู่หน้าห้องพ่อกับแม่ของไอ้ธีร์พร้อมกับอีฟที่ท้องเริ่มโตแล้วมาถึงที่โรงพยาบาลแห่งนี้ ก่อนที่ทั้งหมดจะเข้าไปดูศพของไอ้ธีร์

“ธีร์! ฮึก ธีร์จะทิ้งเรากับลูกไปไม่ได้นะ ฮึก ธีร์จะปล่อยให้เรากับลูกอยู่ด้วยกันแค่สองคนหรอ” อีฟที่จับมือที่แข็งไปแล้วของเพื่อนผมไว้แน่นทั้ง ๆ ที่อยู่ในอ้อมก่อนของแม่ไอ้ธีร์

“ตื่นมาหาเราเถอะ อย่าแกล้งกันแบบนี้เราไม่ชอบนะ”

“…”

“ฮึก ตื่นมาอยู่กับเรา กลับมาเป็นเหมือนเดิมนะ”

“…”

“เหมือนกับตอนที่เราเริ่มคบกันแรก ๆ ไง”

“…”

“ธีร์จำได้ไหมว่าธีร์พาเรามาที่นี่ พาไปเดินเล่นริมทะเล”

“…”

“ตอนนี้เรามาอยู่ที่นี่แล้วนะ เราพาเจ้าตัวเล็กมาด้วย”

“…”

“มาหาธีร์ไง เราจะได้ไปเดินเล่นด้วยกัน ทำอะไรด้วยกันแบบพ่อแม่ลูกไง” สิ้นคำพูดนั้นเธอก็ร้องไห้ออกมาอย่างหนักจนหมดสติไปในอ้อมกอดของแม่ไอ้ธีร์ สถานการณ์วุ่นวายขึ้นอย่างทันตา พยาบาลที่นั่นรีบพาคนท้องไปนอนที่เตียงเพราะกลัวจะกระทบต่อลูกในท้องของเธอ

ผ่านมาหนึ่งอาทิตย์

งานศพของไอ้ธีร์ผ่านไปอย่างราบเรียบ เรารู้สาเหตุการตายจากคนที่อยู่แถวนั้น เกิดจากที่มันพยายามไปช่วยเด็กที่ตกจากโขดหินลงไปในน้ำลึกแต่พอช่วยเด็กขึ้นมาได้แล้ว มันเกิดเป็นตะคริวขึ้นมาและคนที่อยู่รอบ ๆ ไม่มีใครว่ายน้ำได้เลยสักคน พอตามคนมาช่วยได้มันก็ไม่ทันแล้ว ทำให้มีเรื่องเศร้าสลดเกิดขึ้น ครอบครัวของมันไม่ได้ติดใจเรื่องนี้เพราะต้องการให้ไอ้ธีร์ไปอย่างสงบโดยที่หมดห่วงเรื่องทุกอย่าง 

หลายเดือนผ่านไป 

ทุกคนที่เคยตกอยู่ในความเศร้าในวันนั้นต่างก็ผ่านมาเรื่องราวต่าง ๆ มาได้ด้วยดี โดยเฉพาะอีฟที่ดูเหมือนจะเสียใจมากที่สุดแต่กลับเป็นคนที่เข้มแข็งมากที่สุดเช่นเดียวกันเพื่อลูกชายของเธอ ลูกชายของเธอกับไอ้ธีร์ลืมตาดูโลกแล้ว หน้าตาก็ได้พ่อมาแทบจะหมดทุกส่วน เธอดีใจมากเพราะลูกเป็นเหมือนของขวัญที่ไอ้ธีร์มอบให้เธอก่อนที่จะจากไป

ไทม์ คือ ชื่อที่เธอตั้งให้ลูกชายเพราะลูกเปรียบเสมือนตัวแทนของช่วงเวลาดี ๆ ที่เธอกับไอ้ธีร์ได้ใช้มันด้วยกัน

อีฟบอกกับผมว่าเธอมีความสุขกับชีวิตในตอนนี้มากถึงแม้จะไม่มีไอ้ธีร์พ่อของลูกอยู่ข้าง ๆ แล้วแต่ก็ยังมีแก้วตาดวงใจคนที่สำคัญกับเธอที่สุดในชีวิตมาอยู่เป็นเพื่อนแล้ว ตั้งแต่วันที่ลูกของเธอคลอดออกมาพ่อกับแม่ของไอ้ธีร์ก็ยกบ้านที่อยู่ที่ริมชายหาดให้กับหลานชายคนเดียวที่เปรียบเสมือนเป็นตัวแทนของไอ้ธีร์ เพื่อให้เขาได้อยู่ในที่ที่พ่อของเขาเคยอยู่เมื่อตอนที่ยังมีชีวิตอยู่

ปัจจุบัน

“และที่พี่มาที่นี่ก็เพราะว่าพี่อยากให้มันรู้ว่าตอนนี้พี่มีแฟนแล้ว และแฟนพี่คนนี้ก็เป็นคนที่มันก็รู้จักดีด้วย” พี่เซนพูดหลังจากที่เล่าเรื่องของเพื่อนเขาให้ฟังเสร็จ

“หมายความว่ายังไงคะ”

“ไว้ถึงเวลาก็หนูจะรู้เอง”

“แง...บอกก่อนไม่ได้หรอ”

“ไม่บอก”

“ใบ้ก็ได้นิดนึง”

“ไม่”

“นิดเดียวนะ”

“ไม่ได้” พี่เซนผลักหัวฉันเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้สองมือเล็กรีบคว้าไปที่แขนหนา ๆ ที่มีแต่กล้ามเนื้อ พร้อมเอนหัวไปซบที่ต้นแขนเขาอย่างอ้อน ๆ

“อ้อนอะไรหื้ม”

“หนูง่วงแล้ว” พอหนังท้องตึงหนังตาก็หย่อนตอนนี้เป็นเวลาเกือบสี่ทุ่มแล้วแต่เราสองคนยังคงนั่งอยู่ริมทะเลที่มีแสงไฟริบหรี่ไม่สว่างมากนัก

“อยากกลับแล้วหรอคะ” ยิ่งเขาพูดเพราะกับฉันมากเท่าไหร่ทำให้ใจมันฟูอย่างประหลาด

“อยากกลับแล้วค่ะ” ตอนนี้ตาของฉันแทบจะลืมไม่ขึ้นอยู่แล้ว

“งั้นเราก็กลับกันเถอะ”

เขาพาฉันลุกขึ้นพร้อมเดินไปที่รถที่จอดอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลนัก หลังจากที่ประจำที่เรียบร้อยแล้ว รถหรูก็เคลื่อนตัวออกจากตัวจังหวัดเพื่อกลับไปที่คอนโดของเรา สองข้างทางมีแสงไฟของรถมากมายท่ามกลางความมืดมิดอยู่บนถนนยิ่งกระตุ้นให้ความง่วงที่สะสมอยู่ในร่างกายของฉันออกฤทธิ์ทันที เปลือกตาสวยค่อย ๆ หลับลงและเข้าสู่ห้วงนิทราไปในที่สุด

ส่วนคนข้าง ๆ ที่เห็นหญิงสาวหลับแล้วจึงปรับเบาะเพื่อให้เธอได้นอนสบายมากขึ้นก่อนที่เขาจะพาเธอกลับไปที่พักอย่างปลอดภัย

 

 

ช่วงบ่ายของอีกวันหลังจากที่ฉันเรียนเสร็จ รุ่นพี่เราก็ได้นัดคุยเรื่องกีฬาเฟรชชี่เกมและประกวดดาวเดือนของคณะด้วย เราต้องแบ่งกันทำงานในส่วนต่าง ๆ เนื่องจากว่าคณะจะมีการประกวดดาวเดือนในอาทิตย์หน้าดังนั้นพวกฉันจึงต้องช่วยน้ำตาลเตรียมการแสดงดี ๆ ไว้ก่อน 

เพราะเพื่อนฉันต้องได้เป็นดาวคณะ !

การประกวดมันต้องมีการแสดงความสามารถพิเศษ เพื่อนสาวที่จะประกวดเลือกการร้องเพลงเป็นสิ่งแรก

เราช่วยกันเลือกเพลงกันอยู่ที่ร้านคาเฟ่เดิมและฉันก็นั่งรอพี่เซนเพื่อรอเขาไปซ้อมบอลแต่คราวนี้เพื่อนทั้งกลุ่มกลับขอตามไปดูพี่เซนซ้อมบอลด้วยเพราะมันบอกกับฉันว่าอยากไปดูหนุ่มวิศวะหุ่นแซบ ๆ กัน

“มึง กูสวยยัง” พิลหันมาถามหลังจากที่มันทาลิปสีส้มพีชเสร็จพร้อมกับส่งจูบมาให้ฉัน

“เราแค่ไปนั่งดูเขาซ้อมเฉย ๆ นะมึง แล้วอีกอย่างข้างสนามมันก็มืดเขาไม่เห็นหน้าเราหรอก” มันหันมามองฉันนิ่ง ๆ พร้อมกับเอ่ยออกมาว่า

“ไม่ได้! มืดแค่ไหนกูก็ต้องสวย ต้องเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์” พูดเสร็จก็ตบแป้งต่อ ทำเอาพวกเราส่ายหน้ากันอย่างเอือมระอา

“เออมึง พี่เอิร์ทไลน์มาชวนกูไปงานวันเกิดเขา เขาชวนพวกมึงไปด้วยที่ร้านเดิม จะไปกันไหม” มิลค์ถาม

เดี๋ยวนะ! พี่เอิร์ทไลน์มาชวนไอ้มิลค์

“ทำไมเขาถึงมีไลน์มึงชะนีน้อย” ฉันถามออกไปอย่างสงสัย

“มึงไม่รู้อะไรก็วันที่พี่เซนลากมึงกลับวันนั้นชะนีน้อยของเราก็มีหนุ่มอาสาไปส่งที่หอด้วยนะ” น้ำตาลพูด

ฉันเมาแค่วันเดียวนี่ตกข่าวเรื่องนี้ไปได้ยังไงนะ ยังมีอะไรที่ฉันไม่รู้อีกไหมเนี่ย

“แล้วสรุปจะไปไหม กูจะได้บอกเขาก่อน” ชะนีน้อยของกลุ่มรีบเปลี่ยนเรื่องทันที

“ไปดิมึง มีคนชวนทั้งทีกูอยากแรดมานานแล้ว” พิลออกตัวแรงเมื่อเห็นว่าจะได้ปาร์ตี้กับหนุ่ม ๆ วิศวะ

เราตกลงว่าจะไปวันเกิดพี่เอิร์ทกัน แผนของการไปดูหนุ่มวิศวะซ้อมบอลนั้นจึงถูกเลื่อนไปวันอื่นแทน รวมถึงพี่เซนแฟนของฉันที่ยกเลิกการซ้อมเพื่อไปซื้อของขวัญวันเกิดให้พี่เอิร์ท

เพิ่งรู้นะเนี่ยว่าผู้ชายเขาก็มีมุมแบบนี้เหมือนกัน

“พี่เซนจะซื้ออะไรให้พี่เอิร์ทคะ” ฉันถามขึ้นหลังจากที่เราอยู่บนรถแล้ว

ขับรถเกือบจะถึงที่คอนโดพี่เซนก็แวะไปที่ร้านสะดวกซื้อข้างทาง

แวะที่นี่ทำไม? เซเว่นที่คอนโดเราก็มีนี่ ได้แต่คิดอยู่ในใจแต่ก็ยอมลงไปกับเขา

เขาซื้อขนมไปตุนไว้บนห้องนิดหน่อย พอได้เวลาจ่ายเงินมือใหญ่ก็เคลื่อนไปหยิบของบางอย่างข้างเคาท์เตอร์มาประมาณเกือบสิบกล่อง พนักงานของร้านได้แต่อมยิ้ม ส่วนฉันน่ะหรอ แดงไปทั้งหน้าแล้วจ้า

เพียะ! เสียงมือเล็กกระทบไปที่ต้นแขนหนา

“พี่ซื้ออะไรเนี่ย” ร่างเล็กถามพร้อมตีไปที่ต้นแขนของเขาหลังจากที่เราขึ้นมาอยู่บนรถ

“ซื้ออะไร” ยังมาทำหน้างงใส่อีก

“ยังจะมาพูดอีก”

“อ๋อ ถุงยางอะหรอพี่ซื้อไปให้ไอ้เอิร์ธไง” ของขวัญวันเกิดหรอ?

“ใครเขาให้ของขวัญแบบนี้กัน”

“ไม่ต้องห่วงพี่ไม่ใช้หมดหรอกเดี๋ยวเก็บไว้ใช้เองสักสองสามกล่อง” รอยยิ้มร้ายถูกส่งมาให้ฉัน

“บ้า”

“หึ”

“แล้วทำไมไม่ไปซื้อที่คอนโดล่ะคะ” ฉันถามหลังจากที่ค้างคาใจตั้งแต่ในตอนนั้น

“ถ้าพี่ซื้อที่นั่นเดี๋ยวก็มีคนแถวนี้ไม่กล้าลงไปซื้อของอีกพอดี” รอยยิ้มอย่างอารมณ์ดีถูกส่งมาอีกครั้ง

ไม่พูดด้วยแล้ว! มีแต่เรื่องอะไรก็ไม่รู้

พอมาถึงที่คอนโดเราแยกย้ายกันไปแต่งตัว โดยฉันเลือกชุดสายเดี่ยวสีขาวเอวลอยพร้อมกับกระโปรงรัดรูปสีดำมีสายผูกเพื่อให้ชุดมีลูกเล่นมากขึ้นส่วนด้านเมคอัพก็ไม่ได้น้อยหน้า ฉันแต่งหน้าโทนน้ำตาลอ่อน ๆ พร้อมกับใช้ลิปสีแดงเพื่อให้มีความโดดเด่นมากขึ้น หลังจากที่ทาลิปสติกเสร็จก็ตรวจเช็คความเรียบร้อยนิดหน่อย

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

เสียงเคาะประตูดังขึ้นฉันก็รู้ได้ในทันทีว่าเป็นใคร ใบหน้าหล่อปรากฏขึ้นหลังจากที่ฉันเปิดประตู คิ้วหนาขมวดเข้าหากันทันทีที่เขาไล่สายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า

“ไม่โป๊ไปหน่อยหรอ” คำถามถูกสาดเข้ามาทันที

“หือ ใครโป๊ หนูก็แต่งแบบนี้ประจำอยู่แล้ว” ฉันตอบอย่างไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร

พอสังเกตใกล้ ๆ วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำธรรมดาพร้อมแจ็คเก็ตยีนส์กับกางเกงยีนส์สีอ่อนและรองเท้าผ้าใบ แค่ชุดธรรมดาก็ดูหล่อขนาดนี้ ยิ่งผมที่ไม่ได้เซตด้วย หล่อระเบิด

“เป็นอะไร” พี่เซนถามหลังจากที่เห็นอาการดีดดิ้นเมื่อครู่ของฉัน

อุ๊ย ลืมเก็บอาการ

“เปล่าค่า”

“ไปเปลี่ยนชุดไป”

“ไม่เอาหนูจะใส่ชุดนี้”

“ใส่ได้ไง มันโป๊”

“โป๊ตรงไหน” คนดื้อเถียงคอเป็นเอ็น

ว้าย! ร่างเล็กไถลไปนั่งบนตักคนตัวใหญ่ทันทีที่ถูกมือใหญ่ดึง

มือหนาค่อยเคลื่อนมาจับที่ต้นขาของฉันพร้อมลูบเบา ๆ ใบหน้าคมขยับมาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ จนปากเราชิดกัน พี่เซนเริ่มสอดลิ้นเข้ามาภายในช่องปากฉันส่วนมืออีกข้างก็เคลื่อนไปที่หน้าอก ทันทีที่หน้าอกถูกบีบเค้นจากมือใหญ่ร่างกายคนตัวเล็กถูกคนตัวใหญ่ดันให้นอนลงบนโซฟา สายเดี่ยวที่ใส่ถูกเหวี่ยงไปข้าง ๆ

“ไม่ได้นะเราต้องไปงานวันเกิดพี่เอิร์ท” มือใหญ่ที่กำลังจะปลดตะขอบราชะงักทันทีหลังจากคนตัวเล็กห้ามก่อนที่จะเลยเถิดไปมากกว่านี้

“ไม่ไป” คนหน้ามึนตอบมาดื้อ ๆ พร้อมกับซบใบหน้าลงบนหน้าอกฉัน

“พี่เซนลุกออกไปเดี๋ยวนี้นะ”

“นิ่ม” พูดแค่นั้นแต่เขาก็ยอมผละตัวออกไป

“ทะลึ่ง”

“ให้ช่วยใส่ไหม”

“ไม่ต้องเลยค่ะ”

แจ็คเก็ตยีนส์ถูกคลุมมาที่ไหล่ของฉันทำให้ฉันต้องเงยหน้าไปมองเขาทันที

“มันโป๊ ปิดไว้ หวง”

เกือบไปแล้ว เกือบโดนเขากินแล้วไหมล่ะ ฉันถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อรอดจากสถานการณ์นี้แล้ว

 

พร้อมเพรียง

เสียงดนตรีดังกระหน่ำผู้คนมากหน้าหลายตาต่างโยกย้ายส่ายสะโพก มือข้างหนึ่งของนักท่องราตรีแห่งนี้ต่างถือแก้วเหล้าไว้คนละแก้วและยืนอยู่หน้าดีเจชื่อดังที่จ้างมาวันเกิดพี่เอิร์ทโดยเฉพาะ 

เชื่อแล้วว่ารวยจริง!

เราเดินเข้ามาในร้านอย่างยากลำบากเพราะวันนี้คนเยอะเป็นพิเศษ อยู่ดี ๆ มือฉันก็ถูกคว้าไว้ให้เข้าไปอยู่ในอุ้งมือของใครคนหนึ่ง ซึ่งคน ๆ นั้นก็คือแฟนของฉันไงล่ะ

“จับมือพี่ไว้เดี๋ยวหลง”

“ค่ะ” การเดินเข้าร้านทำให้ร่างกายฉันถูกชนจากข้าง ๆ จนกระเด็นไปกระเด็นมาอยู่หลายรอบ ทำให้คนที่เดินอยู่ข้างหน้าฉันพาดแขนมาโอบไหล่ฉันไว้พร้อมกับเดินไปด้วยกัน สายตาของฉันเหลือบไปมองเสี้ยวหน้าคมของเขา ถ้าไม่ติดว่าเคยเจ้าชู้มาก่อนเขาก็เป็นคนดีคนหนึ่งเลยนะเนี่ย

เมื่อเราเดินมาถึงที่โต๊ะ สายตาหลายคู่ต่างจับจ้องมาที่เราอย่างแซว ๆ มาพร้อมกับเสียงทะเล้นของเจ้าของวันเกิด

“มาช้าขนาดนี้ทำอะไรกันอยู่ครับ”

“เรื่องของกู”

โป๊ก! พี่เซนโยนกล่องของขวัญที่ไม่รู้ว่าเข้าไปห่อตอนไหนให้พี่เอิร์ท

“โอ๊ย! ไอ้เหี้ยเซน มึงโยนไรมาเนี่ย”

ช่างเป็นมิติใหม่แห่งการให้ของขวัญเพื่อนจริง ๆ

“ของขวัญวันเกิดมึงไง เอาไม่เอา”

“เอาดิวะ ตั้งแต่กูคบกับมันมากูแม่งไม่เคยได้เหี้ยไรจากมันเลยรู้ไหม” พี่เอิร์ทพูดพร้อมหันไปคุยกับโต๊ะข้าง ๆ

เอ่อ...ฉันรู้ว่าเขาเข้ากับคนได้ง่ายแต่ก็ไม่ได้คิดว่าจะง่ายถึงขนาดตะโกนไปคุยกับโต๊ะข้าง ๆ ที่ไม่ได้รู้จักกัน

“น้องวาไปนั่งกับเพื่อนก่อนก็ได้” พี่มิกซ์พูดพร้อมบุ้ยหน้าไปทางโต๊ะของเพื่อนฉัน

ฉันไม่ตอบอะไรแค่พยักหน้าให้เล็กน้อย

สองขาเรียวก้าวไปยังโต๊ะที่มีเพื่อนสาวของตัวเองนั่งอยู่พร้อมกับผู้หญิงอีกสองคนมาเพิ่ม ฉันก้มหน้าทักทายเล็กน้อย

“วา นี่พี่ฝนแฟนพี่มิกซ์แล้วก็พี่ปีใหม่แฟนพี่กัน” มิลค์หันมาบอก

“สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้พี่สองคนเพื่อทักทายอีกครั้ง

“หึ้ย ไม่ต้องไหว้ ๆ” พี่ปีใหม่โบกมือให้อย่างเป็นกันเอง พี่ปีใหม่เป็นคนที่หุ่นดีมาก น่าจะพอ ๆ กับน้ำตาลเพื่อนของฉัน ผิวขาว หน้าหมวย ดูก็รู้เลยว่าเป็นสาวเปรี้ยวคนหนึ่งเลย การแต่งตัวไม่ต้องพูดถึงเท่ห์ระเบิดเสื้อเกาะอกกางเกงยีนส์ขายาวพร้อมกับรองเท้าหนังสุดเท่ห์จนไม่คิดว่าจะเป็นแฟนกับพี่กันผู้ชายที่ดูเงียบสุขุมที่สุดในกลุ่มได้

 

ส่วนพี่ฝนที่เป็นแฟนพี่มิกซ์นั้นตัวไม่สูงมากแต่ดูเป็นผู้หญิงฉลาดและใจดีและเข้าถึงได้ง่าย

“น้องวาสักแก้วไหม” พี่ฝนถาม

“ก็ได้ค่ะ” เธอยื่นแก้วที่ถือมาให้กับฉัน

ด้วยความที่ไม่อยากเสียมารยาทและยังไม่อยากเมาในตอนนี้ฉันทำได้แค่ยกจิบเบา ๆ

พี่ฝนที่นั่งอยู่ข้างฉันหันมาคุยกับฉันตามประสาคนอัธยาศัยดี

“น้องวานี่น่ารักจังสมกับที่เป็นแฟนเซนเลย” เธอยกมือมาบีบแก้มฉันเบา

“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ แหะ ๆ” ฉันได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ส่งไป ใครมันจะไปยอมรับล่ะว่าตัวเองน่ารักจริงไหม

น้ำสีสวยถูกเทใส่แก้วมาแก้วแล้วแก้วเล่าตอนนี้อาการฉันก็เริ่มมึนนิด ๆ แล้ว ส่วนคนข้าง ๆ ฉันอย่างพี่ฝนน่ะหรอสติได้หายไปแล้ว เอาแต่มาบีบแก้มฉันจนแก้มฉันใกล้ช้ำแล้วเนี่ย

 

“งู้ย น่าร้ากอ่า” นอกจากดึงแก้มแล้วสองแขนของเธอก็มาเกาะแขนฉันพร้อมเอาหน้ามาซบที่ไหล่ฉัน

“พี่ฝน ยังไหวไหมคะ”

“หวายเส้ พี่ม่ายด้ายมาว” คนข้าง ๆ เด้งตัวขึ้นมาพูดพร้อมยกนิ้วชี้ส่ายไปส่ายมา

“เอ่อ กูว่าเรียกพี่มิกซ์มาเถอะ กูว่าพี่ฝนไม่ไหวแล้วแหละ” น้ำตาลพูดกับฉันและบอกกับคนที่ร้านให้ไปบอกพี่มิกซ์

ตอนนี้เหล้าเข้ามาในร่างกายฉันเพิ่มขึ้นอีกหลายแก้ว สติที่เคยประคองไว้ได้หายไปหมดในพริบตา จนฟุบหลับไปบนโต๊ะอย่างห้ามไม่ได้

 

 

 

SEN’S PART 

ผมเห็นยัยตัวแสบสลบลงไปกับโต๊ะหลังจากที่เธอดื่มไปหลายแก้ว ผมจะไม่ห้ามเธอในครั้งนี้เพราะมีผมมาด้วย ปล่อยให้เธอฟุบหลับอยู่กับเพื่อนสักพักก็ถึงเวลาที่ต้องพาเธอกลับแล้ว 

สองขายาวก้าวไปที่โต๊ะที่อยู่ห่างจากโต๊ะเขาไม่ถึงเมตร มือหนาพยายามพยุงตัวเธอให้ลุกขึ้น แขนที่กำลังจะช้อนร่างเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมแขนชะงักลงเมื่อเธอตื่นขึ้นมาพร้อมกับทำหน้างงใส่

“ทำรายง่ะ”

“พากลับไง”

“กลับหนาย”

“คอนโด”

คนเมาพยักหน้าตอบพร้อมทั้งลุกขึ้นยืนอย่างว่าง่าย

ร่างสูงประคองคนเมาเพื่อพาไปที่รถและขับออกไปทันที ระหว่างทางคนเมาก็คุยอ้อแอ้ไม่หยุดรู้เรื่องบ้างไม่รู้เรื่องบ้างทำเอาคนขับรถอย่างเขารู้สึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย

“อึก!”

“เป็นอะไร” ผมถามเมื่อเธอเกิดอาการแปลก ๆ

“จาอ้วก” คำพูดนั้นทำเอาผมต้องหยุดรถทันที

มือล้วงเอาถุงพลาสติกที่เก็บไว้ในตัวรถพร้อมกับเอาไปรองที่ใต้คางของเธออีกมือก็ลูบหลังเธอช้า ๆ

“พี่เซน”

“ว่าไง”

“หนูไม่อยากอ้วกแล้ว”

ตัวแสบ!

คนขับรถอย่างเขาต้องรีบขับกลับคอนโดเพราะกลัวคนเมาจะมีอาการอีกครั้ง เมื่อถึงที่หมายก็รีบไปประคองคนเมาเพื่อพาขึ้นไปบนห้อง 

“เดี๋ยว” เสียงของคนเมาเอ่ยขึ้นก่อนที่เราจะก้าวเข้าไปในลิฟท์

“อะไรอีก”

“หนูอยากกินชาน้ำผึ้งมะนาว”

“มันดึกแล้วพรุ่งนี้ค่อยกิน”

“ฮึก ก็หนูอยากกินตอนนี้อ่า” บทดราม่าเริ่มเข้ามาเมื่อเธอเห็นว่าผมไม่ยอม

“...”

“พาไปซื้ออออ” คนที่ยืนไม่ตรงเขย่าแขนผมไปมา

“ไปก็ไป” สุดท้ายก็ต้องจำใจพาเธอไปอยู่ดีเราเดินไปกันอย่างทุลักทุเลเนื่องจากคนตัวเล็กเดินเซไปเซมาตัดหน้าผมจนเกือบล้มไปกองบนพื้นกันทั้งคู่

“เดินดีดี”

“อื้อ”

“รออยู่ตรงนี้เดี๋ยวจะพี่รีบไปซื้อมาให้”

เธอพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง

พอปล่อยเธอนั่งลงบนพื้นหน้าร้านแล้วผมก็รีบเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อ

เมื่อเจอและหยิบสินค้าที่ต้องการมาได้แล้วแล้วก็หยิบเยลลี่ที่มีคนชอบกินมาไว้สองสามถุงแล้วรีบไปจ่ายเงินที่เคาท์เตอร์ ทันทีที่ทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยสองขาก็รีบพาผมออกมาหาคนเมาที่นั่งอยู่หน้าร้านแต่สิ่งที่เห็นคือความว่างเปล่า

หายไปไหน?

สายตากวาดไปมองที่รอบ ๆ ก็ไร้ซึ่งเงาของคนตัวเล็ก ภายในใจเริ่มร้อนรนด้วยความเป็นห่วงและรีบวิ่งไปที่ทางเข้าคอนโด ในสวนที่มืดมิดในยามนี้ที่ปกติจะไร้ผู้คนแต่กลับมีเสียงเล็กของใครบางคนดังขึ้นมาอยู่เป็นระลอก

“ทำไมมาอยู่คนเดียวล่ะ”

“เหมี๊ยว”

“จริงหรอ”

“…”

“มาอยู่นี่ทุกวันเลยหรอ”

“เหมี๊ยว”

“ห้องเราอยู่ที่นี่แหละ มีลูกสาวอยู่ด้วยนะชื่อก้อนสำลี เก็บมาเลี้ยงได้หลายอาทิตย์แล้ว...”

“เหมี๊ยว”

“อะไรนะ”

“เหมี๊ยว เหมี๊ยว”

“ชอบหรอ”

ผมหยุดฟังเธอคุยกับแมวจรจัดแถวนี้อยู่พักหนึ่ง คุยเป็นตุเป็นตะอย่างกับพูดภาษาเดียวกัน

จากนั้นก็เดินเข้าไปภายในสวนแห่งนี้สิ่งที่ผมเห็นก็นคือคนตัวเล็กนั่งกองอยู่กับพื้นส่วนมือนั้นก็ดึงรั้งขาของเจ้าแมวตัวส้มไว้เหมือนกับต้องการให้มันคุยด้วย

ส่วนเจ้าแมวที่ทำหน้าตาหงุดหงิดหันมามองผมพร้อมกับส่งสายตาเหมือนกับว่าให้ผมเอาเธอไปเก็บเดี๋ยวนี้

“วา”

“ใครอ่า พี่เซนหรอ”

“ขึ้นห้องได้แล้ว”

“นี่” นอกจากเธอจะไม่ตอบผมแล้วเธอยังเอานิ้วชี้ที่แมวตัวส้มข้างกาย

“อะไร” ผมตอบเธออย่างงง ๆ

“แฟนก้อนสำลี เอาไปด้วย”

“เอาไปไม่ได้ เจ้าของมันอาจจะตามหาอยู่ก็ได้”

“ไม่มี มันไม่มีเจ้าของ”

“รู้ได้ยังไงหื้ม”

“หนูคุยกับน้องแล้ว” คุยกับแมว ?

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ค่อยมาเอานะ มือพี่ไม่ว่างอุ้มไม่ไหว” ผมพูดหลอกล่อเธอ เธอดูลังเลเล็กน้อยแต่ก็ยอมตอบรับแต่โดยดี

“ก็ได้” 

พอพาเธอขึ้นมาบนห้องได้ผมก็ส่งชาน้ำผึ้งมะนาวที่เธออยากกินให้

“อะไรอ่า”

“ชาน้ำผึ่งมะนาวที่อยากกินไง”

“ใครอยากกินอ่า”

“หนูนั่นแหละ”

“จริงหรอ ไม่เห็นจำได้เลย”

ผมเริ่มจะปวดหัวกับเธอแล้วมือใหญ่ยกขึ้นกุมขมับพร้อมปฏิญาณกับตัวเองในใจ

ให้กินอีกไม่ได้แล้ว!

เพราะอาการครั้งนี้ต่างจากครั้งแรกที่ผมเห็นเธอ ครั้งแรกเธอหลับไปทำให้ผมรับมือได้ง่าย ส่วนครั้งนี้เธอป่วนจนผมปวดหัวไปเรียบร้อย

ใช้เวลาอยู่นานกว่าจะทำให้เธอหลับไปได้ จากนั้นผมก็มีเวลาที่จะจัดตัวเองและรีบเข้านอนตามเธอไป

END SEN’S PART

 

ช่วงสายของวันเปลือกตาของคนดื่มหนักเมื่อคืนค่อย ๆ ลืมตาขึ้นพร้อมกวาดตามองไปรอบ ๆ ห้อง 

ห้องตัวเองโล่งอกไปที

ฉันรับรู้ถึงน้ำหนักอะไรบางอย่างที่พาดอยู่บริเวณเอวของตน สิ่งที่เห็นคือแขนหนาที่มีรอยสักสีดำ นี่เขามานอนห้องฉันอีกแล้วหรอลมหายใจอุ่นที่เป่ารดบริเวณซอกคอของฉันทำเอาฉันขนลุกไม่น้อยและพยายามหดคอหนีคนข้างหลัง

 

“ตื่นแล้วหรอ” เสียงทุ้มถามอย่างสะลึมสะลือ

ฟอด! จมูกโด่งถูกกดมาที่แก้มของฉัน

ฟอด! ต่อด้วยตรงซอกคอ

“หยุดนะ” ฉันเอามือไปดันหน้าเขาออกทันที

ถ้าไม่หยุดเขาก่อนฉันได้เปลืองตัวอีกรอบแน่

“ไหนรางวัลพี่ล่ะ”

“รางวัลอะไรคะ”

“รางวัลที่ดูแลคนเมาที่ไหนก็ไม่รู้ทั้งคืนเลย”

“ติดไว้ก่อนนะคะ” พูดพร้อมหันหน้าหนีเขา

“เดี๋ยวเอาคืนให้หนัก ๆ” พูดจบแขนสองข้างของเขาก็กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น

“ปล่อยก่อนค่ะหนูจะไปอาบน้ำ”

“มีเรียนบ่ายไม่ใช่หรอนอนต่ออีกนิดนะ” เขาตอบก่อนที่จะทิ้งตัวลงไปนอนอีกรอบ

เอ๊ะ! ทำไมไม่ปวดหัวเลยนะ ปกติดื่มขนาดนี้ต้องปวดหัวจนแทบระเบิดแต่นี่กลับไม่มีวี่แววเลยสักนิด ฉันได้แต่สงสัยแต่คงไม่ได้คำตอบอะไรเพราะขนาดตัวฉันเองยังไม่รู้เลยว่าเป็นเพราะอะไร

 

11.00 น.

ฉันตื่นขึ้นมาพร้อมกับได้กลิ่นหอมของผัดกะเพราของโปรด 

ใครทำนะ? 

สองขาเรียวเดิมตามกลิ่นอาหารมาถึงโซนครัว สายตาหยุดมองที่แผ่นหลังว่างเปล่าที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและรอยสักประปราย พร้อมกับกางเกงขาสั้น 

ไหนบอกว่าทำกับข้าวไม่เป็น? ได้แต่คิดในใจด้วยความสงสัยแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นรู้สึกเหมือนหัวใจถูกกระแทกด้วยหุ่นแน่น ๆ นั้น กล้ามเนื้อแต่ละมัดขยับตามการเคลื่อนไหวของเจ้าของร่าง ทำให้เห็นความเด่นชัดของมัน

กุมใจ ไม่ไหวแล้วTT

ฉันยืนมองอยู่สักพักเมนูกะเพรากุ้งก็ถูกตักใส่จานเสร็จ สายตาคนหุ่นดีที่กำลังรับบทเชฟก็เหลือบมาเห็นฉันที่ยืนแอบมองเขาอยู่ เขาเลิกคิ้วราวกับจะถามว่ามองทำไม ทำให้ฉันถึงกับทำตัวไม่ถูกกันเลยทีเดียวแต่ก็รีบทำตัวให้กลับไปเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและทำเป็นเดินผ่านเหมือนไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

“จะไปไหน” พ่อครัวจำเป็นถาม

“ปะ ไปอาบนน้ำ”

“ให้อาบเป็นเพื่อนไหม”

“บ้า” คนหน้าแดงรีบเดินเข้าห้องน้ำท่ามกลางรอยยิ้มขำ ๆ ของคนตัวใหญ่

เมื่ออาบน้ำแต่งตัวแต่งหน้าเสร็จก็เดินออกมาที่ห้องนั่งเล่นพบว่าพ่อครัวเมื่อครู่อยู่ในชุดใหม่แล้วนั่นคือเสื้อยืดสีดำที่ถูกสวมทับด้วยเสื้อช็อปและกางเกงยีนส์ขายาว

ไม่ว่าจะอยู่ชุดไหนเขาก็ดูดีอย่างน่าหมั่นไส้

“กระโปรงสั้นไปรึเปล่า”

แหนะ เอาอีกแล้วนะ หาเรื่องกันตลอดเลย

“สั้นตรงไหนหนูก็ใส่แบบนี้เป็นประจำ”

“ตอนนี้มีแฟนแล้วไม่เห็นต้องใส่สั้น”

“มันไม่ได้สั้นขนาดนั้นสักหน่อย” คนดื้อยังเถียงต่อ 

เขาก็ใส่กันเป็นปกติ มันสั้นตรงไหนกัน

“เลิกเรียนจะพาไปซื้อใหม่”

ไม่เอาด้วยหรอก! ฉันได้แต่คิดอยู่ในใจ ฉันไม่ยอมใส่แบบยาว ๆ หรอกนะ

สองขาเดินเข้าไปใกล้โซนครัวมากขึ้นเห็นจานข้าวสองจานที่มีไข่ดาวกลมแบนโปะอยู่ข้างบนและกะเพรากุ้งจานใหญ่ตรงกลางโต๊ะ

น่ากินสุด ๆ สีกุ้งนี่ส้มสวยตัดกับใบกะเพราแล้วยิ่งเสริมความน่ากินเข้าไปใหญ่

คนเห็นแก่กินรีบพาตัวเองนั่งลงบนเก้าอี้และเริ่มจัดการกับอาหารตรงหน้า

หลังจากคำแรกถูกส่งเข้าปากคำชมก็ถูกส่งกลับมาให้คนทำ “หูย อร่อยมาก”

“อร่อยก็กินเยอะ ๆ” กุ้งตัวโตที่ถูกแกะแล้วถูกตักมาใส่จานให้อย่างดี

“ขอบคุณค่ะ” ฉันกล่าวขอบคุณไปเพราะเขาอุตส่าห์ตื่นขึ้นมาทำให้แถมยังแกะกุ้งให้กันอีก

บริการดีสุด ๆ ไปเลย

มื้ออาหารแสนอร่อยจบลงไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นโทรศัพท์ก็มีแจ้งเตือนดังขึ้น มือสวยยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูอย่างสงสัยก็พบว่าคนที่ส่งมาก็คือพิลเพื่อนสาวสองของฉันนั่นเอง

PiLL : วันนี้อาจารย์ยกคลาสแล้วววววววววววววว

ความดีใจถูกส่งผ่านตัวอักษรมาอย่างปิดไม่มิด ทำเอารอยยิ้มบนใบหน้าของฉันผุดขึ้นมา

“ยิ้มอะไร” พี่เซนถา หลังจากที่ใบหน้าของฉันเริ่มประดับด้วยรอยยิ้ม

“วันนี้อาจารย์ยกคลาสค่ะ” ฉันหันไปตอบเขาก่อนที่จะพิมพ์ตอบเพื่อนไปด้วย

“งั้นหรอ”

“แล้วพี่เซนไม่ไปเรียนหรอคะ” ฉันถามออกไปเมื่อเห็นว่าเขาวางกุญแจรถไว้ที่เดิม 

“ไม่ไปแล้ว โดด ขี้เกียจ” ทำไมเปลี่ยนใจง่าย ๆ แบบนี้ล่ะ

“ได้ยังไงคะ” ฉันต้องก้ามเขาไม่อย่างนั้นเขาก็จะทำอย่างนี้อีกเรื่อย ๆ

“ไม่สำคัญอะไรหรอกแค่บรีฟแลปเฉย ๆ” เขาตอบออกมาโดยไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไร ฉันไม่รู้หรอกนะว่าบรีฟแลปที่ว่ามันต้องทำอะไรบ้างแต่พอเห็นท่าทีของเขาแล้วก็คงไม่น่าจะมีอะไรน่าเป็นห่วง

“งั้นหรอคะ”

“อืม” ในเมื่อเขาเลือกแล้วฉันก็จะไม่ขัดอะไร

“เหมี๊ยว” อยู่ ๆ ก็มีก้อนสีขาวกลมพุ่งขึ้นมาบนโซฟาที่ฉันนั่งอยู่พร้อมทั้งปากเล็กนั้นยังคาบขนมแมวเลียที่ฉันซ่อนมันไว้ในกล่องอย่างดีมาด้วย

“อ้วน! เอามาได้ยังไง” ฉันถามอย่างตกใจเพราะคิดว่าตัวเองเก็บไว้ในกล่องอย่างดีแล้ว

“เหมี๊ยวววว” มันตอบกลับเสียงดังเหมือนต้องการจะบอกว่า

‘แกะเดี๋ยวนี้นะมนุษย์’

“ไม่กินแล้วตอนเช้ากินไปแล้วไง” ฉันดึงเจ้าซองนั้นออกจากปากเล็กพร้อมเดินเอาไปซ่อนในตู้เย็น

เจ้าแมวอ้วนเดินตามมาและร้องตามอย่างน่าสงสาร จากนั้นเจ้าก้อนกลมก็นั่งจมอยู่กับพื้นหน้าตู้เย็นไม่ขยับไปไหน

อ้วน หนูจะนั่งเฝ้าตู้เย็นอย่างนี้ไม่ได้นะลูก

คนเป็นแม่จำเป็นต้องหาของเล่นมาล่อให้ก้อนกลมเบี่ยงเบนความสนใจ

ได้ผล! ก้อนตรงหน้ากระโดดตามของเล่นแมวที่เคยซื้อมาเก็บไว้ เราเล่นอยู่อย่างนั้นสักพักก็ต้องหยุดเพราะกลัวเจ้าเหมียวเหนื่อย

เจ้าแมวอ้วนเดินไปนอนเมื่อเล่นมาเต็มที่แล้วและหลับไปทันทีที่ตัวถึงเบาะ สายตาของเจ้าของหันไปมองข้าวของที่กระจัดกระจายเต็มห้องและบังคับให้ตัวเองเก็บของเหล่านั้นอย่างจำใจเพราะว่าเป็นคนเล่นเองแถมยังได้ความร่วมมือจากคนข้างห้องอย่างพี่เซนมาช่วยเก็บอีกด้วย

 

-----------------------------------------------------------------------

จบแล้วกับบทนี้

ไหนใครเมาแล้วเป็นแบบนี้บ้างสารภาพมาซะ555555

Cr. PARK SEUL

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 103 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น

  1. #2 pim_1402 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2563 / 09:47
    ฉากนี้เรียกน้ำตาเลยนะไรท์(อินมาก)
    #2
    1
    • #2-1 std22732(จากตอนที่ 8)
      8 พฤษภาคม 2563 / 09:49
      แงงงง😭😭😭😭😭😭
      #2-1
  2. #1 janenyjaneny (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2563 / 20:58
    เขียนได้น่ารักมากค่ะ
    #1
    2
    • #1-1 std22732(จากตอนที่ 8)
      5 พฤษภาคม 2563 / 21:05
      ขอบคุณค่า😻
      #1-1