แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 7 : ง้อ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,407
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 100 ครั้ง
    2 ก.ค. 63

 

6

ง้อ

 

“พรีนฝากมาขอโทษมึงว่ะ เขาบอกว่าไม่ได้ตั้งใจแค่รู้ว่ามึงขอน้องวาคบก็ทำไปโดยไม่ได้คิดก่อน” ขนาดไม่ได้ตั้งใจยังทำได้ขนาดนี้ถ้าตั้งใจจะขนาดไหน ครั้งนี้จะไม่เอาเรื่องก็แล้วกันเพราะผมก็ยังเห็นเธอเป็นเพื่อนอยู่

 

“เออ ช่างแม่งเหอะ” ต่อให้สารภาพมาตรง ๆ หรือขอโทษผมยังไงก็ไม่ทำให้ผมเข้าใกล้วาได้เหมือนเดิม ยิ่งตอนนี้มีพี่วินมาอยู่เฝ้า ผมยิ่งเข้าไปเฉียดไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

“แล้วมึงจะเอาไงต่อ”

“ไม่รู้ว่ะ” ตอนนี้ผมยังคิดอะไรไม่ออก แค่จะไปให้เห็นหน้ายังทำไม่ได้เลย

“เอางี้มึง กูมีวิธี” ไอ้มิกซ์เสนอความเห็น

“วิธีอะไรของมึงวะ” ไอ้กายถามออกไปแทนผม

“เดี๋ยวจะมันจะมีค่ายจิตอาสาจัดขึ้น ยังไงพวกปีหนึ่งก็ต้องไปเก็บชั่วโมงอยู่แล้ว มึงก็ใช่ช่วงนี้ง้อน้องมัน” เออ เป็นความคิดที่ดี

“แล้วค่ายที่มึงว่านี่มันจัดเมื่อไหร่” ไอ้บาสถามพร้อมทำหน้าขมวดคิ้ว

“อีกสองเดือน”

ป้าบ! มือของไอ้กันลอยไปกระทบหัวไอ้มิกซ์โดยเร็ว

 “มึงตบหัวกูทำไมวะ”

“อีกสองเดือนไอ้เซนมันไม่เฉาตายไปก่อนหรอ มึงคิดสิ” คนที่มีความอดทนสูงอย่างไอ้กันยังเอือมกับความคิดของเพื่อน

“เออ กูลืมคิดว่ะ” 

“แล้วพวกมึงจะทำยังไงวะ”

“จะเข้าถ้ำเสือทั้งทีมึงก็ต้องล่อเสือออกมาก่อนดิวะ” ไอ้กันเอ่ยออกมานิ่ง ๆ

“ล่อออกมายังไง” พี่วินเขาหวงวาอย่างกับอะไร จะล่อเขาออกมามันไม่น่าง่ายเลย

“เขาเรียนหมอมันต้องมีคาบที่ขาดไม่ได้ดิวะ มึงก็ใช้ตอนที่พี่เขาไปเรียนเข้าไปง้อน้องวาดิ” ความคิดดีเลยทีเดียว

“แล้วกูจะรู้ได้ยังไงว่าเขาจะออกไปเรียนตอนไหน”

“ไม่ต้องห่วงกูมีรุ่นพี่ที่รู้จักอยู่คณะแพทย์เดี๋ยวกูถามให้ มึงหาวิธีง้อดี ๆ มาก็พอ” 

“เออ ๆ” ผมรับปากมัน วิธีนี้น่าสนใจ หวังว่าเธอจะยอมเจอหน้าผมไม่เตะผมออกมาจากห้องก็พอแล้ว

 

2 วันต่อมา 

รถสีขาวของพี่วินเคลื่อนตัวออกไปจากที่จอดรถของคอนโดผม ถึงเวลาแล้วที่ผมต้องลงมือสักที ร่างใหญ่รีบเดินออกไปที่หน้าห้องพร้อมกับหยิบของสำคัญบนโต๊ะที่เตรียมให้คนตัวเล็กเอาไว้ มือผมเคาะประตูห้องของคนข้างห้อง รอเวลาไม่นานประตูก็เปิดออกมาพร้อมกับเห็นหน้าคนที่ผมไม่ได้เห็นหน้ามานานนับสัปดาห์ เจ้าของห้องพยายามที่จะปิดประตูทันทีที่เห็นหน้าผม โชคดีที่มือของผมไวกว่าจึงสามารถดันประตูไว้ได้ทัน

“ออกไปนะ” เธอเดินถอยหลังทันทีที่ผมเข้ามาในห้องเธอได้

“โอ้ย” ร่างเล็กเกือบทรุดลงไปกับพื้น สองมือใหญ่คว้าคนตัวเล็กไว้ได้ทันก่อนที่ร่างกายของเธอจะกระแทกพื้นตามแรงโน้มถ่วงของโลก ร่างใหญ่เปลี่ยนท่าโดยเอาแขนหนาข้างหนึ่งช้อนไปที่ข้อพับของเจ้าของห้อง 

ร่างของเจ้าของห้องลอยหวือขึ้นมาจากพื้น ใบหน้าเล็กมีสีหน้าที่บ่งบอกถึงความตกใจและพยายามดิ้นให้ผมปล่อยเธอลง

จนกระทั่งมาหยุดที่โซฟากลางห้อง ผู้บุกรุกไม่ปล่อยให้คนในอ้อมแขนเป็นอิสระได้ตามที่คิดไว้แต่กลับนั่งลงบนโซฟาโดยที่ให้ร่างเล็กนั่งอยู่บนตัก

“ปล่อยหนูนะ”

“คุยกันก่อน”

“หนูไม่มีอะไรจะคุยกับพี่”

“เรื่องวันนั้นหนูเข้าใจผิด”

“เรื่องไหนคะที่หนูเข้าใจผิด” ใบหน้าสวยหันมามองหน้าผมจ้องจะเอาคำตอบให้ได้

“เรื่องรูปนั้นไง”

“ทำไมคะ พี่จะบอกว่าไม่ใช่พี่หรอคะ”

“เปล่า มันเป็นรูปพี่ก็จริง แต่เป็นรูปพี่เมื่อสองปีที่แล้วตอนนี้พี่กับพรีนไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้ว”

“…”

“แล้วที่พี่หายไป ไม่ได้มาเอาคำตอบกับหนูเป็นเพราะธุรกิจที่บ้านพี่มีปัญหานิดหน่อย พี่ต้องกลับไปจัดการ แต่ตอนนี้พี่กลับมาแล้วกลับมาเอาคำตอบจากหนูแล้ว”

“แต่พี่พรีนยังไม่เลิกยุ่งกับพี่”

“พี่กับพรีนเราจบกันไปนานแล้ว เราไม่เคยคบกัน”

“แล้วทำไมพี่พรีนต้องมายุ่งกับพี่ด้วย”

“พี่ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่พี่กับพรีนไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันแล้วจริง ๆ ถ้าไม่เชื่อพี่ให้โทรถามพวกไอ้เอิร์ทเลยก็ได้”

“...”

“ตอนนี้พี่อยู่ตรงหน้าหนู สนใจแค่หนูคนเดียว และตอนนี้พี่ก็ต้องการคำตอบที่พี่ต้องการ” ตาคมมองลึกเข้าไปในตาของคนบนตัก

“หนูเชื่อพี่ได้จริง ๆ หรอ”

“หนูคิดว่าพี่เลวขนาดนั้นเลยหรอ” หน้าคมซบลงไปที่บ่าเล็ก

“เปล่าซะหน่อย”

“งั้นก็ตอบคำถามพี่มาเร็ว เป็นหรือไม่เป็น หื้ม” เจ้าของตักยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ กับใบหน้าเล็ก

“ปะ เป็นก็ได้”

“อะไรนะ”

“เป็นไง”

“เป็นอะไร”

“งื้ออออ”

ฟอด ฟอด หน้าเล็ก ๆ นั้นถูกจมูกโด่งฟัดไปทั้งสองข้าง

“เป็นอะไรครับ”

“กะ ก็เป็นแฟนไง” คนตัวเล็กก้มหน้าหนีทันทีที่พูดจบ มือแกร่งค่อย ๆ เอื้อมไปจับปลายคางเล็กเพื่อให้คนที่เพิ่งตอบตงลงเป็นแฟนเมื่อครู่เงยหน้าขึ้นมาสบตา

“พี่มีอะไรจะให้หลับตาก่อน” คนบนตักทำตามอย่างว่าง่าย

มือใหญ่ค่อย ๆ ล้วงเอากล่องเครื่องประดับกล่องเล็กจากกระเป๋ากางเกงและหยิบสร้อยทองคำขาวเส้นเล็กที่มีจี้เป็นรูปพระอาทิตย์ที่คนตัวเล็กชอบออกมา

สร้อยเส้นเล็กถูกสวมให้แก่ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนตัก เปลือกตาของเธอค่อย ๆ เปิดขึ้นมา มือสัมผัสไปที่สร้อยที่ห้อยอยู่ที่คอตน

"นี่มันสร้อยวันนั้นนี่"

เขาไม่ได้พูดอะไรเพียงแต่ค่อย ๆ ปัดผมของฉันที่อยู่ด้านหน้าให้ไปอยู่ด้านหลัง

“เอามาให้หนูทำไม”

“อยากให้”

“แต่มันแพงนะ หนูไม่เอาหรอก” เด็กดื้อพยายามจะถอดสร้อยบนคอของเธอออก

“แต่พี่ตั้งใจจะซื้อให้หนู”

“มันมีค่าเกินไป หนูไม่กล้ารับไว้หรอก”

“พี่ซื้อของมีค่าให้หนู ก็เพราะว่าหนูมีค่าสำหรับพี่มากไง”

“…”

“พี่ชอบหนู ชอบมานานแล้ว และก็จะชอบแบบนี้ตลอดไป”

“หมายความว่ายังไงคะ”

“ก็ตามนั้นแหละ” คนที่เป็นเจ้าของตักแกร่งตัดจบบทสนทนาและเปลี่ยนเรื่องททันที

END SEN’S PART

 

“เป็นแฟนกันแล้วย้ายไปอยู่กับพี่ไหม” เดี๋ยวนะ เขาเพิ่งขอฉันเป็นแฟนยังไม่ถึงนาทีจะพาฉันไปอยู่ด้วยแล้วหรอ

“จะบ้าหรอ ใครจะไปอยู่ด้วยกัน”

“เป็นแฟนกันแล้วก็ต้องอยู่ด้วยกันดิ นอนด้วยกัน กินข้าวด้วยกัน แล้วก็ไปเรียนด้วยกัน”

“เป็นแฟนกันไม่เห็นต้องอยู่ด้วยกันเลย” จริงอยู่ที่ในช่วงชีวิตมหาวิทยาลัยเท่าที่สังเกตมารุ่นพี่ส่วนใหญ่ที่เห็นเมื่อคบกันแล้วก็ย้ายไปอยู่หอเดียวกันบ้าง คอนโดเดียวกันบ้าง แต่ฉันไม่เอาด้วยหรอกขืนโดนพี่เซนทิ้งขึ้นมาจะไปอยู่ไหนล่ะ คนนี้ยิ่งเจ้าชู้ ๆ อยู่ด้วย ไม่ไหว ๆ

“แต่พี่อยากอยู่กับหนูนี่”

“ไม่ต้องเลยค่ะ หนูไม่หลงกลพี่หรอก” ใบหน้าของพี่เซนที่คลอเคลียอยู่ตรงไหล่ถูกมือเล็กผลักออกเบา ๆ

“หันหน้ามานี่หน่อย” จะให้หันไปทำไม คนยิ่งเขิน ๆ อยู่ เดี๋ยวเขาเห็นว่าฉันหน้าแดงทำยังไงโดนล้อตายเลย

“ไม่เอาหรอก”

ปฏิเสธไปก่อนแล้วกัน

“หันมาก่อนเร็ว”

โน!

ใบหน้าเล็กส่ายหน้าเร็ว ๆ มือของคนตัวใหญ่แนบมาที่ข้างแก้มสองข้างพร้อมกับกดริมฝีปากหนาลงมาที่ปากฉันเบา ๆ แล้วผละออกไปเร็ว ๆ ริมฝีปากเราแค่แตะกันเบา ๆ เท่านั้น แต่ร่างกายฉันเหมือนถูกไฟชอร์ตไปชั่วขณะ เมื่อเริ่มรู้สึกตัวมือก็ฟาดไปที่ต้นแขนหนาทันที

เพียะ!

“เอาอีกแล้วนะ” ตาของฉันมองค้อนไปที่คนฉวยโอกาส

“ทำไมพี่จะจูบแฟนตัวเองไม่ได้หรอ มากกว่าจูบก็ทำมาแล้วจะอายทำไม แล้วที่นี่ก็มีแค่เราสองคนไม่เห็นมีอะไรต้องอายเลย”

หมับ! อยู่ดี ๆ แขนสองข้างที่มีรอยสักก็ดึงฉันเข้าไปกอดพร้อมล้มตัวลงนอนลงไปบนโซฟา

“ขออยู่แบบนี้สักพักได้ไหมช่วงนี้พี่นอนไม่ค่อยหลับเลย” อ้าว นอนไม่ค่อยหลับก็ไปนอนห้องตัวเองสิ ขืนพี่วินกลับมาเห็นตอนนี้จะทำยังไง 

ถ้าเกิดพี่ชายสุดที่รักเห็นว่าฉันพาผู้ชายเข้าห้องพี่เซนไม่โดนต่อยยับเลยหรอ

“ทำไมพี่ไม่กลับไปนอนห้องตัวเอง”

“อยากอยู่กับแฟน”

“งั้นก็นอนดี ๆ สิคะ”

ไม่มีเสียงตอบรับใด ๆ ทั้งนั้น คนตัวใหญ่หลับไปทั้ง ๆ ที่ฉันยังอยู่ในอ้อมกอดเขา ขยับก็ไม่ได้ ต้องจำใจอยู่แบบนั้นจนกว่าเขาจะตื่น เวลาผ่านไปไม่นานคนในอ้อมกอดอุ่นก็ผล็อยหลับตามไปทันที

 

“แง้ววว” เสียงสิ่งมีชีวิตอีกตัวดังขึ้นมาจากอีกด้านของโซฟา ความรู้สึกเหมือนมีอะไรบางอย่างที่มีน้ำหนักกดบริเวณแขนข้างขวาของฉัน 

เปลือกตาค่อย ๆ เปิดขึ้น สิ่งแรกที่อยู่ตรงหน้าคือใบหน้าของผู้บุกรุกที่เข้ามาในห้องฉันและตอนนี้ก็กำลังยึดโซฟาเป็นที่นอนอย่างหน้าตาเฉย เขายังคงหลับอยู่แม้จะมีเสียงเจ้าอ้วนมารบกวนก็ตาม

ส่วนเจ้าแมวอ้วนที่ตอนนี้นอนทับต้นแขนข้างขวาอย่างสบายใจเฉิบนั้น ใช้เท้าเล็ก ๆ ของมันสะกิดไปที่ใบหน้าของผู้ชายที่นอนอยู่ข้าง ๆ ฉันอย่างมันมือ เปลือกตาของคนตัวใหญ่ลืมตาขึ้นพร้อมกับทำหน้าตกใจเล็กน้อยที่เห็นแมวตัวยักษ์นอนอยู่ข้าง ๆ

"เลี้ยงแมวด้วยหรอ” เขาถามหลังจากที่ตื่นมาแล้วเจอเจ้าอ้วนมองหน้า

“หนูเก็บมันได้ที่หน้าหอ ลุงยามบอกว่ามันไม่มีเจ้าของหนูก็เลยเอามันมาเลี้ยง”

“เลี้ยงยังไงให้อ้วนขนาดนี้”

“ก็มันกินเยอะนี่คะ” ฉันไม่ได้ผิดสักหน่อยเจ้าก้อนสำลีกินเยอะเองนี่ ฉันแค่เป็นคนให้อาหารมันเองนะ

“มันเหมือนเจ้าของมันไง”

“สวยหรอ”

“เปล่า อ้วน” ตากลมโตถลึงใส่คนเป็นแฟนทันที

ปากเสีย ฉันไม่ได้อ้วนสักหน่อย แค่กินเยอะไปนิดเดียวเอง

“ถึงหนูจะอ้วนเป็นหมูแต่หนูก็เป็นหมูที่แข็งแรงนะ” ใบหน้าหวานยิ้มอย่างภูมิใจ

“มันน่าภูมิใจตรงไหน หื้ม” มือใหญ่เอื้อมมาบีบที่แก้มทั้งสองข้างของฉัน

“อื้อ เจ็บนะ”

“โอ๊ย!” มีอะไรบางอย่างจู่โจมไปที่แขนที่มีแต่กล้ามของพี่เซน ไม่ใช่อะไรที่ไหน เจ้าอ้วนลูกสาวของฉันนั่นเอง ปากเล็ก ๆ งับไปที่แขนหนาและไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยง่าย ๆ

กรรมการอย่างฉันก็ต้องห้ามอย่างช่วยไม่ได้

“อ้วน ไม่เอาลูก ไม่กัดนะ” มือของฉันรวบไปที่ตัวเจ้าอ้วนเพื่อดึงตัวผู้ร้ายออกมา เจ้าตัวยอมถอยตัวออกมาอย่างว่าง่าย แล้วยังหันหน้ามาจ้องหน้าคนห้ามแบบนิ่ง ๆ อีก

“แง้ว” ยังมีหน้ามาเถียงอีก

เจ้าตัวไม่ยอมหยุดง่าย ๆ หันหน้าไปขู่ผู้ชายข้างหน้าอย่างไม่ลดละ

“พอเลย ถ้าไม่หยุดมี๊จะไม่ให้กินขนมนะ” เห็นแก่กินที่สุด เจ้าเหมียวน้อยของฉัน

ฉันเอื้อมมือไปลูบหัวเจ้าตัวเล็กเบา ๆ เพื่อให้มันสงบสติอารมณ์

“เมี๊ยว” หัวเล็ก ๆ นั้นเอนเข้าหามืออัตโนมัติก่อนที่มันจะได้ขนมที่ชอบไปกิน 

ฉันเล่นกับเจ้าแมวน้อยไม่นานก็ปล่อยให้เจ้าอ้วนไปกินอาหารของมัน สายตาเปลี่ยนจุดโฟกัสมาที่คนร่วมห้อง

“พี่เซน”

“อะไร”

“หนูหิว” ฉันทำท่าประกอบโดยการเอามือลูบไปที่พุงตัวเองซ้ำ ๆ

“อยากกินอะไร”

“จะทำให้กินหรอ” หางชี้หูกระดิกทันทีที่จะได้กินข้าว

“ใครบอก” มือใหญ่เอื้อมมาเคาะที่หัวฉันเบา ๆ

“อ้าว!”

“เดี๋ยวสั่งมาให้กิน”

โถ่! ก็นึกว่าจะทำให้กิน

“เอาพิซซ่ากับไก่ทอด” เมนูที่อยากกินถูกเอ่ยออกมาจากเจ้าของห้อง

“กินแต่ของไม่มีประโยชน์”

“วันเดียวเองนะ”

“วันเดียวก็ไม่ได้” ใจร้ายที่สุด

“น้า” ฉันซบไปที่แขนของพี่เซนอย่างอ้อน ๆ

“ไม่” คำสั้น ๆ ดับฝันคนที่กำลังจะได้กินเมนูโปรด

“...”

“ก็ได้ เห็นว่าป่วยอยู่นะเลยให้กิน” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าเล็กทันที

“ขอชานมไข่มุกด้วยนะ”

ป๊อก! หัวเล็กโดนนิ้วใหญ่กระแทกไปที่เดิมอีกครั้ง

“ได้คืบจะเอาศอก” ลาภปากทั้งทีแถมยังมีคนเลี้ยงอีก ต้องเอาให้คุ้มสิ

คนได้กินฟรีได้แต่ยิ้มหวานส่งไปให้เจ้ามือที่กำลังส่ายหัวอย่างเอือม ๆ

ใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนถึงช่วงเย็นคนหน้ามึนก็ไม่ยอมกลับห้องของตัวเอง และอ้างว่าไม่มีคนดูแลฉัน

“เมื่อไหร่พี่จะกลับเนี่ย”

“อยู่คนเดียวอันตราย”

“ก่อนพี่มาหนูก็อยู่คนเดียว”

“พี่ไม่ไว้ใจ” ไม่ไว้ใจอะไร ฉันแค่เจ็บขาไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย

ติ้ด ติ้ด!

เสียงปลดล็อคประตูดังขึ้น ประตูห้องถูกเปิดออกมา รู้ได้ทันทีเลยว่าเป็นใคร พี่ชายของเจ้าของห้องเดินเข้ามาเจอน้องสาวนั่งอยู่กับผู้ชาย จากที่อารมณ์ดีมากก็กลายเป็นขุ่นเคืองทันที

“มึงมาทำไม กูเตือนมึงแล้วไม่ใช่หรอ” คนเป็นพี่เริ่มเปิดศึก

เดี๋ยวนะ พวกเขารู้จักกันหรอ

“ผมก็มาอยู่กับแฟนผมไง”

“ใครแฟนมึง”

“ตอนนี้ผมอยู่ห้องใครล่ะครับ”

“มึงถามกูยังว่ากูจะเอามึงเป็นน้องเขยมั้ย”

“พี่วินใจเย็นก่อน” ฉันรีบห้ามทัพเพราะกลัวว่ามันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้

“วาออกมานี่” เอ่อ จะให้ไปได้ยังไงล่ะ ฉันเจ็บข้อเท้าอยู่นะ

“ไม่ต้องไป อยู่กับพี่นี่แหละ” แขนพี่เซนเอื้อมมาโอบไหล่ฉันเหมือนจงใจยั่วโมโหพี่ชายฉัน

“มึง!” พี่วินพุ่งตัวมาหาพี่เซนทันที คนกลางอย่างฉันต้องรีบห้ามก่อนที่จะมีคนเจ็บตัวจนเกินเหตุ

“หยุดนะ! ทั้งคู่เลย ถ้าทะเลาะกันหนูจะไปอยู่กับเพื่อนที่หอแล้ว”

ได้ผล ทุกคนเงียบทันที แม้กระทั่งเจ้าแมวอ้วนที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องนอนฉันยังเงียบไปด้วย

“เลิกทะเลาะกันแล้วแยกย้ายกันไปได้แล้วค่ะ!”

ตอนนี้คำสั่งฉันศักดิ์สิทธิ์มาก คนตัวสูงต่างแยกย้ายกันไปคนละทิศคนละทางอย่างเชื่อฟัง มีแต่เจ้าแมวอ้วนที่มานอนบนตักฉันอ้อน ๆ เพราะคิดว่าฉันดุมัน

คาเฟ่ขนมหวานในมหาวิทยาลัยถูกเลือกเป็นสถานที่พบปะกับเหล่าเพื่อนสาว เรื่องเมื่อวานถูกเล่าให้เพื่อนสาวทั้งสามฟัง งงล่ะสิว่ามีใครเพิ่มมาอีกคน พิลเพื่อนสาวประเภทสองที่ตัวใหญ่ หน้าตี๋ ถือว่าเป็นผู้ชายที่หน้าตาดีคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เราสนิทมาตั้งแต่รับน้อง แต่มันเพิ่งจะเข้ามาอยู่ในกลุ่มอย่างเป็นทางการวันนี้ก็ถือว่าเป็นการรับเพื่อนใหม่ไปโดยปริยาย หลังจากที่เล่าให้ฟังแล้วต่างคนต่างมีท่าทีอิจฉาอย่างออกนอกหน้า 

“มึงได้ผัวพี่เซนเป็นแฟนแล้วหาให้กูบ้างดิ” คนนี้ไม่ต้องสืบเลยว่าใครน้ำตาลคนสวยนั่นเอง

“แรดมาก” พิลเป็นคนด่าตามสไตล์สาวสองปากจัด

“อ้าว! เห็นเพื่อนมีกูก็อยากมีบ้าง เห็นในตากูมั้ยมีไฟอิจฉาอยู่เต็มไปหมด”

ท่าทางตลกถูกปล่อยออกมาสร้างเสียงหัวเราะในพวกเราออย่างต่อเนื่อง

“นี่ไอ้วา เพื่อนหลัวมึงมีแซบ ๆ ไหม”

“โอ้ยมึง เพื่อนในกลุ่มผัวพี่เซนหรอ งานดีทุกคนกูพูดตรงนี้เลย” น้ำตาลตอบแทนฉัน 

“อย่างกูนี่พอได้ไหมวะ” มันจีบปากจีบคอพูดอย่างน่าหมั่นไส้

“พักก่อนเลยค่ะปล่อยเขาไปเถอะกูสงสารเขา” มิลค์พูด

“ชะนี มึงไม่รู้หรอ ผู้ชายสมัยนี้มันเปลี่ยนใจกันง่ายจะตาย” ความหวังของมันก็ยังไม่สิ้นสุด

เสียงกระดิ่งหน้าประตูร้านดังขึ้นทำให้ความสนใจของเราทั้งหมดโฟกัสไปที่หน้าประตูร้านที่มีร่างสูงของใครบางคนโผล่มา

ใช่แล้ว ผู้ชายคนนั้นคือแฟนของฉันเอง

”วันนี้พี่จะไปซ้อมบอลให้พี่ไปส่งก่อนไหม” โทนเสียงนี้ท่านได้แต่ใดมา หล่อกระชากใจสุด ๆ

“...” คนที่มัวแต่ฟินกับเสียงหล่อ ๆ นั้นลืมตอบแม้กระทั่งคำถาม

“ว่าไง”

“อะ เอ่อ ไปค่ะ” ความเขินทำให้คนเราเป็นได้ขนาดนี้เลยหรอเนี่ย

“เป็นอะไร ทำไมหน้าแดง ยังปวดหัวอยู่ไหม” มือใหญ่ทาบมาที่หน้าผากฉันเบา ๆ อย่างไม่อายใคร

โอ้ยยยย แค่นี้ก็จะตายอยู่แล้ว คนอะไรอบอุ่นยิ่งกว่าภูเขาไฟอีก

“มะ มันร้อน อากาศมันร้อนไง” แก้ตัวไปก่อน เชื่อไม่เชื่อก็อีกเรื่อง

“งั้นหรอ”

คนเขินได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ สายตาเหลือบไปมองเพื่อน ๆ แต่สายตาที่ได้คืนมานั้นบ่งบอกถึงความหมั่นไส้ปนอิจฉาเบา ๆ

หลังจากที่เคลื่อนย้ายร่างตัวเองมาที่สนามบอลอย่างยากลำบาก ฉันก็ได้มานั่งรออยู่บนอัฒจันทร์ พร้อมกระเป๋าใส่ของต่าง ๆ ของพี่เซนที่เขาฝากเอาไว้ เมื่อนั่งดูรุ่นพี่วิศวะซ้อมไปสักพักแต่ละคนก็เริ่มมีเหงื่อท่วมตัว เสื้อบอลที่ใส่นั้นแนบลำตัวจนเห็นหน้าท้องที่มีลายสวย ๆ 

ส่วนของแฟนฉันน่ะหรอไม่ต้องพูดถึงที่สุดแล้วคนนี้ 

ดีจริง ๆ ที่มาด้วย อาหารตาเต็มไปหมด สายตาหันไปมองที่คนเป็นแฟนที่กำลังวิ่งมาเพื่อจะกินน้ำที่ข้างสนามที่ฉันอยู่ 

“มองอะไรยัยหื่น”

“ใครหื่น ไม่มี๊” คนถูกจับได้ปฏิเสธเสียงสูง 

“เอาน้ำมาให้พี่หน่อย” มือเอื้อมไปคว้าน้ำเปล่าขวดใหญ่ส่งไปให้เขา ผู้ชายหุ่นดีคว้าไปดื่มทันที ลำคอที่หนาขยับเป็นจังหวะ ลูกกระเดือกขยับขึ้นลงเล็กน้อย กร้าวใจสุด ๆ น้ำในขวดที่เหลือจากการดื่มถูกเทราดลงบนหัวเพื่อคลายความร้อน ยิ่งทำให้เสื้อบอลของเขาแนบลู่เข้าไปกับร่างกายมากขึ้น

โอ้ย ไม่ไหว ๆ เหมือนจะวูบ คนอะไรเซ็กซี่สุด ๆ

“ยังไม่หยุดอีก” มือใหญ่ของคนหุ่นดีเคลื่อนมาปิดตาฉัน

“ใคร ใครมอง ไม่มี๊”

“อย่าให้เห็นนะว่ามองคนอื่น”

คนที่โดนคาดโทษไม่ตอบแต่กลับยักคิ้วและส่งยิ้มกวน ๆ ไปให้แทน

คนตัวสูงไม่ได้ว่าอะไรและวิ่งกลับไปในสนามบอลเพื่อซ้อมต่อ จนเวลาล่วงเลยมาเกือบสองทุ่มครึ่งเป็นเวลาที่หลาย ๆ คนทยอยเดินออกมาจากสนาม คนที่เดินออกมานั้นล้วนไม่ใช่คนที่ฉันกำลังนั่งรออยู่ในตอนนี้ทั้งสิ้น

การนั่งรอเป็นเวลานานทำให้ฉันรู้สึกเบื่อเล็กน้อย เปลี่ยนไปเล่นโทรศัพท์ก็แล้ว เล่นเกมก็แล้ว ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย จนตอนนี้ภายในท้องกำลังประท้วงขออาหารอย่างหนักหน่วง

ไม่ไหวแล้ว หิววววววววววววว เมื่อไหร่พี่เซนเลิกซ้อมสักที 

เหมือนคนที่กำลังซ้อมอยู่อ่านใจได้ ร่างสูงของคนเป็นแฟนวิ่งออกมาจากสนามมานั่งอยู่ข้าง ๆ ฉันเพื่อเปลี่ยนรองเท้า รองเท้าถูกเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะทันทีเพื่อความสะดวกในการเดิน แต่เขากลับไม่ได้ไปเปลี่ยนชุดแต่อย่างใด

“อยากกินอะไร” ในที่สุดคำถามที่ฉันอยากได้ยินก็ถูกส่งมาจากพี่เซน

“ก๋วยเตี๋ยวเรือได้ไหม หนูเห็นมีร้านอยู่ใกล้ ๆ กับคอนโดเรา” การกินอาหารตอนกลางคืนไม่ตลกเลยสักนิด ฉันยิ่งเป็นคนที่อ้วนง่ายมาก จำเป็นต้องจำกัดเวลากินอาหารของตัวเองอยู่เสมอเพราะการออกกำลังกายนั้นฉันแทบจะไม่แตะเลยสักนิด การออกกำลังกายที่คิดว่าจริงจังและหนักที่สุดของฉันก็น่าจะเป็นการขึ้นบันไดในอาคารเรียนแทนการขึ้นลิฟท์ที่มีคนต่อแถวยาวจรดหน้าอาคารเรียน

“ได้” พี่เซนลุกขึ้นมาพร้อมของในมือมากมายส่วนมืออีกข้างก็ช่วยพยุงฉันเพื่อกันไม่ให้ล้มลงไปกับพื้นเหมือนเมื่อวาน

การมีแฟนนี่มันดีอย่างนี้นี่เอง

หลายคนอาจจะถามถึงพี่วินนั้น รายนั้นเขาออกจากคอนโดฉันไปตั้งแต่เช้าตรู่ และไม่มาค้างที่คอนโดฉันอีกแล้วเพราะเห็นว่าฉันพอที่จะเดินได้บ้างแล้ว แต่ยังไม่วายกำชับให้ฉันอยู่ให้ห่างจากพี่เซน

ถามว่าฉันทำได้ไหม แน่นอนว่าไม่ได้ มันเป็นเพราะตั้งแต่เช้าพี่เซนก็วนเวียนเข้ามาในชีวิตฉันจนแทบจะตัวติดกันตลอดเวลาห่างกันแค่ตอนเรียนเท่านั้น ขอโทษนะพี่วินน้องไม่รู้จะอยู่ห่างยังไงเลย

เราสองคนมาฝากท้องที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือข้างคอนโด ซึ่งเวลานี้คนเยอะเป็นพิเศษเพราะช่วงเวลาสองทุ่มเหมือนเป็นเวลายอดฮิตของนักศึกษาในมหาวิทยาลัยของเราที่ต้องออกมากินข้าวกันในช่วงนี้เป็นปกติ ก๋วยเตี๋ยวน้ำสีเข้มถูกเสิร์ฟมาสองชามพร้อมกับน้ำเปล่าคนละแก้ว น้ำสีเข้มถูกตักไปชิมเล็กน้อย รสชาติถือว่าอร่อยมากแทบจะไม่ต้องปรุงเลยก็ว่าได้ ฉันใส่พริกป่นแค่นิดหน่อยเพราะเป็นคนชอบกินอาหารรสจัดมากอยู่แล้ว

ก๋วยเตี๋ยวเส้นนุ่มในชามใหญ่ถูกสองหนุ่มสาวจัดการไปจนหมดชาม ตามด้วยน้ำเปล่าหนึ่งแก้ว รสชาติดี ให้เยอะ ราคาถูกมาก และที่สำคัญมีคนจ่ายให้ มื้อนี้เลยพิเศษมาสำหรับฉัน

เราแยกย้ายกันกลับห้อง เพื่อพักผ่อนไปลุยต่อในวันพรุ่งนี้

ก๊อก ก๊อก ก๊อก! ระหว่างที่ฉันกำลังนั่งทาครีมบำรุงต่าง ๆ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นใคร

“มีอะไรคะ” ฉันเปิดประตูไปถามคนที่มาก่อกวนยามดึก

“ขอเข้าไปหน่อย” ไม่รอคำตอบคนร่างสูงก็บุกรุกเข้ามาทันที

“นี่พี่เซนออกไปเลยนะ เข้ามาทำไม”

“จะนอนด้วย”

เดี๋ยวนะ เราเพิ่งเป็นแฟนกันได้วันเดียวเขาก็วางแผนมานอนด้วยแล้ว ถ้านานกว่านี้เขาจะไม่ย้ายมาอยู่กับฉันเลยหรอ

“ไม่เอา”

ไม่มีเสียงตอบรับจากผู้ชายข้างหน้า มีแต่ร่างหนา ๆ ที่กำลังเคลื่อนที่มาหาฉันเรื่อย ๆ แขนแกร่งช้อนมาที่ข้อพับขา ร่างของฉันลอยขึ้นโดยอัตโนมัติ ด้วยความกลัวแขนเล็กจึงรีบคล้องไปที่คอหนากันไม่ให้ตกลง

“นี่! ปล่อยหนูลงนะ” คนหน้ามึนสาวเท้าไปที่ห้องนอนของฉัน เมื่อถึงหน้าประตูแล้วคนตัวสูงออกคำสั่งกับฉันด้วยน้ำเสียงนิ่ง ๆ

“เปิดประตู”

“ไม่” ใครจะเปิดให้กันล่ะ ให้เขาเข้าไปฉันก็เสร็จเขาสิ

ตัวของฉันถูกวางลงกับพื้น มือหนาเอื้อมไปที่ประตูแล้วผลักเข้าไปเบา ๆ แขนแกร่งยังไม่วายอุ้มฉันขึ้นเหมือนเดิมต่างแค่ว่าท่าที่เขาใช้อุ้มฉันในตอนนี้เป็นเหมือนท่าอุ้มเด็กตัวเล็ก

จะแข็งแรงเกินไปแล้วนะ

ตัวฉันถูกวางบนเตียงเบา ๆ พร้อมกับร่างสูงที่ทิ้งตัวลงมาทับ

“โอ้ย หนูหนักกกกกกก” สองมือเล็กตีเบา ๆ ที่หน้าอกแกร่งของเขา 

ตัวของพี่เซนพลิกไปนอนที่ข้าง ๆ พร้อมกับคว้าตัวฉันเข้าไปอยู่ในอ้อมแขน ใบหน้าของฉันซบอยู่ตรงอกของคนตัวใหญ่ จนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นแรงและเร็วเหมือนกับหัวใจของฉันในตอนนี้ดังเข้ามาในโสตประสาท มือของพี่เซนเอื้อมไปปิดโคมไฟบนหัวเตียงของฉันทำให้ห้องที่เคยสว่างมืดมิดลงทันที

จุ๊บ ริมฝีปากบางถูกคนฉวยโอกาสประกบปากเขาเข้ามาเบา ๆ

“นอนได้แล้ว”

“มันอึดอัด” อ้อมแขนนี้กอดฉันไว้แน่นจนหายใจแทบไม่ออก

“หายยัง” รู้สึกเหมือนเจ้าของอ้อมกอดนั้นคลายตัวออกเล็กน้อย

“โอเคแล้วค่ะ”

“...” ไม่มีเสียงตอบรับจากเจ้าของอ้อมกอดนี้

“พี่เซน หลับแล้วหรอ”

“ยัง”

“หนูยังไม่ง่วงเลย”

“จะนอนหรือจะให้พี่ทำอย่างอื่น” เอาอีกแล้ว บังคับกันอีกแล้ว มานอนในห้องฉันไม่พอยังมาบังคับกันอีก คนที่ทำอะไรไม่ได้ได้แต่เบะปากให้เขาในความมืด

มือใหญ่ของเขาคอยลูบผมให้ฉันเบา ๆ เหมือนกำลังกล่อมให้ฉันหลับได้ง่าย ๆ ใช้เวลาสักพักฉันก็ไม่สามารถสู้กับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทั้งวันได้ ทำให้ผล็อยหลับไปในทันทีโดยมีอ้อมกอดอันอบอุ่นช่วยทำให้รู้สึกปลอดภัยมากขึ้น

เวลาล่วงเลยมาถึงเช้า เปลือกตาค่อย ๆ เปิดขึ้นอย่างช้า ๆ ภายในห้องนอนยังคงความมืดมิดเนื่องจากม่านที่ปิดไว้เพื่อไม่ให้แสงจากภายนอกเล็ดลอดเข้ามากวนเวลานอน วันนี้ฉันไม่มีเรียนเลยไม่ต้องดั้นด้นไปเรียนแต่เช้าเหมือนทุก ๆ วัน 

บริเวณเอวมีอะไรบางอย่างที่มีน้ำหนักทับอยู่เคลื่อนไหวแล้วดึงฉันเข้าไปในอ้อมกอดเขาแน่นกว่าเดิม ผมที่ไม่ได้เซ็ตกับหน้าตาที่ดูก็รู้ว่าเพิ่งตื่นไม่สามารถทำลายล้างออร่าความหล่อของเขาได้เลย

“ไม่มีเรียนไม่ใช่หรอ นอนต่ออีกนิดนะ”

เดี๋ยวนะ เขารู้ได้ยังไงว่าฉันไม่มีเรียนวันนี้

“พี่รู้ได้ไงว่าหนูไม่มีเรียน”

“อะไรที่เกี่ยวกับหนูพี่ก็รู้หมดนั่นแหละ”

น่ากลัวเกินไปแล้วนะ

“นอนต่อเถอะ”

พูดแค่นั้นคนขี้เซาก็หลับไปอย่างหน้าตาเฉย

เราหลับไปจนถึงเวลาเกือบเที่ยงฉันก็ถูกปลุกจากผู้ชายที่นอนด้วยกัน ตื่นมาก็พบว่ามีอาหารวางรออยู่บนโต๊ะแล้ว

พี่เซนยังอยู่ในชุดเดิมคือกางเกงขาสั้นสีเทาพร้อมกับเสื้อยืดสีขาว ฉันถูกพามานั่งตรงโต๊ะกินข้าวที่มีโจ๊กหมูชามใหญ่อยู่ตรงหน้า กลิ่นหอม ๆ ของอาหารเช้าวันนี้ทำเอาร่างกายประท้วงเรียกร้องเอาอาหารตรงหน้าเข้ามาในร่างกาย

หางตาเหลือบไปมองร่างสูงที่ยังไม่ได้ไปนั่งที่ของตัวเองพร้อมกับส่งคำถามผ่านสายตาไปให้ร่างสูงที่ยังยืนอยู่ตรงนี้

“ไม่กินหรอคะ”

จุ๊บ!

เอาอีกแล้ว ฉวยโอกาสอีกแล้ว เผลอไม่ได้เลยนะ เผลอเมื่อไหร่ทำเอาฉันเปลืองตัวตลอด

“Morning kiss” ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมาทันทีกับโมเมนต์หวาน ๆ ครั้งแรกของฉันกับแฟนคนนี้ เมื่อคืนเรานอนด้วยกันทั้งคืน ตื่นมาก็มีเขาอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับมื้อเช้ามื้อแรกของเราที่ทานด้วยกัน

“คนฉวยโอกาส”

“รีบกินเร็ว เดี๋ยวพาไปเที่ยว” ไปเที่ยวหรอ คำนี้อยากได้ยินมานานมากแล้วเพราะตั้งแต่เข้ามาในมหาวิทยาลัยฉันยังไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหนอย่างจริง ๆ จัง ๆ สักที

“ไปที่ไหนคะ?” คนที่กำลังตื่นเต้นถามคำถามนี้เพื่อที่จะเตรียมตัวได้ถูก

“ไม่บอก” รอยยิ้มและหน้าตาที่แสนจะยียวนถูกส่งมาให้

“...” ฉันไม่ได้ตอบอะไรได้แต่ทำหน้าเศร้า ๆ ส่งไปเท่านั้น

“เดี๋ยวก็รู้เองน่า”

“ก็หนูอยากเตรียมตัวไว้ก่อนนี่”

“จะเตรียมตัวทำไมเราไปกันแค่วันเดียวเอง” ผู้ชายนี่ช่างไม่เข้าใจอะไรเลยจริง ๆ ไปเที่ยวแต่ละที่เราก็ต้องใส่ชุดให้มันเข้ากับสถานที่สิ

“ก็ได้” มือรีบจัดการของกินตรงหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อรีบเตรียมตัวที่จะไปเที่ยวกับเขา
ไม่นานเราก็ออกจากหอเพื่อไปตามสถานที่ที่เขาจะพาฉันไป โดยกว่าจะออกมาได้นี่ใช้เวลาไปเกือบครึ่งชั่วโมงกับการเปลี่ยนชุดใหม่ เพราะผู้ชายข้าง ๆ ฉันนี่แหละที่ทำเอาฉันต้องวิ่งเข้าไปเปลี่ยนชุดถึงสามรอบกว่าจะได้ชุดที่เขาพอใจ

ถามว่าชุดที่เขาชอบเป็นยังไงอ่ะหรอเสื้อโอเวอร์ไซส์สีขาวตัวโคร่ง ๆ กับการเกงยีนส์ทรงบอยแมน ๆ พร้อมกับรองเท้าคอนเวิร์สที่ฉันชอบยังไงล่ะ ถึงแม้ฉันอาจจะไม่พอใจนิด ๆ ที่ไม่ได้ใส่เสื้อผ้าที่ตัวเองเลือกไว้ตั้งแต่แรกแต่ก็โอเคกับชุดนี้เพราะฉันก็เป็นคนที่แต่งตัวค่อนข้างหลายสไตล์ ชุดนี้จึงไม่ได้เป็นการฝืนใจฉันมากนัก

การแต่งตัวของพี่เซนวันนี้ก็เข้ากับฉันอย่างกับนัดกันมา ก็แน่ล่ะเขาเป็นคนเลือกชุดนี้นี่ จะไม่ให้เข้ากันได้ยังไง

โรงพยาบาลเป็นที่แรกที่เราแวะไปเพราะวันนี้ฉันต้องไปถอดเฝือกอ่อนที่ข้อเท้าตามที่คุณหมอนัดไว้ ใช้เวลาไม่นานเราก็เสร็จธุระเนื่องจากการถอดไม่ได้ใช้เวลานานขนาดนั้น เราใช้เวลาเดินทางกันเกือบครึ่งชั่วโมงรถหรูของเขาก็แวะเข้ามาที่ปั๊มแห่งหนึ่งแถวชานเมืองก่อนที่จะบอกให้ฉันรออยู่บนรถ ส่วนตัวของเขาเดินเข้าไปในร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง

มือใหญ่หนึ่งข้างมีถุงที่เต็มไปด้วยของมากมายถูกส่งมาให้ฉัน คนที่นั่งรอเมื่อครู่ได้แต่รับมาอย่างงง ๆ ภายในถุงเต็มไปด้วยขนมขบเคี้ยวมากมายพร้อมกับน้ำมะพร้าวที่ฉันชอบกิน

“ซื้อมาให้หนูหรอคะ”

“ค่ะ” หื้ม พี่เซนพูดค่ะ

ดาเมจรุนแรงมากใจเต้นแรงจนเหมือนจะหลุดออกมาอยู่แล้ว คนที่นั่งข้างคนขับได้แต่คุยกับตัวเองในใจพร้อมกับแกะของกินกินไปแก้เขิน จนรถเคลื่อนตัวขึ้นไปบนทางด่วนแห่งหนึ่ง

“หือ...พี่เซนจะไปไหน” คนที่เอาแต่ก้มหน้าก้มกินเมื่อครูถามอย่างตกใจเมื่อรถมุ่งทะยานขึ้นไปบนทางด่วน

“ชลบุรี”

“จริงหรอ” หน้าเล็ก ๆ นั่นทำหน้าตื่นเต้นจนออกนอกหน้า

“จะโกหกทำไมขึ้นมาบนทางด่วนแล้ว”

“ทำไมต้องไปที่นั่นด้วยคะ”

“พี่มีธุระสำคัญต้องไปทำที่นั่น”

“อ๋อค่ะ”

เราเดินทางไปที่ที่หนึ่งที่สองข้างมีต้นไม้ตกแต่งอย่างสวยงามยิ่งบรรยากาศช่วงสี่โมงเย็นที่ยังมีแดดสีส้มสวยงามสะท้อนกับใบไม้ยิ่งทำให้บรรยากาศที่สิ่งรอบตัวดูอบอุ่นมากขึ้น

พี่เซนจอดรถที่ร้านดอกไม้ร้านหนึ่ง เดินเข้าไปในร้านได้สักพักก็กลับมาพร้อมกับถือช่อดอกลิลลี่สีแดงช่อเล็กมา

“พี่ซื้อดอกไม้ไปทำไมคะ”

“เอาไปให้เพื่อนน่ะ” เขามีเพื่อนอยู่ที่นี่ด้วยหรอ ทำไมฉันไม่เห็นรู้เรื่องเลย

ได้แต่เก็บความสงสัยไว้ในใจแต่ก็ไม่กล้าเอ่ยถามอะไรออกไป

เราจอดรถไว้ที่ที่หนึ่ง จากนั้นพี่เซนก็พาฉันมาที่ที่ราบสูงที่มีหญ้าปกคลุมพร้อมเห็นบรรยากาศรอบกายที่มีทั้งทะเลและภูเขาแต่กลับที่ไม่มีคนแม้แต่คนเดียว แสงอาทิตย์สี่ส้มที่ใกล้จะตกดินริบหรี่ลงไปเรื่อย ๆ ร่างสูงจูงมือฉันเดินไปที่จุดสูงสุดของที่ราบสูงแห่งนี้ ดอกไม้ในมือหนาถูกวางบนใบหญ้าที่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งอย่างเบามือ คนตัวสูงคุกเข่าลงตรงนั้นอย่างเงียบ ๆ

บรรยากาศรอบตัวเริ่มมืดลงเรื่อย ๆ คนตัวเล็กเอามือไปแตะที่ไหล่หนาเบา ๆ พร้อมนั่งลงข้าง ๆ

 

“พี่เซนเป็นอะไรรึเปล่า”

“ไม่เป็นไร”

“มีอะไรบอกหนูได้นะ” การให้กำลังใจเป็นสิ่งที่สำคัญฉันจึงถามเพื่ออยากให้เขาระบายความในใจออกมามันดีกว่าเก็บไว้ในใจคนเดียว

“วันนี้เป็นวันครบรอบวันตายของเพื่อนพี่” คำตอบที่ได้มาทำให้ฉันรู้สึกตกใจมากจึงไม่กล้าส่งถามใด ๆ ออกไป ทำได้แค่ให้กำลังใจเขาเท่านั้น เพราะเรื่องแบบนี้ถือว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสำหรับจิตใจคนมาก มันทำให้ฉันไม่กล้าถามเรื่องราวความเป็นมา

สายลมเย็นพัดมาอย่างต่อเนื่อง บรรยากาศรอบ ๆ เย็นลงอย่างทันตา พี่เซนลุกขึ้นจากพื้นเดิมมาจับมือของฉันไว้พร้อมกับเดินออกมาจากที่ตรงนั้นช้า ๆ ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมาจากปากคนตรงหน้า แต่ความอบอุ่นของเขาก็ทำให้ฉันไม่ได้รู้สึกอึดอัดมากนัก

มือเล็กได้แต่บีบมือให้กำลังใจคนข้าง ๆ เบา ๆ ทำให้คนตัวสูงยิ้มออกมาได้

“จะกินอะไรคะ” เขาถามฉันหลังจากที่อารมณ์ดีขึ้น

“กุ้งงงงงงงงง” คนกินเก่งตอบเสียงใส

“ที่ไหนดี” เขาหันมาถามความเห็นจากฉัน

“ที่ไหนก็ได้ค่ะ” คนเห็นแก่กินรีบตอบ

คนตัวสูงได้แต่ยิ้มพร้อมกับขับรถเคลื่อนไปยังที่หมาย แต่มือก็ยังคงไม่ปล่อยจากมือเล็ก ๆ ของฉัน

ร้านอาหารซีฟู้ดที่อยู่ริมทะเลตกแต่งไปด้วยไฟดวงเล็ก ๆ อยู่รอบ ๆ เราเลือกนั่งกันข้างนอกเพื่อรับบรรยากาศของทะเล ถึงแม้ร้านจะมีคนเยอะแต่ก็ไม่ทำให้รู้สึกอึกอัดเพราะมีความเป็นส่วนตัวอยู่มากเนื่องจากระยะห่างระหว่างโต๊ะมีมาก

อาหารทั้งหมดที่สั่งมาถูกคนตัวเล็กกินไปเกือบเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ มีแค่สามสิบเปอร์เซ็นต์ที่ตกไปถึงคนเป็นเจ้ามือทำให้เจ้าตัวรู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ แต่คนเป็นเจ้ามือนั้นได้แต่ยิ้มให้อย่างเอ็นดูพร้อมพามานั่งอยู่บนชายหาดที่ไร้ผู้คน

คนกินอิ่มดื่มด่ำกับบรรยากาศช่วงค่ำคืนอยู่ข้างชายหาดที่คนตัวสูงพามา ความเงียบถูกปกคลุมอีกครั้งจนคนตัวสูงเอ่ยประโยคหนึ่งออกมา 

“อยากรู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนพี่”

พี่เซนหันมาถามฉันพร้อมกับเริ่มเล่าเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตให้ฟัง

 

----------------------------------------------------

 

มาแล้วครึ่งตอน เป็นยังไงกันบ้างคะ เค้าเป็นแฟนกันแล้ววววว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 100 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น

  1. #141 Toywoohottest (@Toywoohottest) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 10:21
    พี่เซนจะมีดราม่าอะไรหรือเปล่า
    #141
    1