แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 6 : เป็นแฟนกัน 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,663
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    2 ก.ค. 63

 

5

เป็นแฟนกัน

 

เช้าวันอาทิตย์ที่แสนสดใสร่างเล็กยังนอนอยู่บนเตียงอย่างคนขี้เกียจจะออกไปที่ไหนก็ลำบาก ร่องรอยที่ถูกคนข้างห้องทำไว้ยังเด่นชัดอยู่ตามลำคอและลำตัว เตียงที่ไม่ใหญ่และไม่เล็กเกินไปมีสิ่งมีชีวิตสองสปีชีส์นอนอยู่ข้าง ๆ กัน เจ้าแมวตัวอ้วนพยายามใช้ขาเล็ก ๆ ของมันปีนขึ้นไปบนใบหน้าของคนตัวเล็กที่หลับอยู่พร้อมเสียงร้องที่บ่งบอกว่าถึงเวลาให้อาหารแล้ว

 

“หื้อ อ้วนให้มี๊นอนก่อนนะ อย่าเพิ่งมากวน” มือเล็กใช้มือดันแมวอ้วนออกจากใบหน้าตน

 

“เหมี๊ยว เหมี๊ยว” เท้ามังคุดตบไปที่ใบหน้าที่ผู้เป็นเจ้าของทันที ทำเอาร่างเล็กที่นอนอยู่สะดุ้งตื่นด้วยความตกใจหลังจากโดนเท่าพิฆาตจากลูกสาวตัวเอง

 

“อ้วนทำอะไรเนี่ย”

 

“เหมี๊ยว” เจ้าแมวอ้วนโดดลงจากเตียงวิ่งไปที่ถ้วยอาหารตน

 

“รู้แล้วค่า ๆ จะไปเดี๋ยวนี้เลยค่าคุณนายก้อนสำลี” คนเป็นทาสได้แต่เดินตามไปอย่างจำนน อาหารแมวถูกเทใส่ถ้วยไปเล็กพอประมาณ นิ้วเล็กจิ้มไปที่หัวเจ้าก้อนตรงหน้าที่กำลังก้มกินอาหารของตนอย่างหมั่นเขี้ยว

 

“กินเยอะขนาดนี้มี๊จะหมดตัวแล้วนะ อาหารหนูแพงกว่าของมี๊ตั้งหลายเท่าแหนะ”

 

“แง้ววววววว” เจ้าก้อนตรงหน้าเงยหน้ามองอย่างเอาเรื่อง

 

“โอเค ไม่บ่นแล้ว ๆ”

 

เล่นกับเจ้าก้อนตรงหน้าได้สักพักก็ได้เวลาไปทำธุระของตัวเอง ฉันจึงเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำ เวลาที่ใช้ในห้องน้ำผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมงจนป่านนี้เวลาล่วงเลยไปเกือบบ่ายโมง

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

 

เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาหลังจากที่ฉันแต่งตัวเสร็จแล้ว ใครมาตอนนี้นะ สองเท้าเล็กก้าวออกมาที่ประตูห้องของตน มือเอื้อมไปเปิดประตูข้างหน้า เผยให้เห็นใบหน้าหล่อของคนข้างห้องที่อยู่ในเสื้อยืดสีดำแขนสั้นกับกางเกงบอลพร้อมรองเท้าแตะ เสื้อผ้าที่ดูสบายนั้นกลับไม่ทำให้ความดูดีของคนตรงหน้าดรอปลงเลยสักนิด มือหนาผลักประตูเข้าไปพร้อมแทรกร่างหนาของตนเข้ามาในห้องของคนที่ตัวเล็กกว่าอย่างหน้าตาเฉย ทิ้งให้เจ้าของห้องยืนมองตาปริบ ๆ อยู่ที่หน้าประตู

 

“พี่จะเข้ามาทำไม” เจ้าของห้องรู้สึกไม่ชอบใจนักที่เขาเข้ามาในห้องเธออย่างหน้าตาเฉย

 

“หิว มีไรกินไหม” คนบุกรุกไม่มีท่าทีสำนึกผิดเลยสักนิด

 

“หิวก็ไปซื้อสิ”

 

“ขี้เกียจลงไป ทำให้กินหน่อย” สั่งอย่างกับเป็นเจ้านาย

 

“หนูทำไม่เป็นหรอกนะ พี่อยากกินอะไรก็ทำกินเองแล้วกัน ของสดอยู่ในตู้เย็น” คนตัวสูงทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยก่อนที่จะเอ่ยถาม

 

“ทำไม่เป็นทำไมมีของสดในตู้เย็น”

 

“เอ่อ...ของพี่ชายหนู” หน้าตาที่ดูมีพิรุธทำเอาร่างสูงอยากแกล้งมากขึ้น

 

“งั้นหรอ”

 

“ใช่!”

 

ร่างสูงเดินไปที่โซนห้องครัว มือหนาเปิดตู้เย็นพร้อมกับหยิบวัตถุดิบเมนูที่ตนอยากกินขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะ ตาคมเหลือบมามองเจ้าของห้องเล็กน้อย ร่างหนาเริ่มสาวเท้ามาข้างหน้าคนตัวเล็ก

 

“พี่อยากกินข้าวผัดกุ้ง” อะไรนะ นี่เขาเดินมาบอกฉันทำไมทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็หยิบวัตถุดิบออกมาเตรียมแล้ว

 

“ก็บอกว่าทำไม่เป็นไง” ฉันยังคงปฏิเสธออกไป

 

“เร็ว” หน้าหล่อยื่นเข้ามาใกล้หน้าเล็ก ๆ ของเจ้าของห้องมากขึ้น

 

อันตรายเกินไปแล้วนะ

 

 

อันตรายมากฉันไม่น่าปล่อยให้เขาเข้ามาเลย เจ้าของห้องได้แต่บ่นในใจพร้อมกับพาร่างเล็ก ๆ ของตนไปทำอาหารให้ผู้บุกรุกอย่างไม่พอใจ ท่ามกลางสายตาของผู้บุกรุกตัวใหญ่ที่ได้แต่มองตามอย่างยิ้ม ๆ

 

เสียงการผัดอาหารอยู่ในกระทะพร้อมกลิ่นหอมที่ลอยมาเตะจมูก ร่างเล็กของเจ้าของห้องที่บอกว่าทำอาหารไม่เป็นจับกระทะตะหลิวอย่างคล่องแคล่ว ไม่นานข้าวผัดกุ้งร้อน ๆ หน้าตาน่ากินก็ถูกเสิร์ฟมาตรงหน้าสองจาน

 

ร่างสูงใช้เวลาจัดการกับอาหารตรงหน้าอย่างรวดเร็ว จนจานที่มีข้าวผัดล้นจานหายไปในอย่างรวดเร็ว

 

ไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมาจากปากของทั้งคู่จนกระทั่งอาหารในจานหมดไป เจ้าของห้องก็นำจานไปล้างอย่างรู้หน้าที่ ส่วนผู้บุกรุกนั้นเปิดทีวีนั่งดูอย่างสบายใจเฉิบโดยไม่ได้มีท่าทีที่จะกลับห้องตัวเองแต่อย่างใด

 

ทำไมหน้าด้านหน้าทนขนาดนี้นะ

 

“เมื่อไหร่พี่จะกลับห้องตัวเองคะ” ร่างเล็กเดินไปตรงหน้าผู้บุกรุก

 

“ยังไม่อยากกลับ”

 

“ว้าย” มือหนาดึงแขนของคนที่ตัวเล็กกว่าจนทำให้เธอเสียหลักนั่งลงไปนั่งที่ตักตน คนหน้ามึนใช้สองแขนกอดร่างเล็กเอาไว้ พร้อมกับเคลื่อนใบหน้าคมขยับมาใกล้ที่ข้างหูของคนเป็นเจ้าบองห้อง

 

“เป็นแฟนกันนะ” ประโยคสั้น ๆ ถูกเอ่ยออกมาจากปากของเขา

 

นี่ฉันหูฝาดไปรึเปล่า อยู่ดี ๆ พี่แกก็มาขอเป็นแฟน 

 

“ปล่อยก่อนค่ะ” ฉันพยายามแกะมือปลาหมึกที่กอดฉันเอาไว้แน่นออก

 

“ไม่ ตกลงก่อน”

 

นี่มันบังคับกันชัด ๆ เลย

 

“...”

 

“ว่าไง”

 

“ขอเวลาตัดสินใจอีกนิดได้ไหมคะ” ฉันหันหน้ามองเจ้าของตักเพราะตอนนี้ฉันไม่พร้อมจริง ๆ 

 

ใครเขาเดินเข้ามาขอกันเป็นแฟนแบบนี้เล่า

 

“พรุ่งนี้”

 

อะไรนะ มันเร็วไปรึเปล่า 

 

“ขอสามวันค่ะ”

 

“ให้แค่สอง” แล้วฉันเลือกอะไรได้ไหม เอาวะอย่างน้อยก็ดีกว่าวันเดียว

 

“ก็ได้ค่ะ”

 

“เด็กดี” มือหนาเอื้อมมาลูบหัว

 

ใครเป็นเด็กดีกัน บังคับการขนาดนี้ฉันจะทำอะไรได้ล่ะ

 

จนเวลาผ่านไปจนถึงช่วงเย็นเท่ากับว่าวันนี้ทั้งวันฉันกับพี่เซนใช้เวลาอยู่ด้วยกันเกือบครึ่งวันด้วยการดูหนังจบไปสองเรื่อง จากนั้นต่างคนก็ต่างแยกย้ายเขาบอกกับฉันว่าเขาต้องไปทำรายงานที่หอเพื่อนต่อ ส่วนตัวของฉันก็ต้องเตรียมตัวเพื่อไปเรียนในวันพรุ่งนี้เหมือนกัน

 

 

 

เช้าวันเปิดเรียนวันเเรกของสัปดาห์ยังคงไม่ต่างจากสัปดาห์ก่อน ๆ แต่ร่างเล็กต้องใช้เวลาในการปิดรอยแดงที่คนข้างห้องของตนทำไว้อยู่นาน คอลซีลเลอร์ถือว่าเป็นอุปกรณ์กู้ชีพในตอนนี้เลยก็ว่าได้เพราะฉันไม่อยากให้เพื่อน ๆ เห็นร่องรอยเหล่านี้ กลัวว่าพวกมันจะคิดกันไปไกล 

 

คนบ้าอะไรทำรอยไว้เยอะขนาดนี้ มันจะหายไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ยิ่งเห็นก็ยิ่งหงุดหงิด ดูสิขนาดปิดแล้วยังเห็นเป็นรอยจาง ๆ อยู่เลย 

 

ฉันรีบทำให้มันเสร็จเร็ว ๆ โดยการใช้แป้งปิดทับเข้าไปอีกรอบ จนใกล้ถึงเวลาเรียนจึงออกจากหอทันทีเพื่อไม่ให้ตัวเองเข้าคลาสสาย 

 

การเรียนในภาคเช้าผ่านไปได้ด้วยดี เรื่องที่พี่เซนไปที่ห้องของฉันถูกส่งสารไปที่เพื่อนสาวของฉันเรียบร้อย จริง ๆ ฉันแทบจะไม่มีความลับต่อเพื่อนของฉันเลย (ยกเว้นเรื่องที่ฉันเมาแล้วไปนอนอยู่บนเตียงเขาอะนะ) เพราะเราสนิทกันมาก ๆ เลยทำให้คุยกันได้ทุกเรื่อง

 

ตอนนี้เพื่อนฉันก็ได้แปลงกายเป็นกามเทพไปเรียบร้อยแล้ว พวกมันพาฉันเดินไปที่คณะข้าง ๆ โดยไม่บอกอะไรกันสักอย่าง จนตอนนี้พวกเรายืนอยู่ในดงวิศวะที่เต็มไปด้วยเสื้อช็อปซึ่งหลายสายตาก็จับจ้องมาที่เราอย่างเปิดเผยเพราะเราสามคนค่อนข้างที่จะแตกต่างจากคนในคณะนี้มาก

 

“พามาทำไมเนี่ย”

 

“พามึงมาตามหาหัวใจไง” มิลค์บอกอย่างขำ ๆ

 

“หัวใจกูก็อยู่ที่กูดิวะจะมาอยู่แถวนี้ได้ไง” หน้าคนพูดเริ่มเห่อร้อนขึ้นมา

 

“แล้วมึงจะหน้าแดงทำไม”

 

“ใครหน้าแดง ไม่มี๊”

 

“เห้ย มึงดูดิ๊ว่าใครมา” เสียงห้าวของใครบางคนดังมาจากข้างหลังเราสามคน

 

กลุ่มของพี่เซนเดินเข้ามาใกล้มากขึ้น วันนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีดำพร้อมกางเกงยีนส์และใส่เสื้อช็อปสีกรมกับทรงผมที่ไม่ได้เซ็ตมันทำให้เขามีเสน่ห์มาก ๆ ใบหน้าหล่ออมยิ้มนิด ๆ ราวกับพอใจมากที่เห็นเพื่อนแซวแบบนี้

 

“อู้หูมึง เขามาหากันอีกแล้วว่ะ”

 

“มาหาแล้วพวกมึงจะทำไม” พี่เซนพูด

 

“ก็ไม่ทำไมครับ ผมแค่อิจฉาเฉย ๆ ครับ” พี่เอิร์ท

 

"คนไม่มีแฟนอย่างมึงก็ต้องทำใจหน่อยนะไอ้เอิร์ท" พี่มิกซ์เดินมาตบบ่าพี่เอิร์ทราวกับว่ากำลังปลอบใจแต่ฉันก็ดูออกว่าเขาแกล้งกันอยู่แน่ ๆ

 

"เออแม่ง เมื่อไหร่กูจะมีสักทีวะ หน้าตากูไม่ดีหรอวะมึง" เขาพูดพลางหยิบกระจกอันเล็กที่หามาจากไหนก็ไม่รู้มาส่องดูหน้าของตัวเอง

 

"กูว่ามึงก็ดูดีนะ ถึงจะน้อยกว่ากูก็เถอะ" เหมือนจะเป็นคำชม

 

ใช่ พี่มิกซ์เขาชมตัวเองต่างหาก

 

การสนทนาเป็นไปเรื่อย ๆ และจบลงเมื่อเราหาที่นั่งกันได้เเล้ว

 

นี่ถือว่าเป็นครั้งแรกที่พวกเราได้นั่งร่วมโต๊ะกับพวกพี่เซน ความรู้สึกของฉันตอนนี้น่ะหรอ อึดอัดสุด ๆ ได้แต่ก้มหน้าก้มตากินอาหารตรงหน้าเพื่อจะได้รีบไปจากตรงนี้ สายตาของคนตรงหน้ายังมองมาที่ฉันเหมือนเดิมเป็นสายตาที่รู้สึกได้เลยว่าเขาอยากจะแกล้งให้ฉันเขินเล่น ๆ กว่าจะกินหมดก็ต้องหลบตาเขาไปหลายที ทั้ง ๆ ที่ฉันเจอเขาบ่อยมาแล้วแต่ก็ไม่ชินกับสายตาแบบนั้นสักที

 

พวกเราที่ไม่มีเรียนในช่วงบ่ายจึงขอตัวกลับทันทีเพราะเห็นว่าไม่มีอะไรแล้ว

 

“ไปกับพี่” มือเล็กถูกใครบางคนรั้งเอาไว้ ตากลมโตหันกลับไปมองอย่างตกใจก็เจอกับพี่เซน

 

“ไปไหนคะ” ฉันถามออกไปด้วยความอยากรู้และไม่ค่อยไว้วางใจ

 

“เดี๋ยวก็รู้” ร่างเล็กถูกลากออกไปทันที โดยที่ฉันได้แต่มองกลับไปที่เพื่อน ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือแต่พวกมันก็โบกมือกลับมาเหมือนต้องการจะสื่อว่า 'ขอให้โชคดี'

 

เพื่อนบ้า! ไม่ยอมช่วยกันเลย

 

ส่วนคนตัวสูงนี่คิดจะลากฉันไปไหนก็ไป ไม่ถามฉันสักคำ เขาเห็นฉันเป็นตุ๊กตาหรอ

 

มือของพี่เซนกุมมือของฉันเอาไว้นิ้วใหญ่นั้นค่อย ๆ แทรกตัวระหว่างนิ้วเล็ก มันกลายเป็นว่านิ้วของเรากำลังผสานกันอยู่ การกระทำแบบนี้ยิ่งทำให้ใจของฉันเต้นแรงมากขึ้น

 

รถหรูพาเรามาที่ห้างใหญ่แถวมหาวิทยาลัย คนตัวเล็กถูกจูงมาที่ร้านขายเครื่องประดับร้านดัง พนักงานออกมาต้อนรับเราอย่างรู้หน้าที่ สายตาของคนตัวเล็กค่อย ๆ ไล่มองสร้อยข้างหน้าที่มีแสงระยิบระยับกระแทกตา

 

 

“มาซื้ออะไรหรอคะ”

 

“ของขวัญน่ะ” 

 

“ให้ใครหรอคะ” ที่ถามออกไปแบบนั้นก็เพราะว่าฉันจะได้ช่วยเลือกถูก

 

“คนพิเศษ” ฉันไม่รู้ว่าคนพิเศษของเขานั้นพิเศษทางด้านไหนแต่ก็เดาไว้ว่าต้องเป็นคนในครอบครัวเขาแน่ ๆ ที่บ้านต้องรวยแค่ไหนนะ ถึงมีเงินซื้อของขวัญที่แพงขนาดนี้ได้ทั้ง ๆ ที่ยังเรียนอยู่

 

“ช่วยเลือกหน่อย ชอบเส้นไหน” ให้ฉันเลือกเลยหรอ

 

“ไม่เอา พี่เลือกเองเถอะ หนูไม่ได้รู้จักคนคนนั้นสักหน่อย”

 

 ฉันปฏิเสธออกไปเพราะว่ามันน่าจะสำคัญ ถ้าฉันเลือกไปอาจจะไม่ได้ถูกใจคน ๆ นั้นก็ได้

 

“เลือก ชอบเส้นไหน” แหนะ บังคับอีกแล้ว 

 

เลือกก็เลือก! บังคับกันขนาดนี้ฉันจะปฏิเสธลงได้ยังไงล่ะ

 

ฉันกวาดสายตามองไปรอบ ๆ เผื่อจะเจอเส้นที่เข้าตา สายตาฉันก็ไปสะดุดกับสร้อยทองคำขาวเส้นเล็กที่มีจี้เป็นดวงอาทิตย์ดวงเล็ก ๆ

 

“เส้นนี้ดีไหมคะ” คนตัวเล็กกว่าหันไปถามความเห็นกับคนที่ให้เลือก

 

“เอาเส้นนี้ครับ” เห้ย ไม่คิดหน่อยหรอจะเอาเลยหรอ

 

“พี่ไม่ลองดูเส้นอื่นก่อนคะ” ฉันพยายามโน้มน้าวเขาเพราะกลัวว่าฉันจะเลือกพลาดไป

 

“ไม่ เอาเส้นนี้แหละ” ร่างสูงยังคงยืนยันคำเดิมทำให้ฉันต้องถอดใจไปเอง 

 

พนักงานทำหน้าที่เอาของใส่กล่องให้อย่างเรียบร้อย คนจ่ายเงินหยิบบัตรเครดิตออกมาเพื่อชำระค่าสร้อยเส้นนี้ เมื่อได้ของแล้วเราก็ออกมาจากร้าน พี่เซนถามฉันว่าอยากกินอะไร ผู้หญิงอย่างเรา ๆ ก็คงหนีไม่พ้นของหวานแน่นอน ก็ตอนเที่ยงมีเพื่อนเขาอยู่มันทำเอาฉันกินอะไรแทบไม่ลง แถมยังไม่ได้ของหวานมากระแทกปากเลย

 

คาเฟ่ที่ตกแต่งโทนมินิมอลเป็นร้านที่ถูกเลือกให้เป็นร้านของหวานในวันนี้ เค้กช็อกโกแลตเป็นเมนูที่ถูกสั่ง ส่วนคนตัวสูงนั้นไม่ได้สั่งอะไรเพราะเหตุผลที่ว่าไม่ชอบกินของหวาน ถ้าฉันสั่งมาอย่ามาแย่งแล้วกัน

 

“พี่รู้ไหมว่าทำไมหนูถึงเลือกจี้พระอาทิตย์” ระหว่างที่รอฉันก็หาเรื่องคุยเพื่อกลบความเงียบ

 

“ทำไม”

 

“เพราะพระอาทิตย์มันสวยแต่ไม่มีใครแตะต้องหรือครอบครองได้ หนูเลยรู้สึกว่ามันเลอค่ามากเลย”

 

“คิดได้ยังที่พี่ถามเมื่อวาน” เปลี่ยนเรื่องเฉยเลย

 

“อะไรอะ ยังไม่ถึงวันที่เราตกลงกันเลย อย่ามาหลอกถามนะ”

 

“ใครจะไปรู้ เผื่อหนูอยากจะให้คำตอบพี่แล้วไง”

 

“ไม่มีทางหรอก แบร่” ฉันแลบลิ้นใส่คนที่นั่งอยู่ตรงหน้า

 

“หึ” พี่เซนขำเล็กน้อย

 

ของหวานที่สั่งมาถูกเอามาเสิร์ฟ มีเค้กช็อคโกแลตของฉันกับบิงซูที่สั่งมากินกับพี่เซน มือเล็กตักเค้กเนื้อนุ่มเข้าปากอย่างสุขใจ หน้าตาที่มีความสุขกับการกินทำเอาผู้ชายที่มาด้วยรู้สึกเอ็นดู มือหนาจับไปที่มือเล็กที่กำลังตักเค้กสีเข้มเข้าปาก มือใหญ่ค่อยดึงมือเล็กที่จับช้อนเค้กมากที่ปากตนพร้อมใช้ปากกินเค้กที่อยู่ในช้อน

 

“มาแย่งหนูทำไม”

 

ฉันอุตส่าห์ถามเขาก่อนว่าเอาไหม เขากลับตอบว่าไม่เอาเพราะไม่ชอบกินของหวาน แล้วนี่ยังไงมาแย่งเค้กฉันกินได้ไง ฉันยิ่งเป็นพวกหวงของกินอยู่ด้วย

 

“อะไรแค่คำเดียวเอง”

 

“คำเดียวก็ไม่ได้ หนูหวง”

 

“จะอ้วนเป็นหมูอยู่แล้วเนี่ย หื้ม” มือใหญ่ยื่นมาหยิกแก้มพร้อมกับคำพูดที่ร้ายแรงสำหรับผู้หญิงถูกปล่อยออกมาจากปากคนตรงหน้า

 

ใจร้าย กล้าดียังไงมาว่าคนอื่นอ้วนเป็นหมู

 

มือของฉันรีบตักเค้กเข้าปากอย่างเร็วเพราะกลัวคนตรงหน้าแย่งพร้อมเบะปากอย่างงอน ๆ เมื่อไร้เสียงพูดจากคนตัวเล็ก ทำให้บรรยากาศบนโต๊ะเงียบผิดปกติไป คนตัวใหญ่เลิกแกล้งคนข้างหน้าตนทันที สายตาที่มองด้วยความเอ็นดูยังคงจดจ้องไปที่คนกินจุข้างหน้าโดยที่ไม่กล้าไปแตะต้องของหวานบนโต๊ะอีกเลยเพราะกลัวว่าจะทำให้เธอหงุดหงิด

 

ครืด ครืด! เสียงโทรศัพท์ของพี่เซนที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นตามเสียงเรียกเข้า ตามด้วยมือหนาที่เอื้อมไปกดรับ

 

“ฮัลโหล”

 

คนตัวเล็กแกล้งทำเป็นไม่สนใจมือยังคงตักเค้กเข้าปากอย่างไม่รู้ไม่ชี้

 

“เป็นไร”

 

ใครเป็นใครอะ หูเริ่มไปจดจ่อกับการคุยโทรศัพท์จากคนตรงหน้า 

 

“เออ เดี๋ยวกูรีบไป”

 

“พอดีที่คณะพี่มีปัญหานิดหน่อย พี่ต้องรีบไปแล้ว หนูกลับเองได้ไหม” คนตัวใหญ่หันมาถาม โดยที่คู่สนทนาได้แต่พยักหน้าหงึก ๆ เพราะในปากมีของหวานที่กำลังเคี้ยวอยู่

 

“พี่ไปแล้วนะ” มือของพี่เซนเอื้อมมาลูบหัวฉันพร้อมส่งรอยยิ้มอันบาดใจมาให้

 

ดาเมจแรงมาก โอ๊ยใจบางไปหมด

 

หลังจากที่โดนทิ้งให้อยู่คนเดียว ฉันก็จัดการของตรงหน้าจนเกลี้ยงก่อนที่จะออกจากร้านเพื่อไปเช็คเครื่องสำอางใหม่ ๆ ที่เข้ามาจนได้ลิปสติกมาใหม่สองแท่งพร้อมกับชุดแมวสวย ๆ หลายชุดเพื่อเอาไปให้ลูกสาวใส่

 

นี่แหละนะที่เขาว่ากันว่าถ้ามีลูกเราก็จะช็อปให้ลูกมากกว่าตัวเอง

 

แท็กซี่สีหวานพาร่างเล็กมาส่งหน้าคอนโดพร้อมของพะรุงพะรังที่เสียเงินซื้อมาในช่วงเย็น คนตัวเล็กพาตัวเองขึ้นมาบนห้องโดยที่มีเจ้าแมวอ้วนมาต้อนรับอย่างทุกวัน

 

“อ้วน วันนี้มี๊ซื้อชุดสวย ๆ มาให้หนูด้วยนะ มาลองเร็ว” แขนเล็กก้มลงไปอุ้มแมวอ้วนมาไว้ในอ้อมแขน เจ้าก้อนอ้วน ๆ นี่ขัดขืนทันทีไม่ยอมให้ความร่วมมือเลยแม้แต่นิด

 

 

“แง้ววววววววววววววววววววว” ก้อนขาวกระโดดลงไปที่โซฟาข้าง ๆ รูปร่างอ้วน ๆ รีบวิ่งหาที่หลบอย่างไว

 

“อ้วน ออกมาใส่ชุดเดี๋ยวนี้นะ”

 

“เหมี้ยว” เจ้าแมวอ้วนส่งเสียงตอบมาคล้ายกับว่ากำลังเถียงผู้เป็นแม่

 

“ออกมาเดี๋ยวนี้ มี๊ซื้อมาแพงนะรู้ไหม” จนแล้วจนรอดก็ไม่สามารถเอาเจ้าก้อนอ้วนที่อยู่ใต้โซฟานุ่มออกมาลองชุดได้ ไม้ตายสุดท้ายของคนเป็นแม่คือการเอาของโปรดมาหลอกล่อเจ้าอ้วน ขนมแมวเลียถูกเอาออกมา เจ้าอ้วนที่พยศเมื่อครู่ก้าวออกมาอย่างไว

 

“เห็นแก่กินจริง ๆ นะอ้วน มานี่เลย” สองมือจับล็อคไอ้ตัวอ้วนไว้เพื่อใส่ชุดกระโปรงเล็ก ใส่ได้ครึ่งทางก็พบว่ากระโปรงติดพุงเจ้าแมวอ้วนไปแล้ว

 

“อ้วน มี๊ซื้อมาแพงนะลูก ทำไมหนูใส่ไม่ได้ล่ะ” คนเป็นแม่ร้องโอดโอย

 

“เหมี๊ยว” ส่วนแมวตัวเดียวในบ้านกลับไม่สนใจอะไร เดินไปคาบของเล่นแล้วหลบไปที่อีกมุมของห้อง

 

“เห้อ” แม่แมวได้แต่ถอนหายใจอย่างปลง ๆ และจัดการเก็บชุดที่ซื้อมาแพงให้เข้าที

 

 

เช้าของวันต่อมาทำเอาฉันแปลกใจเล็กน้อยที่ไม่มีคนข้างห้องมาเคาะประตูเรียกแม้แต่นิด เขาหายไปไหนนะ ปกติช่วงนี้ต้องมาเคาะเพื่อขอกินข้าวตลอด วันนี้กลับแปลกไปจากเดิมทำให้ฉันต้องขับรถไปเรียนเองอย่างช่วยไม่ได้ รถคู่ใจคันเล็กพาฉันมาที่คณะอย่างรวดเร็วเพราะคอนโดที่อยู่ไม่ได้อยู่ห่างจากมหาวิทยาลัยมากนัก 

 

“วันนี้ไม่มีคนมาส่งหรอจ๊ะ”

 

เสียงของน้ำตาลเพื่อนสาวถามขึ้น

 

“ทำไมต้องมาส่ง รถกูก็มี” ฉันเลิกคิ้วถามแบบกวน ๆ

 

“ทะเลาะกันหรอวะ” คนที่ตัวเล็กที่สุดในกลุ่มถามบ้าง

 

“เปล่า ไม่ได้ทะเลาะ”

 

“จริงอะ หน้ามึงเหมือนกำลังงอนพี่เขาอยู่เลย”

 

หน้าเหมือนกำลังงอน? ฉันนี่นะงอน บ้า! ไม่มีทาง

 

“งอนบ้าอะไรของมึง กูเปล่า”

 

“ปากแข็งจริงคนเรา พี่เขาอาจจะกำลังไปเตรียมเซอร์ไพรส์ขอมึงเป็นแฟนอยู่รึเปล่า” น้ำตาลช่วยออกความเห็น

 

มือเล็กของฉันชี้มาที่ปากพร้อมพูดต่อ 

 

“มึงดูปากกูนะ เขา! ขอ! กู! ไป! แล้ว! เหลือแค่กูตอบตกลง”

 

”เออว่ะ” มันตอบพร้อมยกมือเกาหัว แกรก แกรก

 

“แล้วคำตอบมึงคืออะไรวะ”

 

“ไม่บอก”

 

“โหย บอกหน่อยน้า”

 

“ไม่”

 

 

“ไม่บอกกูก็เดาได้แหละ เห็นเมื่อวานไปเดินห้างกันสองต่อสองเลย”

 

“กะ ก็เขาบังคับกูนี่หว่า กูตั้งใจไปด้วยตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

“จริงหรอ” นิ้วของมิลค์จิ้มมาที่แก้มของฉัน

 

“จริง!” ใบหน้าเห่อร้อนขึ้นมา รอยยิ้มที่กลั้นไว้ก็กลั้นไม่อยู่แล้ว สมองสั่งให้สองขาเดินหนีออกมาจากเพื่อนสองคน

 

 

“เดินหนีทำไม” มันสองคนยังตามมาก่อกวนไม่หยุด

 

จากเดินปกติก็กลายเป็นวิ่งหนีเพื่อนสาวทั้งสอง สองคนนั้นก็ยังไม่ลดละ เราวิ่งไล่ตามกันอยู่สักพักขาที่กำลังก้าวขึ้นบันไดแต่สายตากำลังมองเพื่อนที่อยู่ข้างหลังตัวเอง ตัวของฉันก็ไปชนกับคน ๆ หนึ่งที่ตัวใหญ่กว่า ตัวของฉันที่เล็กกว่าเกือบจะกระเด็นตกบันไดไป โชคดีที่มือของคนที่ชนเอื้อมมาคว้าไว้ได้ทันทำให้ฉันไม่กระเด็นลงไปข้างล่าง ฉันตกอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายตรงหน้าโดยปริยาย น้ำหอมที่คุ้นเคยทำให้ใบหน้าเล็กค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมามอง สายตาที่คุ้นเคยทำเอาตัวฉันแข็งทื่อทันที

 

“เป็นไรไหม” เสียงทุ้มจากคนตรงหน้าเอ่ยถาม

 

“มะ ไม่เป็นไรค่ะ” ร่างกายพยายามผละออก แต่ไม่ทันไรก็เกือบจะทรุดลงกับพื้นอีกรอบ คนข้างหน้ารีบคว้าร่างเล็กไว้ก่อนที่ทั้งตัวจะร่วงลงไปกองที่พื้น

 

“มึงไหวไหมเนี่ย” มิลค์ถามหลังจากที่เห็นเหตุการณ์เมื่อครู่

 

“สงสัยขาจะแพลง เดี๋ยวพี่พาไปห้องพยาบาล”

 

“เอ่อ ไม่เป็นไรค่ะเดี๋ยวหนูให้เพื่อนพาไปก็ได้

 

“ไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่พาไป” พูดจบร่างของฉันลอยสูงขึ้นจากพื้นทันที สายตาผู้คนรอบ ๆ จ้องมาที่เราจนฉันไม่กล้าหันไปไหน ได้แต่หน้าก้มไปตลอดทางเพราะไม่อยากกลายเป็นจุดเด่น

 

ข้อเท้าถูกพันด้วยผ้าอย่างเรียบร้อย เพื่อนทั้งสองก็มาเฝ้าไม่ห่าง

 

“ขอบคุณค่ะ พี่ดาร์กกลับไปเถอะค่ะหนูไม่เป็นไรแล้ว”

 

“เดินไหวแน่หรอ”

 

“ไหวค่ะ”

 

“ก็ได้ พี่ไปก็ได้” ร่างสูงเดินออกไปทันที

 

“พี่เขาเป็นใครวะมึง”

 

“แฟนเก่ากูเอง ตั้งแต่มัธยมแล้ว เพิ่งเลิกช่วงกูจบ ม.6”

 

“ทำไมมึงไม่เคยบอกกูเลย”

 

“ก็กูไม่อยากรื้อฟื้นนี่ พี่ดาร์กเขาก็เป็นเพื่อนพี่วินด้วย”

 

“แล้วมึงโอเคไหมเนี่ย”

 

“กูโอเค”

 

การเดินทางกลับมาที่คอนโดไม่ได้ลำบากมากเพราะมีเพื่อนสองคนคอยช่วยเหลืออยู่ตลอดทั้งขับรถมาส่ง ถือของให้ และยังช่วยพยุงพาขึ้นมาบนห้อง การเคลื่อนไหวของฉันเหมือนถูกบล็อคอยู่ตลอดเวลา เจ็บขาไปขาเดียวก็ทำให้ทำอะไรลำบากขึ้นมาก เรื่องในวันนี้ทำให้ความรู้สึกดี ๆ วันนี้ของฉันหายไปเกือบหมด

 

การที่ได้เจอกับพี่่ดาร์กในวันนี้ทำให้ความรู้สึกเก่า ๆ เริ่มกลับมา ฉันกับพี่ดาร์กเราคบกันตั้งแต่ฉันอยู่ ม.4 เราคบกันได้เกือบสามปีความสัมพันธ์ของเราก็จบลง ด้วยความที่พี่ดาร์กเข้ามหาวิทยาลัยตั้งแต่เราคบกันในช่วงแรก ๆ มันทำให้เราไม่ได้อยู่ด้วยกันบ่อยนัก ฉันกับพี่ดาร์กเหมือนอยู่คนละโลกและฉันก็แทบไม่ได้รู้จักชีวิตของเขาในตอนที่เขาอยู่ในมหาวิทยาลัยเลยแม้แต่น้อย

 

“อ้วน วันนี้ห้ามงอแงนะรู้ไหม มี๊เจ็บข้อเท้า” ฉันเอ่ยปากบอกเพื่อนร่วมห้อง

 

“เหมี๊ยว” เจ้าก้อนอ้วนตอบรับอย่างรู้งาน

 

วันนี้เป็นวันที่พี่เซนต้องมาขอคำตอบจากฉันซึ่งตอนนี้เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบเที่ยงคืน ฉันยังไม่เห็นวี่แววเลยแม้แต่น้อย

หรือจะติดงานนะ เขาหายไปตั้งแต่เมื่อวานในช่วงบ่าย จนตอนนี้ยังไร้วี่แววไม่เห็นแม้แต่เงา มือหยิบโทรศัพท์มาเล่นฆ่าเวลา การแจ้งเตือนในแชทเด้งขึ้นมา พบกับแอคเคาท์ปริศนาที่ไม่มีรูปโปรไฟล์ส่งภาพ ๆ หนึ่งมาให้ฉัน นิ้วของฉันกดเข้าไปดูด้วยความอยากรู้ สองตาเบิกกว้างอย่างฉับพลันทันทีที่เห็นรูป ๆ นั้น ขอบตาของฉันเริ่มร้อนผ่าว ความรู้สึกเสียใจถาโถมเข้ามาอย่างต่อเนื่อง รูปที่ส่งมาเป็นรูปของพี่พรีนกับพี่เซนที่นอนอยู่บนเตียงด้วยกัน ถึงจะมีผ้าห่มปกปิดมันก็ทำให้ฉันเดาได้ว่าสองคนนี้มีความสัมพันธ์อย่างลึกซึ้งกันแน่นอน

 

‘แค่คิดจะเริ่มต้นใหม่ มันก็พังตั้งแต่ยังไม่เริ่มเลยด้วยซ้ำ’

 

น้ำตาค่อยไหลออกมาจากดวงตาคู่สวยทั้งสองข้าง ความน้อยใจบวกกับความเสียใจทำให้ความรู้สึกของคนบนเตียงแย่ลงเรื่อย ๆ พยายามที่จะหลับตาเพื่อให้ตัวเองหลับไปเพื่อลืมทุกอย่างที่เกิดขึ้นในวันนี้ กว่าจะข่มตาลงได้ก็เวลาก็ล่วงเลยมาเกือบเช้า

 

เวลาเกือบสิบเอ็ดโมงร่างเล็กตื่นขึ้นมา ดวงตาสองข้างแทบจะลืมไม่ขึ้น ร่างกายเกิดอาการครั่นเนื้อครั่นตัว รู้ได้เลยว่าถูกพิษไข้เล่นงานเข้าให้แล้ว คนเป็นไข้พยายามพยุงร่างตัวเองไปที่ห้องน้ำ ร่างกายของผู้หญิงผมยาวตาสองข้างบาวเป่ง ใบหน้าซีดเผือก

 

‘นี่มันศพดี ๆ ชัด ๆ’ ขาก็เจ็บแถมยังมาเป็นไข้อีก ซวยจริง ๆ ฉันต้องโทรไปบอกเพื่อนทั้งสองว่าวันนี้ไม่เข้าเรียนเนื่องจากพิษไข้ ทั้งคู่เข้าใจพร้อมกับบอกว่าจะมาเยี่ยมเย็นนี้

 

ถามว่าฉันลืมเรื่องเมื่อวานไปแล้วหรอ ตอบได้เลยในตอนนี้ว่ายัง ตอนนี้ฉันคิดแค่ว่าฉันเสียน้ำตาให้คนที่ไม่ได้เป็นอะไรกับเขาไปมากพอแล้ว ต่อจากนี้เราก็ควรมูฟออนให้ได้ ที่พึ่งหนึ่งเดียวของฉันในตอนนี้คือพี่ชายสุดที่รักนั่นเองคิดแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือยกขึ้นมาโทรหาทันที

 

(ว่าไงตัวแสบ)

 

“พี่วิน”

 

(หือ...ทำไมเสียงเป็นอย่างงั้นอ่ะ)

 

“น้องไม่สบาย วันนี้พี่วินมานอนกับน้องได้ไหม” เวลาที่ป่วยคือเวลาที่ฉันอ้อนพี่ชายได้มากที่สุด

 

(กินยารึยัง เดี๋ยวพี่เข้าไป เลิกเรียนพอดี)

 

“น้องยังไม่ได้กินข้าวเลย พี่วินซื้อข้าวมาให้น้องได้ไหม”

 

(ได้ เดี๋ยวพี่รีบซื้อเข้าไปให้)

 

“รีบมาน้า”

 

(ครับ)

 

15 นาทีผ่านไป พี่วินเปิดประตูเข้ามาในห้องพร้อมกับถุงของกินเต็มไม้เต็มมือ 

 

หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมพี่วินถึงเข้ามาได้เพราะฉันเคยให้คีย์การ์ดอีกใบไว้กับพี่วินเผื่อว่าเขามีธุระหรือว่าเลิกเรียนดึกจะได้มาค้างที่คอนโดฉันได้ทันทีโดยไม่ต้องรอฉันกลับมา

 

“จะกินอะไร พี่ซื้อข้าวหน้าปลาไหลมาให้ด้วยนะ” พูดแบบนี้ไม่ต้องถามเลยก็ได้ เขาต้องการให้ฉันกินข้าวหน้าปลาไหลที่เขาซื้อมาให้อย่างไม่ต้องสืบ 

 

“แต่น้องไม่ค่อยหิวเลย”

 

“ไม่หิวก็ต้องกินรู้ไหม” เสียงนุ่มทุ้มบอกแกมบังคับ

 

“ครึ่งเดียวได้ไหม” สายตาหันไปมองกล่องข้าวกล่องใหญ่ตรงหน้าพร้อมส่งเสียงอ้อน ๆ ไปให้พี่ชาย

 

“โอเค ครึ่งเดียวก็ได้” มือหนายกขึ้นมาลูบหัวฉันเบา ความรู้สึกอบอุ่นครอบคลุมเข้ามาในหัวใจฉันอย่างไร้เหตุผล น้ำตาไหลออกมาจากตาคู่สวยโดยไม่รู้ตัว

 

“ฮึก...ฮือ” เสียงสะอื้นราวกับอัดอั้นใจไว้ถูกปลดปล่อยออกมา

 

“ร้องไห้ทำไม ตาบวมหมดแล้ว” พี่วินดึงร่างกายของฉันมาอยู่ในอ้อมกอด มือหนายังคงลูบหัวให้เหมือนเดิม

 

“ฮึก”

 

“ใครทำอะไรน้องพี่...หื้ม”

 

“...”

 

“โอเค พี่ไม่ถามก็ได้ไว้หนูอยากเล่าเมื่อไหร่ค่อยมาบอกพี่ก็แล้วกัน แต่ตอนนี้กินก่อนโอเคไหม”

 

“…” ฉันไม่ได้ตอบอะไร ทำได้แค่พยักหน้าเบา ๆ

 

ข้าวมื้อแรกหายเข้าไปในท้องน้อย ๆ จนหมดกล่อง โดยคนเป็นพี่ได้แต่ยิ้ม ๆ ใครกันที่บอกว่าจะกินแค่ครึ่งเดียว แต่ตอนนี้แม้แต่เม็ดข้าวเม็ดเดียวยังไม่เหลือเลยสักเม็ด ยาเม็ดใหญ่ถูกส่งเข้าไปในปากตามด้วยน้ำเปล่าตามขั้นตอนปกติ

 

คนเป็นน้องถูกส่งเข้านอนเหมือนตอนเด็ก ๆ ร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงถูกผ้าห่มปกคลุมจนถึงคอ มีมือใหญ่คอยลูบหัวกล่อมทำให้นึกถึงช่วงเวลาเด็ก ๆ ตอนที่อายุ 5 ขวบ มีพี่ชายคนนี้คอยกล่อมนอนอยู่ทุกคืน ใช้เวลาไม่นานร่างของคนเป็นน้องก็หลับไปด้วยฤทธิ์ยา

 

 

SEN’S PART

 

ตั้งแต่วันที่ผมแยกจากคนตัวเล็กเนื่องจากที่คณะมีปัญหาบางอย่างทั้งเรื่องการรับน้องนอกสถานที่ของคณะที่อาจารย์ไม่อนุญาตเรื่องงานกลุ่มและเรื่องงานของที่บ้านในส่วนที่ผมต้องรับผิดชอบ การทำงานต่าง ๆ ของคณะใช้เวลาล่วงเลยไปถึงช่วงหัวค่ำ ผมก็ต้องเอาร่างของตัวเองกลับไปเคลียร์งานที่บ้าน โดยไม่มีเวลาที่จะจับโทรศัพท์และกลับไปที่คอนโดเลยด้วยซ้ำ ผมไม่รู้ว่าวาจะโกรธผมรึเปล่าที่ไม่ทำตามสัญญา

 

การเคลียร์งานทั้งหมดภายในสองวันทำให้ผมรู้สึกเหนื่อยล้ามาก เวลานอนที่มีน้อยอยู่แล้วก็แทบที่จะไม่มีเลยแม้แต่น้อย ผมใช้เวลาแค่วันละชั่วโมงในการพักผ่อนเพื่อต้องการเคลียร์งานต่าง ๆ ภายในเวลาที่กำหนด ทุกอย่างเป็นไปได้ด้วยดี ผมสามารถทำงานทุกอย่างเสร็จภายในสองวัน

 

คอนโดที่ไม่ได้กลับมาเหยียบในหลายวันนี้มีผู้เป็นเจ้าของกลับมาอยู่เป็นปกติ ร่างสูงโทรสั่งอาหารมาเพื่อจะเอาไปกินกับคนตัวเล็กข้างห้อง ใช้เวลารอแค่ไม่นานอาหารทั้งหมดก็มาส่งครบทุกอย่าง ร่างสูงพาร่างตัวเองไปอยู่หน้าห้องของผู้หญิงที่ตนกำลังตามจีบอยู่

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

 

มือหนาเคาะไปที่ประตูของคนข้างห้อง ไม่นานประตูถูกเปิดออกมาเผยใบหน้าของผู้ชายที่ผมรู้จักดี

 

“มึงมาทำไม” พี่ชายของวาถามผมอย่างเอาเรื่อง

 

“มาหาวาครับ”

 

“น้องกูไม่ว่างคุยกับมึงหรอก กลับไปซะ”

 

“น้องทำอะไรอยู่ครับ”

 

“ทำอะไรอยู่มันก็ไม่เกี่ยวกับมึง”

 

“ผมขอเจอวาก่อนได้ไหม”

 

“น้องกูคงไม่ได้อยากเจอมึงแล้วมั้ง”

 

“หมายความว่ายังไงครับ”

 

“นี่หรอที่มึงบอกจะดูแลน้องกูไม่ให้เสียใจ ยังไม่ทันไรมึงก็หายหัวแถมยังไม่รู้เรื่องอะไรอีก”

 

“พี่หมายความว่ายังไง วาเป็นอะไร” ผมถามออย่างร้อนรน

 

“ไสหัวไปให้พ้นหน้ากู ครั้งนี้กูจะไม่ทำอะไรมึงแต่มึงห้ามเสนอหน้ามายุ่งกับน้องกูอีก”

 

“เดี๋ยวพี่”

 

ปัง!

 

ประตูถูกปิดใส่หน้าผมอย่างแรง ผมพยายามพาตัวเองกลับห้องอย่างช้า ๆ ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงทิ้งตัวนั่งบนโซฟา อีกครั้งที่ผมโดนแบบนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดยังเป็นเรื่องที่ผมไม่รู้และไม่เข้าใจ มือหนาคว้าโทรศัพท์โทรหาเพื่อนทันที

 

“ไอ้เอิร์ท มึงสืบให้กูหน่อยว่าใครมาทำอะไรวา”

 

“มีไรวะ”

 

“มึงสืบให้กูหน่อยว่ามีใครมายุ่งกับวาช่วงที่กูไม่อยู่”

 

“มึงตอบกูก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น”

 

“กูแค่สงสัยว่าทำไมพี่วินถึงให้กูเลิกยุ่งกับวาทั้ง ๆ ที่กูก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย”

 

“เลิกยุ่งเลยหรอวะ”

 

“อือ”

 

“มึงไปทำอะไรให้เขาโกรธวะ”

 

“กูไม่รู้”

 

“เออ เดี๋ยวกูจะสืบให้”

 

หลังจากวางสายแล้วผมก็จัดการกับตัวเอง พร้อมกับพยายามข่มตานอนให้หลับ เรื่องที่ยังค้างคาอยู่ในใจส่งผลให้ร่างสูงยังคงนอนลืมตาอยู่บนเตียง ความข้องใจมันทำให้ผมอยากให้ถึงวันพรุ่งนี้เพื่อไปจัดการกับเรื่องทั้งหมด ไม่นานร่างกายก็ไม่สามารถต้านกับความเหนื่อยล้าที่สะสมมาหลายวันได้ทำให้คล้อยหลับไปทันที

 

ช่วงเช้าผมเข้ามาที่คณะเพื่อรีบมาเจอกับไอ้เอิร์ท เพื่อมาสะสางปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อวาน

 

“ได้เรื่องว่าไง”

 

“กูไปถามเพื่อนน้องมาแล้ว น้องมันบอกว่ามีคนส่งรูปมึงกับพรีนไปให้น้องวา” มันพูดพร้อมส่งรูป ๆ นั้นมาให้ผม

 

รูปที่ว่าเป็นรูปผมกับพรีนที่นอนอยู่บนเตียงด้วยกันในสภาพที่เปลือยเปล่ามีแค่ผ้าห่มคลุมไว้ รูปนี้เป็นรูปตั้งแต่ผมอยู่ปี 1 ตอนที่ไปค้างกับพรีน แค่รูป ๆ เดียวผมก็รู้ได้ทันทีว่าต้นเหตุมาจากใคร สองขาลุกขึ้นยืนพร้อมกับเดินไปหาตัวต้นเรื่องที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้

 

พรีนที่กำลังนั่งกินข้าวกับเพื่อนหันมามองหน้าผมทันที มือใหญ่คว้าไปที่ข้อมือของพรีนพร้อมลากออกมาที่หลังโรงอาหารที่ไม่ค่อยมีคนผ่านมานัก เพื่อนเธอพยายามตามมาเพื่อห้ามผม

 

“เรามีเรื่องต้องเคลียร์กับพรีน ใครไม่เกี่ยวก็ออกไป” เพื่อนพรีนเดินออกไปอย่างเข้าใจ

 

“เซนมีอะไรรึเปล่า”

 

“เธอส่งอะไรไปให้วา”

 

“หมายความว่าอะไร พรีนไม่เข้าใจ”

 

“เราถามว่าเธอส่งอะไรไปให้วา!”

 

“เซน...พรีนไม่รู้ว่าเซนหมายถึงอะไร” น้ำตาของเธอค่อย ๆ ไหลออกมา ถามว่ามันทำให้ผมเห็นใจเธอมากขึ้นไหม ผมตอบเลยว่าไม่ อารมณ์โกรธที่กำลังพุ่งขึ้นทำให้มือใหญ่ของผมคว้าไปที่ไหล่ทั้งสองข้างของเธออย่างแรง

 

“เธอทำอะไรไว้เมื่อคืน เธอน่าจะรู้ตัวดีนะ” น้ำเสียงเย็นชายิ่งทำให้น้ำตาของผู้หญิงตรงหน้าร้องไห้ออกมามากขึ้น

 

“…”

 

“เงียบทำไม!” ผมเขย่าร่างคนตรงหน้าเพราะต้องการคำตอบ พวกไอ้เอิร์ทรีบมาห้ามอย่าเร็ว

 

“ไอ้เซน มึงรุนแรงเกินไปแล้วนะ” มันพยายามมาล็อคตัวผมไว้

 

“ปล่อยกู” ผมสะบัดตัวออกจากพวกมัน

 

“แรงคนหรือแรงควายวะ”

 

“กูบอกให้ปล่อยไงวะ”

 

“พวกมึงลากมันออกไปดิ กูจะคุยกับพรีนเอง”

 

“เออ ๆ”

 

ผมถูกพวกแม่งลากออกมาเพื่อสงบสติอารมณ์ โดยที่ให้ไอ้เอิร์ทไปเอาคำตอบจากพรีนแทน

 

“ไอ้เซนมึงกินน้ำก่อน” มันยื่นแก้วน้ำแดงมาให้ผม

 

“เออ เขาเป็นผู้หญิงมึงก็คุยดี ๆ หน่อย มึงไม่เคยเป็นแบบนี้เลยนะเว้ย”

 

“…”

 

“เงียบใส่กูอีก คุยกับมึงให้กูไปนั่งคุยกับหมากับแมวยังรู้เรื่องมากกว่าอีก” ไอ้มิกซ์นั่งบ่นอย่างอัดอั้นตันใจ

 

นั่งอยู่ไม่นานไอ้เอิร์ทก็เดินกลับมา

 

“เป็นไงบ้างมึง” ไอ้มิกซ์ถาม

 

ไอ้เอิร์ทมีเดินมานั่งลงตรงข้ามกับผมพร้อมกับหยิบน้ำของผมไปกินอย่างไม่รีบร้อนอะไรก่อนที่จะเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เราฟัง

 

 

--------------------------------------------------------------------------------------------

Talk

1. แฟนเก่ากลับมาน้องวาจะทำยังไงต่อจะตอบตกลงพี่เซนมั้ยเรามาลุ้นกับครั้งหน้านะค้า

2. วันนี้อาจจะมาน้อยหน่อยนะคะ สัญญาว่าพรุ่งนี้จะมาอัพให้จบตอน พอดียุ่ง ๆ เลยไม่ค่อยว่างมาอัพค่ะ ขอโทษด้วยนะคคะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น

  1. #140 Toywoohottest (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2563 / 10:06
    สงสารน้อง เสียใจน่าดู
    #140
    1