แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 5 : ความรู้สึกที่เพิ่มมากขึ้น 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    2 ก.ค. 63

 4

ความรู้สึกที่เพิ่มมากขึ้น

 

มื้อเช้าของเราผ่านไปอย่างรวดเร็ว พี่เซนอาสาไปส่งฉันที่คณะและตัวเขาก็ไปเรียนตามระเบียบ หลายคนอาจจะคิดว่าเรียนภาษานั้นคงไม่หนัก บอกได้ตรงนี้เลยว่าไม่ต่างจากสายสุขภาพนักหรอกมันยากกันคนละแบบคนละสไตล์เลย ตัวฉันเองก็เริ่มสนใจภาษาในช่วง ม.4 และที่บ้านก็ไม่ได้ขัดอะไรเพราะทุกคนตามใจฉันอยู่แล้วจึงได้เข้ามาอยู่ที่คณะนี้ในตอนนี้

 

ชีวิตเฟรชชี่เพิ่งเริ่มขึ้นกิจกรรมต่าง ๆ ก็เริ่มรุมเร้าเข้ามา การแบ่งเวลาจึงกลายเป็นสิ่งที่สำคัญมากอย่างหนึ่งเช่นกัน วันนี้พี่ ๆ ในคณะของเรานัดไปเข้าเชียร์ การเข้าเชียร์เป็นสิ่งที่ฉันรู้สึกไม่โอเคที่สุดเพราะเป็นเหมือนการบังคับให้เราไปทำในสิ่งที่เราไม่อยากที่จะทำ ไหนจะมีพี่ดุ ๆ คอยขึ้นเสียงใส่เด็กปี 1 ตลอด

 

ทุกคนล้วนนั่งเกร็งกันเป็นแถวหลังจากที่พี่ปีสูงในคณะเริ่มที่จะดุเนื่องจากตอบคำถามไม่ได้ หลายคนก็ทำหน้าไม่พอใจบ้าง เบื่อบ้าง โกรธบ้าง ตามความคิดของแต่ละคนและฉันก็เป็นคนนั้นที่อยู่ในกลุ่มที่เบื่อ แต่เขาเล่า ๆ กันว่าคณะของเรายังดุไม่ถึงครึ่งของวิศวะเลยด้วยซ้ำ การเข้าเชียร์ของคณะนี้ถือว่าขึ้นชื่อเรื่องบทลงโทษที่โหด ๆ ของรุ่นพี่ พลังเสียงที่ดุ แต่กับดึงดูดสาว ๆ จากคณะอื่นได้อย่างไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิดอย่างเช่นผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ฉันตอนนี้

 

“มึง” แรงสะกิดจากคนข้าง ๆ ถูกส่งมา

 

“อะไร”

 

“ถ้าพี่เขาปล่อยแล้วเราไปดูพวกวิศวะกันไหม” น้ำตาลเอ่ยชวนเนื่องจากคณะวิศวะมีการเข้าเชียร์ที่ลานเกียร์ของคณะดังนั้นถือว่าเป็นเป้าสายตาจากคณะอื่น ๆ มากมาย

 

 “ไม่ไป กูจะรีบกลับไปนอน เมื่อเช้ากูตื่นเช้าไป”

 

“โหยมึง ไปเป็นเพื่อนกูหน่อยน้า ไม่สงสารกูหน่อยหรอ ถ้ากูไม่มีแฟนตั้งแต่ปีหนึ่งเขาว่ากันว่าปีต่อไปจะหาไม่ได้ง่าย ๆ นะ ใครบอกว่าเข้ามหาลัยแล้วหาแฟนง่าย ไม่จริงเลยสักนิด” มันตัดพ้อกับตัวเอง

 

“เออ ๆ ไปก็ได้” เล่นดราม่าขนาดนี้ไม่ไปฉันก็ดูจะเป็นเพื่อนที่แย่เกินไป ไปเป็นเพื่อนให้มันได้มองใครไว้ก็ยังดี

 

 

 ลานเกียร์คณะวิศวกรรมศาสตร์

 

“โห ยิ่งใหญ่สุด ๆ สมกับเป็นคณะที่คนเยอะเป็นอันดับที่ 2 ของมอจริง ๆ” มิลค์พูดพร้อมทั้งมองไปรอบ ๆ ลานเกียร์ของคณะวิศวกรรมศาสตร์

 

“แล้วไหนคนวะ หมาสักตัวยังไม่มีเลย มาผิดที่ไหมเนี่ย” ฉันหันหน้าไปถามน้ำตาล

 

“เขาแยกเข้าเป็นภาคมึง แต่ละภาคก็อยู่คนละที่”

 

อ๋อ เป็นอย่างนี้นี่เอง ฉันก็นึกว่าเขาเข้ารวมกันเหมือนคณะเราซะอีก

 

“แล้วมึงจะไปดูภาคไหน” มิลค์ถามขึ้นอีกครั้ง

 

“กูก็ต้องไปดูแก๊งสมบัติของวิศวะดิวะ”

 

สมบัติของวิศวะ ใครมันตั้งเนี่ยเหมือนวัตถุโบราณเลย

 

“ทำไมกูไม่เคยได้ยินเลยวะ งานดีมากเลยหรอมึง”

 

“ที่สุดเลยมึง โซผัวสุด แต่พวกมึงก็เคยเจอไม่ใช่หรอวันที่เราไปพร้อมเพรียงไง” พูดอย่างนี้เดาได้ไม่ยากเลยว่าใครบ้าง คงพวกพี่เซนแน่ ๆ

 

“กูไม่ไปได้ไหม ไม่อยากเจอพี่เซน”

 

“โอ๊ย ไอ้วามึงจะกลัวทำไม ผัวของคณะวิศวะมาจีบทั้งทีคนเขาอยากได้กันเยอะแยะ ผู้ชายอะไรโคตรกร้าวใจ” ใบหน้าหวานพูดพร้อมกับทำหน้าฟิน 

 

จีบเจิบอะไรไม่ใช่สักหน่อย 

 

"ก็กูไม่อยากเห็นหน้าเขา"

 

"มึงเขินก็บอกมาเถอะไม่ต้องมาบอกไม่อยากเห็นหน้า กูรู้ทันไม่ต้องมาปิด" เพ้อเจ้อ ใครจะไปเขินเขากัน ฉันแค่เบื่อหน้าเฉย ๆ หรอก

 

“กูไม่คุยกับมึงละ” ฉับรีบเดินออกจากที่นั่นทันที จนน้ำตาลเดินตามมาคว้าที่แขนของฉันพร้อมลากไปอีกทางทันที

 

“มาทางนี้” ฉันถอนหายใจพร้อมเดินตามไปอย่างจำนน ยอมให้เพื่อนสาวลากไปได้โดยง่ายดาย

 

 

 

“มีใครตอบผมได้บ้างว่าเพื่อนคุณที่หายไปเขาไปไหน” เสียงทุ้มที่ดังออกมาทำให้ขาของพวกเราสามคนชะงักทันที

 

“ได้ยินแค่เสียงกูก็ไม่กล้าไปแอบดูแล้วมึง รอเขาเสร็จกิจกรรมก่อนได้ไหม” ฉันแอบเห็นด้วยกับมิลค์เพื่อนสาวไซส์มินิ แขนเล็กยกขึ้นเพื่อดูเวลา นี่ก็ใกล้จะสองทุ่มอีกไม่นานคงจะปล่อยแล้ว

 

“กูก็ว่างั้นแหละ แค่เสียงก็กร้าวใจกูแล้ว” น้ำตาลพูดพร้อมดีดดิ้นไปมา 

 

สิ้นคำพูดเหล่านั้นไม่นานเหล่าเฟรชชี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ที่อยู่ในเสื้อเชียร์สีดำบนหน้าอกมีรอยสกรีนรูปฟันเฟืองเพื่อบ่งบอกความเป็นวิศวกรรมศาสตร์ก็พรั่งพรูออกมาเต็มทางเดิน

 

บางคนก็บ่นปวดหลังบ้าง ปวดคอบ้าง พี่ดุบ้าง ไม่มีเหตุผลบ้าง ทำเอาสาวนอกคณะอย่างพวกเราอดสงสารไม่ได้ แรงดึงบริเวณต้นแขนของฉันทำให้สายตาที่จับจ้องอยู่กับเหล่าเฟรชชี่วิศวะเมื่อครู่นี้ถูกเบี่ยงเบนความสนใจทันที ซึ่งบุคคลที่ดึงแขนฉันก็ไม่ใช่ใครที่ไหน บลูเพื่อนสุดที่รักของฉันนั่นเอง

 

“ทำไมมาอยู่ที่นี่” คำถามถูกปล่อยมาทันทีหลังจากที่สามารถทำให้ฉันละความสนใจไปจากเหล่าเฟรชชี่ทั้งหลายได้

 

“มารอมึงไง”

 

“หน้ามึงตอแหลมาก” บลูพูดอย่างเอือม ๆ 

 

“พามันมาหาผู้ชาย” ฉันชี้นิ้วไปที่น้ำตาล

 

“กูว่าละ อย่างพวกมึงไม่น่าจะมารอกู น่าน้อยใจว่ะ เพื่อนเห็นผู้ชายดีกว่า” แหม มันพูดพร้อมกับแสดงสีหน้าเศร้าสร้อยน้อยอกน้อยใจเหลือเกิน ทำให้พวกฉันอดหมั่นไส้ไม่ได้จึงพร้อมใจกันจับมือแล้ววิ่งหนีไอ้บลูทันที

 

“รอกูด้วยยยยยยย” เสียงหัวเราะจากสี่สาวที่แกล้งกันอยู่บริเวณนั้นดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

ปึก! วิ่งหนีอยู่ดี ๆ จมูกของฉันก็ไปชนเข้ากับตัวของใครสักคน

 

จมูกฉันหักไหมเนี่ย ฉันลูบจมูกตัวเองป้อย ๆ เพราะรู้สึกเจ็บแต่ก็ยังต้องขอโทษคนที่ฉันวิ่งชน

 

“ขอโทษค่ะ” สองมือยกไหว้คนตรงหน้าเพื่อแสดงความขอโทษ

 

“เจ็บไหม” เสียงอันคุ้นเคยออกมาจากคนตรงหน้า ใบหน้าเล็กเงยหน้าขึ้นไปมองคู่กรณี ก็พบว่าเป็นพี่เซนนั่นเอง โลกมันจะกลมเกินไปไหมเนี่ยไปที่ไหนก็เจอตลอดเลย  

 

“แหม ๆ ๆ เมื่อเช้าก็ไปกินข้าวด้วยกัน ตกเย็นมาก็มาหากันที่คณะ สงสัยเพื่อนกูคงได้ถอดเขี้ยวถอดเล็บจริง ๆ แล้วมั้ง” พี่เอิร์ทที่เดินมาพร้อมกับเพื่อน ๆ กลุ่มของเขาตะโกนแซวมาแต่ไกลหลังจากรอจังหวะให้เหล่าเฟรชชี่คณะวิศวกรรมศาสตร์ห่างหายกันไปหมดแล้ว

 

“กูล่ะอิจฉาจริง ๆ ทำยังไงกูถึงจะมีแบบนี้วะไอ้บาส” พี่มิกซ์เริ่มร่วมก่อกวน

 

“กูล่ะเศร้า อยู่ในมหาลัยมาตั้ง 3 ปี แฟนดี ๆ สักคนก็ยังไม่มี” พี่เอิร์ทพูด

 

“เอ่อ ขอขัดจังหวะหน่อยนะคะ ขอตัวเพื่อนหนูได้ไหมคะ” น้ำตาลยื่นมือมาช่วยฉันเมื่อเห็นว่าฉันยืนเงียบไปนานและไม่กล้าเดินออกมา

 

“เดี๋ยวไปส่งเองอยู่คอนโดเดียวกัน” พี่เซนใช้มือใหญ่ดึงแขนฉันไว้

 

“ได้ไง หนูเอารถมา หนูไม่ทิ้งรถหนูไว้นี่หรอก” ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองคนตัวใหญ่อย่างไม่ยอม

 

“พี่เซนไปส่งน้องเอิร์ทแทนได้นะคะ น้องเอิร์ทพร้อมมากค่ะ” 

 

พี่เอิร์ทจีบปากจีบคอพูดเพื่อทำให้เสียงตนเล็กที่สุด

 

“รถมึงก็มีไหม”  

 

“พี่บาส พี่เซนมันไม่ไปส่งหนู” พี่เอิร์ทหันไปฟ้องบาส สองมือเอื้อมไปเกาะที่แขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อของพี่บาส

 

“พอเลยกูขนลุก” พี่บาสสะบัดแขนออกพร้อมกระโดดออกห่างจากพี่เอิร์ททันที ท่าทางเหล่านั้นเรียกเสียงหัวเราะของพวกฉันได้อย่างดีเลยล่ะ

 

“งั้นเจอกันที่คอนโด” พี่เซนโน้มหน้าลงมากระซิบที่ข้างหูของฉัน พร้อมรอยยิ้มร้าย ๆ ของเขา นี่เขาจะแกล้งฉันอีกแล้วใช่ไหมเนี่ย คิดถูกหรือคิดผิดที่มาที่นี่นะ

 

“อ้าว! เซนยังไม่กลับอีกหรอ” เสียงเล็กของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้นมา การปรากฏตัวของผู้หญิงที่มีรูปร่างสูงโปร่งความสูงน่าจะอยู่ราว ๆ 175 เซนติเมตรได้ ถือว่าหุ่นดีมาก ขายาวเหมือนกับนางแบบ ดวงตากลมโตและเฉี่ยวคม บ่งบอกได้ว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะมีเชื้อสายทางตะวันตกอยู่บ้าง เดินเข้ามาพร้อมกับทักทายพี่ ๆ วิศวะที่ยืนอยู่ตรงหน้าพวกเรา แต่สังเกตได้ว่าผู้หญิงคนนี้น่าจะจงใจมาหาพี่เซนมากกว่าดูจากอาการแล้ว เราแนะนำตัวกันนิดหน่อยทำให้รู้ว่าผู้หญิงหุ่นนางแบบคนนี้ชื่อพี่พรีน

 

“กำลังจะกลับแล้ว” พี่เซนตอบด้วยเสียงนิ่ง ๆ โดยไม่ได้แสดงความรู้สึกใด ๆ มือหนาพยายามแกะมือเล็กของพี่พรีนที่เกาะแกะตนอยู่แต่มือนั้นกลับเกาะแน่นอย่างกับตุ๊กแก

 

“พรีนขอติดรถไปด้วยได้ไหม เมื่อเช้าพรีนรีบเลยไม่ได้ขับรถมา” น้ำเสียงออดอ้อนนั้นทำให้พวกฉัน และพี่ ๆ รู้สึกเหมือนเป็นส่วนเกินซะอย่างนั้น

 

“ก็ได้” ก่อนตอบใบหน้าหล่อของพี่เซนหันมามองที่ฉันเล็กน้อยก่อนที่จะตอบตกลง 

แขนของพี่พรีนคล้องอยู่กับแขนที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อและรอยสักที่มีเสน่ห์ของพี่เซนพร้อมออกแรงดึงให้ไปยังทิศทางของรถหรูของเจ้าของรอยสักนั้น

 

“งั้นพวกเราก็ไปกันเถอะ” ฉันพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่จะละสายตาจากบุคคลสองคนนั้นเพื่อไปที่รถของตนเช่นเดียวกัน 

 

 

 

SEN’S PART

 

หลังจากที่พรีนลากผมออกมาจากตรงนั้น สายตาจากคนตัวเล็กที่มองมาทำให้ผมรู้สึกร้อนรนแปลก กลัวว่าเธอจะโกรธที่ผมไปส่งคนอื่น ผมกับพรีนเราสองคนเคยมีความสัมพันธ์กันอยู่ช่วงหนึ่ง ซึ่งผมก็คุยกับพรีนแล้วว่าเราจะมีความสัมพันธ์กันแบบที่ไม่ผูกมัด ช่วงที่เราอยู่ด้วยกันตอนปี 1 ผมยอมรับว่าเคยรู้สึกดีกับเธอหลังจากที่ช้ำใจจากใครบางคนแต่เธอก็เอาแต่ปฏิเสธผมอยู่เรื่อยมา

 

เรามีความสัมพันธ์ที่มากกว่าเพื่อนกันมายาวนาน จนถึงช่วงที่อยู่ปี 2 พรีนทิ้งผมไปมีแฟนที่อยู่อีกคณะ ตอนนั้นก็ทำผมเคว้งไปสักพัก แต่ผมก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เราตกลงกันไว้ตั้งแต่แรก จนช่วงที่เรากำลังจะขึ้นปี 3 เธอเลิกกับแฟนของเธอ เธอขอให้ผมกลับไปเป็นเหมือนเดิม ตอนนั้นผมรู้แล้วว่าหัวใจของผมไม่ได้มีเธออีกต่อไปแล้ว เธอบอกผมว่าจะไม่บอกเรื่องนี้กับใครขอแค่เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมแต่ผมก็ปฏิเสธมันไป

 

รถหรูเคลื่อนตัวมาหยุดที่หน้าหอพักแห่งหนึ่ง หอที่ผมเคยมาค้างคืนอยู่บ่อยครั้งกับผู้หญิงคนนี้ การตัดสินใจมาส่งเธอในครั้งนี้ผมแค่อยากจะยุติความสัมพันธ์ระหว่างผมกับเธอ 

 

“เราว่าพรีนเลิกยุ่งกับเราเถอะ”

 

“ทำไมล่ะ” ใบหน้าสวยหันมามองพร้อมกับสีหน้าที่ตกใจเล็กน้อย

 

“เราแค่รู้สึกว่าเราควรกลับไปเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม เหมือนกับช่วงที่พรีนมีแฟน”

 

“เซนโกรธอะไรพรีนรึเปล่า”

 

“เปล่า”

 

“เย็นชาจังเลยนะ เพราะเด็กคนนั้นหรอที่ทำให้เซนเปลี่ยนไปแบบนี้” ใบหน้าของเธอเริ่มมีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาที่กลมโต

 

“มันไม่ได้เกี่ยวกับน้อง”

 

“ฮึก เซน...พรีนขอล่ะ อย่าทิ้งพรีนได้ไหม พรีนสัญญาว่าจะไม่เข้าไปยุ่งระหว่างเซนกับน้องคนนั้น แต่เรายังเป็นเหมือนเดิมได้ไหม” มือเล็กเคลื่อนมาจับที่มือของผม

 

“เราขอร้อง เลิกยุ่งกับเราเถอะ”

 

“งั้นคืนนี้เซนอยู่กับพรีนได้ไหม ถือว่าเป็นคืนสุดท้ายที่เราอยู่ด้วยกันนะ” เธอยกมือของผมเข้าไปแนบที่ใบหน้าเธอ

 

“ก็ได้” ผมตอบตกลงกับเธอเพื่อต้องการยุติความสัมพันธ์ระหว่างเราให้รู้สึกว่าเราไม่ได้ติดค้างอะไรกัน

 

 

ในขณะที่ผมกำลังวางกระเป๋าไว้ที่โต๊ะตรงหัวเตียงนั้น พรีนก็เคลื่อนตัวเข้ามาพร้อมกับประกบลงมาที่ปากผม แขนสองข้างของเธอคล้องมาที่คอผมพร้อมกับเริ่มปลุกเร้าอารมณ์ผม การที่เราเคยมีความสัมพันธ์กันมาก่อน ทำให้เธอรู้จุดอ่อนผมเป็นอย่างดี ร่างกายแกร่งเริ่มตอบสนองมากขึ้น มือหนาเคลื่อนไปที่หน้าอกของคนตรงหน้าพร้อมกับขย้ำ อีกหนึ่งมือเอื้อมไปข้างหลังเพื่อปลดตะขอบรา อยู่ ๆ ภาพของใครบางคนก็ลอยเข้ามาในหัวของผม ทำให้ผมหยุดชะงักทันที มือเอื้อมลงไปคว้าผ้าห่มพร้อมกับกระชากมาคลุมคนตรงหน้าไว้

 

“เรามีธุระต้องไปทำ ขอตัวก่อนนะ” พูดจบผมก็เดินออกมาจากห้องของเธอพร้อมกับร่างกายที่ยังมีอารมณ์ค้างคาอยู่

 

“เซน เซนเดี๋ยวก่อน” คนที่อยู่บนเตียงพยายามเรียกคนตรงหน้าแต่ก็ไม่ทัน จะวิ่งตามก็ไม่ได้เพราะร่างกายเธอไม่พร้อม

 

“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดด” เสียงกรีดร้องพร้อมอารมณ์ที่ขุ่นมัวดังขึ้นภายในหอพักนั้นโดยไม่ได้เกรงใจเพื่อนร่วมชั้นเลยสักนิด

 

END SEN’S PART

 

 

หลังจากกลับมาถึงห้องฉันก็เล่นกับเจ้าก้อนสำลีอยู่พักใหญ่ หนังตาเริ่มใกล้จะปิดลงแล้ว เมื่อเช้าไม่น่าตื่นเช้าเลย ง่วงจนหลับในคาบไม่พอแถมเรียนก็ไม่รู้เรื่องอีกเป็นเพราะพี่เซนคนเดียวเลย คนตัวเล็กพูดโทษคนข้างห้องของเธออยู่ในใจ

 

โอ้ยยย ทำไมรู้สึกหน่วง ๆ ที่ท้องนะ หรือว่าใกล้วันนั้นแล้ว มือหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อดูปฏิทิน นี่ฉันยุ่งจนจำวันนั้นของตัวเองไม่ได้หรอ ร่างกายพยายามลากสังขารตัวเองลงจากโซฟาเพื่อไปหยิบสิ่งจำเป็น จากนั้นก็พบว่าผ้าอนามัยที่ซื้อมาเก็บไว้หมดไปแล้ว

 

ทำไมซวยอย่างนี้เนี่ย 

 

ร่างเล็กเริ่มรู้สึกหน่วง ๆ ภายในท้องมากขึ้น ซึ่งเป็นปกติในการเป็นประจำเดือนในวันแรก ต้องฝืนพาตัวเองลงไปซื้อสิ่งจำเป็นของตนอย่างทุลักทุเล เมื่อไปที่ร้านสะดวกซื้อข้างล่างหอแล้วก็หยิบของจำเป็นของตนมาหลายแพ็คเพื่อกักตุนไว้ใช้ในเดือนต่อ ๆ ไป จากนั้นก็หยิบขนมมาเล็กน้อยตามประสาคนกินจุกจิก

 

การจ่ายเงินเป็นไปได้อย่างรวดเร็วเพราะนี่เป็นเวลาที่ดึกมาแล้วคนจึงน้อยเป็นพิเศษ สองขาของฉันก้าวออกมาจากร้านสะดวกซื้อ เดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เจอใครบางคนที่บอกว่าจะไปส่งพี่พรีนตั้งแต่สองทุ่ม จนขณะนี้จะเที่ยงคืนแล้วสงสัยหอพี่พรีนคงอยู่อีกจังหวัดมั้งถึงกลับช้าขนาดนี้ ฉันคิดในใจด้วยความหมั่นไส้

 

“ยังไม่นอนอีกหรอ” พี่เซนเอ่ยหลังงจากเจอหน้าฉัน

 

“ยังไม่ง่วงค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” ฉันพูดพร้อมเดินหนี

 

“เดี๋ยว เป็นอะไร” ร่างสูงคว้ามาที่แขนของฉันเพื่อรั้งฉันเอาไว้แต่ฉันปวดท้องมากและต้องการใส่ผ้าอนามัยตอนนี้

 

“ปล่อยค่ะ หนูรีบ” ฉันพูดพร้อมขึ้นเสียงใส่ เพราะเริ่มอารมณ์เสียนิดหน่อยแล้ว ยิ่งตอนนี้ฉันไม่ได้ใส่ผ้าอนามัยกลัวว่ามันจะเลอะจนมีคนเห็น แขนเล็กจึงสะบัดมือคนตรงหน้าออกพร้อมกับวิ่งเข้าลิฟท์ไป

 

ทิ้งให้ร่างสูงของใครบางคนคิดไปไกลว่าคนตัวเล็กโกรธที่ตนกลับมาช้า

 

เห้อ คนตัวใหญ่ถอนหายใจทิ้งพร้อมกับเดินเข้าลิฟท์ไปเช่นกัน

 

 

เวลาผ่านไปจนถึงวันศุกร์อีกครั้ง วันนี้ถือว่าเป็นวันพิเศษของเพื่อนสาวฉัน นั่นก็คือวันเกิดของมิลค์นั่นเอง พวกเรานัดกันไปฉลองที่ร้านพร้อมเพรียงร้านประจำของเรา ฉันกับน้ำตาลแอบเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้กับทางร้าน ถามว่าดีลกับทางร้านได้ยังไง แน่นอนว่าต้องผ่านพี่นะหุ้นส่วนของร้านแห่งนี้ หลังจากที่เราร่วมวงกันเมื่อมาครั้งที่แล้วทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเรากับพี่ ๆ วิศวะสนิทสนมกันมากขึ้นและฉันยังแอบรู้มาว่าพี่นะแอบจีบเพื่อนสาวของฉัน หลายคนอาจจะคิดว่ามิลค์หรือน้ำตาลแต่ไม่ใช่จ้า ไอ้บลูคนแมนนั่นเอง ไม่รู้ว่ามันเข้าไปอยู่ในใจพี่นะตั้งแต่ตอนไหนแต่รู้ตัวอีกทีพี่เขาก็ตามติดเพื่อนฉันแจเลย

 

วันนี้พวกเราพร้อมใจกันฉลองให้เต็มที่เพราะว่านาน ๆ ทีจะมีเวลาว่างขนาดนี้ ใครว่าปีหนึ่งจะมีเวลาชิล ไม่เลย ฉันสัมผัสไม่ได้เลย วัน ๆ ก็เอาแต่เรียน เข้าเชียร์ กลับไปนอน วนลูปกันอยู่อย่างนี้ทั้งอาทิตย์ทำให้พวกเรารู้สึกเบื่อกันมาก

 

“เอ้า! ชนนนน”

 

“เจ้าของวันเกิดหมดแก้ว ๆ” มิลค์กลืนแอลกอฮอล์ภายในแก้วอย่างจำนน

 

“ไอ้วา หันมาหน่อยดิ้” น้ำตาลเรียกฉันเพื่อที่จะถ่ายรูปลงไอจี

 

Sweet_tan วันเกิดเพื่อนไม่เมาไม่กลับค่าHBD เพื่อนมิลค์ด้วยนะคะ @mamamilk @bluetisttt @merinwa

 

 

Activity

Baskeyliked your photo

 

 

“มึงพี่บาสมาไลค์ด้วยว่ะ เขาฟอลกูตั้งแต่เมื่อไหร่วะ”

 

“ตั้งแต่มึงเมาครั้งที่แล้วมั้ง” ฉันตอบส่ง ๆ ไป เพราะเห็นว่าตอนเพื่อนเมาชอบแจกไอจีตัวเอง

 

“นี่กูไปแจกไอจีให้พวกพี่ ๆ เขาด้วยหรอ” มันยกมือเกาหัวแบบงง ๆ

 

เมื่อถึงเวลาอันสมควรก็เป็นการเซอร์ไพรส์วันเกิดของมิลค์ เพื่อนตัวเล็กของฉับ มันซาบซึ้งใจจนร้องไห้ออกมา ทำให้เพื่อน ๆ ทุกคนต้องเข้ามาปลอบ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะมันเมาหรืออ่อนไหวกันแน่ถึงทำให้ต่อมน้ำตาแตกง่ายขนาดนี้ เวลาล่วงเลยมาตอนตี 1 เป็นช่วงที่ฉันเริ่มไม่รู้สึกตัวแล้วว่าตนทำอะไรลงไปเพราะดื่มไปมากเกินไป

 

 

SEN’S PART

 

Line! เสียงแจ้งเตือนแอปพลิเคชันหนึ่งดังขึ้น

 

Baskey ส่งรูป

 

ไอ้บาสส่งรูปอะไรมาวะ นิ้วใหญ่กดเข้าไปดูรูปนั้นด้วยความสงสัยปรากฏว่าผมเห็นรูปของคนตัวเล็กข้างห้องของตนและเพื่อน ๆ ของเธอนั่งอยู่ในร้านเหล้าของพี่นะ ยัยตัวเล็กใส่เกาะอกสีดำรัดรูป ส่งผลให้เห็นเนินอกชัดเจน ถึงเธอจะเป็นคนที่ไม่ได้สูงมากแต่หน้าอกของเธอกลับไม่เล็กเหมือนกับตัวเลย ชอบจริง ๆ นะชุดแบบนี้เนี่ย ร่างใหญ่รีบลุกจากเตียงเพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อตามไปยังที่หมายทันที

 

เมื่อที่ถึงหมายแล้วพบว่าเพื่อนของตนมานั่งรอตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

 

“กูว่าแล้วว่ามึงต้องมา” ไอ้บาสพูดอย่างรู้ทัน

 

“ก็หัวใจเขาอยู่ตรงนี้เขาก็ต้องมาตามหาหัวใจเขาสิครับ จริงไหมวะไอ้มิกซ์” ไอ้เอิร์ทหันไปหาพวกตัวเองทันที

 

“อืม”

 

“ไอ้นี่ มึงพูดแค่เนี๊ย กูส่งไปตั้งยาวไม่เล่นกับกูเลย” ผมเลิกสนใจเพื่อนตรงหน้า สายตารีบกวาดมองหาคนตัวเล็กก็พบว่าเมาหลับไม่รู้เรื่องแล้ว ขายาวรีบสาวเท้าเข้าไปใกล้ ๆ มือใหญ่สะกิดเรียกเพื่อจะปลุก ไม่ว่าจะสะกิดยังไงก็ไม่ทำให้เธอตื่นได้เลย

 

“วาเอารถมารึเปล่า?” ผมหันไปถามคนที่นั่งข้าง ๆ วา นั่นคือน้องรหัสผมเอง 

 

“ไม่ได้เอามาค่า” เธอตอบผม พร้อมกับส่ายหน้าไปมารับรู้ได้เลยว่าน้องรหัสผมเริ่มที่จะถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์เล่นงานแล้ว

 

“พี่พาวากลับแล้วนะ”

 

“ได้ค่า” สองแขนหนาที่มีรอยสักช้อนเอาร่างเล็กของผู้หญิงข้างหน้าไว้ในอ้อมแขนพร้อมกับรับกระเป๋าสะพายสีดำใบเล็กจากเพื่อนของเธอ

 

“มาแล้วก็ไปเลยนะมึง จะรีบไปไหนวะ”

 

“เรื่องของกู” ผมหันไปตอบไอ้มิกซ์แบบส่ง ๆ

 

“ค้าบ ผมไม่ยุ่งก็ได้ค้าบ” เสียงของมันตะโกนตามมาหลังจากที่ผมอุ้มยัยตัวเล็กออกมาจากตรงนั้น

 

หลับไม่รู้เรื่องเลยนะ ปล่อยให้ตัวเองเมาแบบนี้ได้ยังไง ทั้ง ๆ ที่ในกลุ่มมีแต่ผู้หญิง เด็กในอ้อมแขนแกร่งไม่มีท่าทีว่าจะตื่นเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้สึกตัวตั้งแต่ที่ร้านยันคอนโด รถหรูเคลื่อนตัวมาจอดที่ใต้คอนโด ตาคมเหลือบไปมองคนที่หลับอยู่ที่นั่งข้าง ๆ ริมฝีปากก็กระตุกขึ้นเล็กน้อย มือหนาปัดผมที่ปิดบังใบหน้าเล็กออก ดวงตากลมโตหลับพริ้มอย่างสุขใจ ใบหน้าของคนตัวใหญ่โน้มตัวไปใกล้กับใบหน้าเล็ก ริมฝีปากหนาแตะเบา ๆ ไปที่ริมฝีปากบางอย่างแผ่วเบา

 

ได้เวลาที่จะพาคนขี้เมาขึ้นห้องแล้ว ประตูรถอีกฝั่งถูกเปิดออก พร้อมกับร่างสูงที่อุ้มยัยตัวแสบที่กำลังหลับพริ้มออกจากรถ สองขาเดินมาถึงหน้าห้องของคนตัวเล็ก จึงค่อยวางเธอลงพร้อมประคองไว้ในอ้อมแขนเพื่อหาคีย์การ์ดของห้องเธอ กระเป๋าใบเล็กเต็มไปด้วยเครื่องสำอางมากมาย แต่กลับไร้วี่แววของคีย์การ์ด มือหนาพยายามเปิดหาในกระเป๋าสตางค์ใบยาว รูปในบัตรประจำตัวประชาชนก็ปะทะกับสายตาคมทันที ทำให้รู้เลยว่ากระเป๋าสะพายใบนี้ไม่ใช่ของเธอแต่เป็นของเพื่อนเธอที่น้องรหัสผมหยิบมาให้ผิดใบ

 

ร่างสูงถอนหายใจเล็กน้อยพร้อมเหลือบไปมองคนที่ยืนพิงอกตนอยู่ ช่วยไม่ได้นะ เพื่อนหนูหยิบให้พี่ผิดเอง มือหนาล้วงไปที่กระเป๋ากางเกงของตนพร้อมหยิบคีย์การ์ดของตนออกมาเพื่อพาคนขี้เมาเข้าไปพัก ร่างเล็กถูกวางบนเตียงอย่างเรียบร้อย มือหนาค่อย ๆ ถอดรองเท้าให้อย่างเบามือ 

 

ร่างสูงเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่อที่จะเตรียมกะละมังพร้อมผ้าขนหนูผืนเล็กไปเช็ดตัวให้คนขี้เมาบนเตียง เวลาผ่านไปไม่ถึงเสี้ยวนาทีก็มีร่างของคนขี้เมาที่เขาแบกขึ้นมาวิ่งเข้ามาในห้องน้ำพร้อมจับจองชักโครกเพื่อเอาอะไรบางอย่างออกจากร่างกาย

 

เธออาเจียนและแขนสองข้างนั้นเกาะชักโครกไว้แน่น ร่างสูงรีบก้าวไปลูบหลังให้อย่างช้า ๆ ดวงตาของเธอมีน้ำตาคลอเล็กน้อย จึงรีบช่วยพยุงคนตัวเล็กขึ้นมาเพื่อพาไปล้างหน้าล้างตา เธอลุกตามอย่างว่าง่าย ร่างเล็กพร้อมที่จะล้มลงกับพื้นตลอดเวลาต้องอาศัยคนตัวใหญ่เป็นที่เกาะไว้ ในห้องน้ำที่มีคนสองคนยืนอิงแอบกันอยู่ภายในความเงียบถูกปกคลุมอย่างง่ายดาย ได้ยินแค่เสียงลมหายใจของทั้งคู่เท่านั้น

 

“หนูปวดหัว” คนตรงหน้าใช้หัวเล็กถูไถบริเวณอกเเกร่งอย่างออดอ้อน

 

“ปวดหัวก็ไปนอน” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นด้วยความอ่อนโยน มือหนาลูบหัวคนในอ้อมแขนตนเบา ๆ เพื่อปลอบโยนพร้อมพยุงร่างอ่อนปวกเปียกไปที่เตียงนอนเช่นเดิม กะละมังน้ำที่เตรียมไว้ถูกคนตัวสูงยกมาไว้ที่ข้างเตียงพร้อมกับลงมือเช็ดหน้าของคนตัวเล็กอย่างแผ่วเบา แต่ผลที่ออกมากลับไม่เป็นไปตามที่คาดไว้เพราะเครื่องสำอางที่เธอใช้เป็นเครื่องสำอางกันน้ำ มือหนาหยิบมือถือขึ้นมาเพื่อหาวิธีลบเครื่องสำอางแบบกันน้ำและสิ่งที่จำเป็นต้องมีนั่นก็คือรีมูฟเวอร์ชื่อประหลาดที่ผมเพิ่งเคยได้ยิน

 

ร้านสะดวกซื้อเป็นเป้าแรกในการไปซื้อไอ้รีมูฟเวอร์ตัวนี้ เวลาผ่านไปสักพักร่างสูงก้าวเข้ามาในห้องพักตนพร้อมกับรีมูฟเวอร์หลายตัวภายในถุง เจ้าตัวสุมหยิบขวดแรกขึ้นมาพร้อมกับใช้สำลีอุดไปที่ปากขวดเพื่อให้ตัวรีมูฟเวอร์เข้าไปอยู่ในสำลี จากนั้นมือใหญ่ค่อย ๆ บรรจงเช็ดบนใบหน้าเล็กอย่างแผ่วเบาจนสะอาดเกลี้ยง เผยให้เห็นใบหน้าที่ไร้เครื่องสำอาง ผิวของเธอขาวมากจน ดวงตากลมโต ขนตางอนยาว จมูกเล็กแต่กลับโด่งรั้น ริมฝีปากที่บางเป็นกระจับสีชมพูน่าสัมผัส ร่างสูงละสายตาจากใบหน้าและค่อย ๆ ทำความสะอาดร่างกายให้คนตัวเล็กมือหนาค่อย ๆ เช็ดตัวให้เธอมือหนาเริ่มสั่นเล็กน้อยกับการที่ร่างกายที่มีเพียงเกาะอกสีดำครึ่งตัวกับกระโปรงสั้นเห็นขาเรียวสวยได้อย่างชัดเจน ร่างสูงเริ่มหายใจติดขัดอารมณ์ข้างในเริ่มร้อนความต้องการมีเพิ่มมากขึ้น ใบหน้าคมค่อย ๆ ก้มลงไปบริเวณซอกคอของคนที่นอนอยู่ มือหนาค่อย ๆ เคลื่อนไปที่สีข้างของคนตัวเล็กหาซิบของเกาะอก เพื่อหาทางเอาสิ่งที่ป้องกันอกอวบออกจากตัวเธอ เกาะอกตัวเล็กถูกเขวี้ยงลงไปที่ข้างเตียง ริมฝีปากหนากำลังทำหน้าที่ของตนอย่างชำนาญ รอยแดงที่เกิดจากริมฝีปากร้อนกระจายอยู่ที่บริเวณลำคอเล็กและหน้าอกทั้งสองข้าง คนที่หลับอยู่นั้นเริ่มตอบสนองอย่างงู ๆ ปลา ๆ มือหนาเริ่มเกาะแกะไปที่กระโปรงสั้น จากนั้นกระโปรงที่ถูกสวมอยู่ถูกถอดอย่างรวดเร็วเหลือแค่สิ่งบาง ๆ ที่กั้นไว้ มือร้อนเริ่มจะขยับไปจัดการกับสิ่งนั้น

 

ครืด ครืด! เสียงมือถือที่กำลังสั่นอยู่ตอนนี้บ่งบอกว่ามีคนโทรมา มือหนารีบคว้ามาเพื่อดูว่าใครที่โทรมาขัดจังหวะด้วยอารมณ์หงุดหงิดสายตาคมเหลือบไปมองเห็นชื่อบนหน้าจอ ‘โทรมาถูกเวลาจริง ๆ นะ’

 

‘พี่วิน’ พี่ชายที่ผมรู้จักตั้งแต่เรียนมัธยมเพราะเราเรียนที่โรงเรียนเดียวกันเป็นโรงเรียนชายล้วนแห่งหนึ่ง นอกจากจะเป็นพี่ชายที่ผมรู้จักแล้ว ยังเป็นพี่ชายของผู้หญิงที่ผมเกือบจะมีอะไรด้วยเมื่อครู่นี้

 

“ครับ” คำสั้น ๆ ถูกเอ่ยขึ้นมาเพื่อทักทายรุ่นพี่ที่โรงเรียนเก่า

 

(กูได้ข่าวว่ามึงพาน้องกูกลับไปที่หอ) พี่ของว่าที่แฟนผมเริ่มต้นด้วยการใช้เสียงที่บ่งบอกได้ถึงอารมณ์คนในสายว่ากำลังหงุดหงิดเพียงใด

 

รู้งานเร็วจริง ๆ

 

“ครับ”

 

(กูบอกมึงว่าไง กูบอกมึงแล้วไม่ใช่หรอ ว่าให้เลิกยุ่งกับน้องกู)

 

“ผมขอจีบวาได้ไหม”

 

(กูไม่ให้จีบ)

 

“ผมสัญญาว่าจะไม่ทำให้วาเสียใจ”

 

(หน้าอย่างมึงหรอที่จะทำให้น้องกูมีความสุขได้)

 

“ผมขอโอกาสสักครั้งเหอะพี่ ถ้าผมทำให้น้องพี่เสียใจเมื่อไหร่พี่เอาคนมากระทืบผมได้เลย”

 

(เออได้ มึงเตรียมตัวหาวัดรอได้เลย)

 

พี่วินวางสายไปทันที สายตาผมมองไปที่ร่างเปลือยเปล่าบนเตียง ไม่สิเกือบเปลือยต่างหาก ผ้าห่มหนาถูกมือใหญ่หยิบขึ้นมาคลุมร่างเล็กนั้นไว้ ขาทั้งสองข้างก็พาตัวเองเข้าไปที่ห้องน้ำทำกิจกรรมบางอย่างเพื่อทำให้ร่างกายผ่อยคลายขึ้น

END SEN’S PART

 

 

เวลาเกือบบ่ายโมงร่างเล็กที่นอนอยู่บนเตียงของใครบางคนเริ่มรู้สึกตัวอย่างช้า ๆ เปลือกตาค่อยเปิดขึ้น สายตาปะทะเข้ากับแสงทำให้ต้องปรับโฟกัสอยู่สักพัก ห้องนอนที่ไม่คุ้นเคย ถูกตกแต่งด้วยสีโทนทึบ ทำเอาร่างบางของคนตัวเล็กกระตุกขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ผ้าห่มกองตกลงไปอยู่บริเวณเองตามแรงโน้มถ่วงของโลก 

 

ใบหน้าเล็กก้มมองดูสภาพของตัวเองช้า ๆ ริมฝีปากบางอ้าขึ้นอย่างตกใจในสภาพเปลือยเปล่าของตนที่เต็มไปด้วยรอยแดงทำให้มือสองมือรีบคว้าผ้าห่มมาปิดร่างกายตนไว้ ประสาทสัมผัสรับรู้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากคนร่วมเตียง เผยใบหน้าที่คุ้นตาของคนข้างห้องที่ส่งยิ้มมาให้ ทำเอาขาของคนตัวเล็กยกขึ้นอย่างอัตโนมัติ เท้าเล็กถูกส่งไปทักทายใบหน้าหล่อของคนข้าง ๆ ร่างใหญ่กลิ้งลงไปอยู่ข้างล่างตามระเบียบ

 

“โอ๊ย ถีบพี่ทำไม” มือหนาไม่วายคว้าผ้าห่มไปด้วยส่งผลให้ร่างเล็กที่มีแค่แพนตี้ตัวบางปกปิดไว้ถูกเปิดออกมา มือสองข้างยกขึ้นไปปิดหน้าอกสองข้างทันที

 

“เมื่อคืนพี่ทำอะไรหนู” เขาไม่ตอบคำถาม แต่กลับส่งรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้ใจมาให้เเทน

 

“ปิดทำไมเห็นหมดแล้ว” ร่างสูงเอ่ยขึ้นมาอย่างกวนประสาท

 

“ถอยออกไปเลยนะ” นี่ฉันพลาดให้พี่เซนไปแล้วหรอ แต่ทำไมไม่รู้สึกเจ็บตรงนั้นเลย เขาว่ากันว่าครั้งแรกมันจะเจ็บไม่ใช่หรอ ถึงฉันจะไม่เคยก็เถอะ

 

“คิดอะไรอยู่” ร่างสูงเคลื่อนตัวมาใกล้คนตัวเล็กมากขึ้น พร้อมยื่นผ้าห่มให้

 

“ปะ เปล่า” มือเล็กรีบคว้ามาทันที

 

“ไปอาบน้ำไป พี่จะไปซื้อข้าวมาให้” ร่างสูงที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อแน่น ร่างกายมีรอยสักอยู่ประปรายยิ่งทำให้ดึงดูดสายตาของฉันมากขึ้น เขาลุกขึ้นไปใส่เสื้อเพื่อที่จะออกไปข้างนอก ตาคมหันกลับมามองที่ฉันทำให้สายตาเราปะทะเข้าอย่างจัง

 

 “มองอะไร อยากโดนอีกหรอ” เสียงห้าวถามตามด้วยรอยยิ้มกวนประสาท ทำเอาใบหน้าของฉันร้อนขึ้นอย่างเร็ว

 

สองมือเล็กรีบม้วนร่างกายตนเข้าผ้าห่มหน้าพร้อมรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำของเจ้าของห้องเพื่อจัดการตัวเอง การอาบน้ำเป็นไปอย่างรวดเร็ว ฉันออกมาเพื่อใส่เสื้อผ้าตัวเดิม สมองน้อย ๆ เริ่มคิดได้ว่าห้องของพี่เซนอยู่ข้าง ๆ ห้องตน คงเป็นเพราะการตกแต่งที่แตกต่างกันทำเอาฉันนึกไม่ถึงว่าเป็นคอนโดเดียวกัน

 

หลังจากที่รออยู่สักพักก็เห็นกระเป๋าหนึ่งใบวางอยู่ที่โต๊ะหัวเตียง กระเป๋าที่มองก็รู้ว่าเป็นกระเป๋าของเพื่อนสาวฉัน นี่ฉันเมาขนาดหยิบกระเป๋ามาผิดเลยหรอ แล้วฉันกลับมากับพี่เซนได้ยังไง คำถามนี้ยังเป็นปริศนาสำหรับฉัน คงต้องรอให้คนตัวใหญ่กลับมาล่ะมั้งฉันถึงจะรู้ความจริง การที่ตื่นมาแล้วเห็นว่าตนอยู่ในสภาพนั้นทำให้รู้สึกตกใจเล็กน้อย แต่กลับไม่ได้โกรธคนที่นอนข้างเคียงตนเมื่อคืนแม้แต่น้อย ยิ่งเขาเข้ามาใกล้ฉันมากเท่าไหร่หัวใจก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นทุกครั้งจนควบคุมไม่ได้มันทำให้รู้สึกโกรธตัวเองเล็กน้อยที่ใจง่ายไปกับเขาง่ายดายขนาดนี้

 

......................................................................................................

 

ไรท์พยายามเขียนให้ตอนมีความยาวขึ้น เวลาที่รีดเดอร์อ่านจะได้อ่านได้ยาว ๆ นะคะ

ขอโทษรีดเดอร์ทุกคนนะคะ คำผิดอาจจะเยอะไปนิดนึงตอนนี้เราแก้ให้เเล้วน้า ถ้าไม่เห็นอันไหนทักท้วงกันได้น้า

จบตอนแล้ววววว

เอาแล้วพี่วินกับพี่เซนรู้จักกัน แล้วเขาไปบอกกันตั้งแต่เมื่อไหร่ มาลุ้นกันในตอนต่อ ๆ ไปนะคะ

เม้นมาคุยกันได้น้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น