แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 3 : เจออีกครั้ง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,562
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 182 ครั้ง
    1 ก.ค. 63

2

เจออีกครั้ง

 

หลังจากที่ฉันกลับมาจากมหาวิทยาลัยและเปลี่ยนชุดเพื่อที่จะไปร้านพร้อมเพรียงตามที่เพื่อนขอเรียบร้อยแล้ว ฉันก็รีบโทรขออนุญาตพี่ชายสุดที่รักก่อนเพื่อเซฟตัวเองจากคนที่บ้าน

 

“พี่วินนนนนนนนน” ฉันทำเสียงให้น่ารักที่สุดเพื่อให้พี่ชายใจอ่อน จริง ๆ แล้วฉันไม่ได้เป็นคนที่พูดเพราะกับเพื่อนแต่กับที่บ้านอะนะฉันขี้อ้อนที่สุดแล้ว ด้วยความที่เป็นน้องเล็กในบ้านทำให้ทุกคนตามใจฉันมากกว่าใคร ๆ

 

(อ้อนจะเอาอะไรอีก) พี่วินตอบอย่างรู้ทัน

 

“แหะๆ วันนี้น้องวาขอไปเที่ยวกับเพื่อนได้ไหม วันนี้ไอ้บลูมันมีเลี้ยงสายรหัสที่ร้านพร้อมเพรียงอะไรนี่แหละ มันอยากให้น้องวากับเพื่อนไปด้วย” ฉันบอกความจริงกับพี่ไป

 

(ไปกันกี่คน) น้ำเสียงนิ่ง ๆ นั้นทำให้ฉันเริ่มใจเสียแต่ก็ตอบตามความเป็นจริง

 

“ไปกัน 4 คนค่ะ”

 

(แล้วจะกลับเมื่อไหร่) ละเอียดยิบเลยจริง ๆ

 

“น้องวาไม่รู้ว่าจะเสร็จเมื่อไหร่อ่า” ฉันไม่เคยไปในที่แบบนี้จึงให้คำตอบเขาไม่ได้จริง ๆ

 

(อย่ากลับดึกมากล่ะ อย่ากินเยอะด้วย ขับรถก็ต้องมีสติ ถ้าเมาห้ามขับให้โทรมาหาพี่ พี่จะไปรับเข้าใจไหม) มาเป็นชุดเลย 

 

พี่ชายฉันน่ะหวงเป็นที่หนึ่งเลย ตั้งแต่เกิดมาจนถึงตอนนี้ฉันเคยมีแฟนไปแค่คนเดียวและคนนั้นก็ยังเป็นเพื่อนพี่วินอีกด้วย เขาไม่เคยไว้ใจใครทั้งนั้น ทุก ๆ ครั้งที่มีคนเข้ามาจีบฉันก็จะโดนเขาไล่กลับไปอยู่เสมอจนฉันต้องคอยห้ามปรามอยู่ตลอด

 

“รับทราบค้าบ รักพี่วินนะ จุ๊บ” หลังจากวางสายฉันก็เตรียมออกจากหอเพื่อไปรับไอ้มิลค์ 

 

ฉันเหลือบไปมองที่ริมระเบียงเห็นลมพัดผ้าม่านจนปลิวไปมาจึงคิดได้ว่าตัวเองลืมปิดประตูระเบียง จึงเคลื่อนตัวไปที่ระเบียงเพื่อไปปิดประตู สายตาหันไปเจอผู้ชายคนนั้นหรือพี่เซนที่เปลือยท่อนบนและกำลังสูบบุหรี่อยู่บริเวณระเบียงห้องข้าง ๆ พร้อมกับมองวิวไปรอบ ๆ ฉันเผลอมองหุ่นที่มีมัดกล้ามอย่างชัดเจนพร้อมทั้งรอยสักต่าง ๆ ที่อยู่บนร่างกายเขาจนทำให้หน้าฉันเริ่มแดงขึ้นอย่างไร้เหตุผล

 

“มองอะไร” เสียงทุ้มถามทำให้ฉันอดสะดุ้งไม่ได้จริง ๆ ไม่คิดว่าเขาจะหันมาเจอฉันที่กำลังเสียมารยาท

 

“ปะ เปล่าค่ะ ขอโทษนะคะ” ฉันรีบขอโทษขอโพยเขาไปเพราะรู้สึกผิดจริง ๆ จากนั้นก็รีบปิดประตูและม่านอย่างรวดเร็วพร้อมถอนหายใจอย่างโล่งอก

 

 

SEN’S PART  

 

ผมเพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัยด้วยความเหน็ดเหนื่อย หลังจากเปิดเทอมวันแรกก็มีงานรุมเร้ามากมายทั้งรับน้อง เลี้ยงสาย และอื่น ๆ อีกมากมาย ยิ่งขึ้นปี 3 ก็ยิ่งเรียนหนักขึ้นจึงออกไปสูบบุหรี่ที่ริมระเบียงแก้เครียด

 

ไม่นานก็ได้ยินเสียงตะกุกตะกักจากห้องข้าง ๆ พร้อมกับคนตัวเล็กที่กำลังยืนจ้องมาที่ผม ยิ่งหน้าตาที่ดูตกใจเหมือนกับลูกแมวตัวเล็ก ๆ นั้นก็ยิ่งทำให้ผมอยากแกล้งมากขึ้นจึงแกล้งถามออกไปด้วยสายตาและน้ำเสียงที่ดุ ๆ

 

“มองอะไร” เสียงของผมทำให้คนตัวเล็กรู้สึกตัว เธอสะดุ้งอย่างแรงพร้อมกับรีบก้มหัวให้ทั้งยังพูดขอโทษออกมา

 

“ปะ เปล่าค่ะ ขอโทษนะคะ” 

 

พอพูดจบก็รีบวิ่งเข้าห้องตัวเองไป ทำให้ริมฝีปากของผมยกขึ้นโดยอัตโนมัติ

 

 

 

ผมใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำแต่งตัวก็รีบออกจากคอนโดเพื่อไปเลี้ยงสายรหัสตามที่รุ่นพี่นัดไว้ เมื่อถึงที่หมายสองขาผมก้าวเข้าไปในร้านเพื่อมองหากลุ่มสายรหัสตัวเอง สักพักหางตาผมก็เริ่มเหลือบไปเห็นลูกแมวข้างห้องที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ ด้วยชุดและหน้าตาของเธอทำให้เธอดูโดดเด่นไม่ต่างจากเพื่อนที่อยู่รอบ ๆ

 

“ว่าไงไอ้เซน ไม่เจอหน้านานเลยนะมึง” พี่นะที่เป็นพี่รหัสผมทักขึ้นมา 

 

พี่นะเป็นหุ้นส่วนร้านพร้อมเพรียงที่นี่ ดังนั้นเวลาที่มีการนัดสังสรรค์ ส่วนใหญ่เราก็จะเลือกมากันที่ร้านนี้เพราะมาทีไรก็ได้กินฟรีตลอดจนพี่แกเริ่มไล่ให้ไปกินร้านอื่นแทน

 

“นานอะไรวะพี่ อาทิตย์ที่แล้วยังนั่งแดกเหล้าด้วยกันอยู่เลย”

 

“อ้าวหรอ โทษ ๆ กูลืมฮ่า ๆ ๆ ” แกตอบด้วยความอารมณ์ดีตามนิสัยของแกที่โคตรกวนส้นตีน กวนจนจะไม่มีใครเคารพพี่มันแล้ว

 

ผมหาที่นั่งพร้อมกับหาเรื่องคุยกับแกแต่สายตาผมก็ยังคงมองไปที่ลูกแมวข้างห้องที่นั่งอยู่ที่โต๊ะถัดไป เรานั่งคุยกันอยู่สักพักก็เริ่มให้เด็กปีหนึ่งแนะนำตัวกันเพื่อสร้างความสนิทสนมมากขึ้น ผมไม่ได้สนใจใครเลยสักคนเพราะตาของผมมันจับจ้องอยู่แค่คน ๆ เดียวโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ตัวเลยสักนิด

END SEN’S PART

 

 

 

 พร้อมเพรียง

 

ฉันเดินเข้าไปในร้านพร้อมไอ้มิลค์ที่กำลังดี๊ด๊ากับบรรยากาศรอบ ๆ ตัว ขัดกับหน้าตาอันน่ารักของมันเหลือเกิน ด้วยความที่วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกคนที่อยู่ในร้านจึงเยอะเป็นพิเศษ ฉันตื่นเต้นมากเพราะนี่เป็นครั้งแรกในการเข้าสถานบันเทิง หลังจากที่เดินหาโต๊ะสักพักก็เจอไอ้ตาลที่นั่งอยู่คนเดียวในโต๊ะที่อยู่ใกล้ ๆ กับโต๊ะของสายรหัสของไอ้บลู

 

“ทำไมวันนี้ไอ้วาเซ็กซี่จังวะ คนมองตั้งแต่หน้าร้านเลย ” ไอ้ตาลแซวฉันที่อยู่ในชุดเกาะอกสีขาวโชว์หน้าท้อง พร้อมกับกระโปรงสั้นสีขาวเช่นเดียวกันและยังเพิ่มความน่ารักด้วยการใส่ผ้าใบแทนการใส่รองเท้าส้นสูง

 

“ใครจะสู้มึงได้ล่ะคะ แล้วนี่มึงมานานยัง” ฉันถามพร้อมกับรับแก้วจากมือเพื่อนสาว 

 

“สักพักแล้วแหละ” ฉันยกแก้วขึ้นจรดริมฝีปากเพื่อรับแอลกอฮอล์เข้าร่างกาย ถึงฉันจะเพิ่งขึ้นปีหนึ่งแต่ช่วงมัธยมเราก็เคยกินมาแล้วบ้างตามประสาเด็กที่อยากรู้อยากลอง พอดื่มกันไปได้สักพักไอ้มิลค์ที่คออ่อนที่สุดเริ่มเคลิ้มและพูดไม่รู้เรื่อง

 

“มึงงงงงง ปายเต้นกานน้า” มันพูดพร้อมลุกขึ้นยืน ด้วยร่างกายพร้อมจะฟุบลงไปตามแรงโน้มถ่วงของโลกทำให้ฉันรีบเดินไปจับมันไว้เพราะกลัวว่าเพื่อจะล้มหัวฟาดโต๊ะ แต่คนเมาก็ยังซ่าไม่หยุดพยายามลากฉันกับไอ้ตาลไปเต้นด้วยกัน

 

เพล้ง!

 

เสียงแก้วแตกบริเวณใกล้ ๆ กับพวกเรา พร้อมกับโต๊ะที่ล้มระเนระนาดทำให้แก้วที่วางอยู่แตกกันถ้วนหน้าและเศษแก้วกระจายเกลื่อนพื้น ฉันรีบดึงแขนเพื่อนทั้งสองกลับมาที่โต๊ะของเราและเรียกบลูที่นั่งอยู่โต๊ะข้าง ๆ เพื่อที่จะรีบกลับกันเมื่อเห็นว่าบรรยากาศภายในร้านเริ่มที่จะไม่ดีแล้ว

 

ตอนนี้เราค่อนข้างที่จะกลัวกับเหตุการที่เกิดขึ้นจนรู้สึกอยากจะออกไปจากที่นี่เร็ว ๆ แต่พี่รหัสของบลูก็ขอให้เราอยู่ต่ออีกสักพักเพราะเราเพิ่งนั่งอยู่ได้เเค่ชั่วโมงนิด ๆ

 

โชคดีที่เจ้าของร้านออกมาหยุดเหตุการณ์นี้ไว้ได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ลูกค้าภายในร้านไม่มีใครได้รับบาดเจ็บเพิ่มขึ้นจากเหตุการณ์ทะเลาะกันแย่งผู้หญิงภายในร้าน

 

พวกเราเริ่มทักทายกับเหล่าพี่รหัสของไอ้บลูเพราะถูกย้ายโต๊ะมารวมกัน เวลาผ่านไปไม่นานก็มีกลุ่มเพื่อนของพี่เซนมาร่วมวงด้วย ไม่รู้ว่าที่เขาพูดว่าแอลกอฮอล์สามารถทำให้คนกล้าขึ้นจริง ๆ หรือเพื่อนฉันเข้ากับคนง่ายเกินไปทำให้ตอนนี้น้ำตาลหรือไอ้ตาลเนี่ยคุยกับพี่เบนซ์เพื่อนในกลุ่มของพี่เซนอย่างกับคนรู้จักกันมานาน ฉันรู้สึกถึงสายตาของใครบางคนที่เหมือนกับจ้องมาที่ฉันอยู่ตลอดเวลา จึงหันไปมองที่กลุ่มของพี่เซนเพื่อหาความผิดปกติแต่ทุกคนก็ไม่มีใครจ้องมาที่ฉันเลยสักคน

 

สงสัยคิดไปเองมั้้ง พี่เขาคงไม่ได้มองเราหรอก

 

“ตาล กูไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ” ฉันบอกเพื่อนเพราะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเริ่มมึนมากแล้ว อยากไปล้างหน้าล้างตาสักหน่อย

 

“ให้ไปเป็นเพื่อนไหม” มันถามเพราะเป็นห่วงฉัน

 

“ไม่เป็นไร อยู่แค่นี้เอง” ฉันมองเห็นป้ายห้องน้ำอยู่รำไรจึงคิดว่ามันอยู่ไม่ไกลมาก

 

“โอเค ๆ” ฉันลุกออกมาและเดินออกไปที่ห้องน้ำ

 

เมื่อถึงบริเวณทางเข้าห้องน้ำ ฉันรู้สึกถึงแรงดึงบริเวณต้นแขนของตัวเองและตัวก็เริ่มปลิวตามแรงเหวี่ยงของใครบางคนจนแผ่นหลังไปชนเข้ากับกำแพง

 

ด้วยตอนนี้เป็นเวลาที่ร้านใกล้ปิดเเล้วทำให้บริเวณใกล้ห้องน้ำไม่มีใครอยู่แม้แต่คนเดียว ฉันรับรู้ได้ถึงลมหายใจของใครบางคนที่เคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้กับใบหน้าของฉันจนจมูกของเราชนกัน หัวใจฉันเริ่มเต้นแรงด้วยความตกใจและเริ่มใช้มือผลักผู้ชายคนนี้ให้ออกห่างไปจากร่าง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ที่ทำให้แรงหดหายไปหรือขนาดตัวของผู้ชายคนนี้ทำให้เขาไม่ได้สะทกสะท้านกับแรงผลักของฉันเลยแม้แต่นิดเดียว มือแกร่งเคลื่อนมาจับกับข้อมือทั้งสองของฉันไว้อย่างกับคีมเหล็กแน่นที่ตรึงมือของฉันไว้ด้วยกันด้วยมือ ๆ เดียว ด้วยความกลัวฉันจึงตัดสินใจมองขึ้นไปที่ใบหน้าของผู้ชายคนนี้ เมื่อเงยหน้ามาก็พบว่าเป็นพี่เซน ผู้ชายที่อยู่ข้างห้องของฉันนั่นเองที่กำลังจับฉันอยู่ในตอนนี้

 

“ปล่อยหนูนะ ไม่งั้นหนูจะร้องให้คนมาช่วย” ฉันสั่งพร้อมกับขู่คนตัวใหญ่ไปด้วย รู้ทั้งรู้ว่ายังไงเขาก็ไม่ได้สะทกสะท้านกับคำขู่ของตัวเองแต่ฉันก็ยังจะทำ

 

เขาไม่ได้สนใจกับคำขู่ของฉันพร้อมทั้งเบี่ยงประเด็นโดยการถามคำถามหนึ่งออกมา

 

“มีแฟนยัง” พี่เซนถามพร้อมเคลื่อนริมฝีปากมาใกล้กับริมฝีปากฉันมากขึ้น

 

อะไรเนี่ยบอกให้ปล่อยก็ไม่ปล่อยแล้วยังมาเปลี่ยนเรื่องอีก ฉันหลบหน้าหลบตาและไม่ตอบพร้อมทั้งบิดข้อมือให้หลุดออกจากมือแกร่ง

 

“ถ้าไม่ตอบจะถือว่าไม่มีนะ”

 

“มะ มีแล้วค่ะ” ฉันโกหกคำโตเพื่อจะเอาตัวรอดจากพี่เซนในตอนนี้

 

“งั้นหรอ” พี่เซนเคลื่อนริมฝีปากมาปิดริมฝีปากของฉันทันทีพร้อมกับสอดลิ้นร้อน ๆ เข้ามาโดยที่ฉันยังไม่ได้ตั้งตัวเลยสักนิด 

 

ร่างกายของฉันเริ่มหมดแรง ลมหายใจเริ่มติดขัดขึ้น พี่เซนรวบตัวของฉันไว้ในอ้อมกอดพร้อมกับเคลื่อนใบหน้าห่างออกไปแต่อ้อมแขนของเขากลับยังไม่ได้เคลื่อนตัวออกไปแต่อย่างใดราวกับกำลังรอให้ฉันตั้งหลักได้

 

“ไม่ชอบเด็กขี้โกหก ไม่น่ารักเลย” พี่เซนกระซิบอยู่ข้างใบหูฉัน

 

“.…” ฉันไม่ยอมเอ่ยอะไรออกมาเพราะกลัวว่าเขาจะทำแบบนั้นอีก

 

“จองแล้ว” ประโยคสั้น ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปากของเขา ทำให้ใจฉันเต้นแรงมากขึ้น หน้าเริ่มร้อนและลมหายใจติดขัดขึ้นอย่างทันตา สายตาของเราสอดประสานกันชั่วครู่ก่อนที่พี่เซนจะผละออกจากฉันไปพร้อมกับเดินออกไปทิ้งให้ฉันยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกที่ยังไม่กลับมา

 

 

 

สองวันต่อมา

 

ในเวลาเที่ยงวันของวันหยุดระหว่างที่ขาของฉันกำลังก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมของกินเต็มไม้เต็มมือ

 

“แง้วววว” เสียงอะไรสักอย่างดังขึ้นหลังจากที่รู้สึกว่าเท้าไปเตะกับอะไรบางอย่างอดทำให้ฉันสงสัยไม่ได้จึงรีบกวาดสายตามองหาต้นเสียงนั้น

 

สายตาพลันก้มลงไปมองเห็นเจ้าของเสียงนั้น มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีสีขาวเหมือนก้อนสำลี หน้าตาคล้ายกับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแมว

 

ก็นี่มันแมวไงล่ะ แถมยังเป็นตัวเมียอีก

 

ฉันรีบกุมขมับตัวเองทันที ไม่รู้ว่าเห็นแก่กินหรือรีบเดินเกินไป

 

เดินยังไงให้เตะแมววะเนี่ย

 

“ขอโทษ เป็นอะไรไหมเนี่ยเจ้าตัวเล็ก” เสียงที่สองเปล่งออกมาจากปากของฉัน มือเล็กเอื้อมลงไปลูบหัวเจ้าก้อนสำลีตัวน้อย ๆ 

 

เอ๊ะ น้อยรึเปล่าเนี่ยพุงกางซะขนาดนี้ เจ้าก้อนสำลีน้อยก็เหมือนจะรู้งานซะเหลือเกินใช้หัวเล็ก ๆ ของมันถูไถกับมือของฉันอย่างแมวน้อยขี้อ้อน

 

“น่ารักจังเลย ทำไมมาอยู่ตรงนี้ล่ะเจ้าก้อนสำลี” ฉันเอ่ยปากถามเจ้าแมวน้อยที่มีชื่อแล้วและยังเป็นชื่อที่ฉันสถาปนาขึ้นมาเองเมื่อครู่

 

และด้วยความเป็นทาสแมวในตัวทำให้สองแขนของฉันรีบอุ้มเจ้าก้อนสำลีตรงหน้าไปหาลุงยามที่อยู่บริเวณหน้าคอนโด

 

“ลุงคะ แมวตัวนี้มีเจ้าของไหมคะ” ฉันถามด้วยความสงสัยเพราะเริ่มสงสารมัน

 

“ไม่มีหรอกหนูู แม่มันมาคลอดไว้แถวนี้จนมีคนเอาไปเลี้ยงทุกตัวแล้ว ไม่รู้ทำไมไอ้ตัวนี้ถึงยังอยู่ที่นี่ สงสัยจะคลาดกับแม่มันมั้ง” ลุงตอบด้วยน้ำเสียงที่ใจดี

 

“หนูขอเอามันไปเลี้ยงได้ไหมคะ”

 

 “เออ เอาไปเถอะ มันไม่มีเจ้าของหรอก” ลุงแกตอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม

 

หลังจากที่ได้รับอนุญาต ฉันก็อุ้มเจ้าก้อนสำลีไปบนห้องพร้อมกับพาไปหาหมอ

 

 

ฉันก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาทันทีด้วยความเหนื่อยล้า ไหนจะไปเดินซื้อของเจ้าตัวเล็กนี่ ผลาญเงินไปเยอะเหมือนกันนะเนี่ยตัวแค่นี้เอง รายได้ก็ยังไม่มียังหาเลี้ยงตัวเองก็ยังไม่ได้ ยังไปเอาตัวอะไรมาอีกก็ไม่รู้ 

 

เห้อ! ฉันคิดถูกไหมเนี่ย

 

“นี่เจ้าก้อนสำลี เรามาทำข้อตกลงกันก่อน” ฉันพูดด้วยใบหน้าที่จริงจัง พร้อมใช้นิ้วชี้จิ้มลงไปบนจมูกเล็กสีชมพูของมัน

 

“แง้ว”

 

“ต่อไปนี้ห้ามกวน ห้ามข่วนมี๊นะรู้ไหม ถ้าข่วนจะเอาไปปล่อยวัด” เจ้าก้อนสำลีข้างหนาสีหัวเล็ก ๆ นั่นมาถูที่แก้มฉันอย่างกับรับปากกับสิ่งที่เพิ่งพูดไปเมื่อครู่

 

“ดีมากค่ะ ลูกสาว” มือเล็กลูบหัวเจ้าก้อนที่นั่งอยู่ข้างหน้าพร้อมกับอุ้มเจ้าตัวน้อยเดินเข้าไปในห้องนอนที่มีเครื่องนอนอันใหม่ที่เพิ่งไปซื้อมาหมาด ๆ เพื่อให้ลูกสาวได้นอนอย่างดี ฉันวางเจ้าแมวน้อยลงบนเบาะนุ่มพร้อมกับลูบหัวมันเบา ๆ จนรู้สึกว่าเจ้าแมวน้อยหลับไปแล้วจึงพาตัวเองออกมาจากห้องนอนเพื่อทำงานต่อ

 

-----------------------------------------------------------

 

 

A picture containing person, outdoor, young, boy  Description automatically generated

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 182 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...