แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 21 : ทะเล 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,708
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 195 ครั้ง
    9 ก.ค. 63

บทที่ 20

ทะเล

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึงสักทีหลังจากที่เกริ่นไว้อยู่นาน ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็นฉันกับพี่เซนขอล่วงหน้าไปที่หัวหินก่อนเพราะว่าเขามีธุระต้องไปทำพอดี ทำให้ต้องออกตั้งแต่ช่วงเย็น เราไม่ได้ขับกันเองหรอกนะเพราะว่ายังมีอีกหลายอย่างต้องทำจึงของนอนเก็บพลังงานไว้ให้พี่เสือขับไปก่อนดีแล้ว

พี่เซนยังคงหลับอยู่เบาะข้าง ๆ โดยที่ไม่มีท่าทีว่าจะตื่นเลยสักนิดส่วนฉันน่ะเล่นมือถือจนเบื่อไปหมดแล้ว ขนมก็ไม่มีให้กิน หิวก็หิว เมื่อไหร่จะถึงสักที ฉันเริ่มงอแงเพราะตอนนี้รถก็ติดไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร ข้าวก็ยังไม่ได้กินเลย นี่ถ้าฉันไม่ได้กินอาหารซีฟู้ดวันนี้ฉันคงนอนไม่หลับแน่ ๆ 

พอมองออกไปก็มีแต่ความมืดสนิทมองเห็นแค่แสงไฟของรถที่ขับไปมาตามท้องถนน ส่วนภายในรถก็ไม่ต้องพูดถึงเพราะมันก็มืดสนิทเช่นเดียวกัน เมื่อไม่รู้ว่าจะทำอะไรแล้วฉันจึงหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาอีกรอบและกดเข้าไปในแอปพลิเคชันหนึ่งที่มีอยู่ในมือถือเพื่อเปิดเพลงฟัง เมื่อเพลงเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของฉันแล้วความรู้สึกเบื่อก็เริ่มหมดไป 

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ไม่รู้ว่าฉันฟังเพลงไปกี่เพลง ตอนนี้เราอยู่ข้างหน้าจะเรียกว่ารีสอร์ตสวย ๆ แห่งหนึ่งเลยก็ว่าได้ ฉันรู้มาจากพี่เซนว่าที่นี่คือรีสอร์ตของเขาแถมที่อยู่ข้าง ๆ กันก็เป็นโรงแรมตึกสูงอยู่ด้วย ฉันรู้สึกว่าที่นี่มีความเป็นส่วนตัวมากเพราะแต่ละหลังไม่สามารถมองเห็นกันได้เลย

ของทั้งหมดถูกยกขึ้นไปเก็บบนชั้นสองโดยพี่เสือและลูกน้องอีกคนของเขา ทำให้เราไม่ต้องทำอะไรมาก พี่เซนสั่งอาหารให้ฉันอย่างเต็มที่เพราะฉันขอไปเอง ต่อให้ดึกแค่ไหนฉันก็จะกินไม่สนแล้วว่าจะอ้วนไหมเพราะตอนนี้ฉันว่าฉันหิวจนกินช้างได้ทั้งตัวแล้ว

“พี่เซนอีกนานไหม” ฉันทั้งกุมท้องทั้งถามเขาออกไปเมื่อเริ่มแสบท้องขึ้นมาแล้ว

“เจ็บท้องหรอ” เขาเดินเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง

ฉันจึงพยักหน้าพร้อมกับตอบกลับไป “ค่ะ”

“เดี๋ยวพี่เร่งให้” พี่เซนโทรไปเร่งอาหารให้ตามที่พูดและภายในเวลาไม่กี่นาทีอาหารก็ทยอยมาเสิร์ฟทีละอย่าง

ฉันเลือกที่จะกินกุ้งเผาของโปรดกับน้ำจิ้มซีฟู้ดสีสวยที่วางเรียงรายกับหลาย ๆ เมนูบนโต๊ะเป็นอย่างแรก ทันทีที่เข้าปากมาเท่านั้นแหละความรู้สึกหงุดหงิดที่มีในตอนแรกหายอย่างสิ้นเชิงเมื่อลิ้นได้ลิ้มรสเมนูนี้

แค่อย่างแรกก็ทำให้ฉันหยุดไม่อยู่แล้วจึงลองไปให้ครบทุกอย่าง แน่นอนว่ามันไม่ได้อร่อยไปหมดทุกอย่างหรอกนะ มันก็มีทั้งของที่ถูกปากฉันแล้วไม่ถูกปากเป็นธรรมดาอยู่แล้ว

“อร่อยไหม” เมื่อพี่เซนกินจนอิ่มแล้วเขาก็หันมาถามฉันบ้าง

“อร่อยมากค่ะ” ฉันเอนตัวไปกับเก้าอี้เมื่อรู้สึกแน่นท้องมากขึ้น

“เดี๋ยวพี่จะไปดูงานที่ตึกใหญ่ถ้ามีอะไรก็โทรมานะ” เขาพูดจบฉันก็พยักหน้าตอบรับอย่างเข้าใจและเชื่อฟัง 

ไม่นานพี่เซนก็ลุกขึ้นและเดินออกไปจากที่นี่  ฉันนั่งมองแม่บ้านที่มาเก็บอาหารไปโดยที่ไม่ได้ลุกไปไหนเพราะอิ่มมากกลัวว่าถ้าลุกเดินไปจะทำให้จุกตรงท้อง

เมื่ออาหารเริ่มย่อยดีแล้วฉันก็ลุกขึ้นมาจากโซฟาเพื่อสำรวจสิ่งของรอบ ๆ ที่นี่ไม่เหมือนรีสอร์ตเลย มันเหมือนบ้านคนมากกว่า ดูอบอุ่นไม่เหมือนใครเลยจริง ๆ 

เมื่อนึกอะไรบางอย่างได้สองขาของฉันก็รีบพาตัวเองขึ้นไปบนห้องนอน ฉันลืมไปเลยว่ายังไม่ได้เก็บของเข้าตู้เลยตั้งแต่มาก็มัวแต่ถามหาแต่อาหารโดยลืมเสื้อผ้าไปสนิท ฉันเก็บเสื้อผ้าทั้งของฉันและของพี่เซนเข้าตู้ไปจนหมดโดยไม่ลืมที่จะหยิบชุดนอนมาด้วย

ขอนอนเอาแรงก่อนก็แล้วกันพรุ่งนี้คงต้องใช้พลังงานทั้งวันแน่ ๆ ดูเหมือนว่ามันจะวุ่นวายอยู่ไม่น้อย คิดได้อย่างนั้นฉันก็ตัดสินใจเดินเข้าไปในห้องน้ำทันทีเผื่อว่าถ้าพี่เซนกลับมาจะได้อาบน้ำเลยไม่ต้องมานั่งรอกัน

SEN’S TALK

ผมมาคุยเรื่องบางอย่างกับน้าวุฒิที่ห้องทำงานตามปกติเหมือนทุกครั้งที่มาที่นี่เพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ตอนนี้ผมรู้ว่าไอ้เดย์จับตามองผมอยู่ถึงแม้ว่าผมจะไม่ได้กลัวมันแต่ผมก็ต้องระวังไว้เพราะผมไม่ได้มาที่นี่คนเดียว ผมกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับวาจึงได้ให้เสือตามไปรับไปส่งตลอดโดยที่เธอไม่รู้เรื่องนี้เลยด้วยซ้ำ

“มันเคลื่อนไหวบ้างรึเปล่าครับ” หลังจากที่นั่งลงที่โซฟาผมก็ส่งคำถามไปทันที

“ไม่ได้ทำอะไรครับ ดูเหมือนว่าคุณเดย์จะได้เงินก้อนใหม่มาจากการเป็นหุ้นส่วนการขายอาวุธล็อตใหญ่ของนายพลธรรมรัตน์จึงไม่ได้มาสนใจเรื่องที่บริษัทเท่าไหร่ครับ” งั้นก็เป็นเรื่องดีที่ผมจะสามารถหาทางจับมันได้โดยไม่ต้องเสียเงินส่วนกลางของบริษัทไปอีก

“แล้วมันจะส่งล็อตต่อไปเมื่อไหร่”

“น่าจะอีกสองเดือนครับ” เร็วกว่าที่คิด

“น้าช่วยบอกเรื่องนี้กับพ่อของผมที ผมจะรีบจบเรื่องนี้เพราะมันทำให้ผมเสียเวลาไปมากแล้ว” 

“ครับ” น้าวุฒิตอบพร้อมกับเดินออกไปจากห้อง

นอกจากลูกติดการพนันคนพ่อก็ติดหญิงไม่แพ้กัน วัน ๆ ไม่ได้ทำอะไร มัวแต่เอาเงินที่ปู่ผมให้ไว้ก้อนสุดท้ายไปลงกับผู้หญิง ช่างน่าสมเพชสิ้นดี 

ผมใช้เวลาดูข้อมูลและกำไรของบริษัทจนถึงเที่ยงคืน ก่อนที่จะได้เวลากลับไปที่บ้านพักแล้ว

ป่านนี้คงหลับไปแล้วมั้ง

ผมค่อย ๆ เปิดประตูเข้าไปในห้องนอนที่ยังคงสว่างแต่คนที่อยู่บนเตียงกับหลับไปเรียบร้อยแล้ว ผมยังไม่ได้เข้าไปหาเธอเพราะกลัวว่าจะทำให้เธอตื่นจึงเลือกเดินเลี่ยงไปทางห้องน้ำแทน ผมใช้เวลาอยู่ในห้องน้ำไม่นานก็ออกมาทั้ง ๆ ที่ผมเปียก คนตัวเล็กที่หลับอยู่บนเตียงเปลี่ยนท่าไปจากเดิมเล็กน้อยแต่ก็ยังไม่ได้ตื่นขึ้นมาแต่อย่างใด

เมื่อแต่งตัวเสร็จผมก็ค่อย ๆ นั่งลงไปบนเตียงที่คนตัวเล็กหลับอยู่โดยที่ใช้เสียงและการเคลื่อนไหวที่เบาที่สุด ผมเอื้อมมือไปปิดโคมไฟที่อยู่หัวเตียงเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการนอนของเธอ จากนั้นก็ดึงร่างนุ่มนิ่มเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนเช่นทุกคืน

END SEN’S PART

 

ไม่รู้ว่าพี่เซนกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่เพราะเมื่อคืนฉันไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดแต่พอตื่นขึ้นมาก็เจอเขานอนอยู่ข้างกันแล้ว เขายังคงติดนิสัยการนอนถอดเสื้อเปลือยท่อนบนอยู่เหมือนเคยจนฉันเริ่มจะชินไปแล้วแต่มันก็แค่เริ่มนะยังไม่ได้ชินจริง ๆ 

เมื่อฉันขยับตัวคนตัวสูงก็ยิ่งรัดตัวของฉันแน่นกว่าเดิม จนร่างเราแทบจะรวมกันเป็นร่างเดียวกัน ฉันขยับตัวยุกยิกหนีคนขี้แกล้งแต่เขาก็ยิ่งแกล้งฉันหนักกว่าเดิม เขาลืมตาขึ้นพร้อมขยับใบหน้าเข้ามาใกล้ ๆ จนจมูกโด่งกดลงมาที่แก้มของฉันฟอดใหญ่

ฟอด ฟอด! เขาฟัดแก้มของฉันไปอย่างแรง จนฉันเริ่มจะดิ้นหนีไปอีกรอบ

เมื่อเขาตั้งท่าจะทำแบบเดิมอีกรอบฉันก็รีบส่งเสียงห้ามทันที “ไม่เอาแล้วค่ะ” ฉันผลักใบหน้าคมให้ออกห่างไป

“ขออีกนิดไม่ได้หรอ” คนขี้แกล้งยังไม่วายมาขออีกรอบ

“ไม่เอาแล้วค่ะ”

“ถ้าไม่อยากให้ทำก็จูบก่อน แค่ปากแตะปากก็ได้” เขาส่งข้อเสนอมาให้โดยที่ฉันที่อยู่ในอ้อมกอดเขาไม่สามารถปฏิเสธได้เลยเพราะว่าเขาไม่มีท่าทีว่าจะยอมเลยแม้แต่น้อย ฉันทำท่าลังเลอยู่เล็กน้อยแต่ก็ยอมทำตามที่เขาขอ

สองมือของฉันค่อย ๆ จับไปที่แก้มของเขาพร้อมกับเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ริมฝีปากของฉันประกบไปที่ริมฝีปากของเขาเบา ๆ แต่มันก็เปลี่ยนเป็นร้อนแรงขึ้นเมื่อเขาไม่ยอมปล่อยฉันออกจากอ้อมแขนสักที เราอยู่อย่างนั้นอยู่หลายนาทีก่อนที่คนขี้โกงจะยอมปล่อยฉันออกมา

โกงตลอด ไหนบอกแค่จูบเบา ๆ ไง

ฉันเดินหน้าหงิกออกไปจากห้องเพื่อแสดงออกให้เขาเห็นชัด ๆ เลยว่าไม่พอใจแต่ร่างสูงก็ได้แต่ขำตามหลังมาไม่ยอมสำนึกผิดเลยสักนิด

คืนนี้นอนนอกห้อง! ฉันตั้งปณิธานไว้ในใจ

หมับ! เอาเดินมากอดฉันจากทางด้านหลังพร้อมจูบลงบนกลุ่มผมของฉันเบา ๆ เมื่อตัวของเราแนบชิดกันสนิทร่างสูงก็ค่อย ๆ โยกซ้าย-ขวาเบา ๆ ราวกับว่ากำลังกล่อมเด็ก

“ไม่งอนนะครับ พี่ขอโทษ” เขากระซิบมาที่ข้างหูของฉันเบา ๆ ชวนให้ขนลุกอยู่ไม่น้อย

“คืนนี้นอนนอกห้องไปเลยนะคะ” ฉันยื่นคำขาดออกไป

“ได้ยังไง” ร่างสูงรีบเดินมาเผชิญหน้ากับฉันพร้อมส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ คิดหรอว่าฉันจะใจอ่อนน่ะ ไม่มีทางหรอก

ให้มันรู้ซะบ้างว่าใครเป็นใคร!

ฉันยืนกอดอกพร้อมทั้งหันหน้าหนีไป

“ให้พี่นอนด้วยนะครับ” เขาเริ่มอ้อนอีกครั้ง

“ไม่ค่ะ หนูพูดคำไหนคำนั้น”

“วา” เสียงอ่อย ๆ นั้นยิ่งทำให้ฉันสะใจมากขึ้น

“ไม่” ฉันเดินหนีออกมาจากตรงนั้นพร้อมกับรีบเดินเข้าห้องน้ำไป อีกไม่นานเหล่าเพื่อน ๆ ฉันและเพื่อนพี่เซนก็จะมาถึงแล้วกลัวว่าจะทำอะไรไม่ทันเพราะนี่ก็สายมาพอแล้ว

เวลาผ่านไป 2 ชั่วโมง 

คนตัวใหญ่ที่โดนงอนยังไม่สามารถเข้าใกล้แฟนตัวเองได้ตั้งแต่ตอนเช้าได้แต่นั่งมองเธออยู่ไกล ๆ โดยหวังว่าเธอจะหันมาเห็นเขาบ้างแต่ก็ไม่หันมามองกันเลยสักนิด

“มึงทะเลาะกับพี่เซนหรอวะ” ไอ้มิลค์ถามขึ้นเมื่อสังเกตว่าฉันไม่ยอมเข้าใกล้และคุยกับพี่เซนเลยสักคำ

“เปล่า” ไม่ได้ทะเลาะกันสักหน่อยแค่โกรธนิดหน่อยเอง

“มึงดูหน้าเขาดิหงอยไปหมดแล้ว” ไอ้บลูที่มองตามหลุดขำออกมา

“ช่างเขาสิ” ฉันไม่สนหรอก

“โอ๊ย โกรธอะไรขนาดนั้นเพื่อนกู” ไอ้ตาลที่ดูอยู่ห่าง ๆ ยังอดขำตามไม่ได้

ฉันแค่ดัดนิสัยเขาเองยังไม่ได้ทำอะไรเลย ทำไมทุกคนทำเหมือนฉันเป็นคนใจร้ายไปได้ล่ะ 

“สาว ๆ บาร์บีคิวมาแล้ว มากินเร็ว” พี่นะเดินมาบอกพวกเราที่นั่งแยกกับกลุ่มเขาเมื่ออาหารมาส่งและคนที่ดูตื่นเต้นที่สุดคือ ไอ้ตาล มันบ่นมานานแล้วว่าอยากกินตั้งแต่มาถึง 

ไอ้ตาลเดินไปหยิบถาดบาร์บีคิวมาหนึ่งถาดและเหลือไว้ให้พวกผู้ชายอีกถาดเหมือนกัน ก่อนที่จะเดินมานั่งที่โต๊ะเราเหมือนเดิม 

มื้อนั้นฉันกินได้ไม่เยอะมากนักเพราะยังรู้สึกไม่ดีอยู่จึงกินได้แค่ไม้เดียว เมื่ออาหารหมดเราก็แยกย้ายกันไปเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำกัน จริง ๆ เราไม่ได้อยู่หลังเดียวกันเพราะพี่เซนจองไว้ให้เพื่อน ๆ  เขาคนละหลังเพราะไม่อยากแออัดจนเกินไป ดังนั้นจึงต้องแยกกันไปเปลี่ยนชุดคนละที่ ฉันเดินเข้ามาในห้องนอนเพื่อเปลี่ยนชุดว่ายน้ำเพราะช่วงบ่ายตั้งใจจะไปว่ายน้ำและถ่ายรูปเล่นอยู่ที่สระของที่พักอีกหลังกับเพื่อน ๆ

ชุดว่ายน้ำสีน้ำเงินถูกหยิบมาเปลี่ยนในห้องน้ำทันทีที่ก้าวเข้ามาในห้อง ฉันสำรวจรูปร่างตัวเองว่าไม่มีส่วนไหนที่รู้สึกไม่มั่นใจแล้วก็เดินออกมาจากห้องน้ำโดยไม่ลืมหยิบเสื้อคลุมอีกตัวที่ยังไม่มีใครใช้มาไว้ในอ้อมแขน

แต่พอเดินออกมาจากห้องน้ำก็ต้องชะงักเมื่อเห็นว่าใครมายืนอยู่ในห้อง ใบหน้าบึ้งตึงมองสำรวจชุดที่ฉันใส่ตั้งแต่หัวจรดเท้า

“มันโป๊” เขาสาวเท้ามาใกล้มากขึ้นแต่ฉันก็ไม่หลบหนีไปไหน

ไม่ต้องรอให้เขาเอ่ยคำไหนออกมาอีกฉันก็รีบชิงพูดก่อน “ไม่เปลี่ยนค่ะ หนูจะใส่”

คราวนี้ฉันไม่ยอมเขาหรอกนะ 

“ใส่ได้ไงดูดิเห็นนมหมดแล้ว” คนหน้ามึนนี่ไม่พูดเฉยยังเอามือซน ๆ นี่มาจับหน้าอกของฉันอย่างหน้าตาเฉย

เพียะ ฉันฟาดไปที่มือซนนั้นอย่างเร็วเพราะตกใจกับสิ่งที่เขาทำ 

ฉวยโอกาสไม่หยุดเลยนะ

“ไปเปลี่ยน” ร่างสูงสอดสองแขนเข้ามาตรงเอวทั้งสองข้างของฉันเป็นการโอบกอดอย่างหลวม ๆ

“ไม่ค่ะ” ฉันยังยืนยันคำเดิม

“ถ้าไม่เปลี่ยนก็อยู่ในนี้แหละ” ครั้งนี้ไม่พูดเปล่าแต่กับอุ้มฉันทั้งร่างพาไปที่เตียงทันที

“นี่ปล่อยเลยนะคะ!” ฉันขึ้นเสียงใส่เขาทันทีที่เขาจะฉวยโอกาสกับฉันอีกครั้ง

“…” คราวนี้ร่างสูงเงียบไปโดยไม่พูดอะไรออกมา

“เรื่องเมื่อเช้ายังไม่เคลียร์แล้วยังจะก่อเรื่องอีกแล้วนะ” ฉันดุเขาไป

เมื่อเห็นว่าร่างสูงไม่พูดอะไรฉันจึงรีบใส่เสื้อคลุมแล้วเดินออกมาจากห้องนอนทันที

ความหงุดหงิดส่งผลให้ใบหน้าของฉันบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด จนเพื่อน ๆ ที่อยู่ด้วยกันอดถามขึ้นมาอีกครั้งไม่ได้

“เฮ้ย เป็นอะไรทำไมทำหน้าอย่างนั้น” ไอ้ตาลที่สังเกตเห็นคนแรกเดินมานั่งลงข้าง ๆ ฉัน

“ทะเลาะกันอีกแล้วหรอ” ฉันยังไม่ได้ตอบอะไรไอ้บลูก็เดินมาถามพลางส่งบลูฮาวายแก้วใหญ่มาให้

“อือ” ฉันตอบออกไปสั้น ๆ เพราะไม่อยากพูดถึง

“คงเป็นเรื่องชุดว่ายน้ำล่ะสิ” ไอ้มิลค์ที่พอมองออกพูดขึ้นมา

“อือ” 

“เอาหน่ามึง ผัวหวงดีกว่าผัวไม่สนใจนะเว้ย เขาแสดงออกแบบนี้ก็เพราะว่าเขารักมึงไง อย่าไปคิดมาก” ไอ้ตาลพยายามปลอบใจฉัน

ก็รู้อยู่หรอกว่ารักแต่บางทีฉันก็อยากเป็นตัวของตัวเองบ้าง อยากใส่ชุดว่ายน้ำสวย ๆ เหมือนคนอื่นเขา และอีกอย่างฉันอยู่กับเพื่อนและที่นี่ก็ไม่มีผู้ชายสักคน เขาน่ะหวงไม่เป็นเรื่อง

“เออ กูจะพยายาม” ฉันเลิกใส่ใจเรื่องนี้พร้อมกับหันมาสนใจเรื่องถ่ายรูปแทน มาทะเลทั้งทีก็ขอให้ได้รู้สวย ๆ หน่อยก็แล้วกัน ถึงจะไม่ได้ถ่ายกับทะเลก็เถอะ 

ตอนนี้แดดมันแรงจนทุกคนกลัวว่าจะผิวไหม้จึงเลือกถ่ายกับสระว่ายน้ำแทนถึงแม้ว่าภาพออกมาจะไม่สวยเท่าทะเลจริง  ๆ ก็เถอะ

พอเริ่มตกเย็นแต่ละคนก็เริ่มเอาชุดมาเปลี่ยนและฉันก็เป็นหนึ่งในนั้นแต่ไม่ได้เปลี่ยนทั้งชุดหรอกนะฉันแค่เอากางเกงยีนส์ขาสั้นมาสวมทับชุดว่ายน้ำเท่านั้นเพราะยังไงท่อนบนมันก็เป็นเกาะอกอยู่แล้ว

“ไปเดินเล่นกันมึง” มาถึงหัวหินทั้งทีก็ต้องไปเดินเล่นกันหน่อยแล้วไม่อย่างนั้นก็คงมาไม่ถึงทะเลจริง ๆ

โชคดีที่แดดช่วงเย็นไม่ได้ร้อนเกินไปจนทำให้ผิวไหม้ได้ฉันจึงไม่ต้องหาผ้ามาคลุมอะไร

“ถ่ายรูปไหมเดี๋ยวกูถ่ายให้” ไอ้บลูเดินมาถาม

ฉันพยักหน้าตอบไป “ก็ได้”

ด้วยความที่ชุดของฉันเป็นสีน้ำเงินเข้มทำให้มันตัดกับสีของน้ำทะเลด้านหลัง ภาพที่ออกมาจึงค่อนข้างดีมากเลยทีเดียว อีกทั้งแสงสีส้มที่ส่องมายิ่งทำให้ผิวฉันดูดีขึ้นไปอีกจนฉันค่อนข้างประทับใจเลยทีเดียว

“ทำอะไรกันสาว ๆ” พี่นะเดินลงมาจากบ้านพักเข้ามาหาตากล้องของฉันนั่นก็คือไอ้บลู เขาเอาแขนไปคล้องคอเพื่อนของฉันเอาไว้อย่างแสดงความเป็นเจ้าของ ฉันรู้ทันหรอกนะว่าเขาจะเอาแขนไปปิดผิวของเพื่อนฉันที่โผล่ออกมาจากสายเดี่ยวที่มันใส่น่ะ

หวงเก่งจริง ๆ เลย

หลังจากที่พวกผู้ชายลงมากันหมดแล้วหลายคนก็เดินกันเป็นคู่ส่วนฉันก็เกาะเพื่อนตัวเองเอาไว้ โดยที่ใช้ไอ้มิลค์เป็นเครื่องมือกันพี่เซนทำให้พี่เอิร์ทต้องจำใจไปเดินกับพี่เซนแทนฉัน พอฉันเห็นอาการแบบนี้ก็อดขำไม่ได้จริง ๆ เขาดูหงอยมาก ได้แต่ส่งสายตาอ้อนวอนมาให้ฉันแต่ฉันก็ทำเป็นไม่เห็นและไม่สนใจต่อไป

เราเดินกันมาเรื่อยริมชายหาดแต่ก็ไม่ได้ห่างจากที่พักมากนัก นักท่องเที่ยวเริ่มหนาตามากขึ้นเพราะแดดเริ่มจะหมดแล้ว หลายคนก็ตกเป็นเป้าสายตาของนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ เพราะรูปร่างหน้าตา และหนึ่งคนในนั้นก็คือแฟนของฉันเอง

ผู้หญิงน้อยใหญ่ต่างส่งสายตาให้เขาอย่างเปิดเผยโดยไม่มีความเกรงใจกันเลยสักนิดแต่เขาจะเกรงใจได้ยังไงในเมื่อคนที่เดินกับเขาไม่ใช่ฉันแต่เป็นพี่เอิร์ทแทน มันทำให้คนอาจจะเข้าใจผิดว่าพี่เซนไม่มีแฟน

ฉันพยายามข่มใจเอาไว้อย่างหนักเมื่อเห็นสาว ๆ เหล่านั้นคอยให้ท่าพี่เซนอยู่ตลอดและพี่เอิร์ทที่ดูดีไม่แพ้กันก็พลอยโดนไปด้วย ตราบใดที่พวกนั้นไม่ทำอะไรฉันก็จะยังใจเย็นไว้เดี๋ยวเขาจะได้ใจมากขึ้น และสิ่งที่ฉันกำลังคิดก็เกิดขึ้นจริงเมื่อผู้หญิงตัวสูงโปร่งอยู่ในชุดบิกินี่ตัวเล็กเดินเข้าไปหาพี่เซน ฉันไม่ได้ยินว่าทั้งสองคนคุยอะไรกันเพราะเราอยู่ค่อนข้างไกลกัน

ความโกรธพุ่งขึ้นสูงเมื่อผู้หญิงคนนั้นส่งโทรศัพท์มือถือให้กับผู้ชายของฉัน ฉันรีบพุ่งตัวเข้าไปหาทั้งสองคนด้วยความไม่พอใจ

“ทำอะไรกันคะ” สายตาไม่พอใจถูกส่งไปให้ร่างสูงทันที เขาดูสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นฉันเดินเข้าไปหา

“กำลัง...”

“เขามาถามทางน่ะ ไม่มีอะไร” ผู้หญิงคนนั้นกำลังจะตอบแต่พี่เซนก็รีบชิงตอบออกมาก่อน เขาโอบเอวฉันและดึงตัวฉันไปไว้ข้างตัว

“จริงหรอ” สายตาที่จับพิรุธเริ่มทำงาน

“จริงครับ” เขาตอบออกมาอย่างเร็ว

ไม่มีพิรุธเลยสักนิดจริง ๆ

“ไอ้เอิร์ทมึงบอกทางเขาไปนะเดี๋ยวกูไปเดินเล่นกับวาแล้ว” นอกจากจะไม่เนียนแล้วยังจะโบ้ยไปให้เพื่อนตัวเองอีก

 แค่ฉันดูจากอาการของพี่เอิร์ทฉันก็พอจะรู้ความจริงแล้ว แต่ครั้งนี้จะไม่โกรธก็แล้วกันเพราะจากที่ดูแล้วของเขาก็ไม่ได้มีท่าทีว่าจะเล่นด้วยจึงทำให้ฉันเบาใจขึ้นนิดหน่อยจึงขอมองข้ามเรื่องนี้ไปก็แล้วกัน

“หึงหรอ” เดินออกมาไม่กี่ก้าวก็วอแวอีกแล้วนะ

“เปล่าค่ะ แค่ไม่ชอบใช้ของร่วมกับคนอื่น” คำตอบนั้นฉันแอบเห็นว่าเขาหน้าเสียไปนิดหน่อย

“อยากกินอะไรไหม” พอเห็นว่าฉันเริ่มโกรธก็เอาเรื่องกินมาล่ออีกแล้ว

“ไม่ค่ะ” ฉันแอบแกล้งเขาไปอีกรอบ

“ยังโกรธอยู่หรอ พี่ขอโทษนะครับ ต่อไปจะทำตัวดี ๆ ไม่ทำแบบนี้แล้วโอเคไหม” ครั้งนี้ดูเขาจะรู้สึกผิดจริง ๆ

ทั้ง ๆ ที่อยู่กลางแจ้งแต่เขาก็ซบหัวของเขาลงมาที่ไหล่อันเปลือยเปล่าของฉันโดยที่ไม่อายผู้คนที่อยู่แถวนั้นเลยแม้แต่น้อย การกระทำนั้นเรียกสายตาจากผู้คนที่ผ่านไปมาได้ดีจนฉันรู้สึกเขินขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว

“คนมองเต็มเลยปล่อยก่อนค่ะ” ฉันผลักหัวหนัก ๆ ของเขาออกจากตัวเพื่อไม่ให้เป็นจุดสนใจมากนัก เขาทำหน้างอแงใส่แต่ก็ยอมทำตามอยู่ดี

เราสองคนเดินจับมือกันเดินตามชายหาดโดยไม่มีคำพูดใด ๆ ออกมาสักคำ ตอนนี้ชายหาดที่เคยสว่างกลับค่อย ๆ มืดจนมองแทบจะไม่เห็นอะไร อาศัยแสงไฟจากชายฝั่งเพื่อทำให้เราสองคนมองเห็นได้บ้าง ลมเย็น ๆ ที่แทบจะไม่มีความร้อนพัดเอื่อย ๆ มากระทบตัว ฉันสูดอากาศนี้เข้าไปในปอดเฮือกใหญ่เพราะมันทั้งสดชื่นและทำให้รู้สึกดีมากขึ้น

ตอนนี้เราต่างคนต่างแยกกันไปเป็นคู่ของใครของมันโดยที่ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเพื่อนของฉันหายไปไหนกันหมดเพราะเอาแต่อยู่กับพี่เซน

“ทำไมถึงงเลือกมาเปิดโรงแรมที่นี่คะ” ด้วยความสงสัยทำให้ฉันอดถามเขาออกไปไม่ได้ มันก็จริงไหมล่ะ ประเทศเรามีทะเลตั้งหลายที่แต่เขากลับเลือกมาเปิดที่นี่แทนที่จะเป็นที่อื่น ๆ

“คงเป็นเพราะพี่เคยมาที่นี่กับแม่ตอนเด็ก ที่นี่เป็นทะเลที่เดียวที่พี่เคยมากับแม่และครอบครัว แล้วอีกอย่างมันก็ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักและก็ให้ฟิลลิ่งที่แตกต่างกับพัทยากับบางแสน มันเหมือนเราได้มาเที่ยวที่ทะเลของภาคใต้แต่มันก็ไม่ได้ไกลจากกรุงเทพมากเท่าไหร่” ฉันไม่เคยคิดว่าเหตุผลมันจะยาวขนาดนี้เลยด้วยซ้ำ มันก็คงเป็นการตลาดอย่างหนึ่งที่สามารถหาลูกค้าได้ล่ะมั้ง

“พี่เริ่มทำงานมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ” ความอยากรู้ทำให้ฉันถามเขาอีกครั้งเพราะตั้งแต่ที่เราคบกันมาเขาก็ทำงานหนักมาโดยตลอดจนทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองด้อยไปเลยเมื่อเทียบกับเขา

“ไม่รู้สิ รู้ตัวอีกทีพี่ก็เข้ามาทำอย่างเต็มตัวแล้ว แต่ถ้าให้พูดจริง ๆ ก็คงเป็นสมัย ม.ปลาย ล่ะมั้ง พ่อพี่ให้พี่ไปช่วยขนกระเป๋าแขกที่มาพักไปไว้บนห้องแขกแต่ก็ไม่ได้ทำแค่นั้นนะ ต้องคอยส่งอาหาร คอยแก้ปัญหาหลาย ๆ อย่างทำอย่างนั้นอยู่หลายปีจนเขาเริ่มให้พี่ฝึกเรื่องงานเอกสารต่าง ๆ  การติดต่อกับบริษัทที่ดีลไว้ เช่นพวกบริษัทตกแต่งสวน บริษัทรับก่อสร้าง การออกแบบต่าง ๆ ตอนนั้นมันเหนื่อยมากจนพี่ไม่อยากทำเลยล่ะแต่ก็ต้องทำเพราะอะไรรู้ไหม” คราวนี้เขาหันมาถามฉัน

“เพราะอะไรคะ” 

“เพราะว่าพ่อพี่เริ่มป่วย ท่านเริ่มเครียดกับงานจนนอนไม่หลับต้องกินยานอนหลับทุกวันจนร่างกายมันไม่ไหวทำให้ท่านทรุดลงอย่างเร็ว มันคงเป็นจุดเปลี่ยนให้พี่ตั้งใจเข้ามาทำงานที่นี่อย่างเต็มตัว” ยิ่งเขาเล่ามามันก็ยิ่งทำให้ฉันอดสงสารไม่ได้

“แล้วพี่ต้องทำทุกอย่างคนเดียวหรอคะ”

“อืม ให้ทำยังไงได้ล่ะ พ่อพี่มีพี่คนเดียวที่โตพอที่จะดูแลบริษัทแทนเขาได้ น้องพี่ก็ยังเด็กทำยังไม่ได้หรอก”

“เหนื่อยแย่เลยนะคะ” 

“อยากให้พี่หายเหนื่อยไหม” อยู่ ๆ ใบหน้าเขาก็ดูเจ้าเล่ห์ขึ้นมา

“อยากค่ะ” คงเป็นเพราะว่าฉันยังตามไม่ทันจึงตอบออกไปแบบนั้น

“ก็มีลูกให้พี่หลาย ๆ คนสิจะได้แบ่งเบาพี่ได้” จะบ้ารึยังไงอยู่ ๆ ก็มาพูดเรื่องนี้ เรายังเรียนไม่จบกันเลยนะ

“บ้า”

“เอาสักห้าคนไหม กำลังดีเลย” ยังไม่ยอมหยุดอีก

“หนูไม่ใช่แม่หมูนะคะจะได้มีลูกเยอะขนาดนั้น” ฉันเถียงเขากลับ

“ค่อย ๆ มีก็ได้สักสองปีครั้งพี่ว่าน่าจะทันใช้” ดูเขาสิพูดออกมาอย่างหน้าตาเฉยเลย

“พอเลยค่ะเลิกพูดเรื่องนี้เลย” ฉันรีบห้ามเอาไว้เมื่อเห็นว่าเขาเริ่มออกไปไกลมากแล้ว

“ทำไมเขินหรอ” เขายังแหย่ฉันไม่หยุด

“พี่เซน! พอแล้วค่ะ” คราวนี้ฉันขึ้นเสียงใส่เขาเมื่อเขาเริ่มแกล้งฉันหนักแล้ว

“พอก็พอ” ถึงจะพูดออกมาอย่างนั้นแต่สายตาก็ยังล้อเลียนกันไม่หยุด

“พี่เซน!”

“พอแล้วครับ” เขายกมือขึ้นอย่างยอมแพ้แล้วยังแอบขำฉันโดยที่ฉันยังมองเห็นอยู่แต่ด้วยความเขินฉันจึงเมินไปเพราะไม่อยากให้เขาพูดเรื่องนี้อีก

“กลับกันเถอะค่ะ เริ่มมืดมากแล้ว” เมื่อมองไปทางไหนก็มีแต่ความมืดทำให้ฉันรีบชวนพี่เซนกลับ

ดวงดาวระยิบระยับชวนมอง ท้องฟ้าปลอดโปร่งไร้เมฆมาบดบัง เราสองคนเดินกลับที่พักด้วยบรรยากาศที่ดีมาก สองข้างทางเต็มไปด้วยการผสมผสานระหว่างสิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมากับธรรมชาติสร้าง ขวามือเป็นบ้านเรื่องและที่พักกับซ้ายมือที่เป็นน้ำทะเลที่เริ่มลดลงไปมากแล้ว จริง ๆ ฉันว่าเราสามารถอยู่ร่วมกับธรรมชาติได้นะถ้าเรามีความพอดีและไม่ทำลายให้มันเสียหาย แต่ก็นะมนุษย์ทุกคนล้วนมีความโลภอยู่ในตัวทำให้โลกของเราถูกทำลายมากขึ้นจนเสียความสมดุลไปอย่างทุกวันนี้ เราจึงได้แต่ช่วยกันรักษาเพื่อให้มันกลับมาเป็นเหมือนเดิมให้ได้มากที่สุดนั่นคือทางออกที่ดีที่สุด

“คิดอะไรอยู่” หลังจากที่เขาเห็นว่าฉันเงียบไปนานเขาก็ถามขึ้นมา

ต่อ

“เปล่าหรอกค่ะ แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย” 

“พรุ่งนี้อยากไปไหนรึเปล่า” พอนึกถึงแพลนที่ไม่เคยวางไว้แล้วฉันก็หนักใจขึ้นมาเลย ฉันแทบจะไม่รู้จักสถานที่ท่องเที่ยวแถวนี้เลยด้วยซ้ำคงต้องให้เขาเป็นคนพาไปแล้วแหละ

“แล้วแต่พี่เลยค่ะ”

“ก็ได้” 

หลังจากที่เรากลับมาจากเดินเล่นแล้วฉันก็ไม่เห็นเพื่อน ๆ ของฉันสักคน ไม่รู้ว่าหายหัวไปไหนกันหมด พี่เซนไล่ฉันไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดคงเป็นเพราะชุดที่ฉันใส่คงขัดใจเขาไม่น้อยล่ะมั้งถึงรีบไล่ให้ไปเปลี่ยนขนาดนี้

เขาหายไปหลังจากที่ฉันอาบน้ำแต่งตัวเสร็จไม่เห็นแม้แต่เงาทำให้ฉันต้องเดินตามหาเพราะเริ่มรู้สึกหิวมากแล้ว แม้จะมาอยู่ที่นี่หนึ่งคืนแล้วแต่ฉันก็ไม่ได้เดินไปไหนอยู่แค่ในที่พักทำให้ไม่คุ้นเคยกับเส้นทางมากนัก เส้นทางที่ไม่คุ้นเคยพาฉันเดินออกมานอกสถานที่อย่างไม่รู้ตัว สายตาที่มัวแต่สอดส่องหาคนรู้จักก็พลันทำให้ฉันเดินชนกับใครบางคนโดยไม่รู้ตัว

“โอ๊ย” ความเจ็บแล่นมี่ช่วงไหล่เนื่องจากแรงกระแทกที่แรงและอาจจะเป็นเพราะอยู่ในท่าที่ผิดจึงทำให้ฉันรู้สึกเจ็บขขึ้นมา

“เป็นอะไรรึเปล่าครับ” เสียงทุ้มหนาของใครบางคนถามขึ้นมาทำให้ฉันรู้สึกตัวมากขึ้น ฉันตกอยู่ในอ้อมแขนของผู้ชายคนนี้อย่างไม่รู้ตัวและด้วยความตกใจจึงรีบผลักเขาออกอย่างเร็ว

“ขอโทษค่ะ พอดีไม่ได้มอง” สายตาที่ส่งมานั้นชวนให้ขนลุกอยู่ไม่น้อย แม้ว่าใบหน้านั้นจะดูดีมากก็เถอะ 

ผู้ชายคนนี้อยู่ในชุดที่ค่อนข้างเป็นทางการทำให้เขาดูเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น แต่สายตาที่ดูอันตรายนั้นถูกส่งมาอย่างต่อเนื่อง มันดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ถ้ามองดี ๆ ก็รู้ได้เลยว่าเขากำลังคุกความฉันอยู่ผ่านตาคู่นั้น

“ผมชื่อเดย์นะครับ” คนคนนี้แนะนำตัวอย่างสุภาพ

“เอ่อ ค่ะ” ด้วยความที่ฉันไม่รู้จะพูดอะไรและไม่ได้อยากรู้จักทำให้ฉันเลือกที่จะไม่ตอบอะไรไป

“จะไม่บอกชื่อคุณหน่อยหรอครับ” คำพูดที่ดูสุภาพนั้นดูน่ากลัวขึ้นอีกเป็นเท่าตัว ตอนนี้เขาเหมือนกับกำลังกดดันฉันทางอ้อม

“ชื่อวาค่ะ” แค่บอกชื่อคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” มือของเขายื่นมาข้างหน้าเพื่อต้องการทำความรู้จักเหมือนกับที่ชาวต่างชาติทำกัน

“ยินดี...” ระหว่างที่ฉันกำลังจะตอบไปก็มีเสียงทุ้มของใครคนหนึ่งดังขึ้นมาช่วยชีวิตไว้ “น้องวา” เป็นพี่นะที่กำลังเดินมาทางนี้โดยมีไอ้บลูห้อยสอยติดตามมาด้วย

“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะครับ’พี่เดย์’” พี่นะกล่าวทักทายผู้ชายคนนั้นโดยที่ฉันยังแอบรู้สึกว่าเขาดูไม่ค่อยจะลงรอยกันสักเท่าไหร่

“นึกว่าใคร มึงนี่เอง” ผู้ชายที่ชื่อเดย์ก็ยังคงยิ้มให้ราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“มีอะไรกัน” เสียงอันค้นเคยดังขึ้นมาจากทางด้านหลังทำให้ฉันอุ่นใจขึ้นมาทันที

พี่เซนเดินมาหยุดที่ข้าง ๆ ฉันพร้อมกับจ้องไปที่คนที่ชื่อเดย์อย่างเอาเรื่อง

“เปล่า กูแค่เดินชนน้องเลยทำความรู้จักกันนิดหน่อยจริงไหมครับ” เขาตอบมาพร้อมทั้งโยนคำถามมาให้ฉัน ทำให้พี่เซนหันมามองเพื่อจะเอาคำตอบ

“ค่ะ” ฉันตอบความจริงออกไป

“ไม่มีอะไรแล้วกูขอตัวก่อนก็แล้วกัน ไปก่อนนะครับ” ประโยคหลังของเขาหันมาพูดกับฉันพร้อมกับหันหลังเดินหนีออกไปทันที

พี่เซนโมโหขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจนฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าว่าผู้ชายคนนั้นเป็นใครกันแน่ ดูจากอาการของพี่นะและพี่เซนที่ไม่ค่อยอยากจะยุ่งและไม่ชอบหน้าแสดงออกอย่างชัดเจน 

พี่เซนมองมาที่ฉันพร้อมทั้งพยายามเก็บอารมณ์ไว้อย่างสุด ๆ แต่ยังไงฉันก็ดูออกอยู่ดีว่าเขาเก็บความโกรธไม่อยู่ ด้วยความที่อยากปลอบและไม่อยากให้เขาโมโหไปมากกว่านี้จึงหาเรื่องมาคุยด้วย

“พี่เซน หนูหิว” ฉันลูบท้องป้อย ๆ พร้อมกับทำหน้าอ้อนเขาอย่างสุดขีด

“เดี๋ยวพาไปตลาดโต้รุ่ง” ตลาดโต้รุ่งอย่างนั้นหรอ

ดีเลย ฉันเริ่มรู้สึกเบื่อแล้วเหมือนกัน 

“พวกพี่ไปด้วยไหม” เขาหันไปถามพี่นะ

“ไม่ มึงไปเถอะกูจะไปนอนแล้ว” พี่นะปฏิเสธกลับมา

“ครับ” พอคุยกันจบพี่เซนก็พาฉันมาขึ้นรถที่อีกที่ที่ฉันก็ไม่รู้ว่าที่ไหนเหมือนกัน

จากนั้นเราทั้งคู่มุ่งหน้าไปสู่ตลาดโต้รุ่งที่เขาบอกเอาไว้ตั้งแต่แรก โดยมีเขาเป็นคนขับรถเองโดยไม่มีใครติดตามมาเหมือนกับทุก ๆ  ครั้ง

“ทำไมไปคุยกับมัน” พี่เซนพูดขึ้นมาทำลายความเงียบที่อยู่ระหว่างเรา

“ใครคะ พี่เดย์น่ะหรอ” ฉันถามออกไป

“อืม”

“ก็หนูไปเดินชนเขาแบบที่เขาพูดนั่นแหละค่ะ”

“ทำไมถึงไปอยู่ที่นั่น”

“ก็พี่ไม่อยู่ที่ห้องนี่คะ หนูหิวแล้วก็เลยไปตามหาแต่ไม่คิดว่าจะเจอพี่คนนั้น” เพราะเขานั่นแหละไปไหนก็ไม่ยอมบอกก่อนทิ้งให้ฉันอยู่คนเดียวฉันก็ต้องไปตามสิ

“แล้วทำไมไม่โทรมา” นั่นสิ ทำไมฉันไม่โทรหาเขาแทนล่ะ

“แหะ ๆ หนูลืม” คำตอบนั้นทำเอาพี่เซนหันมามองด้วยสายตาที่ปลงกับฉันแล้ว

ตลาดที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายแถมกลิ่นหอม ๆ ของอาหารต่าง ๆ ที่โชยมาทำเอาน้ำย่อยของฉันหลั่งออกมาต้อนรับอยู่ในกระเพาะเรียบร้อยแล้ว เราใช้เวลาวนหาที่จอดรรถกันหลายนาทีเลยที่เดียวเนื่องจากนักท่องเที่ยวมาค่อยข้างเยอะ จึงทำให้หาที่จอดยากนิดหน่อย

หลังจากจอดรถเสร็จเราสองคนก็เดินมาที่ซอยหนึ่ง ร้านอาหารหลายสิบร้านวางเรียงรายมีทั้งขายดีและขายไม่ดีสลับปนเปไป ฉันมองหาร้านที่น่ากินและดูจากแถวที่ลูกค้าต่อกันซื้อก็พอจะบอกได้ถึงความอร่อยไม่อร่อย นาทีนี้ฉันไม่คิดอะไรแล้วสองขารีบพาเดินนไปใกล้กับร้านเป้าหมายที่เล็งไว้อยู่นานมากแล้ว

“พี่เซนหนูอยากกินโรตี” ฉันหันไปบอกคนที่มาด้วยเพราะตอนนี้ฉันมาแต่ตัวไม่มีแม้กระทั่งโทรศัพท์มือถือติดตัวมาด้วย ส่วนเรื่องเงินไม่ต้องพูดถึงเลย ไม่มีสักบาท

ฉันเดินเข้าไปสั่งโรตีมาหนึ่งแผ่นเพื่อเป็นการรองท้องก่อนแต่คนเรามันจะรองท้องด้วยของหวานรึไง คงเป็นฉันคนแรกที่ทำอย่างนี้ล่ะมั้ง

รออยู่หลายนาทีเราก็ได้โรตีมาหนึ่งแผ่นดังใจหวังถึงแม้ว่าจะรอนานไปหน่อยก็เถอะ ฉันกินของที่ซื้อมาสลับกับป้อนคนเลี้ยงด้วยจนมันหมดจึงได้ไปหาสิ่งใหม่แทน คืนวันนั้นเรากินไปเยอะจนท้องฉันอัดแน่นไปด้วยอาหารและเครื่องดื่มหลายอย่างจนมันตึงไปหมด แต่การมาครั้งนี้ฉันไม่รู้สึกเสียใจเลยนอกจากจะได้กินของอร่อยแล้วยังได้เสื้อผ้าสวย ๆ มาหลายตัว บางตัวคงได้ใส่แต่บางตัวก็ซื้อไปเก็บไว้เป็นความทรงจำดี ๆ อีกทั้งของจุกจิกที่ซื้อไปตกแต่งห้องก็ถูกหยิบมาหลายชิ้นเพื่อซื้อไปฝากที่บ้านและเพื่อน ๆ ที่มาไม่ได้

กว่าเราทั้งคู่จะกลับมาถึงที่พักก็ล่วงเลยเวลาไปเกือบห้าทุ่มแล้ว ยิ่งอาหารเต็มท้องฉันก็เริ่มง่วงขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ดังนั้นเมื่อถึงที่พักฉันจึงของตัวไปอาบน้ำอีกรอบเพราะรู้สึกเหนียวตัวขึ้นมาอักครั้ง ส่วนพี่เซนก็เสียสละให้เหมือนเดิมเขาไม่ได้ไปไหนต่อเพียงแต่นั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะในห้องนอนรอฉันที่เข้าไปอาบน้ำก่อน เมื่อฉันอาบเสร็จแล้วก็ชิ่งนอนไปก่อนเขาเพราะกลัวคนอันตรายอย่างเขาแอบมายุ่มย่ามกับตัวฉันอีก หลังจากที่หัวถึงหมอนก็ไม่รับรู้ถึงความเคลื่อนไหวหรือสัมผัสใด ๆ อีกเลย ฉันนอนหลับลึกจนถึงเช้าโดยที่ไม่มีการตื่นขึ้นมาตอนกลางคืนอีกแม้แค่ครั้งเดียว

 ---------------------------------

พบคนขี้หวงหนึ่งอัตราค่า พี่โดนน้องโกรธแล้ว จะง้อยังไงดีน้า

พี่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แค่บอกทางเฉย ๆ  จริง ๆ นะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 195 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น

  1. #139 firstzy93 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2563 / 21:47
    เดย์จะทำไรมั้ยอ่ะ
    #139
    1
  2. #137 firstzy93 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 22:17
    หวงค่ะ ใครห้ามเข้าใกล้
    #137
    1
  3. #136 aomunyarat (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2563 / 01:32

    แสดงเลยค่ะน้องวา คนนี้ของหนูค่ะ งอนอยู่ก็ทำได้5555 ขอบคุณที่อัพนะคะ
    #136
    1
    • #136-1 std22732(จากตอนที่ 21)
      7 กรกฎาคม 2563 / 08:59
      น้องเป็นเจ้าของ!!!! คนอื่นห้ามยุง
      #136-1
  4. #135 Duangruedeeee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 21:24
    คราวนี้น้องจะหวงพี่บ้างแล้ววววว
    #135
    1
    • #135-1 std22732(จากตอนที่ 21)
      6 กรกฎาคม 2563 / 21:51
      ยอมไม่ได้ ห้ามใครมอง❌❌❌
      #135-1
  5. #134 firstzy93 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 19:08
    นอนนอกห้องนะ
    #134
    1
    • #134-1 std22732(จากตอนที่ 21)
      6 กรกฎาคม 2563 / 20:14
      เอาแต่ใจจริง ๆ ไม่เข้าใจน้องเลย เชียร์ให้นอนนอกห้อง
      #134-1
  6. #133 aomunyarat (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 22:01

    นอนกอดน้องด้วยย น่ารักก
    #133
    1
    • #133-1 std22732(จากตอนที่ 21)
      6 กรกฎาคม 2563 / 17:17
      เขินเลยยยยยยยย
      #133-1
  7. #132 firstzy93 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2563 / 19:56
    ละมุนนน
    #132
    1
    • #132-1 std22732(จากตอนที่ 21)
      6 กรกฎาคม 2563 / 17:17
      พี่เป็นคนอบอุ่น
      #132-1