แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 20 : ครอบครัว 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 219 ครั้ง
    6 ก.ค. 63

 

 

19

ครอบครัว

 

งานลอยกระทงปีนี้มันไม่ได้จบแค่ลอยกระทงแต่มันยังมีคอนเสิร์ตที่จัดโดยทางมหาวิทยาลัยทำให้เราสองคนยังอยู่ที่งานไม่ได้กลับไปที่คอนโด ตอนนี้เป็นเวลาเกือบจะสี่ทุ่มแล้วฉันเริ่มหิวขึ้นอีกครั้งเพราะช่วงเย็นมัวแต่ยุ่งกับการทำกระทงสุดที่รักจึงทำให้กินข้าวไปนิดเดียว

“พี่เซนหนูหิว” ฉันหันไปบอกคนข้าง ๆ ที่กำลังก้มดูอะไรบางอย่างในโทรศัพท์มือถือ

ป๊อก!

“ตอนเย็นบอกให้กินเยอะ ๆ ก็ไม่ยอมกิน” เขาเคาะมาที่หน้าผากรับทรัพย์ของฉันพลางบ่นออกมา

“ก็ตอนนั้นหนูไม่หิวนี่”

พี่เซนไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับจ้องหน้าฉันเพื่อจะสื่อออกมาว่า ‘หิวก็ลุกสิ จะนั่งอยู่ทำไม’

จริง ๆ เขาอาจจะไม่ต้องการจะสื่อแบบนี้ก็ได้ อันนี้ฉันคิดเองเออเองล้วน ๆ

เราสองคนเดินจูงมือกันมาดูร้านค้ามากมายที่ตั้งเรียงรายอยู่เต็มทางเดินที่เคยโล่ง ฉันมองไปดูรอบ ๆ มีแต่ของกินที่น่ากินทั้งนั้น กลิ่นของเนยเตะเข้ากับจมูกของฉันทำให้ฉันต้องรีบลากพี่เซนมาหาเป้าหมายที่ต้องการ มินิแพนเค้กของโปรดของฉันที่กำลังนอนนิ่ง ๆ ให้เจ้าของร้านกลับไปมา สีเหลืองอมน้ำตาลฉ่ำเนยพร้อมกับกลิ่นหอมละมุนเรียกน้ำย่อยในกระเพาอาหารหลั่งออกมามากขึ้น ฉันหันไปมองคนที่มาด้วยเพื่อนเป็นการบอกเขาว่าฉันจะกินสิ่งนี้ ถามว่าทำไมถึงต้องบอกก็เป็นเพราะว่าตอนนี้ฉันไม่มีเงินสักบาทจึงต้องลากคุณแฟนมาจ่ายให้นี่ไง

“ป้าคะหนูเอาราดช็อกโกแลตหนึ่งชุดค่ะ” เมนูโปรดถูกสั่งออกไป

“จ๊ะลูก” แม่ค้าวัยกลางคนตอบรับอย่างรวดเร็ว

เมื่อการสั่งเสร็จเรียบร้อยฉันจึงลากพี่เซนมายืนอยู่อีกฝั่งเพื่อไม่ให้เป็นการขวางทางคนอื่น ระหว่างที่ถอยออกมาแขนของฉันก็ไปชนกับใครคนหนึ่งเข้าทำให้ฉันต้องรีบขอโทษอย่างรู้สึกผิด

“ขอโทษค่ะ” ฉันก้มหัวให้กับเขา

“ไม่เป็นไรครับ” เสียงนั้นคุ้นเคยและจำได้ดีทำให้ใบหน้าของฉันค่อย ๆ เงยขึ้นไปมองทางต้นเสียง

สายตาของฉันเบิกกว้างขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของฉันคือพี่ดาร์ก เขาส่งยิ้มให้ตามปกติที่เคยทำ เขามากับเพื่อนของเขาคนเดียวกับวันที่ฉันเจอที่คณะฉันจึงส่งยิ้มทักทายไปให้ จู่ ๆ ไหล่ของฉันก็ถูกโอบจากคนข้าง ๆ พร้อมกับถูกดึงให้ออกห่างจากพี่ดาร์ก 

พี่เซนเดินมายืนอยู่ตรงช่องว่างระหว่างฉันกับพี่ดาร์กด้วยใบหน้าที่ดูหงุดหงิดจนฉันไม่กล้าขัดอะไร เขาแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่พอใจและไม่ชอบหน้าพี่ดาร์ก ทั้งสองคนจ้องหน้ากันอย่างไม่ลดละราวกับว่าจะมีเรื่องกัน ฉันจึงรีบดึงแขนของพี่เซนเอาไว้เพราะกลัวว่าเขาจะควบคุมตัวเองไม่ได้ โชคดีที่แพนเค้กที่สั่งไว้ได้พอดีทำให้ฉันลากเขาออกมาจากตรงนั้นได้โดยเร็ว

“ไม่มีเรื่องนะคะ” ฉันจ้องหน้าเขาอย่างขอร้อง

ฉันไม่ชอบให้แฟนตัวเองไปมีเรื่องกับใครเพราะมันไม่ใช่วิถีของคนที่โตแล้ว การจัดการปัญหาหลาย ๆ อย่างเราควรใช้เหตุผลมากกว่ากำลังไม่ใช่หรอ

“ทำไมต้องไปคุยกับมัน” คนหัวร้อนเริ่มเปิดประเด็นขึ้น

“ก็หนูชนเขาหนูก็ต้องขอโทษสิคะ” ฉันพูดตามความเป็นจริง 

“พี่ไม่ชอบ” เขาพูดออกมาตรง ๆ จนฉันเริ่มแปลกใจว่าทำไมเขาถึงตั้งท่าไม่ชอบพี่ดาร์กอย่างนั้น ทั้ง ๆ ที่เขาทั้งคู่ไม่เคยเจอกันแต่ก็ได้แต่เก็บไว้เพราะคิดว่าเขาคงจะหึงไปตามประสา

“รู้แล้วค่ะรู้แล้ว วันหลังจะไม่เข้าใกล้อีกโอเคไหมคะ” ฉันลูบไปที่ใบหน้าของเขาเบา ๆ เพื่อเป็นการปลอบและทำให้เขาใจเย็นลง

สีหน้าของคนที่หึงเมื่อครู่เปลี่ยนไปทันทีที่ได้ยินคำนั้น เมื่อเขาอารมณ์ดีขึ้นฉันจึงป้อนแพนเค้กในมือให้เผื่อว่าเขาจะใจเย็นขึ้นอีก เขาโน้มตัวลงมางับเจ้าแพนเค้กชิ้นเล็กเข้าปากพร้อมกับเคี้ยวอย่างอารมณ์ดีผิดกับเมื่อกี๊ไปลิบลับ

“อยากไปไหนอีกรึเปล่า” เขาถามเมื่อเห็นว่าเราอยู่ที่นี่กันนานมากแล้ว

“ไม่แล้วค่ะ” ฉันเริ่มเบื่อขึ้นมาแล้วเพราะตอนนี้คอนเสิร์ตที่เคยจัดก็จบลงไปแล้วเหลือเพียงแต่ร้านค้าต่าง ๆ ที่ทยอยเก็บกันจนพื้นที่ที่เคยมีคนมากมายบัดนี้กลับเหลือแต่ที่โล่ง ๆ 

พี่เซนจับมือฉันเอาไว้พร้อมกับพาเดินจูงไปที่ไหนสักที่โดยที่ฉันได้แต่มองตามแผ่นหลังใหญ่ ๆ นั้น ฉันเดินตามเขามาเรื่อย ๆ โดยไม่คิดที่จะเอ่ยถามอะไรออกไป เราสองคนมาหยุดอยู่ตรงกลางสะพานใหญ่กลางสระน้ำแห่งนี้ที่เต็มไปด้วยแสงไฟจากกระทงรอบ ๆ ตัวทำให้สระแห่งนี้มีความสวยงามในตัวของมันเอง

ตอนนี้ฉันตื่นเต้นจนพูดอะไรไม่ออกเพราะไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไร มืออีกมือคว้ามือฉันไปจับไว้อีกข้างทำให้ตอนนี้เราสองคนยืนหันหน้าเข้าหากันและมือทั้งสองของเราก็จับกันไว้อย่างแนบแน่น

“พี่เซนจะทำอะไร” ฉันถามออกไปเมื่อเริ่มรู้สึกแปลก ๆ 

“ไม่ได้ทำอะไร”

“คงจะไม่ขอหนูแต่งงานหรอกนะคะ” 

ป๊อก! ฉันพูดหยอดออกไปหลังจากที่บรรยากาศกำลังเป็นใจ

“คิดไปถึงไหนแล้วหื้ม” หลังจากที่ดีดหน้าผากฉันแล้วยังมาหาว่าฉันคิดไปเองอีก ใครจะไม่คิดล่ะก็ทำซะขนาดนี้เป็นใครก็ต้องคิดบ้างแหละจริงไหม

“แล้วไม่ใช่หรอ” ฉันยังไม่หยุดแกล้งเขาเล่น

“อยากให้ขอรึไง” นอกจากจะไม่กระทบอะไรต่อเขาแล้วคนตัวสูงคนนี้ยังมีหน้ามาแกล้งกันกลับอีก

“มะ ไม่ใช่สักหน่อย” ใครจะอยากให้ขอจริง ๆ ล่ะ ตอนนี้ฉันยังเด็กอยู่เลยนะ

“เอามือมานี่” อยู่ดี ๆ เขาก็ยื่นมือมาแบไว้ข้างหน้าของฉัน

“ทำอะไรคะ” ถึงจะถามมออกไปอย่างนั้นแต่ก็ยอมให้มือเขาแต่โดยดี โดยการวางลงไปที่ฝ่ามือของเขา

พี่เซนหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกง ด้วยความที่มือของเขาใหญ่มากทำให้ฉันมองไม่เห็นของสิ่งนั้น ภายในเวลาไม่กี่วินาทีของในมือของเขาก็ประจักษ์แก่สายตาฉัน มันคือแหวนสีเงินวงเล็กแต่ฉันมองไม่ชัดมากนักด้วยความมืดที่ปกคลุมอยู่รอบตัวและแสงไฟที่มีอยู่น้อยนิดทำให้เห็นได้แค่ลาง ๆ

มือของเขาค่อย ๆ สวมแหวนวงนั้นมาที่นิ้วนางข้างซ้ายของฉันเบา ๆ พี่เซนไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ยิ้มมุมปากเท่านั้น 

“ให้ทำไมคะ” ฉันถามอย่างไม่เข้าใจ

“จองไว้ก่อนเดี๋ยวหนีไปมีคนอื่น” เขาตอบมาอย่างไม่ใสใจนัก

ใครจะหนีไปมีคนอื่นกัน ฉันไม่ได้เจ้าชู้เหมือนใครบางคนแถวนี้หรอก

“หนูไปมีคนอื่นตั้งแต่เมื่อไหร่” ฉันถามอย่างเอาเรื่อง

“ไม่รู้สิ” นอกจากจะไม่ยอมตอบแล้วยังเดินหนีกันอีก นี่เราเพิ่งมีเวลาโรแมนติกไปด้วยกันแท้ ๆ ทำไมเขาหาเรื่องมาทะเลาะกันอีกแล้วเนี่ย

“พี่เซนรอด้วย” ฉันวิ่งตามตูดเขาต้อย ๆ เพราะขาของฉันมันสั้นเกินกว่าที่จะเดินตามเขาได้ทัน 

ทันทีที่ถึงที่ที่มีไฟฉันก็รีบถอดแหวนออกมาเพื่อดู ฉันเริ่มสำรวจแหวนวงเล็กวงนี้อย่างละเอียด มันเป็นแหวนที่มีดวงอาทิตย์ดวงเล็กอยู่ตรงกลางพร้อมกับดวงจันทร์และดวงดาวล้อมรอบอยู่ มันสวยมากสวยจนฉันแทบไม่กล้าใส่มันเลยล่ะ ฉันไม่เคยเห็นแหวนแบบนี้ที่ไหนสงสัยเขาคงสั่งทำล่ะมั้ง พอลองพลิกดูก็เห็นข้อความภาษาอังกฤษเล็ก ๆ ถูกสลักอยู่ข้างใน ‘sen’ เป็นชื่อของพี่เซนที่ถูกสลักเอาไว้ในนั้น 

ฉันเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว พอเงยหน้ามาอีกทีพี่เซนก็เดินนำหน้าไปไกลมากแล้วฉันจึงรีบวิ่งตามเพื่อให้ทันกับเขา

หมับ! ฉันวิ่งโผเข้ากอดเขาจากทางด้านหลังอย่างแรงจนร่างของเขาโยกไปด้านหน้า ใบหน้าของฉันซุกลงไปกับแผ่นหลังกว้างอันอบอุ่น

เสียงอู้อี้ถูกเปล่งออกมาจากปากของฉัน “ขอบคุณนะคะ”

“อืม” เขาตอบออกมาสั้น ๆ 

เราอยู่อย่างนั้นกันสักพักฉันก็เริ่มรู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไปจึงได้ผละตัวออกมาจากเขาโดยไว พี่เซนไม่ได้เอ่ยแซวอะไรเขาเพียงแต่โอบไหล่ของฉันและพาเดินต่อไปที่รถเพื่อกลับไปที่คอนโด

การสอบผ่านไปได้ด้วยดีด้วยการอ่านหนังสือทั้งวันทั้งคืนจนฉันแทบจะบ้าตายอยู่แล้ว ดีหน่อยที่แต่ละวิชาไม่ได้ยากอะไรทำให้ฉันยังพอทำได้อยู่มาก 

ฉันยังไม่ลืมสัญญาที่พี่เซนเคยให้ไว้ว่าจะพาไปที่หัวหิน ฉันเคยพูดเรื่องนี้กับเพื่อน ๆ ไปแล้วและทุกคนก็อยากไปด้วยกันทั้งนั้นฉันจึงขอให้พี่เซนชวนเพื่อน ๆ เขาไปด้วยจะได้ไปกันหลายคน ซึ่งพี่เซนก็ตอบตกลงโดยไม่ได้ขัดอะไร

วันนี้ฉันจึงชวนพวกมันออกมาซื้อพวกชุดว่ายน้ำกับชุดใหม่ ๆ ที่เข้ากับบรรยากาศของทะเล โดยที่เราไม่ได้มากันสี่คนเหมือนที่คิดไว้เพราะตอนนี้ทุกคนมีแฟนกันหมดแล้วรวมถึงไอ้ตาลที่ตามจีบโดมอยู่นานแต่ตอนนี้ได้เป็นแฟนกันสมใจแล้ว

แต่เดี๋ยวนะฉันต้องแก้ใหม่ที่บอกว่ามีหมดน่ะยังไม่ใช่เพราะไอ้พิลยังไม่ได้มีเหมือนคนอื่นเขา มันเอาแต่ร้องโอดโอยอยู่ทุกวันเพราะเรื่องนี้จนพวกฉันชินกันไปแล้ว

วันนี้ทุกคนพาแฟนของตัวเองมาด้วยกันทั้งหมดโดยที่ไม่ได้นัดหมายกันเลยด้วยซ้ำ จึงได้เห็นโอกาสดี ๆ โดยการให้เหล่าผู้ชายทั้งหมดไปนั่งรอที่คาเฟ่หนึ่งส่วนพวกเราก็ออกมาเดินช็อปปิ้งกันแทน ที่พวกฉันทำอย่างนี้ก็เพราะว่ากลัวจะไม่ได้ของที่ถูกใจน่ะสิ ถ้าพี่เซนมาเดินด้วยฉันคงได้ชุดว่ายน้ำแขนขายาวไปเดินทะเลอย่างแน่นอน

“มึงชุดนี้ดีไหม” ไอ้ตาลหยิบชุดว่ายน้ำทูพีชสีชมพูขึ้นมาทาบกับร่างของตัวเอง  มันน่ะใส่ชุดไหนก็เหมาะเข้ารูปไปหมดนั่นแหละ รูปร่างอย่างนี้ไม่ต้องมาถามหรอก

“อย่างสวย” ฉันยกนิ้วให้ทันที

“ใส่แบบนี้แฟนไม่ว่าหรอ”  ไอ้ตาลที่มองอยู่นานพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่ามันเซ็กซี่เกินไป

“ไม่ว่าหรอกออกจะสวย ลองว่าสิกูจะใส่ให้เซ็กซี่กว่าเดิมอีก” นอกจากจะไม่กลัวแล้วยังท้าทายอีกนะ

“กูจะรอดูวันนั้น” ฉันไม่เชื่อหรอกว่ามันจะกล้าทำเพราะหลังจากที่สังเกตมานานโดมน่ะเป็นคนที่ดุคนหนึ่งเลยก็ว่าได้ เห็นหน้านิ่ง ๆ อย่างนั้นน่ะนะความโหดน่ะอย่าให้พูดถึงเลย

เมื่อไอ้ตาลได้ชุดแล้วฉันจึงไปเลือกของตัวเองบ้าง ครั้งที่แล้วที่ใส่ชุดว่ายน้ำตัวเดิมฉันก็โดนโกรธไปนานพอครั้งนี้ฉันคงต้องดูดี ๆ หน่อยแล้ว แถมครั้งนี้ที่ไปก็มีเพื่อนพี่เซนไปด้วยฉันไม่อยากใส่ให้โป๊จนเกินงาม

ชุดว่ายน้ำวันพีชสีน้ำเงินที่มีลักษณะเป็นเกาะอกลายเรียบ ๆ ถูกฉันหยิบขึ้นมาพิจารณาดูเมื่อเห็นว่ามันมีความพอดีกับสิ่งที่ฉันคิดไว้ในใจ มันไม่ได้ปิดจนน่ารำคาญและก็ไม่ได้เปิดจนดูไม่งาม ดังนั้นฉันจึงเลือกตัวนี้เป็นตัวเลือกแรก ก่อนที่จะไปหาตัวอื่น ๆ เผื่อจะมีตัวไหนที่เหมาะกว่าแต่ก็ไม่มีตัวไหนที่เข้าตาเท่ากับตัวนี้ 

เมื่อได้ของตามที่ต้องการแล้วฉันก็เดินไปจ่ายเงินแต่พอจะควักกระเป๋าออกมาก็มีมือใหญ่ของใครบางคนยื่นบัตรเครดิตผ่านหน้าของฉันไป ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นพี่เซนที่เป็นคนจ่ายให้ฉัน

เขามาตั้งแต่เมื่อไหร่

ฉันแอบตั้งคำถามอยู่ในใจ พอจ่ายเงินเสร็จเขาก็พาฉันเดินออกมาโดยไม่ได้สนใจเพื่อนของฉันเลยสักนิด 

“จะไปไหนคะ” ฉันถามออกไปอย่างงง ๆ เมื่อถูกลากมาไกลมากแล้ว

“ไปบ้านพี่” เดี๋ยวนะ เขาล้อเล่นรึเปล่าเนี่ยอยู่  ๆ ก็ลากฉันออกมาแถมยังบอกจะพาไปที่บ้านเขาอีก

“ไปจริง ๆ หรอคะ” ฉันถามไปอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ

“จริง” พี่เซนตอบด้วยใบหน้าที่จริงจัง

พี่เซนพาฉันเดินออกมาจากห้างและเข้าไปที่ที่จอดรถโดยเร็ว เมื่อเราทั้งคู่อยู่บนรถเรียบร้อยแล้วเขาก็ขับออกไปทันที ความรู้สึกของฉันตอนนี้คือตื่นเต้นมากเพราะยังไม่เคยเจอพ่อของพี่เซนเลยสักครั้งเดียว

เอ๊ะ หรือว่าเคยเจอแล้วนะ ฉันเกือบลืมไปเลยว่าเขาเคยอยู่บ้านข้าง ๆ กันตอนที่เรายังเด็ก แต่ไม่ว่ายังไงฉันก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้อยู่ดีถึงแม้ว่าจะเคยเจอไปแล้วก็ตาม ก็ตอนนั้นฉันเด็กมากนี่ ขนาดพี่เซนที่ยายเคยเล่าว่าตอนเด็กฉันติดเขามากฉันยังจำเขาไม่ได้เลย

ระหว่างทางฉันพยายามทำใจมาโดยตลอดแต่ก็ยังรู้สึกประหม่าอยู่ดี จากถนนที่ใหญ่ก็เปลี่ยนเป็นซอยไม่ใหญ่มากที่นี่ดูเป็นเหมือนที่รวมบ้านหลังใหญ่เอาไว้เลย ฉันว่าบ้านของฉันหลังใหญ่แล้วนะแต่ก็ยังเล็กกว่าบ้านแถวนี้มาก รถเคลื่อนที่เข้าไปตามซอยจนมาหยุดอยู่หน้าบ้านหลังใหญ่สไตล์โมเดิร์นแห่งหนึ่ง ไม่ต้องถามเลยว่าเป็นบ้านของใครก็รถมาหยุดอยู่ตรงนี้ก็คงเป็นบ้านของพี่เซนนั่นแหละ

ประตูบานใหญ่ค่อย ๆ เลื่อนเปิดโดยอัติโนมัติเพื่อให้รถของเขาเข้าไปได้ข้างในบ้านได้ ทันทีที่ฉันก้าวลงจากรถก็มีหญิงชราคนหนึ่งเดินออกมาต้อนรับด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

“สวัสดีค่ะ” ฉันยกมือไหว้เธอเพื่อไม่เป็นการเสียมารยาท

“สวัสดีจ๊ะ” คุณป้า เอ๊ะ คุณยายรับไหว้ฉันพร้อมส่งยิ้มมาให้อีกครั้ง

“คุณยายสวัสดีครับ” พี่เซนเดินลงมาจากรถมายืนอยู่ข้างฉันพร้อมกับยกมือไหว้คนสูงอายุ

“จ๊ะ เข้าบ้านกันเร็วคุณพ่อรออยู่”  คุณยายพูดพลางเดินนำทางไป ฉันมองหน้าพี่เซนเพื่อขอกำลังใจเพราะยังตื่นเต้นอยู่ไม่หาย

“ไม่เป็นไร ทำตัวปกติ พ่อพี่ไม่ดุ” เขาลูบหัวฉันเป็นการปลอบประโลม

ถึงจะไม่ดุแต่ฉันก็กลัวนี่

ฉันเดินตามหลังคุณยายเข้าไปในห้อง ๆ หนึ่ง น่าจะเป็นห้องนั่งเล่น ผู้ชายที่ดูยังไม่ได้แก่มากนักนั่งอ่านหนังสืออยู่ตรงโซฟากลางห้อง เมื่อพวกเราเข้าไปใกล้มากขึ้นท่านก็เงยหน้าขึ้นมาทำให้ฉันสะดุ้งขึ้นมาเพราะความตกใจ ท่านขำเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางแบบนั้นของฉันฉันจึงส่งยิ้มแห้ง ๆ ไปให้ 

“นั่งสิ” ผู้ชายคนที่ว่าที่ฉันคิดว่าน่าจะเป็นพ่อของพี่เซนเอ่ยชวนให้เรานั่งลง

“ขอบคุณค่ะ” ฉันกล่าวขอบคุณโดยไม่ลืมที่จะยกมือไหว้

“พ่อนี่วาแฟนผมเอง” พี่เซนที่นั่งลงมาข้าง ๆ เอ่ยขึ้นอย่างไม่มีปีไม่มีขลุ่ย ฉันจึงยกมือไหว้ท่านอีกครั้ง “สวัสดีค่ะ”

“โตขึ้นแล้วสวยเชียว” คุณลุงมองหน้าฉันและยิ้มให้

“ขอบคุณค่ะ” เมื่อมีคนชมแล้วฉันก็อดเขินไม่ได้จึงพูดขอบคุณไปแก้เขิน

“ไปสอยน้องมาได้ยังไงล่ะ” พอคำถามนั้นออกมาฉันก็อดหันไปมองหน้าพี่เซนไม่ได้

“นั่นสิครับ” นอกจากจะไม่ตอบแล้วยังส่งยิ้มแบบกวน ๆ ส่งมาให้อีก จริง ๆ ฉันก็เกือบลืมไปเลยว่าทำไมตอนนั้นถึงยอมตอบเป็นแฟนกับเขาทั้ง ๆ ที่ตอนแรกพูดเอาไว้ว่าจะไปยุ่งกับเขา

“แกอย่าไปแกล้งน้องมากเดี๋ยวโดนทิ้งมาฉันไม่ช่วยแกนะ” คำพูดคำจาของพ่อพี่เซนแต่ละคำคงกรีดเข้าไปภายในใจของพี่เซนลึกพอสมควรเลยล่ะถึงได้ทำให้คนหน้าตายคนนี้ออกอาการได้

สมกับเป็นพ่อลูกกันจริง ๆ

“แล้วหนูล่ะพ่อแม่เป็นยังไงบ้าง ลุงไม่ได้กลับไปเยี่ยมเลย” คุณลุงถามฉันเมื่อกัดลูกชายตัวเองเสร็จแล้ว

“สบายดีค่ะ ล่าสุดยังถามถึงคุณลุงด้วยนะคะ” ตอนที่คุยโทรศัพท์กับป๊าล่าสุด เขาก็ถามฉันเรื่องคุณลุงหลังจากที่รู้ว่าฉันคบกับพี่เซนแต่ตอนนั้นฉันไม่รู้ว่าคุณลุงเป็นยังไงบ้างเพราะไม่เคยเจอเลยสักครั้งจึงตอบไม่ได้ พอได้โอกาสในครั้งนี้ก็ถือว่าจะยอมเป็นสะพานเพื่อให้ป๊ากับคุณลุงได้เจอกันสักที

เรานั่งคุยกันอยู่สักพักโดยมีแต่เรื่องเก่า ๆ ที่พ่อของพี่เซนขุดมาเล่าให้ฉันฟัง ทุกเรื่องล้วนเกี่ยวกับพี่เซนทั้งหมดตั้งแต่เขายังเด็กจนถึงช่วงวัยรุ่นและทุกเรื่องที่ฉันได้ฟังก็เป็นเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อนเพราะพี่เซนไม่เคยเล่าให้ฟังเลยสักครั้ง ทำให้ฉันคลายความกังวลลงไปได้เยอะเลยทีเดียว

หลังจากที่ฉันให้เบอร์มือถือของป๊ากับคุณลุงแล้วพี่เซนก็พาออกมาเดินเล่นตรงสวนหลังบ้านของเขา ที่นี่กว้างมากจริง ๆ แถมยังไม่สวนดอกไม้หลากหลายสีสันจนเหมือนกับสถานที่ท่องเที่ยว สิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ ก้อนสีดำวิ่งดุ๊กดิ๊กมาหยุดอยู่ตรงหน้าฉัน ฉันมองไปที่เจ้าตัวเล็กที่ตั้งหน้าตั้งตามองอย่างประเมินฉันอย่างละเอียด

“โฮ่ง!” นั่นไง ส่งเสียงทักทายมาแล้ว

ฉันย่อลงไปเพื่อที่จะใกล้ชิดกับเจ้าตัวเล็กให้มากขึ้นแต่เจ้าตัวนั้นกลับถอยออกไปเล็กน้อยราวกับกลัวฉัน ทั้ง ๆ ที่เป็นคนวิ่งมาหาฉันเองด้วยซ้ำ

“ว่าไงเจ้าตัวเล็ก” ฉันส่งเสียงทักทายไปพร้อมกับค่อย ๆ ยื่นมือไปลูบหัวมันเบา ๆ มันเป็นหมาพันธุ์ชิวาว่าที่ดูแล้วน่าจะขี้เล่นมากเลยทีเดียว

“โฮ่ง โฮ่ง!” เจ้าตัวเล็กส่งเสียงตอบมาอีกครั้งราวกับเข้าใจสิ่งที่ฉันพูด

“เห่าอะไรเห็ดหอม” พี่เซนที่เดินไปหยิบน้ำมาส่งเสียงเรียกมาแต่ไกล เจ้าตัวนี้คงชื่อเห็ดหอมสินะชื่อเหมือนสีขนเลย

“เราทักทายกันอยู่ค่ะ” ฉันตอบไปพลางลูบหัวมันเล่นเพื่อให้มันคุ้นเคยกับฉันมากขึ้น

“คุยกันรู้เรื่องรึยังไง” ดูสิยังไม่เลิกแกล้งกันอีก

“รู้เรื่องค่ะ” เมื่อฉันเริ่มหมั่นไส้เขาแล้วจึงตอบออกไปอย่างนั้น

“กวน” เขาใช้มือใหญ่ ๆ ยีผมฉันจนมันฟูฟ่องไปหมด

“หนูเพิ่งรู้นะคะว่าพี่เลี้ยงหมาด้วย” ฉันไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะรักสัตว์เพราะขนาดตอนที่อยู่กับก้อนสำลีเขายังดูเกร็ง ๆ และไม่ยอมเข้าใกล้สักเท่าไหร่

“ไม่ใช่ของพี่หรอก ของน้องสาวพี่น่ะ” เขามีน้องสาวด้วยหรอ

สีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถามของฉันทำเอาพี่เซนหลุดขำออกมา จนฉันยิ่งอึ้งเข้าไปใหญ่ เขาน่ะไม่ค่อยจะหัวเราะสักเท่าไหร่จนเพื่อน ๆ ฉันยังบอกเลยว่าเขาเป็นผู้ชายหน้าเดียว

“หนูไม่เห็นรู้เลยว่าพี่มีน้องสาวด้วย”

“จะรู้ได้ยังไงหื้มขนาดพี่เองหนูยังจำไม่ได้เลย” ก็จริงของเขา

“แล้วทำไมพี่ไม่เล่าให้หนูฟังบ้างคะ” ฉันอดน้อยใจไม่ได้เพราะเขาไม่เคยเล่าเรื่องที่บ้านของเขาให้ฉันฟังเลยตั้งแต่ที่เราคบกันมา

“อยากพามาเจอก่อนไง ถ้าเล่าก่อนก็ไม่ตื่นเต้นสิ” หาเหตุผลมาแก้ตัวได้ตลอดเลยนะ

เจ้าเห็ดหอมน้อยเริ่มที่จะคุ้นเคยกับฉันมากขึ้นแล้วหลังจากที่มันตั้งหน้าตั้งตาเห่าฉันในตอนแรก มันนอนลงตรงหน้าของฉันพร้อมสะบัดหางไปมาอย่างสบายอารมณ์ 

ช่างเป็นหมาที่อารมณ์ดีจริง ๆ

“วันนี้นอนที่นี่ไหม” อยู่ ๆ พี่เซนก็ถามขึ้นมา 

“แล้วเราไม่กลับไปจัดของหรอคะ” จริง ๆ ฉันก็ค้างได้แหละแต่อีกสองวันเราต้องไปหัวหินกันฉันกลัวว่าจะเตรียมของไม่ทัน

“จัดพรุ่งนี้ก็ได้ คงไม่มีอะไรหรอก” ที่บ้านนี้ก็ถือว่าอยู่ชานเมืองแต่ก็ไม่ได้ไกลจากตัวเมืองมากนัก เวลาขับรถมาจึงต้องใช้เวลานานเป็นพิเศษและนาน ๆ ทีพี่เซนจะกลับมาที่นี่ฉันก็คิดว่าเขาคงอยากที่จะค้างที่บ้านของตัวเองจึงเลือกตอบตกลงไป

“เอาอย่างนั้นก็ได้ค่ะ”

ฉันใช้เวลาช่วงเย็นเล่นอยู่กับเจ้าเห็ดหอมจนถึงเวลาทานอาหารเย็น โต๊ะทานข้าวเป็นโต๊ะที่ไม่ใหญ่มากเหมาะสำหรับครอบครัวเล็ก ๆ ที่มีไม่กี่คน 

“กลับมาแล้วค่า” เสียงเล็กใสบ่งบอกถึงอายุของคนเรียก ดังมาจากหน้าประตู เธอค่อย ๆ ปรากฏตัวขึ้น ร่างของผู้หญิงที่อยู่ในชุดนักเรียน ม. ปลาย ถักเปียสองข้างรับกับใบหน้าเล็กจิ้มลิ้มนั้นอย่างดี ส่วนมือก็ถือกระเป๋านักเรียนสีดำเอาไว้ข้างหนึ่งพร้อมกับยืนเกาะประตูมองมาข้างใน

ดวงตาที่เคยสดใสนั้นเบิกตากว้างมากขึ้นเมื่อเธอมองเห็นฉันและพี่เซนนั่งร่วมโต๊ะอยู่กับพ่อของเธอด้วย

“พี่เซน” เธอเรียกชื่อพี่ชายของเธอด้วยความดีใจพร้อมกับวิ่งตรงดิ่งเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว

“เบา ๆ เจ้าแซนด์เห็นไหมว่ามีแขกอยู่ด้วย” คุณลุงปรามไว้เมื่อให้ว่าน้องออกอาการตื่นเต้นมากเกินไป

น้องแซนด์หันมายกมือไหว้ฉันพร้อมกับส่งยิ้มมาให้อย่างรู้สึกผิดทำให้ฉันต้องส่ายหน้าบอกเธอว่าไม่เป็นไร

“พี่เซนกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ทำไมไม่บอกแซนด์เลย” คนเป็นน้องยังคงถามไถ่คนเป็นพี่ไม่หยุด ทำให้ฉันอดนึกถึงช่วงที่พี่วินเข้ามหาวิทยาลัยปีแรกไม่ได้ ฉันตั้งใจรอพี่วินกลับมาบ้านเสาร์-อาทิตย์ทุกครั้งเพราะคิดถึงพี่ชายแต่เขาก็ไม่ได้กลับมาบ่อย ๆ เหมือนที่เคยให้สัญญากันไว้ในตอนแรกทำให้ฉันงอนพี่วินไปเกือบเดือนเลยแต่สุดท้ายเราก็เข้าใจกันเมื่อฉันเริ่มโตขึ้นแยกแยะอะไรออกและปฏิเสธไม่ได้เลยว่าต้องอาศัยความเคยชินด้วยอีกอย่าง

“กลับมาช่วงบ่าย” เขาตอบคนเป็นน้องพลางเอามือลูบหัวเบา ๆ เขาดูเอ็นดูน้องของเขาไม่น้อยเลยทีเดียว

“จะค้างรึเปล่าคะ” ส่วนคนเป็นน้องนั้นยังพูดจ้อไม่หยุด จนคนพ่อถึงกับส่ายหัวกันเลยทีเดียว

“ค้าง” พอสิ้นคำตอบนั้น รอยยิ้มก็โผล่มาจากหน้าของเด็กนักเรียนคนเดียวของบ้านจนแก้มทั้งสองข้างแทบปริ

“เย้” เธอยังไม่วายหันมาทำท่าดีใจใส่ฉัน

“เอาล่ะ ๆ กินได้แล้ว” คุณลุงช่วยเบรกก่อนที่ทุกอย่างจะนานไปกว่านี้ 

การรับประทานอาหารในช่วงเย็นของฉันกับครอบครัวของพี่เซนครั้งแรกถือว่าดีเลยทีเดียว ทุกคนดูเป็นมิตรและยังมีบางคนพูดจ้ออยู่ตลอดแถมยังมีบริการแกะกุ้งและปูจากคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ฉันคอยแกะให้จนฉันรู้สึกดีเป็นพิเศษ ทำให้นี่เป็นอีกหนึ่งวันที่ฉันประทับใจเลยล่ะ

ฉันนั่งอยู่ในห้องของพี่เซนคนเดียวหลังจากที่ทานอาหารเย็นเสร็จ ส่วนเขาก็ไปคุยงานกับพ่อของเขาอีกห้อง อยู่ ๆ เสียงเล็กของใครบางคนก็ดังมาจากบริเวณหน้าห้อง “พี่วา” 

พอหันไปมองก็พบว่าเป็นน้องแซนด์น้องสาวของพี่เซน ตอนนี้เธออยู่ในชุดนอนเรียบร้อยแล้วหลังจากที่เราแยกกันเธอก็คงไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดมาแล้ว

“ว่าไง” ฉันหันเดินไปที่ประตูห้องเพื่อคุยกับเธอ ตั้งแต่ที่เจอกันก็ยังไม่ได้มีโอกาสคุยกันสักครั้งเลย

.”ว่างรึเปล่าคะ หนูขอปรึกษาอะไรด้วยหน่อย” เธอคว้ามือของฉันไปกุมไว้แถมยังส่งสายตามอ้อนมาให้กันอีก คงจะเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ สินะ

“ได้สิ” พอสิ้นคำตอบนั้น เธอก็ดึงมือของฉันให้ออกมาจากห้องนอนของพี่เซนและลากฉันไปอีกห้องที่อยู่ห่างกันไม่มากคาดว่าจะเป็นห้องนอนของเธอเอง พอเข้ามาในห้องแล้วเธอก็จัดการล็อคประตูอย่างเสร็จสรรพราวกับว่ากลัวใครเข้ามาและท่าทางนั้นก็ทำให้ฉันอดขำไม่ได้จริง ๆ

ฉันถูกพาตัวมานั่งที่เตียงสีฟ้าสดใส จากนั้นแซนด์ก็ขึ้นมานั่งขัดสมาธิอยู่ตรงหน้าพร้อมเปลี่ยนเข้าสู่โหมดจริงจังทันที

“พี่วาคบกับพี่เซนนานรึยังคะ” คนที่เด็กกว่าถามออกมาอย่างสนใจ

“ก็เกือบจะสี่เดือนแล้วนะ” ฉันตอบออกไป

“โหนานแล้วสิคะ ไม่เห็นพี่เซนพามาหาบ้างเลย” ใบหน้านั้นแสดงอาการงอนออกมาทันที

“พอดีมีช่วงที่ทะเลาะกันนิดหน่อยน่ะก็เลยต้องใช้เวลา ว่าแต่เราเถอะไหนบอกว่ามีเรื่องจะปรึกษาไง” 

“แหะ ๆ ลืมไปเลย” เธอยกมือขึ้นเกาหัวแก้อาการเขิน

“ตัวแค่นี้ทำไมขี้ลืมจังเลย” ฉันหยิกแก้มน้องอย่างหมั่นเขี้ยว

“พี่วาหนูมีผู้ชายมาจีบค่ะ เขาเป็นรุ่นพี่ ม.6 ที่โรงเรียนเดียวกัน พี่วาว่าหนูควรคุยกับเขาดีไหมคะ” พูดตรง ๆ เลย ตอนแรกฉันไม่คิดว่าน้องจะมาปรึกษาเรื่องนี้เพราะดูน้องน่าจะยังไม่ได้คิดเรื่องความรักสักเท่าไหร่ ทำให้ฉันคิดคำตอบให้แทบจะไม่ทันกันเลยทีเดียว

“อืม...แล้วหนูอยากคุยไหมล่ะ” ฉันถามกลับไปเพราะเรื่องนี้มันขึ้นอยู่ที่ตัวของน้องเองล้วน ๆ ดังนั้นการที่ฉันไปชี้แนะแนวทางว่าควรทำยังไงต่อมันจะเป็นการตัดสินใจแทนน้องเกินไป

“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ” ท่าทางจะยังไม่เคยคบกับใครเลยสินะ

“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ก่อนนะ ไม่อย่างนั้นหนูจะไปเสียใจทีหลัง” จริง ๆ ฉันก็ไม่ได้อยากให้น้องมีแฟนตอนนี้หรอกนะเพราะว่าถ้ามองย้อนลงไปแล้วน้องก็ยังเด็กในสายตาของฉันอยู่ดีแต่ถ้ามองในมุมของเด็ก ๆ วัยเดียวกันมันก็คือเรื่องปกติของเด็กสมัยนี้เพราะสมัยฉันเรียนอยู่ฉันก็มีแฟนอยู่เหมือนกันมันก็แล้วแต่มุมมองของใครของมันล่ะนะ

“ก็ได้ค่ะ หนูจะลองคิดดู” น้องตอบรับอย่างเข้าใจ

“ลองถามพ่อกับพี่เซนรึยัง” ฉันเลือกที่จะถามเรื่องนี้เพราะดูแล้วน้องน่าจะเป็นที่รักของคนในบ้านอยู่พอสมควร อาจจะเป็นเพราะเป็นเด็กผู้หญิงคนเดียวในบ้านด้วย

“สองคนนั้นเขาไม่ให้หนูมีหรอกค่ะ” เธอพูดพลางถอนหายใจเฮือกใหญ่

“พี่ว่าก็ไม่ได้แปลกอะไรนะ หนูเป็นผู้หญิงคนเดียวในบ้านเขาก็ต้องหวงเป็นธรรมดานั่นแหละ” 

“แต่มันก็เกินไปนะพี่วา หนูโตแล้วนะก็ต้องมีเรื่องแบบนี้บ้างสิ” ดูสิ โวยวายใหญ่เลย

“ไม่เอา ไม่ว่าพ่อสิ” ฉันรีบห้ามไว้เพราะดูเหมือนว่าเธอจะไม่พอใจกับเรื่องนี้จริง ๆ แต่ก็มองออกแหละว่าเธอก็ยอมทำตามที่ที่บ้านขอไว้เพราะดูจากนิสัยแล้วน่าจะแก่นอยู่พอตัว ถ้าจะมีจริง ๆ ต่อให้เป็นคุณลุงก็คงห้ามไม่ได้หรอก

เราทั้งคู่เปิดใจคุยเรื่องราวต่าง ๆ โดยเฉพาะเรื่องตอนเด็กของแซนด์ที่ถูกเล่าออกมาจากปากของเจ้าตัวเอง น้องเป็นเด็กน่าสงสารจริง ๆ แม่จากไปตั้งแต่ยังเล็กไม่มีโอกาสที่จะเติบโตมาในอ้อมกอดแม่เหมือนคนทั่ว ๆ ไป ต่อให้มีพ่อและพี่ชายมาเติมเต็มแต่เธอก็ยังดูเศร้าอยู่บ้างพอพูดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา น้องเล่าให้ฟังถึงความเอาใจใส่ของพ่อและพี่ชายของเธอตั้งแต่เด็กจนโตที่ถูกเลี้ยงมา ทุกคนรักและให้ความอบอุ่นอย่าเต็มที่แต่ก็นะคุณลุงกับพี่เซนก็เป็นผู้ชาย เขาไม่มีทางเข้าใจผู้หญิงอย่างเราได้ร้อยเปอร์เซ็นต์หรอกถึงแม้ว่าจะให้ความใส่ใจมากแค่ไหนก็ตาม

ถึงแม้ว่าการแสดงออกของน้องจะสดใสร่าเริงแค่ไหนแต่ทุกคนล้วนมีเรื่องในใจกันทั้งนั้นไม่ว่าใครก็ตาม

“พี่วารู้ไหมว่าตอนเด็กหนูอยากมีพี่สาวมาแค่ไหน หนูอยากมีเพื่อนเล่นบาร์บี้ด้วยกัน อยากใส่ชุดเจ้าหญิงด้วยกันแต่ก็ทำไมได้เลย” ฉันมองไปที่ใบหน้านั้นอย่างสงสาร 

“…”

“แต่มันก็ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เมื่อเข้าโรงเรียนแล้วหนูก็มีเพื่อนมากมายมันทำให้หนูลืมเรื่องนี้ไปจนหมดแต่พอพี่เข้ามามันรู้สึกเหมือนว่าสมาชิกในบ้านเรามีผู้หญิงเพิ่มเข้ามาจริง ๆ หนูจึงนึกถึงเรื่องนี้ขึ้นมา” ฉันนั่งฟังน้องเล่าจนเริ่มง่วงขึ้นมาจริง ๆ แล้ว

เธอเป็นคนพูดเก่งดูเข้าถึงได้ง่ายแบบที่เธอเองก็ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ พูดจ้อไม่หยุด พอเห็นฉันเงียบไปเธอก็จะหาเรื่องอื่นมาคุยจนไม่ทำให้บรรยากาศของเราดูน่าเบื่อเกินไป ฉันจึงไม่อึดอัดมาก

ก๊อก ก๊อก ก๊อก!

เสียงเคาะประตูดังขึ้น

“ต้องเป็นพี่เซนแน่ ๆ เลย” น้องเด้งตัวขึ้นมาจากเตียงพร้อมกับบอกกับฉัน

“น่าจะใช่นะ” ฉันแอบเห็นด้วยเพราะคงไม่มีใครขึ้นมาที่ชั้นสองของบ้านในตอนนี้หรอก

“เดี๋ยวหนูไปเปิดประตูก่อนนะคะ” น้องลุกขึ้นพร้อมเดินไปที่หน้าประตู

เมื่อประตูถูกเปิดออกร่างสูงของพี่เซนก็เดินเข้ามาภายในห้องทันที

“แอบเอาคนของพี่มาได้ยังไง” คำที่ออกมาจากปากเขาที่บอกว่าฉันเป็นคนของเขามันทำให้ใบหน้าของฉันมันเห่อร้อนขึ้นมาด้วยความอาย

“หนูอยากนอนกับพี่วา” เด็กนักเรียนของบ้านเอาตัวเองมาขวางทางพี่เซนไว้กันไม่ให้เขาเข้ามาหาฉัน

“ไม่ได้ นอนคนเดียวไปเหมือนเดิมนั่นแหละดีแล้ว” คนตัวสูงไม่มีท่าทีจะยอม

“ไม่เอาหนูจะนอนกับพี่วา” ท่าทางการเถียงกันของสองพี่น้องนี้ทำเอาฉันอดขำไม่ได้ พี่เซนก็ไม่ยอมน้องเลยสักนิด ส่วนตัวเล็กก็ไม่มีท่าทีว่าจะยอมพี่เหมือนกัน ตอนนี้ฉันเป็นเหมือนสิ่งของที่ทำให้สองพี่น้องก่อศึกขึ้นมาย่อม ๆ

“อยากได้อะไร” 

“ขอรถหนึ่งคันนะ” เดี๋ยวนะ ยอมง่าย ๆ แบบนี้เลยหรอ

“ได้แต่ต้องเข้ามหาวิทยาลัยก่อน” แล้วไป ฉันนึกว่าเขาจะซื้อให้น้องตอนนี้ซะอีก

“โอเค” เจ้าของห้องเดินมาหาฉันพร้อมกับดันหลังฉันส่งไปให้พี่เซนทั้ง ๆ ที่เมื่อกี๊ยังทะเลาะกันจะเป็นจะตาย

ฉันถูกพาออกมาจากห้องนั้นด้วยอาการที่ยังงงไม่หาย เมื่อจะหันไปถามกับพี่เซนเขาก็ชิงตอบมาก่อน “เป็นแบบนี้ปกติ”

ที่พูดมานี่หมายถึงทะเลาะกันแบบนี้เป็นปกติหรอ ช่างเป็นครอบครัวที่แปลกจริง ๆ

เมื่อกลับมาที่ห้องพี่เซนเหมือนตอนแรกเขาก็พาฉันไปนั่งที่โซฟาตัวเดิม ห้องของเขาค่อนข้างใหญ่มากแต่ก็เป็นระเบียบมากเช่นกัน การตกแต่งไม่มีอะไรเหมือนผู้ชายทั่วไปเลยด้วยซ้ำ ไม่มีโมเดลรถ ไม่มีของเล่น และไม่มีสิ่งของที่วัยรุ่นทั่วไปสะสมเลยสักนิด แต่สิ่งที่แปลกคือมีโมเดลของบ้านและตึกสูง ๆ ที่น่าจะเป็นโรงแรมหรือไม่ก็คอนโดวางเรียงรายเต็มไปหมด โดยที่มีกระจกใสครอบเอาไว้อีกทีและเมื่อสังเกตดี ๆ ก็จะมีชื่อติดอยู่หน้าโมเดลนั้นทุกอัน 

“ชอบหรอ” เขาถามเมื่อเห็นว่าฉันมองโมเดลนั้นอยู่นาน

“ค่ะ เหมือนจริงเลยค่ะ” มันค่อนข้างว้าวสำหรับฉันเพราะไม่ค่อยเจอที่ไหน

“อยากเห็นของจริงไหม” คำพูดของเขาทำให้ฉันตื่นเต้นเพราะคิดว่ามันเป็นแค่โมเดลเฉย ๆ

“มีจริง ๆ หรอคะ”

“จริงสิ เดี๋ยวพาไปดู” พูดแบบนี้แสดงว่าอยู่ที่หัวหินแน่ ๆ เลย

พอเขาพูดมาแบบนี้ฉันก็ยิ่งตื่นเต้นเข้าไปใหญ่เพราะพรุ่งนี้ตอนเย็นเราก็ต้องไปที่นั่นกันแล้ว

ตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มกว่าแล้วถามว่ามันดึกไหมมันก็ยังไม่ดึกมากสำหรับฉันแต่เราก็ควรนอนได้แล้วเพราะพรุ่งนี้ยังมีกิจกรรมให้ทำอยู่หลายอย่างเลยทีเดียว

 

ฉันตื่นนอนด้วยอาการที่ไม่งัวเงียเลยสักนิดคงเป็นเพราะว่าต่างที่ด้วย ทำให้รู้สึกแปลก ๆ อยู่บ้างแต่มันก็ไม่ได้แย่อะไรเพราะเมื่อคืนฉันก็นอนหลับสบายดีและหลับลึกไปตลอดทั้งคืนไม่ได้ตื่นขึ้นมากลางดึกเลยสักครั้ง ส่วนพี่เซนก็ไม่ได้ต่างกัน เขาตื่นเช้ามาพร้อม ๆ กับฉันเราสองคนจึงลงมาจากข้างบนเร็วกว่าปกติ

อาหารเช้าของที่บ้านนี้เริ่มตอนเก้าโมงเช้าซึ่งถือว่าไม่เช้ามาและไม่สายมากเกินไป ทำให้ทั้งโต๊ะอยู่กันครบทุกคนขาดก็แต่นักเรียนคนเดียวของบ้านที่ไปเรียนตั้งแต่เช้าแล้ว ข้าวต้มกุ้งหอม ๆ ถูกเสิร์ฟมาแบบเรียบง่ายส่งกลิ่นหอมยั่วยวนจนฉันอยากจะลิ้มลอง มันไม่ใช่กุ้งที่ขนาดปกติแต่มันเป็นกุ้งแม่น้ำขนาดใหญ่ ทุกครั้งที่ช้อนตักโดนเนื้อก็จะเจอเนื้อกุ้งชิ้นใหญ่ที่ถูกหั่นเป็นคำ ๆ ผสมอยู่ในนั้น ส่วนน้ำซุปไม่ต้องพูดถึงมันกุ้งเต็มคำกันเลยทีเดียว ปกติฉันเป็นคนไม่ทานอาหารเช้าเพราะตื่นไม่ค่อยจะทันและกินไม่ค่อยลงสักเท่าไหร่แต่ต้องยอมรับเลยว่าที่บ้านนี้แม่ครัวรสมือดีมากไม่น้อยหน้าไปจากร้านอาหารหรู ๆ เลยทีเดียว

 

 

------------------------------------------------

ตอนหน้าคุณพี่จะทำอะไรกับน้อง จะขอน้องแต่งงานรึเปล่าน้า

มาลุ้นกันพรุ่งนี้นะคะ

พี่ไม่ได้ขอน้องแต่งงานนะคะ น้องยังเด็กอยู่เลย

พี่แค่ขอจองน้องไว้ก่อน ละมุนที่สุด ><

เมื่อวานไรท์มาอัพแต่ลืมเปลี่ยนชื่อเป็น 50% จนเกือบอัพซ้ำอักรอบแล้ว 

ช่วงนี้ไรท์ไม่ค่อยได้นอนอาจจะเบลอ ๆ บ้าง ทักท้วงได้ทุกคนนะคะถ้ามีอะไรผิดพลาดไป5555

น่าสงสารน้องแซนด์ คนที่มีพี่ชายน่าจะเข้าใจดีเพราะไรท์ก็มีเหมือนกัน ได้แต่แตะบอล เล่นปิงปอง ไม่ได้ดูบาร์บี้ดูเจ้าหญิงเหมือนกับคนอื่นเลย การ์ตูนที่ดูก็มีแต่การ์ตูนนารูโตะ วันพีช รีบอร์น ไหนบ้านใครเป็นบ้าง????

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 219 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น

  1. #130 pusanisa18 (@pusanisa18) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2563 / 04:26
    อยากได้ e-books ค่ะ
    #130
    1
    • #130-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 20)
      4 กรกฎาคม 2563 / 09:31
      รอก่อนน้า ไม่เกินอาทิตย์หน้าแน่นอนค่ะ😻🙏🏻
      #130-1
  2. #129 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 19:31
    พี่น้องทะเลาะกัน น่ารัก 555
    #129
    1
    • #129-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 20)
      3 กรกฎาคม 2563 / 23:23
      ไม่มีใครยอมใครเลยจริงๆ
      #129-1
  3. #128 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 18:35
    เค้าลูกคนเดียวค่ะไรท์ เหงามากก เลยถนัดพูดคนเดียว555 แต่เค้าชอบดูพวกนารูโตะ รีบอรน์ วันพีชมากกตอนเด็ก
    #128
    1
    • #128-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 20)
      3 กรกฎาคม 2563 / 19:03
      ไรท์มีพี่ชายแต่ก็ชอบพูดคนเดียวเพราะพี่ไม่ชอบคุยด้วย55555
      #128-1
  4. #127 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 21:11
    จะปรึกษาอะไรนะ
    #127
    1
  5. #126 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2563 / 21:11
    คุณน้องแซนด์จะถามอะไรน้องหนูของเราน่าา ตอนนี้ไม่มีแะไรแปลกๆเลยค้าา ไรท์ยังเขียนดีเหมือนเดิม สู้ๆน้าา
    #126
    1
  6. #125 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 / 15:39
    พามาเจอพ่อละ
    #125
    1
    • #125-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 20)
      2 กรกฎาคม 2563 / 11:44
      พามารู้จักไว้ก่อนไปขอจริงๆ><
      #125-1
  7. #124 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 20:02

    กลััวมีหนุ่มมาจีบน้องละซิ๊ รีบจองไว้ก่อน ถ้าตัวเองทำตัวดีน้องไม่ไปไหนหรอกก
    #124
    1
    • #124-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 20)
      30 มิถุนายน 2563 / 20:25
      กลัวน้องไม่เลือกตัวเองงงง
      #124-1
  8. #123 Duangruedeeee (@Duangruedeeee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 19:13
    จองไว้ก่อนนนน
    #123
    1
    • #123-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 20)
      30 มิถุนายน 2563 / 19:20
      เดี๋ยวน้องไปมีคนอื่น ไม่จองไม่ได้นะ
      #123-1
  9. #122 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2563 / 17:51
    จองไว้ก่อน
    #122
    1
    • #122-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 20)
      30 มิถุนายน 2563 / 17:53
      พี่มันร้ายยยย
      #122-1
  10. #121 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 17:05
    รอค่าาา
    #121
    1
  11. #120 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 16:13

    ไรท์อย่าหลอกเค้าน้าาาา
    #120
    1
    • #120-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 20)
      30 มิถุนายน 2563 / 17:26
      มาแล้วนะคะ ไปอ่านกันเลยยยยย
      #120-1
  12. #119 Duangruedeeee (@Duangruedeeee) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2563 / 15:50
    รอจร้าาาาา
    #119
    1