แอบ - Secret of Love - (E-book)

ตอนที่ 19 : เรารักกันจริงรึเปล่า 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,440
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 215 ครั้ง
    5 ก.ค. 63

 

 

18

เรารักกันจริงรึเปล่า

 

MILK’S TALK

ฉันกำลังนั่งรอให้พี่เอิร์ทมารับเหมือนกับทุก ๆ วัน ระหว่างที่รออยู่นั้นอยู่ดี ๆ ในหัวก็พลันนึกย้อนไปตั้งแต่วันที่แม่เลี้ยงของพี่เอิร์ทเข้ามาขอคุยด้วย ฉันเก็บเรื่องนั้นไว้ในใจโดยที่ไม่ได้เอ่ยปากบอกเขาไปจนถึงทุกวันนี้ ถามว่ามันอึดอัดไหมน่ะหรอ ฉันตอบได้เลยว่าอึดอัดมากเพราะฉันเข้าใจทุกอย่างว่าเธอคงอยากให้พี่เอิร์ทได้คู่กับคนที่ดีและคู่ควรในสายตาเธอมากกว่าคนอย่างฉัน

ตอนนี้ฉันเหมือนน้ำท่วมปากจะบอกเขาก็กลัวว่าจะกระทบกับความสัมพันธ์ของครอบครัวเขาที่ตอนนี้มันก็แย่มากพออยู่แล้วฉันไม่อยากทำให้มันแย่ไปมากกว่านี้อีกแล้ว

รถคันสีดำสวยของพี่เอิร์ทเคลื่อนมาจอดอยู่ข้างหน้าฉัน ทำให้ฉันต้องรีบพาตัวเองเข้าไปนั่งเพื่อไม่ให้เขาต้องรอนาน เมื่อตัวอยู่ในรถและคาดเบลท์เสร็จสรรพเขาก็ยื่นน้ำเปล่าขวดเล็กมาตรงหน้าฉัน

“ร้อนรึเปล่า” เสียงทุ้มถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

ฉันจึงหันไปตอบด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม “นิดหน่อยค่ะ” ฉันพยายามใช้กระดาษเช็ดไปบริเวณกรอบหน้าที่มีเหงื่อเม็ดเล็ด ๆ ผุดขึ้นมา

มือใหญ่ของเขากดเร่งแอร์ให้ฉันพร้อมกับค่อย ๆ ขับรถออกไป

“เป็นอะไรรึเปล่า สีหน้าไม่ดีเลย” เขายังคงถามฉันอย่างต่อเนื่อง

 

“ไม่เป็นไรค่ะหนูแค่ร้อนเฉย ๆ” ฉันตอบออกไปแบบเบี่ยงประเด็น

“หลายวันนี้พี่เห็นว่าหนูดูแปลก ๆ ไป มีเรื่องไม่สบายใจอะไรรึเปล่า” คราวนี้เขาถึงกับหันหน้ามาจ้องราวกับต้องการที่จะจับผิด

“ไม่มีจริง ๆ ค่ะ” ฉันยังยืนยันคำเดิมเพื่อไม่ให้เขาจับได้

“ดีแล้ว” มืออีกข้างที่ไม่ได้จับพวงมาลัยเอื้อมมาลูบหัวฉันเบา ๆ

พี่เอิร์ทพาฉันไปทานอาหารร้านที่เราไปทานกันเป็นประจำ เมนูที่ทานก็เป็นเมนูประจำเช่นเดียวกัน พี่เอิร์ทน่ะถึงเขาจะเป็นผู้ชายถึก ๆ ตัวใหญ่ ๆ แบบนี้แต่เขากลับเกลียดการกินผักมากถึงขนาดยอมที่จะกินอาหารเสริมแทนที่จะกินผักพวกนี้ ดังนั้นอาหารที่เราสั่งกันส่วนใหญ่จะเป็นเมนูที่มีผักน้อยที่สุดและเน้นเนื้อสัตว์เป็นส่วนใหญ่

ทีเหล้าขม ๆ น่ะกินได้แต่พอผักแค่นี้กินไม่ได้ แปลกคนจริง ๆ

อาหารที่เราสั่งมาถูกจัดการโดยเราสองคน โดยที่เจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์จะเป็นพี่เอิร์ทจัดการ ส่วนฉันนั้นกินไปแค่นิดเดียวเท่านั้น

หลังจากที่จบมื้อเย็นของเราก็ถึงเวลาที่ควรกลับหอได้แล้วพี่เอิร์ทพาฉันออกมาจากร้านตามปกติแต่สิ่งที่ไม่ปกติก็คือเส้นทางที่ไม่คุ้นเคย ทำให้ฉันอดถามออกไปอย่างสงสัยไม่ได้

“เราจะไปไหนกันคะ”

“คอนโดพี่” เขาตอบออกมาหน้านิ่ง ๆ โดยที่ไม่มีท่าทีที่จะแกล้งกันเลยทำให้ฉันเริ่มกลัวเข้าแล้ว

“ไปทำไมหรอคะ” ฉันพยายามที่จะใจดีสู้เสือเผื่อว่าเขาจะไปทำธุระอะไรสักอย่าง

ร่างสูงหันมาตอบฉันอย่างชัดถ้อยชัดคำ “วันนี้เราจะนอนที่นั่น”

คำตอบที่ได้ทำเอาฉันใจเต้นแรงขึ้นอย่างตกใจเพราะตอนแรกฉันไม่คิดว่าเขาจะพูดคำนี้ออกมาด้วยซ้ำ

“ไม่เอานะ หนูจะกลับไปนอนที่หอ” ฉันพยายามคิดว่าเขาคงพูดเล่นแต่พอมองเข้าไปในแววตาแล้วดูก็รู้เลยว่าเขาพูดจริงแถมยังไม่ยอมพูดอะไรอีก

“พี่เอิร์ทหนูจะกลับไปนอนที่หอ” ฉันย้ำกับเขาอีกครั้ง

“พี่มีเรื่องจะคุยด้วย” เขาพูดจบแค่นั้นรถก็เลี้ยวเข้าไปที่ที่หนึ่งที่เป็นตึกสูง คงเป็นคอนโดของเขาที่ว่าเอาไว้ เมื่อรถเข้าไปจอดในที่จอดเสร็จแล้วร่างสูงของเขาก็มายืนรอฉันที่หน้าประตูราวกับเป็นการบังคับกันกลาย ๆ

มือสากเอื้อมมาคว้ามือของฉันไปกุมไว้หลวม ๆ พร้อมกับลากให้ฉันเดินไปพร้อม ๆ กัน ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองคนที่ตัวสูงกว่าเขาดูมีสีหน้าปกติดูไม่ได้กังวลกับอะไรทั้งนั้น ทำให้ฉันอดสงสัยจริง ๆ ไม่ได้ว่าเขาต้องการจะคุยเรื่องอะไรกับฉัน

ติ้ด ๆ เสียงปลดล็อกประตูดังขึ้นพร้อมกับประตูถูกปลดล็อก พี่เอิร์ทพาฉันเขามาในห้องที่ค่อนข้างใหญ่ การตกแต่งส่วนใหญ่จะเป็นสีเทาสีที่เขาชอบ อยู่ดี ๆ ร่างสูงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ฉันก็ย่อลงไปนั่งอยู่ข้างล่างทำให้ฉันต้องถอยออกมาโดยอัติโนมัติ มือของเขาจับมาที่ขาของฉันเบา ๆ เพื่อไม่ให้ฉันขยับห่างออกไปไหน

“จะทำอะไรคะ” ฉันถามออกมาด้วยความตกใจ

“ถอดรองเท้า” ตอบนั้นทำให้ฉันถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ

“ไม่เป็นไร หนูทำเองได้” ฉันพยายามที่จะดึงขากลับมาแต่ก็สู้แรงเขาไม่ไหว ร่างสูงที่นั่งอยู่ไม่ฟังอะไร เขาค่อย ๆ ใช้มือจับไปที่ร้องเท้าผ้าใบสีขาวของฉันพร้อมกับถอดออกมาเบา ๆ ราวกับว่ากลัวฉันจะเจ็บ ไม่นานรองเท้าทั้งสองข้างของฉันก็หลุดออกไปวางที่ชั้นวางที่อยู่หน้าประตู

พี่เอิร์ทยืดตัวยืนขึ้นพร้อมกับพาฉันเดินเขาไปข้างในห้องของเขา ระหว่างที่เดินผ่านฉันก็มองไปรอบ ๆ ที่แห่งนี้ คอนโดของเขาสะอาดและเป็นระเบียบเกินกว่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะทำได้ทำให้ฉันอดถามออกไปไม่ได้ “พี่จัดเองทั้งหมดเลยไหมคะ” 

ฉันชี้ไปที่ของเล่นและของสะสมต่าง ๆ ที่วางไว้อย่างเป็นระเบียบแถมยังไม่มีฝุ่นสักเม็ดมาเกาะให้เห็นเลย

“เปล่าหรอก แม่บ้านของพี่คอยจัดให้ตลอดน่ะ เวลาพี่เอาออกมาเช็ดก็วางสลับมั่วไปหมดนั่นแหละ” เขาเคยเล่าให้ฉันฟังว่าเขาน่ะเป็นคนคลั่งของเล่นพวกนี้มากต่อให้ราคาขึ้นแค่ไหนก็สู้ไหวเพื่อให้ได้มาไว้ครอบครอง ถึงแม้ว่าฉันจะไม่เข้าใจเท่าไหร่แต่ก็คงจะไม่มายุ่มย่ามกับของเหล่านี้หรอก 

“ห้องสะอาดมากเลยค่ะ” ฉันอดชมไม่ได้เพราะที่นี่สะอาดมาก ๆ จริง ๆ

“พี่ไม่ค่อยมาอยู่หรอก ส่วนใหญ่ก็อยู่บ้านนั่นแหละ ซื้อไว้เผื่อแฟนอยากมาอยู่ด้วยกันที่นี่” ประโยคหลังเขาจ้องมาที่ฉันอย่างเปิดเผย

“บ้า”

ฉันถูกพาไปนั่งที่โซฟาที่อยู่กลางห้องนั้นโดยมีเขามานั่งอยู่ข้าง ๆ

“อาบน้ำก่อนไหม” คราวนี้เขามาแปลก ตอนแรกบอกว่ามีเรื่องสำคัญจะคุยด้วยแต่ทำไมถึงไล่ให้ฉันไปอาบน้ำซะอย่างนั้น

“แล้วเรื่องที่จะคุยล่ะคะ” ฉันถามออกไปตรง ๆ

“เรามีเวลาทั้งคืน ตอนนี้ไปอาบน้ำก่อนไป” พี่เอิร์ทดันหลังของฉันให้เข้ามาภายในห้องนอนพร้อมกับเดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าเพื่อหยิบอะไรบางอย่างออกมา

มันเป็นชุดนอนผู้หญิง

สิ่งที่ฉันเห็นตอนนี้มันทำให้ฉันตั้งคำถามในใจทันทีว่าชุดนี้เป็นของใคร

ราวกับว่าพี่เอิร์ทอ่านใจได้เขารีบบอกฉันให้คลายความสงสัยทันที ”ของหนู พี่ซื้อมาเก็บไว้ให้”

พอสิ้นคำนั้นฉันก็รับมันมาด้วยความเต็มใจพร้อมกับพาตัวเองเข้าไปอาบน้ำอย่างว่าง่าย

“ชุดนักศึกษาทิ้งไว้ได้เลยเดี๋ยวจะมีแม่บ้านมาเก็บไปซักให้” พี่เอิร์ทตะโกนเข้ามา

ทุกการกระทำของเขามันทำให้ใบหน้าของฉันเห่อร้อนขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ ฉันมองหน้าของตัวเองในกระจกเพื่อลดอาการเขินแต่มันยิ่งทำให้ฉันยิ้มออกมาจนแก้มจะแตกอีกรอบ ตอนนี้ฉันเหมือนกับคนบ้าที่มีความสุขกับช่วงเวลานี้มาก ฉันอยากจะเก็บมันไว้ในความทรงจำเผื่อว่าวันหนึ่งเราต้องจากกันก็ขอให้มีความทรงจำดี ๆ ที่ยังทำให้ฉันยังคงนึกถึงเขาได้อยู่ตลอด

การอาบน้ำของฉันผ่านไปได้โดยดีและตอนนี้ฉันก็อยู่ในชุดนอนที่เรียกได้ว่ามันไม่เรียบร้อยนัก ฉันพยายามยกหมอนที่โซฟาขึ้นมากอดเพื่อปกปิดอะไรบางอย่างแต่เขาก็เอาแต่ส่งสายตาล้อเลียนมาให้ตลอด

“สรุปว่ามีอะไรจะคุยกันแน่คะ” ฉันรีบเปิดประเด็นเพราะเริ่มทนกับสายตานั้นไม่ไหว

“หนูมีอะไรจะบอกพี่รึเปล่า” 

สายตาจริงจังนั้นถูกส่งมาทำให้ฉันแอบหวั่นอยู่นิด ๆ

“อะไรคะ” สิ่งที่เขาพูดมันทำให้ฉันแอบงง

“มีอะไรจะเล่าให้พี่ฟังรึเปล่า” พี่เอิร์ทเดินมานั่งลงข้าง ๆ ฉันดูเป็นการกดดันกันนิด ๆ

ฉันส่ายหัวจนผมสะบัดไปมาเพราะเริ่มไม่เข้าใจว่าเขาต้องการอะไร

“วันนั้นที่ห้างแม่เลี้ยงของพี่คุยอะไรกับหนู” ทันทีที่คำถามนี้ถูกส่งมา ตาของฉันก็เบิกกว้างขึ้นทันที พร้อมกับปากที่เริ่มเม้มเข้าหากันเพราะความประหม่า

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ คุณแม่ของพี่ไม่ได้พูดอะไรไม่ดี” ฉันยิ้มให้เขาพร้อมกับทำตัวให้เป็นปกติที่สุด

“จริงหรอ” พี่เอิร์ทยังคงถามย้ำอยู่อย่างนั้น

“จริง ๆ นะคะ” ฉันจ้องไปที่ตาคมเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ใจ

“แต่พี่รู้มาว่าเขาต้องการให้หนูเลิกกับพี่” ตอนแรกฉันคิดว่าเขาคงโอนเอนเชื่อในคำพูดของฉันแล้ว แต่เปล่าเลยพี่เอิร์ทไม่เชื่อพร้อมทั้งยังรู้เบื้องลึกเบื้องหลังอีก

“...” ฉันเงียบไปพร้อมกับก้มหน้าลงต่ำเพื่อสะกดกั้นความรู้สึกนั้นไว้ข้างใน

“พี่รู้มาตลอดตั้งแต่ที่หนูเจอเขาในวันนั้นแต่พี่ก็รอว่าเมื่อไหร่หนูจะบอกเรื่องนี้กับพี่สักที”

“...”

“พี่อยากรู้เรื่องนี้จากหนูเพราะหนูคือคนที่พี่รัก พี่อยากให้หนูโวยวายและทำทุกอย่างให้พี่ปกป้องหนูบ้างเพื่อให้เราสองคนได้อยู่ด้วยกัน”

“...”

“แต่หนูก็ไม่ได้ทำอะไร หนูรักพี่จริง ๆ รึเปล่า” คำถามที่ออกมาจากปากเขานั้นนั้นทำให้ใจของฉันแทบหยุดเต้น

“รักสิคะ” ฉันตอบด้วยเสียงสั่น ๆ พร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย

“ความรักของเรามันไม่มั่นคงพอที่จะต่อสู้กับคนพวกนั้นไม่ได้เลยหรอ การรักกันของเรามันคือเรื่องของเราสองคนไม่ว่าใครก็ไม่มีสิทธิ์มายุ่ง หนูไม่ต้องไปสนใจคำพูดของใครทั้งนั้น ไม่มีใครทำอะไรเราได้ ไม่มีใครแยกเราสองคนได้ ถ้าเรายังเชื่อใจกัน”

“...”

“อย่าเก็บทุกอย่างไว้คนเดียว อย่าแอบร้องไห้คนเดียว รู้ไหมทุกครั้งที่พี่เห็นหนูเป็นอย่างนั้นใจของพี่มันเจ็บ เจ็บจนพี่อยากจะไปจัดการกับคนที่มาทำอย่างนั้นกับหนู”

“ฮึก” คำพูดต่าง ๆ มันทำให้ฉันยิ่งร้องไห้หนักขึ้นเรื่อย ๆ

“เชื่อใจพี่ได้ไหม พี่ขอ” พี่เอิร์ทจับมาที่แก้มทั้งสองข้างของฉันพร้อมกับค่อย ๆ เคลื่อนใบหน้าเขามาใกล้ ๆ

ริมฝีปากของเราทั้งคู่ค่อย ๆ สัมผัสกันอย่างแผ่วเบาและมันเริ่มร้อนแรงขึ้นไปเรื่อย ๆ อุณหภูมิในห้องที่เคยเย็นสบายตอนนี้กลับร้อนระอุขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ กระดุมชุดนอนสีหวานของฉันค่อย ๆ ถูกแกะออกทีละเม็ดโดยมือข้างเดียวของเขา ร่างที่เคยนั่งบัดนี้กลับโดนผลักให้นอนราบไปกับโซฟาตัวใหญ่

ทันทีที่ชุดนอนแบบกระโปรงของฉันถูกถอดออกไป ใบหน้าของเขาก็ซุกลงมาที่หน้าอกของฉันโดยที่มีมือซุกซนนั้นทำหน้าที่อย่างไม่น้อยหน้ากัน ริมฝีปากร้อนดูดดึงสิ่งนั้นเข้าไปในอุ้งปากอย่างหิวกระหายจนตัวของฉันแทบลอยขึ้นจากโซฟาแห่งนี้

ส่วนล่างเริ่มถูกรุกรานโดยมือสากที่ลากผ่านและกำลังกระตุ้นอะไรบางอย่าง อารมณ์ของฉันพุ่งขึ้นสูงเรื่อย ๆ จนใกล้จะถึงจุด ๆ นั้น

“ขอได้ไหมครับ” เสียงแหบแห้งกระซิบอยู่ข้างหู

ตอนนี้ฉันปฏิเสธความต้องการของตัวเองไม่ได้เลยจึงตอบตกลงไปตามความรู้สึกลึก ๆ ข้างใน “อื้อ”

หลักจากจบคำพูดนั้นความร้อนแรงก็ถูกสาดเข้ามาใส่ตลอดทั้งคืน และด้วยความหิวกระหายของใครบางคนทำเอาฉันระบมไปทั้งตัว ทุกที่ในคอนโด ทุกท่าทาง ถูกนำมาใช้ในการสอนบทรักในครั้งนี้ตั้งแต่แรกจนจบบท

ไม่รู้ว่าหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่แต่พอตื่นมาอีกทีก็รับรู้ถึงอ้อมกอดอันอบอุ่นที่ถูกกกกอดเอาไว้อยู่ทั้งคืน บอกตามตรงว่าฉันรู้สึกสบายใจมากขึ้นหลังจากที่เราได้เปิดใจเรื่องนั้นไปเพราะเป็นเรื่องที่ทำให้ฉันค้างคาใจอยู่เป็นอาทิตย์ แต่สิ่งที่ไม่คาดคิดคือเขาเริ่มทำสิ่งนั้นโดยที่ทำให้ฉันอ่อนระทวยไปตามเขาโดยง่ายและรู้ตัวอีกทีฉันก็ตกไปเป็นของเขาไปแล้ว

พี่เอิร์ทยังคงหลับอยู่และยังไม่มีท่าทีว่าจะตื่น ฉันจึงลุกขึ้นมาเพื่อมาเตรียมอาหารเช้ารอ กว่าจะก้าวลงจากเตียงได้ก็ใช้เวลาไปหลายนาทีเพราะส่วนนั้นของฉันเจ็บระบมเกินกว่าที่จะลุกขึ้นยืนได้แบบปกติ

กิจกรรมตอนเช้าทุกอย่างเสร็จสิ้นโดยใช้เวลาไปร่วมชั่วโมง จานไข่ดาวกลมสวยและไส้กรอกถูกจัดเสิร์ฟไปที่โต๊ะใหญ่ใกล้ ๆ กับโซนครัว ฉันเดินเข้าไปในห้องนอนเพื่อปลุกคนขี้เซาที่ยังคงหลับอยู่ตรงนั้น

“พี่เอิร์ท ตื่นได้แล้ว” มือของฉันเขย่าไปที่ต้นแขนของเขาเบา ๆ

คนตัวสูงงัวเงียนิดหน่อยก่อนที่จะลืมตาขึ้นมา พี่เอิร์ทดีดตัวขึ้นมานั่งอย่างเร็วพร้อมเคลื่อนใบหน้าเข้ามาจนริมฝีปากเราใกล้จนชนกันเขากดริมฝีปากของเขาลงมาเบา ๆ

“ทำไมตื่นเร็ว”

“หนูนอนไม่หลับแล้ว” ฉันพยามยามพาตัวเองให้ออกมาจากอ้อมแขนของเขา ท่อนบนที่มีแต่กล้ามเนื้อสวยทำให้ฉันรู้สึกเขินอายจนทำตัวไม่ถูก

“จริงหรอ” ใบหน้าที่ดูเหมือนจะล้อเลียนนั้นทำให้ฉันอายจนต้องเบือนหน้าหนี

“ไปทานข้าวได้แล้วค่ะ” ฉันผลักตัวเขาออกเบา ๆ

พี่เอิร์ทยอมผละตัวออกไปพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องน้ำอย่างว่าง่าย มื้อเช้าของเราผ่านไปได้โดยดี พี่เอิร์ทมาส่งฉันที่คณะเหมือนกับทุกวันแต่คงต่างจากเดิมตรงที่ฉันรู้สึกสบายใจมากขึ้นเพราะเราเปิดใจคุยกันในเรื่องที่มันค้างคาอยู่ในใจฉันมาตลอดแล้ว

ภารกิจของฉันในวันนี้คือพรีเซนต์งานกลุ่มวิชาเอกซึ่งไม่ต้องถามเลยว่าเพื่อนในกลุ่มมีใครบ้างเพราะก็คงหนีไม่พ้นเหล่าเพื่อนสาวที่อยู่ด้วยกันมาตลอด ตอนนี้พวกมันคงบ่นฉันยับแล้วแน่ ๆ เพราะตอนนี้มันเลยเวลานัดของเราแล้ว

สองขาของฉันรีบวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสามของตึก ด้วยโครงสร้างที่ใหญ่แล้วกว้างทำให้ระยะทางมันพลอยมากขึ้นไปด้วย กว่าจะเดินถึงห้องเรียนก็สายไปหลายนาทีแล้วแต่ยังถือว่าโชคดีที่เวลานัดของเรามันอยู่ก่อนเวลาเรียนอยู่ครึ่งชั่วโมงทำให้ฉันไม่โดนหักคะแนนไปด้วย

“มาสาย” เสียงใหญ่ ๆ ของเพื่อนชายที่ใจเป็นหญิงดังขึ้นมาหลังจากที่ฉันก้าวเข้ามาภายในห้องเรียน

“โถ่ นิดเดียวเองน้า” ฉันพยายามเข้าไปอ้อนพวกมัน

“บอกแล้วไงว่าวันนี้ห้ามสายน่ะ” อย่าตอกย้ำกันได้ไหม ฉันสำนึกผิดไม่ทันแล้วนะ

“เขาขอโทษ” ฉันซบหน้าลงไปกับไหล่ของไอ้ตาล

“นี่เดี๋ยวเสื้อกูเลอะ” มันผลักหัวฉันออกพร้อมกับรีบดูรอยเลอะ

ไม่เห็นจะเลอะตรงไหนเลย

ฉันเตรียมพรีเซนต์กับเพื่อนจนอาจารย์มาถึงเราก็หยุดและรอคิวเพื่อที่จะนำเสนอผลงานที่ทำมาก

งานวันนี้ถือว่าจบไปได้ด้วยดีจากการร่วมมือของพวกเราทุกคน โชคดีที่กลุ่มของพวกเรามีไอ้พิลพิธีกรแห่งคณะศิลปะศาสตร์ดังนั้นลีลาการพูดน่ะไม่ต้องพูดถึงต้องอยู่เหนือกว่าใคร ๆ อยู่แล้วและการตอบคำถามของมันก็เรียกได้ว่าจัดจ้านและคมกริบราวกับนางงามที่เตรียมตัวมาอย่างดีจึงได้รับคำชมมาจากอาจารย์ประจำวิชามามากและด้วยการที่ฉันมาสายจึงได้บทลงโทษโดยการต้องไปเลี้ยงชมนมไข่มุกพวกมันอย่างเลี่ยงไม่ได้เพราะสัญญากับมันไว้แล้ว

“คอไปโดนอะไรมา” ไอ้วาถามฉันขึ้นมาหลังจากที่เพื่อนอีกสองคนลุกไปเข้าห้องน้ำ 

“เอ่อ” ฉันไม่กล้าบอกมันเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนระหว่างฉันกับพี่เอิร์ท

“ไปโดนอะไรมา” มันกดเสียงต่ำให้ดูดุมากขึ้นยิ่งเพิ่มแรงกดดันให้ฉันขึ้นอีกเท่าตัว

“โดนแมลงกัดน่ะ” สิ่งเดียวที่ฉันคิดได้คือสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ ที่สามารถสร้างรอยแดงคล้าย ๆ แบบนี้ได้

“แมลงของมึงนี่คงจะดุมากเลยเนอะ ดูสิกัดเต็มไปหมดเลย” แค่พูดไม่พอมันยังใช้มือจับเสื้อฉันพร้อมกับใช้สายตาเข้ามาสอดส่องภายใต้เนื้อผ้าอีก ถามว่าฉันโกรธไหมน่ะหรอ ฉันไม่โกรธหรอกเราสองคนสนิทกันมาตั้งแต่ ม. ต้น ฉะนั้นเรื่องแค่นี้ถือว่าเป็นเรื่องปกติไปเลย

“ถ้ากูบอกแล้วมึงห้ามเอาไปบอกใครนะ” ฉันแอบยื่นข้อเสนอไปให้มัน

มันพยักหน้าหงึก ๆ ให้พลางทำหน้ายิ้มกริ่ม ทำให้ฉันรู้เลยว่ามันคงรู้เรื่องแล้วแน่ ๆ

ฉันเล่าเรื่องเมื่อคืนให้มันฟังโดยที่มีไอ้วาคอยส่งสายตาล้อเลียนมาตลอดจนฉันอายแทบแทรกแผ่นดินหนี ไอ้รอยบ้านี่ทำให้ฉันโดนจับได้ คงเป็นเพราะว่าฉันไปนอนที่คอนโดเขาจึงไม่มีเครื่องสำอางมาปกปิดมันอีกทั้งฉันคิดว่ามันคงไม่มีใครเห็นเพราะไม่ได้อยู่ในที่ที่คนจะเห็นได้แต่ไอ้เพื่อนคนนี้มันกลับจับได้ซะอย่างนั้น ทำให้ฉันต้องเล่าเรื่องทั้งหมดให้มันฟัง

วันนั้นทั้งวันฉันใช้เวลาอยู่กับพวกเพื่อนจนถึงเย็นก่อนที่พี่เอิร์ทจะมารับกลับเหมือนเดิมแต่คราวนี้ต่างจากทุกวันเพราะพี่เอิร์ทขอให้ฉันย้ายไปอยู่ที่คอนโดกับเขา ตอนแรกฉันก็ปฏิเสธหัวชนฝาแต่ก็ไม่สามารถขัดคนเอาแต่ใจอย่างเขาได้จึงได้ย้ายเข้าไปอยู่ด้วยแต่โดยดี

END MILK’S TALK

 

ฉันโดนไอ้ตาลลากมาที่คณะนิติศาสตร์อีกครั้งโดยครั้งนี้มีแค่ฉันกับไอ้ตาลมาแค่สองคนเพราะไอ้พิลกับไอ้มิลค์อาสาไปนั่งจองโต๊ะที่โรงอาหารรอ ครั้งนี้เรามาอย่างมีจุดมุ่งหมายเพราะไอ้ตาลน่ะได้ทำความรู้จักกับโดมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันตั้งใจจะมาหาโดมแต่ก็ไม่กล้ามาคนเดียวจึงลากฉันเดินมาด้วย เมื่อถึงหน้าคณะนิติศาสตร์แล้วเพื่อนคนเก่งของฉันก็ก้าวฉับ ๆ เข้าไปอย่างมั่นใจราวกับว่าเรียนอยู่ที่คณะนี้ 

มันทำสายตาสอดส่องหาผู้ชายของมันอย่างเปิดเผย

“หายไปไหนวะ” มันบ่นเบา ๆ พร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาโทรหาใครสักคนที่ฉันคิดว่าคงเป็นโดมแน่ ๆ

ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็มีผู้ชายคนหนึ่งเดินมาทักเราสองคน

“น้ำตาลกับวาใช่ไหม”

ฉันกับไอ้ตาลตอบออกมาพร้อมกัน ”ใช่”

“พอดีได้โดมติดคุยงานกับอาจารย์อยู่น่ะ คงจะถึงเย็นมันเลยฝากเรามาบอกให้”

“ถึงว่าไม่รับโทรศัพท์”

“วันนี้จะไปพร้อมเพรียงกัน ไปนั่งด้วยกันได้นะ” เขาเอ่ยออกมาอีกครั้ง

ไอ้ตาลพยักหน้ายิ้ม ๆ พร้อมกับเอ่ยขอบคุณเขาที่ช่วยมาบอกให้ก่อนที่จะแยกจากกัน

“มึงจะไปจริง ๆ หรอ” ฉันอดถามออกไปไม่ได้เพราะกลัวว่าเพื่อนจะถูกหลอก

“ถ้าพวกมึงไปกูก็จะไป” มาอย่างนี้ก็เหมือนการบังคับกันชัด ๆ

ฉันย่นจมูกใส่มันพร้อมกับตอบไป“ขอถามพี่เซนก่อนแล้วกันนะ”

ช่วงนี้ฉันตัดสินใจไปไหนมาไหนเองไม่ค่อยได้เพราะมีพี่เซนและพี่เสือคอยตามมารับส่งอยู่ตลอด ยิ่งไปที่พร้อมเพรียงยิ่งต้องขอก่อนโดยไร้ข้อแม้ใด ๆ อย่างแน่นอน

“เดี๋ยวนี้อะไร ๆ ก็ต้องขอผัวเนอะ”

ดูมันสิยังมีหน้ามาแซะกันอีก

ฉันไม่ตอบอะไรมันต่อเพียงแค่เมินคำพูดของมันเท่านั้น

ถึงช่วงเย็นเราแยกย้ายกับกลับที่พักพร้อมกับไม่ลืมกำชับเรื่องนัดในคืนนี้ ฉันยังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับพี่เซนเพราะยังไม่รู้อารมณ์ของเขามากนัก ช่วงนี้เขาทั้งเรียน ทั้งทำงานอย่างหนักจึงไม่อยากเอาเรื่องพวกนี้ไปรบกวนเขาเท่าไหร่

แต่ครั้งนี้มันก็จำเป็นนี่เนอะ

ฉันวางมือถือที่กำลังดูคลิปในยูทูปไว้พร้อมกับซบหัวลงไปกับไหล่หนา ๆ ของเขา พี่เซนหยุดการทำงานไปชั่วขณะพร้อมกับมีสัมผัสหนัก ๆ กดลงมาที่กลางกลุ่มผมของฉันทำให้ฉันต้องเงยหน้าขึ้นไปมองเจ้าของสัมผัสนั้นแต่โดยดี

“จะเอาอะไรหื้ม” คนตัวใหญ่ใช้แขนโอบมาที่ไหล่ของฉันทำให้ใบหน้าของฉันในตอนนี้ซบลงไปกับแผ่นอกของเขา

“พี่เซน” ฉันเรียกชื่อเขาออกมาเบา ๆ เพราะยังไม่กล้าพูดอะไร

“ว่าไง” เขายังคงรอฟังอยู่

“วันนี้หนูมีนัด” สายตาของฉันหลุบลงไปมองที่ขาตัวเองเพื่อเป็นการหลบตา

“นัดกับใคร” คราวนี้ถึงกับทิ้งงานที่ทำอยู่เพื่อคุยกับฉันกันเลยที่เดียว

“กับเพื่อน ๆ ค่ะ” ฉันเริ่มเล่าเรื่องทั้งหมดให้เขาฟังตั้งแต่ต้นเพื่อเป็นการแสดงความจริงใจเพราะฉันไม่ได้จะเถลไถลจริง ๆ และผลลัพธ์ที่ได้คือ ฉันได้ไปและเขายังบอกอีกว่าจะไปด้วย

การเจรจานั้นทำให้ฉันได้มายืนอยู่ที่หน้าพร้อมเพรียงพร้อมกับพี่เซนที่ยืนอยู่ด้วยกันเพื่อให้การ์ดทำหน้าที่ตรวจบัตรประจำตัวประชาชนดังเช่นทุก ๆ ครั้ง เมื่อผ่านเข้ามาได้พี่เซนก็จับมือของฉันเอาไว้เพราะกลัวว่าจะโดนใครชนล้ม

“อยู่โต๊ะไหนเดี๋ยวจะเดินไปส่ง” เขาโน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูฉันเพราะต้องการต่อสู้กับเสียงเพลงที่ดังอยู่ภายในร้าน

“โต๊ะ 9 ค่ะ” พี่เซนพยักหน้าพร้อมกับจูงมือฉันเดินไป

เขาคงมาที่นี่จนรู้เลขโต๊ะของที่ร้านแล้วสินะถึงได้เซียนขนาดนี้ เราสองคนเดินฝ่าฝูงชนนับร้อยเข้ามาข้างในร้านเรื่อย ๆ จนมาหยุดอยู่ตรงที่หมาย

เมื่อฉันมองไปรอบ ๆ มันไม่ได้มีแค่กลุ่มฉันกับเพื่อนโดมแค่สองสามคนอย่างที่คิดไว้แต่มันเต็มไปด้วยเหล่าชายฉกรรจ์คณะนิติศาสตร์นั่งอยู่มากกว่าสิบคน หนึ่งในนั้นยังมีพี่ดาร์กอยู่อีกด้วย

พี่เซนบีบมือฉันแรงขึ้นพร้อมกับก้มลงมามองหน้ากันเพื่อต้องการคำตอบ ทำให้ฉันส่ายหน้าโดยอัติโนมัติ

ตอนนี้เพื่อนของฉันยังไม่มีใครมาเลยสักคนทำให้พี่เซนลากฉันออกมาจากโต๊ะนั้นโดยไม่ได้สนสายตาของพวกผู้ชายเหล่านั้นเลยสักนิดเลยสักนิด

“ไปนั่งกับพี่” เขาพูดพร้อมกับดึงมือของฉันไปที่โต๊ะประจำของกลุ่มเขาที่อยู่ไม่ห่างจากกันมากนัก

เมื่อได้ที่นั่งแล้วฉันก็โทรหาพวกนั้นเพื่อบอกว่าเปลี่ยนที่นั่ง พวกมันงงอยู่นิดหน่อยแต่ก็ยอมเปลี่ยนมานั่งกับฉันแต่โดยดี อยู่ดี ๆ ก็มีสัมผัสบางอย่างวางทาบมาที่ไหล่เปลือยเปล่าของฉันทำให้ฉันอดสะดุ้งไม่ได้ เมื่อมองไปที่ต้นเหตุก็พบว่าเป็นเพื่อนอีกคนที่ฉันก็ไม่ค่อยได้เจอมันในช่วงนี้ ไอ้บลูเดินอ้อมมานั่งข้าง ๆ กัน

“ทำไมมาอยู่ที่นี่” มันถามฉันด้วยความสงสัยเพราะปกติฉันก็มาที่นี่นาน ๆ ครั้ง

“เพื่อนชวนน่ะ”

“เพื่อนชวนทำไมมานั่งกับพวกพี่เซน”

“ก็พวกมันยังไม่มาเลยสักคนจะให้กูไปนั่งกับใครล่ะ”

“โอ๋ ๆ โดนเพื่อนทิ้งหรอ ไม่ร้องนะ ๆ” มันลูบมาที่หัวของฉันราวกับฉันเป็นลูกหมา

“พี่หึงนะคะน้องวา” ไม่ทันไรเจ้าของเขาก็มาทวงความเป็นเจ้าของซะแล้ว

ฉันกำลังพูดถึงพี่นะแฟนของไอ้บลู ฉันรู้มาสักพักแล้วว่าสองคนนี้คบกันจากปากของพี่เซน ตอนแรกฉันก็คิดอยู่ว่าจะเข้ากันได้จริง ๆ หรอเพราะไอ้บลูเพื่อนฉันน่ะดุเป็นร็อตไวเลอร์เลยแหละยิ่งโคจรมาเจอกับพี่นะคนกะล่อนแห่งโยธาอีกคงเข้ากันไม่ได้แน่ ๆ แต่ความจริงคือแทบจะตรงกันข้ามกับสิ่งที่ฉันคิดไปซะทุกอย่าง นอกจากสองคนนี้จะเข้ากันได้ดีมากแล้วพี่นะยังยอมให้เพื่อนฉันทุกอย่าง ปฏิบัติกับมันดีทุกอย่างจนฉันแอบอิจฉาไปเลย 

“รู้แล้วค่ะ ๆ ห่างแล้ว” ฉันขยับตัวออกห่างจากไอ้บลูตามเสียงเรียกร้องของพี่นะ อาจจะเป็นเพราะว่าพี่นะเป็นคนอารมณ์ดีและขี้แกล้งไปซะทุกคนทำให้ฉันกล้าพูดเล่นกับเขาได้โดยไม่ต้องมานั่งเกร็ง

“แฟนพี่พี่ก็ห่วงนะ ของแบบนี้พี่ควรจะได้คนเดียวใช่ไหมคะ” ประโยคหลังยังแอบหยอดใส่แฟนของตัวเองอีกแต่มันก็เรียกเสียงหัวเราะให้พวกเราได้อย่างดีเลยทีเดียว

เมื่อหลายคนหลุดเข้าไปในบทสนทนาของกันและกันแล้วทำให้โต๊ะเงียบลงไปอย่างถนัดตา ฉันหันไปมองเสี้ยวหน้าของคนที่มาด้วยกันเขาเงียบมาตั้งแต่ที่เรามาถึงที่โต๊ะแล้ว สีหน้าที่อ่านยากนั้นทำให้ฉันเดาอะไรไม่ออกแต่ก็พยายามสังเกตเขาให้ได้มากที่สุด

มือของฉันกำลังจะยกแก้วแอลกอฮอล์ขึ้นมาจรดปาก สายตาดุ ๆ นั้นก็หันมาทันที 

“นิดเดียวนะคะ” ฉันหันไปอ้อนเขา

มาที่นี่ก็ต้องดื่มสิ นาน ๆ ทีจะได้ออกมาแบบนี้

“อย่างให้เมา” พี่เซนพูดออกมานิ่ง ๆ

“รับทราบค่ะ” ฉันทำท่าแบบทหารพร้อมกับยักคิ้วให้เขาหนึ่งทีเป็นการรับปาก

จากนั้นเจ้าแอลกอฮอล์ก็ไหลเข้าสู่ร่างกายทันทีที่ได้รับอนุญาตจากเขา ฉันพยายามกินให้น้อยที่สุดเพื่อประคองสติตัวเองเพราะกลัวว่าพี่เซนจะเมาไปก่อน เขาดื่มหนักมากกว่าทุกวันจนฉันเริ่มเป็นห่วง 

“พอแล้วค่ะ” ฉันรั้งมือที่กำลังจะหยิบแก้วขึ้นมาอีกครั้ง

พี่เซนหันมามองนิดหน่อยแต่ก็ยอมทำตามโดยไม่ไม่ได้ขัดอะไร

ฉันมัวแต่ดูแลเขาจนไม่รู้ว่าตอนนี้ไอ้ตาลเป็นยังไงบ้าง มันเดินออกไปจากโต๊ะสักพักหนึ่งแล้วแต่ก็ไม่ได้เป็นห่วงอะไรขนาดนั้นเพราะยังมีไอ้พิลตามไปอยู่แล้ว เมื่อฉันรู้สึกว่าพี่เซนเริ่มจะไม่ไหวแล้วจึงขอตัวกลับก่อนเพราะถ้านานไปมากกว่านี้เขาคงหลับไปแน่ ๆ 

มือที่ว่างรีบคว้าเอามือถือขึ้นมากดโทรหาคนที่จะช่วยแบกร่างหนัก ๆ ของพี่เซนได้ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นพี่เสือคนดีคนเดิมนั่นแหละ เมื่อเขารับทราบแล้วฉันจึงได้แต่นั่งรออยู่ที่โต๊ะตรงนั้น เวลาผ่านไปไม่ถึง 5 นาทีพี่เสือก็มายืนอยู่ตรงหน้า เขาค่อย ๆ พยุงพี่เซนให้ลุกขึ้นและพาเดินออกไปจากร้าน ฉันต้องขอบคุณพี่นะที่อุตส่าห์เดินมาส่งถึงหน้าร้านเพราะเขากลัวว่าฉันจะพลัดหลงไปกับกลุ่มนักเที่ยวกลางคืนเหล่านั้น ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เราจะเดินได้สบาย ๆ คนเดียวเพราะว่าที่นี่เต็มไปด้วยผู้คนมากมายและส่วนใหญ่สติของแต่ละคนจะไม่เต็มร้อยนักเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ดังนั้นการป้องกันคือทางเดียวที่จะทำไม่ให้เกิดเหตุร้ายตามมาทีหลัง

เวลาทั้งคืนที่นอนอยู่ด้วยกันพี่เซนหลุดพูดอะไรบางอย่างออกมา จนเรื่องมันติดอยู่ในใจของฉันโดยที่ฉันก็ไม่กล้าถามออกไป

‘ทำไมต้องไปยุ่งกับมันอีก’ ประโยคเดียวที่ถูกเอ่ยขึ้นทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้ว่าเขาหมายถึงอะไร ร่างสูงของเขายังคงนอนหลับใหลอยู่ในห้องนอนมีแต่ฉันที่ยังคงนั่งคิดจนปวดหัวไม่หมดแล้ว

‘คงเป็นเรื่องงานล่ะมั้ง’ ฉันพยายามคิดในแง่ดีเข้าไว้

ตลอดเวลาที่คบกันฉันยังรู้สึกว่าเขามีอะไรที่ยังไม่ได้บอกกับฉัน ทุกครั้งที่หลุดพูดออกมาเขาก็เอาแต่บอกว่าเดี๋ยวก็รู้เองและฉันก็รอมันมาตลอดแต่เขาก็ไม่เคยพูดถึงเรื่องนี้ มันทำให้ฉันอดสงสัยไม่ได้จริง ๆ 

หลาย ๆ อย่างที่เขามักจะรู้อย่างเช่นเรื่องความชอบส่วนตัวของฉัน ที่บ้านของฉัน หรือแม้กระทั่งนิสัยบางอย่างที่ฉันชอบทำและมั่นใจได้เลยว่าเขาไม่มีทางรู้ได้เลยเพราะเราจากกันตั้งแต่เรายังเด็กมาก ตอนแรกฉันก็คิดว่าคงเป็นเพราะพี่วินเล่าให้ฟังแต่พอดูไปดูมาแล้วมันก็ไม่น่าจะใช่อีก

“โอ๊ย ปวดหัวไปหมด” สองมือยกขึ้นมากุมหัวหลังจากพยายามเป็นนักสืบอยู่นาน

“ทำอะไร” เสียงอันคุ้นเคยดังมาจากทางด้านหลังทำให้ฉันต้องรีบเก็บมือที่กุมอยู่ที่หัว

“เอ่อ เปล่าค่ะ” ฉันรีบเปลี่ยนสีหน้าให้เป็นปกติทันที

“ใกล้สอบรึยัง” 

หือ ทำไมอยู่ดี ๆ ถึงได้ถามเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ

“อีกสองอาทิตย์ค่ะ” ถึงจะงง ๆ แต่ฉันก็ยอมบอกไป

“เดี๋ยวปิดเทอมจะพาไปหัวหิน” แค่ประโยคเดียวก็ทำให้ฉันใจฟูขึ้นมาทันที ตัวทั้งตัวรีบโถมเข้าหาร่างใหญ่ ๆ ของเขาด้วยความดีใจ

“จริงนะ” ฉันเงยหน้าขึ้นไปจ้องหน้าเขา

“จริง” ฉันน่ะอยากไปทะเลมานานมากแล้วแต่ก็ไม่มีโอกาสได้ไปเลย

ฉันต้องไปซื้อชุดว่ายน้ำแล้ว พอได้ไปเที่ยวก็มีเรื่องเสียเงินเข้ามาทันที

“เดี๋ยวสอบเสร็จจะพาไปซื้อของ” อยู่ดี ๆ พี่เซนก็พูดขึ้นมาราวกับอ่านใจกันได้ 

“ใจดีที่สุดเลย” ตอนนี้ฉันเหมือนกับเด็กเสี่ยไปซะแล้ว มีคนเลี้ยง ไปรับ-ส่ง แถมยังจะซื้อของให้อีก 

“ถ้าเป็นเด็กดีจะพาไปเที่ยวบ่อย ๆ” นั่นไง

ทริปเก่ายังไม่ได้ไปจะมีทริปใหม่เข้ามาอีกแล้ว

“เดี๋ยวหนูจะเป็นเด็กดีนะคะคุณป๋า” ฉันแอบหยอดเขาไปเล่น ๆ พร้อมกับซุกหน้าลงไปกับต้นแขนใหญ่ ๆ นั้น พี่เซนไม่ได้ว่าอะไรมีแต่หัวเราะเบา ๆ ราวกับพอใจมาก 

เวลาตอนเช้าของเราจึงหมดไปกับการพูดหยอกล้อกันจนฉันแทบจะลืมเรื่องเมื่อคืนไปเลย 

 

วันลอยกระทง

วันนี้เป็นวันที่คนมีคู่ส่วนใหญ่เขาจะมาลอยกระทงกันเป็นคู่ ซึ่งที่ผ่านมาฉันก็ได้แต่ลอยเหงา ๆ คนเดียวอยู่ที่วัดแถวบ้านแต่ครั้งนี้พิเศษหน่อยนอกจากจะได้เปลี่ยนสถานที่แล้วยังได้คู่ลอยกระทงมาอีกด้วย ฉันเดินเข้างานมาพร้อมกับพี่เซน พี่เอิร์ทและไอ้มิลค์ ส่วนเพื่อนคนอื่น ๆ นั้นแยกย้ายกันไปโดยที่ฉันก็แอบลุ้นคู่โดมกับไอ้ตาลอยู่เหมือนกันไม่รู้ว่าตอนนี้เป็นยังไงบ้าง 

กระทงใบตองรักธรรมชาติสุดน่ารักกะทัดรัดที่ฉันทำเองในวันนี้ถูกนำมาอวดโฉมกับเพื่อนสาวเพราะเราสองคนชอบแข่งกันทำอยู่ตลอด ถามว่าทำไมน่ะหรอมันก็เป็นเพราะว่าฉันกับมันลอยกระทงด้วยกันทุกปีไง ที่เคยบอกว่าไม่มีคู่ฉันคงต้องกลับคำแล้วล่ะเพราะทุก ๆ ปีที่ผ่านมาฉันก็ลอยกับไอ้มิลค์อยู่ตลอด

“ของกูสวยกว่า” นั่นไง ไม่ทันได้ลอยมันยังแอบมาบลัฟกระทงแสนน่ารักของฉันอีก

“ของกูสวยกว่าดูสีหลากสีสันไม่เหมือนของมีมีแต่ดอกอะไรก็ไม่รู้”

ฉันเถียงกับพร้อมยังแอบกัดมันเบา ๆ

“ของกูเขาเรียกสไตล์มินิมอลรู้จักไหม ใครจะไปเยอะเหมือนมึงล่ะอีกหน่อยก็ปักเทียนไม่ได้แล้ว” ใครบอกว่ามิลค์มันน่ารัก ไม่จริงเลย ดูสิคำพูดคำจาแต่ละคำทำเอาใจฉันคันยุบยิบไปหมดแล้ว

ร้ายนักนะ!

เมื่อเถียงไม่ออกฉันก็ต้องไปหาตัวช่วยคนสำคัญ

“พี่เซนกระทงหนูไม่น่ารักหรอ” ฉันหันไปหาเขาพร้อมกับทำหน้าเศร้า ๆ

“น่ารักสิ” เห็นไหมล่ะ ใคร ๆ ก็บอกว่าน่ารัก

ฉันหันไปยักคิ้วใส่ไอ้มิลค์หนึ่งที

“หาพวกหรอ” มันพูดออกมาอย่างเอือม ๆ

ฉันหันหน้าหนีไม่ตอบอะไรพร้อมกับทำเป็นหูทวนลมไม่ได้ยินในสิ่งที่มันพูด

“แค่นี้ก็ต้องหาพวก” ดูสิมันยังบ่นไม่หยุดเลย

สักพักก็สงบไปเมื่อพี่เอิร์ทชวนมันคุยเรื่องใหม่

พวกเราแยกย้ายกันไปลอยกระทงเพราะไอ้มิลค์มันเกิดอยากเข้าห้องน้ำกะทันหันฉันจึงได้แยกมาลอยก่อน เมื่อถึงริมฝั่งของสระน้ำขนาดใหญ่ในมหาวิทยาลัยพี่เซนก็หยิบไฟแช็คออกมาจุดเทียนกับธูปบนกระทงอันเล็กของฉัน

จากนั้นเขาก็พาฉันเข้าไปใกล้กับริมน้ำมากขึ้น เราทั้งคู่ค่อย ๆ ย่อลงไปนั่งอยู่ริมฝั่งพร้อมกับหันหน้าเข้าหากัน ฉันยื่นกระทงไปตรงหน้าให้พี่เซนจับด้วยกัน มือใหญ่ของเขายื่นมาจับกระทงอีกฝั่งเอาไว้ เราสองคนยังคงจ้องตากันอยู่อย่างนั้นโดยไม่มีใครยอมใคร

“อธิษฐานสิคะ” เมื่อฉันเริ่มทำตัวไม่ถูกจึงหาเรื่องให้เขาทำอย่างอื่นแทน

เราทั้งคู่หลับตาและอธิษฐานไปพร้อม ๆ กัน ใช้เวลาไม่นานกระทงที่เคยถือไว้ก็ค่อย ๆ ลอยออกไปกลางสระน้ำขนาดใหญ่ จากขนาดที่ใหญ่เริ่มมองเห็นแค่ไฟดวงเล็ก ๆ จากเปลวเทียนที่ยังสว่างไสวจนกระทงนั้นลอยเข้าไปรวมกับกระทงของคนอื่นฉันจึงเลิกมองตามและหันกลับมาสนใจกับคนข้างตัว ปีนี้เป็นปีแรกที่ฉันมีคนมาลอยกระทงด้วยในสถานะแฟนไม่ใช่เพื่อนอย่างที่ผ่านมามันทำให้ฉันรู้สึกดีมาก ตั้งแต่ที่เขาเข้ามาในชีวิตโลกที่เคยเป็นเหมือนเดิมก็เปลี่ยนไปอย่างทันตาแต่ก็ต้องยอมรับว่าฉันมีความสุขมากกับช่วงเวลาที่ผ่านมาของเราและก็แอบหวังว่ามันจะเป็นอย่างนี้ตลอดไปในทุก ๆ ปีจนมีใครคนหนึ่งแยกจากกัน

 

--------------------------------

เห็นชื่อตอนคงคิดว่าพี่เซนกับน้องวาทะเลาะกันใช่ไหมล่ะ

เปล่านะคะ คู่นั้นเขารักกันดี

คราวนี้เป็นคู่ของพี่เอิร์ทกับน้องมิลค์นะคะ

ไม่รู้ว่าพี่เอิร์ทไปรู้อะไรมาถึงถามแบบนั้น เริ่มสงสารน้องมิลค์แล้วนะ

พี่เอิร์ทนี่ใจร้ายแกล้งน้องได้ลงคอ ดูสิแค่แกล้งไม่พอยังจับน้องกินอีก น่าตีจริง ๆ

มาแล้วค่ะ ๆ พอดีแอบไปปั่นวิวเพลงใหม่ของ Blackpink มาอยากจะบอกว่าเพลงดีมากเลยยยย

(ไปทุกคนไปปั่นวิวกัน)

แต่ตอนนี้ไรท์มาอัพให้เเล้วนะคะ อ่านกันให้สนุกนะคะ รักทุกคนเลย

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 215 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

156 ความคิดเห็น

  1. #118 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 19:47
    อิพี่ปิดบังอะไรไว้อีก จะมีมาม่าอีกเยอะไหมคะไรท์ เราจะได้เตรียมตัวเตรียมใจ 555 ขอบคุณที่อัพให้อ่านนะคะ
    #118
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #118-2 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 19)
      29 มิถุนายน 2563 / 09:11
      มีไหมน้าาาาา
      #118-2
  2. #117 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 18:11
    ลอยเป็นคู่เลย
    #117
    1
  3. #116 Duangruedeeee (@Duangruedeeee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 22:03
    ไรท์เป็นBlinkใช่มั้ย
    ถ้าใช่เราคือพวกเดียวกัน555
    #116
    1
    • #116-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 19)
      27 มิถุนายน 2563 / 22:07
      เจอพวกอีกแล้วววววววว
      #116-1
  4. #115 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 19:31
    ตามมาคุมด้วย
    #115
    1
  5. #114 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2563 / 18:41
    ไรท์เหมือนเค้าเยย ปั่นวิวทั้งวันเลยค้าาา 555 ขอบคุณที่มาอัพนะคะ
    #114
    3
    • #114-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 19)
      27 มิถุนายน 2563 / 19:20
      แง เจอblinkด้วยกันแล้วววว
      #114-1
    • #114-3 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 19)
      27 มิถุนายน 2563 / 20:40
      ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ งื้อน่ารักมากๆเลย
      #114-3
  6. #113 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 21:42
    คู่นี่ไม่เบาเลยนะคะ 555 ทำไปทำมาจับน้องกิน เขิลลล ขอบคุณที่อัพนะคะ
    #113
    1
    • #113-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 19)
      27 มิถุนายน 2563 / 00:02
      เขามาแรงแซงทางโค้งค่ะ5555
      #113-1
  7. #112 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2563 / 19:14
    เขินเลย
    #112
    1
    • #112-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 19)
      27 มิถุนายน 2563 / 00:02
      🤫🤫🤫😖ปิดตาไว้
      #112-1
  8. #111 Duangruedeeee (@Duangruedeeee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 18:17
    ไรท์ทำเอาใจหายใจคว่ำเลยนะเนี่ย!!
    #111
    1
    • #111-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 19)
      25 มิถุนายน 2563 / 19:28
      โอ๋ๆ แกล้งเล่นนิดเดียวเอง ไม่ตกใจน้า😂
      #111-1
  9. #110 Aunyarat (@aomunyarat) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 16:21
    เข้าใจว่าคู่พี่เซนน้องวา 555 ใจหายหมด ขอบคุณนะคะไรท์
    #110
    1
    • #110-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 19)
      25 มิถุนายน 2563 / 18:05
      ไรท์สับขาหลอก5555
      #110-1
  10. #109 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มิถุนายน 2563 / 12:51
    พูดออกไปเลย
    #109
    1
    • #109-1 มาปาปา (@std22732) (จากตอนที่ 19)
      25 มิถุนายน 2563 / 14:36
      อึดอัดแทนน้อง
      #109-1
  11. #108 Duangruedeeee (@Duangruedeeee) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 21:03
    รอไม่ไหวแล้วววววววววววว
    #108
    1
  12. #107 firstzy93 (@firstzy93) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2563 / 20:00
    เจิมมมม
    #107
    1